เจรจา ‘ภูมิธรรม’ ล้มเหลว โฉนดชุมชน พื้นที่ป่า ติดเงื่อนไขเพียบ

พีมูฟ เจรจา ‘ภูมิธรรม’ ล้มเหลว ‘โฉนดชุมชน’ พื้นที่ป่า ติดเงื่อนไขเพียบ ขณะที่ผลเจรจา ‘พัชรวาท’ พอเห็นความคืบหน้า ยันแก้ปัญหาที่ดินเร่งด่วน 13 กรณี ต้องจบที่ชุมนุมรอบนี้ ส่วนอีก 169ิ กรณี เร่งแก้ไขภายใน 100 วัน เตรียมจับตามติ คณะทำงานแก้ไขปัญหาที่ดินทั้งระบบฯ พรุ่งนี้

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 67 กลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ( ขปส.) หรือ พีมูฟ ยังคงปักหลักชุมนุม ที่บริเวณประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล โดยมีเป้าหมายและข้อเรียกร้องสำคัญในวันที่มีการประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อขอเข้าพบ เจรจากับระดับนโยบาย ที่รับผิดชอบโดยตรงในการแก้ไขปัญหาของกลุ่มพีมูฟ คือ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธาน คณะกรรมการแก้ไขปัญหาของกลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม และกำกับดูแล คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เพื่อขอให้สั่งการเดินหน้านโยบายโฉนดชุมชน

รวมถึงขอเข้าพบและเจรจากับ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากขณะนี้พีมูฟมีกรณีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มากถึง 169 กรณี คิดเป็นจำนวนมากถึง 63.5 ของจำนวนกรณีปัญทั้งหมดในพีมูฟ และมีกรณีเร่งด่วนมากถึง 13 กรณี ที่ชาวบ้านกำลังถูกไล่ จับกุมดำเนินคดี ดำเนินคดี และดูเหมือนว่าข้อเรียกร้องเป็นผล เมื่อ ร.อ.รชฏ พิสิษฐบรรณกร ผู้ช่วย รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นตัวแทนรัฐบาล ประสานงานมายังกลุ่มพีมูฟ ให้ส่งตัวแทน 5 คน เข้าพบ พล.ต.อ.พัชรวาท ภายหลังการหารือ

ตัวแทนกลุ่มพีมูฟ ร่วมกันแถลงข้อสรุปผลการเจรจา โดยย้ำหลักประกันทางนโยบาย ‘คณะทำงานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม’ ต้องดำเนินการไปตามแนวนโยบายที่ฝ่ายรัฐมีคำสั่งใช้ในการแก้ไขปัญหาประชาชน “โดยกรณีปัญหาเร่งด่วนพีมูฟ 13 กรณี ต้องแล้วเสร็จภายในการชุมนุมครั้งนี้, กรณีปัญหา 169 กรณี ที่เหลือต้องจัดทำแผนคณะทำงานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายใน 100 วัน และ หลักการแก้ไขปัญหาให้ยึดความเดือดร้อนของประชาชนเป็นที่ตั้ง และประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการดำเนินการ” พร้อมย้ำว่า ตัวชี้วัดความจริงใจในการแก้ปัญหา คือผลการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาที่ดินทั้งระบบที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่นัดหมายประชุมในวันพรุ่งนี้ (7 ก.พ. 67) ซึ่งต้องมีความชัดเจนแก้ปัญหา ทั้งกรณีปัญหาเร่งด่วน 13 กรณี และกรณีปัญหา 169 กรณีที่เหลือ

ส่วน ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ (ฉบับพีมูฟ) อยู่ระหว่างการรอนายกรัฐมนตรีลงนามโดย พล.ต.อ. พัชรวาท และ ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่า จะติดต่อประสานงานไปยังนายกฯ ลงนามรับรองให้ทันการเข้าสู่กระบวนการพิจารณาเห็นชอบโดยสภาฯ พร้อมกับร่าง พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ฯ ฉบับรัฐบาลที่ผ่านการพิจารณาของ ครม. ในวันนี้ จากนั้นในช่วงบ่าย ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของกลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ได้เปิดห้องประชุมเจรจากับตัวแทนกลุ่มพีมูฟ นำโดย ประยงค์ ดอกลำใย ที่ปรึกษาพีมูฟ โดยมีตัวแทนคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คสทช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชน

ภายหลังการเจรจา ตัวแทนพีมูฟ ระบุว่า ข้อสรุปออกมาในทางลบ เพราะข้อเรียกร้องให้ประชุมคณะกรรมการจัดให้มีโฉนดชุมชน ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการจะกำหนดวันเวลา ไม่รู้จะประชุมเมื่อไร ซึ่งรองนายกฯ ภูมิธรรม ยังเห็นด้วยกับคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ว่า ไม่สามารถดำเนินการจัดให้มีโฉนดชุมชนในพื้นที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ เนื่องจากติดข้อกฎหมายป่าไม้หลายฉบับ แต่ตรงข้ามการเดินหน้าของ คทช. ที่ไปดำเนินการในพื้นที่อุทยานฯ หรือกระทรวงทรัพยากรฯ กลับเดินหน้าได้หลายพื้นที่ ก็เป็นคำถามว่าแล้วทำไมโฉนดชุมชนดำเนินการไม่ได้ ดังนั้นจึงยังคงปักหลักชุมนุม เตรียมเคลื่อนไหว เพื่อยกระดับการเจรจากับนายกฯ ต่อไปส่วนประเด็นสุดท้าย คือ เรื่องของการแก้ไขปัญหากระบวนการบังคับใช้กฏหมายกับคนจน ซึ่งเดิมทีกลุ่มพีมูฟสามารถตกลงกับรัฐบาลได้แล้วว่า จะจัดตั้งคณะกรรมการที่ทำงานร่วมกัน โดยมี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เป็นประธาน ซึ่งในปัจจุบันรัฐบาลยังไม่ดำเนินการให้เกิดคณะกรรมการชุดนี้ขึ้น ทั้งที่เรื่องนี้เข้าสู่ ครม.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นรัฐบาลควรต้องรีบดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการนี้ขึ้นมา ตามที่มีข้อตกลงร่วมกับกลุ่มพีมูฟไว้ก่อนหน้านี้ เพราะเรื่องนี้เป็นประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย ที่กระทบกับคนจน ทางพีมูฟจึงอยากหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหานี้ร่วมกับภาครัฐ

“สรุปคือกลุ่มพีมูฟเริ่มขับเคลื่อนเรื่องนี้ตั้งแต่เดือนตุลาคม ที่ผ่านมา จนมาถึงปัจจุบันนั้นยังไม่มีอะไรที่ขยับเป็นชิ้นเป็นอัน ต่อข้อเรียกร้องของพวกเขา ทำให้ทางกลุ่มพีมูฟต้องออกมาเคลื่อนไหวบนท้องถนนอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน เพื่อเป็นการเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้ชาวบ้าน”


ที่มาข่าว/ไทยพีบีเอส

ไมค์ ณ ชุมพร มอบภาพถ่ายหุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด แก่คุณสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในโอกาสอวยพรปีใหม่ 2567

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 11.50 น. คุณสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน) รับมอบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภาพถ่ายหุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดจาก กฤตพัฒน์ จุลไสย (ไมค์ ณ ชุมพร) ผอ.สำนักข่าวชัยสมรภูมิ, ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชน(ประเทศไทย), ที่ปรึกษาเครือข่ายสื่อมวล ชนต่อต้านทุจริตประพฤติมิชอบแห่งชาติ โอกาสเข้าอวยพรปีใหม่ 2567

โดยมี อาจารย์ณพวุฒิ จุลไสยอาจารย์(พิเศษ) ประจำคณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ, อาจารย์(พิเศษ)มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์-บางเขน, ผู้เชี่ยวชาญประจำคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานด้านโทรคมนาคม กสทช.(กตป.), คณะทำงานติดตามผลการปฏิบัติงานตามมติของสภาผู้แทนราษฎร ในคณะกรรมาธิการกิจการผู้แทนราษฎร, คณะทำงานรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี(คุณสมคิด เชื้อคง) ร่วมอวยพร-ขอพรด้วย ณ ห้องรับรอง รองเลขานายกฯทำเนียบรัฐบาล เขตดุสิต กรุงเทพฯ


เพชรบุรี คึกคัก!! บรรยากาศวันจ่าย พบชาวไทยเชื้อสายจีนออกมาจับจ่ายซื้อของไหว้ตรุษจีน

เพชรบุรี คึกคัก บรรยากาศวันจ่ายพบชาวไทยเชื้อสายจีนออกมาจับจ่ายซื้อของไหว้ตรุษจีน

วันที่ 8ก.พ.67 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจ บรรยากาศการจับจ่ายซื้อเครื่องเซ่นไหว้ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีน ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองชะอำ จ.เพชรบุรี พบว่าร้านขายเครื่องเซ่นไหว้ ไก่ เป็ด หมูและผลไม้ภายในตลาด เต็มไปด้วยประชาชนที่ทยอยออกมาซื้อเครื่องเซ่นไหว้กันอย่างคึกคัก ซึ่งส่วนใหญ่จะซื้อเครื่องเซ่นไหว้ประเภทกระดาษไหว้, ธูป, เทียน, ขนมมงคล หรือแม้แต่ของประดับตกแต่ง เช่น โคมไฟที่เอาไว้ใช้ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ส่วนเครื่องเซ่นไหว้ เช่น ราคาหมูต้มแล้วเริ่มต้นที่ชิ้นละ 100-150 บาท, เป็ดต้มตัวละ220-250บาท, ไก่ต้มตัวละ140-150บาท, ไก่สดราคากิโลละ100-120 บาท แล้วแต่ขนาด ส่วนผลไม้ราคาคงเดิมเหมือนทุกๆปี คนจะนิยมมาซื้อในช่วงก่อนวันไหว้หรือวันจ่าย โดยเทศกาลตรุษจีนในปีนี้เห็นได้ว่ามีประชาชนออกมาจบจ่ายซื้อเครื่องเซ่นไหว้กันอย่างคึกคักมากกว่าตรุษจีนปีที่แล้ว จึงทำให้เทศกาลตรุษจีนปีนี้มีประชาชนออกมาจับจ่ายซื้อของไหว้กันคึกคัก

ด้านหญิงแม่ค้าขายผลไม้สด เปิดเผยว่า สำหรับราคาผลไม้สดปีนี้ยังคงเดิม มีลูกค้าประจำแวะเวียนมาเลือกซื้อตลอดซึ่งบรรยากาศวันจ่ายปีนนี้คึกคัก
ด้านชายเจ้าของร้านขายไก่สด กล่าวว่า ปีนี้ไก่สดขายดี เริ่มต้นที่กิโลละ 85-90 บาท ปีนี้คึกคักขึ้นยอดสั่งจองเพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา แต่ลูกค้าจะสั่งจองมากว่ามาเลือกซื้อหน้าร้าน ไก่ต้มสุกราคาเริ่มต้นที่ตัวละ 120-140 บาท ซึ่งราคาต้นทุนไก่สดที่ออกมาจากโรงงานไม่สูงมากพอๆ กับปีที่ผ่านมา ซึ่งบรรยากาศที่ตลาดสดจะคึกคักในช่วงบ่ายๆ เย็นของวันจ่าย ส่วนมากจะโทรมาสั่งจองที่ร้านเป็นจำนวนมาก คาดว่าบรรยากาศวันจ่ายปีนี้ จะมีประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีน ออกมาจับจ่ายเลือกซื้อของและเครื่องเซ่นไหว้กันอย่างคึกคัก


บรรณรต เจริญกิจสัมพัน์ธ์ จ.เพชรบุรี 0969212983

วันจ่ายปีนี้!! พ่อค้าแม่ค้าลั่น.. คึกคักกว่าปีที่แล้ว

อุทัยธานี – วันจ่ายปีนี้!! พ่อค้าแม่ค้าลั่นคึกคักกว่าปีที่แล้ว ลูกค้าตะกร้าชนกัน ลูกค้าซื้อของเยอะ แต่บางคนเลือกซื้อของเท่าที่จำเป็น

เมื่อวันที่ 08 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 8.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานที่ตลาดลานสัก อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี เนื่องจากวันนี้เป็นวันจับจ่ายซื้อของเตรียมไหว้วันตรุษจีนในวันพรุ่งนี้ เป็นวันแรกของฤดูใบไม้ผลิถือเป็นวันขึ้นปีใหม่หรือวันตรุษจีน เพื่อกราบไหว้สักการะบรรพบุรุษ และเทพเจ้า ได้พบกับชาวบ้านมากมาย โอดความรู้สึกเศรษฐกิจปีนี้จะคึกคักกว่าปีก่อน ซึ่งปีนี้มีประชาชนออกมาจับจ่ายกันมากกว่าเดิม ส่วนของไหว้ที่จำเป็นส่วนมาก ก็จะขาดไม่ได้ หมู ไก่ ขนมเข่ง ขนมเทียนประทัด กระดาษเงินกระดาษทอง ที่มีความจำเป็น ต้องใช้สำหรับในการไหว้ในเทศกาลในวันตรุษจีน ส่วนบางคนมีทุนทรัพย์น้อย แต่จำเป็นต้องไหว้ทุกปี ก็จะเลือกซื้อของที่จำเป็นเท่านั้น

สำหรับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดลานสัก ได้กล่าว ปีนี้รู้สึกจะดีกว่าปีที่ก่อน ลูกค้าออกมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ส่งผลกระทบดีให้กับพ่อค้าแม่ค้าหลายคน เนื่องจากถ้าไม่ใช่วันตรุษจีนข้าวของภายในร้านบางครั้งก็ยังออกขายไม่ได้ อย่างเช่นประทัด ขนมเข่งขนมเทียนดอกไม้พวงมาลัยธูปเทียน กระดาษเงินกระดาษทอง ซึ่งเป็นสินค้าที่ใช้ในวันเทศกาลตรุษจีน ปีนี้รู้สึกออกขายได้ดีกว่าปีก่อน

ส่วนทางด้านพ่อค้าแม่ค้าขนมเข่ง ขนมเทียน ได้เปิดเผยว่าที่ร้านขนมของทางร้านนั้นทำจากแป้งโม่ เป็นแป้งโบราณ ปีนี้ออกขายไม่ทัน ปีนี้ลูกค้ามาซื้อแน่นร้าน จึงอยากให้เศรษฐกิจเดินหน้าไปเรื่อยๆ เพราะถ้าเศรษฐกิจไม่ดีก็ทำให้ลูกค้าไม่สามารถมีกำลังที่จะซื้อของได้ จึงรู้สึกว่าปีนี้จะดีกว่าปีก่อน


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

ตำรวจป่าไม้(ปทส.) กก.5 จับเครือข่ายคนสุดท้าย “ขบวนการค้าเกล็ดลิ่นข้ามชาติ” ส่งขายต่างประเทศเพื่อเป็นส่วนประกอบของยาปลุกความเป็นชาย

ตำรวจป่าไม้(ปทส.) กก.5 จับเครือข่ายคนสุดท้ายขบวนการค้าเกล็ดลิ่นข้ามชาติส่งขายต่างประเทศเพื่อเป็นส่วนประกอบของยาเพื่อปลุกความเป็นชาย

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผบก.ปทส., พ.ต.อ.มงคล พรานสูงเนิน รอง ผบก. ปทส., พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา รอง ผบก.ปทส.ม พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.5 บก. ปทส., พ.ต.ท.ปฐมพงศ์ ทองจำรูญ รอง ผกก.5 บก.ปทส. สั่งการให้ชุดสืบสวน กก.5 บก. ปทส. นำโดย พ.ต.ท.บรรลพ สมพงษ์ สว.กก.5 บก.ปทส พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปทส

จับกุมตัวนายจิตติพงษ์ เจริญ ชาวจังหวัดราชบุรี ข้อหา “ร่วมกันนำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกไปจากยานพาหนะ คลังสินค้าทัณฑ์บน โรงพักสินค้า ที่มั่นคงท่าเรือรับอนุญาต หรือเขตปลอดอากร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากร, ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อรับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนเพิ่งรู้ว่าเป็นของอันยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร และร่วมกันนำเข้าส่งออกหรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต”

สถานที่และวันเวลาเกิดเหตุ ทล.2046 ต.สะอาด อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2566 เวลา 20.30 น. บริเวณหน้าโรงบรรจุถ่าน 25/3 ม.7 ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี วันที่ 7 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 เวลา 14.40 น. ด้วยเมื่อวันที่ 16 ส.ค.2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 ร่วมกับ กก.3 บก.ปทส สืบทราบว่ามีกระบวนการค้าซากสัตว์ข้ามชาตินำเข้ามาจากประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย เพื่อไปส่งยังประเทศลาว เวียดนาม จีน และทราบว่ามีรถบรรทุก 6 ล้อ หมายเลขทะเบียน 71-9569 สงขลา น่าจะบรรทุกซากสัตว์ป่าจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง สทล.1 กก.1 บก.ทล เข้าตรวจสอบที่บนถนนทางหลวงหมายเลข 2046 บริเวณ ต.สะอาด อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ผลการตรวจสอบพบเกล็ดลิ่นบรรจุอยู่ในกระสอบ จำนวน 42 กระสอบ และมีกระสอบใส่ดินวางปะปนกันอยู่เพื่ออำพรางกระสอบใส่เกล็ดลิ่น นำเกล็ดลิ่นทั้งหมดชั่งน้ำหนักได้รวมทั้งหมด 1,400 กิโลกรัม

สอบถามผู้ขับรถบรรทุกรับว่ามีหน้าที่ขับรถบรรทุกขนเกล็ดลิ่นจาก จ.ราชบุรี ไปส่งที่ จ.มุกดา หาร เพื่อส่งต่อไปยังประเทศลาว เวียดนามจึงถูกจับกุมตัวนำส่ง พงส.กก.3 บก.ปทส เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งจากการสืบหาข้อมูลเกล็ดลิ่นน้ำหนัก 1 กก.ได้มาจากตัวลิ่นจำนวน 2-3 ตัว รวมแล้วเกล็ดลิ่นครั้งนี้อาจได้มาจากตัวลิ่นจำนวน 3,000-4,000 ตัว และหากนำส่งไปยังประเทศที่ 3 ได้ อาจมีมูลค่าสูงถึง กก.ละ 40,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 50 ล้านบาท

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปทส ได้สืบสวนขยายผลจนนำไปสู่การออกมายจับผู้ต้องหาในครั้งนี้จนกระทั้งวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปทส สืบทราบว่านายจิตติพงษ์ เจริญ(หรือหนึ่งกะลา)ผู้ต้องที่ออกหมายจับหลบหนีมาพักอาศัยอยู่ไกล้กับสถานที่จับกุมเมื่อไปถึงตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงผู้ต้องหาให้การปฎิเสธไม่ขอให้การใดๆจะขอให้ การในชั้นศาลเท่านั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจับกุมตัวนำส่ง พงส กก.3 บก.ปทส เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ้งนายจิตติพงษ์ฯผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในครั้งนี้เป็นผู้ต้องหาคนสุดท้ายของขบวนการค้าเกล็ดลิ่นข้ามชาติ


ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

เทศกาลตรุษจีน หัวไชเท้า-ผักมงคล ขายดีเกษตรกรร่ำรวย

จังหวัดลพบุรี – เทศกาลตรุษจีน เกษตรกรลพบุรี รวมกลุ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตหัวไชเท้า ส่งสู่ตลาด เฉลี่ย วันละ 50-70 ตัน ต่อวัน ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด สร้างรายได้เป็นอย่างดี ทำให้ต้องเพิ่มแรงงานเร่งเก็บผลผลิตให้ทันต่อความต้องการของตลาด

สำหรับเทศกาลตรุษจีน นอกจากเนื้อสัตว์แล้วชาวจีน ยังมีพิธีกินผักมงคลในช่วง เทศกาลตรุษจีนวันตรุษจีนอีกด้วย ซึ่งพิธีนี้จะเรียกว่า “ฉิกเอี๊ยไฉ่” หรือ เทศกาลกินผักมงคลทั้ง 7 อย่าง เพื่อเสริมความเฮงเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้ตัวเอง ซึ่ง หัวไชเท้า ชาวจีน ถือว่าเป็น อีกหนึ่งผักมงคล ต้อนรับวันตรุษจีน เพราะ “ไชเท้า” ซึ่งในภาษาจีน “ไฉ่” หมายถึง โชคลาภ และเท้าหมายถึง หัวหน้า, เจ้านาย ส่วนสีขาวของไชเท้า บ่งบอกได้ถึงความดีความบริสุทธ์นั่นเอง เพราะฉะนั้น ไชเท้า เป็นผักมงคลที่ย้ำเตือนถึงความดี ความเป็นใหญ่ เมื่อได้ดีแล้วก็อย่าลืมตน ส่วนประโยชน์ของไชเท้าก็มีมากในด้านโภชนาการ อีกด้วย

โดย กลุ่มเกษตรกรแปลใหญ่ ผู้ปลูก “หัวไชเท้า” รวม 18 ราย จากกว่า 10 หมู่บ้าน ตำบลโคกตูม อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ใช้เวลาว่างจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชไร่ และว่างเว้นจากการทำไร่ข้าวโพด มาปลูก “หัวไชเท้า” หรือ หัวผักกาด ซึ่งเป็นพืชระยะสั้น ใช้ระยะเวลาการเพาะปลูก เพียง 48-50 วัน ก็สามารถจะเก็บผลผลิตสู่ตลาดได้แล้ว ซึ่งเกษตรกรจะรวมตัวกัน และวางแผนในการเพาะปลูก เพื่อให้ผลผลิต ออกทันจำหน่ายก่อนถึงเทศกาลตรุษจีน ในแต่ละปี ซึ่งพื้นที่แห่งนี้ ผลผลิตจะถูกส่งไปยัง ตลาด 4 มุมเมือง และ ตลาดไทย เนื่องจากพื้นที่ตำบลโคกตูมถือเป็นแหล่งเพาะปลูกหัวไชเท้าแหล่งใหญ่ ในลำดับต้นๆ ของประเทศ ทำให้ทุกแปลงปลูกต้องเพิ่มคนงาน เร่งเก็บผลผลิตส่งสู่ตลาด ส่งผลให้เกิดการจ้างงานสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร เนื่องจากขณะนี้ หัวไชเท้ากำลังเป็นที่ต้องการของตลาด โดยแต่ละวันจะมีหัวไชเท้าออกสู่ตลาด เฉลี่ย วันละ 50 – 70 ตันต่อวัน ซึ่งต่างจากช่วงเวลาปกติ ที่ไม่ตรงกับเทศกาลตรุษจีน ซึ่งจะมีผลผลิตออกสู่ตลาด เพียงวันละ 20-30 ตันต่อวันเท่านั้น

นายมานัส สุขเจริญ ประธานกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ ผู้ปลูกหัวไชเท้าในจังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นหนึ่ง ในเกษตรกรผู้ปลูกหัวไชเท้า ในพื้นที่ หมู่ 7 ตำบลโคกตูม อ.เมือง จ.ลพบุรี บอกว่า เกษตรกรผู้ปลูกหัวไชเท้า ของจังหวัดลพบุรี มีการรวมตัวกัน 18 ราย ซึ่งส่วนใหญ่ หลังจากที่เกษตรกรได้เก็บเกี่ยวผลผลิต ข้าวโพด ไปแล้ว หรือ ว่างเว้นจากการทำนา ในช่วงปลายฝนต้นหนาว เกษตรกรส่วนใหญ่ก็จะหันมาปลูกหัวไชเท้า เพื่อไม่ให้พื้นที่ว่างเปล่า โดยเพาะปลูกรอบแรกประมาณ 300 – 400 ไร่ และเป็นรอบ 2 ก็จะเพิ่มขึ้นไปอีก ประมาณ 500 ไร่ โดยจะปลูกกัน 2 รอบ ถึง 3 รอบ ถ้าอากาศอำนวย ส่วนผลผลิตออกทุกวันของสมาชินแปลงใหญ่ออกสู่ตลาดประมาณวันละ 30 กว่าตัน ต่อวัน แล้วในช่วงเทศกาลกินเจ หรือ ตรุษจีน ก็จะออกเพิ่มประมาณ 60-70 ตัน ตลาดต้องการมาก ราคาจะดีกว่าปกติก็เป็นช่วงเทศกาลตรุษจีน ถือเป็นการสร้างรายได้หลักอีกทางหนึ่งได้เป็นอย่างดี เนื่องจากผลผลิตของหัวไชเท้าที่ได้ในแต่ละปี ถือเป็นการสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนอย่างมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นให้ผลผลผลิตออกสู่ตลาดในช่วงเทศกาลตรุษจีน เนื่องจากมีราคาดี และเป็นที่ต้องการของตลาด นอกจากนี้ ชาวบ้านที่ไม่มีพื้นที่เพาะปลูกเป็นของตนเอง ก็จะมารับจ้างถอนหัวไชเท้าแล้วนำมาล้าง ตลอดจนถึงขั้นตอนการแพ็คบรรจุถุงเพื่อนำส่งจำหน่ายให้กับพ่อค้าคนกลาง ซึ่งจะมีรายได้จากการถูกจ้าง เป็นชั่วโมงละ 35 บาท เฉลี่ยต่อวัน โดยประมาณ 300 – 400 บาทต่อคน

สำหรับขั้นตอนการคัดหัวไชเท้ามีหัวที่ใหญ่และสวยจะถูกแพ็ค บรรจุในถุง ถุงละ 10 กิโลกรัม โดยมีราคาเฉลี่ย 100 – 200 บาท ต่อถุง แล้วแต่ช่วงเวลา โดยเฉพาะช่วงเทศกาลตรุษจีนก็จะมีราคาดีขึ้นมาก แต่ถ้าหัวไชเท้าที่มีขนาดเล็กไม่สวยจะนำส่งเข้าโรงงานแปรรูป เป็นกุยช่ายดอง โดยราคาเข้าโรงงานจะได้กิโลกรัมละ 3-5 บาท ส่วนใบของหัวไชเท้าที่ตัดทิ้ง เกษตรกรก็จะนำไปหมักเป็นปุ๋ยอินทรีย์ นำกลับมาใช้ในแปลงปลูกในฤดูกาลต่อไป โดยภายในหนึ่งปีเกษตรกรจะสามารถปลูกหัวไชเท้าได้ 1-2 ครั้ง แล้วแต่จำนวนปริมาณน้ำที่มี และสภาพอากาศ เพราะหัวไชเท้าจะไม่สามารถปลูกได้ในช่วงที่สภาพอากาศร้อนจัด หรือมีฝนตกมากเกินไป

สำหรับคุณประโยชน์ของไชเท้าหัวไชเท้า มีสรรพคุณที่หลากหลายในการบำรุงและป้องกันโรคอาทิเช่น ช่วยฟื้นฟูและบำรุงผิวพรรณ การลดน้ำหนัก ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแมลงสัตว์กัดต่อยสามารถบรรเทาอาการคันลดการเจ็บ ปวดโรคดีซ่าน โรคริดสีดวงทวาร ความผิดปกติของทางเดินปัสสาวะ หัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง แก้ไข้,โรคไตโรคเบาหวาน โรคมะเร็ง และโรคระบบทางเดินหายใจ เป็นต้น


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

อันดับที่ 5 ของโลก #UAESWATChallenge2024

อันดับที่ 5 ของโลก #UAESWATChallenge2024

หน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจไทยเฉียบ!! ทำผลงานดี ผลคะแนนรวมจากการผ่านบททดสอบ 5 สถานการณ์ แข่งขันกับ 73 ทีม จาก 30 ประเทศทั่วโลก “ทีม Royal thai police” โชว์ทักษะ ความสามารถ ความแข็งแกร่ง ทำผลงานยอดเยี่ยม, ทีม Royal thai police A คะแนนรวม 298 อยู่ในอันดับที่ 5, ทีม Royal thai police B คะแนนรวม 238 อยู่ในอันดับที่ 14 , ทีม Royal thai police C คะแนนรวม 139 อยู่ในอันดับที่ 49 สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ทีมตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตัวแทนของประเทศไทย

#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ#Royalthaipolice


สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

กองทัพภาคที่ 4 จัดงานวันสถาปนา ครบรอบปีที่ 49 โดยผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธาน

กองทัพภาคที่ 4 จัดงานวันสถาปนา ครบรอบปีที่ 49 โดยผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธาน

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.30 น. ที่กองบัญชาการ กองทัพภาคที่ 4 ค่ายวชิราวุธ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช กองทัพภาคที่ 4 จัดงานเนื่องในวันสถาปนา กองทัพภาคที่ 4 ครบรอบปีที่ 49 โดยมี พลเอก เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพบก, พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4, ผู้บังคับบัญชาของกองทัพภาคที่ 4, อดีตผู้บังคับบัญชา, ผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 4 ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ตำรวจ, สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 4 เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธี

โดยในเวลา 07.30 น. แม่ทัพภาคที่ 4 กระทำพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในค่ายวชิราวุธ ต่อมาในเวลา 09.00 น. ผู้บัญชาการทหารและคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาตินครศรี ธรรมราช เดินทางไปยังค่ายวชิราวุธ วางพวงมาลาอนุสาวรีย์วีรไทย 2484, วางพานพุ่มพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 และเดินทางเข้าสู่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 4 พิธีกองทหารเกียรติยศ พิธีถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พิธีทางศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคลและอุทิศส่วนกุศลให้กับกำลังพลที่ล่วงลับ ณ อาคารอเนกประสงค์ 1 และพิธีมอบเข็มวชิราวุธานุสรณ์ให้กับข้าราชการทหาร ข้าราชการพลเรือน และบุคคลที่ทำคุณประโยชน์แก่กองทัพภาคที่ 4 ณ ห้องประวัติศาสตร์และหอเกียรติยศ กองทัพภาคที่ 4 ตามลำดับ

สำหรับเข็มวชิราวุธานุสรณ์ จะกระทำพิธีมอบให้กับผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่กองทัพภาคที่ 4 โดยได้ขอพระบรมราชานุญาตจัดสร้างเข็มวชิราวุธานุสรณ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้พระราชทานกำเนิดหน่วยทหารขึ้นในพื้นที่ภาคใต้เป็นครั้งแรก ลักษณะของเข็มวชิราวุธานุสรณ์เป็นแหนบคันชีพรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มุมล่างมนขนาดกว้างด้านละ 2.5 ซม. ยาว ด้านละ 3 ซม. มีพระปรมภิไธยย่อ วปร. สีทอง และตรีสีเงินบนพื้นสีฟ้ามีขอบขนาดกว้าง 0.5 ซม. ใช้ประกอบกับเครื่องแบบทุกชนิด เว้นเครื่องแบบสนามหรือชุดสุภาพ โดยประดับที่กระเป๋าเสื้อด้านซ้าย ซึ่งเข็มวชิราวุธานุสรณ์ ถือได้ว่าเป็นเครื่องหมายเชิดชูเกียรติอันสูงสุด ของกองทัพภาคที่ 4 โดยจะกระทำพิธีมอบเบื้องหน้าพระบรมรูป ร.6

กองทัพภาคที่ 4 ก่อตั้งเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2518 รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด ตั้งกองบัญชาการอยู่ที่ค่ายวชิราวุธ ตำบลปากพูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช และมีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) อยู่ที่ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย ปลอดภัยให้เกิดขึ้นแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัจจุบันมี พลโท ศานติ ศกุนตนาค ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 คนที่ 28


กองทัพบก

พล.ท.ณรงค์ สวนแก้ว (จก.ยศ.ทบ.) เป็นประธานการเสวนาทางวิชาการ ในหัวข้อ “บทเรียนการปฏิบัติการทางทหาร ศึกษากรณีอิสราเอล-กลุ่มฮามาสในสงครามอสมมาตร”

การเสวนาทางวิชาการ ในหัวข้อ “บทเรียนการปฏิบัติการทางทหาร ศึกษากรณีอิสราเอล-กลุ่มฮามาสในสงครามอสมมาตร” โดย พล.ท. ณรงค์ สวนแก้ว เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก เป็นประธานการเสวนา ณ โรงแรม รอยัล ซิตี้ กทม. ได้เชิญวิทยากร จากศูนย์พัฒนาหลักนิยมและยุทธศาสตร์ กรมยุทธศึกษาทหารบก(ศพย.ยศ.ทบ.), นักวิชาการด้านตะวันออกกลางศึกษา และโลกมุสลิม, อดีตอัครราชฑูตที่ปรึกษา ณ กรุงริยาด ซาอุดิอารเบีย และผู้ดำเนินรายการเสวนา อดีตผู้ประกาศข่าวช่อง 9, ThaiPBS, PPTV และ JKN

ซึ่งมีขอบเขตการเสวนา คือประวัติความขัดแย้งในอดีต การใช้กำลังของแต่ละฝ่าย แนวโน้มสถานการณ์ รวมถึงบทเรียนทางทหารที่กองทัพบกและประเทศไทยได้รับ โดยผู้เข้าร่วมเสวนาเป็นกำลังพลจาก นขต.ทบ. เป็นหลัก รวมถึงมีกำลังพลจาก กห., บก.ทท., ทร. และ ทอ. รวมทั้งสิ้น 100 นาย


กองทัพบก

กรมยุทธการทหารเรือ กำหนดจัดการประชุมคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางทะเล ครั้งที่ ๒๐ ระหว่าง ๑๙ – ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๗

กรมยุทธการทหารเรือ กำหนดจัดการประชุมคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางทะเล ครั้งที่ ๒๐ ระหว่าง ๑๙ – ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๗ ณ โรงแรมพูลแมน จี สีลม กรุงเทพฯ

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและการเสริมสร้างขีดความสามารถในภูมิภาคในการรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงทางทะเล โดยยึดหลักความเป็นแกนกลางของอาเซียนเป็นหัวใจสำคัญ

สำหรับหัวข้อการประชุมที่สำคัญประกอบด้วย การนำเสนอสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคงทางทะเลในภูมิภาค การแลกเปลี่ยนมุมมองของผู้แทนจากแต่ละประเทศสมาชิกด้านเศรษฐกิจสีน้ำเงิน และการส่งต่อหน้าที่ประธานร่วมคณะทำงานด้านความมั่นคงทางทะเลจาก ไทย-สหรัฐฯ ไปสู่ ฟิลิปปินส์-ญี่ปุ่น


กองทัพเรือ