ผบ.ฉก.ทพ.นย. นำนายทหารในสังกัด​ฯ เยี่ยมชม ศาลาราชการุณย์ พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9

ผบ.ฉก.ทพ.นย. นำนายทหารในสังกัด​ฯ เยี่ยมชมศาลาราชการุณย์ พิพิธภัณฑ์เฉลิม พระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9

          เมื่อวันที่ 22 ต.ค.62​ ณ ศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน จังหวัดตราด​ : นาวาเอกวีรชัย หลีค้า ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน (ผบ.ฉก.ทพ.นย.) นำนายทหารในหน่วยเฉพาะกิจฯ เยี่ยมชมศาลาราชการุณย์ พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 สภานายิกาสภากาชาดไทย

         ซึ่งจัดนิทรรศการ แสดงการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมชาวกัมพูชาอพยพ ระหว่างปี พ.ศ.2522-2529 โดยมี นาวาเอกธรรมนูญ วรรณา หัวหน้าชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 3 และนายสุวรรณ พิมลแสงสุริยา ผู้จัดการศูนย์ฯ ให้การต้อนรับ​ และบรรยายสรุป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

วช.จับมือ สกสว. รับมอบภารกิจทุน โครงการปริญญาเอกกาญจ นาภิเษก (คปก.) รุ่นที่ 20 และ 21”

          หลายท่านคงทราบถึงภารกิจสำคัญของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป้าหมายหลักคือ การเตรียมประเทศไทยในศตวรรษที่ 21 โดยมีภารกิจสำคัญ 3 เรื่อง คือ การสร้างและพัฒนาคน การวิจัยเพื่อสร้างความรู้ และการสร้างและพัฒนานวัตกรรม และตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 “สำนักงาน การวิจัยแห่งชาติ (วช.)” มีฐานะเป็นส่วนราชการภายในกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

         โดยมีภารกิจสำคัญด้านการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมหลักของประเทศ จากบท บาทดังกล่าว วช. จึงได้มีการดำเนินการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ในหลากหลายประเด็นสำคัญของประเทศ และหนี่งในประเด็นที่สำคัญ คือการสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อการตอบโจทย์ เรื่องการ “สร้างคน” สอดคล้องกับ การดำเนินงานที่ผ่านมาของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) หรือ สำนักงานกองทุนสนับ สนุนการวิจัย (สกว.) เดิม

          ซึ่งได้จัดตั้งโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) มากว่า 20 ปี โดยสร้างนักวิจัยระดับปริญญาเอกที่มีคุณภาพสูงให้กับประเทศ และ “สร้างปัญญา” ด้วยการผลิต ผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานสากล และยังสร้างความเข้มแข็งให้กับหลักสูตรและระบบบัณฑิตศึกษา ตลอดจนระบบวิจัยในมหาวิทยาลัยไทย อีกทั้งทำให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิจัยไทยกับสถาบันต่างประเทศทั่วโลก อย่างต่อเนื่อง

          และได้ดำเนินการมาถึงปัจจุบัน คปก. รุ่นที่ 22 และ วช.ได้ดำเนินการรับโอนการบริหารจัดการ ทุน คปก. รุ่นที่ 22 แล้วเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ เพื่อการดำเนินการบรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกัน เรื่องการสร้างกำลังคนด้านการวิจัยของของประเทศไทยให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความเชื่อมโยงและ ความเข้มแข็งทางวิชาการแก่หน่วยงานภาครัฐ กับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อการขับเคลื่อนไปด้วยกันทั้งประเทศ

         โดยในวันนี้ วัน​พฤหัสบดี​ที่​ 24 ต.ค. 62​ : ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนัก งานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ร่วมกันแถลงข่าวความร่วมมือในการดำเนินการส่วนของภารกิจทุนโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) รุ่นที่ 20 จำนวน 227 ทุน และรุ่นที่ 21 จำนวน 221 ทุน จาก สกสว. ส่งมอบให้ วช. เพื่อดำเนินการบริหารจัดการทุน คปก. รุ่นที่ 20 และ 21 รวม 448 ทุน ต่อไป “อย่างไร้รอยต่อ” โดย วช. และ สกสว. ย้ำพร้อมจับมือ ผนึกกำลังบูรณาการทำงานร่วมกันสร้างโจทย์และกำหนดทิศทางการพัฒนากำลังคน เพื่อประโยชน์สูงสุด ของประเทศต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผู้ว่าฯ จันทบุรี – นำประชาชน ร่วมพิธีจุดเทียนเพื่อน้อมรำลึก เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีนำข้าราชการ ประชาชน กลุ่มพลังมวลชน นักเรียน นักศึกษาร่วมพิธีจุดเทียนน้อมรำลึก สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

         ค่ำวันนี้ ( 23 ต.ค.62 ) ที่ศาลาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เทศบาลเมืองจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พลเรือน พนักงานรัฐวิสาหกิจ กลุ่มพลังมวลชน ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ร่วมพิธี จุดเทียน เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ทุกคนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ตลอดระยะเวลาในการครองราชย์กว่า 42 ปี ตลอดรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรม และทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอเนกประการ เพื่อวางรากฐานการพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง เป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้ง จวบจนกาลปัจจุบัน

    ด้วยพระอัจฉริยภาพอันล้ำเลิศ ลึกซึ้ง และพระปรีชาญาณ อันกว้างไกลในด้านการปก ครอง ทรงตั้งโรงเรียนหลวงเพื่อวางรากฐานการศึกษาแก่ราษฎรทุกหมู่เหล่า ให้สามารถเป็นกำลังแก่บ้านเมือง, ทรงประกาศเลิกทาสและยกเลิกระบบไพร่ เพื่อนำพาประเทศไทยให้ก้าวสู่ความทันสมัย ทัดเทียมนานาอารยประเทศ, ทรงดำเนินวิเทโศบายในการเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศ ช่วยสร้างความมั่นคงแก่ประเทศและคงไว้ซึ่งเอกราชของชาติไทย ยังความร่มเย็นเป็นสุขแก่ราษฎรโดยถ้วนหน้าด้วยพระราชจริยวัตร และพระราชกรณียกิจอันเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศ พสกนิกรต่างน้อมใจถวายพระสมัญญาภิไธยว่า “สมเด็จพระปิยมหา ราช” และรัฐบาลได้เฉลิมพระเกียรติให้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งการปฏิรูปข้าวไทย”

         รวมทั้งทรงได้รับการประกาศพระเกียรติคุณยกย่องจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลก ในสาขาการศึกษาวัฒนธรรม สังคมศาสตร์ มานุษยวิทยา การพัฒนาสังคมและการสื่อสาร พระเกียรติคุณของพระองค์ยังคงจารึกไว้ในดวงใจของปวงชนชาวไทยตราบนิจนิรันดร์

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด – พสกนิกรชาวอําเภอคลองใหญ่ ร่วมพิธีจุดเทียน เพื่อน้อมรําลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “วันปิยมหาราช”

ตราด/อําเภอคลองใหญ่ พร้อมด้วย พสกนิกรชาวอําเภอคลองใหญ่ จ.ตราด ร่วมพิธีจุดเทียนเพื่อน้อมรําลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “วันปิยมหาราช”

         วันที่ 23 ตุลาคม 2562 นายพีระ การุญ นายอําเภอคลองใหญ่ นําเหล่าข้าราชการ พสกนิกรชาวอําเภอคลองใหญ่ เข้าร่วมพิธีจุดเทียน เพื่อน้อมรําลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 88 พรรษาของอําเภอคลองใหญ่ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สําหรับการจัดพิธีครั้งนี้ เพื่อเป็นการน้อมรําลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่พระองค์ทรงปฎิบัติกิจต่างๆทั้งการเลิกทาส การปฎิรูประบบราชการการสาธารณปโภค การคมนาคม การศึกษา และการปกป้องประเทศให้รอดพ้นจากวิกฤตต่างๆโดยเฉพาะจังหวัดตราด ด้วยพระปรีชาญาณของพระองค์ที่ทรงได้ดําเนินวิเทโศบายทางการเมืองระหว่างประเทศด้วยการนําเมืองตราดในสมัยนั้นแลกกับเมืองพระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณ จึงทําให้จังหวัดตราด รอดพ้นจากปกครองของฝรั่งเศสมาจนถึงปัจจุบัน

         การจัดพิธีในครั้งนี้ประกอบด้วย การกล่าวคําน้อมรําลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งร่วมกันยืนสงบนิ่ง เพื่อน้อมรําลึกในพระมหา กรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน เป็นเวลา 57 วินาที อีกด้วย

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จนท.ชุดร้อย ทพ.4109 – รับแจ้งเหตุจากราษฎร พบหลุมบริเวณใต้ถนน เส้นทางในหมู่บ้าน

         เมื่อ 23 ต.ค.62 เวลา10.20 น.จนท.ชุดร้อย ทพ.4109 รับแจ้งเหตุจากราษฎร พบหลุมบริเวณ ใต้ถนนเส้นทางในหมู่บ้าน หน่วย ทพ.4109 เจ้าของพื้นที่พร้อมผู้นำหมู่บ้าน จึงเข้าตรวจสอบ พบหลุมมีขนาดความ กว้าง 50 ซม. ยาว 2 เมตร มีลักษณะคล้ายหลุมเตรียมลอบ
วางระเบิดเส้นทาง ในพื้นที่ บ.กูแบกือโร๊ะ ต.จะกว๊ะ อ.รามัน จังหวัดยะลา

         ปัจจุบันหน่วยในพื้นที่ และผู้นำหมู่บ้านได้ช่วยกัน ซ่อมแซมหลุมดังกล่าว สาเหตุเป็น การกระทำของผู้ให้ความร่วมมือกับกลุ่ม ผกร.ในพื้นที่.

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี

สำนักข่าวความมั่นคง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ปทุมธานี – ฤๅษีเณร มอบทุน นร. 80 คน พร้อมแจกข้าวสาร 500 ถุงในงานมุทิตาจิต

          เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 ตุลาคม 2562 ที่อาศรมฤๅษีเณร ถนนวงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 ปทุมธานี – บางปะอิน ฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณ ได้มอบทุนนักเรียนจำนวน 80 คน ทุนละ 1,000 บาท และแจกข้าวสาร 500 ถุง ถุงละ 5 กิโลกรัม พร้อมมอบเงินคนละ 300 บาท ในพิธีพุทธาภิเษกเหรียญปู่ฤๅษีพรหมเมศ และกำไรปู่ฤๅษีพรหมเมศ รุ่น รวยทรัพย์ ตั้งแต่วันที่ 22-23 ตุลาคม 2562 พร้อมงานมุทิตาจิตอาจารย์ฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณ

          ทางอาศรมฤๅษีเณรได้จัดพิธีพุทธาภิเษกเหรียญปู่ฤๅษีพรหมเมศ และกำไรปู่ฤๅษีพรหมเมศ รุ่น รวยทรัพย์ พร้อมงานมุทิตาจิตอาจารย์ฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณ (วันคล้ายวันเกิดอาจารย์ฤๅษีเณร) มีการมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนโรงเรียนวัดโพธิ์แตงใต้ จำนวน 80 คน คนละ 1,000 บาท เป็นจำนวน 80,000 บาท เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของอาจารย์ฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณ

          นอกจากนี้ยังได้แจกข้าวสาร 500 ถุง ถุงละ 5 กิโลกรัม ให้กับประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง คนละ 1 ถุง พร้อมกับเงินจำนวน 300 บาท รวมเป็นเงิน 150,000 บาท ในส่วนของวันเสาร์และอาทิตย์มีพิธีอาบน้ำมนต์ล้างทุกข์โศกโรคภัย เพื่อให้ชีวิตดีขึ้น ฤๅษีเณรฝากบอกกล่าวว่า ประชาชนทั่วไปสามารถเอาสิ่งของใดมาแก้บนทั้งปู่ฤๅษีพรหมเมศ กุมารเจ้าสัวเฮง ไม่ว่าจะเอาของสิ่งใดมาถวายไว้ รับประกันว่าของนี้เป็นบุญเป็นกุศล ทางอาศรมจะนำไปมอบให้กับผู้ยากไร้ โรงเรียน และวัดต่างๆ ต่อไป.

CR. ภาพ-ข่าว พี่อนันต์ ปทุมธานี

ข้าราชการ ประชาชน ในจังหวัดจันทบุรี ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและกิจกรรมน้อมรำลึก เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

ข้าราชการ ประชาชนในจังหวัดจันทบุรี ร่วมพิธี บำเพ็ญกุศลและกิจกรรมน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

         วันนี้ ( 23 ต.ค.62 ) ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จังหวัดจันทบุรี ได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลและกิจกรรมน้อมรำลึก เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดย

         ช่วงเช้า ที่บริเวณถนนเทศบาล 3 ด้านหน้าอาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตาก สินมหาราช เทศบาลเมืองจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำข้าราช การ, ประชาชน, กลุ่มพลังมวลชน, ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์จำนวน 57 รูป เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

          หลังจากนั้นที่ศาลาเฉลิมพระเกียรติ เทศบาลเมืองจันทบุรี เป็นพิธีบำเพ็ญกุศลพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูป สวดพระพุทธมนต์ หลังจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีนำข้าราชการ ประชาชน กลุ่มพลังมวลชน ร่วมพิธี วางพวงมาลาและถวายบังคมเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

         พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติเมื่อวันที่ 20 กันยายน พุทธศักราช 2396 เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติสืบสันตติวงศ์ เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 5 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พุทธศักราช 2411 และเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พุทธศักราช 2453 สิริพระชนมายุ 57 พรรษา ตลอดระยะเวลากว่า 42 ปี ที่พระองค์ทรงปกครองสยามประเทศ พระองค์ทรงคุณธรรมอันประเสริฐทรงพระปรีชาสามารถยาก ทรงดำเนิน รัฐประศาสโนบาย อันสุขุมคัมภีรภาพยิ่งทำให้สามารถรักษาเอกราช ของชาติประเทศ มิให้ตกเป็นเมืองขึ้นแก่ประเทศมหาอำนาจตะวันตก ทรงปรับปรุง ระบบการบริหารราชการแผ่นดิน ให้ก้าวหน้า ทันสมัย ทรงเปลี่ยนแปลงการปกครองจากจตุสดมภ์ เป็นกระทรวง ทบวง กรม ทรงริเริ่มพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวหน้า ทรงปรับปรุงระบบการ คมนาคมขนส่ง การไฟฟ้าการไปรษณีย์ การโทรเลข ทรงตั้งโรงเรียน หลวงสำหรับราษฎรขึ้นตามวัดต่าง ๆ ทรงปรับปรุงการทหาร เพื่อให้ ทัดเทียมนานาอารยประเทศ

          ที่สำคัญยิ่งคือ ทรงใช้กุศโลบายในการเลิกทาสโดยได้ทรงตราพระราชบัญญัติเลิกทาส เมื่อปีพุทธศักราช 2448 ปล่อยทาสให้เป็นไท โดยปราศจากการเสียเลือดเนื้อ เนื่องด้วยทรงเห็นว่าการมีทาส เป็นการริดรอนสิทธิมนุษย์ไม่เสมอภาค ยังความเดือดร้อน ให้แก่ราษฎรผู้เป็นทาส ด้วยพระราชจริยวัตร และพระราชกรณียกิจอันเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศ พสกนิกรต่างน้อมใจ ถวายพระสมัญญา-ภิไธยว่า “สมเด็จพระปิยมหาราช” และรัฐบาลได้เฉลิมพระเกียรติให้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งการปฏิรูปข้าวไทย” รวมทั้ง ทรงได้รับการประกาศพระเกียรติคุณยกย่องจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลกในสาขาการศึกษาวัฒนธรรม สังคมศาสตร์ มานุษยวิทยา การพัฒนาสังคมและการสื่อสาร พระเกียรติคุณของพระองค์ยังคงจารึกไว้ในดวงใจของปวงชนชาวไทยตราบนิจนิรันดร์

         และในภาคค่ำ เวลา 18.30 น.เป็นต้นไปที่ศาลาเฉลิมพระเกียรติฯ เทศบาลเมือง จันทบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี จะนำข้าราชการ ประชาชน กลุ่มพลังมวลชน ร่วมพิธีจุดเทียน เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 57 วินาที

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สู้ชีวิตให้ถึงที่สุด !! พบอดีตช่างไฟฟ้า ประสบเหตุต้องตัดแขนทิ้ง 2 ข้าง ต้องใส่แขนเหล็ก แต่ไม่ท้อชีวิต ขายสลากกินแบ่ง เลี้ยงครอบครัว

สู้ชีวิตให้ถึงที่สุด !! พบอดีตช่างไฟฟ้า ประสบเหตุไฟฟ้าช็อดจนต้องตัดแขนทิ้ง 2 แขนจนต้องใส่แขนเหล็กทั้งสองข้าง แต่ไม่ท้อชีวิต ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลมากว่า 30 ปีเลี้ยงครอบครัว

          พบชายวัยกลางคน ในสภาพเดินขายสลากกินแบ่งรัฐบาลมากว่า 30 ปี หลังจากที่ถูกไฟฟ้าช็อด จนต้องตัดแขนทิ้งทั้งสองข้าง ขณะทำงานแล้วเกิกพลาดท่าเมื่อกว่า 30 ปีที่ผ่านมา จนต้องใส่แขนเหล็กทั้งสองข้างเดินขายสลากกินแบ่ง โดยไม่มีถาดไม้แขวนคอ เหมือนคนอื่น แต่ใช้มือเหล็กจับสลากกินแบ่งแทนและมีเพียงกระเป๋าใสสลากกินแบ่งสะพายอยู่เดียว

         ผู้สื่อข่าวได้พบกับชายวัยกลางคนเดินขายสลากกินแบ่งรัฐบาล อยู่ในบริเวณ สำนัก งานอัยการชลบุรี โดยพบว่าชายคนดังกล่าวแขนขาดทั้งสองข้าง แต่ได้ใส่แขนเหล็ก โดยใช้มือเหล็กจับสลากกินแบ่งไว้ กระเป๋าสะพายและเสื้อที่สวมใส่มีพระห้อยอยู่เต็มไปหมด จึงแปลกใจ เข้าไปสอบถามทราบชื่อว่า นาย สมรัก สดใส อายุ 68 ปี บอกว่าขายสลากกินแบ่งมากว่า 30 ปีแล้ว

         ซึ่ง ลุงสมรัก ได้เปิดเผยเรื่องราวให้ฟังว่า เมื่อ 30 กว่าปีที่ผ่านมา ตนเคยทำงานด้านไฟฟ้ากำลังแรงสูง แต่ขณะทำได้เกิดพลาดท่าถูกไฟฟ้าช็อด จนต้องตัดแขนทั้งข้างทิ้ง เพื่อรักษาชีวิต ซึ่งตั้งแต่นั้นมาก็สู้ชีวิตเรื่อยมา หลังแผลหายและใส่แขนเหล็กทั้งสองข้าง ก็ยึดอาชีพขายสลากกินแบ่งมาโดยตลอด ซึ่งที่ผ่านเคยมีคนทางพัทยา ซื้อหวยตนและถูกรางวัลที่ 1 ด้วย แต่ผ่านมาหลายปีแล้ว ซึ่งตนเองจะมาขายที่สำนักงานอัยการชลบุรีเป็นประจำ

         ต่อข้อถามถึงการแต่งกายว่า มีอะไรพิเศษหรือเปล่า หรือให้เช่าพระด้วย เพราะเห็นมีพระแขวนห้อยเต็มตัว ก็ได้รับการเปิดเผยว่า เป็นการชื่นชอบเป็นการส่วนตัวเท่านั้น ไม่ได้เป็นพุทธพาณิชย์แต่อย่างใด ไม่ให้เช่าหรือขายแต่อย่างใด โดยพบว่าพระที่ห้อย มีพระเกจิ ที่มีชื่อเสียงหลายต่อหลายองค์

          ทางด้านนาย รวมพล บัวเข็ม เป็นหนึ่งในลูกค้าสลากกินแบ่ง ของลุงสมรัก กล่าวตนมาที่อัยการชลบุรีทุกครั้ง ก็จะเจอกับลุง สมรัก ทุกครั้งและจะช่วยอุดหนุนซื้อสลากกินแบ่งทุกครั้ง ซึ่งพบว่า ลุงสมรัก ขายสลากกินแบ่งมานานมาก ถึงจะใส่แขนเหล็กทั้งสองข้างแต่ลุงก็สู้ชีวิตแบบสุดๆจริงๆ

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

มุกดาหาร # ทหารพราน รวบกลุ่มขบวนการลักลอบ ขนข้าวสารเถื่อนข้ามโขง แบบกองทัพมด

(แถลงข่าว)มุกดาหาร ทหารพรานร่วมกับ หน่วยงานความมั่นคง ไล่สกัดรถบรรทุก 10 ล่อ จำนวน 3 คัน ขนข้าวสารที่ลักลอบลำเลียงข้ามโขงมา ขึ้นตามแนวชายแดน แบบกองทัพมด เตรียมส่งนายทุนถูกเจ้าหน้าที่ตรวจจับยึดข้าวสาร 774 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 38,700 กิโลกรัม พร้อมผู้ต้องหาขบวนการลักลอบนำข้าวเข้าประเทศรวม 14 คน

         เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 25462 นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานการแถลงข่าวโดย พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.และพันตรีอัครเดช อัดรสาร ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 2110 มุกดาหาร พร้อมหน่วยงานความมั่นคง นำของกลางกระ สอบข้าวสารเหนียว จำนวน 774 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 38,700 กิโลกรัม พร้อมผู้ต้องหาขบวนการลักลอบนำเข้า ข้าวสารเหนียว มาแถลงข่าว

         สืบเนื่องเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2562 เจ้าหน้าที่ทหารพรานส่งสายลับลงพื้นที่ สืบหาเบาะแส หลังได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีขบวนการการลักลอบนำเข้า ข้าวสารจากประเทศเพื่อนนับ 1,000 กระสอบ ลักลอบนำเข้าแต่ละวัน มีนายทุนสั่งนำเข้าจากประเทศที่ 3 เข้าประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนลักลอบลำเลียงข้ามแม่น้ำโขงทางเรือหางยาวจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านขึ้นตามแนวชายแดนแบบกองทัพมด ขนขึ้นซุกโกดังริมฝั่งโขง

         เมื่อได้จำนวนที่นายทุนต้องการแล้วนายทุนนำรถบรรทุก 10 ล้อ ลักลอบบรรทุกเข้าตอนใน แล้วสวมรอยขายในราคาที่กฎหมายกำหนดภายในประเทศ ทั้งที่ข้าวที่ลักลอบนำเข้ามาคุณภาพสู้ของไทยเราไม่ได้ เจ้าหน้าที่นำกำลังเฝ้าระวังเพื่อทำการจับกุมปราบปราม พบรถบรรทุก 10 ล้อ ขับไล่กันมา โดยมีรถกระบะบรรทุกกระสอบข้าว ขับตามรถบรรทุก 10 ล้อเข้าไปในบริเวณโกดัง ไม่มีเลขที่ บ้านสามขา ม.4 ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร เพื่อรอโอกาสลักลอบขนส่งต่อให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ตอนใน เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าตรวจสอบพบกระสอบข้าวสารเหนียวรวมจำนวน 774 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 38,700 กิโลกรัม ตรวจสอบไม่มีเอกสารนำเข้าผ่านพิธีการของศุลกากรแต่อย่างใด

          ยังพบบรรดาหญิงชายทำหน้าที่แบกกระสอบข้าวและคนขับรถพร้อมบรรดานายทุนรวมจำนวน 14 คน ร่วมขบวนการลักลอบค้าข้าวเถื่อน โดยมี

  1. นางขาวอ่อน เมืองโคตร อายุ 64 ปี บ้านเลขที่ 79 ม.2 บ้านหว้านน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร
  2. นางสมบูรณ์ กุลสุทธิ์ อายุ 59 ปี บ้านเลขที่ 107 ม.2 บ้านหว้านน้อย ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร
  3. นางเขียน ประเสิฐศรี อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 19 ม.2 บ้าน หว้านน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร
  4. นายพรชัย กุลสิทธิ์ อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 115 ม.2 บ้านหว้านน้อย ต.หว้านน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร
  5. นางสุภาพร สนูทร อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 256 ม.9 บ้านยางตลาด ต.ยางตลาด อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์
  6. นายเดชา บุญสิงห์ศร อายุ 38 ปี บ้ายเลขที่ 123 ม.5 ต.สามัคคี อ.น้ำสรม จ.อุดรธานี
  7. , นายสมศักดิ์ ทรัพย์เจริญ อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 434 ม.14 ต.เชียงเครือ อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร
  8. นายสุวาส ฐานะ อายุ 45 ปี บ้านเลขที่ 20 ม.4 ต.นาจำปา อ.ดอนจาน จ.กาฬสินธุ์
  9. นายสมทรง นาชัยเริ่ม อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 138 ม.3 ต.หนองแบ่น อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์
  10. นายอัธพล กุลสุทธิ์ อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 70 ม.2 บ้าน หว้านน้อย ต.หว้านน้อย อ. หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร
  11. นายนิพล เมืองโคตร อายุ 44 ปี บ้านเลขที่ 90 ม.1 บ้าน หว้านใหญ่ ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร
  12. นายสุทร กุลสุทธิ์ อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 6 ม.2 บ้าน หว้านน้อย ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร
  13. นายเจษฎา กุลสิทธิ์ อายุ 17 ปี บ้านเลขที่ 139 ม.2 บ้าน หว้านใหญ่ ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร
  14. นายณัฐภาส เสนาพันธ์ อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 2/3 ม. 5 ต.เหล่าสร้างถ่อ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร

         ซึ่งของกลางทั้งหมดพร้อมผู้ต้องหา หลังแถลงข่าวถูกนำส่ง สภ.คำป่าหลายดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ /หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาน
//////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน //////

สุโขทัย – จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ปรับภูมิทัศน์ เส้นทางรถไฟ เนื่องในโอกาส วันคล้ายวันสวรรคต ร.5

สุโขทัย-จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์เส้นทางรถไฟ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต ร.5

          เมื่อเวลา 11.10น. วันที่ 23 ต.ค.62 บริเวณหน้าสถานีรถไฟสวรรคโลก ตำบลเมือง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยเป็นประธานเปิดงาน การจัดกิจกรรมจิตอาสาพํฒนาปรับภูมิทัศน์ทำความสะอาดบริเวณเส้นทางรถไฟ โดยมี นายวราดิศร อ่อนนุช นายอำเภอสวรรคโลก ให้การต้อนรับ พร้อมทั้ง เหล่าหัวหน้าส่วนจังหวัดและข้าราชการพร้อม ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ประชาชนจิตอาสา ที่มาร่วมกันทำกิจกรรมในครั้งนี้

          จากนั้น นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เข้าประจำจุดด้านหน้า เพื่อถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ ถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ ทั้งนี้ได้กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และทำความเคารพ พร้อมกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณ

         ต่อมา จิตอาสา พระราชทาน 904วปร. ได้แยกย้ายกันไปทำภารกิจทำความสะอาดตามบริเวณรอบสถานีรถไฟ และบริเวณข้างทางรถไฟ โดยมีจิตอาสาที่มาร่วมงานนี้กว่า 300 คน ทั้งนี้ อำเภอสวรรคโลก ได้มีสถานีรถไฟ เป็นแห่งเดียวในจังหวัดสุโขทัยและเป็นที่สุดปลายทางของขบวนรถไฟ ซึ่งสถานีรถไฟสวรรคโลก ได้ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ รัชสมัย รัชกาลที่5 รวมอายุมานานนับกว่า 100 ปี จึงเป็นสถานที่ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่5 ที่ทรงได้สร้างไว้ นับว่าเป็นสถานที่สำคัญซึ่งทุกวันนี้ก็ยังเปิดทำการอยู่

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน