กอง​ปราบ​ฯ​ จับแล้ว​ “ไอ้เอ็ม” มือฆ่า เศรษฐีนีเชียงใหม่

https://youtu.be/Cf2XOOmWkZk

          จากกรณีที่พบศพ น.ส.วรรณี จิระเจริญยิ่ง อายุ 58 ปี เศรษฐินีนักปฏิบัติธรรม ถูกฆ่าศพยัดตู้เย็นแล้วโบกปูน สภาพถูกมัดมือมัดขาในท่านั่งคุดคู้ ภายในตึกแถวเลขที่ 90/3 หมู่ 3 ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 27 ต.ค.62​ ที่ผ่านมา เบื้องต้นคาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์​ ต่อมาเจ้าหน้าที่​ตำรวจ สภ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ออกหมายจับนายวิฑูรย์ ศรีตะบุตร์ หรือเอ็ม หรือตั้ม อายุ 39 ปี ในข้อหาชิงทรัพย์ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และรับของโจร ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

         ความคืบหน้ากรณีดังกล่าวล่าสุด เมื่อ​14.00 น.ของวันที่​ 31​ ต.ค.62​ พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม ผกก.4 บก.ป. พร้อมด้วย​ พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สว.กก.4 บก.ป., ร.ต.อ.พร้อมพล นิตย์วิบูลย์ รองสว.กก.4 บก.ป., ด.ต.นิติธร ประชันกาญจนา ผบ.หมู่ กก.4 บก.ป. สามารถติดตามจับกุมตัวนายวิฑูรย์ ศรีตะบุตร์ หรือเอ็ม หรือตั้ม อายุ 39 ปี

         ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดฮอด ที่ จ..41/2562 ลงวันที่ 28 ต.ค.62 ข้อหาชิงทรัพย์ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และรับของโจร โดยสามารถจับกุมตัวนายวิฑูรย์ฯ ได้ ที่ริมถนนสาย 1072 ต.หนองกระโดน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ขณะกำลังขับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ รุ่นฟอนซ่า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไปตามเส้นทางดังกล่าวเพื่อหลบหนี ทั้งนี้ขณะจับกุมผู้ต้องหาพยายามที่หลบหนี ทางเจ้าหน้าที่จึงได้กระจายกำลังดักสกัดจับกุมได้แต่โดยดี

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า​ สำหรับการจับกุมครั้งนี้ ก่อนหน้านี้ชุดสืบสวนกองปราบปราม​ สืบทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในเขตพื้นที่ จ.กาญจนบุรี จึงได้รายงานไปยัง พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. กระทั่งมีการสั่งการให้ พ.ต.อ.แมนฯ และ พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ฯ นำกำลังลงพื้นที่จึงตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาได้นำเงินสดจำนวน 1.6 แสนบาท ไปซื้อรถ จยย. คันดังกล่าว ที่ร้านฮอนด้าสนามจันทร์ ในเขตพื้นที่ อ.สนามจันทร์ จ.นครปฐม เพื่อที่จะได้ใช้ในการหลบหนี ล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมา ชุดสืบสวนแกะรอย พบว่าผู้ต้องหาได้ขับมุ่งหน้าไปยัง อ.เมือง ก่อนจะไปยัง อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี จากนั้นจึงได้ใช้เส้นทาง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณ บุรี มุ่งเข้าสู่พื้นที่ จ.ชัยนาท และตัดเข้า จ.นครสวรรค์ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงเร่งไล่ติดตามจนกระทั่งมาพบตัวและสามารถจับกุมตัวได้ดังกล่าว​ โดยตรวจค้นทรัพย์สิน​ที่ติดตัวมา พบว่ามีเงินสดติดตัว​ 1​ ล้านกว่าบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างหลบหนี

          โดย พล.ต.ต.จิรภพฯ กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับการรายงานจากเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.4 บก.ป. ว่าได้ร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 จับกุมตัวคนร้ายรายดังกล่าวได้ในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ ซึ่งตนได้รายงานให้​ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ให้ทราบ โดยขั้นตอนจากนี้จะนำตัวนายเอ็มไปแถลงข่าวที่ตำรวจภูธรภาค 5 ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง​
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สนง.ตำรวจแห่งชาติ – รับสมัครและสอบแข่งขันบุคคลภายนอก(เพศชาย) จำนวน 6,400 อัตรา เพื่อบรรจุเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ(นสต.)

         สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์ การรับสมัครและสอบแข่งขันบุคคลภายนอก(เพศชาย) ผู้มีวุฒิประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) หรือเทียบเท่า โดยต้องสำเร็จการศึกษาภายในวันปิดรับสมัครและคุณวุฒิการศึกษานั้น ต้องเป็นคุณวุฒิการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการ หรือสำนักงานข้าราชการพลเรือนได้รับรองประจำปี 2562 จำนวน 6,400 อัตรา เพื่อบรรจุเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ(นสต.) ในหน่วยงานต่างๆทั่วประเทศซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1. นักเรียนนายสิบตำรวจ สังกัดหน่วยงานกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 4 กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 1,000 อัตรา คุณสมบัติของผู้สมัครบุคคลภายนอก (เพศชาย) วุฒิการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) หรือเทียบเท่าอายุไม่ต่ำกว่า18 ปีบริบูรณ์และไม่เกิน27 ปีบริบูรณ์, เป็นผู้มีภูมิลำเนาใน 14 จังหวัดภาคใต้ นับถึงวันปิดรับสมัครจำนวน 700 อัตรา และผู้มีภูมิลำเนาในพื้นที่อื่น จำนวน 300 อัตรา

2. นักเรียนนายสิบตำรวจ(รองรับภารกิจรักษาความปลอดภัย) สังกัดหน่วยงานกองบัญชาการตำรวจนครบาลและสังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 จำนวน 4,500 อัตรา ดังนี้

สังกัดจำนวน(อัตรา)
กองบัญชาการตำรวจนครบาล650
ตำรวจภูธรภาค 1450
ตำรวจภูธรภาค ๒400
ตำรวจภูธรภาค 3400
ตำรวจภูธรภาค 4600
ตำรวจภูธรภาค 5400
ตำรวจภูธรภาค 6450
ตำรวจภูธรภาค 7400
ตำรวจภูธรภาค 8400
ตำรวจภูธรภาค 9350
รวมทั้งสิ้น4,500

คุณสมบัติของผู้สมัครบุคคลภายนอก(เพศชาย) วุฒิการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) หรือเทียบเท่าอายุไม่ต่ำกว่า18 ปีบริบูรณ์และไม่เกิน27 ปีบริบูรณ์

2. นักเรียนนายสิบตำรวจ(รองรับภารกิจด้านป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม) สังกัดหน่วยงานกองกำกับการสืบสวนคดีเทคโนโลยีกองบัญชาการตำรวจนครบาลและสังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 จำนวน 900 อัตรา ดังนี้

สังกัดจำนวน(อัตรา)
กองบัญชาการตำรวจนครบาล99
ตำรวจภูธรภาค 194
ตำรวจภูธรภาค ๒85
ตำรวจภูธรภาค 385
ตำรวจภูธรภาค 4121
ตำรวจภูธรภาค 585
ตำรวจภูธรภาค 694
ตำรวจภูธรภาค 785
ตำรวจภูธรภาค 876
ตำรวจภูธรภาค 976
รวมทั้งสิ้น900

คุณสมบัติของผู้สมัครบุคคลภายนอก(เพศชาย) วุฒิการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) หรือเทียบเท่าอายุไม่ต่ำกว่า18 ปีบริบูรณ์และไม่เกิน27 ปีบริบูรณ์

  • กำหนดเปิดรับสมัครทางอินเตอร์เน็ต ในระหว่าง วันที่ 30 ตุลาคม ถึง 6 พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ผ่านทางเว็บไซต์ www.policeadmission.org เท่านั้น
  • สอบข้อเขียนในวันที่ 10 ธันวาคม 2562
  • ประกาศรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในวันที่ 27 มกราคม 2563
  • สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.policeadmission.org หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมมายังกองการสอบกองบัญชาการศึกษาเลขที่100 ถนนวิภาวดีรังสิตแขวงลาดยาวเขตจตุจักรกรุงเทพมหานคร 10900 หมายเลขโทรศัพท์ 0 2941 3162, 0 2941 2698 และ0 2941 1928

         ทั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์ว่าการสอบแข่งขันเข้ารับราชการตำรวจ นั้นเป็นไปภายใต้หลักสุจริตโปร่งใสและเป็นธรรมดำเนินการคัดเลือกในรูปแบบคณะกรรมการทุกขั้นตอนและกำหนดมาตรการป้องกันการทุจริตไว้อย่างรอบคอบรัดกุม จึงขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนมายังผู้ที่สนใจสมัครเข้าสอบคัดเลือกทุกท่าน อย่าหลงเชื่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลผู้เรียกรับผลประโยชน์ โดยแอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้สอบเป็นข้าราช การตำรวจได้ ตลอดจนขบวนการชักชวนให้กระทำการทุจริตในขั้นตอนต่างๆ เพราะผู้สมัครจะถูกตัดสิทธิในการสอบคัดเลือกและถูกดำเนินคดีในความผิดตามกฎหมายอาญา ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดมาตรการป้องกันและการตรวจสอบที่เข้มงวด รวมทั้งมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดแก่ผู้กระทำความผิดทุกราย

หากพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายเป็นความผิดในลักษณะดังกล่าวสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่

  1. พลตำรวจตรีอนุศักดิ์โกมลศาสตร์รองผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติปฏิบัติราชการกองบัญชาการศึกษาหมายเลขโทรศัพท์08 1376 9646
  2. พลตำรวจตรีหญิงสมศรี วุฒิเจริญกิจผู้บังคับการกองการสอบกองบัญชาการศึกษา
  3. หมายเลขโทรศัพท์09 3465 1000
  4. ตำรวจภูธรภาค1  หมายเลขโทรศัพท์0 3622 5225
  5. ตำรวจภูธรภาค2  หมายเลขโทรศัพท์0 3827 8201
  6. ตำรวจภูธรภาค3  หมายเลขโทรศัพท์0 4437 1389
  7. ตำรวจภูธรภาค4  หมายเลขโทรศัพท์0 4346 5739
  8. ตำรวจภูธรภาค5  หมายเลขโทรศัพท์0 5482 9882
  9. ตำรวจภูธรภาค6  หมายเลขโทรศัพท์0 5622 2251
  10. ตำรวจภูธรภาค7  หมายเลขโทรศัพท์0 3425 4312
  11. ตำรวจภูธรภาค8  หมายเลขโทรศัพท์0 7740 5423
  12. ตำรวจภูธรภาค9  หมายเลขโทรศัพท์0 7321 2870
  13. กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนหมายเลขโทรศัพท์0 2279 9520-34 ต่อ51113 หรือ08 9689 8208

ขอบคุณเรื่องแนะนำจาก กองสารนิเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นิเทศศาสตร์ มรภ.รำไพพรรณี สัมมนาวิชาการ “สื่อมวลชนกับการส่งเสริมการท่องเที่ยว เชิงมรดกวัฒนธรรม จังหวัดจันทบุรี”

         เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2562 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เสาวนีย์ วรรณประภา ร่วมกับหลักสูตรสื่อสารมวลชน โดยนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ จัดโครงการสัมมนาวิชาการเรื่อง “สื่อมวลชนกับการส่งเสริมการท่องเที่ยว เชิงมรดกวัฒนธรรม จังหวัดจันทบุรี” ณ ลานชงโค โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จำเริญ คังคะศรี คณบดี กล่าวเปิดงาน

         การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงมรดกวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี จะเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดให้กระเตื้องขึ้น โดยมีสื่อมวลชนเป็นผู้ขับเคลื่อนสำคัญในการ ถ่ายทอดสื่อสารวัฒนธรรมในจังหวัดให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวและผู้สนใจ ทั้งยังเป็นแรงผลักดันให้คนในพื้นที่เกิดความรู้สึกรัก และหวงแหนในวัฒนธรรม ร่วมมือกันส่งเสริม แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นด้านวัฒนธรรม และร่วมสืบทอดวัฒนธรรมไปสู่กลุ่มนักท่องเที่ยว ให้เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดจันทบุรี โดยมีวัฒนธรรมของจังหวัดเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ โดยมีคุณเสาวนีย์ คนกล้า ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย จังหวัดจันทบุรี และคุณวุฒินันท์ จันทร์มา โปรดิวเซอร์รายการชื่อดังจาก NBT จันทบุรี ให้เกียรติเป็นวิทยากร

          ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการสัมมนาครั้งนี้ คือ เป็นการช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงมรดกวัฒนธรรมของจังหวัดจันทบุรี นอกจากนี้ในส่วนผู้เข้าร่วมสัมมนาจะได้ความรู้ ความเข้าใจจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างวิทยากรและผู้เข้าสัมมนา ทั้งยังสามารถนำความรู้ ที่ได้ไปประยุกต์ใช้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดจันทบุรีต่อไป

ภาพ/ข่าว สุปราณี  แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นิเทศฯ รำไพ จัดสัมมนา “การโปรโมทหรือสร้างตัวตน ผ่านการเต้น Cover Dance ”

          เมื่อวันพุธที่ 30 ตุลาคม 2562 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภารดี พึ่งสำราญ ร่วมกับนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาการสื่อสารมวลชน แขนงวิชาการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ชั้นปีที่ 4 ได้จัดโครงการสัมมนาว่าด้วยเรื่อง “การโปรโมทหรือสร้างตัวตนบนสื่อสังคมออนไลน์ผ่านการเต้น Cover Dance” ณ หอสมุดกลาง ตึก 35 อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี

         โดยมีประธานโครงการคือ นายสันฐิติ มะลิวัลย์ ได้กล่าวเปิดรายงานว่า “โครงการสัมมนา การโปรโมทหรือสร้างตัวตนบนสื่อสังคมออนไลน์ผ่านการเต้น Cover Dance ” กำหนดจัดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจในด้านการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ การโปรโมทสินค้าและสร้างตัวตนบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยให้นักศึกษาตระหนักถึงการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีสู่การเป็นบุคคลที่รู้จักและมีชื่อเสียงผ่านการเต้น Cover Dance”

         อีกทั้งท่านผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร.จำเริญ คังคะศรี คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ ยังเปิดเผยว่า “โลกในยุคดิจิทัลเป้าหมายของการสร้างสรรค์ สร้างตัวตนบนสื่อสังคมออนไลน์ก็เพื่อสร้างการรับรู้ สร้างตัวตน ภาพลักษณ์ที่ดีให้เป็นที่รู้จักเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพ ซึ่งการเต้น Cover Dance ก็เป็นอีกกลวิธีหนึ่งที่นิยมนำมา Cover กันอย่างแพร่หลาย หนึ่งในเหตุผลก็เพื่อสร้างคุณค่า สร้างความแตกต่าง ความจดจำต่อพฤติกรรมผู้บริโภค วิธีการนี้จะเป็นการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาห กรรม ที่เกี่ยวข้องกับอินเตอร์เน็ต ทิศทางของเศรษฐกิจและธุรกิจยุคดิจิทัล หรือ Internet Trends 2019 ที่จะเน้นการนำเสนอสร้างประสบการณ์การร่วมกันของกลุ่มเป้าหมาย”

          และนอกจากนี้ภายในงานยังมีวิทยากรทั้ง 3 ท่าน ได้แก่ อาจารย์สมพงษ์ เส้งมณีย์ ประธานประจำหลักสูตรนิเทศศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาการสื่อสารมวลชน , คุณอมร สมตระกูล สังกัดทีม REMIXER/G-Run และคุณสุภาพร วิเชียรโชติ เจ้าของสตูดิโอสอนเต้น Max Studio Powered ได้มาเป็นวิทยากรมาให้ความรู้ในงานนี้ด้วย รวมถึงภายในงานยังมีการแสดงเต้น Cover Dance จากนักศึกษา ชั้นปีที่ 4 และก่อนจบงานก็มีการเต้นร่วมกันของผู้เข้าร่วมสัมมนาทั้งหมดอีกด้วย

ภาพ/ข่าว สุปราณี  แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตม.จว.มุกดาหาร จับหนุ่มลาว อยู่เกิน (Over Stay) จำนวน 89 วัน

ตามนโยบายของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้ระดมกวาดล้างจับกุมคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Over Stay) และผู้กระทำผิดตามกฎหมายคนเข้าเมืองและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

         เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2562 เวลา 06.00 น. สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร ภายใต้อำนวยการสั่งการของ พ.ต.อ.ชนะพณ สุวรรณศรีนนท์ ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4, พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒ, รอง ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4 และ พ.ต.ท.ยศพร มาศรีนวล สว.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4 นามเจ้าพนักงานตำรวจที่จับ ว่าที่ ร.ต.ต.จิรภัทร อินทะเนน รอง สว.ตม.จว.มุกดาหาร, ด.ต.กฤษกร ชุ่มวงศา, ด.ต.สมบัติ แก้วพวง, ด.ต.กานตพงศ์ บุดดีวัน และ ด.ต.ยุทธพล เศษสุวรรณ ผบ.หมู่ ตม.จว.มุกดาหาร ได้ทำการจับกุม MR.KEM ANANTAXAY อายุ 18 ปี สัญชาติ ลาว หนังสือเดินทางเลขที่ P 2227000 ข้อหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”

          สถานที่จับกุม บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

          พฤติการณ์ในการจับกุม ตามวันและเวลาที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ ได้รับแจ้งจากสายลับ(ขอปิดนาม) ว่ามีบุคคลต่างด้าวเดินทางมาด้วยกับรถโดยสาร จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้เดินทางไปตรวจสอบบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร ได้ตรวจพบ MR.KEM ANANTAXAY อายุ 18 ปี สัญชาติลาว (ทราบชื่อ-สกุล อายุและสัญชาติภายหลัง) ยืนอยู่บริเวณที่ดังกล่าวมีรูปร่างลักษณะมีพิรุธคล้ายคนต่างด้าว จึงได้แสดงตัวเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว ผู้ถูกจับได้ยื่นเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง (LAISSEZ-PASSER) แสดงตนว่าเป็นบุคคลสัญชาติลาว แต่ไม่มีรอยตราประทับของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้สอบถามว่ามีหนังสือเดินทางหรือไม่ ผู้ถูกจับแจ้งว่าได้สูญหายมานานแล้ว

          เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ถูกจับมาที่ทำการงานสืบสวนปราบปราม ตม.จว.มุกดาหาร เพื่อตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักร โดยละเอียด จากการตรวจสอบข้อมูลในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ด้วยระบบไบโอเมทริกซ์ (BIOMETRICS) พบข้อมูลว่าผู้ถูกจับถือหนังสือเดินทางเลขที่ P 2227000 ได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 5 กรกฏาคม 2562 ได้รับการตรวจลงตราประเภท ผ.ผ.30 อนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึง วันที่ 3 สิงหาคม 2562 แต่ผู้ถูกจับได้อยู่ในราชอาณาจักรมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งให้ทราบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดข้อหา“เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมและนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎมายต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ดี /หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน /////

พ่อเมืองตราดคนใหม่ รับฟังปัญหาพื้นที่เกาะช้าง ขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน ดูแลนักท่องเที่ยว ผู้มาเยือน

         วันที่ 30 ต.ค.62 ที่ห้องประชุมที่ว่ากา รอำเภอเกาะช้าง จ.ตราด ว่าที่ร้อยตรี พิเชียน ลิมป์หวังอยู่ ผู้ว่าราชการ จ.ตราด คนใหม่ พร้อม นายธีระชัย ลิ้มประสิทธิศักดิ์ ปลัดจังหวัดตราด, ท้องถิ่น จ.ตราด ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ข้าราชการระดับอำเภอ และมอบนโยบาย แลกเปลี่ยนข้อมูล แสดงความคิดเห็น เพื่อรับทราบปัญหา อุปสรรคการทำงานในพื้นที่ กับหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน โดยมี นายทศพล สินยบุตร นายอำเภอเกาะช้าง, นายสัญญา เกิดมณี นายกเทศมนตรี ต.เกาะช้าง รายงานสภาพทั่วไปของพื้นที่ และการบริหารจัดการของท้องถิ่นให้รับทราบ ปัญหาหลักๆของพื้นที่เกาะช้างก็มี เรื่องที่ดินทับซ้อน-น้ำเสีย-ขยะเกิดขึ้นจำนวนมากช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว

         ด้านนายวันรุ่ง ขนรกุล กำนัน ต.เกาะช้าง ได้กล่าวรายงาน ถึงปัญหาช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาว นักท่องเที่ยวมักจะต้องรอเรือเฟอร์รี่ข้ามฟาก นานหลายชั่วโมง และความต้องการเร่งด่วนของชาวเกาะช้าง ขอให้ผู้ว่าราชการ จ.ตราด ช่วยผลักดันก็คือ โครงการถนนรอบเกาะช้าง ระหว่างบ้านบางเบ้า-บ้านสลักเพชร ต.เกาะช้างใต้ ระยะทางราว 9 กม.เพื่อช่วยบรรเทาการจราจรติดขัดบนท้องถนน ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวจอดยานพาหนะบนถนนเพื่อรอคิวลงเรือเฟอร์รี่เป็นเวลาหลายชั่วโมง ปัญหาการขาดแคลนน้ำใช้ เพื่ออุปโภค บริโภค ของสถานประกอบการโรงแรม-รีสอร์ท ในช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากเกาะช้างไม่มีระบบประปาภูมิภาค ต้องซื้อน้ำจากรถบรรทุก นำไปใส่ในถังขนาดใหญ่ บางส่วนใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติบนภูเขา บางส่วนเจาะบ่อบาดาลก็มีปัญหาน้ำกร่อย

         ว่าที่ร้อยตรี พิเชียน ลิมป์หวังอยู่ ผู้ว่าราชการ จ.ตราด ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า จะช่วยติดตามความคืบหน้าโครงการต่างๆที่ชาวเกาะช้างต้องการเร่งด่วนให้ พร้อมกับขอให้เจ้าหน้า ที่ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและผู้นำชุมชน ร่วมมือกันในการดูแลด้านความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน แก่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเกาะช้าง เพื่อป้องกันการเกิดเหตุร้าย ขอให้หน่วยงานผู้เกี่ยวข้องสำรวจกล้อง CCTV ที่ติดตั้งไว้ตามจุดต่างๆให้ใช้งานได้ตลอดเวลา สร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว รวมไปถึงขอให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดกวดขันวินัยจราจรอย่างจริงจัง เพื่อเดินหน้าลดอุบัติเหตุทางท้องถนน โดยเฉพาะช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวจะมีสถิติผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ 50-60 ราย/เดือน และขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันขับเคลื่อนโครงการต่างๆตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างสูงสุด

ภาพ/ข่าว วรโชติ เกาะช้าง-วิเชียร ม่วงสี ทีมข่าวภูมิภาค/รายงาน

เพชรบูรณ์ – ฮือฮา พบต้นมะละกอประหลาด ออกลูกไม่มีเมล็ด แต่กลับพบคล้ายเขี้ยวหมูตัน คอหวยไม่พลาด มุงดูตัวเลข เตรียมเสี่ยงโชค

เพชรบูรณ์ ฮือฮาพบต้นมะละกอประหลาด ออกลูกไม่มีเมล็ด แต่กลับพบคล้ายเขี้ยวหมูตัน คอหวยไม่พลาดมุงดูตัวเลขเตรียมเสี่ยงโชค

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านหมู่ที่ 2 บ้านคลองน้ำคัน ตำบลซับเปิบ อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ต่างพากันฮือฮาเป็นอย่างมาก เมื่อพบว่ามีต้นมะละกอแปลกประหลาด กำลังออกลูกดกเต็มต้น หากมองดูภายนอก จะเหมือนลูกมะละกอทั่วไป แต่พอนำมาผ่าครึ่งเตรียมรับประทาน กลับพบว่าภายในไม่มีเมล็ด แต่มีสิ่งผิดปกติมองคล้ายกับเขี้ยวหมูตันสีขาวทดแทน สร้างความประหลาดใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก โดยบางคนบอกว่าตั้งแต่เกิดมา ก็ยังไม่เคยพบสิ่งผิดปกติเช่นนี้มาก่อน

          จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบกับ นายสมศักดิ์ ทุยตระกลู อายุ 56 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่156 หมู่ 2 บ้านคลองคัน ต.ซับเปิบ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ เจ้าของบ้าน ได้นำผู้สื่อข่าวไปดูต้นมะละกอประหลาดที่สวนหลังบ้าน ซึ่งมีอยู่เพียง 1 ต้น และขึ้นเองตามธรรมชาติอยู่ ขนาดความสูงราว 3 เมตร โดยบนต้นมีลูกมะละกอ ทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ กว่า 10 ลูก แต่มีอยู่ 1 ลูก ที่กำลังสุกงอม เมื่อผ่าออกมากลับพบว่าภายในลูกมะละกอ แทนที่จะมีเมล็ดเล็กๆเหมือนมะละกอทั่วไป แต่กลับพบสิ่งผิดปกติ มองคล้ายลักษณะเขี้ยวหมูตัน สีขาว วางขวางอยู่ในลูกมะระกอแทน สร้างความประหลาดใจ และตกตะลึงเป็นอย่าง จึงบอกให้คนในบ้านมาดู และพอเพื่อนบ้านทราบข่าวดังกล่าว ต่างพากันฮือฮา และจัดเตรียมดอกไม้ ธูปเทียน พร้อมแต่งขันธ์ 5 มาทำพิธีขอโชคขอลาภตามความเชื่อ โดยใช้แป้งฝุ่นลูบไปตามลำต้นมะละกอประหลาดเบาๆ เพื่อมองหาตัวเลข บางคนก็เปิดกล้องโทรศัพท์มือถือส่องดู พร้อมถ่ายภาพส่งต่อลงโซเชียลกันอย่างคึกคัก หวังนำเลขเด็ดไปเสี่ยงโชคเสี่ยงดวงกันต่อไป

          นายสมศักดิ์ ทุยตระกลู อายุ 56 ปี เล่าว่า ขณะที่เดินเล่นสวนหลังบ้าน ได้สังเกตเห็นต้นมะละกอประหลาดต้นนี้ ซึ่งขึ้นเองตามธรรมชาติ ได้ออกลูกดกเต็มต้น และมีอยู่ 1 ลูก กำลังสุกงอม จึงได้สอยลงมาเพื่อรับประทานผลสุก แต่พอผ่าครึ่งออกมา ก็ต้องรู้สึกตกใจ และแปลกใจอย่างมาก เมื่อพบกับสิ่งผิดปกติ มองดูคล้ายเขี้ยวหมูตันสีขาว ซึ่งตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่เคยเห็นมาก่อน จึงได้ไปสอยลูกอื่นลงมาผ่าดู ก็พบว่ามีเมล็ดปกติเช่นมะละกอทั่วไป ตนจึงเชื่อว่าสิ่งที่พบเห็นคล้ายเขี้ยวหมูตัน จะนำโชคลาภมาให้มาให้ตนและครอบครัว

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว เพชรบูรณ์

รวบ 2 วัยรุ่นกาฬสินธุ์ แวะเติมน้ำมันปั้ม ปตท. ขณะมารับยานรก 1,936 เม็ด

          เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2562 เวลา 08.30 น. กกล.สุรศักดิ์มนตรี โดย ฉก.ทพ.21 ร้อย. ทพ.2107 โดย ผบ.ร้อย ฯได้รับการประสานจาก สภ.บ้านแพง ว่าได้ตรวจพบชายวัยรุ่น 2 คน ยืนอยู่ข้างรถ จักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 สีดำ ทะเบียน 1 กก 70 กาฬสินธุ์ บริเวณหน้าห้องน้ำของปั้มน้ำมัน ปตท.สาขาบ้านแพง ม.4 ต./อ.บ้านแพง จว.นครพนม ท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัว เพื่อขอทำการตรวจสอบ ตรวจพบก้อนลักษณะคล้ายยาเสพติดห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกใส จำนวน 2 ก้อน ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าผ้าคาดเอวสีแดง ที่นายนวพล ผู้ถูกจับที่ 2 คาดอยู่ที่เอวด้านหน้า ปรากฏว่าเป็นยาเสพติด (ยาบ้า) เจ้าหน้าที่จึงจัดกำลังพล ชป.2 (เนินคนึง) พร้อมกับ มว.ตชด.2374 ร่วมตรวจยึดจับกุม สอบถาม

  • ผู้ต้องหาที่ 1 ชื่อนายไชยวัฒน์ อรรถประจง อายุ 23 ปีบ้านเลขที่ 105 ม.2 ต.นาบอน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์
  • ผู้ต้องหาที่ 2 ชื่อนายนวพล คาดีวี อายุ 17 ปีบ้านเลขที่ 79 ม.11 ต.นาบอน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์
  • ของกลาง ยาบ้าลักษณะกลมแบนผิวเรียบด้านหนึ่งมีอักษร WY (สีแดง จำนวน 1,917 เม็ด, สีเขียว จำนวน 19 เม็ด) รวมของกลางยาบ้า จำนวน 1,936 เม็ด, รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 110 จำนวน 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง

          จากการสอบถามผู้ต้องหาทราบว่า ได้เดินทาง มาจาก อ.คำม่วง จ.กาฬสินธ์ เพื่อมารับยาบ้า ที่หลักกิโลเมตรที่ 6 ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อ อ.ศรีสงคราม กับ อ.บ้านแพง จว.นครพนม เมื่อเวลา 05.00 น. ต่อมา น้ำมันรถจักรยานยนต์ใกล้จะหมด จึงได้มาเติมน้ำมันที่ปั๊ม ปตท.แล้วถูกตำรวจจับกุม จากนั้นเจ้าหน้าที่ ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครอง โดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแพง เพื่อสอบสวนขยายผลและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


Cr.ฐนกร จิตร์จะโปะ
/////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน //////

มุกดาหาร ทหารพราน ปฏิบัติการ สกัดจับ กระเทียมเถื่อน ลักลอบนำเข้า กลางแม่น้ำโขง

(แถลงข่าว)มุกดาหาร ทหารพรานสกัดจับ ยึดกระเทียมเถื่อนกว่า 2 ตัน ลักลอบขนจากประเทศเพื่อนบ้าน ข้ามฝั่งแม่น้ำโขง หลีกเลี่ยงพิธีการด่านศุลกากร มีมูลค่า 250,000 บาท

          เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2562 พ.ต.อัครเดช อัครสาร ผบ.กองร้อยทหารพรานที่ 2110 มุกดาหาร นำเจ้าหน้าที่ทหารพรานร่วม กอ.รมน.ฝ่ายความมั่นคง จ.มุกดาหาร และกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี สกัดตรวจจับ ยึดกระเทียมเถื่อนจำนวน 100 กระสอบ น้ำหนักกว่า 2,000 กิโลกรัม มาแถลงข่าว หลังสืบทราบว่ามีการลักลอบขนมาทางเรือหางยาว ข้ามแม่น้ำโขงจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาในพื้นที่ บ้านบางทรายใหญ่ บริเวณใต้ท้องสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่2 ม.2 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร โดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร

          จึงนำกำลังไปดักซุ่มดู ได้พบเรือกีบเหล็กติดเครื่องยนต์หางยาว ขนกระสอบกระเทียมสีชมพูเต็มลำเรือ ขับมาด้วยความเร็วข้ามมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีชายไม่ทราบสัญชาติ เป็นคนขับเรือส่วนอีกคนนั่งหัวเรือเห็นเจ้าหน้าที่ชายทั้ง 2 กระโดดลงน้ำโขงหลบหนี ส่วนกลุ่มชายฉกรรจ์ จำนวน 7-8 คน อยู่ริมฝั่งเตรียมแบกกระสอบกระเทียมขึ้นฝั่ง นำไปซุกในโกดังริมฝั่งโขง เห็นเจ้าหน้าที่ต่างพากันวิ่งหลบหนี

         เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดกระเทียมทั้งหมด พร้อมเรือกีบเครื่องยนต์หางยาว มาที่กองร้อย ทหารพรานเพื่อตรวจสอบดูว่ามีสิ่งผิดกฎหมายอื่นหรือไม่ แต่ก็ไม่พบแต่อย่างใดเจ้าหน้าที่ จึงนำของกลางกระเทียมมีมูลค่า 250,000 บาท ส่งด่านศุลกากร จ.มุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


พวงเพชร จันทรดี / หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///////

กก.4 บก.สส.สตม. – ใช้ฐานข้อมูล Biometrics จับกุมชาวจีน ใช้พาสปอร์ตอินโดนีเซีย หลบหนีคดี

กก.4 บก.สส.สตม.ใช้ฐานข้อมูล Biometrics จับกุมชาวจีน ใช้พาสปอร์ตอินโดนีเซียหลบหนีคดี

         วันนี้​ วัน​พุธที่ 30 ต.ค.62 เวลา 14.30 น.ณ ห้องโถงชั้นล่าง อาคาร 2 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย ขันตี, พล.ต.ต. อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์, พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ, พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปฺฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา รองผบช.ตชด. ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รองผบก.สส.ภ.2 ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.พงษ์นคร นครสันติภาพ รองผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ปฏิญญา จีรชนาสิน ผกก.กก.4 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ผกก.สส. บก.น.4,พ.ต.ท.เอกสิทธิ์ ปานสีทา รองผกก.4 บก.สส.สตม., พ.ต.ท.จักริน พิริยะจิตตะ รอง ผกก.สส.บก.น.4 และ พ.ต.ต.นนท์สมรรถ โบว์สุวรรณ สว.กก.4 บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้าย ดังนี้

         พ.ต.อ.ปฏิญญาฯ​ กล่าว​ว่า​ เมื่อต้นเดือนตุลาคม 2562 กองกำกับการ 4 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับแจ้งว่า นายลัคแมน (Lukman) ถือหนังสือเดินทางประเทศอินโดนีเซีย มีข้อมูลเอกลักษณ์บุคคลคล้ายกับ นายเหอ (He) สัญ ชาติจีน จึงได้จัดชุดปฏิบัติการสืบสวนเฝ้าติดตามพฤติกรรม ซึ่งจากการสืบสวน เชื่อว่า นาย ลัคแมน น่าจะเป็นคนสัญชาติอื่น ที่ใช้หนังสือเดินทางประเทศอินโดนีเซียปลอม จึงได้ตรวจสอบข้อมูลหนังสือเดินทางประเทศอินโดนีเซียดังกล่าว ไปยังสถานทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย

         ผลการตรวจสอบจากสถานทูตอินโดนีเซีย แจ้งยืนยันว่าเป็นหนังสือเดินทางปลอม โดยหนังสือเดินทางหมายเลขดังกล่าวเป็นของ KARHAN ที่ออกโดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง Sumbawa Besar เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการสืบสวน กองกำกับการ 4 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จึงติดตามจับกุมตัวนายลัคแมน พบตัวนายลัคแมน ที่บริเวณปากซอยพัฒนาการ 54 แขวงและเขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร

         สอบถามแจ้งว่าตนเองชื่อ นายลิน (Lin) จึงขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง นายลิน ได้แสดงหนังสือเดินทางประเทศอินโดนีเซีย ให้เจ้าหน้าที่ดู จึงได้ทำการจับกุมตัว นำส่งพนัก งานสอบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อดำเนินคดี โดยจากการขยายผลทราบว่าผู้ต้อง หาใช้หนังสือเดินทางปลอม เพื่อหลบหนีการกระความผิดจากประเทศจีน และยังพบว่า ผู้ต้อง หามีการติดต่อกับกลุ่มปลอมแปลงหนังสือเดินทาง เนื่องจากหนังสือเดินทางประเทศอินโดนี เซียปลอมที่ใช้อยู่ ใกล้หมดอายุ โดยกลุ่มปลอมแปลงหนังสือเดินทางได้ส่งภาพตัวอย่างหนังสือเดินทาง 2 ชาติ แต่ภาพใบหน้าเป็นบุคคลคนเดียวกัน ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลต่อไป

          พ.ต.อ.ปฏิญญาฯ​ ฝากประชาสัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​