“ดร.หิมาลัย” ปลื้ม​ ร่วมยินดีกับบุตรสาวคนโตรับปริญญาโท ใบที่ 2

          ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ พร้อมด้วย ภริยา บินด่วนร่วมแสดงความยินดี กับ น้องพริม หทัยรัตน์ ผิวพรรณ บุตรสาวคนโตทั้งสวยทั้งเก่ง ได้จบการศึกษาระดับปริญญาโท ใบที่ 2 สาขา International Marketing จาก Hult International Business School ณ เมือง Boston ประเทศ สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2562 ที่ผ่านมา

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบสวนชนะสงคราม​ ติดตาม​คดีรถเฉี่ยวชนคนเดินข้ามถนน ตรงทางม้าลาย บริเวณแยกคอกวัว

ข่าว​ตำรวจ​นครบาล

         วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่​ 10 ส.ค.62 เวลา 10.00 น.ณ​ ลานแถลงข่าว​ ชั้น​1​ อาคาร​บช.น.​: พล.ต.ตร.​เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1​ พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ, พ.ต.อ.นครินทร์, พ.ต.อ.รัชพล ชนะศรีขจร รอง ผบก.น.1, พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย​ ผกก.สน.ชนะสงคราม, พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร ผกก.สส.บก.น.1, พ.ต.ท.ไตรรัตน์ เพ็งนู รองผกก.สส.สน.ชนะคราม​ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.1 และกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ชนะสงคราม​ ร่วมแถลงคดีขับรถโดยประมาท เฉี่ยวชนผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ โดยผู้เสียหายได้เดินข้ามถนน ตรงทางม้าลาย บริเวณแยกคอกวัว ถ.ราชดำเนินกลาง​

          พล.ต.ต.ดร.เสนิต​ฯ​ กล่าวว่า​ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2562 นายวีรวัฒน์ สถิตสวัสดิ์โชค อายุ 27​ ปี ได้เดินข้ามถนนที่ทางม้าลาย บริเวณแยกคอกวัว ถ.ราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กทม. ได้ถูกรถตู้โตโยต้า คอมมูเตอร์ สีขาว พุ่งชนตรงทางม้าลาย ได้รับบาดเจ็บเอ็นหัวเข่าขาด รอผ่าตัดอยู่ที่ รพ.บางไผ่ โดยผู้ขับขี่รถตู้คันดังกล่าวได้หลบหนีไป จึงแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม และได้ร้องเรียนผ่านสถานีวิทยุ จส.100

          จากการสืบสวนติดตามผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนติดตามโดยตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ และบริเวณใกล้เคียงจนกระทั่งสืบทราบว่ารถตู้คันดังกล่าวคือรถยนต์ตู้ ยี่ห้อ TOYOTA รุ่น HIACE สีขาว ทะเบียน ฮบ-8258 กรุงเทพมหานคร โดยผู้ขับขี่ในวันเกิดเหตุคือนายสมศักดิ์ พระศรีสวัสดิ์หรือนายเบิร์ด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เชิญตัวให้มาพบพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ซึ่งพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ​ ไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือตามสมควร​ และไม่แสดงตัวไม่แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงทันที” เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          พล.ต.ดร.เสนิตฯ​ กล่าวต่อว่าทั้งนี้ได้ฝากถึงประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนในการเดินทางให้ระมัดระวังความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณใกล้กับทางม้าลายที่มีคนข้ามถนน และหากพบเห็นผู้กระทำความผิดบนท้องถนนสามารถแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบได้ทางหมายเลขโทรศัพท์ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ บุกรวบ​ “หอนฉ้าว” เฒ่าหื่นลวนลามเด็กหญิง 5 ขวบ หลบหนีคดีนาน 14 ปี

          วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่​ 10 ส.ค.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.ได้สั่งการ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป. และ​ พ.ต.ท.ฤทธิชัย ชุมช่วย สว.กก.5 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุม นายหอนฉ้าว​ หรือฉ้าว แซ่อุ่น อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21/53 หมู่ที่ 8 ต.บางนายสี อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ตามหมายจับศาลจังหวัดยะลา ที่ จ.96/2548 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2548 ข้อหา “กระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี,พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจาก บิดา มารดา,ใช้กำลังประทุษร้ายผู้อื่น” โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่บ้านเลขที่ 18 หมู่ 2 ต.ลำภี อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา

          ทั้งนี้เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2547 นายหอนฉ้าวฯ ผู้ต้องหาได้หลอกลวง ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 5 ปี เข้าไปในห้องนอนที่บ้านพักของผู้ต้องหา ก่อนลงมือทำอนาจารโดยใช้อวัยวะเพศถูไถจนสำเร็จความใคร่ จากนั้น ด.ญ.เอฯ ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ผู้ปกครองฟัง จึงได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองยะลา กระทั่งศาลออกหมายจับไว้

         ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายหอนฉ้าวฯ ได้หลบหนีมากบดานอยู่ใน จ.พังงาบ้านเกิด จึงนำกำลังเข้าจับกุมได้หลังหลบหนีคดีมากว่า 14 ปี สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองยะลา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ธรรมนัส รมช.เกษตรฯ” ลงพื้นที่ติดตาม ตรวจภัยแล้ง จ.ขอนแก่น มั่นใจแก้วิกฤติน้ำได้ในปีนี้

          ร.อ.ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตร​ฯ ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์ภัยแล้ง และพบปะประชาชนจ.ขอนแก่น ย้ำสั่งให้ทำฝนหลวง ฝนเทียมทั่วประเทศแล้ว พร้อมทำแหล่งน้ำขนาดเล็กช่วยบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน มั่นใจ ปีนี้รัฐบาลแก้วิฤติน้ำแล้งได้แน่นอน

          ร.อ.ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า​ รัฐมนตรีช่วยว่าการ​กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์ภัยแล้งในหลายอำเภอของจังหวัดขอนแก่น รวมถึงตรวจปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ ว่า หลังจากลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วพบว่า ปัญหาสำคัญคือ ภัยแล้งจากฝนทิ้งช่วง ซึ่งได้มอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบที่ได้ลงมาพื้นที่ในครั้งนี้ด้วยเช่น รองอธิบดีกรมชลประทาน อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กรมฝนหลวง​ และ เลขาธิการ สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก.นำปัญหาที่ได้รับฟังจากประชาชนโดยตรงไปแก้ปัญหาโดยด่วน

          สำหรับปัญหาแหล่งน้ำขนาดเล็กนั้น ได้มอบหมายให้ทางกรมพัฒนาที่ดิน ทำแหล่งน้ำขนาดเล็กตามงบประมาณเพื่อเก็บกักน้ำไว้ มั่นใจจะสามารถเยียวยาและป้องกันปัญหา ภัยแล้งในปีหน้าได้ ส่วนกรมฝนหลวง ตนได้สั่งให้ทำฝนหลวง ฝนเทียมทั่วประเทศ แล้วซึ่งการทำฝนหลวงไม่ยาก แต่ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิกาศ ความชื้น และเมฆด้วย

          ส่วนปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่มาก ถือเป็นภาพรวมที่เราต้องแก้ปัญหา เพราะวิกฤติน้ำเหมือนที่เคยเกิดในปี 2558 แต่ก็ผ่านมาได้ ดังนั้นในปีนี้เราก็ต้องสามารถผ่านไปได้เช่นกัน ในรูปแบบบูรณาการ ซึ่งเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำชับให้แก้ปัญหาแบบบเอาจริงเอาจัง ซึ่งทุกภาคส่วนจะร่วมกันแก้ปัญหา ดังนั้นหลังจากรับฟังปัญหาที่จังหวัดขอนแก่นแล้ว ก็จะรีบประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาต่อไป

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ร.อ.ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น,นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และเป็นหัวหน้ากลุ่ม ส.ส.ระบบเขตขอนแก่นและภาคอีสานตอนบนพรรคพลังประชารัฐ ตลอดจน ข้าราชการหน่วยงานสังกัดในพื้นที่ ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชน เริ่มจาก วัดโนนแห่โพธิ์ชัย บ้านหอย ต.โนนอุดม อ. ชุมแพ จ. ขอนแก่น เพื่อเป็นประธานในพิธี เททอง หล่อพระโพธิ์ชัยรัตนศรีมงคล เป็นสิริมงคล สร้างขวัญกำลังใจแก่ชาวบ้านและเกษตรกร

          จากนั้น ได้เดินทางไป ตรวจเยี่ยมการดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำ บ้านบึงนาเพียง ต.นาเพียง อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น พร้อมปล่อยพันธุ์ปลา ปลูกต้นไม้ร่วมกับชุมชน ก่อนจะไป ตรวจเยี่ยมสถานการณ์ผลกระทบจากภัยแล้งจังหวัดขอนแก่น ณ เขื่อนอุบลรัตน์ อำเภออุบลรัตน์ ส่วนช่วงบ่ายได้เดินทางไปที่ว่าการอำเภอซำสูง ตรวจเยี่ยมสถานการณ์ผลกระทบจากภัยแล้ง หนองตุกดุก ห้วยสายบาตร ต.กระนวน อ.ซำสูง และพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อพบปะประชาชนที่มาคอยต้อนรับจำนวนมาก

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กรมการค้าภายในส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ช่วยชาติ เน้นเทรนด์สุขภาพให้ประชาชนมุ่งสู่ภูมิภาค

          นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เชิญชวนประชาชนมาร่วมรักษาสุขภาพดี ร่วมช็อปสินค้าออแกนิคมากมายที่เหมาะกับ Life Style ของตัวคุณ พบการแสดงโชว์จากนักแสดงที่มีชื่อเสียงและกิจกรรมอื่น ๆ มากมาย ที่งานแสดงและจำหน่ายสินค้า Green Life eat Organic สุขภาพดี ไม่มีที่สิ้นสุด ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำหลายภูมิภาค และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 ที่เชียงใหม่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่แอร์พอร์ต จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 9-12 สิงหาคม 2562

         จากการจัดงานที่ผ่านมามีเสียงตอบรับที่ดีจากประชาชน เนื่องจากปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเน้นเทรนด์การบริโภคที่ใส่ใจกับสุขภาพ ทำให้ตลาดออร์แกนิคในไทยมีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา โดยมีธุรกิจสินค้าเกษตรอินทรีย์ในไทยมีแนวโน้มเติบโตได้ดี ประเมินว่าในปี 2562 มูลค่าตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ของไทยจะอยู่ที่ 2,700 – 2,900 ล้านบาท ผู้บริโภคชาวไทยจะค่อยๆ ปรับความชอบของตัวเองไปในทางการบริโภคพืชผักมากขึ้น

          กระทรวงพาณิชย์ จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาตลาดสินค้าอินทรีย์ของกระทรวงพาณิชย์ ปี​ 2560–2564 โดยยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการพัฒนา​ และขยายตลาดสินค้าอินทรีย์ กำหนดให้มีการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและขยายตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในประเทศ ซึ่งกรมการค้าภายในมีหน้าที่รับผิดชอบการพัฒนาตลาดสินค้าอินทรีย์ตามยุทธศาสตร์ดังกล่าว

          งาน Green Life eat Organic จะเป็นการนำเสนอความสดใหม่ของสินค้าเกษตรอินทรีย์ มีสินค้าเกษตรอินทรีย์จากเกษตรกรผู้ผลิตโดยตรงส่งถึงมือผู้บริโภค ช่วยให้ประชาชนมีสุขภาพดีในระยะยาว รวมถึงราคาสินค้าราคาพิเศษไม่ผ่านมือพ่อค้าคนกลาง ภายในงานจัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม โดยมี Mood & Tone ที่ดูมีสีสัน เพื่อตอกย้ำถึงความ Green Life Eat Organic สุขภาพดี ไม่มีที่สิ้นสุด รวมถึงสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line Official : Green Life Eat Organic งาน Green Life eat Organic

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สน.ชนะสงคราม​ จับกุมคนร้ายชิงทรัพย์ บริเวณลานจอดรถกองสลากเก่า

         วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่​ 10 ส.ค.62 เวลา 10.00 น.ณ​ ลานแถลงข่าว​ ชั้น​1​ อาคาร​บช.น.​: พล.ต.ตร.​เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1​ พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ, พ.ต.อ.นครินทร์, พ.ต.อ.รัชพล ชนะศรีขจร รอง ผบก.น.1, พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย​ ผกก.สน.ชนะสงคราม, พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร ผกก.สส.บก.น.1, พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.2​ บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.พีระศักดิ์ จิโรจน์สกุล รองผกก.สส.บก.น.1, พ.ต.ท.ไตรรัตน์ เพ็งนู รองผกก.สส.สน.ชนะคราม, พ.ต.ท.ยุคณธร ชูแก้ว สว.กก.สส.บก.น.1, พ.ต.ต.ยุทธนา รัตนแพทย์ สว.สส.สน.ชนะสงคราม​ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.1 และกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ชนะสงคราม ได้ร่วมแถลงข่าว​การจับกุมคนร้ายชิงทรัพย์ ซึ่งได้ใช้ค้อนตีที่บริเวณท้ายทอย​ ชกที่ปากของผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ และได้ชิงทรัพย์เป็นเงินสดประมาณ 30,000 บาท แล้ววิ่งหลบหนีไป เหตุเกิดบริเวณลานจอดรถกองสลากฯเก่า ถ.ราชดำเนินกลาง

          สืบเนื่องมาจาก​เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2562 เวลาประมาณ 00.02 น. นางอัมพรพรรณ แดงอุไร อายุ 53 ปี ผู้เสียหายได้เดินจากถนนข้าวสารเพื่อจะมาเอารถยนต์ที่จอดไว้ ที่บริเวณลานจอดรถกองสลากฯเก่า ถนนราชดำเนินกลาง แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กทม. ได้มีคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 50 ปีเศษ รูปร่างผอม สวมเสื้อชุดซาฟารีสีน้ำเงิน ได้ใช้ค้อนตีที่บริเวณท้ายทอยและชกที่ปากได้รับบาดเจ็บ โดยได้ชิงทรัพย์เป็นเงินสดประมาณ 30,000 บาท วิ่งหลบหนีไป จากนั้นผู้เสียหายได้ไปรักษาตัวที่ รพ.หัวเฉียว และร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนท้องที่ สน.ชนะสงคราม ตามคดีอาญาที่ 557/2562

          เจ้าหน้าที่​ชุดจับกุม​ได้ร่วมกันสืบสวนจนกระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุชิงทรัพย์ดังกล่าวข้างต้นคือ นายศักดิ์สิทธิ์ เอี่ยมฉวี อายุ 52 ปี จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน​ และขออนุมัติต่อศาลอาญาเพื่อออกหมายจับ ซึ่งศาลอาญาได้อนุมัติตามหมายจับที่ 1270/2562 ลงวันที่ 9 สิงหาคม 2562 ซึ่งต้องหากระทำความผิดฐาน “ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ”

          จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และขอตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชนปรากฎว่าเป็นบุคคลตามหมายจับดังกล่าว และรับว่าตนเองเป็นบุคคลตามหมายจับดังกล่าวจริงยังไม่เคยถูกจับกุมตามตามหมายจับ ดังกล่าวมาก่อน ซึ่งนายศักดิ์สิทธิ์ฯ ยอมรับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเป็นผู้ก่อเหตุชิงทรัพย์ นางอัมพรพรรณฯ ที่บริเวณลานจอดรถกองสลากฯเก่าจริง​ โดยนำเงินที่ได้จากการชิงทรัพย์ไปเที่ยวกลางคืน​ และดื่มสุรา​ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้นำตัวผู้ต้องหา​นำส่งพนักงานสอบสวน​ สน.ชนะสงคราม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป​ อีกทั้งผู้ต้องหายังมีหมายจับศาลจังหวัดตลิ่งชัน ที่ จ.264/2562 ในความผิดฐาน ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และเคยก่อเหตุอีกหลายท้องที่

          ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายศักดิ์สิทธิ์ฯ ผู้ต้องหาได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่​ หมู่บ้านสวีทโฮม ปาร์ค ม.14 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปเฝ้าสังเกตุ​การณ์ที่บริเวณดังกล่าว จนกระทั่ง เวลาประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 9 สิงหาคม 2562 ได้พบ นายศักดิ์สิทธิ์ฯ อยู่บริเวณปากซอยหมู่บ้านสวีทโฮม ปาร์ค 11 หมู่บ้านสวีทโฮม ปาร์ค ม.14 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

          ทั้งนี้ได้ฝากถึงผู้สื่อข่าว​ และประชาชน ท่านใดสงสัยว่าเคยถูกผู้ต้องหาดังกล่าวลักทรัพย์ สามารถติดต่อที่สน.ชนะสงคราม เพื่อตรวจสอบทรัพย์สิน และฝากถึงประชาชนควรระมัดระวังตัวตลอดเวลา ไม่พาตัวเองเข้าไปอยู่ในที่เปลี่ยว ไม่สวมใส่เครื่องประดับราคาแพงติดตัว และไม่ควรจอดรถไว้ในที่ลับตาคน หรือหากพบเหตุการณ์หรือบุคคลต้องสงสัยว่าจะกระทำความผิดสามารถแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบได้ทางหมายเลขโทรศัพท์ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

จังหวัดยะลา ดำเนินกิจกรรม “พบปะเยี่ยมเยียน และมอบสิ่งของพระราชทาน”

    ชุดควบคุมทักษิณสัมพันธ์ หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข (ชุด ทสพ.๓๑๑/สทสพ.๓๐๓) ร่วมกับ หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ ๓๓๐๙ และอาสาสมัครอำเภอบันนังสตา เข้าพบปะเยี่ยมเยียน และมอบสิ่งของพระราชทานให้กับนายเล๊าะแม โมงยาเด็ง ผู้ป่วยติดเตียง พร้อมสอบถามสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัว และให้กำลังใจกับผู้ป่วย เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการดำเนินชีวิต ณ บ้านเลขที่ ๒๖ หมู่ที่ ๔ ตำบลจาเนาะปูเต๊ะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา

กอ.รมน.จังหวัดจันทบุรี สนง.วัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี จัดโครงการ “บวร ร่วมใจ สร้างชุมชนคุณธรรม”

         ในวันนี้ 10 ส.ค.62 เวลา 09.30 น.กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.) จังหวัดจันทบุรี ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี จัดโครงการ “บวร ร่วมใจ สร้างชุมชนคุณธรรม” ณ วัดคมบาง อ.เมืองจันทบุรี โดยนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี (ผอ.กอ.รมน.) เป็นประธานในพิธีเปิด มีพระปลัดนิวัติ พลธมโม เจ้าอาวาสวัดคมบาง พลเรือตรี วีระชาติ ชั้นประเสริฐ รองฯ.กอ.รมน.จว.จันทบุรี รวมทั้งนายวรวุฒิ ด่านสมพงศ์ วัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี เข้าร่วมพิธีเปิด

          ทั้งนี้มีเยาวชนเข้าร่วมโครงการ จำนวน 100 คน กิจกรรมประกอบด้วย การทำบุญตักบาตร รักษาศีล สวดมนต์ นั่งสมาธิเจริญจิตภาวนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เฉลิม
พระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา 12 สิงหาคม 2562

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน
ภาพ/ข่าว ปชส.กอ.รมน.จังหวัดจันทบุรี

สุดคึกคัก นักวิ่งกว่า 7,000 คน ร่วมกิจกรรมการกุศล มินิ – ฮาล์ฟ มาราธอน รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ

          พล.ร.ต.ธนรักษ์ เอี่ยวสานุรักษ์ รองเจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม เดิน – วิ่ง การกุศล มินิ-ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 14 ประจำปี 2562 ของมูลนิธิ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กองทัพเรือ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมกับ รพ.สมเด็จพระ
นางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

          โดยมี พล.ร.ต.สุรสิงห์ ประไพพานิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ในฐานะประธานจัดงาน นำคณะร่วมให้การต้อนรับ ณ สวนสุขภาพ รพ.
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
    

          พลเรือตรี สุรสิงห์ ประไพพานิช กล่าวว่า มูลนิธิ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กองทัพเรือ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมกับ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ จัดกิจกรรมเดิน วิ่ง การกุศล มินิ-ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 14 ประจำปี 2562 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2562 นำรายได้จากการแข่งขันขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย พร้อมจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้กับโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ และยังเป็นการส่งเสริมสุขภาพประชาชนให้มีส่วนร่วมในการออกกำลังกาย ด้วยการเดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ โดยมีนักวิ่งจากชมรมต่างๆ และประชาชนโดยทั่วไป เข้าร่วมการแข่งขัน กว่า 7,000 คน

         กองทัพเรือโดย กรมแพทย์ทหารเรือ รู้สึกซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงพระราชทานนามให้กับ โรงพยาบาลแห่งนี้ว่า “โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์” และขอให้คำสัตย์ปฏิญาณต่อใต้เบื้องพระยุคลบาทว่า จะนำข้าราชการและลูกจ้างโรงพยา
บาล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงรักภักดีและให้การดูแลสุขภาพแก่เหล่าพสกนิกรในพระองค์ ให้มีสุขภาพดีทั้งกาย ใจ และอีกทั้งจะสร้างชื่อเสียงที่ดีงามให้กับโรงพยาบาลแห่งนี้ ให้ขจรขจายไปไกลสมกับที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานนามนี้ให้กับโรงพยาบาล ในสังกัดกรมแพทย์ทหารเรือ ในอดีตที่ผ่านมา

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สัตหีบ ประชาชนกว่า 2000 คนแห่รับข้าวสารอาหารแห้งในงานทิ้งกระจาดมหากุศล

          วันนี้ 10 ส.ค.62 นายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ จ.ชลบุรี ในฐานะประธานมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ ชลบุรี พร้อมคณะกรรมการ จัดประเพณีทิ้งกระจาดแจกข้าวสาร อาหารแห้ง ให้ทานแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และผู้ยากไร้กว่า 2,500 ชีวิต และอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่ดวงวิญญาณไร้ญาติ ที่ไม่มีผู้ใดทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ อีกทั้งเป็นการล้างหนี้กรรมตามความเชื่อกันว่า มนุษย์เมื่อเสียชีวิตละสังขารไปแล้ว ก็จะอยู่ในโลกของวิญญาณ ต้องกินอาหารทิพย์ หรือต้องได้รับส่วนบุญส่วนกุศลที่มีผู้ทำบุญส่งมาให้เท่านั้น ไม่เช่นนั้นก็จะอดด้วยความทุกข์ทรมาน

          ซึ่งมีประชาชนทุกเพศทุกวัย เช่น คนพิการ คนชรา เด็ก และแม่ลูกอ่อน ที่หอบลูกออกจากบ้านมาตั้งหน้าตั้งตารอรับข้าวสารถุงน้ำหนัก 5 กิโลกรัม อาหารแห้ง ขนม จึงทำให้ บรรยากาศภายในเซียนซือเต็มไปด้วยผู้คนแน่นขนัด แต่ได้มีการคัดให้คนพิการ คนชรา คนท้อง แม่ลูกอ่อน และเด็กได้รับทานก่อน ซึ่งสร้างวามดีใจ แก่ผู้ที่มารับทานเป็นอย่างมาก

          นายณรงค์ กล่าวว่า ประเพณีทิ้งกระจาดถือเป็นพิธีกรรมจีนอย่างหนึ่ง ที่นิยมจัดขึ้นในเทศกาลต่างๆ ของชาวจีน เป็นการให้ทานแก่ดวงวิญญาณไร้ญาติ เป็นที่นิยมของประชาชน มีการประกอบพิธีทั่วไปในประเทศจีน แม้แต่ในลัทธิเต๋า ก็รับแนวคิดนี้จากพระพุทธศาสนา นอกจากนี้ ยังเป็นประเพณีนิยมในประเทศที่รับพระพุทธศาสนาจากจีน เช่น ญี่ปุ่น และเกาหลี ในส่วนของประชาชนจีนทั่วไป เมื่อถึงวันที่กำหนดก็จะจัดมณฑลพิธี และนิมนต์พระสงฆ์ไปสวดพุทธมนต์อุทิศแก่วิญญาณ ส่วนชาวจีนที่อยู่ตามถิ่นห่างไกล นิมนต์พระสงฆ์ลำบาก ก็จะจัดเพียงเครื่องบูชาเซ่นไหว้ด้วยอาหารแก่วิญญาณเร่ร่อน และบรรพบุรุษแทน

          สำหรับประเพณีทิ้งกระจาด ที่มูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ จัดขึ้นในปีนี้ มีประชาชนใน อ.สัตหีบ มาขอรับข้าวสารอาหารแห้งกว่า 2,500 คน ถือว่ามีจำนวนมากกว่าทุกปี ส่งผลให้เห็นว่าปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจกำลังถดถอย ประชาชนต่างได้รับความเดือดร้อน เมื่อมีโอกาสได้รับของฟรีก็ต้องพากันมาขอรับ จึงขอแนะนำให้ประชาชนที่รับข้าวสารไปแล้ว ได้ร่วมกันอุทิศส่วนกุศลให้ดวงวิญญาณไร้ญาติ เพื่อความเป็นสิริมงคล และเพื่อการมีจิตสาธารณะด้วย

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก