ฮ.ทส.บินส่งถุงยังชีพพระราชทาน ‘ในหลวง’ มอบผู้ประสบภัยบนดอย ช่วยเหลือชาวบ้านภูคา หลังดินถล่มตัดขาด 4 หมู่บ้าน บ้านขุนกูน-บ้านผาเวียง-บ้านน้ำขว้าง ต.ภูคา อ.ปัว จ.น่าน ถนนถูกตัดขาด-ดินสไลด์เดือดร้อนหลายชุมชน

ฮ.ทส.บินส่งถุงยังชีพพระราชทาน ‘ในหลวง’ มอบผู้ประสบภัยบนดอย ช่วยเหลือชาวบ้านภูคา หลังดินถล่มตัดขาด 4 หมู่บ้าน บ้านขุนกูน-บ้านผาเวียง-บ้านน้ำขว้าง ต.ภู คา อ.ปัว จ.น่าน ถนนถูกตัดขาด-ดินสไลด์เดือดร้อนหลายชุมชน

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 เฮลิคอปเตอร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำถุงยังชีพพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มอบให้ผู้ประสบภัยที่บ้านขุนกูน บ้านผาเวียง และบ้านบ้านน้ำขว้าง ต.ภูคา อ.ปัว จ.น่าน ซึ่งเป็นหมู่บ้านบนดอยที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำป่าและดินสไลด์ ทำให้ถนนถูกตัดขาดไม่ต่ำกว่า 11 หมู่บ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ รอยต่ออุทยานแห่งชาติดอยภูคา โดย นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นผู้แทน พร้อมศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดน่าน เครือข่ายจิตอาสาภาคประชาชนหลายภาคส่วน นำถุงยังชีพพระราชทานมอบให้ผู้ประสบภัย ที่ต่างสำนักในพระมหากรุณาธิคุณ

ประชาชนในพื้นที่บ้านขุนกูน บ้านผาเวียง และบ้านน้ำขว้าง ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใยราษฏรในพื้นที่สูง โดยทุกคนพร้อมจะร่วมกันอนุรักษ์พื้นที่ป่าต้นน้ำ เพื่อป้องกันการเกิดอุทกภัย ซึ่ง 4-5 ปีที่ผ่านมาได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่จากการปลูกข้าวโพดมาเป็นพืชยืนต้นมากขึ้น และรู้สึกเสียใจที่เกิดน้ำป่าบริเวณพื้นที่ปลายน้ำ แต่เนื่องจากปีนี้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ในลักษณะ Rain Bomb จึงทำให้มีฝนตกอย่างหนัก ส่งผลให้เกิดดินสไลด์ และถนนตัดขาดหลายเส้นทาง ไม่สามารถลงไปหาอาหารได้ รวมถึงไม่มีไฟฟ้า การส่งเสบียงอาหารจึงต้องนำส่งด้วยเฮลิคอปเตอร์ โดย เฮลิคอปเตอร์ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้บินส่งถุงยังชีพ ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 แล้ว

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและดินถล่มในพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยระหว่างวันที่ 21-22 สิงหาคม 2569 เฮลิคอปเตอร์ ทส.5120 ปฏิบัติภารกิจลำเลียงเสบียงอาหารและสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ตำบลภูคา รวม 20 เที่ยวบิน สามารถนำถุงยังชีพพระราชทาน อาหารแห้ง ข้าวสาร และข้าวกล่อง ถึงประชาชนในพื้นที่ประสบภัย

ภารกิจมุ่งช่วยเหลือ 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านห้วยปูด บ้านขุนกูน บ้านผาเวียง และบ้านน้ำขว้าง ตำบลภูคา อำเภอปัว ซึ่งได้รับผลกระทบจากดินถล่มและเส้นทางสัญจรเสียหาย ถูกตัดขาดจากพื้นที่ภายนอก รถยนต์และยานพาหนะไม่สามารถเดินทางเข้า-ออกได้ ทำให้การลำเลียงสิ่งของช่วยเหลือทางภาคพื้นดินเป็นไปด้วยความยากลำบาก

สถานการณ์ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และหญิงตั้งครรภ์ ที่ไม่สามารถเดินทางออกจากพื้นที่เพื่อเข้ารับการรักษา ขณะเดียวกันระบบประปาและแหล่งน้ำได้รับความเสียหาย ทำให้ประชาชนขาดแคลนน้ำสะอาดสำหรับอุปโภคบริโภค รวมถึงประสบปัญหาขาดแคลนอาหารและสิ่งของจำเป็น เนื่องจากรถขนส่งไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้

การใช้เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงสิ่งของจึงเป็นภารกิจเร่งด่วน เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือให้ถึงมือประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและถูกตัดขาด พร้อมเร่งสนับสนุนด้านอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้


นที มีเดช รายงาน

“นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ” ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลปฏิบัติหน้าที่ป้องกันชายแดนไทย – กัมพูชา

“นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ” ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลปฏิบัติหน้าที่ป้องกันชายแดนไทย – กัมพูชา

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ให้การต้อนรับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ตลอดจนคณะนายกรัฐมนตรีและสื่อมวลชน ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วยในพื้นที่กองกำลังสุรนารี เพื่อให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ป้องกันชายแดนไทยและกัมพูชา ในพื้นที่ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี

​ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะได้เดินทางไปยังฐานปฏิบัติการฮิมผา ซึ่งเป็นจุดตรวจการณ์ที่สำคัญตั้งอยู่บริเวณเนิน 500 เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปจากหน่วยในพื้นที่ช่องอานม้า เกี่ยวกับสถานการณ์ ภารกิจ การปฏิบัติงาน การดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดจากหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ รวมถึงการปรับปรุงเส้นทางยุทธวิธีในพื้นที่ชายแดน โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังได้รับชมการใช้เครื่องมือตรวจการณ์ที่ทางหน่วยนำมาจัดแสดง พร้อมทั้งมอบสิ่งของอุปโภคและบริโภคให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ ฐานปฏิบัติการฮิมผา เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ

​หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีและคณะได้เดินทางต่อไปยังฐานปฏิบัติการต่อพงษ์ เพื่อพบปะพูดคุย ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล และมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคเพิ่มเติม นอกจากนี้ คณะนายกรัฐมนตรียังได้ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อเป็นการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรม ชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้บัญชาการหน่วยในพื้นที่ ตลอดจนส่วนราชการของจังหวัดอุบล ราชธานีร่วมให้การต้อนรับ และ เข้าเยี่ยม จ่าสิบเอกชาญณรงค์ ที่ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับชุดปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม โดยได้รับบาดเจ็บสาหัสจากทุ่นระเบิดชนิด PMN-2 ส่งผลให้สูญเสียขาขวา และได้รับบาดเจ็บบริเวณขาซ้ายและมือขวา ทีมแพทย์ได้ให้การรักษาและผ่าตัดอย่างเร่งด่วน โดยผลการผ่าตัดเป็นไปด้วยดี ปัจจุบันอาการโดยรวมดีขึ้นตามลำดับ อยู่ระหว่างการพักฟื้นและเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด โดยมีทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ดูแลอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็น ขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติงานตามแนวชายแดน ต่อไป

#กองทัพบก #กองทัพภาคที่2 #ชายแดนไทย #สำนักนายกรัฐมนตรี


พรพิพัฒน์ รายงาน

สวัสดิการเล็ก ๆ ที่มีคุณค่า มอบร้านตัดผมให้ตำรวจ สภ.บ้านนา เสริมคุณภาพชีวิตผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

สวัสดิการเล็ก ๆ ที่มีคุณค่า มอบร้านตัดผมให้ตำรวจ สภ.บ้านนา เสริมคุณภาพชีวิตผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

วันที่ 20 สิงหาคม 2569 ณ สถานีตำรวจภูธรบ้านนา จ.นครนายก พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง สมาชิกวุฒิสภา พร้อมด้วย ร.ต.ต.สัณฐิติ ธรรมใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก และภาคีเครือข่ายจากภาครัฐ ภาคท้องถิ่น และภาคเอกชน ร่วมกัน มอบร้านตัดผมเพื่อเป็นสวัสดิการแก่ข้าราชการตำรวจ สภ.บ้านนา ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและยกระดับคุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน

ภายในงานมี นายอนิรุทธ์ สาธุวงษ์ ปภ.จังหวัดนครนายก นายยงยศ อิสระเสนารักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองนครนายก พ.อ.โฆษิต พิพัฒนปัญญา นายกสมาคมพัฒนาเศรษฐกิจไทย-จีน ตงเหม็ง นายอนิรุทธ์ สิงสิริ ผู้ชำนาญการประจำตัวสมาชิกวุฒิสภา และนายเกรียงไกร จันทร์หงส์ ผู้ช่วยสมาชิกวุฒิสภา เข้าร่วม

โดยมี พ.ต.อ.มงคล โท้เป๋า ผกก.สภ.บ้านนา พร้อมข้าราชการตำรวจให้การต้อนรับและรับมอบ เพราะการดูแลผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลประชาชน คืออีกหนึ่งพลังสำคัญในการสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงาน

ร้านตัดผมแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียง “สถานที่ให้บริการ” แต่สะท้อนถึง ความร่วมมือ ความห่วงใย และการแบ่งเบาภาระของเจ้าหน้าที่ตำรวจในระดับพื้นที่ เพื่อให้ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มีกำลังใจในการทำหน้าที่เพื่อประชาชนอย่างเต็มกำลัง

สภบ้านนา #นครนายก #สวัสดิการตำรวจ #ตำรวจเพื่อประชาชน #ขวัญกำลังใจ #อังกูรคล้ายคลึง #ร่วมพัฒนาสังคม #เพื่อผู้พิทักษ์สันติราษฎร์


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าว อาวุโส สำนักข่าวความมั่นคง รายงาน

ท็อป วราวุธ พร้อมด้วย ชาดา ซาบีดา ร่วมแจกทานปันสุขวันเกิดแม่ กิมลี้ อู่ทอง

สุพรรณบุรี – สองบ้านใหญ่ รมว. ท็อป วราวุธ สุพรรณบุรี พร้อมด้วย ชาดา ซาบีดา อุทัยธานี อดีต มท.2 ควง ลูกสาว รมว.กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมแจกทาน ข้าวสารอาหารแห้ง ถุงปันสุข 4,000 ชุดให้ประชาชนเนื่องใน วันเกิดแม่กิมลี้ มารดา สจ.คนดังแห่งเมืองสุพรรณบุรี

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุสาหกรรม, นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี อดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทย, นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, นายสรชัด สุจิตต์ สส.สุพรรณบรี เขต 1 ร่วมอวยพรครบรอบวันคล้ายวันเกิด 75 ปี, คุณแม่กิมลี้ เรืองสุขอุดม มารดาของ นายปริญญา เรืองสุขอุดม (ส.อบจ.) เขต 4 อำเภออู่ทอง พร้อมกับร่วมกันแจกทานข้าวสารอาหารแห้ง ถุงปันสุข ให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย พื้นที่อำเภออู่ทอง จำนวน 4,000 ชุด ณ ที่บ้านตั้งเจริญ หมู่ 6 ต.อู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุสาหกรรม กล่าวว่าวันนี้ได้มากับนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี อดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้มาร่วมอวยพรวันเกิดให้กับคุณแม่กิมลี้ เรืองสุขอุดม จึงขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ครอบครัวเรืองสุขอุดม เครารพนับถือ ได้โปรดดลบันดาลให้คุณแม่ และครอบครัวนั้น มีสุขกาย สุขภาพใจที่แข็งแรง เป็นร่วมโพธิ์ร่มไทรให้กับลูกหลาน เป็นกำลังสำคัญ ทั้งกำลังกายกำลังใจ ให้กับลูกหลานในการทำงานให้กับจังหวัดสุพรรณบุรี ให้กับประเทศไทยตลอดไปและมีความสุขกายและสุขใจ ที่สมบูรณ์แข็งแรง จะได้อยู่ดูแลลูกหลานอย่างยาวนานตลอดไป

ขณะที่ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี อดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทย กล่าวอวยพรคุณแม่กิมลี้ เรืองสุขอุดม ว่าไม่มีอะไรมาก ของให้แม่มีความสุข สุขภาพแข็งแรง ลูกหลานอยู่ในโอวาสดังใจปรารถนาทุกอย่าง ขอให้มีความสุขมากๆ

ด้านนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอวยพร คุณแม่กิมลี้ เรืองสุขอุดม ว่าด้วยครอบครัวไทยเศรษฐ์ ความรักความผูกพันกับครอบครัวเรืองสุขอุดม ทุกๆเทศกาลและสงกรานต์ จะมารดน้ำขอพรคุณย่ากิมลี้ ทุกปี เพราะว่ามีความเคารพนับถือกันมายาวนาน ในโอกาสครบรอบ 75 ปี โอกาสนี้ขออวยพรให้คุณย่ากิมลี้มีความสุข เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้พวกเราไปนานๆ และจะนำคำสอนของคุณย่ามาปรับใช้ พร้อมขอให้คุณย่าสวย เป็นสาวงาม 2,000 ปี ตลอดไป

นอกจากนี้ยังมีนาย นิทัศน์ ลีอารีย์กุล รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี นายอรรถพล สุวรรณศร ประธานสภา อบจ.สุพรรณบุรี นาย นิยม ภานุมาสวิวัฒน์ ส.อบจ.เขต 1 อำเภออู่ทอง ผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ประชาชนเดินทางมาร่วมอวยพรกันอย่างคับคั่ง ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่น


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

ประจวบคีรีขันธ์ เตรียมย้อนวันวาน เปิดมนต์เสน่ห์ “ถนนสู้ศึก” สัมผัสกลิ่นอายเมืองเก่า ผ่านเสียงเพลงลูกกรุง การแต่งกายย้อนยุค และไฮไลท์ “ลีลาศกลางถนนสู้ศึกกับฟลอร์เต้นรำที่ยาวที่สุด”

ประจวบคีรีขันธ์ – เตรียมย้อนวันวาน เปิดมนต์เสน่ห์ “ถนนสู้ศึก” สัมผัสกลิ่นอายเมืองเก่า ผ่านเสียงเพลงลูกกรุง การแต่งกายย้อนยุค และไฮไลท์ “ลีลาศกลางถนนสู้ศึกกับฟลอร์เต้นรำที่ยาวที่สุด”

วันที่ 17 ส.ค. 2569 ที่ร้าน ART CAFÉ GRANDMA’ HOUSE อำเภอเมือง จังหวัดประ จวบคีรีขันธ์ พันจ่าเอกพัณณ์ภัสส์ สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อม นาย สราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, นายกมล แก้วเทศ
นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์, นางสาววรกานต์ ถาวร รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบคีรีขันธ์, นายกิตติศักดิ์ จั่นเพชร ประธานคณะกรรมการถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก, ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบ คีรีขันธ์, นางสาววันชัยนาอ์ วัฒนาวงศาน วัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, นายธรรมรัตน์ สิงห์ศรี ปลัด อบจ.ประจวบคีรีขันธ์, นางรัชนีวรรณ พรมเล็ก ปลัดเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน แขกผู้มีเกียรติ ร่วมแถลงข่าว เตรียมสร้างสีสันให้กับถนนสู้ศึกอีกครั้ง กับงาน “ย้อนวันวาน มนต์เสน่ห์สู้ศึก” ภายใต้แนวคิด “เสน่ห์วันวาน…เมืองแห่งเรื่องเล่า” ระหว่างวันที่ 3–4 กันยายน 2569 เวลา 16.00–22.00 น. ณ ถนนสู้ศึก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เทศบาลเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ เตรียมสร้างสีสันให้กับถนนสู้ศึกอีกครั้ง กับงาน “ย้อนวันวาน มนต์เสน่ห์สู้ศึก” ภายใต้แนวคิด “เสน่ห์วันวาน…เมืองแห่งเรื่องเล่า” ณ ถนนสู้ศึก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ที่หลงใหลในเสน่ห์ของวันวาน มาร่วมสัมผัสบรรยากาศเมืองเก่า ผ่านเสียงเพลง การแต่งกาย กิจกรรม และเรื่องราวของเมืองประจวบฯ ในรูปแบบร่วมสมัย

งานครั้งนี้มุ่งนำเสน่ห์ของอดีตกลับมามีชีวิตอีกครั้ง โดยเปลี่ยนพื้นที่ถนนสู้ศึกให้กลายเป็น “ถนนแห่งความทรงจำ” ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศย้อนยุค แสงไฟสวยงาม ดนตรีลูกกรุง การแสดง และมุมถ่ายภาพที่ชวนให้ผู้มาเยือนได้เก็บภาพความประทับใจ

ไฮไลท์สำคัญของงาน คือ “ฟลอร์ลีลาศกลางถนนสู้ศึก” ที่จะเปลี่ยนพื้นที่ใจกลางงานให้กลายเป็นฟลอร์เต้นรำย้อนยุค ท่ามกลางเสียงเพลงลูกกรุงและบรรยากาศแสงไฟยามค่ำคืน พร้อมการแสดงลีลาศจากนักเต้นในชุดย้อนยุค และกิจกรรมเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้ามาร่วมเต้นได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นนักเต้นมืออาชีพ

อีกหนึ่งสีสันที่ไม่ควรพลาด คือ “Vintage Ballroom Show” การแสดงลีลาศที่จะถ่ายทอดเสน่ห์ของงานเต้นรำในอดีต ผ่านจังหวะเพลงและเครื่องแต่งกายย้อนยุค ก่อนเปิดพื้นที่ให้ผู้ร่วมงานได้ออกมาเต้นรำและสนุกไปพร้อมกัน

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การแสดงย้อนยุค ดนตรีลูกกรุง ตลาดย้อนยุค การประกวดแต่งกายย้อนยุค กิจกรรมสำหรับครอบครัว ร้านค้าชุมชน และจุดถ่ายภาพย้อนวันวาน เพื่อให้ผู้ร่วมงานทุกวัยสามารถเข้ามาสัมผัสบรรยากาศและมีส่วนร่วมกับงานได้ตลอดทั้งสองวัน

“ย้อนวันวาน มนต์เสน่ห์สู้ศึก” จะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยสร้างสีสันให้กับย่านเมืองเก่าของประจวบคีรีขันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสร้างประสบการณ์ใหม่ในการท่องเที่ยว ผ่านการนำเรื่องราวและเสน่ห์ของอดีตมาถ่ายทอดในรูปแบบที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่

ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมแต่งกายย้อนยุค ฟังเพลงลูกกรุง ชมการแสดง ถ่ายภาพ และที่สำคัญ…“จับมือคนที่คุณรัก แล้วออกมาเต้นลีลาศใต้แสงดาว”


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

ตร.ภูธร ภาค 7 รับการตรวจประเมิน สภ.ห้วยยาง ผลการปฎิบัติงาน โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปี พ.ศ.2569

ประจวบคีรีขันธ์ – ตร.ภูธร ภาค 7 รับการตรวจประเมิน สภ.ห้วยยาง ผลการปฎิบัติงาน โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปี พ.ศ.2569

วันที่ 17 ส.ค. 2569 ที่ศาลาประชาคมบ้านน้ำตก ม.11 ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จัง หวัดประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์, พ.ต.อ.ศิริชัย ไชยดี รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์, พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง, พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รอง ผกก.ป.สภ.ห้วยยาง, พ.ต.ท.กฤษดา เหนี่ยวพึ่ง สวป.สภ.ห้วยยาง, พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ รัศมี สว.อก.สภ.ห้วยยาง, ชป.ตำบลยั่งยืน สภ.ห้วยยาง พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย และผู้นำชุมชน ประกอบด้วย นายธวัชชัย แดงฉ่ำ นายก อบต.ห้วยยาง, นางสาวณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุข อ.ทับสะแก, นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง รักษาราชการแทน นายอำเภอทับสะแก, นางรัตนากร ศรวัฒนา พัฒนาชุมชนอำเภอทับสะแก, นายชาตรี วณิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง, น.ส.อุษณีย์ ทอดสนิท กำนันตำบลห้วยยาง, นางพัชชา แดงฉ่ำ ผู้ใหญ่บ้าน ม.3, นาย สมศักดิ์ ถ้ำลอย ส.อบต.ห้วยยาง, นาง แววมณี จีนอ่ำ เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน ผู้แทน สกร.อำเภอทับสะแก, ผู้แทน ฉก.จงอางศึก, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน, อสม., คณะกรรมการคุ้ม ม.3, ม.11 ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก ให้การต้อนรับคณะรับการตรวจประเมินผลการปฎิบัติงาน โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปี พ.ศ.2569 ของ ตำรวจภูธรภาค 7

นำโดย พ.ต.อ.สุภาพ วัยนิพิฐพงษ์ รอง ผบก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.จรรยวรรธน์ วิเศษชูชาติกุล รอง ผบก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.ภูวดิท คงเพ็ชร ผกก (สอบสวน) บก.สส.ภ.7 พร้อมคณะตรวจประเมิน ภ.7

สภ.ห้วยยาง ได้ดำเนินงานโครงการตำบลยั่งยืน ประจำปีงบประมาณ 2569 ที่บ้านทุ่งยาว ม.3 และบ้านน้ำตกสายหนึ่ง ม.11 ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับการตรวจประเมิน จาก ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นลำดับที่ 1 นับว่าเป็นปีที่ 4 ที่ดำเนินโครงการนี้แล้วดีเด่นเป็นลำดับที่ 1. ของจังหวัด

ในวันนี้ (17ส.ค.69) ได้รับการตรวจประเมินจากคณะตรวจประเมินของตำรวจภูธรภาค 7 ซึ่งผลการดำเนินการ ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย ทุกภาคส่วน ร่วมกันสร้างความรัก ความอบอุ่นให้กับชุมชนของตนเอง ส่งเสริมการศึกษาให้ผู้บำบัดได้เรียนต่อ ส่งเสริมอาชีพให้มีรายได้และมีเงินเหลือใช้เพิ่มมากขึ้น ด้วยความรักความปรารถดีจากเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการตำบลยั่งยืน สภ.ห้วยยาง


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

กาญจนบุรี รวมพลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทลายเครือข่ายยาเสพติด ยึดยาบ้ากว่า 3.7 หมื่นเม็ด ตามยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติดให้สิ้นซาก

กาญจนบุรี รวมพลัง ปกครองตำรวจ ทหาร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทลายเครือข่ายยาเสพติด ยึดยาบ้ากว่า 3.7 หมื่นเม็ด ตามยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติดให้สิ้นซาก

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 16.00 น. ที่บริเวณหน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ ภายใต้ “ยุทธการผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด” (Operation 90 Days) โดยมี พล.ต.ต. พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี

พล.ต.สหัสดนย์ ธเนศชัยพิทักษ์ รอง ผบ.นบ.ยส.17 ร่วมกับฝ่ายปกครอง กอ.รมน.จังหวัดกาญจนบุรี หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชาย แดนภาคตะวันตก และกองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4 แถลงผลการปฏิบัติงานร่วมกัน

การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเชิงรุกของรัฐบาลที่มุ่งบูรณาการหน่วยงานความมั่นคง ทั้งตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง เพื่อตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่อย่างเด็ดขาด โดยยุทธการดังกล่าวมีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2569

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 เวลา 16.40 น.เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบจากสายข่าวว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติดบริเวณลานจอดรถเกาะรัตนกาญจน์ ต.บ้านเหนือ อ.เมืองกาญจนบุรี โดยใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้า PCX สีดำ จึงวางกำลังซุ่มสังเกตการณ์ กระทั่งพบรถต้องสงสัยขับเข้ามาจอด เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าค้นและจับกุม นายประยงค์ หรือ “โย” อายุ 46 ปี ชาว อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี

จากการตรวจค้นรถจักรยานยนต์ฮอนด้า PCX สีดำ ทะเบียน 1กส 3458 ราชบุรี พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ 11 มัด (ประมาณ 22,000 เม็ด) ก่อนขยายผลเข้าตรวจค้นห้องเช่าของผู้ต้องหาในพื้นที่ หมู่ 1 ต.ท่ามะกา อ.ท่ามะกา พบยาบ้าเพิ่มเติมอีก 7 มัด 5 ถุง (ประมาณ 15,000 เม็ด) และยาบ้าสำหรับเสพอีก 12 เม็ด รวมของกลางยาบ้าทั้งสิ้น 37,012 เม็ด พร้อมยึดโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง

ชั้นสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่าสั่งซื้อยาบ้ามาจากเพื่อนที่รู้จักกันสมัยถูกคุมขังในเรือนจำ ซึ่งรับยามาจากเครือข่ายฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน บริเวณชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายประยงค์ เป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ 543/2569 ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ในข้อหาสมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดอีกด้วย

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อการค้า, เสพยาเสพติดประเภท 1 และมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนส่งตัวพร้อมของกลางให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลเพื่อกวาดล้างผู้ร่วมขบวนการต่อไป


//#ทีมข่าวภาคตะวันตก

นายก อบจ.นครปฐม เป็นประธานเปิดโครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพเพื่อพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของสตรีดอนตูม จ.นครปฐม ปีงบประมาณ 2569

นายก อบจ.นครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพเพื่อพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของสตรีตำบลดอนตูม จังหวัดนครปฐม ประจำปีงบ ประมาณ พ.ศ.2569

วันพุธที่ 19 สิงหาคม 2569 นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพเพื่อพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของสตรีตำบลดอน ตูม จังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 พร้อมด้วย นางวิลาสินี สะสมทรัพย์ ภริยา, สมาชิกสภาฯ, หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ อบจ.นครปฐม ณ อุทยานการอาชีพชัยพัฒนา อ.เมืองนครปฐม

โดย อบจ.นครปฐม จัดทำโครงการดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้มีการรวมกลุ่มอันก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ยกระดับความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นและส่งเสริมประชาชนให้เห็นความสามารถของกลุ่มสตรี


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

กรมทางหลวงชนบท จัดประชุม โครงการ ฯ ระดมความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ เพื่อเพิ่มศักยภาพโครงการเครือข่ายสายทางในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคกลาง

กรมทางหลวงชนบท จัดประชุม โครงการ ฯ ระดมความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ เพื่อเพิ่มศักยภาพโครงการเครือข่ายสายทางในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคกลาง

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 เวลา 09:00 น .ที่ ห้องสังขละบุรี 1 โรงแรมริเวอร์แคว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี นายวลาวัต บินอุมาร์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทกาญจนบุรี ได้เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมระหว่างกาล (lnterim Meeting) โครงการศึกษาความเหมาะสมเส้นทางโลจิสติกส์ เชื่อมโยง จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี

โดยมี ผศ.ดร.ปรีชา พิชยาพันธ์ ผู้จัดการโครงการ กล่าววัตถุประสงค์ ของการจัดโครงการ และขึ้นบรรยาย วัตถุประสงค์และที่มาของโครงการศึกษาความเหมาะสมเส้นทางโลจิสติกส์ เชื่อมโยง ทั้ง 3 จังหวัด ฯ ให้ผู้ร่วมประชุม ได้เข้าใจ และรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุม การดำเนินงานของโครงการ ฯ เพื่อนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่มาปรับปรุงผลการศึกษา ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ทั้งนี้มีหน่วยราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา สถานพยาบาล องค์กรอิสระ (NGO) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ผู้ประกอบการธุรกิจ ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากโครงการ ผู้นำชุมชน และสื่อมวลชน ที่มาจาก 3 จังหวัดภาคกลาง ที่เข้าร่วมประชุม

ภายในการประชุมได้เปิดเวที ให้ผู้ร่วมประชุม สื่อมวลชน ได้ซักถามถึงข้อกังวลสงสัย ไขข้อข้องใจ และเสนอความคิดเห็น ต่อโครงการ ฯ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของโครงการ ฯ ทางผู้จัดโครงการ จะตอบข้อเสนอแนะ ครบทุกข้อเพื่อเป็นประโยชน์ ต่อการดำเนินการ ในชั้นต่อไป

ทั้งนี้ในการดำเนินงานของโครงการ กรมทางหลวงชนบท ได้ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่โครงการ ซึ่งเป็นการเพิ่มศักยภาพของโครงข่ายสายทางในพื้นที่จังหวัดจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี เพื่อพัฒนาให้เป็นเส้นทางโลจิสติกส์ เป็นการยกระดับถนนให้มีความสะดวกและปลอดภัย ในการเดินทางต่อเติมโครงข่ายการคมนาคมขนส่งให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยที่ปรึกษาจะดำเนินการจัด ประชุมระหว่างกาล (nterim Meeting) เพื่อนำเสนอรายละเอียดแนวเส้นทางและรูปแบบการพัฒนาโครงการ พร้อมทั้งรับฟัง ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะในการดำเนินงานโครงการ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการนำไป ประกอบการศึกษา กรมทางหลวงชนบท โดยแขวงทางหลวงชนบทกาญจนบุรีต่อไป

ครอบครัวศิลปอาชา มอบที่ดินมูลค่า 150 ล้าน สร้างโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราชแห่งที่สอง

สุพรรณบุรี – “ครอบครัวศิลปอาชา” มอบที่ดิน 92 ไร่ มูลค่า 150 ล้าน ให้ กระทรวงสาธารณสุข สร้างโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราชแห่งที่สอง ขยายขีดความสามารถ-รองรับการรักษาชาวสุพรรณบุรี ได้มากขึ้น “วราวุธ” สานต่อปณิธาน “บรรหาร” ลั่น มีอีกหลายร้อยไร่ ไม่พอให้บอก

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี วันที่ 20 ส.ค.69 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานพิธีเปิด ศูนย์บริการผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สาขาวัดกุฎีทอง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี, นายสรชัด สุจิตต์ สส.สุพรรณบุรี เขต 1พรรคภูมิใจไทย และรองประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร, นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี เขต 2 พรรคภูมิใจไทย, นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สส.สุพรรณบุรี เขต 4 พรรคภูมิใจไทย, นายนพดล มาตรศรี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, นายแพทย์รัฐพล เวทสรณสุธี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี, นายแพทย์อิทธิพล จรัสโอฬาร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช, คณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธี

นายพัฒนา กล่าวว่า โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สาขาวัดกุฎีทอง ที่ตั้งขึ้นเพื่อเพิ่มศักย ภาพในการให้บริการและขยายโอกาสในการเข้าถึงการให้บริการด้านสุขภาพแก่ผู้ป่วยนอก (OPD) ให้มีคุณภาพและความทันสมัย ลดความแออัด ลดระยะการรอคอยในโรงพยา บาล ตลอดจนเพิ่มศักยภาพของหน่วยให้บริการต่างๆ ให้สามารถบริการได้อย่างหลากหลาย เชื่อมั่นว่า ศูนย์แห่งนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการให้บริการได้

นายพัฒนา ให้สัมภาษณ์ว่า โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราชเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ มีศักยภาพสูง แต่พบว่ามีผู้ป่วยนอกจำนวนมาก วันหนึ่งกว่า 3 พันราย เพื่อลดความแออัดของโรงพยาบาล ทางกระทรวงสาธารณสุขจึงร่วมกับ สส.ในพื้นที่ โดยการนำโรงเรียนเก่าและปัจจุบันไม่มีนักเรียนแล้วมาปรับปรุงเป็นศูนย์บริการผู้ป่วยนอก ภายใต้สังกัดโรงพยาบาลเจ้า พระยายมราช ปัจจุบันรองรับผู้ป่วยนอกได้ 300-400 คนต่อวัน เป็นการแบ่งเบาภาระโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราชได้เป็นอย่างดี ทางกระทรวงสาธารณสุขมองว่า การกระจายตัวของศูนย์ให้บริการผู้ป่วยนอกจะเป็นการแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่อยู่พื้นที่ชั้นในได้ นอกจากนี้ ในอนาคตพื้นที่แห่งนี้ยังมีพื้นที่ที่จะขยายการบริการเพิ่มเติมได้ กำลังมองความเป็นไปได้ที่จะขยายเป็นศูนย์ฉายแสงต่างๆ เพิ่มเติมในอนาคต ต้องขอบคุณ สส.ในพื้นที่สุพรรณบุรี ที่มองเห็นความต้องการประชาชนและช่วยกันผลักดัน กระทรวงสาธารณสุขพร้อมที่จะทำงานกับ สส.ในพื้นที่ และกระบวนการต่างๆ ข้ามกระทรวงเช่นเดียวกัน

จากนั้นคณะได้เดินทางไปที่หอประชุมมหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรี อำเภอเมืองสุพรรณบุรี โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย ดร.สุวรรณา ศิลปอาชา ภรรยา และครอบครัวศิลปอาชา มอบที่ดินจำนวน 92 ไร่ มูลค่ากว่า 150,000,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช เพื่อใช้ในการสร้างโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราชแห่งที่สอง และศูนย์การแพทย์ฟื้นฟูและการดูแลผู้สูงอายุครบวงจร เจ้า พระยายมราช โดยมีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีรับมอบ มีนายสรชัด สุจิตต์ สส.สุพรรณบุรี เขต 1พรรคภูมิใจไทย และรองประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร, นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี เขต 2 พรรคภูมิใจไทย, นายประภัตร โพธสุธน สส.สุพรรณบุรี เขต 5 พรรคภูมิใจไทย, นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สส.สุพรรณบุรี เขต 4 พรรคภูมิใจไทย, นายนพดล มาตรศรี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นายแพทย์รัฐพล เวทสรณสุธี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี, นายแพทย์อิทธิพล จรัสโอฬาร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช, สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธี

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่าที่ดินที่มอบให้กับกระทรวงสาธารณสุขสามารถแบ่งเบาภาระจากโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช ที่อยู่ในตัวเมืองสุพรรณบุรี ทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขดูในวิดีทัศน์จะเห็นว่าโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราชแห่งที่สอง มีเฮลิแพด (ลานจอดเฮลิคอปเตอร์) และมีเฮลิคอปเตอร์ด้วย ถ้าท่านจะจัดครุภัณฑ์ ซื้อเฮลิคอปเตอร์ให้โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช ก็ไม่ขัดข้อง แต่ทั้งนี้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง ที่ตนเลือกที่ดินแปลงนี้ให้ เพราะส่วนหนึ่งของที่ดินติดกับมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ซึ่งในอนาคตหากมีงบประมาณ สามารถจะเชื่อมต่อการทำงานกันได้ เป็นการสานฝันของพ่อบรรหารและครอบครัวศิลปอาชา ตั้งแต่รุ่นพ่อมาจนถึงรุ่นตน

จากนั้นนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เป็นประธานเปิดคิกออฟโครงการอาสาพยาบาล (อสพ.) จังหวัดสุพรรณบุรี มีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมพร้อมทั้งเยี่ยมเสริมพลังบุคลากรเจ้าหน้าที่ทางสาธารณสุข และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.

จากนั้นนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เยี่ยมชมที่ดิน ซึ่งจะใช้ในการก่อสร้างโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราชแห่งที่สอง และศูนย์การแพทย์ฟื้นฟูและการดูแลผู้สูงอายุครบวงจร เจ้าพระยายมราช ซึ่งจะเป็นประโยชน์และขยายขีดความสามารถในการรองรับและให้บริการทางการแพทย์แก่ชาวสุพรรณบุรีได้มากขึ้นในอนาคต

โดยที่ดินผืนนี้ จะมีการนำไปสร้างอาคารผู้ป่วยนอก 5 ชั้น ขนาด 3 ไร่ 9,796 ตารางเมตร, อาคารผู้ป่วยวิกฤติและผู้ป่วยใน 5 ชั้น ซึ่งใช้พื้นที่ก่อสร้างประมาณ 2 ไร่ พื้นที่ใช้สอย 4,682 ตารางเมตร, อาคารผู้ป่วยในและผู้ป่วยวิกฤติ (ดูแลผู้สูงอายุ) 6 ชั้น ใช้พื้นที่ก่อสร้างประมาณ 6 ไร่ พื้นที่ใช้สอย 10,700 ตารางเมตร, อาคารสนับสนุน 3 ชั้น ใช้พื้นที่ก่อสร้างประมาณ 2 ไร่ พื้นที่ใช้สอย 3,714 ตารางเมตร, บ้านพักอาศัย 2 ชั้น 2 หลัง ใช้พื้นที่ก่อสร้างประมาณ 1 ไร่, อาคารพักอาศัย 4 ชั้น ใช้พื้นที่ก่อสร้างประมาณ 3 ไร่, ระบบประปา ใช้พื้นที่ก่อสร้างประมาณ 2 ไร่, ระบบบำบัดน้ำเสีย ใช้พื้นที่ก่อสร้างประมาณ 5 ไร่


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี