ทาสยา ฉายเดี่ยวในห้าง สบจังหวะพนักงานเผลอ ฉกเงินศูนย์บริการโทรศัพท์ค่ายดัง ตร.ใช้เวลาไม่ถึง 30 นาที รวบทันควันพร้อมของกลาง

ทาสยาฉายเดี่ยวในห้าง สบจังหวะพนักงานเผลอ ฉกเงินศูนย์บริการโทรศัพท์ค่ายดัง ตร.ใช้เวลาไม่ถึง 30 นาทีรวบทันควันพร้อมของกลาง

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 14.00 น. ศูนย์วิทยุ 191 ได้รับแจ้งจากพนักงานศูนย์บริการโทรศัพท์มือถือค่ายดัง ที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขานครพนม ว่า มีคนร้ายทำทีเข้ามาใช้บริการในศูนย์ อาศัยช่วงจังหวะพนักงานเผลอ ได้ฉกกระเป๋าถือที่วางไว้บนโต๊ะคอมพิวเตอร์ ภายในมีเงินสดจำนวนหนึ่ง โดยมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดภายในร้าน บันทึกเหตุการณ์ขณะก่อเหตุไว้ได้ แต่ไม่ทราบว่าคนร้ายใช้อะไรเป็นพาหนะ และหลบหนีไปเส้นทางใด

ศูนย์วิทยุ 191 จึงประสาน พ.ต.ต.ศักดา ต้นจันทร์ สารวัตรปราบปราม (สวป.) สภ.เมืองนคร พนม พร้อมด้วย ร.ต.อ.สุระชัย นครคำสิงห์ รอง สวป.ฯ เดินทางไปยังศูนย์บริการโทรศัพท์ถือดังกล่าว ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบคนร้ายเป็นชายสวมเสื้อแขนยาวสีดำ สวมทับเสื้อยืดโปโลสีแดง กางเกงสีดำ จึงวิทยุแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ รวมทั้งชุดสืบสวน สภ. เมืองนครพนม ออกติดตามบนถนนและซอยในเขตเทศบาลเมืองนครพนม

กระทั่งมาถึงหน้าโรงแรมลัคกี้ ในซอยกุหลาบทิพย์ ห่างจากห้างจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโล เมตร พบชายลักษณะการแต่งกาย ตำหนิรูปพรรณใกล้เคียงกับคนร้ายในกล้องวงจรปิด ต่างกันตรงที่ไม่ได้สวมเสื้อแขนยาวสีดำ ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จึงเรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบและตรวจค้น ปรากฏว่ามีกระเป๋าคาดเอวสีน้ำตาลอยู่ในถุงพลาสติกขาว ภายในมีเงินสดจำนวน 7,025 บาท จึงสอบถามที่มาที่ไปของเงินจำนวนดังกล่าว แต่ชายผู้ต้องสงสัยไม่สามารถบอกถึงเงินที่เจ้าหน้าที่ตรวจค้นเจอได้ จึงนำตัวไปสอบสวนที่โรงพัก พร้อมเรียกพนักงานในศูนย์มาดูตัว ก็ยืนยันว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันที่ทำทีเข้าไปใช้บริการ โดยนำภาพในวงจรปิดมาเปิดเพื่อยืนยัน ทำให้ชายดังกล่าวจนมุมด้วยหลักฐาน ยอมรับว่าเป็นคนร้ายที่ฉกเงินบนโต๊ะคอมพิวเตอร์ไปจริง

ทราบต่อมาว่าชื่อนายฉัตรชัย อายุ 36 ปี เป็นคน ต.แพด อ.คำตากล้า จ.สกลนคร ให้การว่ามีอาชีพทำงานก่อสร้าง เหตุที่ขับรถจักรยานยนต์คู่ใจมาจากบ้าน ที่ไกลจากตัวจังหวัดนครพนมประมาณ 200 กิโลเมตร เพราะมีปากเสียงทะเลาะกับพ่อ จึงขับมาเรื่อยๆจนมาถึงเมืองนคร พนม บังเอิญเข้าแอพจีวอลเล็ต (G-Wallet) ไม่ได้จึงมาที่ศูนย์เพื่อขอซื้อซิมใหม่ ขณะยืนรอเห็นพนักงานกำลังวุ่นการทำงานอยู่ ก็เหลือบไปเห็นกระเป๋าคาดเอววางอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ จึงเขยิบเข้าไปใกล้ๆก่อนจะคว้ากระเป๋ายัดใส่ถุงพลาสติกสีขาวแล้วเดินออกไปอย่างหน้าตาเฉย ระหว่างขับรถจักรยานยนต์ก็ถอดเสื้อแขนยาวสีดำโยนลงถังขยะ และแวะซื้อเบียร์มาดื่ม 1 กระป๋อง ยังไม่ทันไรก็มาจ๊ะเอ๋รถสายตรวจกลางซอย ก่อนจะถูกควบคุมตัวดังกล่าว

ทางด้าน นางสาว วารุณี (สงวนนามสกุล) หรือมาย อายุ 40 ปี พนักงานให้รายละเอียดว่า นายฉัตรชัยเข้ามาขอซื้อซิมใหม่ เพราะเข้าแอพจีวอลเล็ตไม่ได้ แต่เนื่องจากหน้าจอโทรศัพท์ของนายฉัตรชัยแตก ไม่สามารถแสกนใบหน้ายืนยันตัวตนได้ ทางศูนย์จึงแนะนำให้เปลี่ยนเครื่องใหม่ โดยหาราคาเครื่องที่ถูกสุดประมาณ 7 พันบาท แต่นายมีเงินไม่พอก็พยายามหาโปรโมชั่นที่ลูกค้าจ่ายได้ ขณะกำลังหันหลังหาเครื่องให้อยู่นั้น นายฉัตรชัยก็ฉวยโอกาสตอนเผลอฉกเงินบนโต๊ะทำงานไป แต่คงรีบร้อนจนลืมหยิบบัตรประชาชนไปด้วย จึงกลายเป็นหลักฐานมัดตัว โดยรู้ตัวว่าโดนขโมยกระเป๋า เวลาก็ผ่านไปประมาณ 20 นาที ขณะจะทอนเงินให้ลูกค้าแต่หากระเป๋าไม่เจอ จึงตรวจสอบจากวงจรปิดพบคนร้ายคือชายที่มาขอซื้อซิม ที่เดินออกจากร้านโดยทิ้งบัตรประชาชนไว้ให้ติดตามตัว ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงานได้รวดเร็ว ใช้เวลาไม่ถึง 30 นาทีก็สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้

นอกจากนี้นายฉัตรชัยยอมรับว่า ก่อนเข้าไปใช้บริการเพิ่งเสพยาเสพติดมา 2 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงตรวจหาสารเสพติดในร่างกายพบเป็นสีม่วง พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ลักทรัพย์ผู้อื่นโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือเพื่อการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับ กุม พ่วงด้วยข้อหาเสพยาเสพติดในขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โทรศัพท์ #มือถือ #ค่าย #ห้างสรรพสินค้า #เสื้อโปโล #จักรยานยนต์ #เบียร์


ฟร้องข่าวด่วน นครพนม รายงาน

เพชรบูรณ์ ระดมกวาดล้างอาชญากรรมรับลอยกระทง

เพชรบูรณ์ – ระดมกวาดล้างอาชญากรรมรับลอยกระทง! “ผบก.สารนัย” นำปล่อยแถว ตร.-ทหาร-ฝ่ายปกครอง สร้างความมั่นใจให้ประชาชน

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ณ ลานหน้าอาคารที่ทำการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ พล.ต.ต. สารนัย คงเมือง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงเทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2568 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับประชาชน โดยมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานความมั่นคง ทั้งภาครัฐและภาคประชาชน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มี นายสมพงษ์ หอมสนิท ปลัดจังหวัดเพชรบูรณ์, พันเอก ณฑี ทิมเสน ผู้แทนกองพลทหารม้าที่ 1, พันเอก ภูเบศ บมาแก้ว ผู้แทนมณฑลทหารบกที่ 36, พันเอก ธรรมรัตน์ เหรียญทอง ผู้แทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเพชรบูรณ์ ตลอดจนข้าราชการตำรวจจากทุกสถานีในสังกัด ทหาร ฝ่ายปกครอง และสื่อมวลชนเข้าร่วมในพิธี

พล.ต.ต.สารนัย กล่าวว่า เนื่องในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งเป็นวันลอยกระทง สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความห่วงใยในความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ จึงกำหนดมาตรการระดมกวาดล้างอาชญากรรม และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อให้ประชา ชนสามารถร่วมกิจกรรมได้อย่างปลอดภัย ทั้งในชีวิตและทรัพย์สิน

โดยการระดมกวาดล้างในครั้งนี้ มุ่งเป้าไปที่การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท ทั้งคดีอาญาทั่วไป ยาเสพติด อาวุธปืน การพนัน การแข่งรถในทางสาธารณะ รวมถึงการลักลอบจำหน่ายพลุ ดอกไม้ไฟ และโคมลอย พร้อมทั้งเพิ่มความเข้มข้นในการดูแลพื้นที่จัดงานลอยกระทงทุกแห่งทั่วจังหวัด “ขอให้ทุกหน่วยร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน และเพื่อให้จังหวัดเพชรบูรณ์เป็นพื้นที่ปลอดภัยในทุกเทศกาล” พล.ต.ต.สารนัย กล่าวย้ำ

จากนั้น ได้มีพิธีปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ออกปฏิบัติภารกิจตามแผนระดมกวาดล้างอาชญากรรมทั่วจังหวัดเพชรบูรณ์อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางเสียงหวีดไซเรนและบรรยากาศแห่งความมุ่งมั่นในการรักษาความสงบเรียบร้อยช่วงเทศกาลลอยกระทงปีนี้


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ จังหวัดนครราชสีมา

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการฝึกทหารใหม่ ผลัดที่ 2/2568 ในพื้นที่จังหวัด นครราชสีมา เพื่อรับฟังการรายงานความก้าวหน้าการฝึกฯ และให้โอวาทแก่ทหารใหม่

ในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้พบปะ พูดคุยและให้กำลังใจทหารใหม่ พร้อมเน้นย้ำให้หน่วยฝึกดำเนินการฝึกตามระเบียบแบบธรรมเนียมทหาร และปฏิบัติตามนโยบายของกองทัพบกอย่างเคร่งครัด อีกทั้งให้ความสำคัญกับการดูแลทหารใหม่ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และความเป็นอยู่ เพื่อวางรากฐานสู่การเป็นทหารที่มีความเข้มแข็ง มีระเบียบวินัย และภาคภูมิใจในการรับใช้ชาติ


กองทัพภาคที่2

ตำรวจรวบ รถบรรทุกขนบุหรี่ไฟฟ้ากว่าแสนชิ้น มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท

ตำรวจรวบรถบรรทุกขนบุหรี่ไฟฟ้ากว่าแสนชิ้น มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท

วันนี้ (31 ตุลาคม 2568) เวลา 10.30 น. พล.ต.ต.เกรียงศักดิ์ นุ่นเกลี้ยง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธนพล เยาวพักตร์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรจุฬาภรณ์ และชุดสืบสวน จัดแถลงข่าวผลการจับกุมคดีลักลอบขนบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึด ของกลางบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 133,120 ชิ้น มูลค่าประเมินกว่า 12 ล้านบาท ซึ่งถูกซุกซ่อนอยู่ภายในรถบรรทุกไม่ประจำทาง ยี่ห้อฮีโน่ สีเทา หมายเลขทะเบียน 71-5679 สงขลา

เหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณ หน้าที่พักสายตรวจบ้านควนมุด ถนนสายบ่อล้อ–ลำทับ ตำบลควนมุด อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช หลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่าจะมีการขนสินค้าผิดกฎหมายผ่านเส้นทางดังกล่าว จึงวางแผนสกัดจับและตรวจสอบจนพบของกลางจำนวนมากภายในรถ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ขับรถพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.จุฬาภรณ์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหา “มีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษีสรรพสามิต” และอยู่ระหว่างการขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ

พล.ต.ต.เกรียงศักดิ์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกวาดล้างสินค้าผิดกฎหมายในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าที่แพร่ระบาดในหมู่เยาวชน ซึ่งถือเป็นอันตรายและผิดกฎหมายชัดเจน พร้อมยืนยันว่าจะเร่งขยายผลเพื่อทลายเครือข่ายทั้งหมดให้ได้ในเร็ววัน


ธีรศักดิ์ อักษรกุล รายงาน

ทหารปืนใหญ่ จัดพิธีประดับยศนักเรียนนายสิบ อย่างสมเกียรติ

จังหวัดลพบุรี – ศูนย์การทหารปืนใหญ่ จัดพิธีประดับเครื่องหมายยศสิบตรี และมอบประกาศนียบัตร แก่นักเรียนนายสิบทหารบกหลักสูตร เหล่าทหารปืนใหญ่ อย่างสมเกียรติ ก่อนส่งเข้ารับราชการ ในหน่วยปืนใหญ่ของกองทัพบก ทั่วประเทศ

พลตรี สมศักดิ์ นุตพันธุ์ ผู้บัญชาการศูนย์การทหารปืนใหญ่ ค่ายภูมิพลฯ ต.เขาพระงาม อ.เมือง จ. ลพบุรี เป็นประธาน ในพิธี ประดับเครื่องหมายยศสิบตรี และมอบประกาศนียบัตร แก่นักเรียนนายสิบทหารบกหลักสูตร 1 ปี 6 เดือน เหล่าทหารปืนใหญ่ ตามที่โรงเรียนทหารปืนใหญ่ ได้เปิดการฝึกอบรม หลักสูตรนักเรียนนายสิบทหารบก หลักสูตร 1 ปี 6 เดือน เหล่าทหารปืนใหญ่ รุ่นที่ 28 ประจำปีการศึกษา 2567 ใช้เวลาในการฝึกอบรม 26 สัปดาห์ มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จำนวน 248 นาย

ทั้งนี้ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ แก่นักเรียนนายสิบ เดือน เหล่าทหารปืนใหญ่ ทุกนายที่สำเร็จการศึกษา โดยมีผู้ปกครองเข้าร่วมแสดงความยินดี เป็นจำนวนมาก โดยนักเรียนนายสิบที่สำเร็จการฝึกอบรมไปแล้ว สามารถปฏิบัติหน้าที่ ในกองบังคับการส่วนยิงปืนใหญ่สนาม หมู่ปืนใหญ่ หมู่กระสุน ในศูนย์อำนวยการยิง หมู่ตรวจการณ์หน้า ชุดแผนที่ปืนใหญ่สนาม และสามารถปฏิบัติหน้าที่ในส่วนต่างๆ ของหน่วยยิงปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานได้ ตามที่ได้ฝึกศึกษามา
ทั้งนี้ ผู้บัญชาการศูนย์การทหารปืนใหญ่ ได้นำผู้ร่วมพิธี ร่วมถวายความไว้อาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และยืนไว้อาลัย เป็นเวลา 93 วินาที เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อย่างหาที่สุดมิได้

พร้อมทั้งได้กล่าวให้โอวาท แก่นักเรียนนายสิบที่สำเร็จการศึกษาทุกนาย โดยเน้นย้ำ ให้ประพฤติปฏิบัติตตน เป็นข้าราชการที่ดีของแผ่นดิน ในฐานะบุคลากร รุ่นใหม่ของกองทัพบก และในฐานะทหารของชาติ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง อดทนต่อการทำงานในหน้าที่ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้นำที่ดีมีคุณธรรม ตามรอยเบื้องพระยุคบาท ของ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว อีกด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

งานแถลงข่าวการจัดงาน “วิ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี” การกุศล ครั้งที่ 2

พล.ร.ท.บรรจบ โพธิ์แดง ประธานจัดงานวิ่งการกุศล มอบหมายให้ นายเอกอมร อักษรพิมพ์ บก.นสพ.ยุทธจักรดาวเงิน, นายโยธิน พรหมแตง หน.ศูนย์ข่าวภาคตะวันออก, นายรัฐนนท์ มูลทา (ทนาย.กล้วย) ทนายความประจำศูนย์ข่าวภาคตะวันออก ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน”วิ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี ” การกุศล ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดในวันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569 นี้ ณ สันเขื่อนอ่างเก็บน้ำคลองหลวงรัชชโลทร อำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี แถลงที่ศูนย์ข่าวภาคตะวันออก ซอยทัพพระยา 15 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยมีผู้มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้มาร่วมในงาน นายเอกอมร อักษรพิมพ์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมวิ่งในครั้งนี้นั้นเป็นครั้งที่ 2 แล้วจึงขอเชิญชวนนักวิ่งทุกๆ ท่านที่สนใจออกกำลังกายบรรยากาศเย็นสบายๆ หมอกลงยามเช้า ก้าวเท้าขึ้นเขาไหว้รอยพระพุทธบาท ได้มาร่วมงานกันจึงอยากขอเชิญทุกๆ ท่านได้ซื้อบัตร VIP กับเจ้าหน้าที่ได้เลย โดยทางผู้จัดจะส่งเสื้อวิ่งมาให้ การจัดงานในครั้งนี้จะจัดอย่างสุภาพ เป็นแบบอย่างที่ดีเนื่องจากการเสด็จสรรคตของพระราชินีพันปีหลวงฯ โดยจะปฎิบัติตามระเบียบที่ทางราชการกำหนดทุกประการ จึงเรียนมาเพื่อทราบ เงินรายได้ส่วนหนึ่งมอบเป็นทุนการศึกษาเด็กนักเรียนยากจนโรงเรียนวัดเขานางนม และจัดซื้อรถเข็นมอบให้แก่ผู้พิการ และเชิญทุกท่านไปไหว้รอยพระพุทธบาทจำลองบนเขา วัดเขานางนม จึงเรียนมาเพื่อทราบ

หากท่านใดสนใจก็ติดต่อซื้อบัตรได้ที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ หรือสอบถามโทร….033-641-289,,,08-1961-6054 ได้ในวันเวลาที่ทางราชการกำหนด……”วิเคราะห์เจาะลึก ขุนศึก ทุกวงการ” ยุทธจักรดาวเงิน “ก้าวชึ้นสู่ปีที่ 28”


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
หัวหน้าข่าวภาคตะวันออก รายงาน

ทั่วสารทิศ !! ร่วมบุญงานกฐิน แห่เจ้าอาวาสองค์เก่า วนรอบโบสถ์ ยอดบุญ 3 ล้านกว่า สุดฮือฮา พบเต่าคลานเข้าโบสถ์ร่วมบุญงานกฐิน

อุทัยธานี – ทั่วสารทิศ!! ร่วมบุญงานกฐิน แห่เจ้าอาวาสองค์เก่า วนรอบโบสถ์ ยอดบุญ 3 ล้านกว่า สุดฮือฮา พบเต่าคลานเข้าโบสถ์ร่วมบุญงานกฐิน

วันที่ 02 พ.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานที่วัดหนองผักกาด หมู่ 7 ต.ประดู่ยืน อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ได้จัดงานบุญมหากฐิน อย่างยิ่งใหญ่ โดยมีนายวีระจิตต์ เคลื่อนคล้อย และนายนิตินัย สุกกรี ชมรมฅนรักถิ่น กรุงเทพนนท์ 1 เมืองนนทบุรี เป็นประธานในงานกระฐิน นำยอดเงินบุญโดยรวมมาทั้งหมด สามล้านบาท พร้อมกับชาวบ้านทั่วสารทิศเดินทางมาร่วมงานบุญกันอย่างหนาแน่น โดยชาวบ้านที่มาร่วมงานได้แต่งกายสวมใส่ชุดไทยโซนภาคเหนือ พร้อมกับติดริบบิ้นดำให้กับชาวบ้านที่มาร่วมงาน และยืนไว้อาลัยให้กับพระพันปีหลวง ด้วยความจงรักภักดี

ภายในงาน ได้มีนางรำ มารำถวายให้กับพระพันปีหลวง พร้อมกับแห่หลวงพ่อองค์เสมือนจริง พระครูอุเทศธรรมกิจ อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองผักกาด ที่ได้มรณภาพลง โดยมีจนท.ตำรวจสภ.ลานสัก มาคอยดูแลสังเกตการณ์ภายในงาน เนื่องจากมียอดจำนวนเงินบุญที่สูง รวม3,099,973 บาท

ทั้งนี้ ได้มีชาวบ้านที่มาร่วมงานบุญ พากันฮือฮาได้พบเต่า 1 ตัว มุ่งหน้าคลานช้าๆเดินเข้าไปในโบสถ์ สร้างความฮือฮา และแปลกใจให้กับชาวบุญเป็นอย่างมากเนื่องจากชาวบ้านไม่เคยพบเห็นมาก่อน ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นวันดี ในบุญงานกฐิน ขนาดเต่ายังอยากมาร่วมบุญ


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

โจ๋ต่างถิ่นชวนทะเลาะ ราวีไม่เลิกคู่อริหวั่นความปลอดภัย ลาออกจากวิทยาลัยกลางคัน

นครพนม – โจ๋ต่างถิ่นชวนทะเลาะ ควงมีดดาบ-ขว้างระเบิด ราวีไม่เลิกยิงปืนขู่ คู่อริหวั่นความปลอดภัย ลาออกจากวิทยาลัยกลางคัน

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Wilasinee Kheowsung โพสต์ข้อความว่า “ซื้อกล้องมาติดหน้าบ้านเพื่อให้พวกคุณเกรงใจไม่กล้ามาทะเลาะวิวาทหน้าบ้านของฉัน ผลปรากฎว่า….????” ซึ่งเป็นภาพวัยรุ่นต่างถิ่นจำนวน 5 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายมากัน 2 คัน ส่งเสียงท้าทายวัยรุ่นเจ้าถิ่น ที่นั่งกันอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่งประมาณ 6-7 คน จากนั้นก็จอดรถพร้อมอาวุธมีดดาบยาว และขว้างปาวัตถุคล้ายระเบิดใส่วัยรุ่นที่วิ่งไล่ตาม โดยเหตุเกิด บริเวณถนนในหมู่ บ้านหนองบาท้าว หมู่ 2 ต.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าของกล้องได้นำมาลงในเฟซบุ๊ก เพื่อหวังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ล่าสุด วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ โดยได้พบกับนางรสรินทร์ ชัยราช หรือยายหลาด อายุ 65 ปี ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า มีวัยรุ่นต่างหมู่บ้านขับรถ จยย.ผ่านมาได้ร้องท้าอีกกลุ่มที่นั่งกินขนมกันอยู่ 6-7 คน ซึ่งต่อมาต่างฝ่ายก็ถืออาวุธวิ่งใส่กัน ตนจึงตะโกนว่า ”ตำรวจมาๆ” วัยรุ่นต่างถิ่นค่อยยอมสลายตัวขับ จยย.หลบหนี แต่เรื่องไม่จบแค่นั้นประมาณตีสามของวันที่ 2 พย. วัยรุ่นกลุ่มเดิมได้พวกขนมาเป็นรถกระบะ ขับชะลอดูหาตัวคู่อริ เมื่อไม่เจอใครก็ไปยิงปืนที่ท้ายบ้าน 2 นัด ฝากเจ้าหน้าที่ให้มาดูอย่าให้มาราวีกัน

นอกจากนี้ยายหลาดได้เล่าต่อว่า หัวโจกวัยรุ่นต่างถิ่นชื่อนายฟีฟ่า อายุประมาณ 17 ปี เป็นคนบ้านโพนงาม หมู่บ้านที่อยู่ห่างกันประมาณ 5 กิโลเมตร นิสัยอันธพาล ซึ่งเคยมาหาเรื่องน้องเต้หลานชายวัย 18 ปี ตนจึงไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ศรีสงคราม และน้องเต้ก็ไม่กล้าไปเรียนหนังสือ เพราะกลัวถูกนายฟีฟ่ารุมทำร้าย จำเป็นต้องลาออกกลางคัน หันมาเรียน กศน. (การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย) แทน

สอบถามน้องเต้ได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อปี 2567 เคยมีเรื่องกับนายฟีฟ่าในงานเทศกาลปลาศรีสงคราม จากนั้นก็กลายเป็นคู่อริกันมาถึงปัจจุบัน ก่อนเกิดเหตุพวกตนก็นั่งกัน 6-7 คนที่หน้าบ้าน กลุ่มนายฟีฟ่าผ่านมาก็ขว้างก้อนหินใส่ พร้อมกับคำท้าทายว่า”มึงเอากับกูบ่” พวกตนจึงลุกคว้าไม้ไล่ตามภาพในวงจรปิด

ทางด้าน นายเกรียงไกร ทาดี อายุ 57 ปี ผู้ใหญ่บ้านหนองบาท้าวหมู่ 2 ต.ศรีสงคราม เปิดเผยว่าหลังเกิดเหตุได้ไปปรึกษากับ นายอำเภอ ตำรวจ และ กำนันฯ เพื่อหามาตรการป้องกันเหตุ โดยมีรถสายตรวจวิ่งมาตรวจความเรียบร้อย ยอมรับว่าวัยรุ่น 2 หมู่บ้านยกพวกตีกันเกิดมานานแล้ว ตั้งแต่ผู้ใหญ่บ้านคนก่อน

โดยจากการตรวจสอบพบว่า ในจำนวนกลุ่มผู้ก่อเหตุ 5 คน มี 4 คนลักษณะการแต่งกายเหมือนกำลังเรียนอยู่ในระดับวิทยาลัย โดยมีนายฟีฟ่าเป็นหัวโจก ส่วนอีกคนสวมกางเกงขาสั้นสีกากี คาดว่าคงเรียนอยู่ในระดับชั้นมัธยม ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งวิทยาลัยควรหารือร่วมกัน เพื่อปรามและป้องกันการก่อเหตุ ที่อาจจะเพิ่มความรุนแรงขึ้นได้


เทพข่าวร้อน เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

กองทัพภาคที่ 3 จัดพิธีแสดงความอาลัยถวายแด่ “สมเด็จพระพันปีหลวง” น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

กองทัพภาคที่ 3 จัดพิธีแสดงความอาลัยถวายแด่ “สมเด็จพระพันปีหลวง” น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 เวลา 13.00 นาฬิกา กองทัพภาคที่ 3 จัดพิธีแสดงความอาลัยถวายแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ในการนี้ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย คุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธี โดยมี นายทหารชั้นผู้ใหญ่ สมาชิกสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 และกำลังพล เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบ สำรวม และเปี่ยมด้วยความจงรักภักดี ณ ห้องบันเทิงทัพ 1 สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

โดย พิธีเริ่มต้นด้วยการรับชมวีดีทัศน์พระราชกรณียกิจสมเด็จพระพันปีหลวง จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 3 ได้นำผู้ร่วมพิธีกล่าวคำอาลลัย และยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 93 วินาที เพื่อแสดงความอาลัยและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชน ชาวไทย พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างแห่ง “แม่ของแผ่นดิน” ที่ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุก ภูมิภาค ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการส่งเสริมอาชีพและงานหัตถกรรมพื้นบ้านผ่าน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งนับเป็นแนวทางแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนและมั่นคง

ตลอดระยะเวลาที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจ สมเด็จพระพันปีหลวงทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาธรรมและพระวิริยะอุตสาหะ เสด็จพระราชดำเนินไปยังพื้นที่ทุรกันดารทั่วประเทศเพื่อทอดพระเนตรความเป็นอยู่ของราษฎร และทรงริเริ่มโครงการต่าง ๆ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง พระราชจริยวัตรอันงดงามเหล่านี้ ได้เป็นแรงบันดาลใจให้กำลังพลกองทัพภาคที่ 3 ทุกนาย ยึดมั่นในอุดมการณ์แห่งความจงรักภักดี ซื่อสัตย์ เสียสละ และมุ่งมั่นทำความดีเพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์


นที มีเดช รายงาน

กองทัพบก จัดพิธีทอดกฐินสามัคคีกองทัพบก ประจำปี 2568 น้อมเกล้าถวายเป็นพระราชกุศล

กองทัพบก จัดพิธีทอดกฐินสามัคคีกองทัพบก ประจำปี 2568 น้อมเกล้าถวายเป็นพระราชกุศล

วันนี้ (29 ตุลาคม 2568) กองทัพบก ได้จัดพิธีทอดกฐินสามัคคีกองทัพบก ประจำปี 2568 ณ วัดวชิรธรรมาราม ตำบลบ้านใหม่ อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีพลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาและกำลังพลของกองทัพบกเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง โดยมีสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในการนำประกอบพิธี กรรมทางศาสนา เพื่อความเป็นสิริมงคลและความบริบูรณ์แห่งพิธีทอดกฐิน หารายได้สมทบทุน ในการจัดสร้างวัดวชิรธรรมาราม น้อมเกล้าถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งในคราวนี้ คณะผู้บังคับบัญชา กำลังพลกองทัพบก หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งพุทธศาสนิกชน ได้ร่วมกันถวายปัจจัยสมทบทุน เป็นจำนวนทั้งสิ้น 3,611,786 บาท

กิจกรรมในพิธีประกอบด้วย พิธีสมโภชกฐิน พิธีสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระ จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พิธีทอดกฐินภายในพระอุโบสถ และการถวายผ้าห่มพระพุทธเมตตาเสนานาถบนพระวิหารการเปรียญ โอกาสนี้ กำลังพลกองทัพบก พร้อมด้วยประชาชนจิตอาสาในพื้นที่ ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาบริการประชาชนที่มาร่วมงาน อาทิ โรงครัวพระราชทานสำหรับประกอบอาหารแจกจ่ายประชาชน จุดบริการทางการแพทย์เคลื่อนที่ และการบริการประชาชนต่างๆ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และแสดงถึงความร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วนในการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์อย่างพร้อมเพรียง

สำหรับวัดวชิรธรรมารามนั้น กองทัพบก ได้มีบทบาทสำคัญในการทำนุบำรุงอย่างต่อเนื่อง อาทิ การถวายพระพุทธเมตตาเสนานาถ เป็นพระประธานประดิษฐานในพระวิหาร เมื่อปีพุทธศักราช 2556 และได้ร่วมสนับสนุนการจัดสร้างอุโบสถจนแล้วเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งในปีพุทธศักราช 2568 กองทัพบก ได้ดำเนินการตามแผนพัฒนาวัดในการจัดสร้างซุ้มประตูทางเข้าวัด จำนวน 4 ประตูใหญ่ การปรับปรุงพื้นลานอุโบสถ รวมถึงการบูรณะกุฏิสงฆ์และศาลาเรือนไทยที่ชำรุดทรุดโทรม เพื่อให้วัดแห่งนี้เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนา และเป็นสถานที่เผยแผ่ธรรมะอย่างสมบูรณ์ พร้อมรองรับศาสนกิจของพุทธศาสนิกชนในพื้นที่

การจัดพิธีทอดกฐินเป็นประเพณีสำคัญของพระพุทธศาสนาและสังคมไทย ที่ก่อให้เกิดความสามัคคีในชุมชน มีวัตถุประสงค์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา สืบทอดพระพุทธศาสนา และธำรงรักษาประเพณีอันดีงามของชาติ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กองทัพบก ได้จัดพิธีทอดกฐินสามัคคีเป็นประจำทุกปี เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และปลูกฝังจิตสำนึกแห่งความดีงามในหมู่กำลังพล สะท้อนถึงบทบาทของกองทัพบกที่ยึดมั่นในการปกป้องเทิดทูนชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์อย่างมั่นคง

RTA #กองทัพบก



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก