“บิ๊กป้อม” พร้อม “ธรรมนัส” ร่วมคอนเสิร์ตการกุศล​ “เราไม่ต่างกัน เปิดโลกคนพิการ มิตรภาพยิ่งใหญ่ ไทย-เกาหลี”

          จากการที่ มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ​ นำโดย ศาสตราจารย์​ วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ผู้ก่อตั้งและประธานมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ​ และ มูลนิธิแสงอรุณเพื่อพัฒนาชีวิต ร่วมจัดโครงการ คอนเสิร์ตการกุศล “เราไม่ต่างกัน เปิดโลกคนพิการ มิตรภาพยิ่งใหญ่ ไทย-เกาหลี”  ในวันที่ 7 ส.ค.62  ที่ห้อง LIDO2 Lido connect สยามสแควร์ วัน (โรงภาพยนตร์ลิโด้เดิม) มีการแสดงคอนเสิร์ตการกุศล “เราไม่ต่างกัน เปิดโลกคนพิการ มิตรภาพยิ่งใหญ่ ไทย-เกาหลี”  โดยทั้ง 2 มูลนิธิได้เชิญ คนพิการจากประเทศเกาหลี มาแสดงร่วมกับคนพิการในประเทศไทย ซึ่งประกอบไปด้วย​ วง EINSBAUM (ไอสะบาอูม) จากประเทศเกาหลี,วง Thai Boundless Music,วง The Family Trio วง Mom & Son และวงสามสหายหัวใจไร้กังวล จากประเทศไทย โดยได้รับเกียรติจาก​ พลเอก​ ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้เกียรติมาเป็นประธาน​เปิดการแสดง พร้อมด้วย ร้อยเอก ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางมาร่วมชมการแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้ด้วย

          พลเอก​ ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรี นอกจากมาเป็นประธานเปิดงานครั้งนี้แล้ว ยังได้มอบเงินส่วนตัว จำนวน 30,000 บาท ร่วมบริจาคให้กับ 2 มูลนิธิฯ เพื่อช่วยเหลือคนพิการ อีกทั้ง ร้อยเอก ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  พร้อมด้วยคุณจุ๊บจิ๊บ ธนพร ศรีวิราช นางสาวไทยปี พ.ศ.2559 ร่วมมอบเงินจำนวน 1,222,000 บาท เพื่อร่วมพัฒนาชีวิตคนพิการไทย และอีกหลายองค์กรมากมาย ก็มาร่วมบริจาคเงินในครั้งนี้ด้วย

          ทางผู้จัดงาน ยังได้เชิญสถานทูตสาธารณรัฐเกาหลีใต้ประจำประเทศไทย มาเข้าร่วมงาน นอกจากนี้ยังได้มีผู้นำคนพิการประเภทต่างๆ หน่วยงาน องค์กร ที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ พร้อมด้วยประชาชน หลั่งไหลเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก สำหรับวัตถุประสงค์ก็เพื่อให้คนพิการไทยได้เกิดแรงบันดาลใจ ในการพัฒนาศักยภาพของตนเอง เพื่อสร้างเจตคติที่ถูกต้องสร้างสรรค์ ต่อสังคมไทยที่มีต่อคนพิการ และจัดหาทุนช่วยเหลือการดำเนินกิจการของทั้งสองมูลนิธิฯ นำมาพัฒนาคนพิการคนพิการไทยต่อไป อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย​ และประเทศสาธารณรัฐเกาหลีใต้​ ด้านการพัฒนาคนพิการอีกด้วย

***************************************

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอ.รมน.จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดโครงการสร้างความรักความปรองดอง​ และสร้างความยุติธรรมในสังคม

          กอ.รมน.จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดโครงการสร้างความรักความปรองดอง​ และสร้างความยุติธรรมในสังคมภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อลดความขัดแย้ง ประจำปีงบประมาณ 2562

         เมื่อวันที่ 5-6 ส.ค.62​ ณ ศูนย์การเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง บ้านหนองยายอ่วม หมู่ 4 ต.หนองพลับ อ.หัวหินจ.ประจวบคีรีขันธ์​ : พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รอง ผอ.รมน.จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์​,พ.อ.สมพงษ์ อารีพงษ์ หน.กลุ่มนโยบายแผนและการข่าวกอ.รมน.จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์​,พ.อ.สุรชัย สังข์แก้ว หัวหน้าฝ่ายนโยบายและแผน กอ.รมน.จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์​ และ พ.อ.อิทธิกร ศิริวัลย์ เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์​ ร่วมเปิดโครงการสร้างความรักความปรองดองและสร้างความยุติธรรมในสังคม ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อลดความขัดแย้ง ประจำปีงบประมาณ 2562 มีประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมโครงการ จำนวน 30 คน โดยมี นางนันทนิช ตรีเทพ ผู้อำนวยการคุมประพฤติ จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์​ สาขาหัวหิน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฯ

*******************************

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​/ รายงาน​

ประชาชนในเขตพระนคร จัดงานเพื่อระลึกความดี อดีต ผอ.เขตพระนคร

        นายวุฒิชัย บุญสิทธิ์ ผอ.เขตประเวศ มารับรางวัล “คนดีศรีพระนคร” ซึ่งเป็นรางวัลจากชาวบ้านธรรมดาที่รวมสิ่งศักดิ์สิทธิ์​ ในเขตพระนคร​ มาหลอมเป็นหนึ่งเดียวนี้ เป็นรางวัลความประทับใจของประชาชน ชุมชน ประชาคมต่างๆ​ ที่ประทับใจในการบริการของข้าราชการคนหนึ่งที่ชื่อวุฒิชัย บุญสิทธิ์ อดีตผู้เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการเขตพระนครและเป็นรางวัลแรกที่ชาวชุมชนมอบให้ผอ.เขต​พระนคร​ ตั้งแต่มีการตั้งเขตพระนครมา​

          รางวัลนี้ถึงแม้จะไม่มีราคาทางวัตถุแต่มีค่าทางจิตใจมากมายมหาศาลเพราะรวมสิ่งศักดิ์สิทธ์ในชุมชนเขตพระนคร​ ในราคาไ​ม่ถึง​ 3,000 บาททำด้วยหัวใจของพี่น้องที่หล่อหลอมด้วยความรักความสามัคคีซึ่งมีค่ามากกว่าเงินตรา​

******************************

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เทสโก้ โลตัส จับมือ ช้อปปี้ ขยายช่องทางให้บริการ บนออนไลน์ทั่วประเทศ ตอบโจทย์ลูกค้าในยุค “ทุกที่ ทุกเวลา”

          วันที่่​ 7 สิงหาคม 2562 กรุงเทพฯ​ : เทสโก้ โลตัส ประกาศความร่วมมือกับ ช้อปปี้ ผู้นำแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน เปิดตัวร้านค้าเทสโก้ โลตัส บนแพลตฟอร์มช้อปปี้ ซึ่งมียอดในการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นมากกว่า 30 ล้านครั้ง การร่วมมือในครั้งนี้จะทำให้เทสโก้ โลตัส สามารถให้บริการฐานลูกค้าของช้อปปี้ ได้หลายล้านคนในประเทศไทย ซึ่งเป็นไปตามแผนกลยุทธ์ของเทสโก้ โลตัส ในการขยายการให้บริการลูกค้าเพิ่มเติมผ่านช่องทางออนไลน์

          นายยุทธนา จิตจรุงพร หัวหน้าแผนกธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคออนไลน์ เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า “ในฐานะผู้ประกอบการค้าปลีกแบบ omni-channel เทสโก้ โลตัส มุ่งมั่นที่จะส่งมอบสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่เอื้อมถึงได้ พร้อมกับประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ ไม่ว่าลูกค้าจะใช้บริการเทสโก้ โลตัส ที่ใด ทั้งไฮเปอร์มาร์เก็ต ร้านเอ็กซ์เพรส หรือช่องทางออนไลน์ เทสโก้ โลตัส เป็นค้าปลีกรายแรกในประเทศไทยที่เปิดให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ Tesco Lotus Shop Online ซึ่งมีทั้งอาหารสดและสินค้าอุปโภคบริโภคที่ครบครันไว้บริการลูกค้า เนื่องจากเทรนด์การขยายตัวของสังคมเมืองและการเติบโตของดิจิทัลในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เรามองเห็นโอกาสในการให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมผ่านการขยายช่องทางออนไลน์ออกไป ซึ่งเป็นที่มาของการร่วมมือกับช้อปปี้ หนึ่งในผู้นำในตลาดอี-คอมเมิร์ซในภูมิภาคในครั้งนี้ ในการเปิดตัวร้านเทสโก้ โลตัส บนช้อปปี้ มอลล์ ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป ลูกค้าช้อปปี้ จะสามารถเลือกซื้อสินค้าหลากหลายหมวดหมู่กว่า 10,000 รายการ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม สินค้าแม่และเด็ก ในราคาสุดประหยัด และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเปิดตัวของร้านเทสโก้ โลตัสบนแพลตฟอร์มช้อปปี้ ระหว่างวันที่ 8-10 สิงหาคม 2562 จะมีการจัด flash sales ลดราคาสูงสุด 70% ตลอดทั้งวัน นอกจากนั้นยังมีบริการส่งสินค้าฟรีสำหรับสินค้าที่ร่วมโปรโมชั่นอีกด้วย เพื่อประสบการณ์การช้อปปิ้งอย่างไร้รอยต่อที่แท้จริง ลูกค้าจะสามารถสะสมแต้มคลับการ์ดได้ตามปกติไม่ต่างจากเวลาซื้อสินค้าในสาขาของเทสโก้ โลตัส และช่องทางออนไลน์อื่นๆ เพื่อความคุ้มค่าของการจับจ่ายใช้สอย”

          นายศิวกร สิริวงศ์ภาณุพงศ์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับเทสโก้ โลตัส เข้ามาเป็นครอบครัวเดียวกับช้อปปี้ จากการร่วมมือกันในครั้งนี้จะทำให้ลูกค้าของเราสามารถเพลิดเพลินกับสินค้าที่หลากหลายของเทสโก้ โลตัส มอบความสะดวกสบายในการจับจ่ายสินค้าในชีวิตประจำวันได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น โดยในวาระสำคัญนี้ ช้อปปี้รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เทสโก้ โลตัสมาเป็นพันธมิตรกับเราอย่างเป็นทางการ และเรามั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าการร่มมือกันครั้งนี้จะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี”

ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ:
แผนกสื่อสารองค์กร เทสโก้ โลตัส
คณาธิป ทรัพยสิทธิ์ (โจ๊ก) 081-843-5754 จันทร์ทิพย์ เทศทอง (ตั้ม) 080- 219-9823
E-Mail: prtescolotus@gmail.com

บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด
นริศรา อารีรัตนมาศ (เน)
โทร. 094-614-4599
อีเมล์: nay.areeratanamas@shopee.com

***********************************

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

บก.ตม.4 จับกุมผู้กระทำความผิด​ และคดีสำคัญที่น่าสนใจ 3 คดี

          วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่​ 8​ ส.ค.62​ เวลา​ 10.30​ น.ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รองผบช สตม.​ ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ รอง ผบก.ตม.4,พ.ต.อ.นิธิศ ปิติธีรโชติ รอง ผบก.ตม.4,พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา รอง ผบก.ตม.4,พ.ต.อ.เศรษฐภัทร ณ สงขลา ผกก.สส.บก.ตม.4 ร่วมแถลงข่าวผลการปฏิบัติและการจับกุมคดีชาวต่างชาติกระทำความผิดที่น่าสนใจ 3 คดี

          1.กก.สส.บก.ตม.4 ร่วมกับตม.จ.ขอนแก่น ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับในคดี ค้ามนุษย์ ดังนี้​ ตม.จ.ขอนแก่น และ กก.สส.บก.ตม.4 ได้รับการประสานข้อมูลจาก สภ.บ้านไผ่ ว่ามีกรณีชาวต่างชาติสัญชาติญี่ปุ่น มีพฤติกรรมเรียกเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี มาให้บริการทางเพศ ที่โรงแรม อินภาวา อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น จึงได้ร่วมกันออกสืบสวนจนทราบว่า มีนายพีรพงษ์ อายุ 57 ปี ได้ทำการติดต่อเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี ไปให้บริการทางเพศกับ นายคาซูโอะ (MR.KAZUO) อายุ 69 ปี ชาวญี่ปุ่น แล้วให้เงินเป็นค่าตอบแทน ครั้งละ​ 10,000 บาท และสืบสวนจนพบเด็กหญิงอายุ 15-16 ปี จำนวน 2 คน ที่เคยถูกติดต่อให้ไปให้บริการทางเพศกับ นายคาซูโอะฯ หลายครั้ง และเด็กหญิงดังกล่าวต้องการร้องทุกข์ดำเนินคดีตามกฎหมาย

          ตม.จ.ขอนแก่น และ กก.สส.บก.ตม.4 จึงได้ร่วมกันติดตามตัวเด็กหญิงทั้ง 2 คน จนพบว่า คือ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี และ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 15 ปี และได้ติดต่อผู้ปกครองของเด็กทราบ เพื่อให้มาร้องทุกข์ที่ กก.สส.บก.ตม.4 จึงได้พาผู้ปกครองและเด็กทั้ง 2 คน มาที่ กก.สส.บก.ตม.4 เพื่อร้องทุกข์และให้พบกับเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ขอนแก่น เพื่อทำการพูดคุย สัมภาษณ์ เพื่อคัดแยกเหยื่อ ซึ่งเจ้าหน้าที่ พม. พิจารณาแล้วทราบว่า กรณี น.ส.บี เคยได้รับการติดต่อไปให้บริการทางเพศกับ นายคาซูโอะฯ ครั้งแรกเมื่อประมาณกลางปี พ.ศ.2561 ต่อเนื่องมาจนถึงเดือน เม.ย.2562 รวม 5 ครั้ง และ ทุกครั้งจะได้เงินค่าตอบแทนจำนวน 10,000 บาท จากนั้นได้แบ่งเงินจำนวน 5,000 บาทให้กับนายพีรพงษ์ฯ ส่วน น.ส.เอฯ เคยได้รับการติดต่อไปให้บริการทางเพศกับ นายคาซูโอะฯ ประมาณเดือน พ.ค.2562

          ตามพฤติการณ์และการกระทำของนายพีรพงษ์ และนายคาซูโอะ เป็นความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์​ จนท.กก.สส.บก.ตม.4 จึงได้นำภาพถ่ายของนายพีรพงษ์ฯ ที่ได้จากการสืบสวน ให้เด็กหญิงทั้ง 2 คน ดูว่าเป็นบุคคลที่ติดต่อให้ตนไปให้บริการทางเพศกับนายคาซูโอะฯ หรือไม่ และให้ดูภาพนายคาซูโอะฯ ว่าเป็นชาวญี่ปุ่นที่ให้เด็กหญิงทั้ง 2 คน ไปให้บริการทางเพศแล้วให้เงินเป็นค่าตอบแทนหรือไม่ ปรากฏว่าเด็กหญิงทั้ง 2 คน ยืนยันตรงกันว่าใช่ จึงได้นำข้อมูลทั้งหมดจากการสืบสวนไปขออำนาจศาลจังหวัดพล อ.พล จ.ขอนแก่น เพื่อออกหมายจับนายพีรพงษ์ฯ และนายคาซูโอะฯ ต่อมาศาลจังหวัดพล ได้อนุมัติหมายจับที่ 82/2562 ลง 6 ส.ค.62 ให้จับนายพีรพงษ์ฯ และหมายจับที่ 83/2562 ลง 6 ส.ค. 62 ให้จับนายคาซูโอะฯ จากนั้นเจ้าหน้าที่ ตม.จ.ขอนแก่น,กก.สส.บก.ตม.4,กก.4 บก.สส.สตม. และ สภ.บ้านไผ่ จึงได้ร่วมกันสืบสวนหาตัวบุคคลทั้ง 2 คน

     จนทราบว่าบุคคลทั้ง 2 พักอยู่ที่โรงแรมแกลเลอรี่ เลควิว ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบนายคาซูโอะฯ และ นายสยุมภูว์ฯ เดินมาพร้อมกับ น.ส.ซี (นามสมมติ) อายุ 17 ปี จึงได้แสดงตัวเพื่อจับนายคาซูโอะฯ ตามหมายจับ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้สอบถามทราบว่านายสยุมภูว์ฯ ได้นำ น.ส.ซีฯ มาส่งที่ห้องพักของนายคาซูโอะฯ สอบถาม น.ส.ซีฯ ทราบว่า นายสยุมภูว์ฯ ได้นำมาพบนายคาซูโอะฯ เพื่อร่วมหลับนอนกับนายคาซูโอะฯ โดยจะให้ค่าตอบแทนจำนวน 5,000 บาท แต่ยังไม่ได้รับ จึงได้นำตัวบุคคลทั้งสามมาที่ กก.สส.บก.ตม.4 และหลังจากนั้น จนท.ชุดจับกุมได้ตรวจสอบพบ นายพีรพงษ์ฯ อยู่ที่โรงแรมด้วย จึงได้ร่วมกันจับตามหมายจับแล้วควบคุมตัวส่ง พงส.กก.สส.บก.ตม.4 ต่อไป​ โดยพฤติการณ์ของนายสยุมภูว์ฯ เป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ จึงได้ขออนุมัติหมายจับต่อศาลจัง     หวัดขอนแก่น แล้วจับกุมตัวส่ง พงส.กก.สส.บก.ตม.4 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

     2.ตม.จ.หนองบัวลำภู ได้ร่วมกันจับกุมตัว MR.NJEI อายุ 32 ปี สัญชาติแคเมอรูน ข้อหาเป็น คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (อยู่เกิน 1,691 วัน) และทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานพฤติการณ์กล่าวคือ ด้วยเจ้าหน้าที่ ตม.จ.หนองบัวลำภู ได้รับแจ้งเบาะแสจากแหล่งข่าวว่ามีคนต่างด้าวลักลอบประกอบอาชีพเป็นครูในโรงเรียนเอกชนสอนภาษาต่างประเทศอยู่ที่โรงเรียนแสนภักดี ซึ่งตั้งอยู่​ ต.ศรีบุญเรือง อ.ศรีบุญเรือง​ จ.หนองบัวลำภู จึงได้ประสานบูรณาการร่วมกับจัดหางานจังหวัดหนองบัวลำภู และกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู เข้าตรวจสอบโดยในการปฏิบัติการครั้งนี้ ตม.จ.หนองบัวลำพู ได้นำรถตรวจการณ์อัจฉริยะ (MOBILE) ออกร่วมภารกิจ

          ผลการตรวจสอบพบคนต่างด้าวรายนี้ กำลังสอนภาษาต่างประเทศให้กับนักเรียน จากการตรวจสอบคนต่างด้าวไม่แสดงเอกสารประจำตัวและใบอนุญาตทำงาน สอบถามคนต่างด้าวรับว่าทำงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ที่โรงเรียนแสนภักดี มาแล้วเป็นเวลา 2 เดือน ได้ค่าจ้างเดือนละ 15,000 บาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ ตม.จว.หนองบัวลำพู จึงนำข้อมูลของคนต่างด้าวมาตรวจสอบโดยใช้รถตรวจการณ์อัจฉริยะ (MOBILE) พบว่าคนต่างด้าวได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 จนครบกำหนดอนุญาตแล้วไม่เดินทางออกนอกราชอาณาจักรภายในกำหนด แต่ได้ลักลอบอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยการอนุญาตสิ้นสุด (OVERSTAY) เป็นเวลา 1,691 วัน

          3.ตม.จ.สุรินทร์ ได้ร่วมกันจับกุมนายอัดนัน อายุ 43 ปี สัญชาติเยเมน กรณีมีพฤติการณ์น่าเชื่อว่า เป็นบุคคลต้องสงสัยในการวางแผนยัดยาเสพติด น.ส.วิลาวัลย์ฯ อดีตแฟนสาวชาวไทย​ พฤติการณ์กล่าวคือ เมื่อวันที่ 21​ มกราคม 2562 ได้มีผู้มาติดต่อ สภ.ดม จ.สุรินทร์ แจ้งว่า รถยนต์กระบะ คันทะเบียน บย 5042 สุรินทร์ ซึ่งเป็นรถยนต์ที่มี น.ส.วิลาวัลย์ฯ เป็นผู้ครอบครอง โดยมี นายอุดรฯ ซึ่งเป็นญาติของ น.ส.วิลาวัลย์ฯ เป็นผู้ใช้รถขนส่ง​ ดอกดาวเรืองมียาบ้าซุกซ่อนไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขอ นายอุดรฯ เข้าทำการตรวจค้นรถคันดังกล่าว

          ผลการตรวจค้นพบยาบ้า จำนวน 135 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกมัดด้วยลวดห้อยอยู่กันชนหลังรถกระบะ นายอุดรฯ ยืนยันว่าตนไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาก่อน โดย นายอุดรให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2562 มีพระสงฆ์ กับ บุคคลธรรมดา อีก 2-3 คน มาทำทีขอซื้อดอกดาวเรือง และ ขอความช่วยเหลือ บอกว่ารถติดหล่ม นายอุดรฯ​ ได้ขับรถยนต์กระบะ คันทะเบียน บย 5042 สุรินทร์ ไปให้การช่วยเหลือ โดยในระหว่างให้การช่วยเหลือนั้นพบว่ามีบุคคลมาก้มๆ เงยๆ ที่บริเวณรถของตน ต่อมาเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 น.ส.วิลาวัลย์ฯ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาหลัก ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน ภ.จ.พังงา ร่วมกันจับกุมตัว พร้อมของกลางยาบ้า (เมทแอเฟตามีน) จำนวน 55 เม็ด บรรจุในหลอดสีเขียว ซุกซ่อนไว้ในกระเป๋าเดินทางของ น.ส.วิลาวัลย์ฯ ดำเนินคดีในข้อหา “เสพและมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” โดย น.ส.วิลาวัลย์ฯ ให้การปฏิเสธว่ายาบ้า จำนวน 55 เม็ด ดังกล่าวนั้น ไม่ใช่ยาบ้าของตน และยังได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า

          ก่อนเกิดเหตุในคดีนี้ น.ส.วิลาวัลย์ฯ เคยคบหาอยู่กินกันฉันท์สามีภรรยากับนายอัดนัน สัญชาติเยเมน ต่อมาตนและนายอัดนัน มีการฟ้องร้องคดีแพ่งในข้อหาผิดสัญญาเรียกเงินคืน ผลคดีปรากฏว่าศาลแพ่งยกฟ้องทำให้นายอัดนันฯ โกรธแค้น น.ส.วิลาวัลย์ฯ ซึ่งก่อนถูกจับกุมไม่นาน กล่าวคือ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของ น.ส.วิลาวัลย์ฯ นายอัดนันฯ มาทำทีขอคืนดี และชวนกันมาพักผ่อนที่พัทยา จ.ชลบุรี และ จ.พังงา โดยบอกว่าจะให้เงินจำนวน 500,000 บาท เป็นของขวัญวันเกิด น.ส.วิลาวัลย์ฯ หลงเชื่อ จึงได้เดินทางไปพักผ่อนด้วย

          แต่เมื่อ น.ส.วิลาวัลย์ฯ เดินทางไปพักผ่อนกับ นายอัดนันฯ ตามตกลง ก็ไม่ได้รับเงินจำนวน 500,000 บาท แต่อย่างใด กลับได้รับเงินเพียง 28,000บาท และได้แยกย้ายกันที่ จ.พังงา ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 โดย น.ส.วิลาวัลย์ฯ ขึ้นรถแท็กซี่แยกกันคนละคันกับนายอัดมัน เพื่อเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต เพื่อเดินทางกลับบ้านที่ จ.สุรินทร์ ซึ่งในขณะเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต น.ส.วิลาวัลย์ฯ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดำเนินคดีเนื่องจากมียาเสพติดในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดย น.ส.วิลาวัลย์ฯ เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นการวางแผนกลั่นแกล้งตนเพื่อให้ถูกดำเนินคดี และเชื่อว่า นายอัดนัน มีส่วนเกี่ยวข้อง

          ทั้งคดีที่ จ.สุรินทร์ และ จ.พังงา จากการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดม เกี่ยวกับกรณีที่มีการตรวจพบยาบ้า จำนวน 135 เม็ด ที่รถยนต์กระบะ คันทะเบียน บย 5042 สุรินทร์ นั้น เชื่อได้ว่าเป็นการที่ นายศรชัยฯ,นายสมบัติฯ,นายทยานฯ และ นายไลย์ฯ (พระสงฆ์ปลอม) ได้ร่วมกัน นำยาบ้าไปผูกไว้ที่รถยนต์ คันทะเบียน บย 5042 สุรินทร์ และร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดทางอาญา เพื่อให้ นายอุดรฯ และ น.ส.วิลาวัลย์ฯ ได้รับโทษทางอาญา โดยมี นายอัดนันฯ เป็นผู้จ้างวาน

          ซึ่งร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จกลั่นแกล้ง น.ส.วิลาวัลย์ฯ เพื่อให้ได้รับโทษทางอาญา อีกเช่นกัน พนักงานสอบสวนจึงได้มีการขอศาลจังหวัด ตะกั่วป่าออกหมายจับนายอัดนันฯ ในข้อหา “ทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จเพื่อให้พนักงานสอบสวนเชื่อว่ามีความผิดอาญาเกิดขึ้น ที่มีระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต” ตามหมายจับศาลจังหวัดตะกั่วป่าที่ 18/2562 ต่อมาวันที่ 17 กรกฎาคม 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดม และเจ้าหน้าที่ ตม.จ.สุรินทร์ ได้ทำการสืบสวนทราบว่า นายอัดนันฯ มาอยู่ที่บ้านเลขที่ 129 หมู่ที่ 2 ต.ตาตุม อ.สังขละ จ.สุรินทร์ จึงได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบและทำการจับกุม นายอัดนันฯ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า​ ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน

          พนักงานสอบสวนจึงได้ขอศาลจังหวัดสุรินทร์ ออกหมายจับ นายอัดนันฯ ในข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับการกระทำผิดอาญาแก่เจ้าพนักงาน ผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายอันเป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ หรือรับโทษหนักขึ้น” ไว้ตามหมายจับศาลจังหวัดสุรินทร์ ที่ 68/2562 และจากการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาหลัก เกี่ยวกับ กรณีที่ น.ส.วิลาวัลย์ฯ ถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” นั้น เชื่อได้ว่าเป็นการที่ นายอัดนันฯ

*******************************

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

พิธี ประกวดการฝึกของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ประจำปี 2562​

     วันนี้​ วันพฤหัสที่ 8 ส.ค.62​ เวลาประมาณ 08.00 น.ณ ลานฝึก กก.อารักขา 2 บช.น. : พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.รัชพล ชนะศรีขจร รอง ผบก.น.1 เข้าร่วมพิธีประกวดการฝึกของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ประจำปี 2562​ โดยมี พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา รองผบช.น. เป็นประธาน

**************************

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สตม.ร่วมมือ 3​ ประเทศ​ (อินโดนีเซีย,กัมพูชา,ไทย) จับกุมคนร้ายข้ามชาติก่อเหตุเรียกค่าไถ่ตัดนิ้วเหยื่อ

         วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่​ 8​ ส.ค.62​ เวลา​ 10.30​ น.ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รองผบช สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3, พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบก.ทล, พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3, พ.ต.อ.เบญจพล รอดสวาสดิ์​ ผกก.ตม.จ.สระแก้ว, พ.ต.อ.พัชญ์กฤชโชค เกษมณี ผกก.ตม.จ.ฉะเชิงเทรา และ พ.ต.ท.ชย พานะกิจ รองผกก.3 บก.ทท. 1 บช.ทท. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้าย ดังนี้

          เมื่อวันที่ 4 ส.ค.62 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้รับการประสานงานเป็นกรณีเร่งด่วนจากประเทศกัมพูชา ว่ามีคนร้ายข้ามชาติก่อเหตุเรียกค่าไถ่ตัดนิ้วเหยื่อในกัมพูชา หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย จึงได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ตรวจสอบและควบคุมการปฏิบัติติดตามตัว จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3,กองกำกับการสืบสวนสอบสวน ตม.3 และตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว เร่งรัดสืบสวนติดตามคนต่างด้าวจำนวน 4 รายเป็นกรณีเร่งด่วน (ขอปกปิดนาม เนื่องจากอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนร่วมกันระหว่าง 3 ประเทศ)

          โดยในจำนวนนี้มีชาวอินโดนีเซีย 2 รายซึ่งถูกทางการกัมพูชากล่าวหาว่าได้ร่วมกับพวกที่ถูกจับกุมแล้ว ลักพาตัวผู้เสียหายชาวอินโดนีเซียไปเรียกค่าไถ่ พร้อมกับใช้อาวุธมีดตัดนิ้วผู้เสียหาย จากนั้นได้ส่งคลิปวีดีโอไปให้ญาติผู้เสียหายในประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเรียกทรัพย์สินเป็นมูลค่าเงินไทยกว่า 3 แสนบาท จากการตรวจสอบข้อมูลเดินทางเข้า–ออกผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก เมื่อเวลา 08.14 น.และกล้องวงจรปิดระหว่างเส้นทางหลบหนี พบว่าทั้ง 4 รายร่วมกันหลบหนีด้วยรถยนต์ตู้สาธารณะแบบเหมา มุ่งหน้า กทม. ทั้งหมดมีลักษณะพิรุธ ลุกลี้ลุกลน ได้เปลี่ยนไปใช้รถยนต์ตู้โดยสารอีกคันหนึ่งระหว่างทาง ในการติดตามครั้งนี้

          สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประสานงานกับหน่วยงานประเทศกัมพูชาและอินโดนีเซียอย่างใกล้ชิด บูรณาการการทำงานระหว่างตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรในพื้นที่เส้นทางหลบหนี ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจทางหลวง เพื่อเร่งสกัดตรวจสอบตามเส้นทางที่คาดว่าจะหลบหนี ใช้ระบบ Biometrics ในการติดตาม จนตรวจพบบุคคลต่างด้าวทั้ง 4 รายในโรงแรมย่านประตูน้ำ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัว เข้าทำการควบคุมตัว เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และได้ประสานงานกับทางการกัมพูชาและอินโดนีเซีย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า​ ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

***************************

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ธรรมนัส” ปัดของบฯเพิ่ม 5 พันล้านทำ​ “ธนาคารน้ำ” ไม่จริง

          ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่มีกระแสข่าว ว่า ตนได้หารือกับกรมพัฒนาที่ดิน (พด.) เรื่องช่วยเหลือเกษตรกร​ และการบรรเทาภัยแล้ง โดยเบื้องต้นได้ของบฯ​ จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เพิ่มขึ้นเป็น 10,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากโครงการเดิมที่ของบประมาณไปแล้วประมาณ 5,000 ล้านบาท เพื่อทำโครงการธนาคารน้ำใต้ดินนั้น

          ถือเป็นข้อความที่คลาดเคลื่อน เพราะตนมีความประสงค์จะดำเนินการจัดหาแหล่งน้ำขนาดเล็ก และสามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยแล้งให้เกษตรกรและประชาชนเท่านั้น ที่สำคัญแหล่งน้ำขนาดเล็กดังกล่าว จะส่งมอบกลับคืนให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยกันดูแลต่อไป

          พร้อมกันนี้ ร.อ.ธรรม​นัสฯ​ กล่าวขอบคุณ​ นักวิชาการที่ ออกมาแสดงความห่วงใยและให้คำแนะนำเกี่ยวกับผลเสียของโครงการธนาคารน้ำใต้ดิน ซึ่งตนเองได้ชี้แจงไปแล้วว่ายังไม่เคยคิดจะทำโครงการธนาคารน้ำใต้ดิน ตามกระแสข่าวคลาดเคลื่อนแต่อย่างใด

***************************

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

จังหวัดสระบุรี จัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา​ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

         วันที่ 8 สิงหาคม 2562​ นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานในพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ คลองระพี่พัฒนน์ ตรงข้าม สำนักงานเทศบาลตำบลหนองแค

          โดยนางสาวรัตนา ใจเย็น ประมงจังหวัด กล่าวรายงาน เนื่องในวันที่ 12 สิงหาคม​ 2562 ที่กำลังจะมาถึงนี้ เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระชนพรรษา 87 พรรษา หรือวันแม่แห่งชาติ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ กรมประมง และจังหวัดสระบรี ได้จัดทำโครงการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเฉลิมพระเกียรติ และถวายเป็นพระราชกุศล รวมทั้งเป็นการเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ โดย กรมประมง ได้มอบให้สำนักงานประมงจังหวัดสระบุรี จึงได้ร่วมกับนายแปลก​ เทพรักษ์​ นาย อำเภอหนองแค​ นายสุนทร​ เข็มนาค​ นายกเทศมนตรี ตำบลหนองแค และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลหนองแคร่วมบูรณาการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ในสถานที่มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ชุมชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เป็นสถานที่จัดกิจกรรม เพื่อให้พันธุ์สัตว์น้ำที่ปล่อยได้เจริญเติบโตแพร่ขยายพันธุ์ และเป็นแหล่งอาหารให้ชุมชนต่อไป

         สำหรับพันธุ์สัตว์น้ำที่ปล่อยในครั้งนี้ มีจำนวน 300,000 ตัว ประกอบด้วย ปลาตะเพียนขาว จำนวน 200,000 ตัว ปลาชะโอน จำนวน 1,000 ตัว และปลาตะเพียนทอง จำนวน 97,000 ตัว ปลาหมอตาล 2,000 ตัว มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากทุกภาคส่วน กว่า 500 คน

*****************************

ดำรงค์ ชื่นจินดา /รายงาน

สวนสัตว์เขาเขียวชวนชมสมาชิกใหม่ ลูกค่างห้าสี มีสีสันสวยงามที่สุดในโลก ต้อนรับวันแม่แห่งชาติ

          นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า นับเป็นโอกาสดีอีกครั้งที่ค่างห้าสี สัตว์ป่าหายาก ใกล้สูญพันธุ์ ได้ให้กำเนิดลูกค่างห้าสี เป็นสมาชิกใหม่ล่าสุดของสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ซึ่งจัดว่าเป็นค่างที่สวยงามที่สุดในโลก ลูกค่างห้าสี เกิดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2562 เป็นเพศผู้ จำนวน 1 ตัว เกิดจากพ่อชื่อ “มะขาม” อายุ 14 ปี และแม่ชื่อ “ชมพู่” อายุ 14 ปีลูกค่างห้าสีตัวน้อยล่าสุดนี้ มีสุขภาพแข็งแรงได้รับการเลี้ยงดู จากแม่และพ่อเป็นอย่างดี เริ่มซุกซน ปีนป่ายตามกิ่งไม้ หรือไปเล่นตามที่ที่อยากไป จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวพาบุตรหลานชมความน่ารักและความสวยงามของครอบครัว ค่างห้าสี ในช่วงวันหยุดยาววันแม่แห่งชาติได้ที่บริเวณส่วนแสดงมหัศจรรย์สัตว์โลก

          สำหรับ ค่างห้าสี จัดเป็นค่างที่มีสีสะดุดตาและสวยงามที่สุดในโลก ลำตัวมีสีตัดกันถึง 5 สี ตัวและหัวมีสีเทา แต่ตรงหน้าผากมีสีเทาดำออกแดงหนวด และเคราสีขาว หางและก้นสีขาว ผิวหน้าเหลืองตัวผู้ขนาดใหญ่กว่าตัวเมียราวสองเท่า และมีขนเป็นพู่ที่เอวทั้งสองข้าง ซึ่งตัวเมียไม่มี ชอบนอนหลังจากกินอาหารแล้ว มีนิสัยเงียบขรึมชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง ค่างห้าสี เข้าสู่วัยเจริญพันธ์ที่อายุ 4-5 ปี เพศเมียมีวงรอบการเป็นสัด 28-30 วัน ระยะตั้งท้อง 167-173 วัน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว เป็นค่างที่อาศัยตามเรือนยอดออกหากินในเวลากลางวัน และเป็นสัตว์ที่กินใบไม้เป็นอาหารหลัก ปัจจุบัน องค์การอนุรักษ์สัตว์ป่าโลก(IUCN)จัดให้ค่างห้าสีเป็นสัตว์ป่าชนิดพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธ์ (Endangered :EN)
สอบถามรายละเอียดโทร 038-318444

*************************

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก