องคมนตรี – ติดตามความก้าวหน้าโครงการปรับปรุงสนามบินทำใหม่ จ.จันทบุรี

องคมนตรีติดตามความก้าวหน้าโครงการปรับปรุงสนามบินทำใหม่ จ.จันทบุรี เพื่อรองรับการปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและพี่น้องประชาชนภาคตะวันออก

         วันนี้ เวลา 16.00 น. ที่หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจันทบุรี สนามบินทำใหม่จังหวัดจันทบุรี พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุก องคมนตรี และประธานกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้า การดำเนินงานโครงการปรับปรุงสนามบินทำใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานบินปฏิบัติการฝนหลวง ตามแผนการปฏิบัติการฝนหลวงประจำปี ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อทำการบินปฏิบัติการทำฝนหลวง ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรของจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดในความรับผิดชอบของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออก 8 จังหวัด ได้แก่ นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราดตั้งแต่ ปีพ.ศ. 2515 จนถึงปัจจุบัน

         โดยในการปฏิบัติการฝนหลวง สนามบินทำใหม่จะเป็นฐานบินปฏิบัติการฝนหลวงตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม เนื่องจากสนามบินอยู่ทางด้านต้นลมในฤดูแล้ง ช่วงเดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคม ทำให้สามารถบินปฏิบัติการทำฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้งและขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรของภาคตะวันออกได้อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมพื้นที่ปลูกไม้ผลของจังหวัดจันทบุรี ระยอง ตราด และสระแก้วตอนล่างได้ทั้งหมด

         ปัจจุบันพื้นที่การเกษตรของภาคตะวันออกมีจำนวน 12.8 ล้านไร่หรือร้อยละ56 ของพื้นที่ทั้งหมด 22.8 ล้านไร่ ซึ่งได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก มีพื้นที่การเกษตรในเขตชลประทานจำนวน 884,354 ไร่ และพื้นที่การเกษตรนอกเขตชลประทานจำนวน 12 ล้านไร่พืชเศรษฐกิจที่ปลูกได้แก่ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สับปะรด ทุเรียนมังคุด ลำไย เงาะ ลองกอง ยางพารา และปาล์มน้ำมัน มีมูลคำภาคการเกษตรจำนวน 7.2 หมื่นล้านบาทต่อปี

         สำหรับสนามบินทำใหม่ เดิมมีพื้นที่รันเวย์เป็นดินลูกรังบดอัดแน่น ประกอบกับประสบปัญหาเป็นฝุ่นในฤดูแล้งและลื่นในช่วงหน้าฝน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จึงมีแผนการดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาเป็นรันเวย์ราดแอสฟาติกส์คอนกรีต เพิ่มระยะทางทั้งหมดจากรันเวย์ดินลูกรัง 1,500 เมตร เป็นรันเวย์คอนกรีต 1,300 เมตรและเพิ่มระยะวิ่งจาก 980 เมตรที่รองรับได้เพียงเครื่องบินขนาดเล็กคาราแวน(CARAVAN) เป็นระยะ 1,200 เมตร เพื่อรองรับเครื่องบินขนาดกลางคาช่า (CASA) และเกิดความปลอดภัยในการบินขึ้น-ลงของเครื่องบินกรมฝนหลวงและการบินเกษตร อีกทั้งเพื่อให้มีความเป็นมาตรฐานของสนามบินซึ่งจะส่งผลให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วยความมั่นใจ เกิดผลสัมฤทธิ์จากการปฏิบัติการฝนหลวงที่มีประสิทธิภาพ สามารถเพิ่มปริมาณน้ำให้กับพื้นที่การเกษตรเพิ่มปริมาณน้ำในแหล่งเก็บกักน้ำต่างๆได้มากขึ้น ส่งผลดีต่อทุกภาคส่วน

         พร้อมทั้งยังสามารถเป็นสนามบินสำรองหรือสนามบินฉุกเฉินและสนับสนุนภารกิจทาง การทหารและความมั่นคงได้เป็นอย่างดี ซึ่งสำหรับในปีงบประมาณ 2562 ที่ผ่านมาทางกอง ทัพอากาศ ได้ทำการออกแบบและประมาณการปรับปรุงสนามบินทำใหม่ เป็นเงิน 99,053,100 บาท และสำนักงบประมาณพิจารณาให้ใช้งบประมาณเหลือจ่ายจากกรมฝนหลวงและการบินเกษตร หรือกองทัพอากาศเสนอขอสนับสนุนงบประมาณโดยตรง อันจะเป็นการดำเนินงานตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สืบสาน รักษา และต่อยอด โครงการฝนหลวงในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรต่อไป

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กองทัพเรือ – เปิดให้ญาติเยี่ยมพลทหารใหม่ พร้อมเปลี่ยนแปลง ทั้งร่างกายและจิตใจ

          วันนี้ (3 พ.ย.62) ที่ กองการฝึกกองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พลเรือตรี สุพพัต ยุทธวงศ์ ผู้บัญชาการกองการฝึก กองเรือยุทธการเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด วันญาติเยี่ยม พลทหารใหม่ กองเรือยุทธการ ผลัด 2/62 ณ กองการฝึกกองเรือยุทธการ โดยมีคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ครูฝึก และ ญาติ ผู้ปกครอง และพลทหารใหม่ ให้การตอนรับเป็นจำนวนมาก

         ตามที่กองการฝึกกองเรือยุทธการ ได้รับอนุมัติให้เปิดหลักสูตรพลทหารใหม่ กร. ผลัด 2/62 ตั้งแต่ 1ต.ค.-30 ธ.ค.62 จำนวน 580 นายนั้น บัดนี้การดำเนินการฝึกหัดศึกษาอบรมของพลทหารใหม่ ได้ดำเนินการมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วนั้น โดยได้ฝึกหัดศึกษาอบรมในสาขาวิชาเหล่าทหารสามัญ สาขาเหล่าทหารการปืน และสาขาเหล่าทหารกลิน เพื่อเป็นพื้นฐานความรู้ที่จำเป็นต้องนำไปใช้ในการปฏิบัติราชการใน กองเรือยุทธการต่อไป สำหรับการจัดกิจกรรมวันเยี่ยมญาติ ของพลทหารใหม่ในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้พลทหารใหม่ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับญาติ อีกทั้งเป็นกิจกรรมเพื่อผ่อนคลายในห้วงการฝึก ก่อนจะแยกหน่วยไปปฏิบัติราชการตามหน่วยขึ้นตรงของ กองเรือยุทธการ

          ซึ่งในวันนี้มีกิจกรรมประกอบด้วย การแสดงบุคคลท่ามือเปล่า เป็นการแสดงถึงความเป็นทหารผู้มีวินัย กิจกรรมกองเชียร์ และกายบริหารราชนาวี ซึ่งพลทหารใหม่ได้เป็นตัวแทน ของ กองเรือยุทธการ เข้าแข่งขันในสัปดาห์กีฬาราชนาวี และมีกิจกรรมเยี่ยมชมเรือรบ ประกอบด้วย รล.นเรศวร และร.ล.อ่างทอง

         พลเรือตรี สุพพัต ยุทธวงศ์ ผู้บัญชาการกองการฝึก กองเรือยุทธการกล่าวว่า จากการเฝ้าติดตาม สังเกตุ การฝึกอบรม การตรวจเยี่ยมแต่ละครั้ง ทหารใหม่ ได้มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นทั้งในด้านร่างกาย และจิตใจ อันเป็นผลมาจากการฝึกฝนอย่างหนัก ทำให้มีร่างกายที่เข้มแข็งและอดทน มีระเบียบวินัย ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญของความเป็นทหาร ตลอดจนการได้รับการศึกษาอบรมเพิ่มพูนความรู้ตามพรรคเหล่าของตนเอง เมื่อจบการศึกษาอบรมไปแล้ว พร้อมที่จะนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการรับราชการ และการดำรงชีวิตประจำวัน รวมถึงขนบธรรมเนียมประเพณีทหารเรือ ความเป็นชาวเรือ ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษ ไม่เหมือนกับทหารเหล่าทัพอื่น

          ขอให้ระลึกอยู่เสมอว่า ทหารเรือ เป็นทหารที่ต้องปฏิบัติงานอยู่ในเรือรบ การอยู่ในเรือรบกลางทะเลเป็นเวลานานๆ มีทั้งคลื่น ลมและอุปสรรคต่างๆ อีกมากมาย ขอให้ทหารใหม่จงนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ประเทศชาติ และเป็นที่พึ่งของประชาชน การเข้ารับการฝึกอบรมถึงแม้ต้องจากบ้านมา จากคนที่รักเรา ตลอดจนคนที่เรารัก แต่เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ทหารใหม่มีระเบียบวินัย ความรักความสามัคคี รู้จักเสียสละ และรู้จักหน้าที่ของตนเอง ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขและสิ่งเสพติด

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สานสัมพันธ์ ทร.ไทย ทร.รัสเซีย ทัพเรือ

สานสัมพันธ์ ทร.ไทย ทร.รัสเซีย ทัพเรือ ภาคที่ 1 ส่งเรือรบ เฮลิคอปเตอร์ ฝึกร่วม ต้อนรับ ทร.รัสเซีย กระชับความสัมพันธ์

         พลเรือโทสุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ได้ส่ง เรือหลวงรัตน โกสินทร์ และเฮลิคอปเตอร์แบบ S-76 ร่วมฝึก PASSEX กับหมู่เรือ กองทัพเรือรัสเซีย ประกอบด้วย เรือ varyag และ เรือ admiral panteleyev เนื่องในโอกาสที่หมู่เรือเดินทางกองทัพเรือรัสเซีย เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการและเข้าจอดเทียบท่า ณ ท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพเรือทั้งสองประเทศ

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ช่อง 7 HD รวมพลคนมีบุญ ร่วมทอดกฐินสามัคคี สร้างพระใหญ่ประดิษฐาน ณ วัดชีแวะ​ จ.ลพบุรี

          เมื่อวันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2562 เวลา 13.30 น. : คุณยุพา ธาระพุทธ และ คุณปณิธาน สุขธนะกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ร่วมเป็นประธานในพิธีทำบุญทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2562 เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษาครบไตรมาสที่วัดชีแวะ และเพื่อเป็นการสืบทอดประเพณีอันดีงามทางพระพุทธศาสนา

          โดยได้ร่วมพิธีถวายผ้ากฐิน​ และบริจาคปัจจัยเพื่อสมทบทุนสร้างพระสร้างบุญเกื้อหนุนพระศาสนา สร้างพระพุทธชินวัฒน์มหามงคล หน้าตัก 22 เมตร ความสูง 35 เมตร เพื่อประดิษฐาน ณ วัดชีแวะ ตำบลงิ้วราย อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี

          โดยท่านพระครูบุญสิริวัตน์ (บุญมี) เจ้าอาวาส เมตตาเป็นองค์ประธาน พร้อมด้วย​ คุณศิริ สาระผล,คุณเนติ-คุณอัญชลี แก้วเคน,ดร.วิจิตร-คุณฉอ้อน เกตุแก้ว,นพ.พรเทพ แซ่เฮ้ง,ดร.จำลอง-คุณสุมาลี อนันตสุข,คุณขจรศักดิ์ สงมูลนาค และ ดร. ปัณฑิพาณ์ ธาราภิบาล พร้อมคณะญาติธรรม ศิษยานุศิษย์จากแดนไกลและใกล้เคียง ตลอดจนพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ใกล้เคียงเดินทางมาร่วมงานบุญกันอย่างคับคั่ง ยอดปัจจัยในการทำบุญในปีนี้ได้ทั้งสิ้น 716,071 บาท

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สตม.ร่วม ปคม.รวบโกต๊อก เสี่ยพันล้านปาดังเบซาร์​ ผู้ต้องหารายสำคัญ หลบหนี หมายจับค้ามนุษย์โรฮีนจา

         วันอาทิตย์ที่ 3 พ.ย.62 เวลา 12.00 น. ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 บก.ตม.1 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม. ​: สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผบช.สตม.​ พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รองผบก.ตม.3, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด​ ผกก.สส.บก.ตม.3 และ พ.ต.อ. เบญจพล รอดสวาสดิ์ ผกก.ตม.จ.สระแก้ว

         กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง​ โดย​ พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบช.ก.​ พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม.,พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์, พ.ต.อ.อภิรักษ์ เวชกาญจนา, พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบก.ปคม., พ.ต.อ.อัครเดช เกตุเอี่ยม ผกก.2 บก.ปคม., พ.ต.อ.กึกก้อง ดิศวัฒน์ ผกก.6 บก.ปคม., พ.ต.ท.เกียรติก้อง ทองคำ สว.กก.2 บก.ปคม.และ พ.ต.ท.ปัณวัจน์ มารินทร์วิมล สว.กก.6 บก.ปคม.

          ได้ร่วมกันทำการจับกุมตัว นายสุพัฒน์ หรือโกต๊อก สันติปิยกุล อายุ 59 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนาทวีที่ 401/2558 ลงวันที่ 11 ส.ค.58​ ในฐานความผิด “สมคบและร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป กระทำการอันเป็นการค้ามนุษย์โดยกระทำต่อบุคคลอายุไม่เกิน 15 ปี ร่วมกันช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ แก่บุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยปิดกฎหมาย ร่วมกันหน่วงเหนี่ยว กักขัง ผู้อื่นโดยทำให้ปราศจากเสรีภาพในทางร่างกายและเรียกค่าไถ่” เมื่อวันที่ 2 พ.ย.62 สถานที่จับกุม บริเวณด่านพรมแดนอรัญประเทศ

          พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ฯ​ กล่าวว่าโดยในคดีนี้ เหตุเกิดที่ประเทศบังคลาเทศ,ประเทศเมียนมา และประเทศไทย​ ใน​จังหวัดระนอง,พังงา,สุราษฎร์ธานี,นครศรีธรรมราช,พัทลุง,สงขลา,สตูล และแคมป์ที่พักชั่วคราวป่าเทือกเขาแก้ว หมู่ที่ 8 ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา และประเทศมาเลเซีย เกี่ยวพันกัน เมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายน 2555 ถึงวันที่ 1 พฤษภาคม 2558 เวลากลางวัน​ และกลางคืนต่อเนื่องกัน

         ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้จับกุมดำเนินคดีผู้ต้องหาในคดีนี้ ซึ่งมีผู้ต้องหารายสำคัญ ประกอบด้วย นายบรรณจง หรือโกจง ปองผล อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์, พล.ท.มนัส คงแป้น, เจ้าหน้าที่รัฐประกอบด้วยทหาร-ตำรวจ, ผู้บริหารการเมืองท้องถิ่น, พลเรือนทั้งไทยและสัญชาติเมียนมา รวม 103 คน ในความผิดฐานสมคบกันค้ามนุษย์ที่กระทำกับบุคคลอายุไม่เกิน 15 ปี, ไม่เกิน​ 18 ปี และเกินกว่า 18 ปี อันเป็นความผิด ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551,มีส่วนร่วมอาชญากรรมข้ามชาติ อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 และความผิดอื่นตามประมวลกฎมายอาญา

          ซึ่งต่อมาศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาคดี ทั้งอัยการโจทก์ และจำเลยยื่นอุทธรณ์ จากผลคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พบว่ามีจำเลยที่แก้โทษทั้งสิ้น 55 คน (รับโทษหนักขึ้น) จากเดิมที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกไว้ 62 คนส่วนจำเลยที่ศาลชั้นต้นยกฟ้อง 40 ราย เมื่อคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แก้ในส่วนของจำเลยต่าง ๆ แล้ว คงเหลือจำเลยที่ยกฟ้องเพียง 26 ราย

          ส่วนนายสุพัฒน์ หรือโกต๊อก สันติปิยกุล นักธุรกิจพันล้าน ใน อ.ปาดังเบซาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหารายสำคัญ ที่ถูกออกหมายจับ พบความเชื่อมโยงทางการเงินนับพันล้าน ได้ไหวตัวทันหลบหนีข้ามแดนไปมาเลเซีย และใช้เครือข่ายความสัมพันธ์ทางธุรกิจคอยให้การช่วยเหลือ/หลบซ่อนตัว และหลบหนีคดีเรื่อยมา ต่อมาชุดสืบสวน บก.ปคม.สืบทราบว่า โกต๊อก ได้เข้ามากบดานอยู่ที่ประเทศกัมพูชา จึงได้ร่วมกับ กก.สส.บก.ตม.3 และตม.จ.สระแก้ว ประสานความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา จนพบตัวและควบคุมตัวกลับมาดำเนินคดี ส่งให้กับ ชุดสืบสวน ปคม. ที่บริเวณด่านพรมแดนอรัญประเทศ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          พล.ต.ต.สุรพงษ์ฯ​ ขอฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดกรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นนทบุรี – ชาวมุสลิมคลองลำรี จัดแข่งพายเรือ เชื่อมความสัมพันธ์ในชุมชนและอนุรักษ์ลำคลองให้น่าอยู่

         เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 3 พ.ย.62 ที่คลองลำรี หมู่ 8 ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ที่บริเวณริมคลองลำรี หน้าสุเหร่าเขียว (นูรุ้ลอิสลาม) นายสมศักดิ์ อยู่เจริญ นายก อบต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เป็นประธานเปิดการแข่งขันเรือพายสเเตนเลส ซึ่งทางกลุ่มหนุ่มพัฒนาชุมชนนูรุ้ลอิสลามได้จัดขึ้น โดยมีประชาชนทั้งสองฝั่งคลองและชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ใกล้เคียงต่างให้ความสนใจเดินทางเข้าร่วมแข่งขัน อีกทั้งภายในงานมีการออกร้านค้าในชุมชนเพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกด้วย

          นายมาโนช สมมนัส สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี และเป็นคณะกรรมการจัดงานกลุ่มหนุ่มพัฒนาชุมชนนูรุ้ลอิสลาม(สุเหร่าเขียว) กล่าวว่า การจัดกิจกรรมแข่งขันพายเรือจัดขึ้นตั้งแต่ วันที่ 2-3 พ.ย.62 มีผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 32 ทีม รวม 16 คู่ ชิงเงินสดและถ้วยรางวัลทั้งสิ้นรวม 4 รายการ

  • รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 เป็นเงินสดจำนวน 6,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล
  • รางวัลที่ 2 เงินสดจำนวน 4,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล
  • รางวัลที่ 3 เงินสดจำนวน 3,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล
  • รางวัลที่ 4 เงินสดจำนวน 2,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล

          โดยวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อหารายได้เข้ากองทุนพัฒนาชุมชนนูรุ้ลอิสลาม และเสริมสร้างความรักความสามัคคีให้กับชุมชน และอนุรักษ์ลำคลอง ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่3 แล้ว ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะชาวบ้านในชุมชนให้การตอบรับเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังมีแอดมินเพจ”น้าพันอาร์ซี”ได้นำเรือไฟฟ้าบังคับวิทยุ จำนวน 9 ลำ มาเเสดงให้ชาวบ้านชุมชนคลองลำรีได้รับชมอีกด้วย โดยราคาเรือไฟฟ้าบังคับวิทยุ ราคาลำละ 15,000 บาท สูงสุด ราคา 40,000 บาท ซึ่งเรียกเสียงปรบมือและเสียงฮือฮาให้กับผู้ที่รับชมเป็นอย่างมาก

         ทางด้านนายสมบัติ  เจริญสุข อิหม่ามมัสยิดสุเหร่าเขียว กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ วัตถุประสงค์หลัก ก็เพื่อสร้างความรัก ความสามัคคีให้กับชุมชนและครอบครัว โดยประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงได้ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันเรือพาย ทำให้เกิดความรักความสามัคคีในชุมชนและเป็นการทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างคนในพื้นที่ สุดท้ายนี้ในฐานะอิหม่ามมัสยิดสุเหร่าเขียวก็ต้องขอขอบคุณประชาชนทุกท่านที่ให้การตอบรับเป็นอย่างดี และอีกทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ให้การสนับสนุนในทุกๆเรื่องจนทำให้การจัดงานครั้งนี้สำเร็จและผ่านไปได้ด้วยดี

ภาพ/ข่าว สาโรจน์ สว่างศรี / ผู้สื่อข่าว จ.นนทบุรี

“หลวงพ่ออ๊อด” วัดสายไหม จัดสร้างเหรียญ รุ่น”เลื่อนสมณศักดิ์พระครูโสภณภัทรเวทย์” ปัจจัยร่วมสร้างวัดสายไหม 2

          พระครูปลัดอิทธิพล ปธานิโก หลวงอ๊อด วัดสายไหม ปทุมธานี พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง เจ้าตำรับวัตถุมงคล “ตะกรุดลูกปืนหยุดมัจจุราช” ท่านเป็นพระนักพัฒนา นักการศึกษา พร้อมสนับสนุนสร้าง อาคารผู้ป่วย โรงเรียน และวัดในถิ่นทุรกันดารมากมาย เป็นพระที่มีเมตตาสูง ทำบุญช่วยสนับสนุนกิจการงานของสงฆ์ เผยแผ่พระพุทธศาสนา จัดอบรมนั่งสมาธิกรรมฐาน เจริญกุศลภาวนา เป็นพระนักพัฒนา และพระนักการศึกษาด้วย ศึกษาความรู้ต่างๆ ด้วยตนเอง ปัจจุบันท่านกำลังจบการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาจุฬาฯ

          ด้วยคุณงามความดีที่ท่านทำให้ไว้ในบวรพุทธศาสนาตลอดมา หลวงพ่อจึงได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์ “พระครูโสภณภัทรเวทย์” ยังความปราบปลื้มใจให้บรรดาลูกศิษย์ทั่วทุกสารทิศ เป็นอย่างยิ่ง

          หากกล่าวถึงเครื่องราง “ตะกรุดลูกปืน” ต้องนึกถึงหลวงพ่ออ๊อด วัดสายไหม เจ้าตำรับตะกรุดลูกปืนหยุดมัจจุราช ซึ่งต่างทราบกันดีว่าตะกรุดลูกปืนของหลวงพ่อ มีผู้ที่มีประสบการณ์มากมาย ช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัย จากหนักเป็นเบาบ้างก็มี อุบัติเหตุตามท้องถนน จะเห็นตามข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ หรือทางทีวีอยู่บ่อยครั้ง

          ส่วนชนวนมวลสารปลอกลูกปืนนั้น หลวงพ่ออ๊อด ท่านเคยถูกนำมาใช้สร้างเหรียญ หลวงพ่ออ๊อด ปธานิโก (เหรียญรุ่น 1 ) เมื่อปลายปี 2550 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เป็นเวลาถึง 12 ปี เนื้อปลอกลูกไม่เคยถูกนำมาใช้สร้างเหรียญหลวงพ่ออีกเลย ซึ่งในวาระอันเป็นมงคล “เลื่อนสมณศักดิ์ พระครูโสภณภัทรเวทย์”ทางวัดสายไหมได้นำเนื้อปลอกลูกปืนกลับมาใช้สร้างเหรียญ “เลื่อนสมณศักดิ์”อีกครั้ง เพื่อเป็นการแสดงถึงเอกลักษณ์ความเป็นเจ้าตำรับตะกรุดลูกปืนหยุดมัจจุราชของ”หลวงพ่ออ๊อด ปธานิโก” เจ้าอาวาสวัดสายไหม

สำหรับมวลสารศักดิ์สิทธิ์ได้นำมาหลอมรวมแล้ว ภายในประกอบไปด้วย
1.ปลอกลูกปืน
2.แผ่นทองฝากดวงชะตา
3.แผ่นมหาชนวนของครูอุปัชฌาย์ อาจารย์
4.แผ่นมหาชนวนของหลวงพ่ออ๊อด

มวลสารทั้ง 4 อย่างนี้ ได้นำไปหลอมเป็น เหรียญเลื่อนสมณศักดิ์”พระครูโสภณภัทรเวทย์”
รับประกันความเข้มขลัง

          โดยเป็นที่ทราบกันดีว่า “เหรียญเลื่อนสมณศักดิ์พระครูโสภณภัทรเวทย์” เป็นเหรียญที่ปรารถนาของทุกท่าน โดยเชื่อกันว่า จะช่วยให้ เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง เลื่อนขั้นให้ดียิ่งๆขึ้นไป เป็นที่แสวงหามาครอบครอง ทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรืองในทุกๆด้าน ประกอบกิจการสิ่งใด ก็สำเร็จทุกๆประการ

          จัดสร้างตามจำนวนที่สั่งจองโดยมีเหรียญเนื้อทอง (ตามสั่งจอง) เหรียญละ 29,999 บาท ,เนื้อเงินบริสุทธิ์ (ตามสั่งจอง) เหรียญละ 999 บาท , เนื้อปลอกลูกปืน (ตามสั่งจอง) เหรียญละ 499 บาท , เนื้อทองชมพู (ตามสั่งจอง) เหรียญละ 299 บาท และ เหรียญเนื้อทองแดงรมดำ (แจกให้กับผู้ที่เข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษก และงามมุฑิตาสักการะในงานเลื่อนสมณศักดิ์) สำหรับปัจจัยที่ได้ทั้งหมด หลวงพ่อท่านจะนำไปสมทบทุนสร้างวัดสายไหมแห่งที่ 2 อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุทธยา

          ทั้งนี้สั่งจองได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 1 พ.ย.62 สั่งจองได้ที่จุดบูชาวัตถุมงคล วัดสายไหม อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และจะทำพิธีพุทธาภิเษก วันที่ 9 พ.ย. 62 จากนั้นให้มารับวัตถุมงคล ได้ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย.62 เป็นต้นไป ท่านที่อยู่ไกลทางวัด สามารถจัดส่งให้ได้ สอบถามได้ที่โทร 02-531-2127

////////

สุโขทัย – เตือนภัย!!! ชาร์จแบต มือถือทิ้งไว้ ก่อนระเบิด ไฟไหม้บ้านทั้งหลัง

https://youtu.be/mbA5bPnPaJ0

         วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10:03น. ศูนย์วิทยุ 191 สุโขทัยรับแจ้งว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ข้างโรงเรียนบ้านกระชงค์ ต.บ้านหลุม อ.เมือง จ.สุโขทัย หลังรับแจ้ง พ.ต.ท.สุวิทย์ เพื่อนฝูง ร้อยเวร 30 สภ.บ้านสวน รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจุดเมืองสุโขทัย รวมทั้งประสานรถน้ำดับเพลิงจากพื้นที่ข้างเคียงเข้าทำการสกัดและควบคุมเพลิง

         พบว่าที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้นยกพื้นสูง เลขที่ 43/12 หมู่4 ต.บ้านหลุม อ.เมือง จ.สุโขทัย มีนายฉลาด ขันศรี อายุ 55 ปี เป็นเจ้าของบ้าน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลเมืองสุโขทัย อบต.บ้านหลุม รวม 4 คัน ต้องช่วยกันฉีดน้ำเพื่อสกัดเพลิงที่กำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เนื่องจากขณะเกิดเหตุไม่มีผู้ใดอยู่ภายในบ้าน ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าทรัพย์สิน เครื่องใช้ไฟฟ้าและข้าวของภายในบ้านถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด

          พ.ต.ท.สุวิทย์กล่าวว่า จากการสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์และเพื่อนบ้านบอกว่าก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้นภายในบ้าน จากนั้นก็มีเปลวไฟและลุกลามอย่างรวดเร็วโดยช่วงที่เกิดเหตุไม่มีใครอยู่ภายในบ้าน จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและเจ้าของบ้านได้รับทราบ เมื่อนายฉลาด และนางแสงเดือน เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุนางแสงเดือน ถึงกับเป็นลมล้มฟุบเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้ทำการช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น

          จากการสอบถามนางแสงเดือน ซึ่งพอให้การได้บอกว่าได้ชาร์จโทรศัพท์มือถือทิ้งไว้ในบ้านและลืมดึงปลั๊กออก ก่อนพากันไปร่วมงานทอดกฐินที่วัดกระชงคาราม คาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้ เบื้องต้นจะให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ เพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริงต่อไป

นายพงษ์เทพ สาคร รายงาน

นครนายก – จปร.จัดแข่งขันเดิน-วิ่ง เขาชะโงกซูเปอร์ฮาล์ฟมาราธอน

โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จัดแข่งขันเดิน-วิ่งเขาชะโงกซูเปอร์ฮาล์ฟมาราธอน 62 ครั้งที่ 25 มีนักวิ่งเข้าร่วมการแข่งขันกว่าหนึ่งหมื่นห้าพันคน

         ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เขาชะโงก อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก พลตรีปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอเกล้า ได้เป็นประธานในพิธีปล่อยตัวนักวิ่งระยะทาง 32 กิโลเมตร, 16 กิโลเมตร, 10 กิโลเมตร, 3 กิโลเมตร ในการจัดการแข่งขันเดิน-วิ่งเขาชะโงกซูเปอร์ฮาล์ฟมาราธอน 62 ครั้งที่ 25

         โดยมีนักวิ่งจากทั่วประเทศ เข้าร่วมการแข่งขันกว่าหนึ่งหมื่นห้าพันคน ทั้งนี้เพื่อนำรายได้จาการแข่งขันทูลเกล้าฯ ถวาย พลเอกหญิงสมเด็จพระกษิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยเสด็จพระราชกุศล และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดนครนายก และส่งเสริมให้มีการออกกำลังกาย อันเป็นการสร้างเสริมสุขภาพของภาคีเครือข่าย

          และในเวลา 09.00 น.พลเอกหญิงสมเด็จพระกษิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระดำเนินระยะทาง 1.31 กิโลเมตร พร้อมพระราชทานรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศการแข่งขันด้วย

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สุโขทัย – เริ่มแล้ว ! งานประเพณีลอยกระทง เผาเทียนเล่นไฟสุโขทัย ปี62

         วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 เวลา 16:00 น. นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธาน เปิดงาน “ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ประจำปี 2562” ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ 10 วัน 10 คืน ระหว่างวันที่ 2-11 พ.ย. นี้ ณ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน นักท่องเที่ยวและประชาชนชาวสุโขทัย เข้าร่วมอย่างคับคั่ง พร้อมรับชมขบวนแห่กระทงใหญ่ กระทงเล็ก โคมชัก โคมแขวน พนมหมาก พนมดอกไม้ และขบวนแห่วัฒนธรรมประเพณีและวิถีชีวิตของชาวท้องถิ่นจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชน จำนวน 15 ขบวน ณ บริเวณหน้าวัดสระศรี อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จ.สุโขทัย

          สำหรับกิจกรรมในปีนี้ มีการจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่กว่าที่ผ่านมา โดยไฮไลต์อยู่ที่การแสดง แสง สี เสียง ความรุ่งเรืองของอาณาจักรสุโขทัยในอดีต ซึ่งมีการนำเครื่องโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่มาเพิ่มเทคนิคการฉายภาพประกอบบนโบราณสถาน การแสดงประกอบแสง สี เสียง “ตำนานท้าวศรีจุฬาลักษณ์” การแสดงพลุ ตะไล ไฟพะเนียงอันตระการตา

          นอกจากนี้ ยังมีพิธีเผาเทียนเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา พิธีบวงสรวงบูรพกษัตริย์สุโขทัยทุกพระองค์ พิธีรับรุ่งอรุณแห่งความสุข การจัดลานเทศน์-ลานธรรม การจำลองวิถีไทยของชาวสุโขทัยในอดีต การสาธิตทำเครื่องใช้ภาชนะสังคโลก กิจกรรมตลาดแลกเบี้ย ตลาดโบราณและการแสดงศิลปะการต่อสู้ การประกวดกระทงใหญ่ กระทงเล็ก โคมชัก โคมแขวน พนมหมาก พนมดอกไม้ การแสดงโขนและหุ่นละครเล็ก การแสดงดนตรีไทยและดนตรีลูกทุ่งพื้นบ้าน กิจกรรมข้าวขวัญวันเล่นไฟและสีสันแห่งสายน้ำ การประกวดนางนพมาศ ตลอดจนพิธีรับไฟพระฤกษ์และพระประทีปพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และพระบรมวงศานุวงศ์ เพื่ออัญเชิญลอยเป็นปฐมฤกษ์

นายพงษ์เทพ สาคร รายงาน