สน.ชนะสงคราม​ ทำบุญประจำปี 2562​ เพื่อความเป็นสิริมงคล

    วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่​ 15 ส.ค.62​ เวลา 10.00 น.​ณ สน.ชนะสงคราม : พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รองผบก.น.1​ พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ รองผบก.น.1,พ.ต.อ.สรเสริญ ใช้สถิตย์ รอง ผบก.น.1,ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ ที่ปรึกษา รอง ผบ.ตร./ที่ปรึกษา บช.ทท./ประธาน กต.ตร.บก.น.1/ประธาน กต.ตร.สน.ชนะสงคราม และคณะ กต.ตร.สน.ชนะสงคราม
ร่วม สน.ชนะสงคราม​ ประจำปี 2562​ เพื่อความเป็นสิริมงคล

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

โครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. เรื่อง “สถาบันพระมหากษัตริย์กับประเทศไทย”

     เมื่อวันพุธที่ 14 สิงหาคม 2562​ ณ หอประชุม ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราช อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช​ : นายสมพงษ์ มากมณี ปลัดจังหวัดนครศรีธรรมราช/เลขานุการ ศอ.จอส.904 วปร.จ.นครศรีธรรมราช​ และคณะจิตอาสา 904 อบรม​ “หลักสูตรหลักประจำ” รุ่นที่ 3/2562​ เป็นเบ้า เป็นแม่พิมพ์ ร่วมเป็นวิทยากรอบรมเผยแพร่ขยายผลความรู้ตามโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. เรื่อง “สถาบันพระมหากษัตริย์กับประเทศไทย ให้แก่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช​ จำนวน 2,000 คน

     โดยมีพลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานในพิธีเปิด ณ หอประชุม ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราช อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สึกพระ ร่วมปลุกเสกกุมารทอง ตุ๊กตาลูกเทพ สำนักอาจารย์แจ๊ว เหนือดวง

     วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่ 15 ส.ค.62​ : พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก.ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ชัช สุกแก้วณรงค์ ผบก.ทล. พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบก.ทล.,พ.ต.ท.รัชภูมิ กุสุมาลย์ สวญ.ส.ทล.2 กก.8 บก.ทล.,พ.ต.ต.อภิชน ขันกา สว.ส.ทล.2 กก.1 บก.ทล​ และ​ พ.ต.ต.นโรตน์ ยุวบูรณ์ สว.ส.ทล.1 กก.3 บก.ทล.

     ร่วมกันนำกำลังเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีสำนักข่าวแห่งหนึ่งนำเสนอข่าว ซึ่งมีภาพวิดีโอ พร้อมเนื้อหา ระบุว่า สำนักอาจารย์แจ๊ว เหนือดวง ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 188/3 หมู่ 1 ต.คูขวาง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จัดพิธีวัตถุมงคลหลากหลายชนิดได้แก่ ตุ๊กตาลูกเทพ,กุมารทองเรียกทรัพย์,กุมารพรายเศรษฐี,กุมารพรายเรียกทรัพย์,ล๊อกเก๊ตเศรษฐีหน้าทอง,เทพราตรี,เทพจำแลงภมร และตะกรุดเหนือดวง​ หรือตะกรุดพระพุทธเจ้าเหนือดวง พร้อมอวดอ้าง สรรพคุณว่า ผู้ที่บูชาตะกรุดนี้จะเป็นคนเหนือดวง เป็นคนมีเสน่ห์เมตตามหานิยม​ เจริญลาภ ยศสรรเสริญ และมีชื่อเสียงหอมขจรขจาย ทำมาค้าขึ้น ไม่มีวันจน ประสบความสำเร็จทุกด้านชีวิตครอบครัวมีความสุขตลอดไป ใครคิดร้ายต่อผู้สักการะ​นี้​ เพียงแค่คิดชีวิตของเขาก็จะแย่ลงตกต่ำลง หรือคิดจะแข่งขันไม่มีวันจะชนะได้ ผู้บูชาต้องหมั่นทำบุญ รักษาศีล สวดมนต์ไหว้พระ มีความกตัญญูรู้คุณแล้วชีวิตจะมีแต่ความเจริญ จากดวงที่ตกถึงขั้นวิกฤติ​ ที่มาร้าย​ ก็จะกลับกลายเป็นดีได้ โดยพิธีดังกล่าวมีพระเกจิ​ และอาจารย์สายพระเวทชื่อดัง ร่วมพิธี

     ชุดสืบสวนจึงประสานข้อมูลเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงก็พบว่าเป็นไปตามที่เสนอข่าว อีกทั้งพบว่าพิธีดังกล่าวมี หลวงตาแม็ก วัดป่าภูยา จ.หนองบัวลำภู และ พระอาจารย์ละ วัดสร้อยสุวรรณ จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นการกระทำผิดวินัยสงฆ์ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่วัดป่า พิกุลทอง จ.หนองบัวลำภู ก็พบหลวงตาแม็ก หรือนายจำเริญ แสงดี อายุ 56 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าภูยา อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู อยู่ที่วัดดังกล่าว

     จากนั้นได้เดินทางไปที่วัดบ่อสามแสน ต.หนองปลิง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ก็พบพระอาจารย์ละ หรือ นายวีระภัทร มาทำมา อายุ 41 ปี เจ้าอาวาสวัดสร้อยสุวรรณ ต.นาบ่อคำ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร และเป็นเจ้าคณะตำบลนาบ่อดิน เขต 2 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่าการกระทำดังกล่าว เข้าข่ายความผิดตามประกาศของทางมหาเถรสมาคม เรื่องห้ามภิกษุ สามเณร เรียกเงินค่าเวทมนตร์ และห้ามทดลองของขลัง พ.ศ.2495

     โดยประกาศดังกล่าวระบุว่า “ด้วยปรากฏว่า มีภิกษุบางรูปเห็นแก่อามิสมุ่งลาภสักการะ ตั้งตนเป็นอาจารย์ปลุกเสกลงเลขยันต์ที่ศีรษะบ้าง หน้าผากบ้าง สอนเวทมนตร์เพื่อแคล้วคลาดศาตราวุธบ้าง โดยเรียกเงินจากผู้มาขอให้ปลุกเสกบ้าง เป็นการผิดสมณวิสัยจัดเข้าในอาชีววิบัติมีโทษทางพระวินัย เสื่อมความเชื่อ ความเลื่อมใสของพระพุทธศาสนิกชน ไม่ใช่ข้อปฏิบัติทางพระพุทธศาสนา ตรงข้ามกลับเป็นที่ตำหนิของสาธุชน เพราะไม่ทนต่อการพิสูจน์ เป็นช่องทางให้พาลชนช่วยโฆษณาชวนให้คนหลงเชื่อ เพื่อทำทุจริตโดยแอบอ้างยึดเอาเป็นอาชีพอันมิชอบ เป็นความเสื่อมเสียแก่คณะสงฆ์และพระศาสนา”

     นอกจากนี้ยังมีประกาศห้ามไม่ให้ภิกษุเป็นหมอเสน่ห์ยาแฝดอาถรรพณ์ ของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า พ.ศ.2476 ระบุว่า “ถ้าภิกษุรูปใดประพฤติล่วงละเมิดเมื่อพิจารณาได้ความจริง ให้เจ้าอาวาสหรือเจ้าคณะในท้องที่ที่เกิดอธิกรณ์ลงโทษให้สึกเสีย แล้วรายงานตามลำดับ” จึงได้ทำการสึกพระทั้งสองรูปทันที

     ทั้งนี้จึงขอประชาสัมพันธ์ฝากเตือนไปยังสำนักต่างๆที่ทำการปลุกเสกเครื่องราง ของขลัง อวดอ้างไสยศาสตร์มนต์ดำ โฆษณาสรรพคุณเกินจริง สร้างความเชื่อที่ไม่ถูกต้องให้กับประชาชน อันเข้าข่ายเป็นการหลอกลวงประชาชน หรือนิมนต์พระสงฆ์มาเข้าร่วมพิธีกรรม เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของเครื่องรางของขลังนั้น เพื่อให้จำหน่ายได้มากขึ้น ซึ่งพระสงฆ์ที่ได้กระทำดังกล่าวถือว่าผิดวินัยสงฆ์มีบทลงโทษให้สึกจากการเป็นพระ ขอให้เลิกพฤติกรรมดังกล่าว และขอให้ประชาชนอย่าได้หลงเชื่อซื้อมาบูชา เนื่องจากอาจจะถูกหลอกลวงและได้รับความเสียหายตามมาได้

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง​
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตำรวจ​ ตม.ทลายแก๊ง Call Center ไต้หวัน จับรวด 13 รายมูลค่าความเสียหายร่วม​ 30 ล้านบาท

     วันนี้​ วันพฤหัสบดีที่ 15 ส.ค.62 เวลา 15.00 น.ณ ห้องมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ รองผบช.สตม.,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3,พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รองผบก.ตม.3,พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รองผบก.สส.ภ.2,พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รองผบก.ปส.3,พ.ต.อ.มานะ นาคทั่ง รองผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช,พ.ต.อ.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร​ รองผบก.สกส.บช.ปส. ปฏิบัติราชการ สตม.,พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3,พ.ต.อ.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล​ ผกก.ตม.จ.ชลบุรี,พ.ต.อ.ปรม พฤทธิกุล ผกก.ฝอ.บก.สส.ภ.4,พ.ต.อ.ณรงค์ ชนะภัยกุล ผกก.ฝ่ายกิจการต่างประเทศ บก.อก.บช.ส.,พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ ผกก.ฝอ.ศทก. ปฏิบัติราชการ สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้ายแก๊ง Call Center ไต้หวัน

     สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2562 ชุดสืบสวน ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกับ กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 และตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ได้รับคำสั่งให้สืบสวนติดตามกลุ่มบุคคลชาวไต้หวันที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำผิด ข่มขู่เรียกเงินคนชาติเดียวกัน

    ภายหลังจากที่ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ได้รับการร้องขอจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไต้หวันประจำประเทศไทย ว่ามีกลุ่มคนร้ายชาวไต้หวันได้ตั้งฐานศูนย์โทรศัพท์ (Call Center) ในประเทศไทยแล้วโทรศัพท์ผ่านระบบโทรศัพท์ทางอินเตอร์เน็ต หรือ วีโอไอพี (VOIP : Voice Over Internet Protocol) ไปหลอกลวงเหยื่อชาวไต้หวันโดยปลอมเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสุขภาพ หลอกเหยื่อว่าบัตรประกันสุขภาพของเหยื่อถูกขโมยหลังจากนั้นมีการโอนสายที่สองอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ

     โดยบอกเหยื่อว่าอัยการที่ดูแลเรื่องนี้ให้มาศาล​ โดยหลอกให้เหยื่อหลงเชื่อ ต่อมาจึงส่งแฟกซ์​ซึ่งเป็นหนังสือราชการปลอมให้กับเหยื่อ เหยื่อจึงหลงเชื่อว่าเป็นความจริง จึงมีการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารของไต้หวันที่เปิดรองรับไว้แล้วมีกลุ่มคนร้ายอีกกลุ่มถอนเงินออก เบื้องต้นกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้หลอกลวงเหยื่อตั้งแต่ประมาณเดือน ตุลาคม 2561 ถึงปัจจุบัน ความเสียหายที่ผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ที่ไต้หวันแล้ว จำนวน 21 ราย รวมความเสียหายประมาณ 30 ล้านบาท

     พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ จึงได้สั่งการให้ชุดจับกุมสืบสวนจนทราบว่ากลุ่มคนร้ายตั้งฐานเป็นศูนย์โทรศัพท์อยู่ในบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ อยู่ที่หมู่ 4 ต.สเม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี สืบสวนพบชาวไต้หวัน จำนวน 13 คน เป็นบุคคลมีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคมฯ ผบก.ตม.3 จึงดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร​ และควบคุมกักตัวไว้ที่ห้องกัก สตม. เพื่อรอผลักดันส่งกลับไต้หวันต่อไป

     จากการตรวจสอบบ้านพักที่เป็นศูนย์โทรศัพท์ (Call Center) พบของกลางเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิดโดยการหลอกลวงผู้เสียหายชาวไต้หวัน เช่น โทรศัพท์มือถือ จำนวน 44 เครื่อง,คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค จำนวน 10 เครื่อง,เครื่องปล่อยสัญญาณอินเตอร์เน็ต (เร้าเตอร์) จำนวน 17 เครื่อง,กล่อง Voip Gateway จำนวน 23 กล่อง,เครื่องโทรศัพท์บ้าน จำนวน 43 เครื่อง,ซิมการ์ดที่ยังไม่ได้ใช้งาน เครือข่าย Dtac จำนวน 5 ชิ้น,ซิมการ์ด Roaming ยี่ห้อ Blackberry จำนวน 4 ชิ้น,เครื่องบันทึกเสียงไม่ทราบยี่ห้อ จำนวน 3 เครื่อง,แผ่นกระดาษ​ และสมุดจดบันทึกเป็นภาษาจีน (สคริปต์บทสนทนาหลอกลวง) จำนวนมาก,หนังสือจิตวิทยาขั้นสูงในการก่ออาชญากรรม ฉบับภาษาจีน จำนวน 1 เล่ม และแฟลชไดร์ฟ จำนวน 3 ชิ้น

     ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไต้หวันให้ความสำคัญกับคดีนี้มากใช้ระยะเวลาในการสืบสวนติดตามเป็นระยะเวลานานเนื่องจากกลุ่มคนร้ายมีความสามารถในการหลบซ่อน​ และหลอกลวงเหยื่อจำนวนมากมีมูลค่าความเสียหายสูง โดยในวันนี้ทางการไต้หวันได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไต้หวัน จำนวน 5 นาย เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ เพื่อประสานงานและขอตรวจสอบพยานหลักฐานที่ตรวจยึดไว้ ซึ่งจะต้องทำการสืบสวนขยายผลประสานข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง อย่างต่อเนื่อง

     พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวทิ้งท้ายว่า​ ขอเรียนให้ประชาชนทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ

     หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

โครงการเชิดชูเกียรติ ผู้ทำคุณประโยชน์สูงสุด ให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

          เมื่อวันที่​ 14 ส.ค.62 เวลา 14.30 น.ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ : พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. พร้อมด้วย ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) เป็นประธานพิธีมอบเข็มประกาศเกียรติคุณผู้ทำคุณประโยชน์สูงสุดให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

          “โครงการเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์สูงสุดให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” จัดขึ้นโดยสำนักงานงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติ ให้แก่ข้าราชการตำรวจ ที่ทำงาน เสียสละอย่างสูงสุด ด้วยความวิริยะ อุตสาหะ ทุ่มเทแรงกาย และแรงใจ ผู้มีจิตอาสา​ และทำความดีเพื่อสังคมส่วนรวมในการปฏิบัติราชการจนเป็นที่ประจักษ์ และเพื่อยกย่อง เชิดชูประชาชนหรือบุคคล ที่มีจิตสาธารณะ ร่วมมือ ร่วมใจ สนับสนุนกิจการงานตำรวจ จนเป็นที่ยอมรับของประชาชนทั่วไป ให้มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เป็นแบบอย่างในสังคม​ ซึ่งแต่ละรางวัลได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรองอย่างถี่ถ้วนรอบคอบ จึงเป็นรางวัลอันทรงคุณค่าแก่การยกย่องเชิดชูเป็นอย่างยิ่ง

          ส่วนเข็มรางวัลเชิดชูเกียรตินี้ ได้รับความอนุเคราะห์ออกแบบโดย ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ที่ต้องการทำเข็มรางวัลที่มีค่าสูงสุด ให้แก่ข้าราชการตำรวจ และประชาชนหรือบุคคล ที่เสียสละ ทุ่มเท ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ สร้างความร่มเย็นเป็นสุขให้แก่ประชาชน ให้เป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ ที่จะอยู่คู่ประวัติศาสตร์ตราบนานเท่านาน โดย ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัยฯ เป็นผู้ออกแบบเข็มเชิดชูเกียรติ ดังกล่าว เพื่อมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเอกชน ที่ได้ทำคุณประโยชน์สูงสุดให้กับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

          ซึ่งในครั้งนี้ มีผู้เข้ารับเข็มเชิดชูเกียรติฯ จำนวนทั้งสิ้น 9 ท่าน ประกอบด้วย ประเภทข้าราชการตำรวจ จำนวน 6 ท่าน ได้แก่​ พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบช.ภ.5,พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธ์ุ รอง ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่,พ.ต.อ.ธงชัย เนตรสขาวัฒน์​ ผกก.สส.ภ.จ.สมุทรสาคร,พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย ผกก.ตม.จ.หนองคาย บก.ตม.4,ร.ต.อ.เกษม ฉิมพาลี รอง สว.กก.2 บก.ปส.3 บช.ปส. และ​ ส.ต.ท.พูลสวัสดิ์ เสถียรอุดร ผบ.หมู่ กก.สส.1 บก.สส.จชต.

         และประเภทประชาชน​ บุคคลทั่วไป จำนวน 3 ท่าน ได้แก่ นายกิตตินันท์ อนุพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอนนี่ ทู โก จำกัด, นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด​ (มหาชน) และ ดร.พีรวัฒน์ สุรเศรษฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท L.S.Jewelry Group และประธาน กต.ตร.กทม.ภาคประชาชน

          ซึ่งได้ผ่านการพิจารณาของ คณะกรรมการคัดเลือกผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามคำสั่งท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ 612/2561 ลง 22 ต.ค.61 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

การลงนามความร่วมมือ EPS กับ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ สปป.ลาว เรื่อง e book Store

         วันที่ 14 สิงหาคม 2562 ท่าน.บัณฑิต ศาสตรจารย์ บ่อ เวียงคำ วงดารา กรรมการศูนย์กลางพรรค เลขาคณะพรรค รัฐมนตรี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี่ ได้ให้เกียรติเป็นประธาน ในการลงนามสัญญาความร่วมมือ โดยมี บริษัท อีเลเม้นท์ เพลย์เม้นท์ โซลูชั่นจำกัด โดยนาย อเล็กซี่ เว๊กแมน และนายชาคริส อาห์มัด พร้อม คณะจากประเทศไทย และ ท่านหุมพัน อินทะลาด พร้อมคณะ แห่ง สปป.ลาว ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามสัญญาความร่วมมือในการที่จะร่วมกันพัฒนาหนังสือในรูปแบบของ e book store ณ โรงแรม คราวพลาซ่า นครเวียงจันทร์ สปป.ลาว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเรียนการสอนให้กับ สปป.ลาว

          ทั้งนี้ ทั้ง 2 ฝ่าย จะร่วมกันดำเนินการจัดทำโครงสร้าง ตลอดจนการพัฒนาแพทฟอร์มต่างๆในการจัดสร้างหนังสือ e book เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่สนใจในการอ่านหนังสือe book ได้มีหนังสือที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้จะเป็นการช่วยพัฒนาประเทศลาวในด้านการเรียนการสอนได้เป็นอย่างดี

กระชับมิตร สุนทร ช่วยตระกูล “ทอนส์ 79” 14 สค. 2562 รร.รัตนโกสินทร์

         ควันหลงงานกระชับมิตร “ทอนส์79” บก.อำนวยการ นสพ.ฐานไทม์ ยุคเปิดยุทธศาสตร์ ครั้งที่ 40 ห้องราชา 1-5 โรงแรมรัตนโกสินทร์ ราชดำเนิน กทม.เมื่อ14 สค. มีเพื่อนพ้อง น้องพี่ที่เคารพนับถือ ร่วมสังสรรค์ทุกวงการคับคั่ง อาทิ ภิญญา ช่วยปลอด อดีต รมช.กระทรวงพานิชย์, ศ.ดร.คณิต ณนคร อดีต อัยการสูงสุด, พล.ตอ.สุนทร ซ้ายขวัญ นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์, ท่านผล อนุวัตรนิติการ อดีตประธานศาลอุทธรณ์ภาค7, พล.ต.ท.พิสิฏฐ์ พิสุทธิศักดิ์ อดีต ผช.ผบ.ตร.แห่งชาติ, พล.ตต.ดิสสทัต ภูริโชติ, พล.ตท.กรีรินทร์ อินทรแก้ว, พล.ตต.ประเสริฐ กาฬรัตน์ อดีตรอง ผบ.ชภ.6, พล.ตท.อัญชัย ดวงอัมพร, ฐานิส ศรียะพันธ์ อดีตอธิบดีกรมพินิจฯ ปริญญา จั่น สัญจัย อดีตรองอธิบดีอัยการอาญากรุงเทพใต้ สายทหารมี พล.อ.ปกิตน์ สันตินิยม,พล.อ.ประเสริฐ ยังประภากร,พล.ท.มีชัย ห้องริ้ว อดีต ผอ.ททบ.5,พล.ท.ไกรเทพ อนุศักดิ์,พล.อต.ณัฏอรรถ ถวิลหวัง,พล.ท.สุรพันธ์ อินทรบัวศรี,พล.ท.อนันต์ เครือแก้ว อดีตที่ปรึกษา รมว.กลาโหม,ท่านชูวงษ์ ละอองศิริวงษ์ อดีตผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์,อนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย.ณรงค์ ปานนอก ประธานชมรมคอลัมน์นิสต์ วิทยุโทรทัศน์ไทย,พตอ.บรรดล ตัณฑ์ไพบูลย์ “เหยี่ยวดำ”, พตอ.พินิจ ไชยเสนีย์, รต.ปรพล อดิเรกสาร ที่ปษ.รองประธานรัฐสภาคนที่1 ,ดร.เจริญรัตน์ ศิริรัตนสุวรรณ ที่ปรึกษา รมช.ศึกษาฯ สมนึก วิทยารักษ์สรรค์ ประธาน บ.นสพ.พิมพ์ไทย รายวัน,ดร.อุดม เสริมศิริมงคล ประธานห้างสรรพสินค้า พาต้า ปิ่นเกล้า,ดร.สมบัติ ชนะสิทธิ์ ที่ปษ.นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย,ทีม ปชส.กองทัพเรือ,วัชระ เพชรทอง อดีตสส.ปชป. สมพงษ์ สระกวี อดีตสว.สงขลา อจ.ดุสิต ปิยะทัต ประธานปุ๋ย แกรนด์นูล่าร์,เอนก จิตตขจรเกียรติ ประธาน บ.กาแฟโบราณ”มังกรบิน” ฯลฯ

         ขอขอบพระคุณสายบันเทิงร่วมสร้างสีสัน “มโนราห์ ลีลาอ่อนช้อย “จากสงขลา ,ยงยุทธ พงศ์สาวภาค”เอื้อน้อย”,เทพ ทูลใจ วิภาวดี ตรียะกุล

          สายข่าวอาชญากรรม นำโดย”บิ้กใหญ่” พิมพ์ไทย ธีระยุทธ ผู้พัฒน์ และทีม ปชส.ตร.บชน.,ตัวแทน องอาจ คล้ามไพบูลย์ อดีต รมต.สำนักนายกฯ

Cr. ทอนส์79

พิษณุโลก เจ้าหน้าที่ดักซุ่มขบวนการทำไม้ รวบผู้ต้องหา 2 คน พร้อมยาบ้า

          ชุดปฏิบัติการ ศปป.๔ กอ.รมน. ร่วมกับ เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร)หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พล.๓ (หนองกะท้าว) หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พล.๑๑ (น้ำเลา) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นครไทย, ตำรวจ กก.ตชด.31 และฝ่ายปกครองท้องที่ ได้ร่วมกันตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเนินเพิ่ม ท้องที่บ้านบ่อโพธิ์ ม.๑ ต.บ่อโพธิ์ อ.นครไทย จ. พิษณุโลก ภายใต้ปฏิบัติการยุทธการพิทักษ์ป่า ๒/๒๕๖๒ โดยการอำนวยการของนายอรรถพล เจริญชันษา ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า/อธิบดีกรมป่าไม้ ซึ่งนายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ได้สั่งการให้นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร ประสานการปฏิบัติกับ พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.๔ กอ.รมน. นำกำลังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกันตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายและตรวจยึดจับกุมผู้กระทำผิด ระหว่างวันที่ ๑๒-๑๓ ส.ค.๖๒โดยสรุปดังนี้

          วันที่ ๑๒ ส.ค. ๒๕๖๒ เวลา ๒๐.๐๐ น. คณะเจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนกำลังไปซุ่มสังเกตการณ์พื้นที่เป้าหมายบริเวณภูเขาด้านทิศใต้ของหมู่บ้านตามที่สายข่าวแจ้งว่ามีขบวนการลักลอบตัดไม้มีค่าเพื่อขนส่งต่อไปที่จังหวัดเลย โดยขบวนการดังกล่าวมีอาวุธ และยาเสพติด ขณะที่เจ้าหน้าที่เฝ้าสังเกตการณ์ปรากฏแสงไฟเคลื่อนไหวบนภูเขาหลายจุด ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้ารอให้มีการขนส่งไม้เพื่อจับกุมเชื่อมโยงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ไม่มีการขนส่งไม้เนื่องจากมีฝนตกหนักและเกิดน้ำป่าทั้งรถ และคนไม่สามารถข้ามลำห้วยได้

          วันที่ ๑๓ ส.ค.๖๒ เวลา ๐๕.๓๐ น. คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันบุกจู่โจมจับกุมตัวกลุ่มผู้ลักลอบตัดไม้ซึ่งได้กลับลงมานอนพักที่กระท่อมริมห้วย สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ ๒ ราย ชื่อนายสนทนา พรมรักษา และนายวิเชียร แพทย์ไชโย โดยผู้กระผิดบางรายวิ่งหลบหนีไปได้ ตรวจค้นบริเวณที่พักพบอาวุธปืนยาว ๒ กระบอก (ปืนลูกซอง และปืนแก๊ป)ไม่มีทะเบียน, ยาบ้า ๙๘ เม็ด พร้อมทั้งยาไอซ์และอุปกรณ์เสพ และเจ้าหน้าได้ตรวจค้นข้างกระท่อมพบเลื่อยโซ่ยนต์ ๑ เครื่องดัดแปลงติดอุปกรณ์เก็บเสียง บาร์เลื่อย ขนาด ๒๒ นิ้ว และโซ่เลื่อย ๓ เส้น

          สอบถามนายสนทนาฯ ยอมรับว่าสิ่งของทั้งหมดเป็นของตนเอง ซึ่งได้ขึ้นไปลักลอบตัดไม้บนเขาโดยมีนายวิเชียรฯ เป็นผู้ร่วมดำเนินการ คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ให้นายสนทนาฯ นำชี้จุดตัดไม้ ซึ่งนายสนทนาฯ ได้นำชี้จุดตัดไม้ ๑ จุด พบไม้แดงท่อนถูกตัดจำนวน ๑ ท่อน ปริมาตร ๐.๐๙ ลบม. สำหรับจุดอื่นๆ เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้เนื่องจากมีฝนตก และพื้นที่เป็นภูเขาสูงชัน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะร่วมกันติดตามตรวจสอบพื้นที่และขยายผลต่อไป

          คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันจัดทำบันทึกและควบคุมตัวนายสนทนาฯ และนายวิเชียรฯ พร้อมทั้งอุปกรณ์กระทำผิดส่งพนักงานสอบสวน สภ.นครไทย เพื่อสืบสวนหาตัวผู้ร่วมกระทำผิดและผู้เกี่ยวข้องต่อไป โดยมอบหมายให้นายชัยวัฒน์ หล่อฐานนท์ เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พล.๓ (หนองกะท้าว) เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ

—————————

พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.๔ กอ.รมน. /รายงาน

สุโขทัย จัดงานมหกรรมสินค้าเกษตรและของดี จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2562

         วันนี้ 15 สิงหาคม 2562 เวลา 19.00 น. จังหวัดสุโขทัย ร่วมกับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุโขทัย และ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดสุโขทัย จัดงานมหกรรมสินค้าเกษตรและของดีจังหวัดสุโขทัย ปะจำปี 2562 โดยมีสุชาติ ทีคะสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานเปิดพิธีฯ นางกรภัค ธนฐิตะกวิน เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุโขทัย เป็นผู้กล่าวรายงาน โดยจัดงานระหว่างวันที่ 15 – 17 สิงหาคม 2562 นี้ ณ ซอยเปรมประชา (ข้างจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย)

          ภายในงานมีการออกร้านแสดงและจัดจำหน่ายสินค้า ทางการเกษตรและเกษตรแปรรูป การออกร้านอาหารปลอดภัยเพื่อสุขภาพที่มีคุณภาพ การจัดจำหน่ายสินค้า OTOP ของจังหวัดสุโขทัย ,นิทรรศการเกี่ยวกับสินค้าเกษตรปลอดภัย รวม 40 ร้าน และการแสดงบนเวทีตลอดระยะเวลาจัดกิจกรรมทั้ง 3 วันด้วย

          ซึ่งการงานมหกรรมสินค้าเกษตรและของดีจังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2562 ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาด และขยายโอกาสการจำหน่ายสินค้าเกษตรคุณภาพ และเพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรเห็นความสำคัญกับการพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพสามารถแข่งขันในตลาดยุคปัจจุบันได้

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

ชมรมประมงพื้นบ้านอ่าวอุดม​ จ.ชลบุรี​ ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ประจำปี​ ๒๕๖๒​

         ชมรมประมงพื้นบ้านอ่าวอุดม​ จ.ชลบุรี​ ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ประจำปี​ ๒๕๖๒​ เนื่องในวโรกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง​ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศล​ และอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำในพื้นที่ทะเลอ่าวอุดมให้คงอยู่อย่างสมบูรณ์

         วันนี้​ (15​ ส.ค.) นายเรวัต​ เขียวสนิท​ เลขานุการนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง​ เป็นประธานในพิธีเปิด​ กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ประจำปี​ ๒๕๖๒​ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง​ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศล​ และอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำในพื้นที่ทะเลอ่าวอุดมให้คงอยู่อย่างสมบูรณ์​ ซึ่งชมรมประมงพื้นบ้านอ่าวอุดม​ เป็นผู้จัดงาน​ โดยมี​ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สถาบันวิจัยอาหารสัตว์น้ำชายฝั่ง​ สถาบันวิจัยประมงศรีราชา​ หน่วยงานภาครัฐ​ เอกชน​ ประชาชนเข้าร่วม

         สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ชมรมประมงพื้นบ้านอ่าวอุดม​ จัดให้มีการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลการป้องกัน การฟื้นฟูของสัตว์น้ำ​ให้เป็นไปอย่างสมดุลสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยังยืนโดยมุ่งเน้นให้เกิดสิ่งแวดล้อมทางทะเลที่สมบูรณ์ เพิ่มปริมาณสัตว์น้ำสร้างรายได้ให้กับชาวประมงพื้นบ้านเพิ่มขึ้นและเสริมสร้างความรัก ความสามัคคีในการทำงานร่วมกันของชาวชุมชนอ่าวอุดมกับทางภาครัฐและเอกชน

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก