รองนายกรัฐมนตรี นำพุทธศาสนิกชนชาวนครปฐม ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและเวียนเทียนประทักษิณรอบองค์พระปฐมเจดีย์ เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2569

รองนายกรัฐมนตรี นำพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดนครปฐม ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและเวียนเทียนประทักษิณรอบองค์พระปฐมเจดีย์ เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2569

วันที่ 3 มีนาคม 2569 ที่พระวิหารหลวง องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศล เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2569 โดยมีนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม, นายยงยุทธ สวนทอง, นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม, นายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ, นายณรงค์วิทย์ พบพาน รองผู้ว่าราชการจังหวัด รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์
ผบก.ภ.จว.นครปฐมและ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการ ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา ประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

ซึ่งวันมาฆบูชานับเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ตรงกับวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ถือเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง “โอวาทปาติโมกข์” หลักคำสอน “ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์” ท่ามกลางพระอรหันต์สาวก 1,250 รูป ที่มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ พระธรรมวชิรเจติยาจารย์ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14 รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร กล่าวนำแสดงตนเป็นพุทธมามกะ จากนั้นได้แสดงพระธรรมเทศนา เพื่อน้อมนำคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนาอันพึงปฏิบัติมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน อีกทั้งส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนละเว้นความชั่ว ทำความดี ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ หลังจากนั้นได้ร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์ และเวียนเทียนประทักษิณรอบองค์พระปฐมเจดีย์ จำนวน 3 รอบ เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชาเพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา



สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม ภาพ/ข่าว
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

นครชัยศรี ส่งผลงานอำเภอ TO BE NUMBER ONE และชมรม TO BE NUMBER ONE ระดับภาคกลางและตะวันออก ประจำปี 2569

นครชัยศรี เข้าร่วมโครงการ TO BE NUMBER ONE ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ส่งผลงานอำเภอ TO BE NUMBER ONE และชมรม TO BE NUMBER ONE ระดับภาคกลางและตะวันออก ประจำปี 2569

วันที่ 4 มีนาคม 2569 นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เข้าร่วมโครงการ TO BE NUMBER ONE ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ส่งผลงานอำเภอ TO BE NUMBER ONE และชมรม TO BE NUMBER ONE ระดับภาคกลางและตะวันออก ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 3-5 มีนาคม 2569ณ โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ท จังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย นายปราโมทย์ มลคล้ำ สาธารสุขอำเภอนครชัยศรี, พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมรสุนทร ผกก.สภ.นครชัยศรี, โรงเรียนพร้อมด้วยบุคลากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำเสนอโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด อำเภอ TO BE NUMBER ONE ประจำปี 2569

อำเภอนครชัยศรีได้นำนโยบายของจังหวัดนครปฐม ภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม มาขับเคลื่อนในระดับอำเภอ กำหนดนโยบายและ แผนการปฏิบัติงานกิจกรรม ที่ชัดเจนภายใต้เป้าหมาย ในการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นคนเก่ง คนดี มีความสุข ห่างไกลจากยาเสพติด กำหนดวิสัยทัศน์ : TO BE NUMBER ONE อำเภอนครชัยศรีมุ่งพัฒนาป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน พร้อมกำหนดพันธกิจ : สร้างกระแสค่านิยม พัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด

กำหนดให้โครงการ TO BE NUMBER ONE เป็นวาระของอำเภอบูรณาการความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานภาคีเครือข่าย ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน มีการประชุมชี้แจง และมอบนโยบาย กำกับติดตามการดำเนินงานผ่านการประชุมหัวหน้าส่วน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกเดือน และการประชุมคณะ กรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอนครชัยศรี (พชอ.) รวมทั้งมีการนิเทศติดตามในพื้นที่ อย่างน้อยปีละ 4ครั้ง


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

รพ.นครปฐม รับการตรวจประเมินมาตรฐานสถานพยาบาล จากสำนักงานประกันสังคม

โรงพยาบาลนครปฐม รับการตรวจประเมินมาตรฐานสถานพยาบาล จากสำนักงานประกันสังคม

พลตรีสุรพล ชัชวาลวานิช ที่ปรึกษาทางการแพทย์ คุณกฤษณา กลิ่นสมิทธิ์ ที่ปรึกษาทาง การพยาบาล เข้าตรวจประเมินมาตรฐานสถานพยาบาล โดย นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม พร้อมด้วย นายแพทย์ณัฐพงศ์ กาญจนะโกมล ร่วมต้อนรับ วัตถุประสงค์ เพื่อตรวจประเมินมาตรฐานการรักษาพยาบาล ศูนย์ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านตามมาตรฐานประกันสังคม ณ ห้องประชุมเบญจรัตน์ ชั้น 5 อาคารอำนวยการ โรงพยาบาลนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

รมว.สุชาติ สั่งอธิบดี ฯ ลงฟื้นที่เยี่ยมดูแล หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าสลัก พระ-เอราวัณ หลังถูกคนร้ายลอบยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส

รมว.สุชาติ : สั่งอธิบดี ฯ ลงฟื้นที่เยี่ยมดูแล หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าสลัก พระ-เอราวัณ หลังถูกคนร้ายลอบยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส

ความคืบหน้า กรณี นายวรุณ จันทร์สว่าง หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าสลักพระ-เอราวัณ ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ ถูกนายสมศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี ใช้อาวุธปืนขนาด 38 ยิงเข้าที่บริเวณใต้ชายโครงซ้าย 1 นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งนายสมศักดิ์ เคยถูกดำเนินคดีกรณีบุกรุกพื้นที่ใน อุทยานแห่งชาติเอราวัณ เหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่ ต.ช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ก่อนจะถูกส่งตัวมารับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา ขณะที่ตัวของนายสมศักดิ์ ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ ได้หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อมาถูกติดตามจับกุมตัวได้ เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ขณะที่ทีมแพทย์ได้ทำการผ่าตัดรักษาอาการบาดเจ็บของนายวรุณ ตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่านายวรุณเสียเลือดมาก และจำเป็นต้องใช้เลือดในการรักษาเป็นจำนวนมาก

ล่าสุดวันที่ 6 มีนาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯ เดินทางมายัง จ.กาญจนบุรี เพื่อเข้าเยี่ยมให้ กำลังใจครอบครัวของ นายวรุณ จันทร์ สว่าง หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าสลัก พระ-เอรา วัณ หลังถูกคนร้ายลอบยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้นำทีมเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯ ร่วมกันบริจาคเลือดเพื่อนำไปใช้ในการดูแลรักษา หัวหน้าวรุณ โดยได้รับความร่วมมือ จากหน่วยงานทหารกองพลทหารราบที่ 9 ทหารมณฑลทหารบกที่ 17 และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองกาญจนบุรี มาร่วมการบริจาคเลือด จำนวนกว่า 30 คน นอกจากนี้ ทางคุณพ่อของหัวหน้าวรุณ ยังได้ร่วมบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือลูกชายของตัวเองด้วย

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า หลังจากการผ่าตัดผ่านพ้นไป ปรากฏว่าอาการของหัวหน้าวรุณ ซึ่งถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่บริเวณใต้ชายโครงซ้าย 1 นัด กระสุนได้สร้างความเสียหายให้กับม้ามเป็นอย่างมาก ทางทีมแพทย์จึงได้ตัดม้ามส่วนที่เสียหายทิ้ง และในช่วงที่นำตัวหัวหน้าวรุณส่งมารับการรักษาที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนานั้น พบว่าหัวหน้าวรุณเสียเลือดไปมากกว่า 4 ลิตร จึงจำเป็นต้องมีการนำเลือดสำรองมาใช้เพื่อรักษาอาการอย่างเร่งด่วน ในวันนี้ ทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชจึงได้นำพาเจ้าหน้าที่ มาร่วมกันบริจาคเลือดโดยได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยงานกองอาสารักษาดินแดน มาร่วมบริจาคเลือดเพิ่มด้วย ส่วนอาการของหัวหน้าวรุณ พ้นขีดอันแล้ว หลังผ่าตัดด่วนหัวหน้าไฟป่าสลักพระกำลังใจดีเยี่ยม แต่ยังคงต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดต่อไป

ขณะเดียวกัน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมด้วย พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ได้เดินทางไป ส ภ.ลาดหญ้า เพื่อดำเนินคดี กับนายสมศักดิ์ผู้ก่อเหตุ ใน 4 ข้อหาหนัก ประกอบด้วย ข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ ข้อหามีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในเมือง และข้อหายิงปืน ในหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ในส่วนของการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ ทาง พ.ต.อ.สิทธิพงษ์ สังข์แสง ผกก.ส ภ.ลาดหญ้า จะได้นำตัว นายสมศักดิ์ผู้ก่อเหตุดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


///////#กัมพล ทันเวลา //ทีมข่าวภาคตะวันตก

กอ.รมน.ภาค 1 จ.นครปฐม จัดกิจกรรมอบรมเสริมสร้างพลังมวลชน อ.บางเลน งดเผาลด PM 2.5 หยุดฝุ่นพิษ เพื่อชีวิตที่ปลอดภัย

กอ.รมน.ภาค 1 กอ.รมน.จังหวัดนครปฐม จัดกิจกรรมอบรมเสริมสร้างพลังมวลชน อำเภอบางเลน งดเผาลด PM 2.5 ตามนโยบายนครปฐมหยุดฝุ่นพิษเพื่อชีวิตที่ปลอด ภัย

วันที่ 6 มี.ค. 2569 พ.อ. ภูมิพศุตม์ เตี๊ยะเพชรดี รอง ผอ.รมน.จังหวัดนครปฐม (ท.) จัดกิจกรรมอบรมเสริมสร้างพลังมวลชน อำเภอบางเลน งดเผาลด PM 2.5 ตามนโยบายนครปฐมหยุดฝุ่นพิษเพื่อชีวิตที่ปลอดภัย โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างส่วนราชการ, ปราชญ์เพื่อความมั่นคง กอ.รมน.จังหวัด น.ฐ. พร้อมทั้งให้การต้อนรับ พล.ท. วรยส เหลืองสุวรรณ มทภ.1/ผอ.รมน.ภาค 1 และคณะ ในโอกาสพบปะให้กำลังใจ/เยี่ยมชมการดำเนินงานของเกษตรกรวิสาหกิจชุมชนกลุ่มนาแปลงใหญ่ข้าวไผ่หูช้าง

โดยมีกิจกรรมการดำเนินการตามมาตรการลดฝุ่น PM 2.5 งดเผา (เกษตรอำเภอบางเลน),
การบรรยายประวัติศาสตร์ชาติไทย (ครู ก.), วิวัฒนาการธงชาติไทย (ชุดขุนด่าน), การทำนาโดยใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซัง/ฟางข้าว (งดเผา), การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวดีด เพื่อเพิ่มผลผลิต, การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์พืช/ผัก เพื่อใช้ในฤดูกาลเพาะปลูก, การมอบของอุปโภคบริโภค กลุ่มผู้เปราะบาง โดยมี นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รอง ผวจ.นฐ. /รอง ผอ. รมน. จังหวัด น.ฐ.(พ) ผู้แทน ผวจ.นฐ./ผอ.รมน.จังหวัด น.ฐ. ให้การต้อนรับ ณ ที่ทำการวิสาหกิจชุมชนกลุ่มนาแปลงใหญ่ข้าวไผ่หูช้าง ต.ไผ่หูช้าง อ.บางเลน จ.นครปฐม ผู้ร่วมอบรมมีความเข้าใจสามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับพื้นที่เพาะปลูก และนำไปขยายผล ต่อยอดได้ ผู้อบรมมีความเข้าใจและให้ความร่วมมือตามมาตรการ งดเผา ลด pm 2.5 เป็นอย่างดี


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ออกหน่วยบริการประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ณ ที่ทำการมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี

วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ.2569 : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ฝ่ายสาธารณภัย นำโดยนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชนฯ พร้อม นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัยฯ นำเจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ เจ้าหน้าที่กู้ชีพ แผนกบรรเทาสาธารณ ภัย อาสาสมัครหน่วยแพทย์ฯ ร่วมกับ มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี นำโดย นายสุนทร หวังพัฒนธน (ประธานมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี) พันเอกยงยุทธ วัฒนกุล (ประธานกู้ภัย มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี) และรองประธานฯ คณะกรรมการและ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี สโมสรไลออนส์สุธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี, นายแพทย์จารุ เตชะครินทร์ และ ทันตแพทย์หญิงรัชรส จารุโภควัฒน์ ศูนย์บริการสุขตาปีเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี

ออกหน่วยบริการประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ณ ที่ทำการมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีผู้มาใช้บริการทั้งสิ้น 643 ราย ดังนี้

  1. ตรวจรักษาโรคทั่วไปพร้อมจ่ายยาฟรี 149 ราย
  2. ตรวจวัดระดับน้ำตาลปลายนิ้ว 126 ราย
  3. บริการตัดผมชาย-หญิง 62 ราย
  4. แจกแว่นสายตาสั้น-สายตายาว 575 ราย
  5. แนะนำสุขภาพช่องปากและฟัน 30 ราย
  6. ถอนฟัน 34 ราย
  7. เคลือบฟลูออไรด์เด็ก 31 ราย
  8. แจกสมุดระบายสี พร้อมชุดเครื่องเขียนสำหรับเด็ก 31 ราย
  9. มอบไม้เท้าสำหรับผู้สูงอายุ 3 ราย

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สืบสวนนครบาล 6 ทลายแหล่งพักยารายใหญ่ ย่านกำแพงแสน ได้ยาเสพติดกว่า 1.4 ตัน และ ยาบ้า 1 ล้านเม็ด

สืบสวนนครบาล 6 ทลายแหล่งพักยารายใหญ่ ย่านกำแพงแสน ได้ยาเสพติดกว่า 1.4 ตัน และ ยาบ้า 1 ล้านเม็ด

วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 15.00 น. ณ ลานอเนกประสงค์ บช.น. : พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.น.6, พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร รอง.ผบก.น.6, พ.ต.อ.นรินทร์โชติ พงศ์พิธานนท์ รอง ผบก.น.6, พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ รอดเข็ม ผกก.สส.บก.น.6 แถลงสืบสวนนครบาล 6 แถลงข่าวผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ พร้อมของกลางยาเสพติด ยาบ้า 1 ล้านเม็ด,ไอซ์ 620 กิโลกรัม และคีตามีน 810 กิโลกรัม

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.,พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร.,พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. สั่งการให้ปิดดล้อมตรวจค้นพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ ที่เป็นแหล่งพักยา รวมทั้งการยึด และอายัดทรัพย์สินกับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดทุกราย

กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำสนง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.น.6, พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร รอง.ผบก.น.6, พ.ต.อ.นรินทร์โชติ พงศ์พิธานนท์ รอง ผบก.น.6, พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ รอดเข็ม ผกก.สส.บก.น.6, พ.ต.ท.ประเสริฐ ชะเอมทอง, พ.ต.ท.วิสิทธิ์ สายบัวทอง, พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ จุติวรกุล รอง ผกก. สส.บก.น.6 หน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก โดย พล.ต.อภิชัย ทองธรรมชาติ ผบ. ขกท., พ.อ.เกียรติศักดิ์ ทรัพย์เมฆ รองผบ.ขกท., พ.อ.สุพจน์ สวาคฆพรรณ ผบ.หน่วย ขกท. ทภ.4 รักษาราชการแทน เสธ.ขกท., พ.อ.ปรเมษฐ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผบ.สปข.ขกท. ศปก.ทบ., พ.ท.ณรงค์ สลับศรี หน.ชุดปฏิบัติการข่าวฯ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.6 และชุด ชปส.บก.น.6 ได้ร่วมกันขยายผลกลุ่มลูกค้าที่เคยถูกจับกุมมาก่อนหน้า และลงพื้นที่สืบสวนติดตามจับกุมและสกัดกั้นการขนลำเลียงยาเสพติดก่อนกระจายเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน จนพบแหล่งพักคอยยาเสพติดรายสำคัญ ย่านกำแพงแสน จ.นครปฐม จึงได้วางแผนร่วมกันจับกุมตัวคือผู้ต้องหา นายยุธพรฯ อายุ 39 ปี,นายภิญโญฯ อายุ 35 ปี และ นายชัยยาฯ อายุ 29 ปี จับกุมเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 18.30 น. จับกุมได้ที่บริเวณหน้าบ้านไม่ทราบเลขที่ต่อเนื่องภายในบ้านไม่ทราบเลขที่ถ.บางเลน-ปทุมธานี ต.วังน้ำเขียว อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

ความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้าและไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน เป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (คีตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน”

พร้อมด้วยของกลาง วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (คีตามีน) น้ำหนักรวม 750 กิโลกรัม,ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือ ไอซ์) น้ำหนักรวม 665 กิโลกรัม,ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) รวมจำนวนยาบ้า 1,000,000 เม็ด,โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Oppo สีเทา,โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Xiaomi รุ่น Redmi 13c สีดำ,รถยนต์กระบะ ตู้ทึบ ยี่ห้อ โตโยต้า สีขาว ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 ฒท 95xx กทม.,รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ เชฟโรเลต (Chevrolet) สีดำ ติดแผ่นป้ายทะเบียน กบ 80xx นครปฐม น้ำหนักยาเสพติด รวม 1,415 กิโลกรัม/ยาบ้า 1 ล้านเม็ด

สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ทำการสืบสวนขยายผลข้อมูลจากกลุ่มลูกค้าที่เคยถูก กก.สส.บก.น.6 จับกุมมาก่อนหน้านี้ พบว่าได้มีกลุ่มขบวนการขนลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดน มาเก็บไว้โดยใช้บ้านเช่าในเขตพื้นที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เป็นแหล่งเก็บพักยาเสพติด ก่อนกระจายส่งให้ลูกค้าเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จัดวางกำลังซุ่ม เฝ้าสังเกตการณ์บ้านดังกล่าว จนพบชายต้องสงสัย 2 คน ถือถุงกระสอบขาวอยู่บริเวณหน้าบ้านพัก ลักษณะท่าทางมีพิรุธ และมีเหตุอันควรสงสัยเชื่อว่า จะมียาเสพติดหรือสิ่งของผิดกฎหมาย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้เข้าแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อชายดังกล่าว เห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้วิ่งหลบหนีไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วิ่งติดตามและควบคุมตัวไว้ได้ จากการสอบถามเบื้องต้นคือ นายยุธพรฯ และนายภิญโญฯ ยอมรับว่าในบ้านพักหลังดังกล่าวมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ และภายในบ้านพักยังมีนายชัยยาฯ ทำหน้าที่เฝ้ายาเสพติดอยู่ภายในบ้านพัก ผลการตรวจค้นภายในบ้านพัก พบยาเสพติด (ของกลาง) บรรจุอยู่ในถุงกระสอบสีขาว วางอยู่ที่พื้นบริเวณชั้น 1 ของบ้านพักหลังดังกล่าว จึงได้จับกุมตัวนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพงส.บช.ปส.ดำเนินคดีต่อไป

จากการสอบถามผู้ต้องหารับว่า ได้รับว่าจ้างให้ทำหน้าที่เฝ้าบ้านพักซึ่งใช้เก็บยาเสพติด และรอคำสั่งจากผู้สั่งการให้นำยาเสพติดออกไปส่งให้แก่ลูกค้า ตามคำสั่งของผู้สั่งการว่าจ้าง โดยถุงกระสอบขาวที่เพิ่งซื้อมานั้น จะนำมาแบ่งบรรจุยาเสพติดให้กับลูกค้าในแต่ละราย แล้วจะนำไปวางไว้ตามจุดให้กับลูกค้าภายในคืนนี้ (5 มี.ค.2569) โดยจะได้รับค่าจ้างในการเฝ้าและขนลำเลียงยาเสพติด เป็นเงินจำนวน 70,000 บาทต่อครั้งต่อคน ทำมาแล้วประมาณ 2 ครั้ง เงินที่ได้มานำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหา พบ 1 ราย คือ นายยุธพรฯ มีประวัติการกระทำความผิด
เมื่อปี 2551 ข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ สภ.นครชัยศรี


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

Rebalance ผู้นำด้านการฟื้นฟูระบบกล้ามเนื้อและกระดูก เปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ ภายใต้แนวคิด “The Moment of Trust” ตอกย้ำมาตรฐานการฟื้นฟูที่คุณวางใจได้

Rebalance (รีบาลานซ์) ผู้นำด้านการฟื้นฟูระบบกล้ามเนื้อและกระดูก จัดงานเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “The Moment of Trust” เพื่อสะท้อนคุณค่าหลักขององค์กรที่ยึดมั่นในคำว่า “Trust” หรือความไว้วางใจ ในทุกขั้นตอนของการดูแลฟื้นฟูร่างกายแบบองค์รวม ณ ชั้น 5 ทิปโก้ ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569

คุณฐานพงศ์ ธนาวิสิฐพล CEO Rebalance กล่าวว่า ในวันที่ผู้บริโภคมีทางเลือกมากมาย การตัดสินใจฝากร่างกายไว้กับใครสักคน ไม่ใช่เรื่องง่าย Rebalance (รีบาลานซ์) จึงมุ่งสร้างมาตรฐานการฟื้นฟูที่พิสูจน์ได้จริง ผ่านแนวทางการรักษาแบบ Evidence-Based ผสานเทคนิคเฉพาะทางอย่าง EaseMotion ที่เน้นการปรับและขยับข้อต่ออย่างแม่นยำ เพื่อให้คุณขยับร่างกายได้โดยไม่ปวด และกลับมาใช้งานร่างกายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง โดยแนวคิด “The Moment of Trust”เป็นการสื่อถึงช่วงเวลาสำคัญที่ผู้คนเลือกดูแลตัวเอง ก่อนอาการจะลุกลาม เพราะความไว้วางใจไม่ได้เกิดจากคำโฆษณา แต่เกิดจากผลลัพธ์ที่สัมผัสได้จริง

ภายในงาน ได้เปิดตัวโปรเจกต์ความร่วมมือใหม่กับ DR.WEI SIANG YU และ ดร.จิตรกร ลากุล, CEO & Founder of White Unicorn Capital Gateway ผู้คร่ำหวอดในวงการธุรกิจและระดมทุน ที่จะเข้ามาร่วมแนะนำเส้นทางให้รีบาลานซ์ เติบโต เตรียมพร้อมเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ด้วยการวางเสาหลักของโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพ ซึ่งจะเป็นศูนย์สุขภาพแห่งอนาคต เพื่อให้ครอบคลุมคนทุกช่วงวัย และเข้าถึงปัจจัยพื้นฐานอย่างเท่าเทียมกัน พร้อมเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ ได้แก่ คุณยศวดี ชุ่มฤทธิ์ และคุณพิมพ์อัปสร เทียมเศวต และกิจกรรมพิเศษเกมตอบคำถามให้ผู้ร่วมงานได้สนุก ก่อนจบท้ายด้วยการประกาศผลรางวัลการประกวดแคมเปญ “REBALANCE EASEMOTION CHALLENGE”

พร้อมจัดโปรโมชันพิเศษ “The Moment of Trust” กายภาพบำบัด 7 ขั้นตอน ในราคาเพียง 1,299 บาท จากราคาปกติ 4,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มีนาคม 2569 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 06-6526-4646 หรือ Line@reb9

Rebalance ให้ความสำคัญกับ 3 มิติของ Trust ได้แก่
• เชื่อใจในแบรนด์ ผ่านมาตรฐานทางคลินิกที่ชัดเจน
• เชื่อใจผู้ให้การฟื้นฟู ด้วยทีมกายภาพบำบัดที่พัฒนาองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง
• เชื่อใจและมั่นใจในการเคลื่อนไหวของผู้เข้ารับบริการเอง

Rebalance (รีบาลานซ์) มุ่งยกระดับวงการฟื้นฟูไทย สู่การเป็นมาตรฐานการรักษาที่ผู้คนเชื่อมั่นในระยะยาว ด้วยมาตรฐานการฟื้นฟูอาการปวดที่คุณวางใจได้ เพราะว่า “เราไม่ฝากร่างกายกับใครง่ายๆ แต่เมื่อเลือกแล้ว เราเลือกสิ่งที่วางใจได้”

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :
Website : www.rebalance.co.th
Facebook : Rebalance Physiotherapy
Instagram : rebalance.clinic
Tiktok : rebalance_official


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

อุดร ขึ้นนำเดี่ยว 5 อันเดอร์ สวิง บุญชูฯ รอบแรก ที่ภูเก็ต

โปรอุดร ดวงเดชา นักกอล์ฟจากเชียงใหม่ อดีตแชมป์สนามแห่งนี้ ขึ้นนำเดี่ยวหลังจบการเล่นด้วยสกอร์ 5 อันเดอร์พาร์ 67 โดยมี เชาวลิต ผลาผล และ วิชัย เวียงนนท์ ทำสกอร์จ่อสโตรคเดียวที่ 4 อันเดอร์พาร์ 68 กอล์ฟ ทีซีที บุญชู เรืองกิจ เดอะลีเจ้นท์ ชิงเงินรางวัลรวม 2.5 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 6-8 มีนาคม 2569 ที่สนาม ภูเก็ต คันทรี คลับ แบบพาร์ 72 ระยะ 6,491 หลา

รายการนี้จัดการแข่งขันโดย สนามกอล์ฟ ภูเก็ต คันทรี คลับ ร่วมกับ สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย, บริษัท สิงห์ คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด และ กาม่า ปีนัง มาเลเซีย, จีเอดี ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ, ฮังกรี บราวน์, มูลนิธิใจดี, สหชาติ กรุ๊ป, กรีน คัล, เซาท์อีสต์ ทราน สปอร์ต, แมส, เดอะ พาร์ ภูเก็ต, มูเวนพิ๊ค รีสอร์ท, คลับ คาร์ บาย บียอร์น กรีน, เซเว่น, ไทนี่ เฮ้าส์, กอล์ฟ เนสต์ (Golf Nest), บริษัท ลีโอเนี่ยน จำกัด, XAYSIRI,INX A Sakata INX Company, บริษัท อันดามันแก๊ส จำกัด, บริษัท กิจรุ่งโรจน์ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ ซัพพลาย จำกัด แข่งขันแบบสโตรคเพลย์ 3 วัน 54 หลุม หลังจบการเล่น 36 หลุมตัดตัวที่อันดับ 60 และเสมอ ผ่านเข้าไปเล่นรอบชิงแชมป์ แชมป์คว้าเงินรางวัล 300,000 บาท จัดแข่งขันระหว่างวันที่ 6-8 มีนาคม 2569 ณ สนามภูเก็ต คันทรี คลับ แบบพาร์ 72 ระยะ 6,491 หลา

จบรอบแรกเมื่อวันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2569 อุดร ดวงเดชา นักกอล์ฟจากเชียงใหม่ ทำสกอร์เข้ามาดีสุด โดย อุดร สตาร์ทเกมที่หลุม 10 เผยหลังจบเกมว่า “ช่วงแรกมีปัญหามากติดนิดติดหน่อยไปหมด ก่อนมาเสียโบกี้ที่หลุม 16 กระตุ้นตัวเองจนทำสองเบอร์ดี้ติด ก่อนเริ่ม 9 หลุมสุดท้ายมาทำ 3 เบอร์ดี้ติด กับอีก 1 เบอร์ดี้ที่หลุม 7 จบรอบเข้ามาด้วยสกอร์รวม 5 อันเดอร์พาร์ 67 ยอมรับว่าช่วงแรกมีอาการท้อใจ แต่ก็พยายามกดความรู้สึกไว้ได้ ก่อนกลับมาทำผลงานได้ดีในช่วงเก้าหลุมสุดท้าย”

เชาวลิต ผลาผล นักกอล์ฟวัย 51 ปี ทำสกอร์รวมเข้ามา 4 อันเดอร์พาร์ 68 เท่ากับ วิชัย เวียงนนท์,ถาวร วิรัตน์จันทร์ และ ซอว์ โมว์ นักกอล์ฟจากเมียนมาร์ รั้งอันดับ 2 ร่วม โดย เชาวลิต เผยหลังจบเกมว่า “โดยรวมถือว่าพอใจผลงานตัวเอง แฟร์เวย์ และ กรีนแอบแข็งนิด ดังนั้นอย่างแรกที่ต้องทำคือเล่นในแฟร์เวย์ไว้ก่อน และหลุมสุดท้ายที่เสียโบกี้ที่หลุม 9 เพราะตัดสินใจผิดไปหน่อยเลยตีตกทรายไกล ยังมีอีกสองวันให้เล่น ดังนั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้หมด”

ประหยัด มากแสง โปรจากหัวหิน และอดีตมือ 1 เจแปน ซีเนียร์ ทัวร์ 3 สมัย อยู่อันดับ 6 ร่วมกับ มาร์ดาน มาร์มัต จากสิงค์โปร์ สกอร์รวม 3 อันเดอร์พาร์ 69 ไซมอน เยตส์ จากสกอตแลนด์ ทำสกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์ 70 ด้าน ธงชัย ใจดี นักกอล์ฟจากลพบุรี มือโปรจาก พีจีเอ ทัวร์ แชมเปี้ยนส์ ทำสกอร์ 1 อันเดอร์พาร์ 71 เท่ากับ ยุทธพร มหรรณพ อันดับ 9 ร่วม

สรุปผลการแข่งขัน

  • 67 (-5) อุดร ดวงเดชา
  • 68 (-4) เชาวลิต ผลาผล,วิชัย เวียงนนท์,ถาวร วิรัตน์จันทร์,ซอว์ โมว์ (เมียนมาร์)
  • 69 (-3) ประหยัด มากแสง,มาร์ดาน มาร์มัต (สิงค์โปร์)
  • 70 (-2) ไซมอน เยตส์ (สกอตแลนด์)
  • 71 (-1) ธงชัย ใจดี, ยุทธพร มหรรณพ

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

Vida คว้ารางวัล Best Selling Food Supplement – Glutathione จาก Watsons 8 ปีซ้อน ตอกย้ำความเชื่อมั่นผู้บริโภค พร้อมขยายสู่แบรนด์ Health & Wellness เต็มรูปแบบ

Vida คว้ารางวัล Best Selling Food Supplement – Glutathione จาก Watsons 8 ปีซ้อน ตอกย้ำความเชื่อมั่นผู้บริโภค พร้อมขยายสู่แบรนด์ Health & Wellness เต็มรูปแบบความสำเร็จที่สะท้อนทั้งยอดขายและความไว้วางใจของผู้บริโภค พร้อมเดินหน้าขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อตอบโจทย์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

แบรนด์ Vida (วีด้า) สร้างความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ด้วยการคว้ารางวัล Best Selling Food Supplement – Glutathione สุดยอดสินค้าขายดีประเภทผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลูต้าไทโอนเพื่อผิวกระจ่างใส บนเวที Watsons Health Wellness and Beauty Awards 2026 (HWB Awards 2026) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเวทีประกาศรางวัลด้านสุขภาพและความงามที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในประเทศไทย

ความสำเร็จครั้งนี้นับเป็น ปีที่ 8 ติดต่อกัน ที่แบรนด์ Vida ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา สะท้อนถึงความนิยมของผลิตภัณฑ์และความไว้วางใจจากผู้บริโภคทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

งาน Watsons Health Wellness and Beauty Awards จัดขึ้นเพื่อยกย่องผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและความงามที่ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค โดยพิจารณาจาก ยอดขายจริงและเสียงตอบรับจากผู้บริโภค ทั้งในร้าน Watsons และช่องทาง Watsons Online ทำให้รางวัลดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในเครื่องยืนยันความสำเร็จของแบรนด์ในตลาดสุขภาพและความงามของไทย ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณนวลพรรณ ชัยนาม Managing Director วัตสัน ประเทศไทย เป็นผู้มอบรางวัล

8 ปีแห่งความเชื่อมั่น สู่การเติบโตในมิติใหม่ คุณจีรณินทร์ เอื้ออารีมิตร
ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แมทเซ็นเตอร์ จำกัด ในนามตัวแทนแบรนด์ Vida กล่าวว่า “การได้รับรางวัล Best Selling Food Supplement – Glutathione จาก Watsons ติดต่อกันเป็นปีที่ 8 ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งสำหรับแบรนด์ Vida เพราะรางวัลนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์ของเราอย่างแท้จริง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เรามุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยมาตรฐานที่เข้มงวด ควบคู่กับการนำองค์ความรู้ด้านโภชนาการและนวัตกรรมมาสร้างสรรค์สินค้า เพื่อให้ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพของผู้บริโภคในทุกช่วงชีวิต ในปีนี้ Vida ได้ก้าวสู่การเป็น Health & Wellness Brand อย่างเต็มรูปแบบ เราไม่ได้มุ่งเน้นเพียงเรื่องความงามภายนอกเท่านั้น แต่ต้องการมีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาพโดยรวมของผู้บริโภคไทยอย่างยั่งยืน”

ที่ผ่านมา Vida (วีด้า) เป็นที่รู้จักในฐานะแบรนด์อาหารเสริมที่โดดเด่นด้านการดูแลผิวกระจ่างใสและลดปัญหาสิว และได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เพื่อรองรับแนวโน้มผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น แบรนด์จึงได้ขยายวิสัยทัศน์สู่การเป็น Health & Wellness Brand อย่างเต็มรูปแบบ เดินหน้าขยายไลน์สุขภาพ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

ในช่วงปีที่ผ่านมา Vida ได้เปิดตัวและพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพหลากหลายประเภท เพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างของผู้บริโภค ได้แก่

  • Vida CoQ10 ช่วยเสริมพลังงานระดับเซลล์และดูแลสุขภาพหัวใจ
  • Vida Vit B Complex ช่วยบำรุงระบบประสาทและเพิ่มพลังงานในชีวิตประจำวัน
  • Vida C-500 Complex Balance ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและต้านอนุมูลอิสระ
  • Vida Magnesium Bisglycinate Plus ช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
  • Vida Night PharmaGABA ช่วยผ่อนคลายและส่งเสริมการนอนหลับ
  • Vida Gluta Plus ช่วยดูแลผิวกระจ่างใสอย่างต่อเนื่อง
  • Vida Apple Cider ช่วยสนับสนุนระบบเผาผลาญและการควบคุมน้ำหนัก

การขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสะท้อนถึงทิศทางการเติบโตของแบรนด์ที่มุ่งเน้น การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Health) ไม่เพียงแค่ความงามภายนอก แต่ครอบคลุมถึงคุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้บริโภค

ก้าวต่อไปของ Vida ในตลาดสุขภาพและไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ด้วยประสบการณ์และความสำเร็จตลอด 8 ปีที่ผ่านมา Vida ยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานการผลิต และขยายการเข้าถึงผู้บริโภคในทุกช่องทาง เพื่อตอบรับการเติบโตของ ตลาดสุขภาพและไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตแบบองค์รวมมากยิ่งขึ้น

การได้รับรางวัล Best Selling Food Supplement – Glutathione ติดต่อกัน 8 ปี จึงไม่เพียงสะท้อนถึงความสำเร็จของแบรนด์ในวันนี้ แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Vida เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายบทบาทสู่การเป็น Health & Wellness Brand ที่มุ่งดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคไทยในทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน