เลขาธิการ กช. “ตั้งคณะทำงานลงพื้นที่ตรวจสอบ กรณีโรงเรียนเอกชน จ่ายเงินเดือนไม่ครบ ย้ำ​ ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าว โรงเรียนเอกชนหลายแห่ง เรียกรับเงินคืนจากเงินเดือนของครู โดยการบังคับครูเซ็นต์บริจาคให้กับทางโรงเรียนทุกเดือน เพื่อแลกกับการมีงานทำนั้น

          ดร.อรรถพล ตรึกตรอง รักษาราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) เปิดเผยว่า มีปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยสาเหตุของปัญหาเกิดจากการที่เงินอุดหนุนรายบุคคลในส่วนที่สมทบเป็นเงินเดือนครูไม่เพียงพอกับค่าตอบแทนครู และเป็นปัญหาในทุกพื้นที่ เนื่องจาก กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ไม่ได้จ่ายเงินเดือนให้กับครูโดยตรง แต่จะสมทบกับเงินอุดหนุนรายบุคคลของนักเรียนในอัตราคนละ 7,224.50 บาทต่อคน/ปี สำหรับระดับก่อนประถมศึกษา​ และประถมศึกษา​ ส่วน 9,032.50 บาทต่อคน/ปี สำหรับระดับมัธยมศึกษา ซึ่งสมทบรวมกับค่าใช้จ่ายพื้นฐาน เป็นค่าใช้จ่ายรายบุคคลที่รัฐอุดหนุนให้ โดยโรงเรียนจะต้องนำเงินจำนวนนี้จ่ายเป็นเงินเดือนครูเป็นอันดับแรก และที่เหลือจ่ายเป็นการจัดการเรียน การสอน พัฒนาสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ ครุภัณฑ์ ปรับปรุงอาคารสถานที่ ฯลฯ ซึ่ง พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน กำหนดให้โรงเรียนเป็นผู้จ้าง บรรจุ และจ่ายเงินเดือนครูเอง หากโรงเรียนบรรจุครูมากเกินไป ทำให้เป็นปัญหาค่าตอบแทนเงินเดือนครูไม่เพียงพอและไม่มีเงินเหลือเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน ในส่วนอื่นๆ ซึ่งทาง สช. ได้กำชับให้โรงเรียน บรรจุครู และบุคลากรในสัดส่วนที่เหมาะสม และ สช. จะได้หาวิธีการกำหนดมาตรฐานการบรรจุครูด้วยเช่นกัน

          และตามที่มีการนำเสนอข่าวทางโซเชี่ยลมีเดียในเรื่องดังกล่าวในพื้นที่ภาคอีสาน ตนได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนลงพื้นที่ในการดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วนแล้ว เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ดร.อรรถพลฯ กล่าวในที่สุด

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน

พล.ต.ต.ปิยะฯ​ – ประชุม​เรื่องการป้องกัน ปราบปราม อาชญากรรม และป้องกันเหตุ ช่วงเทศกาลลอยกระทง

          วันเสาร์​ที่​ 9 พ.ย.62 เวลา 14.00 น.​ ณ ห้องประชุม ศปก.บก.น.8​ : พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.ประชุมทางไกลผ่านระบบ (video conference) เรื่องการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และป้องกันเหตุช่วงเทศกาลลอยกระทงในแต่ละพื้นที่ของกองบัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (บช.น.)​

         ต่อมาเวลา 15.00 น.พล.ต.ต.ปิยะฯ​ เป็นประธานการประชุมป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง ร่วมกับ พ.ต.อ.เศรษฐศักดิ์ ยิ้มเจริญ รองผบก.น.8, พ.ต.อ.อดิศร เสมสวัสดิ์ รองผบก.น.8, ผกก.ฯ, รองผกก.ป.ฯ, รองผกก.จร.ฯ และ รองผกก.สส.ฯ ใน สน.พื้นที่ บก.น.8 ทั้งหมด เพื่อป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง พื้นที่ บก.น.8

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สนง.การวิจัยแห่งชาติ นำผ้าพระกฐินพระราชทานประจำปี 2562 ไปถวาย ณ วัดสุทธิวาตวราราม จังหวัดสมุทรสาคร

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นำผ้าพระกฐินพระราชทานประจำปี 2562 ไปถวาย ณ วัดสุทธิวาตวราราม ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร

         วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2562​ : ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 และถวายผ้าพระกฐินพระราชทานประจำปี พ.ศ.2562

          โดยมี นายสุรศักดิ์ ผลยังส่ง​ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมเป็นเกียรติในพิธีพรัอมด้วยคณะผู้บริหาร และบุคลากร วช. ตลอดจนประชาชนทั่วไปเข้าร่วมในพิธีฯ​ ในการนี้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมโดยเสด็จพระราชกุศลฯ เพื่อถวายพระภิกษุ สามเณร ถวายบำรุงพระอารามและเพื่อการศึกษา เป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น   1,068,048.25 บาท

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ชาวการศึกษาเอกชน ชื่นชม “ดร.อรรถพล” นั่งจับเข่าพูดคุย และรับฟังปัญหาสู่การปฎิบัติอย่างจริงจัง

          ในที่ประชุมสัมมนาเครือข่ายพัฒนาการศึกษาเอกชน ณ โรงแรมรอยัลซิตี้ กทม. ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 7-8 พ.ย.62​ ที่ผ่านมา ดร.อรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการ กช. นำทีมผู้บริหาร สช. ร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็น ปัญหาของการศึกษาเอกชน และแนวทางในการร่วมแก้ไข โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมประกอบด้วย ประธาน ปส.กช. จังหวัด ผู้แทนโรงเรียนเอกชน โดยผู้เข้าร่วมการประชุม ต่างกล่าวแสดงความรู้สึกยินดีที่ เลขาธิการ กช. ได้จัดการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากชาวเอกชนโดยตรงทำให้เกิดขวัญและกำลังใจในการร่วมทำงานต่อไป

          ดร.อรรถพลฯ กล่าวว่า เมื่อได้มารับหน้าที่ดูแลงานการศึกษาเอกชน ตนก็มีความตั้งใจมุ่งมั่น เพื่อจะทำให้การทำงานในยุคนี้มีปัญหาความล่าช้าน้อยที่สุด กฎหมายเก่าล้าสมัยควรปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันเหมาะสมกับสถานการณ์ การสนับสนุน ส่งเสริมการจัดการศึกษาเอกชน และครูเอกชนก็จะให้ความสำคัญดูแลเช่นกัน เพราะครูเอกชนมีคุณภาพก็ส่งผลต่อการเรียนการสอนต่อเด็กให้มีคุณภาพ โรงเรียนเอกชนก็อยู่ได้ ฉะนั้น ทุกส่วนต้องขับเคลื่อนไปด้วยกัน

          ดร.อรรถพลฯ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ในที่ประชุมได้นำเสนอปัญหาสะท้อนจากที่ประชุมหลายประการที่รอการแก้ไข อาทิ เรื่องการบรรจุครูของ สพฐ. เรื่องเงินอุดหนุน เรื่องค่ารักษาพยาบาลที่ต้องการให้ครอบคลุมถึงครอบครัว ซึ่งตรงนี้ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์รมช.ศธ. ท่านได้รับไว้โดยให้ความสำคัญและกำลังดำเนินการอยู่ เรื่องสัญญาจ้างระหว่างครูและโรงเรียนเอกชนที่ต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย เรื่องภาษีโรงเรียนเอกชน เรื่องระเบียบการยืมเงินของโรงเรียน เรื่องการขอให้มีบัตรประจำตัวครู เรื่องกรอบและรายละเอียดการดำเนินการพัฒนาครูโรงเรียนเอกชน เรื่องตราสาร เหล่านี้เป็นต้น จะกลับไปดูว่าเรื่องใดติดอะไร ควรปรับปรุง หรือแก้ไขอะไรได้บ้าง แล้วจะรีบดำเนินการทันที ซึ่งทุกเรื่องที่เสนอแนะมานี้ ทุกคนล้วนแล้วแต่มีความปรารถนาดีในการช่วยเหลือ และพัฒนางานเอกชนทั้งสิ้น

         “ผมได้ขอฝาก 3 เรื่องสำคัญ เพื่อให้โรงเรียนเอกชนได้ช่วยกันกำกับ ดูแลอย่างเคร่ง ครัด คือ

  1. การดูแลสอดส่องไม่ให้เกิดเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศเกิดขึ้นในโรงเรียนเด็ดขาด
  2. เรื่องระบบการรับ-ส่งของโรงเรียนเอกชน ในกรณีที่เกิดการโยกย้ายของนักเรียนเพื่อไม่ให้เกิดนักเรียนซ้ำซ้อนขึ้น
  3. โรงเรียนเอกชนต้องเคร่งครัดในการส่งเงินสมทบให้กับกองทุนสงเคราะห์ เพื่อให้กองทุนมีเงินหมุนเวียน เพราะกองทุนสงเคราะห์เป็นกองทุนเดียวที่เรามีอยู่ เราต้องช่วยกันดูแล กองทุนอยู่ได้ครูเอกชนก็อยู่ได้ ” ดร.อรรถพลฯ กล่าวในที่สุด

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

จันทบุรี – งาน ชื่น ชม ชิม อาหารถิ่นจันทบูร

งาน ชื่น ชม ชิม อาหารถิ่นจันทบูร ประชาชน นักท่องเที่ยว ร่วมแต่งกายชุดไทยร่วมงาน ชิม ช็อป อาหารท้องถิ่น พร้อมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย

         ค่ำวันนี้ ( 8 พ.ย.62 ) ที่ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรีได้จัดให้มีงาน ชื่น ชม ชิม อาหารถิ่นจันทบูร สมัยที่ 2 โดยนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน นักท่องเที่ยว แต่งกายชุดไทยย้อนยุค ร่วมงานชมการแสดงและเลือกซื้ออาหารพื้นเมืองรับประทานกันอย่างคึกคัก ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย

         ซึ่งจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจันทบุรี /หอจดหมายเหตุแห่งชาติจันทบุรีและภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อ เป็นการโชว์อาหารถิ่นของดีเมืองจันท์ กระจายรายได้จากการท่องเที่ยวสู่ชุมชน โดยนำเสนอ อัตลักษณ์ท้องถิ่นด้านวิถีการกินและอาหารถิ่นที่มีการสืบทอด จากอดีตสู่ปัจจุบัน รวบรวมอาหารถิ่นจันทบุรีนานาชนิด อาทิ อาหารทะเล อาหารท้องถิ่น อาหารอาหารชุมชนเมืองจันท์กว่า 40 ร้าน การแสดงดนตรีและลีลาศย้อนยุค เทิดพระเกียรติ และการแสดงชุด “ระบำแก้วจันทราศรีสุนันทาลัย” นิทรรศการ “ฟิลม์กระจก มรดกโลก คุณค่าแห่งการสืบสาน” ซึ่งทางหอจดหมายเหตุแห่งชาติได้รับการประกาศจาก UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก UNESCO OF THE WORLD เชิญชวนแต่งชุดไทยเพื่อถ่ายภาพ ณ มุมชักภาพย้อนยุค งานมีไปถึง 10 พฤศจิกายน ณ บริเวณหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จังหวัดจันทบุรี

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จังหวัดจันทบุรี – นำจิตอาสาร่วมรณรงค์รักษาความสะอาด แม่น้ำ ลำคลอง เตรียมความพร้อม ลอยกระทงปลอดภัย สืบสานวัฒนธรรมไทย ใส่ใจสายน้ำ

         วันนี้ ( 9 พ.ย.62 ) ที่ บริเวณท่าน้ำหน้าวัดจันทนาราม จังหวัดจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำ จิตอาสา วปร.๙๐๔ และ ประชาชนจิตอาสาร่วมกิจ กรรมจิตอาสา พัฒนาบำเพ็ญประโยชน์ รณรงค์รักษาความสะอาดแม่น้ำ จันทบุรี เทิดพระเกียรติ ถวายเป็นพระราชกุศลฯ และเตรียมความพร้อมการจัดงานลอยกระทง ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากสายน้ำของแม่น้ำจันทบุรี ที่สะอาด

         โดยผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำจิตอาสาที่มาร่วมกิจกรรมกล่าวขอขมาพระแม่คงคา ตามความเชื่อ เชื่อมโยงการจัดงานส่งเสริมประเพณี ลอยกระทง ๑๐๐ ปี น่านนที วิถีจันท์ วัดจันทนาราม โดยขบวนเรือ จิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์ ทำความสะอาดแม่น้ำจันทบุรี เริ่มต้นจากท่าน้ำวัดจันทนาราม ไปสิ้นสุดที่ ศาลเจ้าพ่อสระบาป สะพานตรีรัตน์ ขณะที่บริเวณริมคลองตลอด 2 ฝั่ง แม่น้ำจันทบุรี ทั้งชุมชน ริมน้ำจันทบูร และ ชุมชนหลังวัดโรมันคาทอลิก มีประชาชนจิตอาสาออกมาร่วมกันเก็บขยะ กำจัดวัชพืช ปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลองให้สะอาดสวยงาม รองรับประชาชน นักท่องเที่ยวที่จะมาเยี่ยมเยียนจังหวัดจันทบุรีในช่วงเทศกาลลอยกระทง

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด – ศิษย์ตำหนักร่างทรง ร่วมแห่ไหว้ครู บวงสรวงเทพเจ้า เจ้าที่ตำบลไม้รูด ปีที่ 9

ศิษย์ตำหนักร่างทรงร่วมแห่ไหว้ครูบวงสรวงเทพเจ้าที่ตำบลไม้รูด ปีที่ 9 ที่ตำหนักร่างทรงบ้านไม้รูด ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด

         เมื่อเวลา 10.09 น. วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 ศิษย์ตำหนักร่างทรงจำนวนมากร่วมแห่กัน จัดพิธีไหว้ครูบวงสวงเทพเจ้าขึ้น โดยมีนายอนุสรณ์ เครือวิเศษ (บุญยัง) ร่างทรง เป็นประธานจุดเทียนชัย ก่อนร่วมพิธีจะมีการรําถวายบวงสรวงเทพเจ้า โดยเชื่อกันว่าเป็นหมอที่มีชาวบ้านทั่วสารทิศและประชาชนทั่วไป นับถือกันมาช้านานตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ นอกจากมีการรักษาโรคต่างๆให้หายแล้ว ยังช่วยรักษาคนเจ็บป่วยที่ถูกผีเข้า ชาวบ้านจึงเลื่อมใสศรัทธา

         นายอนุสรณ์ ร่างทรง ได้กล่าวว่า ผู้ที่เข้ามารักษาไม่ได้เรียกร้องเงินทอง เพียงแต่ผู้รักษาจะบริจาคให้ ตามแต่ศรัทธา ไม่มีก็รักษาได้ ถือว่าเป็นร่างทรงมาช่วยคนทุกข์ยาก คนเดือดร้อน ในการประกอบพิธีไหว้ครูจะมีขึ้นทุกปี ในเดือนพฤศจิกายน เพื่อแสดงถึงการเคารพบูชาและน้อมรําลึกพระคุณของร่างทรง ซึ่งเป็นประเพณีอันดีงามที่ปฎิบัติสืบทอดกันมาแต่สมัยโบราณ การจัดพิธีไหว้ครูบวงสวงเทพ ซึ่งมีผู้ที่นับถือเป็นจํานวนมากในแต่ละปีเข้าร่วม

         โดยในพิธีมีการแสดงสิงโตจากเจ้าแม่ทับทิมคลองใหญ่ในแต่ละปีอีกด้วย พร้อมกันนี้ได้โปรยทาน จับของรางวัล เช่น โทรศัพท์ กระติกน้ำร้อน และพัดลม โดยมีนายสุรศักดิ์ อินทรประเสริฐ นายก อบต.ไม้รูด เข้าร่วมในพิธีและโปรยทานอีกด้วย

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปทุมธานี – โป๊งเหน่ง พาเพื่อนร่วมแก้บนถวายน้ำแดง 12,000 ขวดหลังถูกหวยรับเงินกว่า 150,000 บาท

          เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 ที่อาศรมฤๅษีเณร ถนนวงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 ปทุมธานี – บางปะอิน นายพงษ์ศักดิ์ โสภักดี หรือโป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม และ นายณฤเดช อ่ำภิรมย์ หรือโกอั้น ประธานชมรมเปิดบ้านพระเครื่อง ลูกศิษย์อาจารย์ฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณ ร่วมกันถวายน้ำแดง จำนวน 12,000 ขวด หลังจากที่ถูกรางวัลล๊อตเตอรี่ รางวัลเลขท้าย 2 ตัว เลข 79 จำนวน 75 ใบ มูลค่า 150,000 บาท

         ด้าน โป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม กล่าวว่า หลังจากที่ตนเองและโกอั้น ได้ร่วมกันซื้อหวยแล้ว ได้รับเงินรางวัลจำนวน 150,000 บาท จึงได้นำเงินจำนวนหนึ่งมาซื้อน้ำแดง เพื่อนำมาถวายแก้บนกับกุมารเจ้าสัวเฮง หลังจากถวายแล้ว จะนำน้ำแดงเหล่านี้ไปทำประโยชน์โดยมอบให้กับเด็ก ๆ ชาวเขาเด็กดอยที่อยู่ห่างไกล ซึ่งจะเดินทางในช่วงเดือนธันวาคม 2562 ไปที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อมอบน้ำแดงน้ำอัดลมให้กับเด็ก ๆเหล่านั้น

         นอกจากนี้ ที่อาศรมฤๅษีเณรในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 จะมีพิธีอาบน้ำมนต์แสงจันทร์ พร้อมทำพิธีตัวเลขศักดิ์สิทธิ์ ในคืนวันลอยกระทง ค่าพานครู 500 บาท ส่วนอาจารย์ฤๅษีเณร ได้เตรียมพระนางพญา จ.พิษณุโลก อายุ 662 ปี ที่ได้เก็บไว้มาเป็นเวลานาน เพื่อมอบให้กับลูกที่มีพานครู คนละ 1 องค์ ฝากทุกท่านมาร่วมบุญแสวงโชคกันได้ที่อาศรมฤๅษีเณร.

CR. พี่อนันต์ ปทุมธานี

เสียชีวิตแล้ว!! ดญ.วัย 14 ปี ลูกหลง หลังถูก 4 มือปืน บุกยิงถล่มบ้านกลางดึก

เสียชีวิตแล้ว ดญ.วัย14ปี ลูกหลง หลังถูก4มือปืนบุกยิงถล่มบ้านกลางดึก ตำรวจรวบผู้ต้องสงสัยได้แล้ว1คนยังปากแข็งให้การปฏิเสธ

         กรณีเหตุการณ์ กลุ่มมือปืนเป็นชายฉกรรจ์ จำนวน 4 คน ขับรถยนต์เก๋งสีขาว ไม่ทราบยี่ห้อทะเบียน และรถจยย.1 คัน ใช้อาวุธปืนหลายกระบอก บุกไปตะโกนเรียกชื่อถามหานายวิชัย ยี่สุ่นแซม อายุ 40 ปี เจ้าของกระท่อมบ้านไม้ชั้นเดียวเลขที่ 88/4 หมู่ 11 ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา(8พย.) แต่นายวิชัยไม่อยู่บ้านไปทำงานเฝ้าบ่อนากุ้งในหมู่บ้าน ทำให้ลูกๆและเมียที่กำลังนอนอยู่ในบ้านเกิดความกลัวไม่กล้าเปิดประตู ทำให้กลุ่มมือปืนทั้ง 4 ได้ระดมใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นและอาวุธปืน 9 มม. และ .38 ระดมยิงใส่บ้านนับสิบนัด หูดับตำไหม้เสียงดังสนั่นหมู่บ้าน จนทำให้บ้านพรุน กระสุนเจาะฝาบ้านไปเจาะศีรษะด้านซ้าย ดญ.ศศิประภาหรือน้องแตน ยี่สุ่นแซม อายุ 14 ปี ลูกสาวเจ้าของบ้าน ที่กำลังนอนดูทีวีบนฟูกที่นอนในห้องโถงหน้าห้องนอน อาการสาหัสถูกนำส่ง รพ. มหา ราช นครศรีธรรมราช แล้วคนร้ายยังใช้อาวุธปืน กราดยิงถล่มใส่บ้านของญาตินายวิชัย ที่อยู่ใกล้ ๆ กันอีก 1 หลัง กระสุนเฉียดหน้าท้อง ดช.ภัทรพงศ์ บุหงอ อายุ 4 ขวบ ที่นอนอยู่บนบ้านชั้น 2 ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ถูกนำส่ง รพ.ท่าศาลา โดยคนร้ายยังยิงอาวุธปืนใส่รถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้ายาริสสีขาว ทะเบียน กต-3671 พัทลุง กระสุนเจาะกระจกหน้าและกระจกข้างและตัวถังรถจำนวน 4 รู ได้รับความเสียหายเช่นกัน และล่าสุดขณะที่คืนวันเดียวกัน ทางตำรวจชุดสืบสวน ได้จับกุมผู้ต้องสงสัยมาได้ 1 ราย ชื่อนายอนุศักดิ์หรือเท่ แดงเดช อายุ 27 ปี บ้านอยู่ หมู่ 4 ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมอาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอกและกระสุน 1 นัด สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหายังคงปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ทางตำรวจกำลังเร่งสอบสวนปากคำขยายผลอยู่

         ล่าสุดวันนี้ (9พย.) เวลา 10.00 น. ดญ.ศศิประภา หรือน้องแตน ยี่สุ่นแซม อายุ 14 ปี ซึ่งนอนรักษาตัวในห้องไอซียู รพ.มหาราช นครศรีธรรมราช ได้เสียชีวิตแล้ว เนื่องจากบาด แผลฉกรรจ์ถูกจุดสำคัญ แพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ ซึ่งหลังรับแจ้งจากทาง รพ.แล้วนายวิชัย ยี่สุ่นแซม อายุ 40 ปีและนางทัดดาว ยี่สุ่นแซม อายุ 35 ปี พ่อแม่และญาติๆของ ดญ.ศศิประภาหรือน้องแตน ถึงกับร่ำไห้โฮเป็นลมล้มพับ จนญาติต้องเข้าปฐมพยาบาลและได้รีบเดินทางไปรับศพลูกสาวที่ รพ.มหาราช นครศรีธรรมราช ด้วยบรรยากาศเศร้าโศก โดยพ่อแม่และญาตได้เดินทางไปรับศพ ดญ.ศศิประภา หรือน้องแตน ที่รพ.เพื่อนำศพมาบำเพ็ญกุศลศพต่อไป ส่วนอาการของ ดช.ภัทรพงศ์ บุหงอ อายุ 4 ปี ที่ถูกกระสุนปืนเฉียดหน้าท้อง อาการปลอดภัยแล้ว แพทย์ได้ทำบาดแผลและให้กลับบ้านได้แล้ว

         ขณะที่เช้าวันนี้ (9พย.) เวลา 09.00 น. พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ. นคร ศรีธรรมราช พร้อมด้วย พ.ต.อ.เชาว์ศิลป์ บุญประดิษฐ์ รอง ผบก.ภ.นครศรีธรรมราชและกำลังตำรวจ นปพ. และชุดสืบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง โดยมี จนท.ตำรวจพิสูจน์หลักฐานนครศรีธรรมราชและตำรวจชุดสืบสวนกำลังลงพื้นที่หาข่าว เพื่อเร่งทำการสืบสวนสอบสวน ติดตามจับกุมคนร้ายทมิฬแก๊งนี้อยู่ โดย พล.ต.ต.สนธิชัย เผยว่าคดีนี้ เป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญประชาชนมาก ที่กลุ่มคนร้ายลงมือยิงถล่มบ้านอย่างโหดเหี้ยม จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ 2 ราย ดังกล่าวได้สั่งตำรวจชุดสืบสวนจังหวัด ตำรวจ นปพ. ลงพื้นที่เร่งคลี่คลายคดีจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว ล่าสุดจับได้ 1 คน อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลอยู่ คาดว่าอีกไม่นานจับกุมได้หมดยกแก๊งแน่นอน ขอให้มั่นใจฝีมือตำรวจ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช กล่าวอย่างมั่นใจ

         ด้านนายวิชัย ยี่สุ่นแซม อายุ 40 ปี พ่อของ ดญ.ศศิประภา หรือน้องแตน เล่ากับผู้สื่อข่าวว่า ตนมีอาชีพเฝ้าบ่อนากุ้งให้กับนายทุนคนหนึ่ง ในหมู่บ้านคืนเกิดเหตุตนไม่นอนอยู่บ้านแต่ไปทำงานรับจ้างเฝ้าบ่อนากุ้ง จนมาเกิดเหตุคนร้ายจำนวน 4 คน บุกยิงถล่มบ้านของตนทำ ให้ลูกสาวของตนเสียชีวิตและหลานชายของตนเจ็บดังกล่าว ซึ่งสาเหตุตนไม่เคยมีเรื่องบาด หมางทะเลาะกับใครมาก่อน แต่เชื่อว่าน่าจะเกิดจากเหตุการณ์เมื่อเย็นวานนี้ (8พย.) ขณะที่ตนกำลังนั่งดื่มน้ำหวานอยู่ที่ร้านค้าแห่งหนึ่ง ได้มีนายเท่หรือนายอนุศักดิ์ แดงเดช เพื่อนบ้านคนหนึ่งเดินเข้ามายกแก้วน้ำหวานเทให้สุนัขกินต่อหน้าต่อตาตน ทำให้ตนโมโหกระโดดเตะนายเท่ ไป 2-3 ครั้ง และเกิดการชกต่อยกันขึ้น แต่มีผู้มาห้ามแยกย้ายตนทั้งสองออกจากกัน จากนั้นตนได้เดินทางกลับบ้าน แล้วไปทำงานเฝ้าบ่อนากุ้งต่อในช่วงค่ำ จนมาเกิดเหตุคนร้าย 4 คน อาวุธปืนครบมือบุกยิงถล่มบ้านตน ทำให้ลูกสาววัย 14 ปี เสียชีวิตและหลานชายตนเจ็บดังกล่าว ซึ่งตนเชื่อว่านายเท่หรืออนุศักดิ์ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้จะต้องมีส่วนรู้เห็นกับเหตุ การณ์ครั้งนี้ แน่นอน แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธก็ตาม นายวิชัย กล่าวกับผู้สื่อข่าวในที่สุด.

ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

คุมตัว1 ผู้ต้องสงสัย เหตุยิงป้อม ชรบ. ลำพะยา พบเป็นกลุ่มเดียวกับที่กราดยิง อ.ส.ที่บ้านปะกาฮารัง

แม่ทัพภาค 4 เผย คุมตัว 1 ผู้ต้องสงสัย เหตุยิงป้อม ชรบ. ลำพะยา ได้แล้ว ด้านแหล่งข่าวความมั่นคง พบแหล่งหลบซ่อนในปอเนาะใกล้เคียง ก่อนเดินเท้าเข้าก่อเหตุ

          พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว 1 คน จากเหตุยิงถล่มจุดตรวจ ชรบ. ลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งพบหลักฐานจากกระสุนปืนในที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นกลุ่มเดียวกับที่กราดยิง อ.ส. ในจังหวัดปัตตานี เหตุปล้นร้านทอง ที่จังหวัดสงขลา และเหตุปล้นตู้ ATM ที่มหาวิทยาลัยฟาตอนี เป็นกลุ่มปฏิบัติการที่มีประมาณ 10-20 คน เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตาม เพราะกลุ่มนี้เมื่อปฏิบัติการเสร็จจะหนีขึ้นเขา พบว่าเป็นกลุ่มที่อยู่บริเวณเขานางจันทร์ รอยต่อกับจังหวัดสงขลา ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายกับกลุ่มเหล่านี้ เพราะ “ไม่สนใจผู้บริสุทธิ์ ไม่ใช่คน”

          แม่ทัพภาคที่ 4 ไม่ปฏิเสธว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการกระทำของขบวนการแบ่งแยกดินแดน BRN ตามที่ประกาศยอมรับ แต่จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่พบว่า เป็นขบวนการที่รับคำสั่งจากต่างประเทศ มาก่อเหตุ แล้วหลบหนีขึ้นเขา ขณะที่ “กลุ่มหน้าขาว” หรือแนวร่วมระดับปฏิบัติการที่ไม่มีหมายจับ แล้วอยู่ปะปนในชุมชน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะติดตามจับกุมเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้ผู้เสียชีวิตทั้ง 15 ครอบครัว

          นอกจากนี้ มีรายงานจากแหล่งข่าวความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งได้พบเบาะแสกลุ่มคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ ว่า พบร่องรอยของกลุ่มคนร้ายดังกล่าวนี้ เข้ามาพักในสถาบันปอเนาะแห่งหนึ่งในพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนที่จะเดินเท้าเข้ามายังป้อม ชรบ. เพื่อก่อเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ยังได้พบหลักฐานที่เชื่อได้ว่า กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ ได้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ หรือไม่ก็อาจจะเสียชีวิต อย่างน้อย 2-3 ราย เนื่องจากเจ้าหน้าที่พบรอยเลือดห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร และยังพบว่า คนร้ายได้ตัดต้นไม้ข้างทางเพื่อทำเป็นเปล ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าคนร้ายได้ทำเปลเพื่อหามผู้บาดเจ็บ เคลื่อนย้ายออกจากบริเวณดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบตามสถานที่พยาบาลในชุมชน หรือบริเวณกุโบร์ หรือสุสานฝังศพในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อหาเบาะแสกลุ่มคนร้ายแล้ว เชื่อว่าคนร้ายน่าจะกลุ่มเดียวกัน โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มของนายมะยะโก๊ะ ลาเต๊ะ หรือโต๊ะบัง แกนนำกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ อ.ยะรัง อ.โคกโพธิ์ อ.แม่ลาน และ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

ขอบคุณข้อมูล : NEWS /southernreports