27-30 ตุลาคม นี้ ขอเชิญร่วมงาน “NRCT Forum 2025” เนื่องในโอกาส วช. ครบรอบ 66 ปี

27-30 ตุลาคม นี้ ขอเชิญร่วมงาน “NRCT Forum 2025” เนื่องในโอกาส วช. ครบรอบ 66 ปี เชิญเยี่ยมชมตลาดงานวิจัย พื้นที่สร้างสรรค์การเรียนรู้ กิจกรรมจากงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาประเทศ ณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.)

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยา ศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดแถลงข่าวการจัดงาน “NRCT Forum 2025” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา (วช.) ครบรอบ 66 ปี โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนัก งานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) เป็นประธานในพิธี ณ ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศกลางด้านวิทยา ศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ (วช.)

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา (วช.) ครบรอบ 66 ปี ได้กำหนดจัดกิจกรรมภายใต้ชื่องาน “NRCT Forum 2025” ซึ่งมุ่งเน้นการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์การเรียนรู้ให้กับผู้ใช้ประโยชน์จากงานวิจัย พร้อมด้วย นักประดิษฐ์ นักวิจัย ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องจากหน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก (วช.) ได้ร่วมนำเสนอผลงาน ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา (วช.) ได้พัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาในระดับประเทศ โดยเฉพาะการผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรม ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง โดยภายในงานมีกิจกรรมที่หลากหลายและน่าสนใจ อาทิ การจัดแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยและนวัตกรรม การมอบรางวัล “NRCT Award” ให้แก่ผลงานวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก (วช.) ที่มีความโดดเด่น พร้อมกับกิจกรรม Highlight เช่น

  • การแข่งขันโดรนสำหรับเยาวชน”หนูน้อยจ้าวเวหา Young Pilot Coding Challenge : Special Edition”
  • กิจกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย”Invention to Business (I-2B) – Success & Beyond”
  • นิทรรศการ “งานวิจัยขายได้” พื้นที่สำหรับการช็อป ชิม และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากผลงานวิจัย
  • นิทรรศการของเล่นไม้เพื่อการเรียนรู้
  • นิทรรศการ “ถ่ายทอดเฉดสีอัตลักษณ์ของวัดอารามหลวง” เชื่อมโยงมรดกทางศิลปวัฒนธรรมเข้ากับงานวิจัยและพื้นที่สร้างสรรค์ส่งเสริมการเรียนรู้ เช่น หอจดหมายเหตุ (วช.), หอศิลป์ร่วมสมัยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, NRCT Art & Science Gallery, ศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดกทางวัฒนธรรม, NRCT Learning Space, ศูนย์พัฒนาสิ่งประดิษฐ์เพื่ออนาคตและความยั่งยืน, ศูนย์เกษตรวิถีเมือง นำเสนอองค์ความรู้และต้นแบบการเกษตรเมืองอย่างยั่งยืน, ศูนย์จัดการความรู้และถ่ายทอดผลงานวิจัย เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์งานวิจัยอย่างแพร่หลาย

ต่อมาเป็นการเสวนาพิเศษ หัวข้อ “66 ปี (วช.) ผสานพลังองค์ความรู้ เชิดชูคุณค่านักวิจัย ยกระดับอนาคตไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” โดยมีนักวิจัยร่วมเสวนา อาทิ รศ.ดร.น้ำฝน ไล่ศัตรูไกล สมาคมเพื่อการพัฒนาศิลปะและหัตถศิลป์ไทย นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ นายระพี บุญบุตร ผู้จัดการ บ.อาทิตย์จักรกล และ ดร.กฤติเดช อนันต์ บริษัท ดี แอนด์ ที โกลบอล จำกัด กล่าวถึงผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจาก (วช.) พร้อมมานำเสนอและจัดแสดงในงานวันสถาปนาครบรอบ (วช.) 66 ปี ในครั้งนี้ โดยเน้นให้เห็นถึงการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมไปต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์

ทั้งนี้ งาน NRCT Forum 2025 ในวันคล้ายวันสถาปนา วช. ครบรอบ 66 ปี ภายใต้แนวคิด “66 ปี (วช.) สานพลังองค์ความรู้ เชิดชูคุณค่านักวิจัย ยกระดับอนาคตไทยด้วยวิจัยและนวัต กรรม” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-30 ตุลาคม 2568 ณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ทาง https://66years.nrct.go.th


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กกท. และกองทุนฯ พร้อมเดินหน้าผลักดันสมาคมฯ หนุนกีฬาอีสปอร์ต ต่อยอดการเพิ่มและพัฒนาบุคลากรกีฬาผ่านโครงการ “Domestic Power”

กกท. และ กองทุนฯ พร้อมเดินหน้าผลักดันสมาคมฯ หนุนกีฬาอีสปอร์ต ต่อยอดการเพิ่มและพัฒนาบุคลากรกีฬาผ่านโครงการ “Domestic Power”

วันที่ 20 ตุลาคม 2568 : สมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย โดยนาย สันติ โหลทอง นายกสมาคมฯ จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว “โครงการกีฬาเพื่อสร้างสังคมที่แข็งแรง สร้างอาชีพและรายได้ กีฬาเพื่อสร้างศักยภาพของประเทศ “Domestic Power” การพัฒนาเยาวชน Youth Development ประจำปี 2568” ชนิดกีฬาอีสปอร์ต ขึ้นที่ Thailand Esports Staium เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568

โดยได้รับเกียรติจาก นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดโครงการในครั้งนี้ โดยมี นายเกื้อ ชูศรี ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาภูมิภาค และ นายพันธุปรี ดาบเงิน ผู้อำนวยการกองพัฒนากีฬาภูมิภาค ร่วมเป็นสักขีพยาน

สำหรับโครงการ “โครงการกีฬาเพื่อสร้างสังคมที่แข็งแรง สร้างอาชีพและรายได้ กีฬาเพื่อสร้างศักยภาพของประเทศ “Domestic Power” การพัฒนาเยาวชน Youth Development ประจำปี 2568” ซึ่งในส่วนของกีฬาอีสปอร์ต ได้แบ่งการดำเนินงานตามโครงการเป็น 3 หัวข้อหลักคือ 1.การจัดการแข่งขันระดับชาติ,2.การจัดอบรมระดับชาติ และ 3.การส่งอบรมและการประชุมในต่างประเทศ ซึ่งแบ่งแผนงานออกเป็น 7 ด้านด้วยกันคือ

  1. การอบรมพัฒนาองค์ความรู้สำหรับนักกีฬาอีสปอร์ต
  2. การอบรมพัฒนาองค์ความรู้สำหรับผู้ตัดสินกีฬาอีสปอร์ต
  3. การอบรมพัฒนาองค์ความรู้สำหรับผู้ฝึกสอน
  4. การสร้างรากฐานพัฒนาบุคลากรสู่วงการอีสปอร์ตมืออาชีพ 5 ภาค
  5. การแข่งขันอีสปอร์ตชิงแชมป์ระดับเยาวชน (ESport Youth League) เพื่อมุ่งสู่ระดับอาชีพ 5 ภาค และ รอบชิงชนะเลิศ
  6. ศูนย์บ่มเพาะนักกีฬาอีสปอร์ตตั้งแต่ระดับเยาวชนสู่ระดับอาชีพ (E-Sports Excellent Center)
  7. การสร้างพื้นที่และโอกาสของเยาวชนไทยเพื่อต่อยอดสู่ระดับนานาชาติ โดยการนำนักกีฬาอันดับ 1 จากการแข่งขันอีสปอร์ตชิงแชมป์ระดับเยาวชน (ESport Youth League) เพื่อมุ่งสู่ระดับอาชีพ 5 ภาค และ รอบชิงชนะเลิศ ประเภททีมชาย/ทีมหญิง จากประเภทเกม Mobile Legends Bang Bangส่งเข้าร่วมบูสแคมป์ระดับนานาชาติในฐานะตัวแทนทีมชาติไทย ณ ประเทศฟิลิปปินส์

ซึ่งการแข่งขันอีสปอร์ตชิงแชมป์ระดับเยาวชน (ESport Youth League) ในปีนี้ ได้รับถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระบาทพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นเกียรติยศอันสูงสุดและเป็นครั้งแรกของทางสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย และยังมีเงินรางวัลรวมทุกรายการมูลค่ากว่า 600,000 บาท พร้อมสิทธิ์ในการเข้าร่วมบูสแคมป์ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ทั้งประเภทชาย และ หญิง

โดยระยะเวลาในการดำเนินการ “โครงการกีฬาเพื่อสร้างสังคมที่แข็งแรง สร้างอาชีพและรายได้ กีฬาเพื่อสร้างศักยภาพของประเทศ “Domestic Power” การพัฒนาเยาวชน Youth Development ประจำปี 2568” ชนิดกีฬาอีสปอร์ต อยู่ระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2568 สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมการอบรม และแข่งขัน สามารถติดตามได้ที่แฟนเพจของ สมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย หรือ TESF ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีอัญเชิญ กิ้วอ๊วงฮุกโจว เปิดมณฑลพิธีภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง เนื่องในงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีอัญเชิญกิ้วอ๊วงฮุกโจว เปิดมณฑลพิธีภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง เนื่องในงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2568 พร้อมจัดบริการอาหารเจแก่สาธุชนฟรี ตั้งแต่วันนี้-29 ตุลาคม 2568 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2568 เวลา 12.45 น. มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการฯ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการฯ,นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการฯ,นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิกฯ,นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการฯ,คณะกรรมการฯ,ผู้ช่วยกรรมการฯ ร่วมในพิธีอัญเชิญกิ้วอ๊วงฮุกโจว (เทพเจ้า 9 องค์ หรือนัยหนึ่ง คือ ดาวพระเคราะห์ทั้ง 9 ดวง) เปิดมณฑลพิธีงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2568 โดยคณะสงฆ์อนัมนิกาย วัดอุภัยราชบำรุง (วัดญวนตลาดน้อย) โดยมี ดร.เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์ ภริยาประธานกรรมการ ผู้บริหาร ศิษยานุศิษย์ สาธุชน เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครมูลนิธิฯ ร่วมในพิธี ณ ภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

เนื่องในเทศกาลกินเจ ประจำปี 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญชวนศิษยานุศิษย์และสาธุชนทุกท่าน ร่วมถือศีล อิ่มบุญ อิ่มใจ ศีลกินผัก ละเว้นเนื้อสัตว์ โดยตลอดเทศกาลกินเจ มูลนิธิฯ จัดให้มีบริการอาหารเจ [บรรจุใส่ถุง] แก่ประชาชนฟรี วันละ 2 มื้อ (เช้า และ กลางวัน) เริ่มมื้อเที่ยงของวันที่ 20 ตุลาคม-29 ตุลาคม 2568 ณ บริเวณทางเข้าสำนักงานมูลนิธิฯ ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ขอความกรุณาประชาชนผู้เข้ารับบริการอาหารเจ นำถุงหิ้ว/ถุงผ้า มาบรรจุอาหารด้วยทุกครั้ง

นอกจากนี้ ขอเชิญทุกท่านสักการะหลวงปู่ไต้ฮง เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยระหว่าง 21-29 ตุลาคม 2568 จะมีพิธีสวดชัยมงคลคาถา ภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง โดย คณะสงฆ์อนัมนิกาย วัดอุภัยราชบำรุง (วัดญวนตลาดน้อย) รวมทั้งขอเชิญทำบุญประทีปโคมไฟ (เต็งลั้ง) ถวายหลวงปู่ไต้ฮงเพื่อความเจริญรุ่งเรือง

และในวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม 2568 เวลา 18.00 น. มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดจัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์รอบนอกศาลเจ้าไต้ฮงกง ตั้งจิตอธิษฐานขอพรจากเทพเจ้าเพื่อเป็นสิริมงคล โดยเชื่อว่าเมื่อรับพรจากเทพเจ้าแล้ว จะทำให้จิตใจเบิกบาน ผ่องแผ้ว มีแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรือง จึงขอเชิญชวนสาธุชน ร่วมพิธีในวันและเวลาดังกล่าว [ทั้งนี้ เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูฝน ผู้มีจิตศรัทธาที่ประสงค์เข้าร่วมพิธี โปรดตรวจสอบสภาพอากาศก่อนการเดินทาง พร้อมจัดเตรียมอุปกรณ์ เตรียมพร้อมสำหรับการเข้าร่วมพิธี]

ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วิชชั่นใหม่ ระดมสมองจัดเสวนา “ทางเลือก ทางรอด ทางออกประเทศไทย” เตรียมตั้ง “พรรคของประชาชน” ชูธง “โปร่งใส” นำการเมือง

วิชชั่นใหม่ ระดมสมอง! จัดเสวนา “ทางเลือก ทางรอด ทางออกประเทศไทย” เตรียมตั้ง “พรรคของประชาชน” ชูธง “โปร่งใส” นำการเมือง

กรุงเทพมหานคร – เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กลุ่มวิชชั่นใหม่ ได้จัดการเสวนาภายใต้หัวข้อ “ทางเลือก ทางรอด ทางออกประเทศ ไทย” กับกลุ่มวิชชั่นใหม่ (พ.ร.บ.โปร่งใส) เพื่อระดมความคิดเห็นจากแกนนำและตัวแทนทั่วประเทศในการแก้ไขวิกฤตชาติด้านการเมือง เศรษฐกิจ กฎหมาย และปัญหาคอร์รัปชัน

งานนี้นำโดย นายพิเชษฐ์ สถิรชวาล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและอุตสาห กรรม ในฐานะประธานกลุ่มวิชชั่นใหม่ พร้อมด้วยแกนนำคนสำคัญ อาทิ พล.ต.ต.วิญญู อำนวยสมบัติ อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ และ นายณัฐพล เนืองชมพู อดีตสมาชิกวุฒิสภา

ระดมสมองหาทางออกประเทศ : ย้ำ พรรคต้องเกิดจากฐานราก
ในช่วงเช้า มีการเสวนาในหัวข้อเดียวกัน โดยมี ดร.ณัฐพล เนื่องชมพู เป็นพิธีกร และมีวิทยากรร่วมเสวนาอย่างเข้มข้น ได้แก่ ดร.ดวง อันทะไชย อดีต สว.ร้อยเอ็ด,ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิรุจิลาลัย อดีต สว.-สส.,พล.ต.ต.วิญญู อำนวยสมบัติ และ นายนิวัติ แก้วล้วน อดีตเลขาธิการสภาทนายความ

นายพิเชษฐ์ สถิรชวาล เปิดเผยว่า การรวมตัวของอดีตนักการเมืองและข้าราชการที่เกษียณอายุแล้วในวันนี้ มีจุดร่วมเดียวกันคือ ความห่วงใยต่อประเทศชาติ และต้องการร่วมกันหาทางออกที่ดีที่สุด เนื่องจากปัจจุบันประเทศกำลังเผชิญกับเส้นทางที่ซับซ้อน ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และรูปแบบการเมืองที่เปลี่ยนไปจากอดีต โดยเฉพาะแนวคิด “วาระเพื่อยุทธศาสตร์” ที่แตกต่างจากหลายประเทศทั่วโลก

นายพิเชษฐ์ฯ ย้ำว่า “เราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงพรรคการเมืองได้ หากต้องการหาทางออกที่แท้จริง” ดังนั้น กลุ่มวิชชั่นใหม่ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมตัว และคาดว่าจะประกาศจัดตั้ง “พรรคการเมืองของประชาชน” อย่างเป็นทางการในเดือนหน้า โดยพรรคนี้จะไม่ใช่พรรคของกลุ่มหรือบุคคลใด แต่เป็นพรรคที่นโยบายทุกอย่างต้องเริ่มจากฐานรากและประชาชนต้องรับรู้ก่อนประกาศใช้ ซึ่งต่างจากแนวทางเดิมที่นำไปสู่ความผิดพลาดและขาดการสนับสนุน “ประสบการณ์คือเข็มทิศ ความโปร่งใสคือพลังที่จะขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้าได้อย่างมั่นคง” นายพิเชษฐ์กล่าวทิ้งท้าย

▪︎ ชี้ “สแกมเมอร์” คือภัยความมั่นคงของชาติ
ด้าน พล.ต.ต.วิญญู อำนวยสมบัติ ได้เน้นย้ำถึงปัญหา “สแกมเมอร์” ว่าได้ยกระดับเป็นภัยระดับโลกที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีเดิม เนื่องจากโครงสร้างภาครัฐยังขาดการบูรณาการข้อมูล โดยเปรียบเทียบว่า “สแกมเมอร์ทำงานด้วยระบบ 10G แต่ภาครัฐเรายังอยู่แค่ 5G”

พล.ต.ต.วิญญูฯ เสนอ 2 แนวทางแก้ไขที่ต้องทำทันที คือ :
▪︎ ยกระดับการจัดการสแกมเมอร์เป็น “ภัยความมั่นคงของชาติ” เพื่อให้ทุกหน่วยงานทำงานร่วมกันได้อย่างไม่มีข้อจำกัดทางกฎหมาย
▪︎ โฟกัสที่ “ธนาคาร” เพื่อควบคุมบัญชีม้าที่เป็นจุดเริ่มต้นและจุดจบของกระบวนการทั้งหมด

“ถ้าเรายกระดับเรื่องนี้เป็นภัยความมั่นคง ผมเชื่อว่าใน 1 ปี เราจะหยุดขบวนการนี้ได้”

“ณัฐพล” ชู “ปฏิรูปการศึกษา” และ 6 นโยบายหลัก
ในช่วงบ่ายของการเสวนา ยังคงเน้นย้ำถึง “ทางเลือก ทางรอด ทางออกประเทศไทย” โปร่งใส โดยมี ดร.รัชฎะ สมรทินกร เป็นพิธีกร และ พล.ต.ต.วิญญู อำนวยสมบัติ กับ ดร.ณัฐพล เนื่องชมพู ร่วมเสวนา

ดร.ณัฐพล เนื่องชมพู อดีต สว.บึงกาฬ กล่าวว่า การเมืองไทยปัจจุบันเป็น “การเมืองแบบรางสังหรณ์” คือความหวังที่ไม่ค่อยสำเร็จ ดังนั้นพรรคการเมืองที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริงจะต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น

ดร.ณัฐพลฯ ได้เปิดเผยนโยบายหลักที่จะผลักดัน โดยเฉพาะ “การปฏิรูปการศึกษา” ที่จะนำเทคโนโลยี AI มาช่วยยกระดับคุณภาพ เพื่อสร้างคน สร้างงาน และวางแผนเส้นทางชีวิตได้ตั้งแต่ระดับมัธยมต้น ส่วนนโยบายเศรษฐกิจ จะน้อมนำ “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” มาเป็นกรอบ พร้อมเสนอให้ภาครัฐแต่งตั้งทูตเศรษฐกิจเพื่อขยายโอกาสการส่งออก

▪︎ กลุ่มวิชชั่นใหม่ มีนโยบายหลักรวม 6 ด้าน ได้แก่

  1. ความมั่นคง: ปกป้องแผ่นดิน เสริมสร้างความปลอดภัยชายแดนและป้องกันการลักลอบเข้าเมือง โดยไม่ปิดกั้นการค้าชายแดน
  2. การศึกษา : พัฒนาระบบให้สอดคล้องกับยุคใหม่และประยุกต์ใช้ AI
  3. เศรษฐกิจและปากท้อง : เกษตรกรต้องมีสิทธิ์ในการกำหนดราคาสินค้า ไม่ใช่ถูกกำหนดโดยพ่อค้าคนกลางหรือรัฐ
  4. กฎหมาย : ปฏิรูปกฎหมายเพื่อสร้าง “ความเสมอภาค” และยุติธรรมที่ไม่มีสองหรือสามมาตรฐาน
  5. สิทธิมนุษยชนและความยุติธรรม : สร้างระบบยุติธรรมที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
  6. การพัฒนาสังคม : ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและขับเคลื่อนประเทศ

รายละเอียดเชิงลึกของนโยบายทั้งหมดจะมีการเปิดเผยอีกครั้งในเวทีเปิดตัวพรรค “วิชชั่นใหม่” อย่างเป็นทางการในอนาคต

วิชชั่นใหม่ #ทางรอดประเทศไทย #พรรคการเมืองของประชาชน #การเมืองโปร่งใส #แก้วิกฤตชาติ #ระดมสมอง #พิเชษฐ์สถิรชวาล #วิญญูอำนวยสมบัติ #ณัฐพลเนืองชมพู


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“หลักสูตรการจัดการเศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ สำหรับผู้บริหารระดับสูง” เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้-15 ธันวาคม 2568

เปิดรับสมัครแล้ว “หลักสูตรการจัดการเศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ สำหรับผู้บริหารระดับสูง” เสริมสร้างวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์และทักษะการบริหารเพื่อขับเคลื่อน Soft Power ของไทยสู่เวทีโลก ผ่านการเรียนรู้เชิงลึก และกิจกรรมดูงานเครือข่ายผู้บริหารระดับสูง ระยะเวลาอบรม: 13 มกราคม – 26 พฤษภาคม 2569 วันเรียน: ทุกวันอังคาร เวลา 13.00 – 17.00 น. สมัครได้ที่: www.creamssru.com

หลักสูตรเน้น “5F” ตามกรอบของกระทรวงวัฒนธรรม ได้แก่ Food, Film, Fashion, Fighting, Festival มุ่งสร้างผู้นำระดับสูงที่พร้อมใช้ Soft Power ของไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศ

โครงสร้างหลักสูตร (18 สัปดาห์ / 104 ชั่วโมง)

  1. Creative Economy
  2. Soft Power Management
  3. เทคนิคขับเคลื่อน Creative Economy & Soft Power
  4. เทคนิคการสื่อสารและสร้างการมีส่วนร่วมเชิงสร้างสรรค์
  5. การศึกษาดูงานในประเทศ (4 ครั้ง)
  6. การทำโครงงานกลุ่มเชิงปฏิบัติการ พร้อมการนำเสนอผลงาน

สถานที่และเวลาอบรม

ทุกวันอังคาร 13.00 – 17.00 น. โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ เซ็นเตอร์ ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ

ค่าธรรมเนียม

  • ตลอดหลักสูตร: 80,000 บาท (ไม่รวมศึกษาดูงานต่างประเทศ)
  • ดูงานต่างประเทศ (ประเทศญี่ปุ่น): ประมาณ 65,000 บาท

กำหนดการสำคัญ

  • เปิดรับสมัคร: ถึง 15 ธันวาคม 2568 (16.30 น.)
  • ประกาศรายชื่อ: 22 ธันวาคม 2568
  • ยืนยันเข้าร่วมอบรม: 22–26 ธันวาคม 2568
  • ปฐมนิเทศและลงทะเบียน: ณ สถานที่อบรม (ถ่ายภาพทำเนียบรุ่น)

📞☎️ผู้ประสานหลักสูตร : รศ.ดร.รจนา จันทราสา (ออโอ้) 094-415-5949 ,คุณพรทิพย์ เรืองปราชญ์ 081-834-5346


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วีระ-สารวัตรแรมโบ้ บุกบ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว ทวงผืนแผ่นดินไทย วีระ ฟาด 40 ปี นิ่งเฉย ไม่ทำอะไร

วีระ-สารวัตรแรมโบ้ บุกบ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว ทวงผืนแผ่นดินไทย วีระ ฟาด 40 ปี นิ่งเฉย ไม่ทำอะไร

บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว เป็นของไทย เดิมใช้เป็นที่พักพิงชั่วคราวให้หนีภัยเขมรแดง มีคนไทยในพื้นที่ต้องเสียพื้นที่นาให้เขมรเหล่านี้เข้ามายึดครองเป็นของตนเองและพวกพ้องที่อพยพกันเข้ามาเกือบ 40 ปีมาแล้ว มันนานจนเขมรเขาขี้โกง อ้างว่าอยู่มานานแล้วทำที่อยู่อาศัยแบบถาวร จะมาอ้างว่าครอบครองปรปักษ์ก็คงไม้ได้ เพราะเขาคือคนต่างชาติไม่ใช่คนไทย ไทยไม่ได้ให้สิทธิ์ต่างชาติเข้ามาครอบครอง ไทยอดทนอดกลั้นมานานหลายปี ช่วยเหลือแท้ๆ เขมรยังรุกล้ำ แล้วมันถึงเวลานานแล้วที่จะเอาพื้นแผ่นดินของไทยกลับคืนมา

วีระ ผนึกกำลัง “สารวัตรแรมโบ้” พ.ต.อ.สุรเดช เจษฎาเดช บุกบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ทวงคืนผืนแผ่นดินไทยที่เขมรยึดครองมานานเกือบ 40 ปี พร้อมให้กำลังใจทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และประชาชนในพื้นที่ ยืนหยัดจะร่วมกับชาวบ้านทวงคืนผืนแผ่นดินไทยคืนมาให้จงได้

วีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายต้านคอรัปชั่น กล่าวว่า แผ่นดินไทย ไม่ยอมยกให้เขมรเด็ดขาด ที่นี่มันแผ่นดินไทย เขมรมันอยู่แผ่นดินไทยมา 40 กว่าปีแล้ว เขมรมันบุกรุก เจ้าของบ้านจะทวงคืนมันผิดตรงไหน รัฐบาลไทย กองทัพไทย จัดการไม่ได้ ก็ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนต้องจัดการ  อย่ามาใช้คำพูดว่า ม๊อบจะไปบุกไปชนเขา มันไม่ใช่ม๊อบชนม๊อบ อย่าไปพูดอย่างนั้น เราต้องจัดการอย่างเด็ดขาด เพื่อทวงผืนแผ่นดินไทยของเรา

พ.ต.อ.สุรเดช เจษฎาเดช หรือ “สารวัตรแรมโบ้” กล่าวว่า วันนี้เรามวลชนคนไทย ลุยเลย! จัดการเลย พวกนี้มันดื้อด้าน มันเป็นลูกหลานพระยาละแวก ในอดีตพระยาละแวก (กษัตริย์เขมร) ถูกสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พระองค์ดำ) จับตัวและตัดพระเศียรเอาเลือดสดมาล้างพระบาทพระองค์ท่าน โทษฐานทรยศ เนรคุณต่อพระองค์ท่านและแผ่นดินสยามประเทศ แอบลักลอบยกกองทัพเขมรเข้าตีกรุงศรีอยุธยาถึง 2 ครั้ง ในยามที่กรุงศรีอยุธยามีศึกสงครามติดพันกับกรุงหงสาวดีของพม่า หากเที่ยวหน้าถ้ามีรบกันอีกครั้ง ทหารกองทัพไทยเราสูญเสียทหารกล้า 1 นาย เขมรจะต้องสูญเสียกว่า 1,000 ศพ ผมมั่นใจว่าทางกองทัพไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดน่าจะลุยเลย ผมมั่นใจเลย มันต้องออก ไม่ออกไม่ได้ ผมเชื่อในฝีมือและขีดความสามารถของกองทัพไทยอันเกรียงไกรไม่แพ้ชาติใดในโลก โดยเฉพาะในเรื่องของความรักชาติรักแผ่นดิน มีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว และความสามารถเฉพาะตัวสูงมาก ถ้าทำจริงทุกอย่างจบ ของพลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ยากกว่านี้ ใช้เวลาแค่ 4-5 วัน ยังยึดได้เกือบหมดเลย ถ้ารัฐบาลไม่ตกลงหยุดยิง ผมมั่นใจว่าแกบุกไปถึงพนมเปญ ถ้าให้เวลา ผมฝากถึงทางผู้ใหญ่ในบ้านเมืองและทางกองทัพ ข้าราชการทหาร ตำรวจ ทั้งรัฐบาล ว่า เราต้องเอาอย่างจริงจัง ให้เขมรรู้ศักยภาพของเรา

ครั้งหนึ่งคุณวีระ สมความคิด เคยมาช่วยชาวบ้านหนองจาน ชาวบ้านหนองหญ้าแก้ว พร้อมชาวบ้านและคณะ เข้าไปตรวจดุูในเขตพื้นที่บ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้า ถูกทหารเขมรพร้อมอาวุธหลายคนเข้าจับกุมในเขตอธิปไตยของแผ่นดินไทย ในวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ.2557 ไม่มีผู้ใดในรัฐบาลยื่นมือเข้าช่วย คุณวีระฯ และคณะถูกดำเนินคดีขังคุกนานถึง 3 ปี 8 เดือน ในขณะจองจำมีพวกกลุ่มคนเขมรในเรือนจำจ้องทำร้ายและฆ่าปิดปากหลายครั้ง จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“ปากลัดโมเดล”จุดประกายพหุวัฒนธรรมอยู่ร่วมอย่างสันติ–สสสส.15 สถาบันพระปกเกล้า ผนึกทุกภาคส่วนสร้างชุมชนต้นแบบแห่งสังคมยั่งยืน

“ปากลัดโมเดล” จุดประกาย! พหุวัฒนธรรมอยู่ร่วมอย่างสันติ–สสสส.15 สถาบันพระปกเกล้า ผนึกทุกภาคส่วนสร้างชุมชนต้นแบบแห่งสังคมยั่งยืน

วันที่ 18 ตุลาคม 2568 ที่โรงเรียนวัดทรงธรรม ตำบลปากลัด อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ จัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ “การเรียนรู้และความเข้าใจในความหลากหลายทางวัฒนธรรมของชุมชนปากลัด” ภายใต้โครงการ “การเสริมสร้างสังคมสันติสุขในการอยู่ร่วมกันบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม” โดยมีนางอารีรัตน์ สุนทรเสนาะ วัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานในพิธี

ความร่วมมือนี้เกิดจากการบูรณาการของหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ศาสนา การศึกษา และภาคประชาสังคม อาทิ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการ ภาคประชาคมปากลัด วัดดวงหทัยนิรมลของแม่พระ โรงเรียนอำนวยวิทย์ โรงเรียนเซนต์แมรี่ โรงเรียนสามัคคีธรรมอิสลาม และศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชชุมชนมุสลิม–มลายู ดำเนินงานโดยนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเสริมสร้างสังคมสันติสุข (สสสส.) รุ่นที่ 15 กลุ่ม TRUST สถาบันพระปกเกล้า

ภายในงานมี ดร.ถวิลวดี บุรีกุล อดีตรองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า, นายวีรภัคร คันธะ (ส.ส.เดียร์ พระประแดง),อาจารย์โชติมา ยะกาศคะนอง ประธานภาคประชาคมปากลัด และ นายสมชาย จรรยา อุปนายกสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมกิจกรรมการแสดงพหุวัฒนธรรม การเสวนาระหว่างวัย และพิธีมอบรางวัล “สื่อศิลปะวัฒนธรรมปากลัด” บนแพลตฟอร์ม TikTok

ตัวแทนนักศึกษาหลักสูตร สสสส. กลุ่ม TRUST กล่าวว่า โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความเข้าใจและการยอมรับความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ศาสนา และวัฒนธรรมของชุมชนปากลัด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความโดดเด่นทางวัฒนธรรม ทั้งไทย มอญ มุสลิม และจีน โดยร่วมกันอนุรักษ์และสืบสานศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตดั้งเดิม พร้อมพัฒนาพื้นที่ให้เป็น “ศูนย์การเรียนรู้พหุวัฒนธรรม” ที่คนทุกกลุ่มสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้และทำกิจกรรมร่วมกันอย่างสร้างสรรค์

นอกจากนี้ ยังเน้นการเสริมบทบาทผู้นำชุมชนและเยาวชนให้เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนแนวคิดพหุวัฒนธรรมสู่วิถีการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน โรงเรียน และประชาชน เพื่อพัฒนาชุมชนบนพื้นฐานของความเข้าใจในอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมร่วมกัน

“ปากลัดโมเดล” จึงถูกยกให้เป็นต้นแบบของพื้นที่พหุวัฒนธรรมที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขและเข้มแข็ง สะท้อนพลังของความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ศาสนา และวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน ความแตกต่างกลายเป็น “ทุนทางสังคม” ที่หล่อเลี้ยงความสามัคคี และเป็นรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน

พิธีลงนามครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการขับเคลื่อนแนวทาง “Multicultural Development” หรือ “การพัฒนาชุมชนบนฐานพหุวัฒนธรรม” เพื่อให้ชุมชนปากลัดก้าวขึ้นเป็นพื้นที่ต้นแบบของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับชุมชนทั่วประเทศในการสร้างสังคมไทยที่สงบสุข เข้มแข็ง และงดงามด้วยความหลากหลายอย่างแท้จริง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“ปะทะเดือด” 8 นักมวยไทยชาย-หญิง เจ้าบ้านพรัอมรับการมาเยือน 8 นักมวยไทยจากถิ่นกระทิงดุประเทศสเปน ในศึก “CFN CADIZ FIGHT NIGHT” ครั้งที่ 5 ดวลเดือดที่สนามมวยลุมพินี ในวันเสาร์ที่ 1 พ.ย.2568

“ปะทะเดือด” 8 นักมวยไทยชาย-หญิง เจ้าบ้านพรัอมรับการมาเยือน 8 นักมวยไทยจากถิ่นกระทิงดุประเทศสเปน ในศึก “CFN CADIZ FIGHT NIGHT” ครั้งที่ 5 ดวลเดือดที่ สนามมวยลุมพินี ในวันเสาร์ที่ 1 พ.ย.2568

วันที่ 18 ต.ค.2568 ที่ ห้องประชุมชั้น 2 สนามมวยลุมพินี มิสลอร่า คาซาลิลล่า ประธานจัด การแข่งขัน ร่วมด้วยนายฐิติวัฒน์ ธีระเดชพงศ์ หรือ “เดียร์ เกียรติเพชร” โปรโมเตอร์จัดการแข่งขัน และนายเกียรติ กัญจนศิริกุล กรรมการสักขีพยานจาก IBF สหพันธ์มวยนานาชาติ มวยไทย ร่วมกันแถลงข่าวการจัดการแข่งขันศึกมวยไทยนัดพิเศษ ไทย-สเปน ในรายการ “CFN CADIZ FIGHT NIGHT” ครั้งที่ 5 โดยมิสลอร่า คาซาลิลล่า ประธานจัดการแข่งขันหญิงแกร่งจากเมืองคาดิซ กล่าวว่า” มวยไทยเป็นศิลปการต่อสู้ที่แพร่หลายและได้รับความนิยมไปทั่วโลก เมือคาดิซซึ่งยู่ทางตอนใต้ของสเปนก็เช่นกันที่ตอบรับกระแสความร้อนแรงของศิลปการต่อสู้แขนงนี้ และชาวคาดิซก็เป็นนักสู้ในสายเลือดและชื่นชอบในการฝึกฝนมวย ไทย แต่การเรียนรู้อย่างลึกซึ้งที่แท้จริงก็คงต้องเรียนรู้จากเจ้าของศิลปการต่อสู้แขนงนี้ นั่นคือการแข่งขันที่ประเทศไทย และขึ้นชกกับนักมวยไทย จึงเป็นที่มาของการจัดการแข่งขันในรายการนี้

ทางด้านนายฐิติวัฒน์ ธีระเดชพงศ์ โปรโมเตอร์จัดการแข่งขันมั่นใจว่า นักมวยไทยชาย-หญิงที่จัดให้ขึ้นชกในรายการนี้มีความแข็งแกร่ง มีความชำนาญในแม่ไม้มวยไทยครบเครื่อง และจะสามารถต่อสู้กับนักมวยไทยผู้มาเยือนจากประเทศสเปนได้อย่างสนุกแน่นอน

ส่วนนายเกียรติ กัญจนศิริกุล สักขีพยานจาก IBF ก็แสดงความมั่นใจว่า “คู่เอกในรายการชิงแชมป์โลกมวยไทยรุ่นเฟเธอร์เวท (57 ก.ก.) IBF Muay Thai กำหนด 5 ยกระหว่าง คาร์ ลอส โคเอลโญ่ นักมวยไทยจากถิ่นกระทิงดุ กับนักชกไทยเจ้าถิ่น รุ่งสายัณห์ จะเป็นการแข่ง ขันที่สนุกไม่ทำให้แฟนมวยที่เข้ามาชมต้องผิดหวังอย่างแน่นอน

ศึกมวยไทยรายการพิเศษ ไทย-สเปน “CFN CADIZ FIGHT NIGHT” ในวันที่ 1 พ.ย.2568 ที่สนามมวยเวทีลุมพินี เริ่มชกตั้งแต่ 18.00 น.

  • คู่ 1 คู่มวยไทยหญิงพิกัด 58 ก.ก. กำหนด 3 ยก หงษ์พลอยเล็ก (ไทย) พบกับ อาเดรียน่า มาร์ติเนซ (สเปน)
  • คู่ 2 คู่มวยหญิงพิกัด 55 ก.ก. กำหนด 3 ยก ข้าวฟ่าง (ไทย) พบกับ บลังก้า อิบาเนซ (สเปน)
  • คู่ 3 พิกัด 67 ก.ก. กำหนด 5 ยก ปีใหม่ (ไทย) พบกับ ฮอร์เก้ ปาสตอร์ (สเปน)
  • คู่ 4 พิกัด 67 ก.ก. กำหนด 5 ยก ขวัญเอก (ไทย) พบกับ ฮวน มาร์ติเนซ (สเปน)
  • คู่ 5 คู่มวยไทยหญิงพิกัด 58 ก.ก. กำหนด 5 ยก (ยกละ 2 นาที)
  • หงษ์ทอง (ไทย) พบ รีเบคคา โรดริเกวซ (สเปน)
  • คู่ 6 พิกัด 60 ก.ก. กำหนด 5 ยก ก้าวไกล (ไทย) พบกับ ซานโดร มาร์ติน (สเปน)-คู่ 7 พิกัด 55 ก.ก. กำหนด 5 ยก ยอด ไฟต์เตอร์ไทย (ไทย) พบกับ อัลเบิร์ต คัมโปส (สเปน)
  • คู่ 8 คู่เอกชิงแชมป์โลกมวยไทยรุ่นเฟเธอร์เวท 57 ก.ก. IBF Muay Thai กำหนด 5 ยก คาร์ลอส โคเอลโญ (สเปน) พบ รุ่งสายัณห์ (ไทย)

แฟนมวยไทยสนใจการยกทีมปะทะระหว่างนักมวยไทยเจ้าถิ่น กับนักมวยไทยผู้มาเยือนจากถิ่นกระทิงดุประเทศสเปนก็มาร่วมชมร่วมเชียร์กันได้ที่สนามมวยเวทีลุมลินี เริ่มคู่แรก 18.00 น.เป็นต้นไป วันที่ 1 พ.ย.2568 นี้


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

จังหวัดนครปฐม ขับเคลื่อนแผนการดำเนินการสมาพันธ์จังหวัดบูรณาการ จังหวัดนครปฐม

จังหวัดนครปฐม ขับเคลื่อนแผนการดำเนินการสมาพันธ์จังหวัดบูรณาการ จังหวัดนครปฐม

วันที่ 22 ตุลาคม 2568 ณ ห้องประชุมทับแก้ว ชั้น 5 อาคาร 4 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม โดยมี นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานการประชุม ร่วมกับรศ.นพ. ป่วน สุทธิพินิจธรรม รองประธานสมาพันธ์จังหวัดบูรณาการเพื่อการควบคุมยาสูบ (สจบ.) และนพ. คมกริบ ผู้กฤตยาคามี รองประธานโครงการสมาพันธ์จังหวัดบูรณาการเพื่อการควบคุม (เครือข่ายพื้นที่ภาคกลาง) พร้อมทั้ง นพ. วิโรจน์ รัตนอมรสุกล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม นายกองโท ดร. อภิชา ไชยพรชลิดา นายอำเภอเมืองนครปฐม ประชาสัมพันธ์จังหวัด และผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และสถานประกอบการภาคเอกชน เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้

จังหวัดนครปฐม เป็นสมาชิกสมาพันธ์จังหวัด จังหวัดที่ 33 จาก 40 จังหวัด (เป็นสมาพันธ์ จังหวัดบูรณาการของเขตสุขภาพที่ 5 มีจังหวัด ราชบุรี นครปฐม เป็นสมาชิก ) ปี 67 จังหวัดนครปฐม มีอัตราการสูบบุหรี่ ร้อยละ 12.9 ลดลงจากปี 64 จากร้อยละ 14.2 คาดการณ์ว่า อัตราการสูบบุหรี่ จังหวัด นครปฐม จะลดลง ถ้าทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน ได้ร่วมแรงร่วมใจกันใน การควบคุมยาสูบ โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งสูบกันมากในกลุ่มเด็กและเยาวชน

ในด้านการควบคุมยาสูบ คณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบจังหวัดนครปฐม ได้มีการประชุมพิจารณานโยบาย/แนวทาง และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการในหลากหลายมิติ เช่น การสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และตระหนัก การบังคับใช้กฎหมาย การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ การสร้างเครือข่ายกับทุกภาคส่วน โดยทางสำนักงานสาธารณสุจังหวัดนครปฐม และภาคีเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนแผนงานให้มีประสิทธิภาพ นำไปสู่การลด ละ เลิก บุหรี่ไฟฟ้า อย่างต่อเนื่อง


พล.ต.ท.วัฒนาฯ ผบช.ภ.1 ร่วมจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า ในเขตพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1

ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  ในการป้องกันปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าตำรวจภูธรภาค 1 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1 , สั่งการให้ ข้าราชการตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมกันทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า ในเขตพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 และในเขตพื้นที่ใกล้เคียง /บก.สส.ภ.1 นำโดย พล.ต.ต. วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.พีรศักดิ์ รอดบน รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.มณเทียร เบ้าทอง รอง ผบก.ปฏิบัติราชการ บก.สส.ภ.1,
พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มะอักษร รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ. นภธร วาชัยยุง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.ภ.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน บก.สส.ภ.1 ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาขนบุหรี่ไฟฟ้า ดังต่อไปนี้

นายอภิวัชญ์ หรือโอ๊ต ชูศักดิ์ชินคุณ อายุ 29 ปี อยู่ซ.บางแวก 79 ถ.บางแวก แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ในข้อหา “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของมิได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้าม หรือที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง หรือเป็นของนำเข้ามาในราชอาณา จักรโดยหลีกอากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560” สถานที่จับกุม ซ.บางแวก 79 ถ.บางแวก แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์กล่าวคือ บก.สส.ภ.1 ได้ดำเนินการสืบสวนหาข่าวเกี่ยวกรณีผู้ลักลอบขายหรือผู้ให้บริการบุหรี่ไฟฟ้าผู้นำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า โดยผิดกฎหมาย ชุดสืบสวนได้สืบสวนและทราบว่ามีผู้ที่ลักลอบจำหน่ายประกาศทางสื่อโฆษณาออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชัน X มี ชื่อว่า “High Moon” ได้เปิดให้มีการลักลอบจำหน่ายประกาศขายบุหรี่ไฟฟ้าผสมกัญชาซึ่งเป็นสินค้าต้องห้ามดังกล่าว โดยเปิดเป็นสาธารณะบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ มีช่องทาง การติดต่อผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์ จากการสืบสวนพบว่า นายอภิวัชญ์ หรือโอ๊ต ชูศักดิ์ชินคุณ ผู้ต้องหา เป็นผู้ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าว ให้กับประชาชนทั่วไป จึงได้ทำการสืบสวนขยายผลจนทราบว่า ผู้ต้องหาพักอาศัยและซุกซ่อนบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ของกลางทั้งหมด ไว้ที่บ้านซ.บางแวก 79 ถ.บางแวก แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหา นคร จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลให้ออกหมายค้น

จากนั้นเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 06.00 น. เจ้าพนักงานตำรวจ บก.สส.ภ.1 ได้นำหมายค้นของศาลอาญาธนบุรี ที่ 496/2568 ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2568 เข้าทำการตรวจค้นบ้านซ.บางแวก 79 ถ.บางแวก แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร พบนายอภิวัชญ์ หรือโอ๊ต ผู้ต้องหา แสดงตัวเป็นผู้ครอบครองบ้านหลังดังกล่าว

จากการตรวจค้น พบบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ ทั้งสิ้น 12,500 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท จากการสอบถามผู้ต้องหา ให้การยอมรับว่าบุหรี่ไฟฟ้าทั้งหมด เป็นของตนจริง มีไว้เพื่อลัก ลอบจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไป จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และจับกุม นายอภิวัชญ์ หรือโอ๊ต ผู้ต้องหา ในข้อหา “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของมิได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้าม หรือที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง หรือเป็นของนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกอากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560” และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมด้วยบุหรี่ไฟฟ้าของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สน.หลักสอง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 

ทั้งนี้เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงการกระทำผิดดังกล่าวว่าได้มีกลุ่มบุคคลได้ลักลอบนำบุหรี่ไฟฟ้ามาจัดจำหน่าย ซึ่งอาจทำให้วัยรุ่นและเยาวชนสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย และประชาสัมพันธ์ว่าการมีบุหรี่ไฟฟ้าไว้ในความครอบครอง มีความผิดทางกฎหมาย ทั้งนี้ทางตำรวจภูธรภาค 1 จะดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่กระทำความผิดในลักษณะดังกล่าว โดยใช้มาตราการลงโทษทางกฏหมายในฐานความผิดขั้นสูงสุด เพื่อเป็นแบบอย่างมิให้การกระกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าว และจะดำเนินการจับกุมการกระทำความผิดลักษณะดังกล่าวอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนสืบไป