การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระบุรี​ ขอเชิญเที่ยวงาน“งานลำน้ำป่าสักสระบุรี มหานทีแห่งชาติพันธุ์” ช้อปปิ้ง ชิม ชม แสง สี เสียง ณ. กาดฮิมน้ำพระยาทด

         วันที่ 2 สิงหาคม 2562 นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ประธานแถลงข่าวการจัด“งานลำน้ำป่าสักสระบุรี มหานทีแห่งชาติพันธุ์” และ กิจกรรม ถนนคนเดินวัฒนธรรมไทย-ยวน กาดฮิมน้ำพระยาทด อ.เสาไห้ จ.สระบุรี

         โดยมี นายสุฤกษ์ ศิลปอนันต์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระบุรี ให้การต้อนรับและร่วมแถลงข่าวพร้อมด้วย​ นางรัศนญพร​ มโนศรีบุญรัตธ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสระบุรี​ นาย​วิชัย​ สำเหนียกพันธ์​ นายกเทศมนตรี​ ตำบลต้นตาล- พระยาทด และวัฒนธรรมจังหวัดสระบุรี การท่องเที่ยวจังหวัดสระบุรี ภายใต้โครงการส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดสระบุรี กิจกรรมหลักเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยว​การพัฒนาการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวพร้อมที่พักให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในจังหวัดสระบุรี

         จังหวัดสระบุรีได้มีการสร้างบ้านแปลงเมืองในอดีต มีการอพยพของพี่น้องชาวไทย-ยวนจาก อ.เชียงแสน ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันชาวไทย-ยวนสระบุรี สืบเชื้อสายกันมาถึง 5 ชั่วอายุคน อีกหนึ่งชาติพันธุ์คือ ชาวลาวเวียง จากเวียงจันทร์ ที่อพยพมาอยู่ในสระบุรี ตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี ซึ่งมีพี่น้องไท-ยวน และลาวเวียงสระบุรี ต่างยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น กลมกลืนกับวิถีชีวิตภาคกลาง จังหวัดสระบุรีมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายโดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมหลากหลายชาติพันธุ์ เช่นไท-ยวน ไท-พวน ลาวเวียง ไทย-จีน ในความหลากหลายของชาติพันธุ์ ก่อให้เกิด ประเพณีวัฒนธรรม ที่มีอยู่ในชุมชนท้องถิ่น ที่มีคุณค่าต่อจิตใจอีกทั้งถนนสายวัฒนธรรมไท-ยวน ยังเป็นเส้นทางท่องเที่ยว ทางวัฒนธรรมที่มีระยะยาวกว่า 12 กิโลเมตร ผ่านพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 5 แห่งคือองค์การบริหารส่วนตำบลดาวเรือง เทศบาลต้นตาล- พระยาทดโคองค์การบริหารส่วนตำบลช้างไทยงาม เทศบาลตำบลบ้านยาง แหล่งท่องเที่ยวตลอดเส้นทาง ประกอบด้วยแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ หอวัฒนธรรมพื้นบ้าน ตลาดชุมชน ศูนย์ทอผ้าพื้นเมือง พระอารามหลวงศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตลาดต้าน้ำต้นตาล กาดฮิมน้ำพระยาทด​ เชิญนักท่องเที่ยวมาเที่ยวงานในวันที่10-12สิงหาคม2562นี้/

ดำรงค์ ชื่นจินดา/รายงาน

จ.สระบุรี จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

          ที่บริเวณพื้นที่สำนักงานเทศบาลตำบลหนองบัว อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติเนื่อง ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานสังกัดกระทรวงมหาดไทย หน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการต่างๆ ภาคเอกชน ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ร่วมกันจัดขึ้นด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระเมตตาต่อพสกนิกรในเรื่องของการเกษตรในพื้นที่ชนบทห่างไกล และทรงมีพระราชดำริให้จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ออกบริการแก่เกษตรกร

          โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ เป็นโครงการที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการทางวิชาการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว อย่างทั่วถึงและสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยเป็นการปฏิบัติงานเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ ได้รับการบริการทางการเกษตร เช่น การวิเคราะห์ดิน การวินิจฉัยโรคพืช โรคสัตว์ โรคสัตว์น้ำ รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไปเพื่อเป็นการกระตุ้นเกษตรกรให้เกิดการตื่นตัว และยอมรับนวัตกรรมใหม่ๆ ตามความต้องการและความเหมาะสมกับประชาชนแต่ละพื้นที่

          โดยในวันนี้ ภายในงานกิจกรรมประกอบด้วยการลงนามถวายพระพร นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติเพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในด้านการเกษตร การฝึกอบรมอาชีพด้านการเกษตรและเปิดให้บริการ ได้แก่ คลินิกพืช คลินิกดิน คลินิกข้าวคลินิกประมง คลินิกปศุสัตว์ คลินิกหม่อนไหม คลินิกชลประทาน คลินิกสหกรณ์ คลินิกบัญชี คลินิกกฎหมาย และคลินิกอื่นๆ รวมทั้งการออกให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีเกษตรกรมาร่วมงานและเข้ารับบริการทางการเกษตรกว่า 500 คน

ดำรงค์ ชื่นจินดา /รายงาน     

มอบทุนมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯให้นร.สุโขทัย 12 ทุน ประจำปีการศึกษา 2562

          นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย มอบหมายนายลือชัย ชูนาคา ศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัย เป็นผู้แทนมอบทุนการศึกษามูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนในพระบรมราชินูปถัมภ์ ประจำปีการศึกษา 2562 ของจังหวัดสุโขทัย ซึ่งเป็นทุนการศึกษาต่อเนื่องในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา จนจบการศึกษาในแต่ละระดับ จำนวน 12 ทุน เป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท

          ทั้งนี้ นายลือชัย ชูนาคา ได้ให้โอวาทกับเยาวชนที่ได้รับทุนการศึกษาในครั้งนี้ว่า ขอให้ทุกคนเจริญเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ รู้จักบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น และสังคม มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ สืบไป

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

เผย “โค้ชเบ๊” รีเทิร์นคุมทัพสุโขทัยอีกคำรบ

     แม้นัดล่าสุดเกมนัดที่ 21 ของฤดูกาลกุนซือชาวเซอร์เบียอย่าง รูโบเมียร์ รีตอฟสกี้ จะพาทีมเปิดบ้านชนะตราดฯ ได้ 3-1 จนหลุดพ้นโซนตกชั้นจากอันดับ 14 มาอยู่อันดับ 12 สำเร็จแต่ล่าสุดทีมแห่งทุ่งทะเลหลวงอย่าง “ค้างคาวไฟ” สุโขทัยฯ ได้ตัดสินใจแยกทางกับกุนซือรายดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

โดยผู้ใกล้ชิดของอดีตประธานสโมสรอย่าง สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาเปิดเผยว่า ขณะนี้การเจรจาระหว่างบอร์ดบริหารทีมโดย”เสี่ยเขต” เขตพงศ์ กุลนาถศิริ ผจก.ทีมกับ “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ได้บทสรุปแล้วเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 1 ส.ค. 62

ที่ผ่านมาโดย”โค้ชเบ๊” จะเริ่มเข้าไปคุมทัพให้สุโขทัยฯนัดแรก เกมนัดที่ 22 ที่จะบุกไปเยือนชลบุรีฯ เสาร์ 3 ส.ค. 62 นี้ เวลา 20.00 น. สำหรับการหวนคืนไปคุมทัพให้ สุโขทัยฯ ครั้งนี้ถือเป็นการรีเทิร์น ถิ่น”ค้างคาวไฟ” คำรบ 2 หลัง”โค้ชเบ๊” กุนซือผู้ได้รับฉายานักพาทีมหนีตกชั้นเคยคุมทีมแห่งทุ่งทะเลหลวง มาแล้ว ในไทยลีกครั้งที่ 21 เมื่อปี พ.ศ. 2560 ปี ค.ศ. 2017 ที่ผ่านมา โดยเข้าไปคุแทน สมชาย มากมูล ตั้งแต่เกมนัดที่ 7 ของฤดูกาล เมื่อ 3 เม.ย. 60 โดยคุมไปทั้งหมด 28 นัด ชนะ 7 เสมอ 12 แพ้ 9 พาทีมอยู่รอดโดยไม่ตกชั้นจบด้วยอันดับ 15 สำเร็จ

จากนั้นฤดูกาลถัดมาได้คุมต่อ 1 ลีกในไทยลีก ครั้งที่ 22 ฤดูกาล 2018 เมื่อปี พ.ศ. 2561 ก่อนจะแยกทางกับทีมและไปคุม สุพรรณบุรี เอฟซี จบอันดับ 8 กระทั่ง ไทยลีกฤดูกาลนี้ 2019 “โค้ชเบ๊” ได้ถูกเลือกมาคุมทีม เอสซีจี เมืองทองฯ โดยคุมไป 5 นัด แพ้ พีที ประจวบฯ 0-1 (ห ) , แพ้ แบงค็อกฯ 0-1 ( ย ) , ชนะ เชียงใหม่ฯ 2-0 (ห ) , ชนะ สิงห์เชียงรายฯ 3-2 (ย ) , แพ้ ราชบุรีฯ 0-2 (ย ) ก่อนเจ้าตัวจะตัดสินใจลาออกจากทีมหลังจบเกมนัดบุกแพ้ ราชบุรีฯ เมื่อ 31 มี.ค. 62 กระทั่งว่างงานไป 4 เดือนเต็มๆและได้หวนคืนกลับมาทำงานในไทยลีกอีกครั้ง กับ สุโขทัยฯ

สำหรับ”โค้ชเบ๊” ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวกับทีมในไทยลีก 2 หลายทีมทั้ง อาร์มี่ฯ , แอร์ฟอร์ซฯ แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ตัดสินใจร่วมหัวจมท้ายกับ สุโขทัยฯ อีกครั้งซึ่งเจ้าตัวได้ออกมายอมรับว่ามีการพูดคุยกับบอร์ดบริหารสุโขทัยฯ จริง โดยเหลือรอแค่เซ็นสัญญาคุมทัพอย่างเป็นทางการเท่านั้น

ส่วนประเด็นที่ทีมตัดสินใจเด้ง รูโบเมียร์ รีตอฟสกี้ พ้นเก้าอี้กุนซือนั้น มีรายงานมาว่ามาจากผลงานก่อนจะกลับมาชนะตราดฯ ได้ 3-1 ในเกมล่าสุดนั้นทีมไม่ชนะใคร 6 นัดติด และมีข่าวด้วยว่ากุนซือรายนี้ให้ความสำคัญกับนักเตะต่างชาติมากกว่านักเตะไทยและความสัมพันธ์ ระหว่างเขากับแฟนบอลก็ไม่สู้ดี จนมีกระแสเรียกร้องจากกลุ่มแฟนคลับที่ระยะหลังเริ่มไม่เข้าไปเชียร์ไปสนามเกมเหย้ากดดันให้บอร์ดบริหารทีมเด้งกุนซือรายนี้พ้นตำแหน่งด้วยนั่นเอง

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย





โดยผู้ใกล้ชิดของอดีตประธานสโมสรอย่าง สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาเปิดเผยว่า ขณะนี้การเจรจาระหว่างบอร์ดบริหารทีมโดย"เสี่ยเขต" เขตพงศ์ กุลนาถศิริ ผจก.ทีมกับ “โค้ชเบ๊" ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ได้บทสรุปแล้วเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 1 ส.ค. 62 ที่ผ่านมาโดย"โค้ชเบ๊" จะเริ่มเข้าไปคุมทัพให้สุโขทัยฯนัดแรกเกมนัดที่ 22 ที่จะบุกไปเยือนชลบุรีฯ เสาร์ 3 ส.ค. 62 นี้ เวลา 20.00 น.

  สำหรับการหวนคืนไปคุมทัพให้ สุโขทัยฯ ครั้งนี้ถือเป็นการรีเทิร์น ถิ่น"ค้างคาวไฟ" คำรบ 2 หลัง"โค้ชเบ๊" กุนซือผู้ได้รับฉายานักพาทีมหนีตกชั้นเคยคุมทีมแห่งทุ่งทะเลหลวง มาแล้ว ในไทยลีกครั้งที่ 21 เมื่อปี พ.ศ. 2560 ปี ค.ศ. 2017 ที่ผ่านมา โดยเข้าไปคุแทน สมชาย มากมูล ตั้งแต่เกมนัดที่ 7 ของฤดูกาล เมื่อ 3 เม.ย. 60 โดยคุมไปทั้งหมด 28 นัด ชนะ 7 เสมอ 12 แพ้ 9 พาทีมอยู่รอดโดยไม่ตกชั้นจบด้วยอันดับ 15 สำเร็จ

 จากนั้นฤดูกาลถัดมาได้คุมต่อ 1 เลกในไทยลีกครั้งที่ 22 ฤดูกาล 2018 เมื่อปี พ.ศ. 2561 ก่อนจะแยกทางกับทีมและไปคุม สุพรรณบุรี เอฟซี จบอันดับ 8 กระทั่ง ไทยลีกฤดูกาลนี้ 2019 “โค้ชเบ๊" ได้ถูกเลือกมาคุมทีม เอสซีจี เมืองทองฯ โดยคุมไป 5 นัด แพ้ พีที ประจวบฯ 0-1 (ห ) , แพ้ แบงค็อกฯ 0-1 ( ย ) , ชนะ เชียงใหม่ฯ 2-0 (ห ) , ชนะ สิงห์เชียงรายฯ 3-2 (ย ) , แพ้ ราชบุรีฯ 0-2 (ย ) ก่อนเจ้าตัวจะตัดสินใจลาออกจากทีมหลังจบเกมนัดบุกแพ้ ราชบุรีฯ เมื่อ 31 มี.ค. 62 กระทั่งว่างงานไป 4 เดือนเต็มๆและได้หวนคืนกลับมาทำงานในไทยลีกอีกครั้ง กับ สุโขทัยฯ

  สำหรับ"โค้ชเบ๊" ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวกับทีมในไทยลีก 2 หลายทีมทั้ง อาร์มี่ฯ , แอร์ฟอร์ซฯ แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ตัดสินใจร่วมหัวจมท้ายกับ สุโขทัยฯ อีกครั้งซึ่งเจ้าตัวได้ออกมายอมรับว่ามีการพูดคุยกับบอร์ดบริหารสุโขทัยฯ จริง โดยเหลือรอแค่เซ็นสัญญาคุมทัพอย่างเป็นทางการเท่านั้น

  ส่วนประเด็นที่ทีมตัดสินใจเด้ง รูโบเมียร์ รีตอฟสกี้ พ้นเก้าอี้กุนซือนั้น มีรายงานมาว่ามาจากผลงานก่อนจะกลับมาชนะตราดฯ ได้ 3-1 ในเกมล่าสุดนั้นทีมไม่ชนะใคร 6 นัดติด และมีข่าวด้วยว่ากุนซือรายนี้ให้ความสำคัญกับนักเตะต่างชาติมากกว่านักเตะไทยและความสัมพันธ์ ระหว่างเขากับแฟนบอลก็ไม่สู้ดี จนมีกระแสเรียกร้องจากกลุ่มแฟนคลับที่ระยะหลังเริ่มไม่เข้าไปเชียร์ไปสนามเกมเหย้ากดดันให้บอร์ดบริหารทีมเด้งกุนซือรายนี้พ้นตำแหน่งด้วยนั่นเอง

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย



โดยผู้ใกล้ชิดของอดีตประธานสโมสรอย่าง สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาเปิดเผยว่า ขณะนี้การเจรจาระหว่างบอร์ดบริหารทีมโดย"เสี่ยเขต" เขตพงศ์ กุลนาถศิริ ผจก.ทีมกับ “โค้ชเบ๊" ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ได้บทสรุปแล้วเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 1 ส.ค. 62 ที่ผ่านมาโดย"โค้ชเบ๊" จะเริ่มเข้าไปคุมทัพให้สุโขทัยฯนัดแรกเกมนัดที่ 22 ที่จะบุกไปเยือนชลบุรีฯ เสาร์ 3 ส.ค. 62 นี้ เวลา 20.00 น.

  สำหรับการหวนคืนไปคุมทัพให้ สุโขทัยฯ ครั้งนี้ถือเป็นการรีเทิร์น ถิ่น"ค้างคาวไฟ" คำรบ 2 หลัง"โค้ชเบ๊" กุนซือผู้ได้รับฉายานักพาทีมหนีตกชั้นเคยคุมทีมแห่งทุ่งทะเลหลวง มาแล้ว ในไทยลีกครั้งที่ 21 เมื่อปี พ.ศ. 2560 ปี ค.ศ. 2017 ที่ผ่านมา โดยเข้าไปคุแทน สมชาย มากมูล ตั้งแต่เกมนัดที่ 7 ของฤดูกาล เมื่อ 3 เม.ย. 60 โดยคุมไปทั้งหมด 28 นัด ชนะ 7 เสมอ 12 แพ้ 9 พาทีมอยู่รอดโดยไม่ตกชั้นจบด้วยอันดับ 15 สำเร็จ

 จากนั้นฤดูกาลถัดมาได้คุมต่อ 1 เลกในไทยลีกครั้งที่ 22 ฤดูกาล 2018 เมื่อปี พ.ศ. 2561 ก่อนจะแยกทางกับทีมและไปคุม สุพรรณบุรี เอฟซี จบอันดับ 8 กระทั่ง ไทยลีกฤดูกาลนี้ 2019 “โค้ชเบ๊" ได้ถูกเลือกมาคุมทีม เอสซีจี เมืองทองฯ โดยคุมไป 5 นัด แพ้ พีที ประจวบฯ 0-1 (ห ) , แพ้ แบงค็อกฯ 0-1 ( ย ) , ชนะ เชียงใหม่ฯ 2-0 (ห ) , ชนะ สิงห์เชียงรายฯ 3-2 (ย ) , แพ้ ราชบุรีฯ 0-2 (ย ) ก่อนเจ้าตัวจะตัดสินใจลาออกจากทีมหลังจบเกมนัดบุกแพ้ ราชบุรีฯ เมื่อ 31 มี.ค. 62 กระทั่งว่างงานไป 4 เดือนเต็มๆและได้หวนคืนกลับมาทำงานในไทยลีกอีกครั้ง กับ สุโขทัยฯ

  สำหรับ"โค้ชเบ๊" ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวกับทีมในไทยลีก 2 หลายทีมทั้ง อาร์มี่ฯ , แอร์ฟอร์ซฯ แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ตัดสินใจร่วมหัวจมท้ายกับ สุโขทัยฯ อีกครั้งซึ่งเจ้าตัวได้ออกมายอมรับว่ามีการพูดคุยกับบอร์ดบริหารสุโขทัยฯ จริง โดยเหลือรอแค่เซ็นสัญญาคุมทัพอย่างเป็นทางการเท่านั้น

  ส่วนประเด็นที่ทีมตัดสินใจเด้ง รูโบเมียร์ รีตอฟสกี้ พ้นเก้าอี้กุนซือนั้น มีรายงานมาว่ามาจากผลงานก่อนจะกลับมาชนะตราดฯ ได้ 3-1 ในเกมล่าสุดนั้นทีมไม่ชนะใคร 6 นัดติด และมีข่าวด้วยว่ากุนซือรายนี้ให้ความสำคัญกับนักเตะต่างชาติมากกว่านักเตะไทยและความสัมพันธ์ ระหว่างเขากับแฟนบอลก็ไม่สู้ดี จนมีกระแสเรียกร้องจากกลุ่มแฟนคลับที่ระยะหลังเริ่มไม่เข้าไปเชียร์ไปสนามเกมเหย้ากดดันให้บอร์ดบริหารทีมเด้งกุนซือรายนี้พ้นตำแหน่งด้วยนั่นเอง

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

นายกเล็ก เมืองสัตหีบจัดเทศบาลเคลื่อนที่ นำข้าราชการบริการประชาชน นอกเวลาราชการ

          เมื่อวานนี้ 31 ก.ค.62 ณ นายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเทศบาลเคลื่อนที่ ณ บริเวณลานเอนกประสงค์อ่าวดงตาล อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีโดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ประธานและคณะกรรมการชุชน ชมรมชมรมต่างๆและประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ

          นางอ้อย ปลีเจริญ รองปลัดเทศบาลเมืองสัตหีบ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานในครั้งนี้ว่า เทศบาลเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบหนึ่งที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด มีบทบาทหน้าที่ในด้านการให้บริการสาธารณะ การสร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น เทศบาลเมืองสัตหีบตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ และมุ่งเน้นการให้บริการอย่างทั่วถึง จึงได้จัดทำโครงการเทศบาลเคลื่อนที่ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานเทศบาลและประชาชนในชุมชน จัดบริการสาธารณะของแต่ละส่วนการงาน ของเทศบาลให้กับประชาชนในชุมชนอย่างทั่วถึง เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการพัฒนาชุมชน และพัฒนาเทศบาลเพื่อให้ผู้บริหารของเทศบาลออกไปพบปะประชาชน รับทราบปัญหาความเดือดร้อน เพื่อหาแนวทางแก้ไขได้ตรงตามปัญหาความต้องการของประชาชนเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประชาชนในชุมชน และเทศบาลเมืองสัตหีบ

         นายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ กล่าวว่า กิจกรรมที่มาให้บริการประชาชนตามโครงการเทศบาลเคลื่อนที่ประจำปีงบประมาณ 2562 ซึ่งจะเห็นได้ว่าการจัดงานในวันนี้ เกิดจากการเสียสละการร่วมแรงร่วมใจกันทำงาน ของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน โดยไม่หวังผลตอบแทน เพื่อหวังให้ประชาชนในชุมชนได้รับบริการต่างๆของเทศบาลโดยไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปขอรับบริการ ณ สำนักงานเทศบาลเมืองสัตหีบ

          โดยภายในงาน สอนประชาชนรู้จักการระงับอัคคีภัยในเบื้องต้น มอบแว่นสายตา แจกถุงยังชีพให้กับผู้ยากไร้ โดยมีเจ้าหน้าที่จากเทศบาลเมืองสัตหีบ ให้คำปรึกษาและรับชำระภาษี ด้านงานทะเบียนราษฎร พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร และการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแก่สุนัขและแมว บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป โดย โรงพยาบาลสัตหีบ กม.10 เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ อีกด้วย

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สส. สัตหีบ ร่วมกับหลายหน่วยงานลงช่วยเหลือประชาชนไม่มีน้ำประปาใช้ กว่า 50 ครัวเรือน

          วันนี้ 1 ส.ค.62 ดร.สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 8 จ.ชลบุรี พร้อมด้วยนายพิทักษ์ ช้างพลี ผู้อำนวยการกองช่างเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ กำนันรัดใจ บันดิษฐศิลป์ กำนันตำบลสัตหีบ นายอัครพล แสงศรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ตำบลสัตหีบ ร่วมกันบูรณาการลงพื้นที่ติดตาม เรื่องการไม่ได้รับบริการน้ำประปา นานกว่า 30 ปี บริเวณหมู่บ้านการเคหะ 4 ที่มีประชากรจำนวน 50 ครัวเรือนพักอาศัย ม.6 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

         ดร.สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 8 จ.ชลบุรี กล่าวว่าตามที่ พี่น้องประชาชน หมู่ที่ 6 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ ได้ร้องเรียนมายังสำนักงานผู้แทนราษฎร เขต 8 อ.สัตหีบ วันนี้ผมและคณะโดยมีกองช่างเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ กำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ได้ลงพื้นที่ติดตามการไม่ได้รับบริการน้ำประปาในหมู่บ้านการเคหะ 1, หมู่บ้านการเคหะ 3, หมู่บ้านการเคหะ 4, หมู่บ้านสามัคคี 20, หมู่บ้านสามัคคี 25 , หมู่บ้านกาญจนา 4-5 ร่วมไปถึงหมู่บ้านสันติสุข ในเขตเทศบาลตำบลเกล็ดแก้ว หลังชาวบ้านไม่มีน้ำประปาใช้ มาอย่างยาวนาน เพื่อสอบถามข้อมูล และจะได้มีการประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในด้านสาธารณูปโภค

          เบื้องต้นจากการพูดคุยกับทางเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ ทราบว่า นายไพโรจน์ มาลากุล ณ อยุธยา นายกเทศมนตรีตำบลเขตรอุดมศักดิ์ ได้มีการสนับสนุนงบประมาณด้านสาธารณูปโภค อย่างต่อเนื่องโดยได้มีการอุดหนุนงบประมาณ ปี 2563 ให้กับการประปาส่วนภูมิภาค เพื่อบรรเทาความเดือน ขยายแนวท่อประปาให้กับสำนักงาน การประปาสัตหีบ(อีสวอเตอร์) เพื่อแก้ไขความเดือดร้อนพี่น้องประชาชน ในหมู่บ้านการเคหะ 1,หมู่บ้านการเคหะ 3, หมู่บ้านสามัคคี 20, หมู่บ้านสามัคคี 25 ,หมู่บ้านกาญจนา 4-5 แล้วในส่วน หมู่บ้านการเคหะ 4 ที่ยังไม่ได้รับรับบริการน้ำประปา จะได้มีการผลักดัน การขยายเขตท่อน้ำประปาในงบประมาณหน้าต่อไปอย่างเร่งด่วน ส่วนหมู่บ้านสันติสุข พื้นหมู่ที่ 10 ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เขตเทศบาลตำบลเกล็ดแก้ว นั้น เป็นพื้นที่จ่ายน้ำของการประปาส่วนภูมิภาคบ้านฉาง ซึ่งจะได้มีประสานไปยัง เทศบาลตำบลเกล็ดแก้ว และการประปาส่วนภูมิภาคบ้านฉางเพื่อขอขยายแนวท่อประปา ต่อไป

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จังหวัดจันทบุรี ประชุมเตรียมความพร้อมการรับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ณ อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา – เขาวง และ พวา – พลู

          วันนี้ ( 2 ส.ค.62 ) ที่ ห้องประชุมเทศบาลตำบลพวา อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี /นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รอง ผวจ.จังหวัดจันทบุรี เป็นประธานประชุมหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมการรับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ที่จะเสด็จฯทอดพระเนตรความก้าวหน้าการสร้างแหล่งอาหาร – แหล่งน้ำ ให้ช้างป่าและสัตว์ป่า ณ อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา – เขาวง ในวันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม 2562 ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และ สมพระเกียรติฯ

          โดยครั้งนี้เป็นการทอดพระเนตร ติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาช้างป่าที่คาบเกี่ยวในพื้นที่ 2 จังหวัด คือระยอง และ จันทบุรี ซึ่งในส่วนของจังหวัดจันทบุรีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ฯ จะเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรความก้าวหน้าการสร้างแหล่งอาหาร – แหล่งน้ำ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ เขาชะเมา ชบ.7 พวา – พลู ตำบลพวา อำเภอแก่งหางแมว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีช้างป่าออกมาหากินจำนวนมาก และช้างป่าฝูงนี้จะวนเวียนหากินในพื้นที่ อำเภอแก่งหางแมว ไม่กลับเข้าสู่ป่าใหญ่ เขาอ่างฤาไนย จึงจำเป็นที่ทุกหน่วยงานต้องบูรณาการความร่วมมือเพื่อให้ช้างป่า และ ชาวบ้านได้อยู่ร่วมกันอย่างปกติ และปลอดภัย มีการสร้างแหล่งอาหารให้เพียงพอแก่ช้างป่าเพื่อป้องกันมิให้ช้างป่าออกมาหากินในพื้นที่ชุมชนที่อยู่อาศัยของราษฎร ป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งสร้างความสมบูรณ์แก่ทรัพยากรธรรมชาติ

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จ.จันทบุรี เกิดเหตุ พายุลมแรง พัดต้นไม้ ป้ายโฆษณา หักโค่น สวนผลไม้เกษตรกร รวมทั้งบ้านเรือนประชาชนเสียหายหลายแห่ง

         ที่จังหวัดจันทบุรี ได้เกิดพายุลมแรง จากอิทธิพายุโซนร้อน วิภา มีศูนย์กลางอยู่บริเวณเกาะไหหลำ ประเทศจีนและจะขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามใน สองวันนี้ ส่งผลกระทบให้เกิดพายุฝนและลมรุนแรงหลายพื้นทีในจังหวัดจันทบุรี ต้นไม้ กิ่งไม้ ป้ายโฆษณา ได้หักโค่นล้มใส่บ้านเรือนประชาชน เส้นทางคมนาคมได้รับความเสียหายหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ สวนผลไม้ ไม่เว้นพื้นที่เขตเมือง มีป้ายโฆษณาถูกแรงลมพัดปลิว เสียหาย ต้นไม้หักโค่น ทำให้กระแสไฟฟ้าดับ หลายจุด บ้านเรือนประชาชนบางแห่งได้รับความเสียหายจากพายุลมแรง แผ่นหลังคาปลิว กระจกแตก ต้นไม้ล้มขวางทางการจราจร

เจ้าหน้าที่กู้ภัย อปพร. ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยของเทศบาลท้องถิ่นต่าง ๆ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อาสากู้ภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจช่วยเหลือเยียวยา แก้ปัญหาเพื่อให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ในส่วนของความเสียหายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ออกช่วยเหลือและประเมินความเสียหายเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ต่อไป

อย่างไรก็ตาม สำนักงานอุตุนิยมวิทยา และ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดจันทบุรี ได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชน และ เกษตรกร ให้เฝ้าระวังผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากอิทธิพลโซนร้อน วิภา พื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่ม น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำรอการระบายให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ พร้อมแจ้งผู้ประกอบการชายทะเล ให้ปักธงแดง เตือนนักท่องเที่ยว งดลงเล่นน้ำทะเลที่อาจจะเกิดอันตรายจากคลื่นลมแรงได้ เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ในระยะนี้

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพบปะ มอบนโยบายแนวทางการปฏิบัติราชการ แก่ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ขยายผล นโยบายของรัฐบาล

          วันนี้ ( 1 ส.ค.62 ) ที่หอประชุมส่วนอำเภอเมืองจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเดินทางตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจ และมอบนโยบาย แลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดเห็น รับทราบปัญหา อุปสรรคกับผู้นำชุมชน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการระดับอำเภอ กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน ขยายผล นโยบายของรัฐบาลแนะแนวทางการปฏิบัติงาน บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ราษฎร สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน เน้นย้ำให้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยกันลด อบายมุขในหมู่บ้านของตนเอง

          เพื่อการพัฒนาจังหวัดจันทบุรีอย่างยั่งยืน ตอบสนองความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นชนบท แต่ละพื้นที่ ในรูปแบบประชารัฐ ที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ช่วยกันขับเคลื่อนแนวทางนโยบายของรัฐบาลตามที่ได้รับมอบหมายให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนสูงสุด ส่งเสริมอาชีพในท้องถิ่น ไม่ทิ้งถิ่นฐาน สร้างความมั่นคง มั่งคั่ง แก่ชุมชน น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นพลังของจังหวัดจันทบุรี ทั้งยังต้องช่วยกันส่งเสริมเด็กและเยาวชนให้รู้จักการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ รู้รักสามัคคี เทิดทูนไว้ซึ่งสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ชาวบ้านสุโขทัย วอนผู้ว่าและ ส.ส.ช่วยตามเงิน เวนคืนแก้มลิงวังทองแดง

         ชาวบ้านหมู่ 3 ตำบลวังทองแดง อ.เมือง จ.สุโขทัย จำนวน 10 คน เดินทางมาพบ นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย และนางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส.สุโขทัยเขต 1 เพื่อร้องเรียนและขอความเป็นธรรม ให้ช่วยเร่งรัดเงินชดเชยการเวนคืนที่ดิน บริเวณ ต.วังทองแดง อ.เมือง จ.สุโขทัย ซึ่งเป็นโครงการแก้มลิงวังทองแดง ของสำนักชลประทาน ที่ 4 ซึ่งก่อนจะมีการลงมือทำโครงการแก้มลิงวังทองแดง ทางโครงการได้มีการเข้ามาทำประชามติ ณ ศาลาหมู่บ้านวังทองแดง โดยมีผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.วังทองแดง อ.เมือง จ.สุโขทัย และหน่วยงานชลประทาน เข้ามารับทราบในข้อตกลง ในการจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหาย ค่าที่ดิน ค่าเวนคืนที่ดิน ของชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่โครงการแก้มลิงทองแดง ในราคา ไร่ละ 125,000 บาท ซึ่งมีมติในที่ประชุมกับประชาชน เมื่อเดือนกันยายน 2561 ว่าจะมีการจ่ายเงินชดเชยให้ แต่ก็มีการเลื่อนออกไปจนถึงขณะนี้ชาวบ้านกลุ่มดังกล่าวยังไม่ได้รับเงินค่าชดเชยเวนคืนที่ดินเลย

          นางปรีดาพร อิ่มขุนทอง อยู่บ้านเลขที่ 61/1 หมู่ 11 ต.นาขุนไกร อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย หนึ่งในผู้เสียหายกล่าว่า ที่ดินของตน จำนวน 7 ไร่ 3 งาน ที่อยู่ในโครงการนี้ โดยหลังจากที่พวกตนตกลงยินยอมให้โครงการแก้มลิงวังทองแดง เข้ามาทำการขุดลอกและเตรียมพื้นที่เพื่อทพแก้มลิงไว้ใช้สำหรับเก็บกักน้ำเพื่อบรรเทาภัยแล้ง จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้รับเงินชดเชย อีกทั้งพวกตนก็เป็นคนจน ต้องย้ายที่อยู่อาศัยไปอยู่ที่อื่น มีค่าใช้จ่าย จึงวอน ส.ส.สุโขทัย และผู้ว่าราชการจังหวัด เข้ามาให้การช่วยเหลือพวกตนด้วย

         ภายหลังจากรับทราบปัญหาของชาวบ้านกลุ่มนี้ นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้รับเรื่องไว้และจะติดตามทวงถามไปยังสำนักชลประทานที่ 4 ถึงการเวนคืนที่ดินเพื่อทำแก้มลิงวังทองแดง ซึ่งมีมติชัดเจนอยู่แล้ว่าจะต้องจ่ายให้กับราษฎรไร่ละเท่าไรเวลาไหน แต่ ณ ขณะนี้ ไม่เป็นไปตามที่ได้ตกลงกันไว้ ตนในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดก็จะรับเรื่องไว้และเร่งติดตามทวงถามให้แก่ราษฎรต่อไป

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน