พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ พระราชทานสิ่งของ และเลี้ยงอาหารกลางวัน ณ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุวาสนะเวศม์ อ.นครหลวง อยุธยา เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยและทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ในการส่งเสริมคุณภาพชีวิต รวมถึงสุขอนามัยขั้นพื้นฐานและโภชนาการที่ดีของเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้พิการ ทุพพลภาพ และผู้ด้อยโอกาส ในสถานสง เคราะห์ และสถานศึกษามาอย่างต่อเนื่อง ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์รวมทั้งพระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้สูงอายุ และเจ้าหน้าที่ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุวาสนะเวศม์ อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙

วันนี้ (๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๙) เวลา ๑๑.๐๒ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศตรี ธีระ เชียงทอง เป็นประธานเชิญสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ รวมทั้งอาหารพระราชทาน ไปมอบแก่ผู้สูงอายุ และเจ้าหน้าที่ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุวาสนะเวศม์ อำเภอนครหลวง จัง หวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวนรวม ๒๒๑ คน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เพื่อให้ผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุที่ป่วย และเจ้าหน้าที่ได้รับประทานอาหารที่อร่อย หลากหลาย และมีคุณค่าตามหลักโภชนาการ อันจะส่งผลให้มีสุขอนามัยที่ดี มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และมีสุขภาพจิตที่ดี สำหรับรายการอาหารในวันนี้ ได้แก่ ต้มยำกุ้ง ข้าวสวยปลาทูทอด ไข่ต้ม น้ำพริก ข้าวเหนียวไก่ย่าง ลาบหมู ส้มตำไทย ผลไม้ ลอดช่อง และเครื่องดื่มน้ำสมุนไพร จากโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงรับเป็นพระราชภารกิจที่สำคัญ ในการดูแลประชาชนทุกหมู่เหล่าให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันคล้ายวันพระราชสมภพ วันคล้ายวันประสูติ และวันสำคัญต่าง ๆ มาโดยตลอด การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุวาสนะเวศม์ เดิมชื่อ สถานสงเคราะห์คนชราวาสนะเวศม์ สร้างขึ้นเมื่อปี ๒๕๒๘ ในโอกาสที่สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ (วาสน์ วาสโน) สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๘ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงหายจากพระอาการประชวร โดยคณะศิษยานุศิษย์ ถือเป็นสิริมงคล และบารมีธรรม จึงได้ดำเนินการก่อสร้างสถานสงเคราะห์ ฯ ขึ้นที่ตำบลบ่อโพง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้สูงอายุที่ได้รับความยากลำบากและประสบปัญหาทางสังคม

ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ (วาสน์ วาสโน) โปรดประทานชื่อสถานสงเคราะห์ว่า “วาสนะเวศม์” แปลว่า “ที่อยู่ของผู้มีบุญ” ต่อมา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชทรัพย์เพื่อสร้างอาคารเรือนนอน ๓ หลัง และเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๓๐ ปัจจุบันให้บริการผู้สูงอายุทั้งชายและหญิง จำนวน ๑๗๒ คน เจ้าหน้าที่ ๔๙ คน เป็นการดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม ทั้งในด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม สภา แวดล้อมที่อยู่อาศัย รวมทั้งด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีหลักประกัน เป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพอยู่ในสังคมได้อย่างยั่งยืน


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ พระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ โรงเรียนโยธินบูรณะ เขตบางซื่อ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยและ ทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ในการส่งเสริมคุณภาพชีวิต รวมถึงสุขอนามัยขั้นพื้นฐาน และการโภชนาการที่ดีของเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้พิการ ทุพพลภาพ และผู้ด้อยโอกาส ในสถานสงเคราะห์ และสถานศึกษามาอย่างต่อเนื่อง ในโอกาสนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นัก เรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ โรงเรียนโยธินบูรณะ เขตบางซื่อ กรุงเทพ มหานครเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙

วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๑๕ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศตรี ธีระ เชียงทอง เป็นประธานเชิญอาหารพระราช ทานไปพระราชทานเลี้ยงแก่นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ โรงเรียนโยธินบูรณะ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร จำนวนรวม ๓,๗๖๕ คน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนม พรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙เพื่อให้นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ ได้รับประทานอาหารอิ่มอร่อย หลากหลาย และมีคุณค่าตามหลักโภชนาการ อันจะส่งผลให้มีสุขอนามัยที่ดี มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และมีสุขภาพจิตที่ดี

สำหรับรายการอาหารในวันนี้ อาทิ หมี่คลุกไก่ฉีก ข้าวหมูแดงหมูกรอบ สเต๊กปลาทอด ขนมโตเกียว ข้าวปั้น เกี๊ยวซ่า ทาโกะยากิ ไอศกรีมกะทิ สตรอว์เบอร์รีโยเกิร์ต ไก่ทอดเคเอฟซี
น้ำดื่ม และเครื่องดื่มน้ำสมุนไพร จากโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เป็นต้น

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงรับเป็น
พระราชภารกิจที่สำคัญในการดูแลพสกนิกรทุกหมู่เหล่าให้มีสุขภาพอนามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง และมีโภชนาการ ที่ดี โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป ในโอกาสนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานอาหารแก่เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสรวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในสถานศึกษา และสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันคล้ายวันพระราชสมภพ วันคล้ายวันประสูติ และวันสำคัญต่าง ๆ มาโดยตลอด

การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนโยธินบูรณะ ต่างปลื้มปีติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

โรงเรียนโยธินบูรณะ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต ๑ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เป็นโรงเรียนสหศึกษาระดับมัธยมศึกษาเปิดสอนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ – ๖ ก่อตั้งเมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๔๗๘ มีเนื้อที่ จำนวน ๑๖ ไร่ ประกอบด้วย ๕ อาคารเรียน ปัจจุบันมีจำนวนนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และตอนปลายรวม ๓,๗๖๕ คน มีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวม ๒๕๕ คน มีการจัดการเรียนการสอนออกเป็น ๔ โครงการ ได้แก่ โครงการห้อง เรียนปกติ โครงการส่งเสริมนักเรียนเก่งสู่ความเป็นเลิศทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
ภาคภาษาอังกฤษ โครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ และโครงการนา นาชาติ ซึ่งได้พัฒนาการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียน มุ่งพัฒนาโรง เรียนให้เป็นสถาบันการศึกษาแห่งการเรียนรู้ และได้มาตรฐานสากลธำรงไว้ซึ่งคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ พระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวัน แก่ นร. คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ รร.วัดจันทรสโมสร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมคุณภาพชีวิต รวมถึงสุขอนามัยขั้นพื้นฐาน และการโภชนาการที่ดีของเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้พิการ ทุพพลภาพ และผู้ด้อยโอกาส ในสถานสงเคราะห์ รวมถึงสถานศึกษามาอย่างต่อเนื่อง ในโอกาสนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราช ทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นักเรียน คณะครู บุคลากรและเจ้าหน้าที่โรงเรียนวัดจันทรสโมสร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙

วันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๒๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศตรี จักรพงษ์ หอมไกรลาศ เป็นประธานเชิญอาหารพระราชทาน ไปพระราชทานเลี้ยงแก่นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ โรงเรียนวัดจันทรสโมสร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร จำนวนรวม ๓๐๓ คน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระ ชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เพื่อให้นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ ได้รับประทานอาหารอิ่มอร่อย หลากหลาย และมีคุณค่า ตามหลักโภชนาการ อันจะส่งผลให้มีสุขอนามัยที่ดี มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และมีสุขภาพจิตที่ดี สำหรับรายการอาหารในวันนี้ อาทิ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ ข้าวมันไก่ต้มและไก่ทอด สเต็กปลาทอดและหมู นักเก็ต ขนมโตเกียว สตรอว์เบอร์รีโยเกิร์ต น้ำดื่ม และเครื่องดื่มน้ำสมุนไพร จากโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เป็นต้น

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงรับเป็นพระราชภารกิจที่สำคัญในการดูแลพสกนิกรทุกหมู่เหล่าให้มีสุขภาพอนามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง และมีโภชนาการ ที่ดี โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป ในโอกาสนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานอาหารแก่เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสรวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในสถานศึกษา และสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาวันคล้ายวันพระราชสมภพ
วันคล้ายวันประสูติ และวันสำคัญต่าง ๆ มาโดยตลอด

การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนวัดจันทรสโมสร ต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อย่างหาที่สุดมิได้

โรงเรียนวัดจันทรสโมสร ตั้งอยู่บนที่ดินของวัดจันทรสโมสร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ ๑ ไร่ ๒ งาน อยู่ในกำกับดูแลของสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันทำการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลปีที่ ๑ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ มีนักเรียนรวมทุกระดับชั้น จำนวน ๒๗๓ คน มีครูและบุคลากร จำนวน ๓๐ คน โรงเรียนก่อตั้งขึ้นเมื่อพุทธศักราช ๒๔๗๕ รวมเปิดทำการสอนมาแล้ว ๙๔ ปี จนถึงปัจจุบันโรงเรียนมีการพัฒนาการศึกษาอย่างเป็นระบบ ผ่านการประเมินคุณภาพตามมาตรฐานของโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร นักเรียนมีผลการเรียนผ่านตามมาตรฐานของสถานศึกษา ในระดับยอดเยี่ยม มีผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน(โอเน็ต) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ ๒ ปีซ้อน

ด้านกิจกรรมการพัฒนาผู้เรียน ประสบความสำเร็จด้านกีฬาเป็นอย่างดี ได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันฟุตซอลในหลายรายการ อาทิ รางวัลชนะเลิศอันดับที่ ๑ (แชมป์ ๓ สมัย) การแข่งขันฟุตซอลยุวชน กฟผ. โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ประจำปี ๒๕๖๘ รางวัลรองเท้าทองคําสำหรับผู้ทําประตูสูงสุด ในการแข่งขันฟุตซอลยุวชน กฟผ. โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ประจำปี ๒๕๖๘ รางวัลเหรียญทองชนะเลิศ การแข่งขันกีฬาฟุตซอลชาย รุ่นอายุ ๑๒ ปี ในการแข่งขันกีฬานักเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ ๓๖ “ช้างน้อยเกมส์” ประจำปี ๒๕๖๘ รวมถึงการแข่งขันบาสเกตบอล

นอกจากนี้ โรงเรียนได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา และวันคล้ายวันประสูติของพระบรมวงศานุวงศ์มาโดยตลอดเพื่อให้นักเรียนได้มีส่วนร่วม ด้วยเป็นการปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ แก่เด็กนักเรียนเพื่อจะได้เติบโตเป็นพลเมืองที่ดี


พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ฯ ราชเลขานุการในพระองค์ฯ มอบรางวัลพระราชทานแก่เยาวชน ศูนย์การเรียนรู้ดนตรีไทย-นาฏศิลป์ 904

พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธานมอบประกาศนียบัตร และมอบรางวัลพระราชทาน แก่บุตร หลาน ข้าราชบริพารในพระองค์ และครูจิตอาสา ที่ศึกษาศูนย์การเรียนรู้ดนตรีไทย-นาฏศิลป์ หน่วยราชการในพระ องค์ 904 ณ โรงละคร อาคาร 601 สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า

วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.55 น. พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปเป็นประธานมอบประกาศนียบัตร และมอบรางวัลพระราชทาน แก่บุตร หลาน ข้าราชบริพารในพระองค์ และครูจิตอาสา ที่ศึกษาศูนย์การเรียนรู้ดนตรีไทย -​นาฏศิลป์ หน่วยราชการในพระองค์ 904 ณ โรงละคร อาคาร 601 สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า

ในการนี้ ราชเลขานุการในพระองค์ ฯ ถวายความเคารพ และถวายดอกไม้ธูปเทียนแพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ฉายกับสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จากนั้น คุณหญิงจันทนี ธนรักษ์ ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์ ฯ ที่ปรึกษาโครงการ กล่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์การเรียนรู้ดนตรี -​นาฏศิลป์ หน่วยราชการในพระองค์ 904​ ประจำปี 2568

ต่อจากนั้น เป็นการแสดงผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน ประกอบด้วย

  • การแสดงชุดที่ 1 การบรรเลงวงมหาดุริยางค์ เพลงโหมโรงจอมสุรางค์
  • การแสดงชุดที่ 2 รำถวายอาลัยสมเด็จ​พระ​นาง​เจ้า​สิริกิติ์​ พระบรม​ราชินี​นาถ​ พระบรมราช​ชนนี​พันปี​หลวง​ พร้อมด้วยวงมหาดุริยางค์ และขับร้องหมู่ และ
  • การแสดงชุดที่ 3 การแสดงละครพันทาง เรื่องพระลอ ตอนปู่เจ้าเรียกไก่

เสร็จแล้ว ราชเลขานุการในพระองค์ ฯ มอบประกาศนียบัตร และรางวัลพระราชทานแก่นัก เรียน และมอบเกียรติบัตรแก่ครูจิตอาสา ตามลำดับ พร้อมทั้งกล่าวโอวาทแก่นักเรียน และมอบเครื่องดนตรีไทยแก่ศูนย์การเรียนรู้ดนตรี -​ นาฏศิลป์ หน่วยราชการในพระองค์ 904​ ในโอกาสนี้ นางณัฐวรรณ ภิรมย์ภักดี ทีปสุวรรณ มอบเครื่องเสียง เพื่อใช้ในการดำเนินงานของศูนย์การเรียนรู้ ฯ ด้วย

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงให้ความสำคัญเรื่องการอนุรักษ์และรักษาดนตรีไทย และนาฏศิลป์ไทย อันเป็นศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของประเทศไทย กับทั้งทรงส่งเสริมและสนับสนุนให้เยาวชน รวมถึงบุตร หลาน ข้าราชบริพารในพระองค์ ได้มีโอกาสได้ศึกษาและเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมอันดีงาม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ หน่วยราชการในพระองค์ จัดตั้ง ศูนย์การเรียนรู้ดนตรีไทย – นาฏศิลป์ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2566 และพระราชทานพระราชทรัพย์ในการจัดซื้อเครื่องดนตรีไทย ตลอดจนทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธานเปิดศูนย์การเรียนรู้ดนตรีไทย – นาฏศิลป์ หน่วยราชการในพระองค์ ณ อาคารที่พักข้าราชบริพาร เขตบางซื่อ กรุง เทพมหานคร เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2566

ซึ่งศูนย์การเรียนรู้ ฯ ดังกล่าว มีความเจริญก้าวหน้าจวบจนถึงปัจจุบัน เปิดทำการเรียนการสอนทุกวันเสาร์ และวันอาทิตย์ ในรายวิชานาฏศิลป์ ปี่พาทย์ เครื่องสาย และขับร้องเพลง​ไทยเดิม ซึ่งในปีการศึกษา​ 2568 มีนักเรียน จำนวน 124 คน


ระทึก !! เกิดเหตุวินาศกรรมถล่มสำนักงานสถานีไฟฟ้าชายแดน ไฟดับวงกว้าง กฟภ.ระดมศูนย์บัญชาการรับมือ ก่อนเฉลยเป็นการซ้อมแผนใหญ่ ERP/BCP ประจำปี

นครราชสีมา – ระทึกเกิดเหตุวินาศกรรมถล่มสำนักงานสถานีไฟฟ้าชายแดน ไฟดับวงกว้าง กฟภ. ระดมศูนย์บัญชาการรับมือ ก่อนเฉลยเป็นการซ้อมแผนใหญ่ ERP/BCP ประจำปี

บรรยากาศภายในสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จังหวัดนครราชสีมา เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เต็มไปด้วยความตึงเครียด หลังมีการจำลองสถานการณ์เหตุวินาศกรรมรุนแรงในพื้นที่ชายแดนไทย กัมพูชา ส่งผลให้สำนัก งานการไฟฟ้าและสถานีไฟฟ้าในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์และจังหวัดบุรีรัมย์ได้รับความเสียหาย ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าขัดข้องจนไม่สามารถจ่ายไฟให้ประชาชนได้ ทำให้เกิดไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต้องเร่งเปิดศูนย์บัญชาการ ประเมินสถานการณ์ และระดมกำลังเข้าควบคุมเหตุพร้อมวางแผนฟื้นฟูระบบไฟฟ้าอย่างเร่งด่วน

การปฏิบัติการดังกล่าวมีการประชุมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจากห้องประชุมอาคาร 3 ชั้น 2 ห้องรับรองผู้ช่วยผู้ว่าการ และห้องศูนย์ควบคุมการจ่ายไฟ (SCADA) ชั้น 3 อาคาร 2 โดยผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมวิเคราะห์ข้อมูล ประเมินผลกระทบ และสั่งการตามแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้สามารถควบคุมสถานการณ์และเร่งคืนระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าได้โดยเร็วที่สุด

นายจรูญศักดิ์ นาคคล้าม ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนายสมชาย บรรณมาส ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมและบริการ นายอาดุลรามา นิโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการและบำรุงรักษา นางสาวธีรภัทร์ พลฉิมพันธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนการบริหารงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมบัญชา การและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด ทั้งการประเมินสถานการณ์ การรักษาความปลอดภัย การควบคุมพื้นที่ และการฟื้นฟูระบบไฟฟ้าให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็ว เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจให้เหลือน้อยที่สุด

นายจรูญศักดิ์ กล่าวว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ ทั้งในภาวะปกติ สถานการณ์ฉุกเฉิน และภัยพิบัติ โดยมีการกำหนดแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan : BCP) และแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน (ERP) ไว้อย่างชัดเจน ตั้งแต่การบริหารจัดการ การตอบโต้เหตุการณ์ ไปจนถึงการฟื้นฟูระบบภายหลังเหตุการณ์คลี่คลาย เพื่อให้สามารถกลับมาจ่ายกระแสไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิ ภาพ และปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำว่าความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชนเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด เนื่อง จากกระแสไฟฟ้าเป็นอันตรายที่มองไม่เห็น ทุกขั้นตอนการเข้าปฏิบัติงานจะต้องตรวจสอบระบบและควบคุมพื้นที่ให้ปลอดภัยก่อนดำเนินการเสมอ พร้อมยืนยันว่าหากประชาชนพบเหตุขัดข้องเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า สามารถแจ้งมายัง PEA Contact Center หมายเลข 1129 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการฝึกซ้อมแผน ERP/BCP ประจำปี 2569 ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจัดขึ้นในรูปแบบเสมือนจริง (Simulation Exercise) เพื่อทดสอบความพร้อมของบุคลากร ระบบบัญชาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรับมือกรณีเกิดเหตุวินาศกรรมหรือเหตุฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่ชายแดน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้สามารถบริหารจัดการ ฟื้นฟูระบบไฟฟ้า และให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดเหตุการณ์จริงในอนาคต.


ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน

กมธ.กฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา ลงพื้นที่เรือนจำพิเศษพัทยา ติดตามมาตรการควบคุมตัวผู้ต้องขังจีน “หมิงเฉิน ซัน” พร้อมแนะยกระดับการฝึกอาชีพคืนคนดีสู่สังคม

กมธ.กฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา ลงพื้นที่เรือนจำพิเศษพัทยา ติดตามมาตร การควบคุมตัวผู้ต้องขังจีน “หมิงเฉิน ซัน” พร้อมแนะยกระดับการฝึกอาชีพคืนคนดีสู่สังคม

คณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา นำโดยพลตำรวจโท บุญจันทร์ นวลสาย ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการ, ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์, ที่ปรึกษา เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ, อนุกรรมาธิการ และที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ เดินทางลงพื้นที่ศึกษาดูงานและประชุมหารือร่วมกับ นายพัศพงศ์ ใจคล่องแคล่ว ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษพัทยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมเรือนจำพิเศษพัทยา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันอังคารที่ 21 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 – 11.30 นาฬิกา ที่ผ่านมา

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นการดำเนินงานตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการฯ ในการพิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง และศึกษาการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย การบริหารงานยุติธรรม และงานด้านราชทัณฑ์ เพื่อพัฒนากลไกการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิ ภาพสูงสุด

โดยมีประเด็นสำคัญในการเข้าตรวจสอบและหารือ 2 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย

  • มาตรการดูแลผู้ต้องขังคดีสำคัญและผู้ต้องขังต่างชาติ คณะกรรมาธิการฯ ได้รับฟังการชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับภารกิจภาพรวมของเรือนจำพิเศษพัทยา ในการบริหารจัดการและดูแลผู้ต้องขัง โดยได้มุ่งเน้นการตรวจสอบมาตรการและแนวทางการควบคุมดูแลผู้ต้องขังสัญชาติจีน ซึ่งเป็นผู้ต้องขังในคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของสังคม เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการควบคุมตัวเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยตามกฎหมายและหลักสากล
  • การพัฒนาพฤตินิสัยและเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัว คณะกรรมาธิการฯ ได้เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานเชิงประจักษ์ภายในเรือนจำฯ ในส่วนของโครงการพัฒนาการศึกษา การยกระดับและเยียวยาจิตใจ รวมถึงการฝึกทักษะอาชีพแขนงต่าง ๆ ให้แก่ผู้ต้องขัง เพื่อสร้างโอกาสและเตรียมความพร้อมในการกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพภายหลังพ้นโทษ

ทางคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา เปิดเผยว่า “งานราชทัณฑ์ถือเป็นปลายน้ำที่สำคัญยิ่งในกระบวนการยุติธรรม การมาเยือนเรือนจำพิเศษพัทยาในวันนี้ ทำให้ได้รับทราบข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ทั้งในแง่การควบคุมดูแลผู้ต้องขังคดีสำคัญทางความมั่นคง และการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ จะนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้ในวันนี้ ไปเข้าสู่กระบวนการของวุฒิสภา เพื่อสนับสนุนและขับเคลื่อนการพัฒนาระบบราชทัณฑ์ไทยให้มีมาตรฐานและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป”

ทางด้าน นายพัศพงศ์ ใจคล่องแคล่ว ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษพัทยา พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ ได้แสดงความขอบคุณคณะกรรมาธิการฯ พร้อมยืนยันความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด โปร่งใส และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขังให้เป็นคนดีคืนสู่สังคมอย่างยั่งยืน


ฉก.ลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ สนธิกำลัง ตำรวจ ตม.ปกครอง หลายหน่วยงาน ร่วมกันจับกุมขบวนการลักลอบขนบุหรี่หนีภาษี ล็อตใหญ่ ตรวจยึดของกลาง เป็นบุหรี่ 7,500 คอตตอน รวม 150 ลัง เป็นมูลค่าจำนวนมาก

ฉก.ลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ สนธิกำลัง ตำรวจ ตม. ปกครอง หลายหน่วยงาน ร่วมกันจับกุมขบวนการลักลอบขนบุหรี่หนีภาษี ล็อตใหญ่ ตรวจยึดของกลาง เป็นบุหรี่ 7,500 คอตตอน รวม 150 ลัง เป็นมูลค่าจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พลตรี ณัฏฐพงศ์ อัศวินวงศ์ ผู้บัญ ชาการกองพลทหารราบที่ 9 ในฐานะ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์กองกำลังสุรสีห์ พล.ต.ต. พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีรถยนต์กระบะตู้ทึบ จำนวน 2 คัน ใช้เส้นทางจากอำเภอสังขละบุรี มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองกาญจนบุรี โดยซุกซ่อนบุหรี่หนีภาษีปะปนมากับพัสดุทั่วไปเพื่ออำพรางการตรวจค้น จึงสั่งการให้ พันเอก สรายุทธ ศรลัมพ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ ในฐานะ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 19 พร้อมด้วย พันเอก เจนยุทธ ประเสริฐพงศ์ธร รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้ากองกำลังสุรสีห์ และ พ.ต.อ.กรณ์ สมคะเณย์ ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี สนธิกำลังร่วมกับ ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกาญจนบุรี ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 136 ฝ่ายปกครองอำเภอไทรโยค และเจ้าพนักงานสรรพสามิต ร่วมกันจับกุมขบวนการลักลอบขนส่งบุหรี่หนีภาษี ตามพระราชบัญญัติสรรพสามิต พ.ศ.2560 ได้บริเวณจุดตรวจถาวรไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

กระทั่งเวลาประมาณ 20.30 น. พบรถยนต์เป้าหมายทั้ง 2 คัน ขับติดตามกันมา เจ้าหน้าที่จึงเรียกตรวจค้น พบลังกระดาษต้องสงสัยซุกซ่อนอยู่ภายในรถทั้งสองคัน เมื่อตรวจสอบพบเป็นบุหรี่ซิกาแรตยี่ห้อ KRONG THIP (กรองทิพย์ 90) ซองอ่อน สีแดง ที่มีข้อความ “FOR EXPORT ONLY” ซึ่งเป็นสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีและไม่มีสิทธิจำหน่ายภายในประเทศ

ผลการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมของกลาง ประกอบด้วย บุหรี่ซิกาแรต จำนวน 150 ลัง หรือ 7,500 คอตตอน รถยนต์กระบะตู้ทึบ จำนวน 2 คัน และโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร จำนวน 3 เครื่อง เป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 70 ล้านบาท

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองให้การว่า รับจ้างขนส่งลังกระดาษดังกล่าวจากคลังพัสดุในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อนำไปส่งยังคลังพัสดุในอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเคยรับจ้างขนส่งมาแล้ว 1 ครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ก่อนถูกเจ้าหน้าที่จับกุม เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน มีไว้ในครอบครองโดยไม่มีสิทธิ โดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษี และมีไว้เพื่อขายโดยไม่มีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษี ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรไทรโยค ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ กองกำลังสุรสีห์ ยังคงร่วมบูรณาการกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยายผลสืบสวนสอบสวนถึงผู้ร่วมขบวนการ เส้นทางการลักลอบขนส่ง และเครือข่ายผู้กระทำผิด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวดต่อไป


////////#ทีมข่าวภาคตะวันตก

จับรายวัน !! เจ้าหน้าทหาร ฉก.ลาดหญ้า สนธิกำลัง ตร.สภ.สังขละบุรี ปกครอง ตชด.134 รวบ ชายชาวเมียนมา ลักลอบนำพา คนต่างด้าวเข้าเมือง รวม 39 คน แอบซ่อนตัวหลังสวนส้มโอ ม.8 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี

จับรายวัน !! เจ้าหน้าทหาร ฉก.ลาดหญ้า สนธิกำลัง ตร.สภ.สังขละบุรี ปกครอง ตชด.134 รวบ ชายชาวเมียนมา ลักลอบนำพา คนต่างด้าวเข้าเมือง รวม 39 คน แอบซ่อนตัวหลังสวนส้มโอ ม.8 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 22.15 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี สั่งเข้มงวดตรวจขันการกระทำผิดกฎหมาย คนต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง การลักลอบขนยาเสพติด ยาเสพติด และสิ่งนี้ผิดกฎหมายทุกรูปแบบบริเวณแนวชายแดนไทย

พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผกก.สภ.สังขละบุรี พ.ต.ท.มนัส พร้อมศักดิ์โสภณ รอง ผกก. ป.สภ. สังขละบุรี พ.ต.ท.ประดิษฐ์ แร่เพชร สวป.สภ.สังขละบุรี สั่งการให้สายตรวจจุดตรวจร่วม น้ำเกิ๊ก เจ้าหน้าที่ ตชด.134 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ลาดหญ้า บูรณาการร่วมกัน จับกุม นายแลอู หนุ่มชาวพม่า ไม่มีชื่อสกุล อายุ 26 ปี สัญชาติ เมียนมา พร้อมกับพวกรวม 39 คน โดยกล่าวหาว่า เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต

พฤติการณ์จับกุม เมื่อวันที่ ( 18 ก.ค. 69 ) ขณะเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมปฏิบัติหน้าที่ ออกตรวจ บริเวณหลังสวนส้มโอ ม.8 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี พบกลุ่มผู้ชายนั่งอยู่บริเวณชายป่าหลังสวนส้มโอ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ตรวจสอบพบ นายแลอู ไม่มีชื่อสกุล พร้อมกับพวกรวม 39 คน (ทั้งหมดทราบชื่อภายหลัง) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้สอบถามแล้วขอตรวจสอบบัตรประจำตัวหรือเอกสารการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร พบว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดไม่สามารถแสดงบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสัญชาติไทย และไม่สามารถพูดและฟังภาษาไทยได้ ได้สอบถามผ่านล่ามแปล ผู้ต้องหาทั้งหมดรับว่าเป็นบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ ได้เดินเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติเมื่อมาถึงที่หมายจะมีคนมารับเข้าไปทำงานในประเทศไทย จึงได้แจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลทั้งหมด และจับกุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สังขละบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


/////////#ทีมข่าวภาคตะวันตก

รองผู้ว่าฯ นครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการอบรมเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนักรู้และพัฒนาศักยภาพให้กับกลุ่มเปราะบาง

รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการอบรมเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนักรู้และพัฒนาศักยภาพให้กับกลุ่มเปราะบาง

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดโครงการอบรมเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนักรู้และพัฒนาศักยภาพให้กับกลุ่มเปราะบางในการปรับตัวและเตรียมความพร้อมรับมือ กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สถานการณ์ภัยพิบัติ และภาวะฉุกเฉิน จังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครปฐม

ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมีนางกิจติยา ใสสะอาด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครปฐม เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กร ของจังหวัดนครปฐม เข้าร่วมโครงการฯ

โครงการอบรมเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนักรู้และพัฒนาศักยภาพให้กับกลุ่มเปราะบางในการปรับตัวและเตรียมความพร้อมรับมือ กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สถานการณ์ภัยพิบัติ และภาวะฉุกเฉิน จังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจและความตระหนักรู้ให้แก่กลุ่มเปราะบาง เพื่อพร้อมรับปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสถานการณ์ภัยพิบัติ และภาวะฉุกเฉิน พัฒนาศักยภาพของกลุ่มเปราะบางในการปรับตัวและเตรียมความพร้อม รับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉินในระดับชุมชน และส่งเสริมกลไกการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคีเครือข่าย และภาคประชาชนในพื้นที่ให้สามารถเฝ้าระวัง ติดตาม และให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการฯ ได้แก่ กลุ่มเปราะบางในพื้นที่อำเภอนครชัยศรี เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ อำเภอนครชัยศรีอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง วิทยากร และเจ้าหน้าที่ รวมจำนวน 225 คน


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

โค้งสุดท้าย..!! ประกันสังคมประจวบฯ ออกรณรงค์ผู้มีสิทธิประกันตน มาตรา 33,39,40 ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดบริหารประกันสังคม 27 ก.ย. 69

โค้งสุดท้าย..!! ประกันสังคมประจวบฯ ออกรณรงค์ผู้มีสิทธิประกันตน มาตรา 33,39,40 ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดบริหารประกันสังคม 27 ก.ย. 69

วันที่ 14 ก.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวศิริหทัย แท่นแก้ว ประกันสังคมจังหวัดประ จวบคีรีขันธ์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ประกันสังคม ร่วมออกรณรงค์ประชาสัมพันธ์ การลงคะแนนใช้สิทธิ์เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 โดยผู้มีสิทธิประกันตน หรือผู้ใช้สิทธิประกันสังคม มาตรา 33 มาตรา 39 มาตรา 40

คุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม ผู้ประกันตน นายจ้าง มีสัญชาติไทยมีสถานะเป็นผู้ประกันตนติดต่อกันไม่น้อยกว่า 6 เดือน ก่อนเดือนที่มีการประกาศให้มีการเลือกตั้ง (พฤศจิกายน 2568 – เมษายน 2569) จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมไม่น้อยกว่า 3 เดือน (ภายใน 6 เดือนก่อนเดือนที่มีการประกาศให้มีการเลือกตั้ง) กำหนดให้มีการลงทะเบียนให้สิทธิเลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 1 มีถุนายน – 15 กรกฎาคม 2569

สำหรับผู้มีสิทธิประกันสังคมสามารถ เข้าลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังช่องทางลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งแอปพลิเคชัน ณ สำนักงานประกันสังคม SSO+กรุง เทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ของสำนักงานประกันสังคม (ได้ทั้งนายจ้างและผู้ประกันตน) ดังนี้ ตลอด 24 ชั่วไมง

สามารตติดสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งฯ ได้ที่ศูนย์อำนวยการจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม (ศอ.ลต)
02-956 2929 สายด่วน ทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. 1506 กด 9 “เตรียมเสียงของคุณให้พร้อม กับการกำหนดอนาคตของกองทุนประกันสังคม เลือกตั้ง 69” ได้ที่ www.sso.go.th
1506 สายด่วน 24 ชั่วโมง สำหรับหน่วยเลือกตั้งจะมีที่ ที่ว่าการอำเภอ หรือ หอประชุมอำเภอทุกอำเภอ หรือตามที่ คณะกรรมการเลือกตั้งกำหนด


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายงาน 0623644468