ฝ่ายปกครองอำเภอทับสะแก ตำรวจ ตชด. เปิดยุทธการล้างบางยาเสพติดและขจัดสิ่งชั่วร้าย ยึดยาบ้า 5,431 ไอซ์ 4.7 กรัม

ประจวบคีรีขันธ์ – ฝ่ายปกครองอำเภอทับสะแก ตำรวจ ตชด. เปิดยุทธการล้างบางยาเสพติดและขจัดสิ่งชั่วร้าย ยึดยาบ้า 5,431 ไอซ์ 4.7 กรัม

วันที่ 9 ก.ค.2569 จากการสั่งการของ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้สั่งการให้ นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก นายชาญชัย มูลมาก ป้องกันจังหวัด นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโสอำเภอทับสะแก นายพงศ์นรินทร์ สุขประเสริฐ ปลัดอำเภอ พร้อมกำลังชุดปฏิบัติการล้างบางยาเสพติดอำเภอทับสะแก นำโดย ด้วยนายชลิต เพชรดี กำนันตำบลอ่างทอง นายอรุษ ห้วย หงษ์ทอง กำนันตำบลนาหูกวาง นายธนากร ลือวิมล ผญ.หมู่ที่ 4 ต.นาหูกวาง นายวุฒิชัย อำนวยผล ผญ.หมู่ทึ่ 8 ต.อ่างทอง นายสุพจน์ ทองมี ผญ.หมู่ที่ 9 ต.นาหูกวาง นายอนุรักษ์ ใจอาษา สารวัตรกำนัน ต.อ่างทอง นางสาววิไลพร สาลี ผช.ผญ.หมู่ที่ 9 ต.นาหูกวาง นายชัยสวัสดิ์ แสงสุวรรณ ผช.ผญ.หมู่ที่ 4 ต.นาหูกวาง นายจิราชัย บ่อแก้ว ผช.ผญ. หมู่ที่ 11ต.อ่างทอง ชุดศอ.ปส.จ.ปข. ชุดปฎิบัติการสุนัขสงคราม K9 กก.ตชด.ที่ 14 ชุดผู้กล้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุด อส.อำเภอทับสะแกที่ 6 พร้อม กำลังฝ่ายปกครอง

ได้ร่วมกันปฎิบัติหน้าที่บังคับใช้กฎหมายกับผู้กระผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ตามข้อร้องเรียน ผลการปฎิบัติ สามารถจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้ จำนวน 4 ราย 1.นายประเทือง(ขอสงวนนามสกุล) ชาวบ้านหมู่ที่ 5 ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 5,431 เม็ด กับเป็นชิ้นและเป็นผง น้ำหนักจำนวน 8.38 กรัม ยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาไอซ์) น้ำหนัก จำนวน 4.7 กรัม

ดำเนินคดีในข้อหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า/ยาไอซ์)โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1(เมทแอมเฟตามีน)โดยผิดกฎหมาย 2.นายพงษ์เทพ(ขอสงวนนามสกุล) ชาวบ้านหมู่ที่ 4 ต.นาหูกวาง ดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1(เมทแอมเฟตามีน)โดยผิดกฎหมายและเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1(เมทแอมเฟตามีน)โดยผิดกฎหมาย 3.นายสถาพร(ขอสงวนนามสกุล) ชาวบ้านหมู่ที่ 6 ตำบลทับสะแก เสพยาเสพติดให้โทษประ เภท1(เมทแอมเฟตามีน) สมัครใจเข้ารับการบำบัด 4.นางสาวปรีดาภรณ์(ขอสงวนนามสกุล) ชาวบ้านหมู่ที่ 4 ต.นาหูกวาง เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1(เมทแอมเฟตามีน) สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาที่ รพ.ทับสะแก จากนั้นนำผู้ต้องหาส่ง สภ.ทับสะแก ดำเนินคดี


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

ปวีณา !! พาผู้ปกครองเด็กทั้ง 11 ราย เข้าพบ พล.ต.ต.พศวีย์ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี แจ้งความเอาผิด ผอ.หื่น ทำอนาจารเด็กนักเรียน

ปวีณา !! พาผู้ปกครองเด็กทั้ง 11 ราย เข้าพบ พล.ต.ต.พศวีย์ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี แจ้งความเอาผิด ผอ.หื่น ทำอนาจารเด็กนักเรียน

จากเหตุการณ์กรณี ที่ตกเป็นข่าว ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี กระทำอนาจาร เด็กนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดกาญจนบุรี ความคืบหน้า มีการแจ้งจับ ผอ.โรงเรียนแล้ว

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.00 น. “ปวีณา” หรือมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี พร้อม รมช.กอล์ฟ อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สส.จังหวัดกาญจนบุรี เขต 1 และทนายความจากสภาทนายความจังหวัดกาญจนบุรี พม.กาญจนบุรี และผู้ช่วยเลขาธิการ สพฐ. พาผู้ปกครองและเด็กนักเรียนหญิง 11 คน อายุระหว่าง 10 – 15 ปี (ระดับชั้น ป.5 – ม.3) เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ กรณีกล่าวหาผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี กระทำอนาจารนักเรียนหญิง เข้าพบ พล.ต.ต.พศวีย์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อมคณะพนักงานสอบสวน สภ.ศรีสวัสดิ์ และพนักงานสอบสวน ภ.จว.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี รับแจ้งความกล่าวโทษเอาผิด ผอ.คนดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

ส่วนผู้ถูกกล่าวหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาตัดสิน จึงถือว่าเป็นผู้ ต้องหากระทำความผิดจริง


/////////#ทีมข่าวภาคตะวันตก

ผวจ.ฯ นำทีมขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล บูรณาการตรวจสถานบริการตามยุทธการ “Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด” เพื่อความมั่นคงและปลอดภัยของประชาชน

ผวจ.ฯ นำทีมขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล บูรณาการตรวจสถานบริการตามยุทธการ “Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด” เพื่อความมั่นคงและปลอดภัยของประชาชน

เมื่อคืนวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 22.00 น.ที่ สถานบริการในพื้นที่อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย นางสาวกมลชญา ประเสริฐสิน ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี พ.ต.อ. สธนทัต ตั้งสิทธิ์เสรีวงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี และนายพีรวิชญ์ ฉายวิเชียร ป้องกันจังหวัดกาญจนบุรี ลงพื้นที่บูรณาการปฏิบัติการตรวจสถานบริการตามนโยบาย Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด ของกระทรวงมหาดไทย เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี

การปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ประกอบด้วย ที่ทำการปกครองจังหวัดกาญจนบุรี ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 7 สำนักงานแรงงานจังหวัดกาญจนบุรี สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดกาญจนบุรี สำนักงานจัดหางานจังหวัดกาญจนบุรี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกาญจนบุรี ที่ทำการปกครองอำเภอเมืองกาญจนบุรี และสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี

คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจสอบสถานบริการ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ สถานบริการแอทกลิทซี่ สถานบริการกลิทซี่ ชิล และสถานบริการพาราไดซ์ อาบ อบ นวด โดยมีผู้ประกอบการรายเดียวกัน คือ บริษัท โรงแรมริเวอร์แคว จำกัด

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีและคณะ ยังได้ประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้แก่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับโทษและผลกระทบของยาเสพติด ตลอดจนเน้นย้ำการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อร่วมกันป้องกันปัญหายาเสพติด อันจะส่งผลดีต่อความมั่นคง ความปลอดภัยของประชาชน เศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของจังหวัดและประเทศ

สำหรับการตรวจสถานบริการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะของพนักงานภายในสถานบริการ อาทิ พนักงานรักษาความปลอดภัย พนักงานเสิร์ฟ นักร้อง และนักดนตรี รวมจำนวน 38 ราย เป็นชาย 32 ราย และหญิง 6 ราย โดยตรวจหาสารเสพติด 4 ชนิด ได้แก่ เมทแอมเฟตามีน เคตามีน ยาอี (MDMA/เอ็กซ์ตาซี) และกลุ่มมอร์ฟีน/เฮโรอีน/ฝิ่น ผลการตรวจ ไม่พบสารเสพติดในร่างกายผู้เข้ารับการตรวจแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ผลการปฏิบัติการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุวัตถุประสงค์ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และสร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินการอย่างจริงจังของหน่วยงานของรัฐให้เป็นไปตามกฎหมายและนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม


/////////#ทีมข่าวภาคตะวันตก

นายอำเภอนครชัยศรี ลงพื้นที่เยี่ยมชมและติดตามสถานการณ์ผลผลิตแปลงใหญ่สวนส้มโอ ณ อำเภอนครชัยศรี

นายอำเภอนครชัยศรี ลงพื้นที่เยี่ยมชมและติดตามสถานการณ์ผลผลิตแปลงใหญ่สวนส้มโอ ณ อำเภอนครชัยศรี

วันนี้ เวลา 09.00 น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ลงพื้นที่เยี่ยมชมและติดตามสถานการณ์ผลผลิตแปลงใหญ่สวนส้มโอ ณ สวนส้มโอของนายมงคลวิทย์ ธนะแก่นจันทร์ ประธานแปลงใหญ่ส้มโอตำบลดอนแฝก อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ปลูกส้มโอบนเนื้อที่ 15ไร่ ประกอบด้วยพันธุ์ขาวน้ำผึ้ง พันธุ์ทองดี และพันธุ์ทับทิมสยาม โดยมีนางณัฐทิยา อชิตกุล เกษตรอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนครชัยศรี ลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนงานประชาสัมพันธ์แหล่งปลูกส้มโอคุณภาพดีที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) และเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) อันเป็นอัตลักษณ์และสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของจังหวัดนครปฐม ประกอบกับการเตรียมความพร้อมต้อนรับฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตส้มโอนครชัยศรี ซึ่งจะออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมากในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายนที่จะถึงนี้ โดยช่วงเวลาดังกล่าวถือเป็นช่วงที่ส้มโอนครชัยศรีมีรสชาติหวานอร่อย กลมกล่อม และมีคุณภาพดีที่สุดในรอบปี

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ ขยายช่องทางการตลาดเชิงรุก และเตรียมความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคที่ต้องการสั่งซื้อผลผลิตเกรดพรีเมียมจากสวนของเกษตรกรโดยตรง รวมถึงประชาสัมพันธ์งานส้มโอนครชัยศรี ครั้งที่ 7 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-19 กรกฎาคม 2569 นี้


สมคิด พรมมี ผู้สี่อข่าว นครปฐม

ชาวสวนมะพร้าวเดือด…!! บุกอำเภอบางสะพาน เผาหุ่น–โลงศพประท้วง ราคามะพร้าวตกต่ำ จี้ยื่นคำขาดถึงเลขาฯ อย. แจงปมนำเข้าน้ำกะทิแช่แข็ง 14 ก.ค.นี้

ประจวบคีรีขันธ์ – ชาวสวนมะพร้าวเดือด…!! บุกอำเภอบางสะพาน เผาหุ่น–โลงศพประท้วง ราคามะพร้าวตกต่ำ จี้ยื่นคำขาดถึงเลขาฯ อย. แจงปมนำเข้าน้ำกะทิแช่แข็ง 14 ก.ค.นี้

วันที่ 7 ก.ค. 69 ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายพงษ์ศักดิ์ บุญรักษ์ แกนนำเครือข่ายชาวสวนมะพร้าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวกว่า 300 คน พร้อมรถกระบะติดตั้งเครื่องเสียง เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ นายมนิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน เพื่อเรียกร้องให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ลงพื้นที่ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการอนุมัตินำเข้าน้ำกะทิแช่แข็งและน้ำกะทิสำเร็จรูป ซึ่งชาวสวนเชื่อว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคามะพร้าวในประเทศตกต่ำอย่างต่อเนื่อง

เครือข่ายชาวสวนมะพร้าวเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ยื่นหนังสือผ่านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ขอให้ส่งเรื่องถึงเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อขอข้อมูลหลักเกณฑ์ วิธีการอนุมัตินำเข้า รวมถึงสถิติการนำเข้าน้ำกะทิแช่แข็งและน้ำกะทิสำเร็จรูปย้อนหลังระหว่างปี 2566–2569 แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร ต่อมา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มีหนังสือ “ด่วนที่สุด” ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ส่งเรื่องถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริงและแนวทางการอนุมัตินำเข้าผลิตภัณฑ์ดังกล่าว หลังได้รับข้อร้องเรียนจากเครือข่ายชาวสวนมะพร้าวที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติราคาผลผลิตตกต่ำ

อย่างไรก็ตาม เมื่อยังไม่มีคำตอบอย่างเป็นทางการ เครือข่ายชาวสวนจึงยื่นหนังสือถึงนายอำเภอบางสะพาน ขอให้ประสานเชิญ นางสาวสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ลงพื้นที่พร้อมเอกสารทั้งหมด เพื่อชี้แจงต่อเกษตรกรโดยตรง ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ หอประชุมอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิด 5 ประเด็นร้อนที่ชาวสวนต้องการคำตอบเครือข่ายชาวสวนมะพร้าวระบุว่า ต้องการให้ อย. ชี้แจงอย่างชัดเจนใน 5 ประเด็น ได้แก่

1.หลักเกณฑ์และอำนาจในการอนุมัตินำเข้าน้ำกะทิแช่แข็งและน้ำกะทิสำเร็จรูป 2.หลักเกณฑ์การอนุญาตให้ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นอย่างไร 3.เหตุใดผลิตภัณฑ์ที่ใช้มะพร้าวนำเข้าจึงไม่ระบุแหล่งกำเนิดวัตถุดิบอย่างชัดเจน 4.วิธีคำนวณปริมาณการนำเข้าและผลกระทบต่อโควตามะพร้าวผลในประเทศ 5.มาตรการคุ้มครองเกษตรกรไทยจากผลกระทบของการนำเข้าผลิตภัณฑ์มะพร้าว

ย้ำ 7 ข้อเสนอถึงรัฐบาล แก้วิกฤตราคามะพร้าว เครือข่ายฯ ยังยืนยันข้อเสนอ 7 ข้อที่เคยยื่นผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2569 ได้แก่

  1. ให้ชะลอการนำเข้ามะพร้าวผลและผลิตภัณฑ์มะพร้าวทั้งหมด จนกว่าราคามะพร้าวผลใหญ่จะไม่ต่ำกว่า 18 บาทต่อผล และมะพร้าวขาวไม่ต่ำกว่า 35 บาทต่อกิโลกรัม
  2. เปิดเผยข้อมูลการนำเข้าและรับฟังความคิดเห็นเกษตรกรก่อนอนุมัติ
  3. จัดตั้งคณะกรรมการมะพร้าวแห่งชาติที่มีตัวแทนชาวสวนจากทุกพื้นที่
  4. ผลักดันให้มะพร้าวเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ
  5. นำปริมาณผลิตภัณฑ์มะพร้าวที่นำเข้า มาคำนวณเทียบเท่ามะพร้าวผลก่อนอนุญา
  6. กำหนดให้ระบุแหล่งกำเนิดวัตถุดิบอย่างชัดเจน
  7. ไม่นำมะพร้าวนำเข้าไปแปรรูปนอกกรอบ AFTA และ WTO

เวทีปราศรัยเดือด วิจารณ์ราคามะพร้าว–การทำงานรัฐบาล ระหว่างการชุมนุม นายสมหวัง พิมพ์สอ ชาวสวนมะพร้าวจากตำบลแม่รำพึง อำเภอบางสะพาน ได้ขึ้นเวทีบนรถเครื่องเสียง กล่าวถึงปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำและผลกระทบที่เกษตรกรกำลังเผชิญขณะที่ พ.ต.อ.เอกราช หุ่นงาม ได้ร่วมขึ้นเวทีวิพากษ์วิจารณ์การแก้ไขปัญหาของรัฐบาล และการดำเนินงานด้านการค้าสินค้าเกษตรของกระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะการกล่าวถึง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมมีการนำหุ่นจำลองและโลงศพสีขาวที่เขียนข้อความเชิงสัญลักษณ์มาใช้ในการแสดงออกเชิงประท้วง

หลังจากยื่นหนังสือให้นายอำเภอบางสะพานแล้ว กลุ่มผู้ชุมนุมได้ร่วมกันจุดไฟเผาหุ่นและโลงศพจำลอง ก่อนแยกย้ายกลับ พร้อมนัดหมายรวมตัวอีกครั้งในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่หอประชุมอำเภอบางสะพาน เพื่อรอฟังคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยตัวแทนเครือข่ายชาวสวนมะพร้าวย้ำว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายสร้างความขัดแย้ง แต่ต้องการให้หน่วยงานรัฐชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส และร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากเกษตรกรจำนวนมากกำลังได้รับผลกระทบหนักจากรายได้ที่ลดลง ขณะที่ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง



ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

เปิดอย่างเป็นทางการ ด่านพรมแดนสะเดาแห่งใหม่

สะเดา/สงขลา – “นายกอนุทิน” สวมกอด “อันวาร์” เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทย-มาเลเซีย เปิดถนนเชื่อมด่านสะเดาแห่งใหม่-บูกิตกายูฮิตัมอย่างเป็นทางการ อ.สะเดา จ.สงขลา

วันนี้ (วันที่ 10 กรกฎาคม 2569) เวลา 10.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮิตัม ร่วมกับ ดาโต๊ะ ซรี อันวาร์ บิน อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โดยผู้นำทั้งสองฝ่าย ได้สวมกอดและเดินไปจับมือกัน ณ จุดกึ่งกลางระหว่างประตูด่านสองฝั่ง จากนั้นนายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้เชิญนายกรัฐมนตรีไทยเดินข้ามไปยังฝั่งมาเลเซียเพื่อร่วมรับประทานอาหารกลางวัน แสดง ออกให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีงามทั้ง 2 ประเทศ

ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ ตั้งอยู่บนถนนกาญจนวนิช ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จัง หวัดสงขลา ในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ มีพื้นที่ทั้งหมดกว่า 596 ไร่ ถือเป็นประตูเศรษฐกิจทางบกที่สำคัญที่สุดของภาคใต้และเป็นจุดผ่านแดนที่มีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศสูงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ โดยมีมูลค่านำเข้าและส่งออกรวมกว่า 471,500 ล้านบาทต่อปี พร้อมทั้งรองรับนักท่องเที่ยวและผู้เดินทางผ่านแดนสูงกว่า 6 ล้านคนในแต่ละปี รัฐบาลและกรมศุลกากรจึงได้ผลักดันโครงการนี้ด้วยงบประมาณก่อสร้างรวม 1,532.07 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาความแออัดของด่านเดิมและขยายขีดความสามารถในการรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ภายในพื้นที่ประกอบด้วยอาคารหลักอย่างอาคารสำนักงาน อาคารตรวจปล่อยสินค้า อาคารผู้โดยสาร และอาคารพักอาศัย เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นช่องตรวจรถยนต์ฝั่งละ 11 ช่อง ช่องตรวจคนเข้าเมืองฝั่งละ 14 ช่อง และอาคารตรวจสินค้า (Cargo Terminal) ที่รองรับรถบรรทุกสินค้าเข้า-ออกได้ขาละ 8 ช่องตรวจ พร้อมติดตั้งระบบตรวจสอบที่ทันสมัยอย่างเครื่อง X-ray แบบ Fast Scan และระบบเครื่องชั่งน้ำหนักรถบรรทุกสินค้าที่มีประสิทธิภาพสูง การเปิดใช้งานโครงข่ายคมนาคมและเส้นทางถนนเชื่อมต่อสายใหม่ระยะทาง 850 เมตร ระหว่างด่านสะเดาแห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮิตัม (Bukit Kayu Hitam) ของประเทศมาเลเซีย รวมถึงการเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 4 (AH2) ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้โครงสร้างพื้นฐานเสร็จสมบูรณ์พร้อมเชื่อมโยงคมนาคมขนส่งของทั้งสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ข้ามแดนให้รวด เร็ว คล่องตัว ลดต้นทุนด้านเวลาและค่าขนส่ง ยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางการค้า กระตุ้นเศรษฐกิจการค้าระหว่างไทย-มาเลเซีย ตลอดจนเป็นจุดยุทธศาสตร์เชื่อมโยงการท่องเที่ยวที่ช่วยดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติเข้าสู่จังหวัดสงขลาและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ตอนล่างได้อย่างมั่นคง


กองทัพภาคที่ 2 จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่กำลังพลผู้เสียสละชีพ เสริมสร้างขวัญกำลังใจทหารชายแดน

กองทัพภาคที่ 2 จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่กำลังพลผู้เสียสละชีพ เสริมสร้างขวัญกำลังใจทหารชายแดน

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่กำลังพลผู้เสียสละชีพเพื่อชาติ และเสริมความเป็นสิริมงคลสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ณ ปราสาทตาเมือนธม ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์

พิธีในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อแสดงความระลึกถึงคุณงามความดีและความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของวีรชนในอดีต โดยมีผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ผู้บังคับหน่วยทหาร อดีตผู้บังคับบัญชา หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนครอบครัวกำลังพลในพื้นที่เข้าร่วมพิธีอย่างสมเกียรติ เพื่อร่วมสืบสานความภาคภูมิใจในเกียรติประวัติของหน่วยสืบไป
#กองทัพภาคที่2

กองทัพบก #RTA กองกำลังสุรนารี


พรพิพัฒน์ รายงาน

กองทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับรองหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการ กองทัพประชาชนลาว เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีและแสดงถึงมิตรภาพอันยาวนานระหว่างกองทัพของ ทั้งสองประเทศ

กองทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับรองหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการ กองทัพประชาชนลาว เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีและแสดงถึงมิตรภาพอันยาวนานระหว่างกองทัพของ ทั้งสองประเทศ

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 นาฬิกา ที่ ห้องรับรอง 1 กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับ พลจัตวา ทองสะไหม สุกปะเสิด รองหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิ การ กองทัพประชาชนลาว พร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันกีฬามิตรภาพระหว่างกองทัพไทย – ลาว ครั้งที่ 7 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดพิษณุโลก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

ในการนี้ พลตรี ธีรพันธุ์ ไตรพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักกิจการชายแดน กับประเทศเพื่อนบ้าน กรมกิจการชายแดนทหาร (ผอ.สชด.ชด.ทหาร) ได้ร่วมให้การต้อนรับ และเข้าร่วมการหารือกับคณะผู้แทนกองทัพประชาชนลาว โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง สะท้อนถึงความสัมพันธ์ และความร่วมมืออันดีระหว่างกองทัพไทยและกองทัพประชาชนลาว
จากนั้นรองหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการ กองทัพประชาชนลาว เดินทางไปตรวจเยี่ยมการซักซ้อมกีฬาของนักกีฬาทั้งสองประเทศ ซึ่งจะทำการแข่งขันในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดพิษณุโลก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก


นที มีเดช รายงาน

หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา เป็นประธานพิธีปิดการอบรม หลักสูตรการประสานงานข่าวกับผู้บริหารของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน (ปขบ.) รุ่นที่ 10 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา เป็นประธานพิธีปิดการอบรม หลักสูตรการประสานงานข่าวกับผู้บริหารของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน (ปขบ.) รุ่นที่ 10 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

วันนี้ (8 กรกฎาคม 2569) เวลา 09.30 น. ณ ห้องรับรอง 221 กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีปิดการอบรมประสานงานข่าวกับผู้บริหารของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน (ปขบ.) รุ่นที่ 10 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี พลโท ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบกและผู้บัญชาการโรงเรียนข่าวทหารบก คณะกรรมการบริหารหลักสูตร และผู้เข้ารับการอบรม รวม 102 นาย เข้าร่วมพิธี ประกอบด้วย ข้าราชการทหาร 13 นาย ข้าราชการตำรวจ 8 นาย ข้าราชการพลเรือนและพนักงานรัฐวิสาหกิจ 28 คน และภาคเอกชน 53 คน

ในโอกาสนี้ พลตรี วรเวช วนมงคล ผู้อำนวยสำนักวิเทศสัมพันธ์ กรมข่าวทหารบก ในฐานะผู้อำนวยการหลักสูตร ปขบ.รุ่นที่ 10 ได้กล่าวรายงานเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตรที่มุ่งเสริมสร้างความรู้ด้านความมั่นคง การบริหารจัดการข้อมูลข่าวสาร และบูรณาการเครือข่ายความร่วมมือ โดยได้จัดการศึกษาภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ รวมทั้งจัดกิจกรรมด้านกิจการพลเรือนและความรับผิดชอบต่อสังคม มีระยะเวลาอบรม 12 สัปดาห์ ตั้งแต่ 23 เมษายน – 10 กรกฎาคม 2569

โอกาสนี้ หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ได้มอบเกียรติบัตรและเข็มวิทยฐานะแก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม พร้อมชื่นชมในความตั้งใจและความร่วมมืออันส่งผลให้การอบรมบรรลุผลสัมฤทธิ์ ซึ่งปัจจุบันกองทัพบกได้ตระหนักถึงความสำคัญของภัยคุกคามและความท้าทายด้านความมั่นคงที่มีความซับซ้อนและส่งผลกระทบในวงกว้าง ขอชื่นชมกรมข่าวทหารบกและโรงเรียนข่าวทหารบกที่ได้ขับเคลื่อนและพัฒนาหลักสูตรให้มีคุณภาพและทันสมัยตอบสนองต่อนโยบายของกองทัพบก อีกทั้งเครือข่ายผู้บริหารงานทั้งภาครัฐและเอกชนจะเป็นพลังสำคัญของสังคมที่มีภาพลักษณ์และศักยภาพสูงในการสนับสนุนและประสานงานข่าวระหว่างหน่วยงาน เพื่อเฝ้าระวังป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงของชาติอย่างมีประสิทธิภาพตามเจตนารมณ์ของหลักสูตร “รอบรู้ ทันเหตุการณ์ ประสานงานฉับไว” พร้อมรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติต่อไป



แผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

ทบ.มอบเงินเยียวยา ให้กับครอบครัววีรบุรุษ ร้อยตรีวสันต์ ขานหัวโทน ผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์สู้รบ ไทย – กัมพูชา

ทบ.มอบเงินเยียวยา ให้กับครอบครัววีรบุรุษ ร้อยตรีวสันต์ ขานหัวโทน ผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์สู้รบ ไทย – กัมพูชา

พันโท สันติพงษ์ ทองวิเศษ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 13 มอบเงินเยียวยาจากกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีเหตุการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา กรณีเสียชีวิต ให้กับครอบครัววีรบุรุษ ร้อยตรีวสันต์ ขานหัวโทน ณ บ้านเลขที่ 131 บ้านเทื่อม หมู่ 13 ตำบลเขือน้ำ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี

#กองทัพบก #กองพันทหารราบที่3กรมทหารราบที่13 #ดูแลคนข้างหลัง #สดุดีวีรชนทหารกล้า #ยุทธการศตวรรษ


พรพิพัฒน์ รายงาน