กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดจันทบุรี จัดพิธีวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดนประจำปี 2567

จันทบุรี – กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดจันทบุรีจัดพิธีขึ้นในวันนี้ เพื่อระลึกถึงวันสำคัญของกองอาสารักษาดินแดน เป็นเครื่องยืนยันถึงความกล้าหาญ ทุ่มเท เสียสละ ในการปฏิบัติหน้าที่อันก่อเกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชน

วันนี้ ( 10 ก.พ.67 ) ที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดจันทบุรี ที่ 1 (อาคารโดม) ตำบลพลับพลา อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี นายกองเอก มนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดนประจำปี 2567 พร้อมด้วย นายกองเอก ธวัชชัย นามสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นายกองเอก วิสุทธิ์ ประกอบความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ตำรวจ ทหาร สมาคมแม่บ้านมหาดไทย และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน เข้าร่วมกิจกรรม โดยมี นายกองเอก ณัฏฐพงษ์ พัฒนรัฐ หัวหน้าฝ่ายอำนวยการกองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดจันทบุรี ในนามของผู้บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน เป็นผู้กล่าวรายงาน กองอาสารักษาดินแดนได้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497 และกิจการกองอาสารักษาดินแดนได้ดำเนินการมาตราบจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 70 ปี แล้ว

กองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดจันทบุรีได้ตระหนักถึงความสำคัญเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน จึงจัดพิธีขึ้นในวันนี้ เพื่อระลึกถึงวันสำคัญของกองอาสารักษาดินแดน และแสดงความพร้อมเพรียงของกำลังพลในสังกัดกองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดจันทบุรีในรอบปี พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา ผลการปฏิบัติงานของบังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดจันทบุรี เป็นเครื่องยืนยันถึงความกล้าหาญ ทุ่มเท เสียสละ ในการปฏิบัติหน้าที่ ร่วมกับฝ่ายปกครอง ทหารและตำรวจ ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะในด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ด้วยการปราบปรามและการบำบัดฟื้นฟูการจัดระเบียบสังคม การปราบปรามการค้ามนุษย์ การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบสาธารณภัยในพื้นที่ รวมไปถึงการช่วยเหลือกิจกรรมของสำนักงานเหล่ากาขาดจังหวัดจันทบุรี และสนับสนุนงานส่วนราชการต่างๆ อันก่อเกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชน และประโยชน์แก่ทางราชการ ทำให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนทั่วไป และทุกฝ่ายเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน โดยมีการอ่านสารผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน /มอบเข็มอาสารักษาดินแดนสดุดีให้แก่ผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ / มอบเสื้อปฎิบัติการ (เสื้อกั๊ก) ให้แก่ ผบ.ร้อย.อส.อ และนายอำเภอ จำนวน 10 ท่าน / มอบของขวัญให้แก่สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน / มอบทุนการศึกษาของมูลนิธิอาสารักษาดินแดนในพระบรมราชินูปถัมภ์ จำนวน 6 ทุน และมอบทุนการศึกษาของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย จำนวน 12 ทุน ให้แก่บุตรข้าราชการ ลูกจ้าง สังกัดกระทรวงมหาดไทย และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนตามลำดับต่อไป


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี 089-6767346
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก 062-7584334

ซอฟต์เวอร์ กางเกงทุเรียนหลง-หลิน ลับแล ใส่แล้วมีเสน่ห์ คนแห่ซื้อทั่วทิศ

อุตรดิตถ์ – ซอฟต์เวอร์ กางเกงทุเรียนหลง-หลิน ลับแล ใส่แล้วมีเสน่ห์ คนแห่ซื้อทั่วทิศ

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางมายังบ้านของ นางปุญยนุช ทองขึ้น เจ้าของร้าน ตะวันฉายผ้าฝ้ายเมืองลับแล เนื่องจากมีลูกค้าเลือกซื้อ “กางเกงทุเรียนหลง-หลินลับแล” อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ เพจเฟซบุ๊ก ตะวันฉาย ผ้าฝ้ายเมืองลับแล ยังมีออเดอร์สั่งซื้อพร้อมจัดส่งจากลูกค้าทั่วประเทศ

นางปุณยนุช ทองชั้น เจ้าของร้านตะวันฉายผ้าฝ้ายเมืองลับแล และเจ้าของไอเดีย ภูมิใจ และดีใจที่สินค้าคอลเลกชั่นใหม่ ที่ทางร้านได้คิด ออกแบบ ด้วยการดึงอัตลักษณ์เมืองลับแลเป็นจุดขาย ได้รับการตอบรับที่ดี ลูกค้าส่วนใหญ่จะเลือกซื้อสวมใส่และเป็นของฝาก ได้ในราคาเริ่มต้นเพียงตัวละ 199 บาท ประกอบด้วย ลายดอกประดู่ ดอกไม้ประจำจังหวัดอุตรดิตถ์, ซุ้มประตูเมืองลับแล, ลายทุเรียนหลง-หลินลับแล และลายผ้าทอเมืองลับแล พร้อมตัวหนังสือไทย-อังกฤษ ว่า ลับแล อุตรดิตถ์ ทั้งนี้เลือกใช้ผ้าไหมอิตาลี สีน้ำตาลวินเทจ เนื้อดี นุ่มลื่น เบา สวมใส่สบายไม่ร้อน ไม่ยับ ล็อตแรกเป็นแบบขายาวผู้ใหญ่ มีทั้งขาปล่อยและขาจั๊ม

ด้านนางปุณยนุช ทองชั้น เจ้าของร้านตะวันฉายผ้าฝ้ายเมืองลับแล กล่าวว่า ดีใจที่ได้รับการตอบรับที่ดี กำลังต่อยอดชุดเด็ก และมีสีให้เลือกมากขึ้น นอกจากมีจำหน่ายหน้าร้านแล้ว ยังสั่งจองและสอบถามผ่ายเพจเฟซบุ๊ก ตะวันฉาย ผ้าฝ้ายเมืองลับแล สำหรับ ผู้ที่สนใจอยากจะสั่งจอง มาใส่ แบบทันสมัย สามารถโทรสั่งจองได้ที่ 087-521-2432


นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

ส่องทะเบียนรถนายกรัฐมนตรี เปิดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์

จังหวัดลพบุรี – นายกรัฐมนตรีเปิดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครั้งที่ 36 ชื่นชมชาวลพบุรี พร้อมใจ “แต่งชุดไทยทั้งเมือง”ผลักดันนโยบาย Soft Power คณะที่ประชาชนคอยต้อนรับส่องทะเบียนรถนายก เลขดี เลขสวย เลขมงคล 30 ต้องมา

เมื่อวันนี้ (9 กุมภาพันธ์ 2567) เวลา 18.00 นาฬิกา นายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่งชุดไทยนุ่งโจงกระเบน เดินทางมามาถึงที่บริเวณปรางค์แขก ถนนวิชาเยนทร์ ตำบลท่าหิน อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี พร้อมคณะท่าม กลางประชาชนจำนวนมากให้การต้อนรับ และร่วมชมบวนแห่ประวัติศาสตร์ก่อนมีพิธีเปิดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี 2567 ซึ่งเป็นขบวนแห่ก่อนพิธีเปิดงานที่มีความยิ่งใหญ่อลังการ เป็นการจำลองรูปแบบขบวนของพระมหากษัตริย์ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช รวมถึงแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านการค้ากับต่างประเทศมีผู้ร่วมขบวนกว่า 1,000 คน จากนั้น เวลา 18.00 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดงานแผ่นดินสมเด็จ พระนารายณ์มหาราช ประจำปี 2567 โดยนายอำพล อังคภรกรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวรายงาน

การจัดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นงานประเพณีที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุด ของจังหวัดลพบุรี เริ่มจัดงานครั้งแรกเมื่อปีพุทธศักราช 2522 และสำหรับการจัดงานในครั้งนี้เป็นการจัดงาน ครั้งที่ 36 กำหนดจัดระหว่าง วันศุกร์ที่ 9 ถึงวันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 รวม 10 วัน 10 คืน โดยมีวัตถุประสงค์ของการจัดงานเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยในปีนี้จังหวัดลพบุรี ได้จัดนิทรรศการเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานศิลปวัฒนธรรม รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด
ซึ่งรูปแบบการจัดงานเป็นการจำลองบรรยากาศย้อนกลับไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช การประดับตกแต่งโบราณสถานสำคัญในจังหวัดลพบุรี ทั้งในพระนารายณ์ราชนิเวศน์และภายใน บริเวณเมืองเก่า

โดยในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีการรำบวงสรวงถวายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช /ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งจะมีผู้ร่วมรำบวงสรวงฯ ประมาณ 5 พันคน และกิจกรรมสำคัญ ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดลพบุรี และสร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาเที่ยวชมงานคือบรรยากาศชาวลพบุรีพร้อมใจแต่งไทยทั้งเมืองเป็นเวลา 1 เดือน

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมชาวลพบุรีทุกคนมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ร่วมกัน สืบสานงานประเพณีที่สำคัญนี้มาจนถึงปัจจุบัน และจัดงานได้อย่างยิ่งใหญ่ สวยงาม สมพระเกียรติ และยังได้ชื่นชมการพร้อมใจแต่งชุดไทยทั้งเมืองของชาวลพบุรี ซึ่งแสดงถึงความร่วมมือ ร่วมใจและความสมัครสมานสามัคคีของคนในจังหวัดลพบุรี นายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า การจัดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชของจังหวัดลพบุรี เป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีไทย เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน การส่งเสริมผ้าพื้นเมืองของจังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นการผลักดันนโยบาย Soft Power ดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอีกด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ทธ.ร่วมกับจ.เพชรบูรณ์ และเครือข่ายพันธมิตร จัดกิจกรรม “วิ่งท่องทะเลดึกดำบรรพ์ สู่อารยธรรมโบราณศรีเทพ”

เพชรบูรณ์ – ทธ. ร่วมกับจังหวัดเพชรบูรณ์ และเครือข่ายพันธมิตรจัดกิจกรรม “วิ่งท่องทะเลดึกดำบรรพ์ สู่อารยธรรมโบราณศรีเทพ”

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมทรัพยากรธรณี (ทธ.) ร่วมกับ จังหวัดเพชรบูรณ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ เทศบาลตำบลบ้านโภชน์ และเครือข่ายอุทยานธรณีเพชรบูรณ์ จัดกิจกรรม “วิ่งท่องทะเลดึกดำบรรพ์สู่อารยธรรมโบราณศรีเทพ” โดยได้รับเกียรติจาก นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ รองปลัดกระทรวงทรัพยา กรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน พร้อมด้วยนายพิชิต สมบัติมาก อธิบดีกรมทรัพยา กรธรณี กล่าวรายงาน และนายจีรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ให้การต้อน รับ ณ วัดซับเดื่อ ตำบลบ้านโภชน์ อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์

นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า “กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวตามนโยบายของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการสร้าง Soft power ทางด้านแหล่งธรณีวิทยาให้กับ จังหวัดเพชรบูรณ์ หลังจากที่ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานของอุทยานประวัติศาสตร์ตามนโยบาย ของรัฐบาลเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรณีและอุทยานธรณีกับแหล่งมรดกโลกศรีเทพเพื่อให้นักท่องเที่ยวมีสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นและใช้เวลาท่องเที่ยวอยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์นานขึ้น”

นายพิชิต สมบัติมาก อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า “ปัจจุบันประเทศไทย มีอุทยานธรณีระดับโลก 2 แห่ง อุทยานธรณีระดับประเทศ 3 แห่ง และอุทยานธรณีท้องถิ่น 5 แห่ง โดยกรมทรัพยากรธรณีดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนอุทยานธรณีในประเทศไทยผ่านกลไกคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอุทยานธรณี และมีโครงการรองรับ 2 โครงการ ได้แก่ โครงการพัฒนาและส่งเสริมอุทยานธรณีตามแนวทางสากล (UNESCO Geopark) และโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวและเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านธรณีวิทยาในจังหวัดเพชรบูรณ์ตามนโยบายของรัฐบาล กรมทรัพยากรธรณี จึงได้จัดกิจกรรมวิ่ง โดยมีระยะทาง 3 ระยะ ประกอบด้วย

1) ประเภท Mini Marathon ระยะทาง 11.5 KM.
2) ประเภท Fun Run Trail ระยะทาง 3 KM.
3) ประเภท VIP Walk ระยะทาง 1.5 KM.

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย นิทรรศการ “เชื่อมโยงแหล่งดึกดำบรรพ์กับแหล่งอารย ธรรม” เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ด้านธรณีวิทยา ตลอดเส้นทางการวิ่ง จำนวน 13 บอร์ด ประกอบด้วย ซากดึกดำบรรพ์สายพันธุ์แห่งบ้านโภชน์, แหล่งซากดึกดำบรรพ์ในจังหวัดเพชรบูรณ์, ธรณีวิทยาสร้างอัตลักษณ์ให้เศรษฐกิจชุมชน, ท้องทะเลดึกดำบรรพ์ภูน้ำหยด ความหลากหลายทางชีวภาพของซากดึกดำบรรพ์, บ้านโภชน์, น้ำตกเสาหินอัคนี ประเภทซากดึกดำบรรพ์ อุทยานธรณีคืออะไร ธรณีวิทยาประเทศไทย ซากดึกดำบรรพ์คืออะไร แผนที่อุทยานธรณีประเทศไทย ธรณีวิทยาจังหวัดเพชรบูรณ์ ศิลปะทวารวดีกับแหล่งธรณีวิทยา กระบวนการเกิดซากดึกดำบรรพ์ แหล่งซากดึกดำบรรพ์บ้านโภชน์ ท้องทะเลดึกดำบรรพ์บ้านโภชน์ รวมทั้ง กองทัพมาสคอต หอยนอติลอยด์ ขนาดสูง 4 เมตร หุ่นจำลองไดโนเสาร์ และส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชน วัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น มะม่วง และมะขามแห่งท้องทะเลดึกดำบรรพ์

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน โดยสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นโดยการเชื่อมโยงแหล่งมรดกโลกกับแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ทางธรณีวิทยาทำให้นักท่องเที่ยวมีสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นและใช้เวลาอยู่ในจังหวัดนานขึ้น อีกทั้ง ชุมชนในพื้นที่มีความหวงแหนและอนุรักษ์ทรัพยากรในพื้นที่ทำให้รู้จักพื้นที่แหล่งอนุรักษ์ทรัพยากรที่สำคัญ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม มากกว่า 500 คน


มนสิชา คล้ายแก้ว

คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนด้านการท่องเที่ยวจังหวัดจันทบุรี ลงพื้นที่ประเมินแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อต่อยอด ดึงจุดเด่น สร้างจุดขาย ให้พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ วันที่ 2

จันทบุรี – คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนด้านการท่องเที่ยวจังหวัดจันทบุรี ลงพื้นที่ประเมินแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อต่อยอด ดึงจุดเด่น สร้างจุดขาย ให้พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ วันที่ 2

วันนี้ ( 9 ก.พ.67 ) นายธวัชัชย นามสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำคณะอนุกรรม การขับเคลื่อนการพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดจันทบุรี ด้านการท่องเที่ยว ลงพื้นที่โอเอซีส ซีเวิลด์ และอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ เพื่อประชุมประเมินแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

ตามที่จังหวัดจันทบุรี ได้จัดทำโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพภูมิปัญญาไทยและสมุนไพรจังหวัดจันทบุรี ปี 2567 ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดจันทบุรีทั้ง 2 แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวใน 6 แห่งที่ขอรับการรับรองเพื่อพัฒนาและยกระดับเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโดยโครงการดังกล่าว จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ได้รับการส่งเสริมบำรุงรักษาสุขภาพกาย สุขภาพจิต การบำบัดรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสุขภาพ เพื่อสร้างเสริมสุขภาพที่ดี ตลอดจนเป็นการสร้างโอกาสให้กับชุมชนได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เกิดรายได้ และสร้างมูลค่าเศรษฐกิจของจังหวัดจันทบุรี

โดยปี 2567 มีแหล่งท่องเที่ยวที่ขอรับการรับรองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ภูมิ ปัญญาไทยและสมุนไพรทั้งสิ้น 6 แห่ง ได้แก่ 1)ศูนย์เรียนรู้กระวานทับไทรจันทบูร อำเภอโป่งน้ำร้อน, 2) โอเอซีส ซีเวิลด์ อำเภอแหลมสิงห์, 3) อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์, 4) ชบารีสอร์ท แอนด์ การ์เด้น อำเภอเมืองจันทบุรี, 5) ทัณฑสถานทุ่งเบญจา อำเภอท่าใหม่ และ 6) วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตร อำเภอท่าใหม่


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี 089-6767346
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก 062-7584334

แม่ค้ายิ้มแก้มปริ.. กางเกงลิงสุดปัง ออเดอร์ล้นแห่จองวันละกว่าพันตัว

จังหวัดลพบุรี – เพียงความฝัน แรงบันดาลใจของเด็กเยาชนลพบุรี กับกระแสเรื่องของลิงลพบุรีที่มาแรงในขณะนี้ กับกลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของจังหวัดได้ กางเกงลิงขายาวสุดเก๋ไก๋ ชาวบ้าน นักท่องเที่ยว กลุ่มวัยรุ่น แห่ซื้อวันเดียวขายกว่า 500 ตัว เกลี้ยงร้าน กับยอดจองพุ่งกระฉูดวันเดียวกว่าพันตัว

เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 9 ก.พ. 2567 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ ร้านบุษบา ตั้งอยู่เลขที่ 156 ถนนสุรสงคราม ตำบลท่าหิน อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี หลังจากมีกระแสความต้องการของลูกค้าที่อยากได้กางเกงลิง จากการสังเกตุพบว่ามีลูกค้าที่มาต่างเข้าคิวขอซื้อกางเกงขายาวรูปลิง ผสมผสานกับดอกทานตะวัน ปรางค์สามยอด และสัญลักษณ์ของจังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นที่ต้องการจากลูกค้าในขณะนี้ ประกอบกับในวันนี้มีงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ในวันแรก ซึ่งมีประชาชนแต่งกายด้วยผ้าไทยย้อนยุคอย่างสวยงาม แต่ก็ยังคงเลือกหากางเกงลิงซึ่งมีจำหน่ายเพียงร้านเดียว

นางสาวบุษบา องศา อายุ 56 ปี เจ้าของร้านบุษบา เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า จุดเริ่มต้นมาจากแนวคิดของเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งจังหวัดลพบุรี ที่ไปเรียนอยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเด็กรุ่นใหม่ ไฟแรง ได้ออกแบบผลิตลายผ้าเป็นรูปภาพลิง ดอกทานตะวัน และปรางค์สามยอด ลงบนกางเกงสีแดง ดำ และสีสดใจ ส่งมาทดลองจำหน่ายครั้งแรกจำนวน 60 ตัว ซึ่งที่ผ่านมาก็ยังไม่ได้มีการตอบรับจากลูกค้ามากนัก จนเมื่อมีกระแสของลิงลพบุรีในเรื่องต่างๆ มากมาย ส่งผลให้ประชาชน คนรักลิงลพบุรี เยาวชนต่างเสาะหา และนำไปสวมใส่อวดกันจนกลายเป็นกระแสความนิยม ซึ่งเป็นช่วงจังหวะพอดีกับงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี 2567 พอดี ส่งผลให้การขายกางเกงลิงสุดปัง เพียงวันเดียวขายกางเกงลิงไปกว่า 500 ตัว แถมยอดจองวันเดียวกระฉูดนับ 1,000 ตัว ซึ่งคาดว่าน่าจะมีการสั่งซื้ออีกนับหมื่นตัว คาดสร้างรายได้ให้กับร้าน และยังช่วยส่งเสริมลูกหลานชาวลพบุรี ให้มีรายได้ ให้ได้มูลค่ากับผลิตภัณฑ์ที่ตนเองคิด และผลิต ซึ่งตนเองจะเป็นคนขายที่ดี ไม่เพิ่มราคา แต่จะสร้างคุณค่าของสินค้าซอฟต์พาวเวอร์ให้กับเมืองลพบุรี

ถึงแม้ว่ากางเกงลิงถึงจะมาช้ากว่ากางเกงช้าง และกางเกงสัตว์คู่เมืองชนิดอื่นๆ แต่กระแสการตอบรับล้นแบบนี้ รับรองสู้ได้ กับยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างแรง เพียงวันเดียวยอดขายยอดจองกว่า 2,000 ตัว ซึ่งคาดว่าในอนาคตคงมีคนไทย คนต่างชาติ สนใจสั่งซื้อกางเกงลิงไปใส่กัน เนื่องจากผ้าเนื้อดีสวมใส่สบาย สีสวยสดใส เย็นสบาย ซึ่งแบบมีทั้งชายและหญิง และมีทุกไซส์ ทุกขนาด ราคาไม่แพง เพียงตัวละ 259 บาทเท่านั้น หากซื้อหลายตัวเจ้าของยังใจดีลดราคาให้อีก ซึ่งกางเกงลิงลพบุรี ขณะนี้กระแสแรงสุดๆ กลุ่มนักท่องเที่ยว กลุ่มคนรักลิง กลุ่มวัยรุ่นต่างเร่งหาเพื่อนำมาสวมใส่ ซึ่งคุณบุษบากล่าวว่าหลังจากวันนี้ขายหมดร้านไปแล้ว สินค้ากำลังเร่งผลิตและจะมาถึงร้านพร้อมจำหน่ายอีกครั้งในวันที่ 16 ก.พ. นี้ แน่นอน


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

สำนักงานเกษตรอำเภอหล่มสัก จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ปี 2567 (Field Day)

สำนักงานเกษตรอำเภอหล่มสักจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ปี 2567 (Field Day)

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 สำนักงานเกษตรอำเภอหล่มสัก จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ปี 2567 (Field Day) ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร(ศพก.เครือข่าย) สวนมะขามหวานของนางสาวกนิษฐา ฉินเฉลิมวงศ์ เลขที่ 41 หมู่ที่ 9 ตำบลปากช่อง อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมี นายภาคภูมิ ภูมี นายอำเภอหล่มสัก เป็นประธานเปิดงานฯ

การจัดงานครั้งนี้วัตถุประสงค์ เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้เข้ามาเรียนรู้ รับทราบเทคโนโล ยีการผลิตใหม่ๆ ช่องทางการตลาด ข้อมูลข่าวสาร การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ตลอดจนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรกรด้วยกันเอง รวมทั้ง นักวิชาการผู้เชี่ยว ชาญในแต่ละสาขา ซึ่งเป็นตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ โดยใช้ศูนย์เครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรเป็นสถานที่จัดงาน และเป็นแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตรที่มีเกษตรกรผู้นำเป็นผู้บริหารจัดการ ภายใต้การสนับสนุนของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

SONY DSC

การจัดงาน Field Day จึงเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ที่เหมาะสมของเกษตรกร โดยกิจกรรมประกอบด้วยสถานีการเรียนรู้ด้านการเกษตรประกอบด้วยสถานีการเรียนรู้ 4 สถานี ได้แก่เทคโนโลยีด้านการปรับปรุงบำรุงดิน โดยสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 8 กรมพัฒนาที่ดิน การดูแลและการบำรุงรักษามะขามหวาน โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ การจัดการคุณภาพและการขอรับรองมาตรฐานโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบูรณ์ การตลาดและการคัดเกรดมะขามเพื่อจำหน่าย โดย นางสาวกนิษฐา ฉินเฉลิมวงศ์ เจ้าของสวนมะขามหวานกนิษฐาเกษตรกรต้นแบบ

นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการของภาคีเครือข่ายต่างๆ อาทิ เช่น สำนักงานสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์ สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์ สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบูรณ์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบูรณ์ การจำหน่ายสินค้าเกษตรจากกลุ่มแปลงใหญ่ในอำเภอหล่มสัก เช่น แปลงใหญ่ส้มโอหวานตำบลลานบ่า แปลงใหญ่ผักอินทรีย์ตำบลห้วยไร่ เป็นต้น มีผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ตลอดจนกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ตำบลปากช่องและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมงานกว่า 80 ราย


มนสิชา คล้ายแก้ว

“ผบ.ตร.” ประชุมหารือ ผบช.น.และเจ้าหน้าที่ กำชับแนวทางการถวายความปลอดภัยให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด แต่ต้องไม่กระทบแก่พสกนิกรของพระองค์ท่าน

”ผบ.ตร.“ ประชุมหารือ ผบช.น.และเจ้าหน้าที่ กำชับแนวทางการถวายความปลอดภัยให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด แต่ต้องไม่กระทบแก่พสกนิกรของพระองค์ท่าน

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (9 กุมภาพันธ์ 2567 ) เวลา 15:30 น. ได้เดินทางไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เพื่อกำชับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ในการถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จฯ และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร โดยได้กำชับการปฏิบัติ ว่าต้องไม่กระทบกับพี่น้องประชาชนที่สัญจรบนท้องถนน และยังคงหลักด้านความปลอดภัยในขบวนเสด็จอย่างสูงสุด ตลอดจนได้กำชับการรวบรวมพยานหลักฐานในคดีที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในขบวนเสด็จฯ “พร้อมสั่งกำชับให้พนักงานสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งก่อน ขณะ และหลังขบวนเสด็จ อย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย

หากพบว่ามีความผิด ก็ให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งให้นำบทเรียนที่เกิดผลกระทบต่อขบวนเสด็จมาทำการศึกษา เพื่อถอดบทเรียน ทำการประชาสัมพันธ์แนวทางในการใช้รถใช้ถนนของประชาชน ในกรณีร่วมเส้นทางกับขบวนเสด็จให้ทราบและปฏิบัติได้อย่างปลอดภัย และเพื่อให้เกิดมาตรฐานในการถวายความปลอดภัยให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด และไม่กระทบแก่พสกนิกรของพระองค์ท่าน ”ผบ.ตร.กล่าว“

#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ#Royalthaipolice


ผบ.ทอ.พร้อมคณะ เดินทางเยือนประเทศมาเลเซีย ตามคำเชิญอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 7 – 8 กุมภาพันธ์ 2567

ผู้บัญชาการทหารอากาศ และนายกสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ พร้อมคณะ เดินทางเยือนประเทศมาเลเซีย ตามคำเชิญอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 7 – 8 กุมภาพันธ์ 2567

พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมคณะ เดินทางเยือนประเทศมาเลเซีย ตามคำเชิญอย่างเป็นทางการของ พลอากาศเอก ตัน สรี ดาโต๊ะ สรีมูฮัมหมัด อัสฆาร์ ข่าน บิน ฆอรีมาน ข่าน ผู้บัญชาการทหารอากาศมาเลเซีย โดยผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้รับเกียรติเป็นประธานในพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ และลงนามในสมุดเยี่ยมของกองทัพอากาศมาเลเซีย ณ กองบัญชาการกองทัพอากาศมาเลเซีย

ในโอกาสนี้ ได้เข้าเยี่ยมคำนับผู้บัญชาการทหารอากาศมาเลเซีย โดยทั้งสองท่านได้ร่วมสนทนาในประเด็นต่างๆ อาทิ การกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพอากาศทั้งสองชาติ การผลักดันความร่วมมือต่างๆ ให้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง การพบปะพูดคุย รวมทั้งการสร้างความเข้าใจ โดยเฉพาะกิจกรรมการแลกเปลี่ยนการเยือนทั้งในระดับผู้บังคับบัญชาระดับสูงไปจนถึงระดับผู้ปฏิบัติงาน เช่น การประชุม Air Working Group และการฝึกผสม AIR THAMAL ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกองทัพอากาศและกองทัพอากาศมาเลเซีย ให้มีเพิ่มมากยิ่งขึ้น หลังจากการเยี่ยมคำนับผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้เข้าพิธีประดับปีกนักบินกิตติมศักดิ์จากผู้บัญชาการทหารอากาศมาเลเซีย

จากนั้นได้เดินทางไปยังฝูงบิน 8 ฐานทัพอากาศซูบัง เพื่อรับฟังการบรรยายสรุป พร้อมเยี่ยมชมกิจการ โดยฝูงบิน 8 มีภารกิจสำคัญในการปฏิบัติภารกิจการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัย (Humanitarian Assistance and Disaster Relief : HADR) ซึ่งสามารถนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์ มาปรับใช้กับกองทัพอากาศ เพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อไป


กองประชาสัมพันธ์ สำนักกิจการพลเรือนและประชาสัมพันธ์ กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ

พลเอก โดมศักดิ์ฯ รองผบ.ทสส. และคณะ ตรวจเยี่ยมหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่15 สำนักงานพัฒนาภาค1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย จังหวัดอุทัยธานี

วันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 พลเอก โดมศักดิ์ คำใสแสง รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และคณะ ตรวจเยี่ยมหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 15 สำนักงานพัฒนาภาค 1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ณ อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี

ในโอกาสนี้ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานตามโครงการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 งานซ่อมทางผิวจราจรลูกรัง บ้านหนองใหญ่ และวัดป่าธนากโร ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี และได้ร่วมปลูกไม้มีค่าสร้างพื้นที่ป่าในวัด จากนั้นเดินทางไปตรวจงานขุดลอกแหล่งน้ำ บ้านใหม่ ตำบลคอกควาย อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี โดย หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 15 สำนักงานพัฒนาภาค 1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้นำรถครัวสนามและรถประปาสนาม มาผลิตอาหารกล่องและน้ำดื่ม มอบให้กับประชาชนในพื้นที่ ด้วย

ทั้งนี้ การตรวจเยี่ยมหน่วยขึ้นตรงของกองบัญชาการกองทัพไทย เป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่ได้มอบเจตนารมณ์ และแนวความคิดในการปฏิบัติด้านการพัฒนากำลังพล ซึ่งเป็นโอกาสที่จะได้รับทราบผลการปฏิบัติงานและปัญหาข้อขัดข้องที่เกิดขึ้น และขอให้กำลังพลทุกนายมีความมุ่งมั่น เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และเป็น oneteamทัพไทย ที่ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น อันจะนำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้าต่อตนเองและประเทศชาติ อย่างยั่งยืนตลอดไป

#oneteamทัพไทย


กองบัญชาการกองทัพไทย