นายกรัฐมนตรี มอบโอวาท นักกีฬาไทย ที่จะเข้าร่วมแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 30 ให้มีเข้มแข็งทั้งร่างกาย จิตใจ นำชื่อเสียงสู่ประเทศชาติ

วันนี้ (13 พฤศจิกายน 62) เวลา 09.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบโอวาทเนื่องในโอกาสนักกีฬาไทยจะเข้าร่วมแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 30 ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน -11 ธันวาคม 2562  จำนวน 1,473 คน พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้จัดการทีม ผู้ฝึกสอน นักกีฬา เจ้าหน้าที่เข้าร่วม โอกาสนี้ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์กล่าวสรุปรายงาน

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความยินดีนักกีฬาไทยทุกคนที่ได้เป็นตัวแทนประเทศ ไทย เพื่อไปเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ณ กรุงมะนิลา เมืองคลาร์ก เมืองซูบิด และเมืองลูซอน สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจ ขยัน หมั่นเพียรมีวินัยในการฝึกซ้อมกีฬา จึงทำให้สามารถก้าวสู่การเป็นตัวแทนทีมชาติไทยได้ ซึ่งนักกีฬายังเป็นเสมือนทูตวัฒนธรรม จึงขอให้ทุกคนช่วยกันเผยแพร่วัฒนธรรมและเอกลักษณ์ความเป็นไทยผ่านสังคมออนไลน์ซึ่งเป็นหนึ่งช่องทางสื่อสารในปัจจุบัน  ส่วนการแข่งขันกีฬาขอให้ระลึกอยู่เสมอว่า ชัยชนะจะต้องอยู่บนพื้นฐานของความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา เคารพกติกา ให้เกียรติผู้ชม รู้จักแพ้ รู้จักชนะ เพราะการแข่งขันกีฬาเป็นการสร้างมิตรภาพและความสามัคคีให้เกิดขึ้น

ทั้งนี้ รัฐบาลเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ  ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะของคนทุกช่วงวัย ควบคู่กับการเสริมสร้างสุขภาพอนามัย จึงนำการออกกำลังกายและการเล่นกีฬา มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างสุขภาพให้แก่ประชา ชน เพื่อให้คนไทยมีความเข้มแข็งทั้งร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา คุณธรรม จริยธรรม เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีค่าของประเทศ พร้อมทั้งสนับสนุนให้นำวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้พัฒนาศักยภาพ ด้านกีฬาทุกประเภท ให้นักกีฬาสามารถพัฒนาไปสู่นักกีฬาอาชีพ และมีความเป็นเลิศในเชิงกีฬา

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ การกีฬาแห่งประเทศไทย ผู้สนับสนุนทัพนักกีฬาไทยทั้งภาครัฐ, ภาคเอกชน ผู้ฝึกสอนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาวงการกีฬาของชาติให้มีคุณภาพ  พร้อมอวยพรให้นักกีฬาทุกคนประสบความสำเร็จในการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ในครั้งนี้  โดยขอให้ใช้โอกาสนี้ดู ศึกษาพัฒนาการของแต่ละประเทศเพื่อนำมาปรับใช้กับประเทศเรา นำชื่อเสียงและเกียรติภูมิมาสู่ประเทศชาติต่อไป จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ร่วมถ่ายภาพร่วมกับนักกีฬาทีมชาติไทยทุกคนด้วย

ขอบคุณเรื่องแนะนำจาก  กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

เตือนภัย​!! พิกัดโซน สามแยกปักฯ โคราช

เตือนภัย​ ประชาชนที่ขับขี่รถไปตามทาง​ ระวังทางเปลี่ยว รวมทั้งตามตรอก ซอก ซอย คนเดียว มันอันตรายสุดๆ

วันนี้​ วัน​พุธ​ที่ 13 พ.ย.62 : ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก คุณทอย (ขอสงวนนามสกุล และ ที่อยู่) ว่า ขณะที่กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านมาซื้อของที่เซเว่นอีเลฟเว่น หน้าปากซอยก๋วยเตี๋ยวเมืองโอ่ง เเถวโรงงานแป๊บซี่ ท้องที่ สภ.โพธิ์กลาง

คุณทอยฯ เล่าอีกว่า หลังจับจ่ายซื้อของในเซเว่นฯ​ เสร็จ​ ขึ้นรถจยย.กลับบ้าน ระหว่างที่ขับขี่มาตามเส้นทางก็มีชายวัยรุ่น 2 คน โดยคนขับขี่สวมหมวกกันน๊อก ส่วนคนซ้อนท้ายไม่ได้สวมหมวกกันน๊อก แต่ก็ไม่ทันสังเกตุใบหน้าคนขับขี่รถจยย.​ ได้ขับมาเทียบประกบข้างๆ​ แล้วก็มองหน้าเหมือนจะหาเรื่อง

คุณทอยฯ เล่าต่อว่า ขณะนั้นเองก็มีความรู้สึกเจ็บปวดบริเวณหน้าขาก็เเลยเอามือลูบดูตรงที่เจ็บปรากฎว่า ถูกมีดกรีดจนกางเกงขาดแล้วมีบาดแผลเลือดไหลซิบๆ จึงรีบขี่รถหนีไห้เร็วที่ สุดเท่าที่จะทำได้ แต่วัยรุ่นสองคนก็ยังขี่รถไล่ตามมา จนกระทั่งถึงบริเวณแยกไฟแดงชล ประทาน มองดูกระจกข้าง ก็ไม่พบวัยรุ่นทั้งสองคนแล้ว จึงรีบขี่รถไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.โพธิ์กลาง เรียบร้อยแล้วดังกล่าว

คุณทอยฯ เปิดเผยตอนท้ายว่า จากเหตุการณ์ที่แล้วมาทั้งหมด อยากจะฝากเตือนประชาชนทุกท่านที่ขับขี่รถจยย.คนเดียว โดยเฉพาะสุภาพสตรีทุกท่านไว้เป็นอุทาหรณ์ เพื่อที่จะได้ระวังตัวกันให้มากขึ้น เพราะคนร้ายลงมือก่อเหตุได้ทั้งกลางวัน และกลางคืน หวังที่จะชิงทรัพย์ ดังกล่าว

Cr. ตุ๋ย-อาชญากรรม-นครราชสีมา
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.สุราษฎร์ฯ​ รวบรัสเซีย อยู่เกิน 2,861 วัน

วันนี้​ วัน​พุธ​ที่​ 13​ พ.ย.62​ เวลา 14.30 น.: พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ พันธ์โกศล​ ผกก.ตม.จ.สุราษฎร์ธานี สั่งการให้ ร.ต.อ.อรุณ มูสิกิ้ม รอง สว.ฯ ปฎิบัติราชการ ตม.จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว จับกุมตัวบุคคลต่างด้าวราย MR.Alexey SAFRONENKOV สัญชาติรัสเซีย โดยกล่าวหาว่า​ “เป็นบุคตลต่างด้าวเดินทางเข้ามา​ และอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” อยู่เกิน 2,861 วัน

โดยสามารถจับกุม​ผู้ต้องหา​ได้​ที่บริเวณ ริมถนนแม่น้ำซอย 3 ม. 2 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี​ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำตัวผู้ถูกต้องหา ส่ง พนักงาน​สอบสวน ​สภ.เกาะ สมุย จ.สุราษฎร์​ธานี​ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบผ้าห่มคลายหนาว แก่ชาวพะเยา และเชียงรายในถิ่นทุรกันดาร

วันนี้ วัน​พุธ​ที่ 13 พฤศจิกายน 2562 : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ฯ พร้อมด้วยสมาคมพะเยา มอบผ้าห่มกันหนาว พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค รวมจำนวน 1,000 ชุด แก่ผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่บริเวณวัดแม่นาเรือ ต.แม่นาเรือ และบริเวณศาลาประชาคม อบต.แม่กา บ้านแม่กาน้อย อ.เมือง จ.พะเยา โดยมีหน่วยงานราชการในพื้นที่ร่วมในพิธี

และเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วย มูลนิธิเมืองพานสงเคราะห์ มอบผ้าห่มกันหนาว พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค รวมจำนวน 500 ชุด แก่ผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่บริเวณโรงเรียนธารทองวิทยาคม ต.ธารทอง และบริเวณวัดร่องธาร ต.ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย โดยมีหน่วยงานราชการในพื้นที่ร่วมในพิธี

โดยในเดือนพฤศจิกายน 2562 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง​ กำหนดออกเดินทางบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยในถิ่นทุรกันดาร ภาคเหนือ ประจำปี 2562 รวม 12 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดนครสวรรค์,แพร่,น่าน,พะเยา,เชียงใหม่,เชียงราย,สุโขทัย,ตาก,ลำปาง,ลำพูน,แม่ฮ่องสอน และพิษณุโลก เพื่อมอบผ้าห่มเพื่อบรรเทาภัยหนาว พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค รวม 16,100 ชุด รวมทั้งจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประสานเครือข่ายมูลนิธิฯภายในจังหวัดให้ดำเนินการเป็นผู้แทนแจกจ่าย และมีกำหนดออกเดินทางสายอีสานต่อในเดือนธันวาคม 62 เป็นลำดับต่อไป

โครงการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยหนาว ประจำปี 2562 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดมอบผ้าห่มกันหนาวแก่ผู้ประสบภัยในถิ่นทุรกันดารในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ทั้งภาคเหนือ และภาคอีสาน รวมทั้งสิ้น 43 จังหวัด รวมมูลค่าการดำเนินงานในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 20,000,000 บาท (ยี่สิบล้านบาทถ้วน)

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #ติดต่อ-สอบถาม#ทีมงานสื่อสารองค์กร 086-854-1418 #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

น.1​ แถลง​ บก.สส.บช.น.และบก.สปพ.รวบเมียนมาร์ ขนไอซ์ 80 กิโลกรัม​ จากภาคเหนือมาส่งแถบชานกรุง

วันนี้​ วัน​พุธ​ที่​ 13​ พ.ย.62​ เวลา​ 14.00​ น.​ ณ ลานแถลงข่าว ชั้น 1 อาคาร บช.น.​ : พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.ปิยะ​ ต๊ะ​วิชัย, พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน, พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม, พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผบก.สส.บช.น., พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ., พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์, พ.ต.อ.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี, พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว รองผบก.สปพ., พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจ บก.สปพ., พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สปพ. ร่วมกันสืบสวนจับกุมให้ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรม

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 11​ พฤศจิกายน 2562​ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 3 ราย คือ Mr.MAUNG MAUNG SOE (เมือง เมือง โซ) สัญชาติเมียนมาร์, MRS.OHN MAR SAN (โอ มา ซาน) สัญชาติเมียนมา​ร์ อายุ 46 ปี และ นายศักดิ์ชัย เผือกอุดม อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37/2013 หมู่ที่ 4 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาที่ 3​ พร้อมด้วยของกลาง​ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) บรรจุในถุงข้าวโอด สีเหลือง จำนวน​ 80 กิโลกรัม, รถยนต์โตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน 3 กช-6611 กรุงเทพมหานคร, รถยนต์ฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี สีขาว หมายเลขทะเบียน 3 กถ -6159 กรุงเทพมหานคร​ และโทรศัพท์มือถือ รวมจำนวน 6 เครื่อง

โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” โดย​สามารถ​จับกุม ผู้ต้องหา​ได้ที่ลานจอดรถวัดแจ้งลำหิน ถนนลำลูกกา อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี​ จากการสืบสวนทราบว่าจะมีขบวนการลำเลียงยาเสพติดรายใหญ่จากภาคเหนือลงมาจำหน่ายให้กับลูกค้าที่กรุงเทพมหานคร และใกล้เคียงโดยใช้รถยนต์คันดังกล่าว​ จนกระทั้งเมื่อวันที่ 11 พ.ย.62​ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่ารถยนต์คันดังกล่าวเดินทางออกจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

โดยใช้เส้นทางถนนสายเอเชียมุ่งหน้าภาคกลาง จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเดินทางไปวางกำลัง ในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งต่อมาเวลาประมาณ 16.20.น. พบเห็นรถยนต์โตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ คันดังกล่าวบริเวณอำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม​ จึงได้เฝ้าติดตามมาจนกระทั่งถึงบริเวณลานจอดรถวัดแจ้งลำหิน อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ผู้บังคับบัญชาจึงได้สั่งให้แสดงตัวเพื่อเข้าทำการตรวจค้นจับกุมพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) บรรทุกมาภายในรถ น้ำหนักรวมประมาณ 80 กิโลกรัม เมื่อสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ายาเสพติดดังกล่าวเป็นของนางเตียวมา ชาวไทยใหญ่ซึ่งให้นำมาส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่ อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ​ 100,000 บาทโดยทำมาแล้ว​ 5-6 ครั้ง

สอบสวนผู้ต้องหาที่​ 1 รับว่าไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง ส่วนใหญ่เล่นการพนันในคาสิโน ฝั่งพม่าไม่พบประวัติการกระทำความผิด​ สอบสวนผู้ต้องหาที่ 2 รับว่าเปิดร้านขายของชำอยู่ฝั่งพม่า และเล่นการพนันในคาสิโน ฝั่งพม่าไม่พบประวัติการกระทำความผิด​ และสอบสวนผู้ต้องหาที่ 3 รับว่าตนเองมีอาชีพเลี้ยงไก่ชน และพนันไก่ชน เคยต้องโทษในคดี ยาเสพติดมาแล้วศาลตัดสินจำคุกจำนวน 2 ปีจึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ลพบุรี – สาธิตอาวุธยุทโธปกรณ์และอำนาจการยิงของเหล่าปืนใหญ่ประจำปี 2562

เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 62 ณ. พลับพลาเขาพุโลน สนามยิงปืนใหญ่ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ พล.ต.วิสันติ สระศรีดา ผู้บัญชาการศูนย์การทหารปืนใหญ่ ค่ายพหลโยธิน ต.เขาพระงาม อ.เมือง ลพบุรี ได้กล่าวต้อนรับคณะนักศึกษาหลักสูตร วปอ.สปท., วสท.สปท., สจว., สปท., วทบ., รร.สธ.ทบ., รร.สธ.ทอ. พล.อ.นเรนท์ สิริภูบาล ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ พร้อมทั้งคณาจารย์ คณะนักศึกษาหลักสูตรต่างๆ และเจ้าหน้าที่อื่นๆ เข้าเยี่ยมชมการบรรยายสรุป และชมสาธิตอาวุธยุทโธปกรณ์ และอำนาจการยิงของเหล่าทหารปืนใหญ่ ซึ่งประกอบด้วยระบบค้นหาเป้าหมาย ระบบอำนวยการยิง ระบบควบคุมและแจ้งเตือนภัย ระบบอาวุธ กระสุน และระบบควบคุมบังคับบัญชา รวมทั้งสาธิตการยิงปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน และอำนาจการยิงของเหล่าทหารปืนใหญ่ ประจำปี 2562

ด้วยคณะนักศึกษา พร้อมด้วยคณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ของหลักสูตรต่างๆ ประกอบด้วย

  • หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 62
  • หลักสูตรเสนาธิการทหาร รุ่นที่ 61
  • หลักสูตรหลักประจำวิทยาลัยการทัพบก ชุดที่ 65
  • หลักสูตรการอบรมพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองบัญชาการกองทัพไทยรุ่นที่ 11
  • หลักสูตรประจำโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ชุดที่ 98
  • หลักสูตรพัฒนาวินัยและความมั่นคงนักบริหาร รุ่นที่ 2
  • หลักสูตรเสนาธิการทหารอากาศรุ่นที่ 64
  • หลักสูตรปฏิบัติการร่วม รุ่นที่ 1 (สำนักการศึกษาทหาร สปท.)
  • หลักสูตรชั้นนายพัน

กว่าพันนาย ได้เข้าชมการสาธิต ของเหล่าทหารปืนใหญ่ ขีดความสามารถของยุทโธปกรณ์ ที่มีอานุภาพนากรทำลายข้าศึก ตั้งแต่ระยะไกล ด้วยเสียงปืนอันกึกก้องนั้นได้สร้างขวัญกำลังใจให้แก่ทหารทุกเหล่าในสนามรบ รวมถึงสามารถข่มขวัญ และสร้างความสูญเสียให้แก่ข้า ศึก อย่างใหญ่หลวง ซึ่งได้รับสมญานามว่า “ราชาแห่งสนามรบ”

พล.ต.วิสันติ สระศรีดา ผู้บัญชาการศูนย์การทหารปืนใหญ่ ยังได้กล่าวกับคณะนักศึกษาหลักสูตรต่างๆ อีกว่า ในการสาธิตอำนาจการยิงนี้ ซึ่งจะทำให้ทุกท่านมีความมั่นใจในศักย ภาพ และมีส่วนร่วมในการสนับสนุนกองทัพ ซึ่งจะทำให้กองทัพมีความพร้อมรบอันจะส่งผลถึงความมั่นคงของประเทศชาติ ซึ่งในการสาธิตอาวุธยุทโธปกรณ์ของเหล่าทหารปืนใหญ่ในวันนี้ได้รับการสนับสนุนจาก หน่วยบัญชาการป้องกันทางอากาศกองทัพบก ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ศูนย์การบินทหารบก กอง พลทหารปืนใหญ่ กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศองค์การมหาชน และหน่วยขึ้นตรงของศูนย์การทหารปืนใหญ่ ที่ร่วมในการส่งกำลังพล และอาวุธยุทโธปกรณ์ของหน่วย ได้นำมาสาธิตให้ได้ชมในวันนี้ ซึ่งหวังว่าคณะนักศึกษาทุกท่านจะได้รับประสบการณ์ และประโยชน์ทั้งต่อตนเองตลอดจนหน่วยงานในทุกระดับสืบไป

ภาพ/ข่าวกฤษณ์ ลพบุรี 0890899090
โยธิน พรมแตง รายงาน

“สวย สง่า ยืนหนึ่ง นิเทศศาสตร์ มรภ.รำไพพรรณี”

นางสาวรินรดา หุ่นศิริ นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ สาขาการสื่อสารมวลชน แขนงวิชาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 นางนพมาศ ประจำปี 2562 พร้อมรับถ้วยรางวัลและสายสะพาย จาก นายวิทยา ชพานนท์ นายอำเภอนายายอาม จ.จันทบุรี ในงานสืบสานประเพณีลอยกระทง ณ ชายหาดหินโคร่ง ต.สนามไชย อ.นายายอาม จ.จันทบุรี

ด้าน อาจารย์ ดร.ภูริพัฒน์ แก้วตาธนวัฒนา รองคณบดีฝ่ายบริหารคณะนิเทศศาสตร์ กล่าวว่า คณะนิเทศศาสตร์ สนับสนุนและส่งเสริมการให้นักศึกษา เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และประสบการณ์ กับคำกล่าวที่ว่า “เรียนเท่ากับเล่นเน้นประสบการณ์”

ซึ่งการมีส่วนร่วมในการสืบสานประเพณีลอยกระทงดังกล่าว เป็นการตอบโจทย์ พันธกิจ ด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ของคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี สืบไป
หากท่านใดสนใจที่จะเรียนที่นี่เรารับสมัครนักศึกษารอบโควตาตั้งแต่ บัดนี้- 30 พ.ย.62

ภาพ/ข่าว สุปราณี  แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

งานนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย “อดีตพระพุทธเจ้า” จินตนาการด้วยศิลปะ

งานนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย “อดีตพระพุทธเจ้า” จินตนาการด้วยศิลปะ

วันเสาร์​ที่​ 16​ พ.ย.62 เวลา​ 14.00​ น. : นายอนันต์ ชูโชติ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ขอเชิญ​ร่วมเปิดงานนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย “อดีตพระพุทธเจ้า” จินตนาการด้วยศิลปะแนวจัดวางโดย รศ.ดร.ฉลองเดช คูภานุมาต คณะวิจิตรศิลป์ ม.เชียงใหม่ ณ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ หอศิลป์ ถนนเจ้าฟ้า กรุงเทพฯ

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

น.1​ เป็นประธานประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2562 ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจนครบาล

วันอังคารที่ 12 พ.ย.62 เวลา 08.30-12.00 น.ณ สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ​ : พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.ในฐานะ​ประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์​ตำรวจ​นครบาล​ เป็นประธานประชุมใหญ่สามัญ ประจำปีทางบัญชี 2562 ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจนครบาล

โดยมี พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น./ผู้จัดการสหกรณ์ฯ, พล.ต.ต.กิตติพันธุ์ จุนทการ ผบก.อก.บช.น./กรรมการ-เหรัญญิก,คณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจนครบาล, เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และสมาชิกสหกรณ์ฯ เข้าร่วมประชุม​ และในการนี้ได้ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการลงทะเบียน มีการสแกนใบหน้า โดยใช้บัตรประชาชน หรือบัตรข้าราชการ ทำให้สมาชิกได้รับความสะดวกสบาย ใช้เวลาในการ ลงทะเบียนน้อยลง ป้องกันการลงทะเบียนให้กับบุคคลอื่น

ในปีนี้มีของรางวัลมากมายมอบให้สมาชิก อาทิ รถ ยนต์กระบะ, รถจักรยานยนต์, โทรทัศน์จอแบน, โทรศัพท์มือถือ และเงินสด การจับรางวัลใช้ระบบแรนดอมหมายเลขสมาชิกจากคอมพิวเตอร์ โดยคณะกรรมการสหกรณ์ฯ โปร่งใส​ และยุติธรรม การโอนเงินปันผล-เงินเฉลี่ยคืน​ และเบี้ยประชุมใช้ระบบการโอนเข้าบัญชีของสมาชิกทุกคน ณ สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“เสมา 3” ติดตามการดำเนินงาน รร.เอกชนในการประชุม ครม.สัญจร จังหวัดกาญจนบุรี

วันที่ 11 พ.ย.62 เวลา 13.00 น.: ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2562 ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 ณ จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย ดร.กมล รอดคล้าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะผู้บริหารทุกสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร ครูโรงเรียนเอกชน ร่วมให้การต้อนรับ ณ โรงเรียนดรุณากาญจนบุรี อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

ดร.กนกวรรณฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า “สำหรับภารกิจวันนี้ ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนดรุณากาญจนบุรี ทำให้ทราบว่า หลายๆท่านมีบทบาทสำคัญในการจัดการศึกษา และการยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาโรงเรียนเอกชนสามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพช่วยแบ่งเบาภาระของภาครัฐในการจัดการศึกษาได้เป็นอย่างดี และขอชื่นชมผู้บริหาร และครูโรงเรียนเอกชนที่ช่วยกันพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีความพร้อมก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 อย่างรอบด้าน ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา ตนได้กำหนดนโยบายสำคัญหลายประการ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาเอกชน

ซึ่งการจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนออนไลน์ในโรงเรียนในระบบและนอกระบบ เป็นนโยบายหนึ่งที่สำคัญที่ต้องขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม จึงได้มอบหมายให้ สช.พัฒนาและขยายผล รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ซึ่งจะช่วยให้ครูและผู้เรียนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นโดยนำเทคโนโลยีมาใช้จัดการเรียนการสอน การส่งเสริมกิจการลูกเสือในโรงเรียนเอกชน โดยสนับสนุนงบประมาณสำหรับการจัดอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ลูกเสือจิตอาสา และลูกเสือมัคคุเทศก์ ของโรงเรียนเอกชน

โดยดำเนินการร่วมกับสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ และสำหรับปีงบประมาณนี้ ขอฝากให้ สช. นำข้อเสนอแนะในประเด็นเรื่องการแข่งขันทักษะวิชาการ (นักเรียนเกรดอ่อน) ทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะของนักเรียนตามความถนัดและความสามารถของผู้เรียนเป็นสำคัญ ตลอดจนโครงการจังหวัดต้นแบบการบริหารจัดการศึกษาแบบบูรณาการ (ปราจีนบุรีโมเดล) โดยบูรณาการกิจกรรม บุคลากร และ งบประมาณ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างต้นแบบในการส่งเสริมความเสมอภาค และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับประชากรวัยเรียนที่อยู่นอกระบบการศึกษา ได้แก่ เด็กตกหล่น และเด็กออกกลางคัน รวมถึงการให้คำปรึกษาเป็นรายบุคคล เพื่อให้ผู้เรียนเลือกเส้นทางการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพได้ตรงตามความถนัด ความสนใจ และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดงาน ตลอดจนการนำเสนอ Best Practice ของโรงเรียนเอกชนทุกประเภทต่อสาธารณะ เช่น โรงเรียนพลังงานต้นแบบ (ศรีแสงธรรม) รวมทั้งการศึกษาแนวทางการปรับปรุงอัตราเงินอุดหนุนรายบุคคลนักเรียนโรงเรียนเอกชน เพื่อสร้างความเป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากรของรัฐ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนร่วมกับ สช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา”
รมช.ศธ.กล่าว

จากนั้นได้เดินทางไปติดตามการดำเนินงานโรงเรียนเอกชน การจัดการศึกษาเอกชนในโรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์ ดูแลเด็กที่มีปัญหา ณ โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นการจัดการศึกษาของโรงเรียนประถมหมู่บ้านเด็ก และศูนย์การเรียนมัธยมหมู่บ้านเด็กเน้นการให้โอกาสเด็กเลือกเรียน เพื่อรอเวลาให้เด็กเกิดฉันทะ และเน้นที่ความสุขของเด็กๆ ที่เกิดจากการเรียนรู้ที่หลากหลาย ซึ่งในระดับประถมการเล่นก็ถือว่าเป็นการเรียนรู้ที่สนุก และพัฒนาสมอง รวมถึงการดำเนินการจัดกระบวนการเรียนรู้จะผ่านเกมส์และประสบการณ์จริง เช่น คณิตศาสตร์ คำนวณจากพื้นที่ก่อสร้าง คำนวณจากพื้นที่แปลงเกษตร สูตรปุ๋ยเรียนรู้โดยการปฏิบัติเปรียบเทียบ

เพื่อหาข้อสรุป เช่น การทำเกษตรใช้ปุ๋ยอินทรีย์สูตรต่าง ๆ แล้วนำผลผลิตที่ได้มาเปรียบเทียบกันนำผลผลิตเกษตรที่ได้มาแปรรูปขายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิเด็ก และแขกที่มาเยี่ยมชมเพื่อรวบรวมข้อมูลเพื่อพัฒนาอาหารให้มีรสชาติเป็นสากลและอนาคตจะทำโชว์รูมเพื่อโชว์ผลผลิตงานไม้ งานเฟอร์นิเจอร์ งานประดิษฐ์เพื่อให้ผู้ใหญ่ใจดี มาชม มาติ และนำไปใช้โดยบริจาคให้เป็นทุนในการพัฒนางาน เด็กๆ ที่เป็นเด็กพิเศษจะได้เรียนรู้ การผลิต การพัฒนาผลงาน การตลาด เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปประกอบอาชีพและดำเนินชีวิตที่ถูกต้องในอนาคต ตามความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นวิชาสามัญ หรือ ทักษะอาชีพ

ดร.กนกวรรณฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ได้รับทราบข้อเสนอและปัญหาของโรงเรียน ที่มีความหลากหลายทั้งด้านปัญหา และความสามารถ รัฐจึงควรสนับสนุนการศึกษาทางเลือก เช่น พ่อแม่จัดการศึกษาเองที่เรียก โฮมสคูล โรงเรียนดีขนาดเล็กใกล้บ้านให้เป็นโรงเรียนทางเลือกที่มีหลักสูตรเน้นของดีในชุมชน คนดีในชุมชน และทำวิจัยชุมชน ชุมชนเป็นฐานของสังคมใหญ่ ชุมชนเข้มแข็ง (ฐานดี) สังคมก็เข้มแข็งด้วย ขอให้สนับสนุนให้เกิดวัฒนธรรมการอ่านในโรงเรียนขนาดเล็ก ลดการประเมินโดย O-net ขอให้มีการคัดกรองเด็กและถ้าเป็นเด็กพิเศษควรจัดกระบวนการเรียนรู้ให้แตกต่างตามสมรรถนะของแต่ละคน รวมถึงการส่งเสริมการศึกษาฟรี ให้แก่เด็กตั้งแต่แรกเกิดเพื่อลดปัญหาเด็กพิเศษ การจัดการอุดหนุนรายหัวเป็นคูปอง หรือบัตรทุนการศึกษา เพื่อให้เด็กเลือกสถานที่เรียน ตามความต้องการ ให้สอดคล้องกับคุณภาพของสถานศึกษานั้น ๆ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ได้รับไว้ และจะนำไปสู่การดำเนินการจัดทำแนวทางที่เหมาะสมต่อไป”

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​