ขอแสดงความยินดีกับทีมเยาวชนไทย ที่ได้รับรางวัลการแข่งขันโดรนในเวที ‘หนูน้อยจ้าวเวหา’ ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สนามคัดเลือก สนามที่ 1

ขอแสดงความยินดีกับทีมเยาวชนไทย ที่ได้รับรางวัลการแข่งขันโดรนในเวที ‘หนูน้อยจ้าวเวหา’ ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สนามคัดเลือก สนามที่ 1

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ และสถานีโทรทัศน์ Thai PBS จัดการแข่งขันเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ รายการ “หนูน้อยจ้าวเวหา” ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประจําปี 2569 สนามคัดเลือก สนามที่ 1 โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ให้เกียรติมอบรางวัลแก่เยาวชนผู้ชนะการแข่งขัน พร้อมด้วย นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ คณะผู้บริหาร และผู้ทรงคุณวุฒิ วช. เข้าร่วมรับชมการแข่งขัน ณ ศูนย์การค้าเซียร์รังสิต

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผวช.) กล่าวว่า (วช.) ให้การสนับสนุนเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมให้แก่เยาวชนไทย ผ่านกระบวนการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริงด้านการออกแบบอากาศยาน การควบคุม การเขียนโปรแกรม ควบคู่กับการเสริมสร้างทักษะความคิดสร้างสรรค์และการทำงานเป็นทีม อันเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนากำลังคนด้านเทคโนโลยีของประเทศ นอกจากนี้ การแข่งขันยังมีบทบาทในการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีอากาศยานสมัยใหม่ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้รับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคดิจิทัล

การแข่งขันเครื่องบินจำลองวิทยุบังคับ “หนูน้อยจ้าวเวหา” ชิงถ้วยพระราชทานฯ สนามคัดเลือก สนามที่ 1 ได้ผู้ชนะเลิศใน 3 ประเภทการแข่งขัน ดังนี้

ประเภทปีกหมุนประลองปัญญา

  • รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม DW จากโรงเรียนดงหลวงวิทยา
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ทีมตะโกราย จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีม BSP Drone T เดียว จากโรงเรียนบึงศรีราชาพิทยาคม

ประเภทยุทธวิธี

  • รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมอัสสัมชัญโคราช จากโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ทีมครั้งแรกคับพี่ จากโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม)
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีมคนหัวใจสิงห์ ทีม1 จากโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์

ประเภทปีกหมุนประลองทักษะ

  • รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมน้องฟาฟา&น้องพราวพราว IP นารีนุกูล จากโรงเรียนนารีนุกูล
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ทีมน้องพาขวัญ&น้องภูมิ IP นารีนุกูล จากโรงเรียนนารีนุกูล
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีมโรงเรียนมุกดาหาร จากโรงเรียนมุกดาหาร

ทั้งนี้ (วช.) และสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ พร้อม ThaiPBS มุ่งหวังให้เวที “หนูน้อยจ้าวเวหา” เป็นพื้นที่ในการจุดประกายความสนใจด้านอากาศยานแ

ละเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้แก่เยาวชน เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้กระบวนการคิดและการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ และพัฒนาศักยภาพสู่การเป็นนักประดิษฐ์และนวัตกรในอนาคต

เปิดเบื้องหลังสปิริต “อภิวิชญญ์” สส.ป้ายแดง พรรครวมพลังประชาชน ฝืนอาการป่วยเข้าสภาฯ ลงมติเลือกนายกฯ

เปิดเบื้องหลังสปิริต “อภิวิชญญ์” สส.ป้ายแดง พรรครวมพลังประชาชน ฝืนอาการป่วยเข้าสภาฯ ลงมติเลือกนายกฯ

ย้อนรอยนาทีสำคัญในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ท่าม กลางบรรยากาศการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่ทั่วประเทศเฝ้าจับตามอง ได้ปรากฏภาพความมุ่งมั่นของ นายอภิวิชญญ์ ทิพย์รัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชน ที่แสดงสปิริตผู้แทนราษฎรอย่างเต็มเปี่ยม

รายงานข่าวระบุว่า นายอภิวิชญ์ฯ มีอาการป่วยกระทันหันตั้งแต่วันก่อนหน้าวันโหวตนายกฯ เพียง 1 วัน แต่ด้วยความรับผิดชอบต่อหน้าที่และคะแนนเสียงของประชาชน นายอภิวิชญญ์ฯ ได้ตัดสินใจขออนุญาตคุณหมอออกจากโรงพยาบาลชั่วคราว เพื่อเดินทางมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนสำคัญในครั้งนี้ให้ทันท่วงที ก่อนจะถูกเร่งนำตัวส่งกลับไปรักษาอาการภายใต้ดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดทันทีหลังจบภารกิจในสภาฯ

สำหรับการลงมติในวันดังกล่าว ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 เป็นสมัยที่ 2 ด้วยคะแนนเสียง 293 เสียง ชนะนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน (119 เสียง)

เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความประทับใจให้กับเพื่อนสมาชิก สส. และผู้พบเห็น ถึงความเสียสละและความพยายามในการทำหน้าที่ ซึ่งขณะนี้ทุกฝ่ายยังคงส่งกำลังใจและเฝ้าติดตามอาการของนายอภิวิชญญ์ฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กลับมาแข็งแรงในเร็ววัน

อภิวิชญญ์ทิพย์รัตน์ #พรรครวมพลังประชาชน #สปิริตสส #โหวตนายก69


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

“พรรครวมพลังประชาชน” รุกหนักยุทธศาสตร์ปี 69 ปฏิรูปโครงสร้างสู่สถาบันการเมืองโปร่งใส พร้อมชู “จริยธรรม” เป็นบรรทัดฐานหลักในการบริหารพรรค

กรุงเทพมหานคร – “พรรครวมพลังประชาชน” รุกหนักยุทธศาสตร์ปี 69 ปฏิรูปโครงสร้างสู่สถาบันการเมืองโปร่งใส พร้อมชู “จริยธรรม” เป็นบรรทัดฐานหลักในการบริหารพรรค

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 พรรครวมพลังประชาชนประสบความสำเร็จในการจัดกิจกรรมทาง การเมืองครั้งสำคัญต่อเนื่อง 2 วันซ้อน ณ ศูนย์ฝึกอบรมวีเทรน ดอนเมือง โดยเริ่มต้นจากการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ที่ผ่านมา เพื่อวางรากฐานการยกระดับพรรคสู่การเป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็ง ก่อนจะจัดประชุมใหญ่สาขากรุงเทพมหานครในวันที่ 22 มีนาคม เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเชิงพื้นที่และสร้างกลไกการทำงานที่ยึดโยงกับประชาชนอย่างใกล้ชิดและโปร่งใส

นางสาวชัญญพัชร์ โมอินทร์ เลขาธิการพรรคฯ ในฐานะประธานเปิดการประชุม ได้ประกาศวิสัยทัศน์ “ยกเครื่อง” โครงสร้างภายในพรรคภายใต้แนวคิดการสร้าง “บ้านที่เข้มแข็ง” เพื่อมุ่งสู่การเป็นสถาบันการเมืองที่ตรวจสอบได้และพร้อมทำหน้าที่พรรคร่วมรัฐบาลเชิงรุกในการแก้ไขปัญหาประเทศอย่างเป็นระบบ โดยไฮไลท์สำคัญคือการบรรยายพิเศษโดย นายวัฒนา จำปาดิบรัตนกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร ในหัวข้อจริยธรรมที่เป็นบรรทัดฐานสำหรับกรรมการบริหารพรรคญ รวมถึงประเด็นการร่างหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งเน้นย้ำว่าความซื่อสัตย์สุจริตคือหัวใจสำคัญที่จะสร้างความเชื่อมั่นและเป็นเกราะป้องกันการดำเนินงานทางการเมืองให้ยั่งยืน

ในส่วนของการขับเคลื่อนนโยบาย คุณปุณณ์ภัสสร จีรวิวัฒนชัย ผู้ช่วยดำเนินงานประจำตัว นายอภิวิชญญ์ ทิพย์รัตน์ (สส. และหัวหน้าพรรค) ได้นำเสนอความคืบหน้าของนโยบายที่พรรคได้รณรงค์ไว้ โดยยืนยันว่าพรรคกำลังเร่งผลักดันทุกโครงการผ่านกลไกบริหารราชการแผ่นดินเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ตรงจุดและเป็นรูปธรรม ขณะที่ นายเฉลิมพล อุตรัตน์ ตัวแทนพรรคฯ ได้กล่าวสรุปภาพรวมของการจัดประชุมทั้ง 2 วันว่าเป็นการยืนยันความพร้อมของพรรครวมพลังประชาชนในการสร้างการเมืองสร้างสรรค์และยกระดับมาตรฐานจริยธรรมนักการเมืองให้เป็นบรรทัดฐานใหม่ในสังคมไทย เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนอย่างแท้จริง

พรรครวมพลังประชาชน #ปฏิรูปการเมือง69 #ประชุมใหญ่สามัญประจำปี #สาขากรุงเทพ #จริยธรรมนักการเมือง #การเมืองไทยสร้างสรรค์

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ขอเชิญเที่ยวงานบุญยิ่งใหญ่ เททองหล่อ “หลวงพ่อโตทรงเครื่องจักรพรรดิ์” ณ วัดหลักหกรัตนาราม จ.ราชบุรี

ขอเชิญเที่ยวงานบุญยิ่งใหญ่ เททองหล่อ “หลวงพ่อโตทรงเครื่องจักรพรรดิ์” ณ วัดหลักหกรัตนาราม จ.ราชบุรี

พระปลัดมนต์ดก สุวโจ เจ้าอาวาสวัดหลักหกรัตนาราม ตำบลศรีสุราษฎร์ อำเภอดำเนิน สะดวก จังหวัดราชบุรี ขอเชิญศิษยานุศิษย์และสาธุชนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมงานบุญครั้งยิ่งใหญ่! พิธีเททองหล่อพระ “หลวงพ่อโตทรงเครื่องจักรพรรดิ์” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 30 เมษายน 2569 ทั้งนี้ทางวัดได้กำหนดจัดงานบุญอย่างยิ่งใหญ่ 8 วัน 8 คืน ระหว่างวันที่ 26 เมษายน–3 พฤษภาคม 2569 ณ วัดหลักหกรัตนาราม เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมทำบุญ สร้างกุศล และร่วมสืบสานพระพุทธศาสนา

ภายในงานนอกจากพิธีบุญอันศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังจัดให้มี มหรสพและการแสดงชมฟรีตลอดทุกค่ำคืน โดยเชิญศิลปินชื่อดังจากทั่วฟ้าเมืองไทยมาร่วมสร้างความบันเทิง อาทิ : ยิ่งยง ยอดบัวงาม, นุจรี ศรีราชา, เพ็ญนภา มุกดามาศ ,ศิลปิน พม่า-มอญ, รำวงย้อนยุคไฟว์สตาร์, หมอ ลำระเบียบ วาทะศิลป์, หินกองคอมโบ้, สาวๆ ย้อนยุคสุดมัน ขวัญใจนักเต้น และปิดท้ายความสนุกด้วย น้องคิวแช้มป์ไมค์ทองคำสามวัย,แช้มป์เกษตรเสียงทอง,นอกจากนี้ยังมี การประกวดร้องเพลง เปิดรับสมัครและจัดการประกวดในวันที่ 26–28 เมษายน 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีความสามารถได้แสดงศักยภาพบนเวที รวมถึงการประกวด “หนูน้อยธิดาเกษตร ครั้งที่ 1“

จึงขอเชิญพุทธศาสนิกชนและประชาชนทั่วไป ร่วมทำบุญ อิ่มบุญ อิ่มใจ พร้อมรับชมความบันเทิง และร่วมเที่ยวงานบุญครั้งยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ :ผู้สนใจ จองพื้นที่ร้านค้า หรือร่วมออกบูธภายในงาน สามารถติดต่อได้ที่

  • คุณธัญน์จิรา โทร.062-059-3919, 096-975-4692
  • คุณไชภิรมย์ โทร.063-278-9899

สนับสนุนโดย : ห้างออนไลน์ของคนไทย www.eat24shoppingmall.com


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

47 ปี สศก. เดินหน้า 9 ภารกิจแห่งการเปลี่ยนผ่าน มอบคุณค่าไปยัง 4 กลุ่มเป้าหมาย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจการเกษตรไทย สู่การตัดสินใจที่แม่นยำ รวดเร็ว เป็นธรรม

47 ปี สศก. เดินหน้า 9 ภารกิจแห่งการเปลี่ยนผ่าน มอบคุณค่าไปยัง 4 กลุ่มเป้าหมาย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจการเกษตรไทย สู่การตัดสินใจที่แม่นยำ รวดเร็ว เป็นธรรม

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยในวาระโอกาสพิเศษ วันที่ 24 มีนาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสถาปนา (สศก.) ครบรอบ 47 ปี นับแต่ได้รับการสถาปนาและยกฐานะขึ้นเป็นส่วนราชการระดับกรม เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2522 เป็นต้นมา โดยในปีนี้ (สศก.) มุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาด้านเศรษฐกิจการเกษตรของประเทศ พร้อมชูเป้าหมายสำคัญในการ “ทำให้ระบบเกษตรไทยตัดสินใจได้แม่นขึ้น เร็วขึ้น และเป็นธรรมขึ้น ด้วยข้อมูล แบบจำลอง และสัญญาณเตือนที่เชื่อถือได้ เพื่อให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจเชิงนโยบายได้ทันสถานการณ์ เกษตรกรปรับตัวทัน และประชาชนมั่นใจ”

เลขาธิการ (สศก.) กล่าวถึงบทบาทของ (สศก.) ว่า ตลอดระยะเวลา 47 ปี ในฐานะหน่วยงานหลักด้านเศรษฐกิจการเกษตร ได้มุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจเคียงคู่กับพี่น้องเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ระบบเกษตรไทยก้าวสู่อนาคตที่มั่นคง ยั่งยืน มีขีดความสามารถการแข่งขันในระดับสากล และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว (สศก.) ได้วางยุทธศาสตร์การดำเนินงานปี 2569 ส่งมอบคุณค่าไปยัง 4 กลุ่มเป้าหมาย ผ่านภารกิจและเครื่องมือสำคัญ ดังนี้

  1. เกษตรกร มุ่งการตัดสินใจที่แม่นยำและความเสี่ยงลดลง ผ่านข้อมูลคาดการณ์ตลาดและระบบแจ้งเตือนภัยที่สรุปให้อ่านง่าย พร้อมแนวทางเลือกการผลิตที่สอดรับกับสถานการณ์และเครื่องมือคำนวณกำไรระดับแปลง ช่วยให้เกษตรกรวางแผนการผลิตได้ทันท่วงที เพิ่มโอกาสขายสินค้าได้ราคาสูงและเสริมอำนาจการต่อรอง
  2. ประชาชน สร้างความมั่นใจด้านความมั่นคงอาหารและความโปร่งใส โดยสื่อสารสาเหตุราคาผันผวนตามกลไกตลาดและต้นทุนจริง พร้อมระบบเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงที่กระทบราคาอาหาร และใช้เกณฑ์ตรวจสอบราคาที่โปร่งใสเพื่อป้องกันการบิดเบือนราคา ช่วยให้เข้าใจสถานการณ์โดยไม่ตื่นตระหนก และมั่นใจในระบบบริหารคลังอาหารของรัฐ
  3. ผู้บริหาร สนับสนุนการตัดสินใจเชิงรุกด้วยข้อมูลหนึ่งเดียว (Single Source of Truth) ผ่านระบบแจ้งเตือนความเสี่ยงสำคัญ การนำเสนอทางเลือกนโยบายที่วิเคราะห์ผลกระทบรอบด้าน และการจำลองฉากทัศน์ล่วงหน้า พร้อมระบบติดตามผลสัมฤทธิ์จริงผ่านหน้าจอเดียว ช่วยให้ตัดสินใจว่องไวและใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่า
  4. ภาคีเครือข่าย บูรณาการการทำงานบนมาตรฐานข้อมูลเดียวกัน ผ่านแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมโยงข้อมูลอย่างไร้รอยต่อ พร้อมจัดทำข้อเสนอเชิงระบบเพื่อลดจุดอ่อนของตลาดและวิเคราะห์ความคุ้มค่าของการลงทุนร่วมกัน เพื่อลดความซ้ำซ้อนและสร้างเอกภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการเกษตรไทย

สำหรับการขับเคลื่อนในปี 2569 (สศก.) ได้กำหนด “9 ภารกิจ ใน 365 วัน” ภายใต้แนวคิด “9 แห่งการเปลี่ยนผ่าน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเกษตรไทยสู่สากล” เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมภายใน 1 ปี ประกอบด้วย

  1. พัฒนารายงานคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจรายปี
  2. เสริมความเข้มแข็งทีมเศรษฐกิจและทีมข้อมูล
  3. พัฒนาประเด็นเขตเศรษฐกิจการเกษตร
  4. ยกระดับมาตรฐานงานวิจัยและบทวิเคราะห์เชิงเศรษฐกิจ
  5. เชื่อมเครือข่ายนักเศรษฐศาสตร์และหน่วยงานวิชาการ
  6. พัฒนากรอบพิจารณาโครงการและมาตรการด้านเกษตร
  7. พัฒนาระบบติดตามสถานการณ์ราคาและตลาดสินค้าเกษตร
  8. เสริมระบบบริหารความเสี่ยงและการกำกับดูแลภายใน
  9. ทบทวนและพัฒนาแผนปฏิบัติการดิจิทัล 5 ปี

ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาปีนี้ (สศก.) ได้จัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่บุคลากร พร้อมทั้งร่วมสืบสานวัฒนธรรมองค์กรเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามภารกิจหลักของหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีพิธีการทางศาสนา (พิธีสงฆ์) พิธีบวงสรวงองค์ท้าวมหาพรหมประจำ (สศก.) พิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ประจำ (สศก.) เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมทั้งพิธีกล่าวสดุดีและประกาศเกียรติคุณ ดร.สมนึก ศรีปลั่ง เลขาธิการ (สศก.) ท่านแรก ซึ่งเป็นปูชนียบุคคลสำคัญผู้ก่อร่างสร้างฐานรากให้กับองค์กร นอกจากนี้ ยังได้มีพิธีมอบเข็มเชิดชูเกียรติ ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการดีเด่น(สศก.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 รวมถึงพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่เศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) ดีเด่น เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ที่ทุ่มเททำงานเพื่อภาคเกษตรไทยมาอย่างต่อเนื่อง

“สศก. ขอย้ำความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการพัฒนาภาคเกษตรไทยให้มั่นคง ในโอกาสนี้ ผมขอขอบคุณภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งเกษตรกร หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เศรษฐกิจการเกษตรอาสา และบุคลากรของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรทุกท่าน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจสนับสนุนภารกิจขององค์กรด้วยดีเสมอมา ซึ่งความร่วมมือจากทุกท่านคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเกษตร และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่พี่น้องเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืนต่อไป” เลขาธิการ สศก. กล่าว


ข่าว : ส่วนประชาสัมพันธ์
ข้อมูล : สำนักงานเลขานุการกรม

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เชิญชวนน้องๆ หนูๆ สมัครเข้าร่วมการแข่งขันจักรยานขาไถโรบินสันไลฟ์สไตล์สุพรรณบุรี ครั้งที่1

สุพรรณบุรี – เชิญชวนน้องๆ หนูๆ สมัครเข้าร่วมการแข่งขันจักรยานขาไถโรบินสันไลฟ์สไตล์สุพรรณบุรีครั้งที่1

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี นายบารมี เที่ยงธรรม นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ขอเชิญชวนผู้ปกครองพาบุตรหลาน น้องๆ หนูๆ มาสมัครเข้าร่วมการแข่งขันจักรยานขาไถ โรบินสันไลฟ์สไตล์สุพรรณบุรี ครั้งที่ 1 Robinson Lifestyle SUPHANBURI RunBike Cup#1 [2026] เพื่อให้น้องๆ หนูๆ มาร่วมสนุกประลองความแรงกันให้สนุกสนาน

เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมแข่งขัน ถึงวันที่ 28 มี.ค.69 ค่าสมัคร 299 บาท พบกันวันที่ 28-29 มีนาคม 69 ณ ลานจอดรถหน้า โรบินสันไลฟ์สไตล์สุพรรณบุรี สำหรับวันที่ 28 มี.ค.69 กิจกรรม work shop โดยทีมโค้ชผู้ฝึกสอน-ฝึกซ้อมเตรียมความพร้อม วันที่ 29 มี.ค.69 จัดการแข่งขัน จำนวน 11 รุ่น ถ้วยรางวัล รุ่นละ 6 ใบ โค้งสุดท้าย แต่ยังไม่ท้ายสุด รีบสมัครกันนะ น้องๆ หนูๆ ชิงถ้วยรางวัล เหรียญที่ระลึก และรางวัลพิเศษจากพี่ๆทีมงาน ขอเชิญชวนมาร่วมสนุกประลองความแรงกันเยอะๆ สอบถามเพิ่มเติมได้ ที่คุณอ้อม 084-3161928 สามารถกดลิงก์สมัคร https://form.jotform.com/…/Robinson- Suphanburi-runbike2026 ลิงก์ตรวจสอบรายชื่อ https://shorturl.asia/f0m9V


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม ทั้ง 2 เขต ลงพื้นที่มอบรถนั่งคนพิการ (วีลแชร์) และข้าวสารอาหารแห้งให้กลุ่มเปราะบางและ ผู้พิการ ในพื้นที่

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม ทั้ง 2 เขต ลงพื้นที่มอบรถนั่งคนพิการ (วีลแชร์) และข้าวสารอาหารแห้งให้กลุ่มเปราะบางและ ผู้พิการ ในพื้นที่

นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน ร่วมลงพื้นที่โดยการนำของ ดร. พาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต 3 และ พันเอก สุขชาต สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต 4 ในการมอบรถนั่งคนพิการ (วีลแชร์) และข้าวสารอาหารแห้งให้กลุ่มเปราะบางและ ผู้พิการ ในพื้นที่ตำบลทุ่งกระพังโหม และตำบลสระพัฒนา จำนวน 3 ราย ได้แก่

  1. นางสังเวียน ชั่วเอ้ อายุ 84 ปี บ้านเลขที่ 21 ม.4 ต.ทุ่งกระพังโหม อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
  2. นางมะลิวัลย์ วัดปลั่ง อายุ 80 ปี บ้านเลขที่ 27/1 ม.4 ต.สระพัฒนา อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
  3. นายสังเวียน ทรงรถ อายุ 79 ปี 56 หมู่ 4 ต.สระพัฒนา อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

ในการนี้ นายธนพันธ์ โชคดำรงสุข สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม อำเภอกำแพงแสน เขต 3 นายชรินทร์ ศรีศิริวัฒน์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม อำเภอกำแพงแสน เขต 2 พร้อมด้วยทีมผู้นำท้องที่ท้องถิ่นตำบลทุ่งกระพังโหม และตำบลสระพัฒนา ร่วมลงพื้นที่เพื่อพบปะและเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนกลุ่มเป้าหมายกลุ่มเปราะบางในการนี้ด้วย


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ตำรวจทางหลวงอู่ทอง จับสาวทอมปลอมทั้งคัน

สุพรรณบุรี – ยอมใจสาวทอมขับรถสวมทะเบียนปลอมมารับแฟนสาวไปกินข้าว ถูกตำรวจทางหลวงเรียกตรวจสอบ พบว่าป้ายทะเบียนทั้งหน้าหลัง ป้ายเสียภาษี ปลอม สำเนาเล่มทะเบียนก็ยังปลอม เจ้าตัวเปิดปากรับสารภาพว่า เห็นประกาศขายรถใน facebook ราคาถูกกว่าท้องตลาด จึงตัดสินใจซื้อมาใช้ ประมาณ 5 ปี ซึ่งไม่เคยนำรถไปต่อภาษีเองเลย เบื้องต้นให้การรับสารภาพอีกว่า ฝากเพื่อนไปต่อภาษีเมื่อปีที่ผ่านมา แล้วนำมาติดที่รถและใช้เป็นปกติมาตลอด และแผ่นป้ายทะเบียนปลอมนั้นติดมากับรถตั้งแต่วันที่ซื้อรถมาใช้ เมื่อ 5 ปีก่อน ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยถูกตำรวจเรียกตรวจสอบเลย กระทั่งวันนี้ถูกเรียกตรวจสอบและพบว่า เป็นเอกสารราชการปลอมทั้งคัน

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 พ.ต.ต.กฤษฎา พ่วงปาน สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 6 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ได้สั่งการให้ ด.ต.อาทิตย์ พูลโพธิ์ทอง หัวหน้าหน่วยบริการตำรวจทางหลวงอู่ทอง, ด.ต.โสภณ ตะพัง, จ.ส.ต.รชานนท์ คล้ายทอง, จ.ส.ต. ปฏิพล ประสพกาญจน์ ผบ.หมู่ ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล. ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบเพื่อป้องกันผู้ฝ่าฝืนและผิดกฎหมาย ไปตามทางหลวงหมายเลข 321 กม.79-80 (ขาออก อ.อู่ทอง) หมู่ 5 ตำบลเจดีย์ อำเภออู่ทอง พบรถเก๋งยี่ห้อ มาสด้า รุ่น มาสด้า 2 สีเขียว ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข ฆส 1891 กรุงเทพมหานคร ขับแช่อยู่เลนขวา สังเกตุแผ่นป้ายทะเบียนรถไม่มีลายน้ำภายใน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงส่งสัญญาณให้รถคันดังกล่าวจอดเพื่อทำการตรวจสอบ ก่อน

เบื้องต้นทราบว่าคนขับชื่อ นางสาวยุพิน อายุ 50 ปีแสดงตนเป็นเจ้าของรถ ขณะตรวจสอบ น.ส.ยุพินได้ แสดงใบอนุญาตขับขี่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข ฆส 1891 กรุงเทพมหานคร ในระบบ ของขนส่ง ปรากฏว่าทะเบียน ฆส 1891 กรุงเทพมหานคร ไม่มีข้อมูลในระบบของกรมการขนส่งทางบก เมื่อตรวจสอบที่แผ่นป้ายทะเบียนเบื้องต้น พบว่าไม่มีลักษณะลายน้ำใต้อักษรเลขทะเบียน และตรวจสอบที่แผ่นป้ายภาษีซึ่งติดอยู่ที่กระจกรถยนต์ด้านหน้า ปรากฏว่าแผ่นป้ายภาษีมีการถ่ายเอกสารและนำมาตัดแปะติดปิดทับตัวเลขบนแผ่นป้ายภาษี ประกอบด้วย

  1. ถ่ายเอกสารเลข พ.ศ.2569 มาแปะติดปิดทับเลข พ.ศ.2564
  2. ถ่ายเอกสารเลขทะเบียน ฆส 1891 กรุงเทพมหานคร มาแปะติดปิดทับเลขทะเบียน 5กถ 2973 กรุงเทพมหานคร
  3. ยี่ห้อรถยนต์ในแผ่นป้ายภาษีระบุเป็นยี่ห้อ อีซูซุ ซึ่งรถคันจริงเป็นรถยนต์ยี่ห้อ มาสด้า

โดยระหว่างตรวจสอบ น.ส.ยุพินฯ ได้นำเอกสารมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมตรวจสอบจำนวน 1 แผ่น ซึ่งเป็นสำเนารายการจดทะเบียนหมายเลข ฆส 1891 กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเอกสารที่ถูกจัดทำขึ้นมาเอง โดยไม่มีข้อมูลอยู่ในระบบของกรมการขนส่งทางบก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เชิญตัว น.ส.ยุพิน ซึ่งแสดงตนเป็นเจ้าของรถ พร้อมกับรถเก๋ง ยี่ห้อ มาสด้า รุ่น มาสด้า 2 สีเขียว ที่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข ฆส 1891 กรุงเทพมหานคร ไปที่หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงอู่ทอง เพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียด

เมื่อถอดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข ฆส 1891 กรุงเทพมหานคร ออกมาทำการตรวจสอบปรากฏว่า 1.ไม่มีลักษณะลายน้ำใต้อักษรเลขทะเบียน 2.มีการใช้วัสดุโลหะที่บาง บิดยับง่าย ราคาถูก ซึ่งไม่ได้มาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก 3.ด้านหลังไม่มีสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (รูปพระมาตุลีเทพบุตรทรงรถเทียมม้า) ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ของกรมการขน ส่งทางบก เมื่อตรวจสอบพบเลขตัวถัง MM8DE10Y100271103 และหมายเลขเครื่อง ZY C63682 ตรงกับรถเก๋ง ยี่ห้อ มาสด้า รุ่น มาสด้า 2 สีเขียว หมายเลข กล 6663 พระนครศรี อยุธยา ซึ่งเป็นหมายเลขทะเบียนจริงของรถคันดังกล่าว มีสถานะ “ระงับใช้รถ” และตรวจสอบแผ่นป้ายภาษี ระบุยี่ห้อ อีซูซุ และระบุเลขตัวถัง MP1TFR85JGT001847 ปรากฏว่าตรงกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 5 กถ 2973 กรุง เทพมหานคร วันสิ้นอายุภาษี 11 ก.ค. 2568 จึงเชื่อว่าแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข ฆส 1891 กรุงเทพมหานคร จำนวน 2 แผ่น เป็นแผ่นป้ายทะเบียนปลอมซึ่งไม่ได้ถูกออกให้โดยกรมการขนส่งทางบกจริง

สอบถาม น.ส.ยุพิน ผู้ขับขี่และผู้แสดงตนเป็นเจ้าของรถ ให้การว่ามีคนแนะนำให้ตนซื้อรถ ยนต์คันดังกล่าว มาจากบุคคลในแอปพลิเคชัน Facebook ที่ใช้ชื่อว่า “Phurich Detputtiwong” ในราคา 70,000 บาท โดยการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารไปให้กับบุคคลในแอปพลิเคชัน Facebook ที่ใช้ชื่อว่า “Phurich Detputtiwong” โดยซื้อรถยนต์คันดังกล่าวมาเมื่อประมาณช่วงเดือน ธันวาคม พ.ศ.2564 ซึ่ง น.ส.ยุพินฯ ใช้รถยนต์คันดังกล่าวมาประมาณ 4-5 ปี โดยมีการติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข ฆส 1891 กรุงเทพมหานคร (ปลอม) จำนวน 2 แผ่น มากับตัวรถตั้งแต่มีการซื้อขายกันและใช้แผ่นป้ายทะเบียนดังกล่าวมาโดยตลอด

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่าการกระทำความผิดดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดฐาน “ปลอมแปลงเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม” พร้อมทั้งแจ้งสิทธิ์ ให้ผู้ต้องหาทราบ และจัดทำบันทึกจับกุมพร้อมนำตัว น.ส.ยุพิน ยงยุทธ พร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.อู่ทอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

“แม่ทัพภาคที่ 2” ติดตามการป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเลย

“แม่ทัพภาคที่ 2” ติดตามการป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเลย

วันที่ 24 มีนาคม 2569 พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญ หาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดย รับฟังบรรยายสรุปแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเลย จากอุทยานแห่งชาติภูกระดึง สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณจังหวัดเลย เพื่อประสานการปฏิบัติระหว่าง จังหวัด หน่วยทหาร และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ซักซ้อมความเข้าใจในการปฏิบัติตามแผนจังหวัดแบบบูรณาการ การจัดเตรียมกำลังพล ยุทโธปกรณ์ของส่วนราชการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าคลี่คลายสถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ได้จัดเตรียมกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย และกองร้อยช่วยเหลือประชา ชน ยุทโธปกรณ์อากาศยานเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป แบบ 212 อากาศยานไร้คนขับ และกองทัพบกจัดเตรียม เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบ 17 สำหรับภารกิจลาดตระเวน ตรวจจุดความร้อน ดับไฟป่า รับ-ส่งเจ้าหน้าที่ ขนย้ายผู้ป่วยและสิ่งของ เพื่อให้การสนับสนุนการคลี่คลายสถนการณ์ไฟป่าในพื้นที่ 20 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

#จิตอาสา #กองทัพบก #RTA #กองทัพภาคที่2 #การบรรเทาสาธารณภัย #การแก้ไขปัญหาไฟป่า


พรพิพัฒน์ รายงาน

มทภ.2 เยี่ยมครอบครัว วีรบุรุษทหารกล้า ผู้เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น

มทภ.2 เยี่ยมครอบครัว วีรบุรุษทหารกล้า ผู้เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น

พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ มทภ.2 เดินทางเข้าเยี่ยมเยียนครอบครัวของ ร.ต.สิรวิชญ์ ภิญโญสุข สังกัด ร.8 พัน.2 วีรบุรุษทหารกล้า ผู้เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยชายแดนไทย –กัมพูชา และสละชีวิตจากการปะทะในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา เพื่อสอบถามถึงความเป็นอยู่ ให้กำลังใจ และติดตามการดูแลช่วยเหลือในทุกด้านอย่างใกล้ชิด ณ หมู่ 4 ต.หนองแดง อ.สีชมพู จว.ขอนแก่น

การเข้าเยี่ยมในครั้งนี้ มทภ.2 ได้กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียกำลังพลผู้กล้าหาญ พร้อมย้ำว่าการสูญเสียครั้งนี้เป็นความสูญเสียของกองทัพและของประเทศชาติ ท่านได้พูดคุยอย่างใกล้ชิด รับฟังความรู้สึกของคุณแม่ด้วยความอ่อนโยน แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยในฐานะผู้บังคับบัญชา ที่มิได้มองกำลังพลเป็นเพียงผู้ใต้บังคับบัญชา หากแต่เป็น “ลูกหลานของกองทัพ” ที่ทุกคนรักและภาคภูมิใจ

กองทัพบกขอสดุดี ทหารกล้าที่สละชีพเพื่อปกป้องอธิปไตยและผืนแผ่นดินเกิดด้วยชีวิต เป็นวีรบุรุษของชาติที่จะถูกจารึกไว้ในหัวใจของคนไทยตลอดไป ทั้งนี้ กองทัพบกจะดูแลสิทธิและสวัสดิการแก่ครอบครัวและทายาท เพื่อเชิดชูเกียรติแห่งความเสียสละอันยิ่งใหญ่อย่างดีที่สุด


พรพิพัฒน์ รายงาน