สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงเรือใบ ในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ

เวลา 10.36 น. สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินถึงจุดปล่อยตัว บริเวณหน้าทางเข้าประตูกุ้ยหลิน (เมืองไทย) เขื่อนรัชชประภา ต่อจากนั้น ประทับเรือยนต์พระที่นั่ง ๓๕๘ เสด็จพระราชดำเนินไปยังเรือใบ THA 48 เพื่อทรงเรือใบดังกล่าว ร่วมในกิจกรรมการแสดงเรือใบเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ จากนั้น ทรงกดแตรลมปล่อยตัวนัก กีฬาที่เรือใบ THA 48 ซึ่งเป็นนักกีฬาเรือใบเยาวชน จากโครงการ “เยาวชนไทยแล่นใบเป็น ใช้ชีวิตเป็น” จำนวน ๖๘ ลำ ประกอบด้วย เรือใบประเภท Optimist กับประเภท ILCA 4 และ ILCA 6

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงทำหน้าที่บังคับหางเสือเรือ ควบคุมทิศ ทางเรือใบด้วยพระองค์เอง ร่วมไปกับขบวนนักกีฬาเรือใบเยาวชนดังกล่าว ทรงใส่พระราชหฤทัยและทอดพระเนตรการแล่นเรือใบของนักกีฬาเรือใบเยาวชนอย่างใกล้ชิด มีรูปแบบการแล่นเรือใบเป็นเส้นตรงมีเรือใบผู้นำอยู่ด้านหน้า แล้วเรือใบทุกลำแล่นตาม ตลอดเส้นทางไปจนถึงจุดหมายปลายทางที่แนวสันเขื่อนรัชชประภา ต่อจากนั้น ขบวนเรือใบทั้ง ๖๘ ลำ จัดขบวนเรือเป็นเส้นตรง ที่ด้านหน้าแนวสันเขื่อนและแปรขบวนเรือเป็นสัญลักษณ์ “อินฟินิตี้” (Infinity) มีความหมายขอให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ซึ่งมีประชาชนในพื้นที่และประชาชนจากจังหวัดใกล้เคียงมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ โบกธงชาติ และธงอักษรพระนา มาภิไธย สท ร่วมชื่นชมพระบารมีเป็นจำนวนมาก เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินกลับเรือนรับรองพิเศษ เขื่อนรัชชประภา อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

โครงการ “เยาวชนไทยแล่นใบเป็น ใช้ชีวิตเป็น” เป็นโครงการที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ที่ทรงสนับสนุนการพัฒนานักกีฬาเรือใบรุ่นใหม่ สืบสานแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงพระปรีชาสามารถด้านกีฬาเรือใบและการต่อเรือใบด้วยพระองค์เอง และนักกีฬานักกีฬาเรือใบเยาวชนจากโครงการ ฯ ทั้ง ๖๘ ลำที่ร่วมในการแสดงเรือใบเฉลิมพระเกียรติ ฯ ครั้งนี้ เป็นเยาวชนจากโรงเรียนต่าง ๆ ในพื้นที่รอบเขื่อนรัชชประภา อายุระหว่าง ๗ – ๑๕ ปี ที่เข้าร่วมโครงการและมีโอกาสเรียนรู้ถึงกีฬาเรือใบ ควบคู่กับการพัฒนาทักษะชีวิตทั้งด้านระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม การตัดสินใจ และการแก้ไขปัญหา พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาเป็นนักกีฬาเรือใบระดับชาติและนานาชาติในอนาคตได้อีกด้วย


ตำรวจทางหลวงสาลี เห็นหนุ่มขับรถตู้ทึบแช่ขวาเรียกตรวจเจอยาบ้า

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ขณะที่ ร.ต.อ.ประพงษ์ อุ่นละม้าย หัวหน้าหน่วยบริการตำรวจทางหลวงสาลี พร้อม ด.ต.ชัยวัฒน์ เข็มทอง ด.ต.ธนบัตร สวนแย้ม, ส.ต.อ.ณัฐพงษ์ พวงวาสนา ขับรถวิทยุตรวจการณ์ ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบไปตามถนนสายเลี่ยงเมือง 357 ถึง บริเวณหลัก กม.ที่ 7+800 พบรถยนต์กระบะตู้ทึบสีขาว ยี่ห้อ โตโยต้า รีโว้ หมายเลขทะเบียน บธ 3851 อุทัยธานี ขับแช่อยู่เลนขวา โดยไม่มีเหตุอันควรจึงส่งสัญญาณให้หยุดรถ เพื่อทำการตรวจสอบ

จากการตรวจสอบพบคนขับชื่อนายธีระศักดิ์ อายุ 38 ปี บ้านอยู่ ตำบลตานิม อำเภอ บางปะ หัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบรถคันดังกล่าว สังเกตเห็น นายธีระศักดิ์ฯ ผู้ขับขี่ แสดงท่าทางมีพิรุธ มีอาการลุกลี้ลุกลนเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้สอบถามนายธีระศักดิ์ฯว่ามีสิ่งของผิดกฎหมายพกติดตัวมาหรือไม่หรือเสพยาเสพติดมาก่อนหน้านี้หรือไม่

นายธีระศักดิ์ ยอมรับว่าตนเองเสพยาบ้าช่วงเวลาประมาณ ตี 4 มา 2 เม็ด และยังมียาบ้าเหลืออีกจำนวนหนึ่งอยู่ในรถเจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจค้นพบยาบ้าเม็ดอยู่ในถุงพลาสติก จำนวน 1 ถุง จำนวน 10 เม็ด อยู่บริเวณคอนโซลข้างที่นั่งด้านซ้ายของคนขับ

สอบถามนายธีระศักดิ์ฯ ยอมรับว่า ยาเสพติดดังกล่าวเป็นของตนจริง ตนซื้อมาจากชาวบ้าน (ไม่ทราบชื่อ-สกุล)อยู่แถว ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 20 เม็ดราคา 300 บาท เพื่อเอามาไว้เสพและตนได้เสพไปแล้ว 10 เม็ด ส่วนที่เหลือจะเก็บไว้เสพช่วยกระตุ้นไม่ให้ง่วงนอน แต่โชคไม่ดี เจอตำรวจทางหลวงตาไว เลยถูกจับ

เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, 2.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย, 3.เป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ทำ บันทึกจับกุมและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี เพื่อดำเนินการต่อไป


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

สถาบันพระบรมราชชนก จัดการแข่งขันทักษะทางวิชาการคณะพยาบาลศาสตร์

สุพรรณบุรี – “สถาบันพระบรมราชชนก จัดการแข่งขันทักษะทางวิชาการ คณะพยาบาลศาสตร์ ”โครงการยกระดับการพัฒนานักศึกษาให้มีสมรรถนะแห่งโลกอนาคต (5C3Ls) Faculty of Nursing, PBRI: Academic Challenge 2026 วันที่ 10-12 กรกฎาคม 2569
ที่จังหวัดสุพรรณบุรี

วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ผศ.ดร.กมลรัตน์ เทอร์เนอร์ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการยกระดับการพัฒนานักศึกษาให้มีสมรรถนะแห่งโลกอนาคต (5C3Ls) โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิศิษฐ์ พลธนะ รักษาราชการแทนผู้ช่วยอธิการบดีสถาบันพระบรมราชชนก ผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณ บุรี พร้อมด้วยคณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา ในฐานะตัวแทนเจ้าภาพจัดการแข่งขันครั้งนี้ ให้การต้อนรับ และกล่าวรายงานวัตถุประสงค์

การแข่งขันทักษะทางวิชาการ คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก”Faculty of Nursing, PBRI: Academic Challenge 2026 ประกอบไปด้วย

  • กิจกรรมที่ 1 การแข่งขันทักษะภาษาอังกฤษ (English Language Skills) กลุ่มเป้าหมาย : นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ทีมละ 2 คน
  • กิจกรรมที่ 2 การแข่งขันตอบปัญหาทางวิชาการกายวิภาคศาสตร์ผ่าน soft ware Anatomy : เน้นความเร็ว ความแม่นยำและประยุกต์ใช้ความรู้ กลุ่มเป้าหมาย : นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ทีมละ 2 คน
  • กิจกรรมที่ 3 การแข่งขันทักษะทางการพยาบาล:รอบคัดเลือก Digital simulation excellent, OSCE, VR (Virtual Reality) และ AI รอบชิงชนะเลิศ Hybrid simulation excellent เน้นหลักการ Primary care กลุ่มเป้าหมาย : นักศึกษาชั้นปีที่ 3 และชั้นปีที่ 4 ทีมละ 3 คน
  • กิจกรรมที่ 4 การแข่งขันตอบปัญหาทางการพยาบาลและผดุงครรภ์ “The brain” กลุ่มเป้าหมาย : นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ทีมละ 3 คน

โดยวิทยาลัยพยาบาลในสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก จำนวน 30 แห่งทั่วประเทศ และสถาบันการศึกษาพยาบาล อื่น ๆ จากทั่วประเทศ ส่งตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขัน รวมทั้งสิ้น จำนวนกว่า 700 คน

ซึ่งกิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 12 กรกฎาคม 2569 ณ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี และกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุน จาก บริษัท อัพไรท์ ซิมมูเลชั่น จำกัด ในเรื่องหุ่นจำลอง simulation และอุปกรณ์ในการแข่งขัน และเงินรางวัล


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

สุพรรณบุรี เปิดศูนย์การเรียนรู้ปลาสลิด GI ดอนกำยาน สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น

ที่ศูนย์การเรียนรู้ปลาสลิดดอนกำยาน สุพรรณบุรี (อมรฟาร์ม) หมู่ที่ 2 ตำบลวัดดาว อำเภอบางปลาม้า นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์การเรียนรู้ปลาสลิด GI ดอนกำยาน สุพรรณบุรี “เรียนรู้ ลงมือทำ สร้างอาชีพ สืบสานภูมิ ปัญญาท้องถิ่น” โดยมี นายไชยันต์ เยี่ยมอมร ประธานคลัสเตอร์ปลาสลิด GI ดอนกำยาน สุพรรณบุรี และผู้ก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้ปลาสลิดดอนกำยาน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ มี พันจำเอก สุริยา ภู่สวัสดิ์ นายอำเภอบางปลาม้า จัง พันจำเอก สุริยา ภู่สวัสดิ์ นายอำเภอบางปลาม้า จัง ดร.วรานี เวสสุนทรเทพ รองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตสุพรรณบุรี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอบางปลาม้า ประธานหอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้แทนภาคเอกชน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดดาว สื่อมวลชน และภาคีเครือข่าย เข้าร่วม

นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า ด้วยความมุ่งมั่นและความร่วมมืออย่างเข้มแข็งของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ภาคการศึกษา และหน่วยงานราชการในพื้นที่ที่ได้ร่วมกันผลักดันจนเกิดศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ขึ้นมา ซึ่ง “ปลาสลิดดอนกำยาน” ถือเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ที่สำคัญและสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดสุพรรณบุรีมาอย่างยาวนาน การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นสถานที่เผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงและแปรรูปปลาสลิดอย่างเป็นระบบเท่านั้น แต่ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างงาน สร้างอาชีพ และกระจายรายได้สู่คนในชุมชนอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบายของจังหวัดที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และการทำประมงเพื่อชุมชน เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองและเติบโตได้อย่างมั่นคง ต่อไป

ทั้งนี้ ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ ยังเป็นพื้นที่ในการส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการอบรม สัมมนา การศึกษาดูงาน การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี การสร้างนวัตกรรม และการพัฒนาธุรกิจชุมชน อันจะนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้ และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดสุพรรณบุรีให้เติบโตอย่างมั่นคง ประกอบด้วย – การเพาะเลี้ยงพันธุ์ปลาสลิด GI ดอนกำยาน- การเพาะเลี้ยงพันธุ์ปลาม้า กุ้งขาว และกุ้งก้ามกราม- การให้ความรู้ และสอนให้กับสมาชิกในการเพาะเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์ และจำหน่ายพันธุ์ปลาสลิด ปลาม้า กุ้งขาว และกุ้งก้ามกราม – การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากปลาสลิด ปลาม้า กุ้งขาว และกุ้งก้ามกราม การเพาะเลี้ยงผ้า เพื่อเป็นอาหารปลาสลิด- การเพาะเลี้ยงไส้เดือน และการทำปุ๋ยมูลไส้เดือน

ภายในงานได้จัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หัวข้อ “การก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้ปลาสลิดดอนกำยาน วิถีการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ศูนย์การเรียนรู้เพื่อชุมชน โดยนายไชยันต์ เยี่ยมอมร ประธานคลัสเตอร์ปลาสลิด GI ดอนกำยายายาณบุรีและผู้ก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้ปลาสลิดตอนกำยาน จังหวัดสุพรรณบุรี (อมรฟาร์ม) ผู้ดำเนินรายการมี ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วยนายไพศาล สุขปุณพันธ์ ประมงจังหวัดสุพรรณบุรี ดร.วรานี เวสสุนทรเทพ รองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตสุพรรณบุรี นายวีระ ตั้งวุฒิไกรวิทย์ ประธานหอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรี นายสุชาติ จิรายวัฒน์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสพรรณบุรี นางอุบลรัตน์ ทองเหลือ พาณิชย์จังหวัดสุพรรณบุรี

หลังเสร็จพิธีเปิดผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมคณะได้ขึ้นรถเทลเลอร์ อีแต๋น ชมบ่เลี้ยงปลาสลิดภายในฟาร์ม ก่อนจะลงมาปล่อยพันธุ์ปลาสลิดลงในบ่อเลี้ยง และเดินชมบ่อเพาะเลี้ยงปลาสลิด และชมบูธ สินค้าของเกษตรกร ที่นำมาร่วมแสดงด้วย


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

มทร.อีสาน โชว์ “แทรมลูกอีสาน” รถไฟฟ้ารางเบาฝีมือคนไทย 100% วิ่งทดสอบใช้งานจริงที่วิทยาเขตขอนแก่น “อธิการฯ โฆษิต” ชี้ จุดเปลี่ยนสำคัญสู่การสร้างอุตสาหกรรมระบบรางไทย

มทร.อีสาน โชว์ “แทรมลูกอีสาน” รถไฟฟ้ารางเบาฝีมือคนไทย 100% วิ่งทดสอบใช้งานจริงที่วิทยาเขตขอนแก่น “อธิการฯ โฆษิต” ชี้ จุดเปลี่ยนสำคัญสู่การสร้างอุตสาหกรรมระบบรางไทย

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) เดินหน้าสร้างหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางไทย หลังประสบความสำเร็จในการนำรถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail Transit : LRT) หรือ “แทรมลูกอีสาน” ต้นแบบที่พัฒนาโดยทีมวิจัยและวิศวกรไทย ลงวิ่งทดสอบบนรางจริงภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอน แก่น ได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนศักยภาพของมหาวิทยาลัยในการพัฒนานวัตกรรมระบบรางควบคู่กับการผลิตกำลังคนคุณภาพ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมระบบรางของประเทศในอนาคต โดยการทดสอบดังกล่าวยังได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างกว้างขวางผ่านสื่อสังคมออนไลน์

รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน กล่าวว่า “การนำรถไฟฟ้ารางเบาต้นแบบลงวิ่งบนรางจริง ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาเทค โนโลยีระบบรางโดยคนไทย และสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสร้างองค์ความรู้ วิจัย พัฒนา และผลิตบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง รองรับการลงทุนด้านระบบรางที่กำลังขยายตัวทั่วประเทศ

“สิ่งที่ประชาชนเห็นในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการทดสอบรถไฟฟ้ารางเบาต้นแบบ แต่คือภาพสะท้อนศักยภาพของคนไทยที่สามารถออกแบบ วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางให้ใช้งานได้จริง เราไม่ได้กำลังสร้างรถไฟฟ้าเพียงหนึ่งขบวน แต่กำลังสร้างองค์ความรู้ สร้างบุคลากร และวางรากฐานให้อุตสาหกรรมระบบรางของประเทศไทยสามารถเติบโตได้ด้วยศักยภาพของคนไทย” อธิการบดี มทร.อีสาน กล่าว

อธิการบดี มทร.อีสาน กล่าวว่า “การทดสอบครอบคลุมทั้งสมรรถนะการวิ่งบนทางตรงและทางโค้ง ระบบเบรก ระบบขับเคลื่อน ชุดล้อเลื่อน รวมถึงการตรวจสอบประสิทธิภาพของชิ้นส่วนสำคัญที่พัฒนาโดยทีมวิจัยของมหาวิทยาลัย อาทิ อุปกรณ์ยึดราง ยางรองราง และยางรองร่องราง เพื่อให้มั่นใจว่ารถไฟฟ้ารางเบาต้นแบบมีความพร้อมด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยสำหรับการใช้งานจริง”

นอกจากนี้ การพัฒนารถไฟฟ้ารางเบาต้นแบบยังได้นำองค์ความรู้และมาตรฐานด้านวิศวกรรมระบบรางจากนานาประเทศมาศึกษาและประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ทั้งด้านการออกแบบ ความปลอดภัย การควบคุมระบบ และการบำรุงรักษา เพื่อยกระดับมาตรฐานการพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางของประเทศให้สามารถแข่งขันในระดับสากลได้

รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต กล่าวเพิ่มเติมว่า “รางทดสอบภายในวิทยาเขตขอนแก่นไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ทดลองเดินรถ แต่เป็นห้องปฏิบัติการขนาดใหญ่ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษา อาจารย์ และนักวิจัยได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การติดตั้ง การทดสอบ การซ่อมบำรุง ไปจนถึงการบริหารจัดการระบบราง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตกำลังคนด้านระบบรางที่ประเทศต้องการ”

“ตลอดระยะเวลากว่า 15 ปี มทร.อีสาน ได้พัฒนาหลักสูตร งานวิจัย และเครือข่ายความร่วมมือด้านระบบรางอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จของ ‘แทรมลูกอีสาน’ จึงไม่ใช่เพียงความสำเร็จของมหาวิทยาลัย แต่เป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทยในการสร้างองค์ความรู้ด้านระบบรางด้วยตนเอง ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และต่อยอดสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมระบบรางอย่างครบวงจร”
มทร.อีสาน – RMUTI


กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

เตือน ! ฝนตก ถนนลื่น เสี่ยงอุบัติเหตุ สคร.9 แนะ 7 วิธีขับขี่ปลอดภัย

ในช่วงนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝน เมื่อฝนตกหนัก ถนนลื่น วิสัยทัศน์ที่ไม่ดีขณะขับขี่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ง่าย สคร.9 นครราชสีมา ห่วงใยประชาชน ขอแนะนำ 7 วิธีขับขี่อย่างปลอดภัยช่วงฝนตกและน้ำท่วมขังบนท้องถนน ขอให้ผู้ที่ขับขี่ยานพาหนะในช่วงฝนตกเพิ่มความระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษ ไม่ควรขับรถเร็วเกินไปขณะฝนตกหรือถนนเปียก ตรวจสอบสภาพรถและอุปกรณ์ให้พร้อมต่อการใช้งาน เช่น ที่ปัดน้ำฝน ระบบไฟฟ้า ระบบยาง ระบบเบรก เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น

นายแพทย์สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน  ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ง่าย เนื่องจากทัศนวิสัยขณะขับขี่ไม่ชัดเจน ถนนลื่น น้ำท่วมขัง เป็นต้น จึงขอให้ประชาชนที่ขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนนในช่วงฝนตก เพิ่มความระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษ โดยการตรวจสอบสภาพรถและอุปกรณ์ให้พร้อมต่อการใช้งานในฤดูฝน เช่น ที่ปัดน้ำฝน ระบบไฟฟ้า ระบบยาง ระบบเบรก และไม่ควรขับรถเร็วขณะฝนตกหรือถนนเปียก โดยเฉพาะช่วงที่ฝนตก 10–15 นาทีแรกหลังฝนเริ่มตก เป็นช่วงที่ถนนลื่นที่สุด เพราะน้ำฝนชะล้างคราบน้ำมันและฝุ่นบนผิวถนน ทำให้รถลื่นไถลได้ง่ายกว่าปกติ ทำให้รถเสียหลักจนเกิดอุบัติเหตุได้ และที่สำคัญควรงดใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างขับรถ คาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง และผู้ขับขี่/ผู้ซ้อนรถจักรยานยนต์ต้องสวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง เพื่อลดการบาดเจ็บและเสียชีวิต

นายแพทย์สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ กล่าวต่อไปว่า สคร.9 นครราชสีมาห่วงใยประชาชน จึงขอแนะนำ 7 วิธีในการขับขี่ให้ปลอดภัยช่วงฝนตกและมีน้ำท่วมขังบนถนน ดังนี้
         

  1. เพิ่มความระมัดระวังขณะขับรถมากเป็นพิเศษ โดยลดความเร็วลงกว่าระดับปกติ เนื่องจากพื้นถนนที่เปียก รถจะใช้ระยะเบรกเพิ่มขึ้น และควรลดความเร็วให้เหมาะสมกับสภาพถนนและทัศนวิสัย จะช่วยให้สามารถควบคุมรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. เปิดไฟหน้ารถเสมอ ใช้ไฟต่ำจะช่วยให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆ บนถนนได้ชัดเจนขึ้น และช่วยให้รถคันอื่นมองเห็นรถของเราได้ในระยะไกล
  3. เปิดใบปัดน้ำฝน ปรับระดับความเร็วของใบปัดน้ำฝนให้สัมพันธ์กับความแรงของฝนที่ตกลงมา จะช่วยให้มองเห็นเส้นทางได้ตลอดเวลา
  4. เว้นระยะห่างจากท้ายรถคันหน้าให้มากกว่าปกติอย่างน้อย 10-15 เมตร เพื่อให้มีระยะเบรกที่เพียงพอและปลอดภัย
  5. หลีกเลี่ยงการแซง แต่หากจำเป็นควรประเมินสถานการณ์ให้ดีก่อนแซง
  6. ในกรณีที่รถลื่นไถลหรือเหินน้ำ ไม่ควรเหยียบเบรกจนล้อหยุดหมุนทันที เพราะอาจทำให้รถพลิกคว่ำได้ ควรใช้เกียร์ต่ำ และค่อยๆ เบรก เพื่อลดความเร็ว แล้วจึงค่อยเหยียบเบรกเพื่อหยุดรถ
  7.  เมื่อต้องขับรถผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขัง ขอให้หยุดประเมินสถานการณ์ หากระดับน้ำสูงกว่าขอบประตูรถ ไม่ควรขับฝ่าไป ควรเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นแทน ปิดแอร์ทันทีเพื่อป้องกันพัดลมแอร์พัดน้ำเข้าเครื่องยนต์ หรือใบพัดหัก  

หากพบเห็นผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน ไม่ควรเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ ยกเว้นกรณีมีอันตรายเร่งด่วน เช่น รถกำลังไหม้ เสี่ยงระเบิด หรืออยู่กลางการจราจรที่ไม่สามารถป้องกันได้ จึงค่อยเคลื่อนย้ายอย่างระมัดระวัง เพราะเป็นหลักการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง ทั้งนี้ขอให้โทรแจ้งทีมแพทย์กู้ชีพ โทร. 1669 เพื่อส่งต่อผู้ป่วยอย่างถูกวิธี “ฝนตก ถนนลื่น ขับช้าลงอีกนิด ชีวิตปลอดภัยมากขึ้น” หากมีข้อสงสัย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422


กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

ฝ่ายปกครองอำเภอทับสะแก ตำรวจ ตชด. เปิดยุทธการล้างบางยาเสพติดและขจัดสิ่งชั่วร้าย ยึดยาบ้า 5,431 ไอซ์ 4.7 กรัม

ประจวบคีรีขันธ์ – ฝ่ายปกครองอำเภอทับสะแก ตำรวจ ตชด. เปิดยุทธการล้างบางยาเสพติดและขจัดสิ่งชั่วร้าย ยึดยาบ้า 5,431 ไอซ์ 4.7 กรัม

วันที่ 9 ก.ค.2569 จากการสั่งการของ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้สั่งการให้ นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก นายชาญชัย มูลมาก ป้องกันจังหวัด นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโสอำเภอทับสะแก นายพงศ์นรินทร์ สุขประเสริฐ ปลัดอำเภอ พร้อมกำลังชุดปฏิบัติการล้างบางยาเสพติดอำเภอทับสะแก นำโดย ด้วยนายชลิต เพชรดี กำนันตำบลอ่างทอง นายอรุษ ห้วย หงษ์ทอง กำนันตำบลนาหูกวาง นายธนากร ลือวิมล ผญ.หมู่ที่ 4 ต.นาหูกวาง นายวุฒิชัย อำนวยผล ผญ.หมู่ทึ่ 8 ต.อ่างทอง นายสุพจน์ ทองมี ผญ.หมู่ที่ 9 ต.นาหูกวาง นายอนุรักษ์ ใจอาษา สารวัตรกำนัน ต.อ่างทอง นางสาววิไลพร สาลี ผช.ผญ.หมู่ที่ 9 ต.นาหูกวาง นายชัยสวัสดิ์ แสงสุวรรณ ผช.ผญ.หมู่ที่ 4 ต.นาหูกวาง นายจิราชัย บ่อแก้ว ผช.ผญ. หมู่ที่ 11ต.อ่างทอง ชุดศอ.ปส.จ.ปข. ชุดปฎิบัติการสุนัขสงคราม K9 กก.ตชด.ที่ 14 ชุดผู้กล้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุด อส.อำเภอทับสะแกที่ 6 พร้อม กำลังฝ่ายปกครอง

ได้ร่วมกันปฎิบัติหน้าที่บังคับใช้กฎหมายกับผู้กระผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ตามข้อร้องเรียน ผลการปฎิบัติ สามารถจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้ จำนวน 4 ราย 1.นายประเทือง(ขอสงวนนามสกุล) ชาวบ้านหมู่ที่ 5 ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 5,431 เม็ด กับเป็นชิ้นและเป็นผง น้ำหนักจำนวน 8.38 กรัม ยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาไอซ์) น้ำหนัก จำนวน 4.7 กรัม

ดำเนินคดีในข้อหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า/ยาไอซ์)โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1(เมทแอมเฟตามีน)โดยผิดกฎหมาย 2.นายพงษ์เทพ(ขอสงวนนามสกุล) ชาวบ้านหมู่ที่ 4 ต.นาหูกวาง ดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1(เมทแอมเฟตามีน)โดยผิดกฎหมายและเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1(เมทแอมเฟตามีน)โดยผิดกฎหมาย 3.นายสถาพร(ขอสงวนนามสกุล) ชาวบ้านหมู่ที่ 6 ตำบลทับสะแก เสพยาเสพติดให้โทษประ เภท1(เมทแอมเฟตามีน) สมัครใจเข้ารับการบำบัด 4.นางสาวปรีดาภรณ์(ขอสงวนนามสกุล) ชาวบ้านหมู่ที่ 4 ต.นาหูกวาง เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1(เมทแอมเฟตามีน) สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาที่ รพ.ทับสะแก จากนั้นนำผู้ต้องหาส่ง สภ.ทับสะแก ดำเนินคดี


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

ปวีณา !! พาผู้ปกครองเด็กทั้ง 11 ราย เข้าพบ พล.ต.ต.พศวีย์ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี แจ้งความเอาผิด ผอ.หื่น ทำอนาจารเด็กนักเรียน

ปวีณา !! พาผู้ปกครองเด็กทั้ง 11 ราย เข้าพบ พล.ต.ต.พศวีย์ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี แจ้งความเอาผิด ผอ.หื่น ทำอนาจารเด็กนักเรียน

จากเหตุการณ์กรณี ที่ตกเป็นข่าว ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี กระทำอนาจาร เด็กนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดกาญจนบุรี ความคืบหน้า มีการแจ้งจับ ผอ.โรงเรียนแล้ว

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.00 น. “ปวีณา” หรือมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี พร้อม รมช.กอล์ฟ อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สส.จังหวัดกาญจนบุรี เขต 1 และทนายความจากสภาทนายความจังหวัดกาญจนบุรี พม.กาญจนบุรี และผู้ช่วยเลขาธิการ สพฐ. พาผู้ปกครองและเด็กนักเรียนหญิง 11 คน อายุระหว่าง 10 – 15 ปี (ระดับชั้น ป.5 – ม.3) เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ กรณีกล่าวหาผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี กระทำอนาจารนักเรียนหญิง เข้าพบ พล.ต.ต.พศวีย์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อมคณะพนักงานสอบสวน สภ.ศรีสวัสดิ์ และพนักงานสอบสวน ภ.จว.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี รับแจ้งความกล่าวโทษเอาผิด ผอ.คนดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

ส่วนผู้ถูกกล่าวหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาตัดสิน จึงถือว่าเป็นผู้ ต้องหากระทำความผิดจริง


/////////#ทีมข่าวภาคตะวันตก

ผวจ.ฯ นำทีมขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล บูรณาการตรวจสถานบริการตามยุทธการ “Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด” เพื่อความมั่นคงและปลอดภัยของประชาชน

ผวจ.ฯ นำทีมขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล บูรณาการตรวจสถานบริการตามยุทธการ “Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด” เพื่อความมั่นคงและปลอดภัยของประชาชน

เมื่อคืนวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 22.00 น.ที่ สถานบริการในพื้นที่อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย นางสาวกมลชญา ประเสริฐสิน ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี พ.ต.อ. สธนทัต ตั้งสิทธิ์เสรีวงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี และนายพีรวิชญ์ ฉายวิเชียร ป้องกันจังหวัดกาญจนบุรี ลงพื้นที่บูรณาการปฏิบัติการตรวจสถานบริการตามนโยบาย Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด ของกระทรวงมหาดไทย เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี

การปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ประกอบด้วย ที่ทำการปกครองจังหวัดกาญจนบุรี ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 7 สำนักงานแรงงานจังหวัดกาญจนบุรี สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดกาญจนบุรี สำนักงานจัดหางานจังหวัดกาญจนบุรี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกาญจนบุรี ที่ทำการปกครองอำเภอเมืองกาญจนบุรี และสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี

คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจสอบสถานบริการ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ สถานบริการแอทกลิทซี่ สถานบริการกลิทซี่ ชิล และสถานบริการพาราไดซ์ อาบ อบ นวด โดยมีผู้ประกอบการรายเดียวกัน คือ บริษัท โรงแรมริเวอร์แคว จำกัด

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีและคณะ ยังได้ประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้แก่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับโทษและผลกระทบของยาเสพติด ตลอดจนเน้นย้ำการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อร่วมกันป้องกันปัญหายาเสพติด อันจะส่งผลดีต่อความมั่นคง ความปลอดภัยของประชาชน เศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของจังหวัดและประเทศ

สำหรับการตรวจสถานบริการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะของพนักงานภายในสถานบริการ อาทิ พนักงานรักษาความปลอดภัย พนักงานเสิร์ฟ นักร้อง และนักดนตรี รวมจำนวน 38 ราย เป็นชาย 32 ราย และหญิง 6 ราย โดยตรวจหาสารเสพติด 4 ชนิด ได้แก่ เมทแอมเฟตามีน เคตามีน ยาอี (MDMA/เอ็กซ์ตาซี) และกลุ่มมอร์ฟีน/เฮโรอีน/ฝิ่น ผลการตรวจ ไม่พบสารเสพติดในร่างกายผู้เข้ารับการตรวจแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ผลการปฏิบัติการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุวัตถุประสงค์ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และสร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินการอย่างจริงจังของหน่วยงานของรัฐให้เป็นไปตามกฎหมายและนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม


/////////#ทีมข่าวภาคตะวันตก

นายอำเภอนครชัยศรี ลงพื้นที่เยี่ยมชมและติดตามสถานการณ์ผลผลิตแปลงใหญ่สวนส้มโอ ณ อำเภอนครชัยศรี

นายอำเภอนครชัยศรี ลงพื้นที่เยี่ยมชมและติดตามสถานการณ์ผลผลิตแปลงใหญ่สวนส้มโอ ณ อำเภอนครชัยศรี

วันนี้ เวลา 09.00 น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ลงพื้นที่เยี่ยมชมและติดตามสถานการณ์ผลผลิตแปลงใหญ่สวนส้มโอ ณ สวนส้มโอของนายมงคลวิทย์ ธนะแก่นจันทร์ ประธานแปลงใหญ่ส้มโอตำบลดอนแฝก อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ปลูกส้มโอบนเนื้อที่ 15ไร่ ประกอบด้วยพันธุ์ขาวน้ำผึ้ง พันธุ์ทองดี และพันธุ์ทับทิมสยาม โดยมีนางณัฐทิยา อชิตกุล เกษตรอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนครชัยศรี ลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนงานประชาสัมพันธ์แหล่งปลูกส้มโอคุณภาพดีที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) และเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) อันเป็นอัตลักษณ์และสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของจังหวัดนครปฐม ประกอบกับการเตรียมความพร้อมต้อนรับฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตส้มโอนครชัยศรี ซึ่งจะออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมากในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายนที่จะถึงนี้ โดยช่วงเวลาดังกล่าวถือเป็นช่วงที่ส้มโอนครชัยศรีมีรสชาติหวานอร่อย กลมกล่อม และมีคุณภาพดีที่สุดในรอบปี

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ ขยายช่องทางการตลาดเชิงรุก และเตรียมความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคที่ต้องการสั่งซื้อผลผลิตเกรดพรีเมียมจากสวนของเกษตรกรโดยตรง รวมถึงประชาสัมพันธ์งานส้มโอนครชัยศรี ครั้งที่ 7 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-19 กรกฎาคม 2569 นี้


สมคิด พรมมี ผู้สี่อข่าว นครปฐม