สระบุรี​ -​ประชาชนและสถานศึกษา​ คนไทยเชื้อสายจีน​ จัดพิธีไหว้ศาลเจ้า เนื่องในเทศกาลสารทจีน เพื่อขอพร

    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 ณ​โรงเรียนสว่างรัตน์พิฉายศึกษา ที่มีนายเอนก สิริแสงทักษิณ​ ผู้ได้รับใบอนุญาต​ นายสุรศักดิ์เตชะกัญญา​ จัดการ พร้อม​นางมาลินี เธียรไฝ่ดี​ ผู้อำนวยการโรงเรียนสว่างรัตน์พิฉายศึกษา ทางโรงเรียนได้รับการอนุเคราะห์จากนายวิบูลย์​ สุขอนันต์ตธรรม​ ประธานมูลนิธิสว่างรัตนตรัยธรรมสถานสระบุรี เป็นผู้ดูแลและอุปถัมภ์ เนื่องในวันสารทจีน​ ถือว่าเป็นวันไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์​ บรรพบุรษ ของคนไทยเชื้อสายจีนซึ่งทางโรงเรียน สว่างรัตน์พิฉายศึกษาได้นำน้องๆนักเรียนจัดพิธี ในการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และไหว้บรรพบุรษ ซึ่งทางโรงเรียนและผู้บริหารพร้อมคุณครูจำนวน 28 คน​ นักเรียนอีกจำนวน438คน​ ร่วมกิจกรรมในเทศกาลสารทจีน​ โรงเรียนเปิดการสอนระดับปฐมวัยอนุบาลปีที่ 1 ถึงปีที่ 3 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงปีที่ 6 มีการสอน3ภาษาได้แก่ภาษาไทย​ ภาษาจีน​และภาษาอังกฤษ​ ในครั้งนี่ได้นำนักเรียน จัดประเพณีไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวันสารทจีน​ ทางโรงเรียนจะจัดทุกปี​ ปีละ 2 ครั้งได้แก่ เทศกาลตรุษจีนเทศกาลสารทจีน​เพื่อให้น้องๆนักเรียนได้รู้จักประเพณีและเทศกาลของประเพณีของคนไทยเชื้อสายจีนจึงจัดพิธีไหว้เจ้าและบรรพบุรษกลางแจ้ง​ บริเวณหน้าโรงเรียน เนื่องในวันสารทจีนถือว่าประชาชนคนไทยเชื้อสายจีนต้องการไหว้บรรพบุรุษและสิ่งศักดิ์สิทธิ์

     ส่วนบริเวณศาลเจ้าบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบง่ายไม่คึกคัก เนื่องจากพี่น้องประชาชนเชื้อสายจีนจะไหว้บริเวณหน้าบ้านของตนเอง บรรยากาศในศาลเจ้ามูลนิธิสว่างรัตนตรัยธรรมสถาน​ ก็ยังมีประชาชนเชื้อสายจีนทยอยมากราบไหว้ที่ศาลเจ้าโดยนำหัวหมู​ เป็ดไก่​ ผลไม้​ ขนมเข่ง​ ขนมเทียน​ มาสักการะเจ้าพ่อในบริเวณศาลเจ้าซึ่งเป็นวัฒนธรรมประเพณี​ ของคนไทยเชื้อสายจีน​ ที่มีเทศกาล เทศกาลตรุษจีน​ เทศกาลสารทจีน ที่คนไทยเชื้อสายจีน ถือว่าเป็นประเพณีและวัฒนธรรมสืบต่อกันมา/

ดำรงค์ ชื่นจินดา/รายงาน

ปทุมธานี ไม่ต้องต่อคิวอีกต่อไป! เล็งใช้แอพพลิเคชั่นช่วยจองคิวอาหารแนวสตรีทฟู๊ด

    นักศึกษาหลักสูตรผู้​บริหารการท่องเที่ยว TME 3 นำเสนอ การท่องเที่ยว “เยาวราช” อย่างยั่งยืน ลดความแออัด โดยใช้ APP เยาวราช 25 Hours เยาวราชย่านชุมชนเก่าแก่ของคนจีนในประเทศไทย ที่เข้ามาตั้งรกรากตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เราจะเห็นได้ว่าที่นี่คึกคักไปด้วยผู้คนตลอดเวลา เพราะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจมีแหล่ง Shopping หลากหลายสินค้า แหล่งทำบุญทางวัดไทยวัดจีนและศาลเจ้า แหล่งรวมร้านทองไว้มากมายจนได้ชื่อว่า “ถนนสายทองคำ” อีกทั้งยังเป็นแหล่งสถาปัตยกรรมไทยจีนแห่งเดียวในกรุงเทพ และที่สำคัญที่นี่เป็นแหล่งของตำนานความอร่อยระดับโลก

    ในเวลากลางวันตลอดทั้งความยาวของถนน จะมีร้านอาหารไทยและร้านอาหารจีนตำรับดั้งเดิมให้เลือกสรรมากมาย ในเวลากลางคืนเพราะท้องฟ้ามืดลง ถนนเยาวราชจะสว่างไสวไปด้วยแสงไฟจากร้านอาหารริมทางคุณภาพเรากว่า 140 ร้าน ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาลองลิ้มชิมรถอาหารด้วยตนเอง ทำให้ในปัจจุบันเยาวราชมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

     นักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในเยาวราชให้เติบโต แต่ในขณะเดียวกันเยาวราชก็ต้องเตรียมตัวรับมือกับการทะลักของนักท่องเที่ยว (Over Tourism) ซึ่งในปัจจุบันมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีวัดมังกรกมลาวาสเปิดให้บริการ ทำให้การเดินทางมายังเยาวราชสะดวกมากขึ้น จึงเกิดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะบริเวณสตรีทฟู๊ดส่งผลต่อความเป็นระเบียบความสะอาดและความปลอดภัย

     กลุ่มนักศึกษาผู้บริหารระดับสูงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TME) รุ่นที่ 3 กลุ่มเชียงแสน จึงนำเสนอแนวคิดที่จะส่งเสริมให้เกิดการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวและช่วยบริหารจัดการการท่องเที่ยวบริเวณเยาวราชให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้ Business Model Canvas ได้แก่ Maximize Destination Value, Maximize Guest Enjoyment และ Minimize Disturbance ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการได้ทำธุรกิจในพื้นที่อย่างยั่งยืน นักท่องเที่ยวประทับใจและไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชน

     ทุกวันนี้เยาวราชมีนักท่องเที่ยวหลากหลายสไตล์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันได้แก่ นักท่องเที่ยวสไตล์ “FIT”ที่เดินทางเป็นกลุ่มด้วยตนเองซึ่งกำลังเป็นที่นิยม นักท่องเที่ยวกลุ่ม”Gastronomy “ที่มาท่องเที่ยวเพื่อชิมอาหารที่โด่งดังในแต่ละท้องถิ่น นักท่องเที่ยวกลุ่ม”Explorer Experience “ที่ต้องการเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวใหม่ๆ และนักท่องเที่ยวสไตล์ “Solomo”ซึ่งเป็นจำนวนมากที่ใช้สมาร์ทโฟนค้นหาข้อมูลเยาวราช ผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อตามมาเที่ยว ดังนั้นการจัดทำแคมเปญนี้จึงนำเสนอในการใช้เทคโนโลยีที่ตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาเที่ยวในเยาวราชเพื่อเป็นการบริหารจัดการการท่องเที่ยว โดยแอพพลิเคชั่นที่รวบรวมข้อมูลสถานที่ การเดินทางต่างๆในย่านเยาวราชสามารถดูความหนาแน่นของจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละร้าน เพื่อให้นักท่องเที่ยวเลือกบริหารจัดการเวลาท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังสามารถจองคิวผ่านแอพพลิเคชั่นในระหว่างไปเที่ยวที่จุดอื่นได้อีกด้วย

     ด้านคุณอณัญญา อินพุ่ม ประธานกลุ่มเศรษฐกิจดิจิตอลปทุมธานี หนึ่งในสมาชิกกลุ่มนักศึกษาผู้บริหารระดับสูงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TME) ให้ความคิดเห็นว่า กรณีศึกษาดังกล่าวของเยาวราชนั้น หากนำมาปรับใช้โดยเทคโนโลยีเข้าช่วยจะส่งผลให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาล โดยเฉพาะการท่องเที่ยวของประเทศไทย ซึ่งการจัดทำแอพพลิเคชั่นให้กับนักท่องเที่ยวนับเป็นการช่วยให้บริหารจัดการเวลาให้ได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นตัวช่วยหลักในการส่งเสริมการตลาด การช่วยแก้ไขปัญหา Over Tourism และยังช่วยส่งเสริมให้เยาวราชเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ทั้งนี้กรณีศึกษาดังกล่าวยังสามารถนำไปใช้กับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆได้อีกด้วย จึงอยากให้ภาครัฐ​และนักธุรกิจ​ในท้องที่แหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ​ร่วมมือกัน​นำกรณีศึกษา​เยาวราชไปพัฒนา​ท้องถิ่นของตนต่อไป​

CR. ภาพ-ข่าว พี่อนันต์ ปทุมธานี

นครนายก-โจรแสบขโมยของวางในรถเข็นหน้าห้าง

ภาพจากกล้องวงจรปิด บันทึกพฤติกรรมของสาวใหญ่ที่แอบขโมยของที่วางไว้ในรถเข็นหลับหนีลอยนวล

    ที่นครนายก เมื่อเวลา10.00 น วันที่ 14 ส.ค. 62 นางเกสร พึ่งเนตร อายุ 51 ปี เป็นคนในพื้นที่จังหวัดนครนายก ได้นำภาพจากกล้องวงจรปิด ของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ที่สามารถบันทึกภาพของผู้ก่อเหตุที่เป็นผู้หญิงอายุประมาณ 50 ปี ที่ขโมยสินค้าของตนเองที่วางอยู่ในรถเข็นหลังเข้าไปซื้อสินค้าในห้างดังกล่าว แล้วเข็นรถเข็นออกมาจอดแล้วเดินออกไปทำธุระกลับมาของหาย เลยขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดเลยพบว่ามีสาวใหญ่ขับรถจักรยานยนต์มาจอดและขโมยของตนเองไป เลยนำหลักฐานคือภาพจากกล้องวงจรปิดและบิลเงินสดซื้อของเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองนครนายก เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามและดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

    โดยนางเกษร บอกว่าตนเองมีอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง อยู่ในตัวเมืองนครนายก วันเกิดเหตุได้แวะไปซื้อของที่ห้างดังกล่าว ก็มีน้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาถูพื้นและน้ำยาอาบน้ำสุนัข รวมมูลค่า700 กว่าบาท ซื้อเสร็จก็วางใส่รถเข็นแล้วมาจอดไว้ใกล้กับรถของตน และจอดรถเข็นเอาไว้เพื่อเข้าไปทำธุระต่ออีกนิดหน่อย โดยไม่คิดว่าของตนจะหายไป พอกลับมาที่รถเข็นพบเพียงไม่ถูพื้น แต่ของในถุงได้หายไปหลังจากนั้นจึงได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของห้างเพื่อขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดจึงรู้ว่ามีคนมาขโมยของๆตนไป ซึ้งตนเองบอกกับทางผู้สื่อข่าวว่าของที่หายไปไม่เสียดายแต่จะดำเนินคดีกับหัวขโมยรายนี้เพื่อไม่ให้เยี่ยงอย่างและฝากเตือนภัยถึงคนที่ซื้อของและชอบจอดรถเข็นเอาไว้ กลัวจะเสียของเหมือนตนเอง โดยหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
สัมภาษณ์นางเกสร พึ่งเนตร ผู้เสียหาย

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี-เร่งซ่อมถนนชำรุด ตามที่ชาวบ้านร้องเรียน ป้องกันอุบัติเหตุและเพื่อเสริมศักยภาพ เชื่อมต่อเส้นทางการท่องเที่ยว พัฒนาคุณภาพชีวิต

     ที่ถนนสาย บ้านนอกเขา – บ้านคลองขุด ต.คลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นถนนที่ ประชาชน เกษตรกร นักศึกษามหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขต จันทบุรี และนักท่องเที่ยวใช้เป็นเส้นทางเพื่อเดินทางสัญจรไปมา และได้ชำรุด ผุ พัง เป็นหลุมเป็นบ่อ ขณะที่ฝนตกมีน้ำท่วมขังก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้สัญจรไป – มา เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ อีกทั้งถนนเส้นนี้ นอกจากจะเป็นเส้นทางหลักเชื่อมต่อระหว่าง หมู่ 2 และ หมู่ 9 แล้ว ถนนสายนี้ยังเป็นเส้นทางเชื่อมต่อถนนเฉลิมบูรพาชลทิศ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญระดับประเทศ

     ด้านนายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีกล่าวว่า จังหวัดจันทบุรีได้รับทราบปัญหาดังกล่าว และเร่งติดตามแก้ปัญหา อย่างเร่งด่วน โดยใช้งบประมาณ ค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความ เดือนร้อนเร่งด่วนของประชาชนในจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 รวม 813,000 บาท ซึ่งเป็นงบประมาณที่ กระทรวงมหาดไทยจัดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนำมาแก้ไขปัญหาความเดือนร้อนเร่งด่วนของประชาชน ในพื้นที่โดยไม่มีงบประมาณจากแหล่งอื่นสนับสนุน การดำเนินโครงการ เป็นการแก้ปัญหาเร่งด่วน บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ในพื้นที่และผู้ที่ใช้เส้นทางสัญจร ไป – มา เสริมศักยภาพความเข้มแข็งของแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดจันทบุรี พัฒนาคุณภาพชีวิต ลดปัญหาอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธาน พิธีมอบบ้านช่วยเหลือสงเคราะห์ ต่อครอบครัวของ“น้องเจ็ต”

         เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2562 เวลา 09.00น. ที่ซอยมาบสอง หนองใหญ่ ซอย10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นายวิสิษฐ์ พวงเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี มาเป็นประธานพิธีมอบบ้านช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคมตามพระราชกระแสชมเชย ของเทศบาลเมืองหนองปรือ โดยมี ดร.มาย ไชยนิตย์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมทั้งนางสุภาพร เทียนไชย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี นางสาวภารดี เผือกโสภาปลัดอาวุโสอำเภอบางละมุง นางจำเนียร ไชยนิตย์ประธานกลุ่มสตรีบางละมุง กิ่งกาชาดอำเภอบางละมุง รองนายกฯและหัวหน้าส่วนราชการเทศบาลเมืองหนองปรือ อปพร. กลุ่มพลังมวลชนและจิตอาสา แขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม

          ทั้งนี้ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทร รามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีจิตเมตตาช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคมตามพระราชกระแสชมเชย ต่อครอบครัวของเด็กหญิง สุพรรรัตน์ สังห์ทอง (ชาครียรัตน์) “น้องเจ็ต” ด้วยทรงมุ่งหวังให้ พสกนิกรทุกหมู่เหล่ามความสุข มความสมัครสมานสามัคคี ร่วมมือร่วมใจประกอบกิจกรรมสาธารณเพื่อประโยชน์สุขของชุมชนส่วนรวม โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เพื่อให้เกิดความรัก ความผูกพันใน 4สถาบัน คือ สภาบันชาติ สถาบันศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และประชาชนึ่งเทศบาลเมืองหนองปรือ

          นอกจากนี้พิธีมอบบ้านช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคมตามพระราชกระแสชมเชย ของเทศบาลเมืองหนองปรือในครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือร่วมใจด้วยจิตที่เป็นกุศล ร่วมกันบริจาคเงิน สิ่งของ แรงกาย แรงใจ เพื่อช่วยเหลือให้ครอบครัวของ เด็กหญิงสุพรรณรัตน์ สังข์ทอง (น้องเจ็ต) ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นบ้านที่มั่นคงเเข็งแรง และมีความสุขความอบอุ่น โดยได้รับการบริจาคเงินสนับสนุนจากภาครัฐเอกชนหลายหน่วยงานที่ร่วมให้การสนับสนุน

พัทยา จ.ชลบุรี / โยธิน พรมแตง -คัมภีร์ อาบสุวรรณ์ – วิรัตน์ ขำแตร – ทนงค์ ปรเปรม *086-1499878

ประชาชนชาวบางเสร่ และอำเภอสัตหีบ ร่วมรดน้ำศพ นายเพลาะ แก้วสังข์ บิดากำนันตำบลบางเสร่

          เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันนี้ 14 ส.ค.62 นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ นายเพลาะ แก้วสังข์ อายุ 85 ปี บิดานายชิน แก้วสังข์ กำนันตำบลบางเสร่ ได้ถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา ณ ศาลาสวดพระอภิธรรม วัดบางเสร่คงคาราม ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี พระครูสีลสาราธิคุณ เจ้าคณะตำบลสัตหีบ เจ้าอาวาสวัดเขาคันธมาทน์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พระครูวิสาทสุตากร เจ้าคณะตำบลพลูตาหลวง เจ้าอาวาสวัดช่องแสมสาร พระครูวิธานธรรมานุยุต เจ้าคณะตำบลบางเสร่ เจ้าอาวาสวัดบางเสร่คงคาราม คณะสงฆ์ ตลอดจนผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการ ทหาร พ่อค้าแม่ค้า ประชาชนในท้องถิ่น ผู้ที่รู้จักมักคุ้น นำพวงหรีดมาร่วมแสดงความอาลัย ให้ความเคารพผู้วายชนม์และร่วมรดน้ำศพกันเป็นจำนวนมาก

          โดยเจ้าภาพได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศล นายเพลาะ แก้วสังข์ ในเวลา 19.30 น. ของทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 14 – 18 ส.ค.62 จำนวน 5 คืน และฌาปนกิจศพในวันจันทร์ที่ 19 ส.ค.62 ในเวลา 16.00 น. โดยทางครอบครัว “แก้วสังข์ ” ขอกราบเรียนและเรียนเชิญมาด้วยความเคารพ

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ชลบุรี-หลายหน่วยงานร่วมซ้อมแผนเผชิญอุบัติเหตุหมู่ รับมือเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง

          วันนี้ 14 ส.ค.62 ที่บริเวณโรงแรมซีพาราไดร์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชโรธร เปรมปรี ผกก.สภ.สัตหีบ พ.ต.ต.วิโรจน์ จริตรัมย์ สวป.สภ.สัตหีบ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่สัตหีบ อาทิหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองสัตหีบ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.สัตหีบ ได้ร่วมประชุมวางแผน ซ้อมแผนเผชิญเหตุกรณีเกิดอุบัติเหตุหมู่อุบัติเหตุร้ายแรงมีผู้บาดเจ็บหลายราย

          โดยได้มีการจำลองสถานการณ์ว่ามีรถตู้โดยสารสาธารณะ ถูกรถกระบะขนของ เข้าชนบริเวณด้านท้ายอย่างแรงจนทำให้ผู้โดยสารบนรถตู้กระเด็นได้รับบาดเจ็บ ส่วนรถกระบะคนนั่งกระเด็นออกนอกตัวรถได้รับบาดเจ็บ และในระหว่างช่วยเหลือผู้บาดเจ็บได้มีแก๊ส จากรถตู้รั่วไหล จึงได้ประสานรถดับเพลิงเข้าระงับสถานการน์ โดยมีเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบที่เกิดเหตุและประสานยังศูนย์วิทยุให้ประสานผู้เกี่ยวข้องร่วมสนับสนุนที่เกิดเหตุ เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและประเมินอาการ ช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บในแต่ละระดับตามขั้นตอนของหลักสูตรการช่วยเหลือและกู้ชีพ ซึ่งผลสรุปทุกหน่วยงานได้ประสานงานช่วยกันได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีประชุมวางแผน ซ้อมแผนเผชิญเหตุกรณีเกิดอุบัติเหตุหมู่อุบัติเหตุร้ายแรงตลอด ทุกๆปี

          ซึ่งในการซ้อมแผนครั้งนี้ถือว่าได้รับความร่วมมืออย่างดีจากหน่วยงาน ต่างๆ ในพื้นที่ อ.สัตหีบ เพื่อเป็นการรับมือเตรียมความพร้อมในการเกิดเหตุฉุกเฉินและสามารถดำเนินการได้อย่างทันท่วงที เพราะในพื้นที่อำเภอสัตหีบ มีความเจริญมาก ถนนกำลังขยายตัวสถานที่ท่องเที่ยว มีคนมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากในช่วงวันหยุดเทศกาล จึงได้มีการเตรียมความพร้อมในการรับมืออุบัติเหตุอุบัติภัยในห้วงเทศกาล เพื่อให้ช่วยเหลือให้ถูกวิธีลดการสูญเสียชีวิต เป้าหมายคือการสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนการเตรียมรับมืออุบัติภัยในห้วงเทศกาล

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เหล่าพสกนิกร อำเภอบางละมุง-พัทยา น้อมใจจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องใน “วันแม่แห่งชาติ” 12 สิงหาคม 2562

เหล่าพสกนิกรอำเภอบางละมุง-พัทยา น้อมใจจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบรอบ 87 พรรษา 12 สิงหาคม 2562 “วันแม่แห่งชาติ”

          ช่วงค่ำวันที่ 12 ส.ค. 62 เวลา 19.00 น. นายอำนาจ เจริญศรี นายอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดกรวยกระทงดอกไม้ ธูปเทียนแพ หน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเป็นประธานในพิธีกล่าวนำถวายอาศิรวาทสดุดีเฉลิมพระเกียรติ และกล่าวนำถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบรอบ 87 พรรษา 12 สิงหาคม 2562 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอบางละมุง

          โดยมีนายบรรลือ กุลละวณิชย์ รองนายกเมืองพัทยา หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และประชาชน เข้าร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะ (พานพุ่มทอง – พานพุ่มเงิน) พร้อมจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล และกล่าวถวายพระพรชัยมงคล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และร่วมร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี”และเพลง “สดุดีพระแม่ไทย” หลังจากนั้น ทุกดวงใจกล่าวกึกก้องพร้อมกัน “ทรงพระเจริญ” 3 ครั้ง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบรอบ 87 พรรษา 12 สิงหาคม 2562 เพื่อแสดงความจงรักภักดี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

พัทยา จ.ชลบุรี / โยธิน พรมแตง -คัมภีร์ อาบสุวรรณ์ – วิรัตน์ ขำแตร – ทนงค์ ปรเปรม *086-1499878

เทศบาลเมืองสัตหีบ สอนระงับอัคคีภัย แก่ชุมชน หน่วยงานราชการและสถานประกอบการ

          วันที่ 14 ส.ค.62 ที่โรงแรมซีพาราไดซ์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรีนายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมและให้ความรู้ด้านการป้องกันและระงับอัคคีภัยเบื้องต้นให้แก่ชุมชน หน่วยงานราชการ และสถานประกอบการ ประจำปี 2562 โดยมีผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 130 คน โดยมีการฝึกปฎิบัติจริง ดับไฟจริงอีกด้วย

          นายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี กล่าวว่า ปัจจุบันได้เกิดเหตุเพลิงไหม้สถานที่ต่างๆ บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักที่อยู่อาศัย สถานประกอบการหรือสถานที่ราชการ ซึ่งแต่ละครั้งจะก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและหน่วยงานของรัฐเป็นจำนวนมาก สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากบุคคลากรขาดความรู้ ความเข้าใจ รวมถึงทักษะในการป้องกันและการเข้าระงับเหตุอัคคีภัยเบื้องต้น ทำให้เพลิงเกิดการลุกลามขยายเป็นวงกว้าง สร้างความเสียหายเป็นจำนนมาก ประกอบกับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่รับผิดชอบมีจำนวนไม่เพียงพอและครอบคลุมทั่วถึงต่อการปฏิบัติหน้าที่ในเขตรับผิดชอบ ทำให้ไม่สามารถเข้าระงับเหตุหรือช่วยเหลือได้ทันท่วงที

          ทางเทศบาลเมืองสัตหีบ จึงได้มีโครงการฝึกอบรมเพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ รวมถึงมีทักษะในการป้องกันและระงับเหตุอัคคีเบื้องต้นได้อย่างถูกต้อง และกระตุ้นให้หน่วยงานต่างๆ ให้เตรียมความพร้อมและให้ความสำคัญด้านการป้องกันและระงับอัคคีภัยทั้งด้านบุคลากรและอุปกรณ์ดับเพลิงเบื้องต้น อีกทั้งเพื่อลดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินกรณีเกิดเหตุอัคคีภัยขึ้น อีกทั้งเป็นการสร้างเครือข่ายด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กอ.รมน.จ.ตราด จัดกิจกรรม สร้างสามัคคี ส่งเสริมอาชีพตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ที่บ้านสลักเพชรเหนือ

          เมื่อวันที่ 14 ส.ค.62 น.อ.สุพน ปราบภัย ร.น. หัวหน้าฝ่ายนโยบายและแผน กลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าวฯ ได้นำเจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.ตราด (กอ.รมน.) และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บ้านสลักเพชรเหนือ หมู่ 5 ต.เกาะช้างใต้ อ.เกาะช้าง จ.ตราด เพื่อจัดกิจกรรมตามโครงการ 3 ประสาน ร่วมใจสรรค์สร้างไทยเป็นหนึ่ง อาทิเช่น ด้านความมั่นคงของชาติ การให้ความรู้ส่งเสริมให้ประชาชนทุกครัวเรือน นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อเสริมสร้างความรัก ความสามัคคี ปรองดอง ของคนในชุมชนและสังคม ที่ภายในอาคารศูนย์เครือข่ายจัดการดินปุ๋ยชุมชนฯบ้านสลักเพชรเหนือ หมู่ 5 ต.เกาะช้างใต้

          โดยเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จ.ตราด ได้บรรยายให้ความรู้ ถึงสถานการณ์ภัยด้านความมั่นคง ซึ่งในปัจจุบัน จะมีหลากหลาย รูปแบบ และสลับซับซ้อน พร้อมกับขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการบริโภคข่าวสาร โดยเฉพาะข่าวสารทางโลกโซเชียล ที่มักจะมีทั้งข่าวจริง ข่าวปลอม นอกจากนี้แล้ว เจ้าหน้าที่ยังได้ให้ความรู้ในเรื่อง การทำน้ำหมักจุลินทรีย์ การทำจุลินทรีย์ไข่ การทำจุลินทรีย์จาวปลวก เพื่อใช้กับพืชผักสวนครัว และการเลี้ยงปลาดุกในบ่อดิน-บ่อซิเมนต์ ที่ประหยัดต้นทุน สร้างรายได้เสริมในครัวเรือนโดยมี นายชัยวิทย์ ป๊อกสอน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.เกาะช้างใต้ เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง-ผู้นำชุมชน- กลุ่มเกษตรกร- กลุ่มแม่บ้าน และชาวบ้านในพื้นที่ เข้าร่วมทำกิจกรรม จำนวนกว่า 40 คน

ภาพ/ข่าว วรโชติ เกาะช้าง-วิเชียร ม่วงสี ทีมข่าวภูมิภาค /รายงาน