นักท่องเที่ยวทึ่ง !! ลิงถูกรถชนสลบคาถนน.. พวกลิงนับร้อยรุดช่วยเหลือ

จังหวัดลพบุรี – ประชาชนนักท่องเที่ยวต่างทึ่ง เมื่อพบเห็นอุบัติเหตุรถนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ขับรถชนลิงซึ่งกำลังวิ่งข้ามถนนจนลิงสลบเหมือดอยู่กลางถนน เหล่าบรรดาเพื่อนลิงน้อยใหญ่ส่งเสียงร้องดังลั่นเรียกพวกลิงนับร้อยลงมาช่วยเหลือต่างช่วยกันลาก ช่วยกันอุ้มลิงบาดเจ็บขึ้นมาวางไว้บนฟุตบาท ห้อมล้อมด้วยลิงตัวใหญ่และห้ามให้ใครเข้าใกล้

โดยเมื่อค่ำวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุรถยนต์ไม่ทราบชนิด ซึ่งคาดว่าเป็นรถของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อมาเที่ยวงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้เฉี่ยวชนลิงซึ่งอยู่บริเวณหน้าศาลพระกาฬ ซึ่งกำลังจะเดินข้ามาฝั่งปรางค์สามยอด โดยเห็นว่ามีลิงวิ่งข้ามถนนในระยะกระชั้นชิด ซึ่งรถไม่สามารถหยุดหักหลบ หรือเบรกได้ทัน พุ่งชนจนลิงกระเด็นแน่นิ่งอยู่บนถนน ซึ่งรถยนต์คันดังกล่าวก็คงไม่ทราบและไม่มีเจตนาที่จะชน และอาจะไม่คุ้นเคยเส้นทางดังกล่าวว่ามีลิงเดินวิ่งตลอดเวลาได้ขับผ่านไป และช่วงเวลาดังกล่าวมีรถจำนวนมาก จราจรคับคั่ง ซึ่งก็ทำให้เป็นความโชคดีของลิงตัวดังกล่าวที่ไม่ถึงกับตายหรือพิการ

หลังจากที่รถเคลื่อนตัวก็เจอลิงที่โดนรถชนเป็นลิงเพศผู้ตัวใหญ่ นอนสลบอยู่กลางถนนท่ามกลางเสียงร้องดังลั่นของลิงทั่วบริเวณ ตามสัญชาติญาณที่ลิงลพบุรีถูกทำร้าย เกิดอุบัติเหตุ ไฟช็อต หรือถูกรังแก จะมาช่วยเหลือกันเอง ห้ามใครเข้าใกล้ โดยมีลิงขนาดใหญ่ดึงหาง ลากขา ช่วยกันอุ้มลิงสลบขึ้นมาวางไว้บนฟุตบาท โดยมีลิงน้อยใหญ่ห้อมล้อมลิงตัวดังกล่าวไว้ โดยมองไม่เห็นว่าลิงตัวดังกล่าวบาดเจ็บส่วนใดของร่างกาย ประมาณ 15-20 นาที ลิงที่สลบ ก็งัวเงีย ฟื้นขึ้นมาโดยมีลิงรุ่นเดียวกันเดินรอบตัวเพื่อดูอาการ ท่ากลางเสียงเชียร์ของประชาชน และนักท่องเที่ยวที่มองดูห่างๆ คอยให้กำลังใจให้ลุกขึ้น โดยเอาน้ำขนม เข้าไปให้กินโดยมีเหล่าลิงน้อยใหญ่มองดูอยู่ไกลๆ เมื่อเห็นว่าอาการดีขึ้นแล้ว

ท่ามกลางกำลังใจจากคน และจากลิงด้วยกันไม่นานลิงตัวดังกล่าวก็สามารถลุกเดินก่อนที่จะวิ่งกระโพลกกระเพลกเขากลุ่มที่ปรางค์สามยอดไป ซึงบริเวณพื้นที่รอบปราง๕สามยอด ได้มีการจัดการแสดงแสง สี เสียง มีประชาชนที่เดินทางมาเที่ยวมาชมกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากเป็นในช่วงเวลาปกติรถคันที่ชนอาจจะวิ่งเร็วกว่านี้ และส่งผลให้ลิงที่ถูกชนตายหรือพิการได้ สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ค่อยเกิดนานๆ เกิดสักครั้ง เพราะกับคนลพบุรีขับรถก็จะอยู่กัน เวลาถึงบริเวณศาลพระกาฬ ปรางค์สามยอดช่วงเวลาประมาณ 08.00-09.00 น. ลิงสามฝูง จะเดินข้ามมากินอาหารที่ทางเจ้าหน้าที่จัดไว้ให้ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นภาพที่นักท่องเที่ยวต่างทึ่ง และไม่เคยเห็นมาก่อน ต่างแปลกใจที่พอลิงถูกรถชนไม่รู้ว่าลิงจำนวนมากมาจากไหนส่งเสียงร้องกันดังลั่นจนขนลุก และเมื่อลิงตัวไหนตายพวกเขาก็จะเอาร่างเพื่อนลิงไปซ่อนในในสุสานของพวกเขา โดยที่ไม่มีใครรู้ใครเคยเห็นเช่นกัน


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือน “6 โจรความรัก หลอกไม่พัก รักวาเลนไทน์” รู้ไว้ปลอดภัยกว่า

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือน “6 โจรความรัก หลอกไม่พัก รักวาเลนไทน์” รู้ไว้ปลอดภัยกว่า

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ โดยในปัจจุบันจากสถิติการรับแจ้งความออนไลน์คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 17 มีนาคม 2566 – 31 ธันวาคม 2566 พบว่าคดีออนไลน์ประเภท หลอกให้รักแล้วโอนเงิน หรือ Romance Scam มีจำนวนคดีมาเป็นอันดับที่ 10 ที่ 1,435 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 476 ล้านบาท

และด้วยวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 ที่จะมาถึงนี้เป็นเทศกาล “วันวาเลนไทน์” หรือที่เรียกกันว่าเทศกาลแห่งความรัก ที่พี่น้องประชาชนจำนวนมากมักถือเอาเทศกาลวันวาเลนไทน์เป็นโอกาสในการแสดงออกถึงความรัก อาทิ การส่งของขวัญ เงิน นัดรับประทานอาหารค่ำ หรืออยู่ด้วยกันยามค่ำคืนกับคนรัก เนื่องในโอกาสพิเศษนี้.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนพี่น้องประชาชน ถึงภัยอาชญากรรมที่มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสใช้เทศกาลวันวาเลนไทน์ ในการหลอกลวงพี่น้องประชาชน ทั้งหมด 6 รูปแบบ หรือที่เรียกว่า “6 โจรความรัก” ดังต่อไปนี้

1. “หลอกให้รัก หวังเอาเงิน” คือ กลุ่มมิจฉาชีพที่สร้างบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ปลอมที่ใช้ภาพของบุคคลอื่น หรือภาพที่สร้างขึ้นจาก AI โดยมักจะเป็นภาพของหนุ่มหล่อ สาวสวย หรือคนที่มีฐานะทางการเงิน เข้ามาขอเป็นเพื่อน หรือทักมาในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อสานสัมพันธ์ จากนั้นจะหลอกลวงเอาทรัพย์สินจากผู้เสียหาย

2. “หลอกให้รัก ชวนลงทุน(ปลอม)” คือ กลุ่มมิจฉาชีพที่สร้างบัญชีชื่อสื่อสังคมออนไลน์ปลอม เข้ามาสานสัมพันธ์ จากนั้นจะอ้างว่าสามารถนำเงินไปลงทุนได้ผลตอบแทนสูง และชวนให้ผู้เสียหายลงทุนด้วย ซึ่งการลงทุนดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นเพียงกลลวงของมิจฉาชีพเท่านั้น

3. “หลอกให้รัก ชวนถ่ายคลิป” คือ กลุ่มมิจฉาชีพที่สร้างบัญชีชื่อสื่อสังคมออนไลน์ปลอม เข้ามาสานสัมพันธ์ จากนั้นจะชวนให้เหยื่อวิดีโอคอล หรือถ่ายคลิปลามก ส่งให้กับคนร้าย เมื่อคนร้ายบันทึกภาพหน้าจอหรือได้รับคลิปวิดีโอจากเหยื่อ ก็จะนำคลิปดังกล่าวมาเรียกเงินจากผู้เสียหายแลกกับการไม่นำไปเผยแพร่ หรือส่งให้กับภรรยา(ตัวจริง)

4. “มารความรัก หลอกขายของ” คือ กลุ่มมิจฉาชีพที่ใช้บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ปลอม หลอกขายของในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ โดยมักจะมีราคาถูกเกินจริง เพื่อล่อลวงให้เหยื่อสั่งซื้อสินค้ากับคนร้าย

5. “มารความรัก หลอกจองร้านอาหาร” คือ กลุ่มมิจฉาชีพที่สร้างบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ปลอม แอบอ้างเป็นร้านอาหารต่าง ๆ จัดโปรโมชันช่วงเทศกลาลวันวาเลนไทน์ และหลอกล่อให้เหยื่อจ่ายเงินค่ามัดจำเพื่อสำรองโต๊ะ ซึ่งกว่าเหยื่อจะรู้ตัว ก็คือวันที่เหยื่อและคนรักเดินทางไปถึงร้านอาหารที่ถูกแอบอ้าง แล้วพบว่าตนถูกหลอก

6. “มารความรัก หลอกจองที่พัก” คือ กลุ่มมิจฉาชีพที่สร้างบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ปลอม แอบอ้างเป็นโรงแรมที่พักต่าง ๆ จัดโปรโมชันช่วงเทศกลาลวันวาเลนไทน์ และหลอกล่อให้เหยื่อจ่ายเงินค่ามัดจำเพื่อสำรองที่พัก ซึ่งกว่าเหยื่อจะรู้ตัว ก็คือวันที่เหยื่อและคนรักเดินทางไปถึงโรงแรมหรือที่พักที่ถูกแอบอ้าง แล้วพบว่าตนถูกหลอก.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าหลงเชื่อในสิ่งที่ราคาถูกหรือดูดีเกินจริง และมัดระวัง “6 โจรความรัก” 6 รูปแบบ กลลวงของมิจฉาชีพในการหลอกลวงแสวงหาประโยชน์จากพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์.สุดท้ายนี้ หากพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ บนเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

#วาเลนไทน์#เตือนภัยออนไลน์#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ#Royalthaipolice


สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

“รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล” โดย ทัพเรือภาคที่ 2

“รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล” โดย ทัพเรือภาคที่ 2

วันที่ 10 ก.พ. 67 เวลา 08.00 น. พล.ร.ต.โชคชัย เรืองแจ่ม เสธ ทรภ.2 และคณะ เดินทางมาที่ท่าเทียบเรือ ฐท.สข.ทรภ.2 เพื่อร่วมตรวจสอบ และดูแลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการสอบสวนลูกเรือประมงเวียดนาม ทั้ง 10 คน พร้อมตรวจสอบเรือประมงของกลางทั้ง 2 ลำ ที่ใช้ลักลอบทำการประมงผิดกฎหมายในน่านน้ำไทย ทัพเรือภาคที่ 2 ได้รับข่าวจาก ขว.ทร. และจาก ศรชล.ภาค 2 ว่ามีกลุ่มเรือประมงต่างชาติเข้ามาทำประมงผิดกฏหมายในน่านน้ำไทย

พล.ร.ท. พิจิตต ศรีรุ่งเรือง ผบ.ทรภ.2 /ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 2 ได้สั่งการให้ เครื่องบินตรวจการณ์ชี้เป้าแบบที่ 1 ปฏิบัติการร่วมกับ ร.ล.คลองใหญ่ ในการลาดตระเวนพิสูจน์ทราบ โดยในวันที่ 9 ก.พ.67 ได้ตรวจพบเรือประมงสัญชาติเวียดนาม จำนวน 2 ลำ กำลังลักลอบทำการประมง ร.ล.คลองใหญ่ จึงเข้าทำการจับกุม เรือลำที่ 1 จับกุมได้ที่บริเวณ แบริ่ง 066 ระยะ 70 ไมล์ จากทุ่นไฟปากร่องน้ำสงขลา มีผู้ควบคุมเรือพร้อมลูกเรือจำนวน 5 คน เรือลำที่ 2 จับกุมได้บริเวณแบริ่ง 085 ระยะ 76 ไมล์ จากทุ่นไฟปากร่องน้ำสงขลา มีผู้ควบคุมเรือพร้อมลูกเรือ จำนวน 5 คน จึงได้ควบคุมเรือของกลางทั้ง 2 ลำ พร้อมลูกเรือทั้งหมด กลับมายังท่าเทียบเรือ ฐท.สข.ทรภ.2 ต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา จว.สงขลา เพื่อทำการสอบสวน และส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป #ทัพ

เรือภาคที่2#เทิดทูนสถาบัน_ยึดมั่นระเบียบวินัย_ประชาชนภูมิใจ_ทะเลไทยมั่นคง#FITfortheFUTURE


กองทัพเรือ

โครงการ ติวน้องสานฝันสู่เส้นทางโรงเรียนจ่าอากาศ

โครงการติวน้องสานฝันสู่เส้นทางโรงเรียนจ่าอากาศ อีกหนึ่งโครงการดีๆ ของกองทัพอากาศ โดยกองทุนสวัสดิการทหารอากาศศูนย์เยาวชน ทอ. จัดคอร์สติวความรู้ 5 วิชาสามัญ ให้กับเยาวชนและทหารกองประจำการสังกัดกองทัพอากาศ เพื่อเตรียมความพร้อมสอบเข้านักเรียนจ่าอากาศประจำปี ๖๗ ทั้งแบบ ONSITE และ ONLINE ทั้งนี้มีเยาวชนและทหารกองประจำการสังกัด ทอ. สนใจเข้าร่วมจากทั่วทั้งประเทศเป็นจำนวนมาก (ติดตามคลิปสั้นใต้ Comment)นี่คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญของกองทัพอากาศ “เพราะจ่าอากาศคือหัวใจของกองทัพอากาศ ”ขอเป็นแรงใจให้กับน้องๆ ทุกคน ประสบความสำเร็จ

#นักเรียนจ่าอากาศ#กองทัพอากาศ#UnbeatableAirForce


กองทัพอากาศ

โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าจัด กิจกรรม “ถวายกำลังใจทูลกระหม่อมอาจารย์”

โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าจัด กิจกรรม “ถวายกำลังใจทูลกระหม่อมอาจารย์”

โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าจัดกิจกรรมถวายกำลังใจ แด่ พลเอกหญิงสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุุดา สยามบรมราชกุมารี โดยมีกำลังพลของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนปิยชาติพัฒนาร่วมทำกิจกรรมในวันจันทร์ที่ 12กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 15.30 น. ณ หอประชุมโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า อ.เมือง จว.นครนายก


กองทัพบก

“วิศวกรสังคม” มรภ.มหาสารคาม นำโจทย์การจัดการน้ำ แก้ไขปัญหาให้ชุมชนบ้านโนนแต้ จ.มหาสารคาม ด้วยวิจัยและนวัตกรรม

“วิศวกรสังคม” มรภ.มหาสารคาม นำโจทย์การจัดการน้ำ แก้ไขปัญหาให้ชุมชนบ้านโนนแต้ จ.มหาสารคาม ด้วยวิจัยและนวัตกรรม

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาด้วยทักษะวิศวกรสังคม ที่ (วช.) ให้การสนับสนุนการวิจัย ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม และบ้านโนนแต้ จ.มหาสารคาม

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) กล่าวว่า (วช.) ได้ให้การสนับสนุนทุนวิจัยในการบ่มเพาะวิศวกรสังคมด้วยการวิจัยและนวัตกรรม แก่มหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏได้นำกระบวนการ “วิศวกรสังคม” และวิศวกรสังคมที่ผ่านการบ่มเพาะไปศึกษโจทย์ในพื้นที่และออกแบบกระบวนการพัฒนาพื้นที่ชุมชนด้วยวิจัยและนวัตกรรม โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม (มรม.) ได้ดำเนินการบ่มเพาะ พัฒนาและส่งเสริมให้นักศึกษาวิศวกรสังคม นำทักษะ 4 ประการ ได้แก่ เป็น นักคิด นักสื่อสาร นักประสานงาน และนักสร้างนวัตกรรม เป็นเครื่องมือในการดำเนินการเพื่อพัฒนาและออกแบบโจทย์ร่วมกับชุมชน ทำให้วิศวกรสังคมสามารถทำงานร่วมกับท้องถิ่นได้อย่างมีส่วนร่วม และมีความเข้มแข็งเป็นต้นแบบที่ดี ดังที่วิศวกรสังคมของ มรม. ที่ทำงานร่วมกับชุมชนบ้านโนนแต้ จ.มหาสารคามได้เป็นกระบวนการที่เข้มแข็ง

ผศ.ดร.เนตรชนก จันทร์สว่าง คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รักษาราชการแทน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม กล่าวว่า “วิศวกรสังคม” เป็นรูปแบบที่ช่วยให้ มรม. สามารถพัฒนานักศึกษามาร่วมดำเนินงานเพื่อการพัฒนาชุมชนได้ตรงตามต้องการของชุมชน ดังจะเห็นได้จาก “โครงการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาด้วยทักษะวิศวกรสังคม เพื่อนำสู่การพัฒนาพื้นที่ชุมชนความร่วมมือด้านบริการวิชาการกับ มรม.” ที่ได้รับการสนับสนุนจาก (วช.) ที่มี ผศ.ดร.ไชยยันต์ สกุลไทย หัวหน้าโครงการ ได้เริ่มโครงการตั้งแต่ พฤษภาคม 2565-ปัจจุบัน ซึ่งนำเอากระบวนการวิศวกรสังคมมาพัฒนานักศึกษาให้มีประสบการณ์และทักษะการทำงานจริงร่วมกับชุมชน นำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาท้องถิ่นตามศักยภาพ ตรงกับสภาพปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของชุมชน ซึ่งโครงการนี้ได้ประยุกต์ให้เข้ากับภารกิจในปี 2567 มรม. มีความพร้อมในการนำกระบวนการวิศวกรสังคม เพื่อพัฒนาทักษะให้กับนักศึกษา และนำไปสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนโดยใช้ทรัพยากรในชุมชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ผศ.ดร.ไชยยันต์ สกุลไทย หัวหน้าโครงการ กล่าวว่า ได้บูรณาการการเรียนการสอนนักศึกษาให้ฝึกปฏิบัติงานจริงตามกระบวนการวิศวกรสังคมร่วมกับชุมชน โดยให้นักศึกษา วิศวกรสังคม ลงพื้นที่เพื่อศึกษาบริบทชุมชน เก็บข้อมูลชุมชน และถ่ายทอดองค์ความรู้จากงานวิจัยและเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมสู่ชุมชน โดยมีการลงชุมชน 5 พื้นที่ ได้แก่ ชุมชนบ้านท่าตูม และชุมชนบ้านท่าสองคอน มีความต้องการชุดเลี้ยงปลาอควาโปรนิกส์ ชุมชนเขาพระนอน มีความต้องการชุดกาลักน้ำอัตโนมัติ ชุมชนโนนภิบาล และชุมชนบ้านโนนแต้ มีความต้องการชุดเครื่องสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์

ซึ่งในครั้งนี้ ได้มีการลงพื้นที่เพื่อติดตามงานของวิศวกรสังคมที่ได้นำโจทย์ของชุมชนมาจัดทำกระบวนการและนำนวัตกรรมเรื่องชุดเครื่องสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ไปใช้ ณ ชุมชนบ้านโนนแต้ เนื่องจากพบว่าพื้นที่ดังกล่าว มีแหล่งนำ้ธรรมชาติแต่อยู่ห่างไกลจากชุมชน และมีปัญหาในการนำส่งน้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะ จึงได้พัฒนาโมเดลการใช้แหล่งนำ้ที่สร้างขึ้นมาที่ขนาดใหญ่เพียงพอ เพื่อรองรับการทำการเกษตรที่เป็นอาชีพหลักของชุมชน และเป็นพื้นที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง โดยใช้เครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นนวัตกรรมต้นแบบในการนำพลังงานทดแทนจากธรรมชาติมาใช้เพื่อแก้ปัญหาในการทำเกษตรกรรม ทำให้พื้นที่ที่นำส่งน้ำเข้าแปลงปลูกได้ สามารถปลูกข้าวเหนียวได้เจริญเติบโตดี มีผลผลิตที่สามารถเก็บไว้บริโภคตลอดปีและแบ่งจำหน่ายเป็นรายได้ ขณะที่เกษตรพื้นที่อื่นๆ ที่ไม่มีการนำส่งน้ำเข้าแปลงปลูก ไม่สามารถปลูกพืชปลูกข้าวได้ในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูกาล

ทั้งนี้ คณะผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ (วช.) คณะนักวิจัย ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผลสำเร็จจากการดำเนินโครงการดังกล่าว กับผู้นำชุมชนบ้านโนนแต้ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและต่อยอดองค์ความรู้ต่อไป


คุณครูสาว มือขับฟอร์จูนเนอร์เสี่ยบ่อนไก่ ถูกเก็บตัวในเซฟเฮ้าส์ แม่ครูเผย ลูกอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว

คุณครูสาว มือขับฟอร์จูนเนอร์เสี่ยบ่อนไก่ ถูกเก็บตัวในเซฟเฮ้าส์ แม่ครูเผย ลูกอยู่ในที่ปลอดภัยแล้วแต่ ยังไม่ขอออกสื่อ ขณะที่ตำรวจโพนสวรรค์ จัดสายตรวจดูแลบ้านสองสาวเป็นพิเศษ

จากกรณีตำรวจทางหลวง พบรถฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน 3424 ชุมพร ขับมาจอดซุกป่า ยางข้างศูนย์พัฒนาที่ดินจังหวัดนครพนม บริเวณบ้านดงโชค หมู่ 6 ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม หลังผู้ครอบครองรถ แจ้งความรถและสามีหายตัวไปเมื่อวันที่ 1 ก.พ.67 และมีการพบรถจอดซุกบริเวณดังกล่าวเมื่อ วันที่ 4 ก.พ.67 เวลาประมาณ 17.30 น. ซึ่งก่อนหน้านั้น ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายต้องสงสัยรูปร่างท้วมใส่แว่นกำลังขับรถคันดังกล่าว ได้ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ขณะกำลังขับรถมุ่งหน้าขึ้นเหนือ ต่อมาก็ปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านก๋วยเตี่ยวแห่งหนึ่งที่อำเภอโพนสวรรค์ สามารถบันทึกภาพรถคันดังกล่าวได้อีก แต่คนขับมากลับเป็นหญิงสาวสองคนมากินก๋วยเตี๋ยวที่ร้าน แต่ก่อนหน้านั้นทั้งคู่ได้นัดกันไปทำผมที่ร้านเสริมสวยแห่งหนึ่งที่บ้านดอนม่วง ต.บ้านผึ้ง อ.เมือง จ.นครพนม ซึ่งร้านดังกล่าวตั้งอยู่บนถนนสายรองภายในหมู่บ้าน ซึ่งกล้องวงจรปิดของร้านสามารถบันทึกภาพของรถคันดังกล่าวพร้อมคนขับไว้ได้อย่างชัดเจน โดยช่วงเวลาที่ทั้งสองมาเสริมสวยที่ร้านเป็นช่วงเวลาประมาณ 11 .00 น. ก่อนที่จะพากันขับไปยังอำเภอโพนสวรรค์ เพื่อกินก๋วยเตี๋ยว ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้ว

ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 67 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บ้านของนางสาวจุฑาภรณ์ กุลยะ หรือ ป๊อบปี้ ครูสอนชั้นอนุบาลที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอโพนสวรรค์ ซึ่งมีภาพวงจรปิดยืนยันว่าเป็นคนขับรถคันดังกล่าวเป็นคนสุดท้าย อีกครั้งหนึ่ง ที่บ้านโพธิ์ทองหมู่ 14 ต.โพนสวรรค์ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวอยู่ตรงกันข้ามกับร้านเสริมสวยของนางสาว นุ๊กเกอร์ หญิงสาวอีกคนที่ปรากฏในภาพวงจรปิด ที่นั่งรถมาด้วยกัน ซึ่งเปิดเป็นร้านเสริมสวยทำเล็บแต่ก็ไม่พบตัว แต่ได้พบกับนางอ๊อด กุลยะ อายุ 62 ปี แม่ของครูป๊อบปี้

โดยนางอ๊อดเปิดเผยว่า ตนไม่รู้เรื่องที่ลูกไปทำอะไรไว้ แต่หลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 4 กุมภา พันธ์ 67 ลูกสาวก็ได้หายไปจากบ้านโดยแรกๆ ก็ติดต่อไม่ได้ เวลาผ่านลูกสาวก็ติดต่อมาว่าไม่ต้องเป็นห่วงตอนนี้อยู่ในที่ปลอดภัยแล้วสาเหตุที่ไม่กลับบ้านและไปสอนหนังสือเด็กที่โรงเรียนเป็นเพราะไม่อยากเจอนักข่าว โดยเรื่องราวความเป็นมาต่าง ๆ ลูกสาวได้ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปหมดแล้ว ซึ่งเขาไม่อยากให้บอกกับนักข่าวเนื่องจากเกรงว่าเรื่องจะปานปลาย นางอ๊อด กล่าวพร้อมขอร้องให้นักข่าวอย่ามารบกวนความเป็นส่วนตัวของครอบครัวตนอีก

ขณะที่ร้านเสริมสวยทำเล็บของนางสาวนุ๊กเกอร์ หญิงสาวที่นั่งรถมาด้วยกับครูป๊อบปี้ ก็ยังคงปิดเงียบ ไม่มีใครอยู่เช่นกัน จึงสอบถามเพื่อนบ้านทราบว่าหลังจากที่เกิดเรื่องตามข่าว คนในบ้านก็หลบหน้าหายไปไม่เห็นใครเลย ซึ่งปกติบ้านหลังดังกล่าวนอกจาก น.ส.นุ๊กเกอร์ กับสามีคือนายเบ๊นซ์ แล้วยังมีพ่อและแม่ของน.ส.นุ๊กเกอร์ อาศัยอยู่ด้วยแต่หลังเกิดเรื่องทั้งหมดก็หายตัวไป โดยนายเบ๊นซ์ สามีของ น.ส.นุ๊กเกอร์ นั้นมาเป็นเขยของที่บ้านนี้ และเป็นคนค่อนข้างมีฐานะมาก่อน แต่ไม่ทราบว่ามีอาชีพอะไร แต่เท่าที่เห็นมีเพียงน.ส.นุ๊กเกอร์ ที่เปิดร้านเสริมสวยทำเล็บเท่านั้น ส่วนสามีคือนายเบ๊นซ์ ไม่ปรากฏว่าทำอาชีพอะไร แต่ปกติก็ไม่ค่อยพบเห็นนายเบ๊นซ์อยู่บ้านนาน ๆ มีแต่กลับมาอยู่เพียงวันสองวันก็ไป ซึ่งไม่ทราบเหมือนกันว่านายเบ๊นซมีอาชีพอะไรกันแน่

และขณะที่ผู้สื่อข่าวกำลังเข้าตรวจสอบที่บ้านของน.ส.นุ๊กเกอร์ ก็ได้มีรถสายตรวจของตำรวจ สภ.โพนสวรรค์ เข้ามาที่บ้านหลังดังกล่าว พร้อมกล่าวเตือนไม่ให้รบกวนความเป็นส่วนตัวของเจ้าของบ้าน และเมื่อถูกถามว่าน.ส.นุ๊กเกอร์ เจ้าของบ้านไปไหน เจ้าหน้าที่ก็ตอบว่าอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว โดยเรื่องราวทั้งหมดได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปหมดแล้วขอให้นักข่าวอย่ามารบกวนอีก

ซึ่งเรื่องราวที่มาเกี่ยวพันกับหญิงสาวสองคนชาวจังหวัดนครพนม ที่ต้องมาขับรถคันดังกล่าวที่ถูกแจ้งความรถหายไว้ที่ สภ.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร พร้อมคนขับรถคือนายขนบ เสี่ยเจ้าของบ่อนไก่ แล้วเส้นทางการเคลื่อนย้ายรถก็ได้ถูกบันทึกได้ด้วยกล้องวงจรปิดตามรายทางที่รถคันดังกล่าวแล่นผ่านพร้อมคนขับที่ขับรถคันนั้นในเวลาที่แตกต่างกัน สุดท้ายมาปรากฏที่จังหวัดนครพนม โดยมีหญิงชาวนครพนม 2 คน เป็นผู้ขับมาทิ้งไว้ที่ป่ายางที่บ้านดงโชค ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม ในลักษณะทิ้งกุญแจรถไว้ภายในรถเพื่อรอให้มีคนมาขับต่อไป

โดยแหล่งข่าวในวงการค้ารถยนต์มือสองรายหนึ่งเปิดเผยว่า รูปการณ์ที่ปรากฏตามสื่อ หญิงสาวที่ขับรถของเสี่ยบ่อนไก่น่าจะไม่ทราบมาก่อนว่ารถคันดังกล่าวมีคดีถูกแจ้งความหายไว้พร้อมคนครอบครองรถคือเสี่ยบ่อนไก่ คงคิดว่าแค่รถหายแบบธรรมดา เหมือนครั้งก่อน ๆ ที่เคยไปรับมา แล้วส่งต่อซึ่งเมื่อรับรถมาแล้วยังมีเวลาขับเลาะไปเสริมสวย ก่อนจะแวะกินก๋วยเตี๋ยว ข้างโรงพัก รอเวลาส่งมอบรถตอนค่ำๆ แถวริมโขง แต่ผิดความคาดหมาย เมื่อตำรวจทางหลวงได้รับแจ้งให้สกัดจับรถคันดังกล่าว คนขับจึงขับรถย้อนกลับไปทางเดิมแล้วจอดรถทิ้งไว้ ก่อนจะนัดหมายกับคนที่จะรับไม้ต่อมารับรถต่อไปแต่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบเข้าเสียก่อน และหลังเกิดเหตุก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ร้านก๋วยเตี๋ยว ในวันรุ่งขึ้นหลังจากที่พบรถทันทีพร้อมกับนำตัวหญิงสาวทั้งสองคนไปเก็บตัวในเซฟเฮ้าส์ เพื่อกันไม่ให้นักข่าวตามไปทำข่าวอีกด้วย โดยบ้านของหญิงสาวทั้งสองได้ปิดเงียบทั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ เป็นต้นมา

ซึ่งลักษณะแบบนี้แสดงว่าหญิงสาวสองคนนี้น่าจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ารถข้ามชาติ ซึ่งเมื่อได้รถตามสเป็คที่ได้รับออร์เดอร์มาก็จะส่งคนไปขับมา ซึ่งครั้งนี้ก็เป็นหน้าที่ของน้องผู้หญิงทั้งสองคนนี้ หลังได้รถมาแล้วก็จะนำจอดซุ่มตามจุดที่ได้นัดแนะกันไว้ เพื่อรอเวลาส่งออกไปตามเส้นทางธรรมชาติ โดยจุดที่พบการส่งรถข้ามไปขายยังประเทศเพื่อนบ้านมากที่สุดจะอยู่ที่อำเภอท่าอุเทน และอำเภอบ้านแพงซึ่งมีแนวเขตติดกับอำเอโพนสวรรค์ ที่ทั้งอยู่อาศัยอยู่ แต่ครั้งนี้โชคไม่เข้าข้างเหมือนทุกครั้งรถถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงตรวจยึดได้เสียก่อน


เทพข่าวร้อน
เพลิงพระกาฬ
ข่าวสดฟร้อง รายงาน

สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ จ.เกาะกง เปิดให้บริการนักท่องเที่ยว ต้อนรับตรุษจีน

จ.เกาะกง ทั่วไทย ปัง ปัง เปิดต้อนรับตรุษจีน สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ จ.เกาะกง เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวแล้วครับ จับจองที่พักได้เลยครับ ซึ่งมีคุณกิตเตีย ผู้บริหารได้มีการพัฒนาพื้นที่ริมชายหาด เพื่อเป็นการต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและพี่น้องชาวกัมพูชา ซึ่งมีทั้งร้านอาหารสไตล์ไทยๆ โดยเชฟคนไทยที่มีประสบการณ์ด้านการโภชนาการ อาหารอร่อยและพร้อมที่พักชมาบัตรรีสอร์ท จ.เกาะกง เอาไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวไว้รองรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะบนพื้นที่ 700 ไร่ ราคาไม่แพงอย่างที่คิดบรรยากาศป่าชายเลนริมชายหาดสวยงามพร้อมสระว่ายนํ้าสะอาด ณ ชมาบัตรรีสอร์ท จ.เกาะกง(ชมาบัตซีฟู้ด) รับรองไม่ผิดหวังครับ ชมบรรยากาศรอบๆ ที่พักรีสอร์ทดีแน่นอน อาหารอร่อย ธรรมชาติรสชาติทั้งไทยและกัมพูชาอร่อยแน่นอน พร้อมมีเรือ จักรยานนํ้าปั่น มีเรือนั่งชนบรรยากาศป่าชายเลนอีกด้วย ครบวงจร ในการเข้ามาพักผ่อน…ชมาบัตรซีฟ้ต รับรองประทับใจแน่นอนครับ โทร…067 89 79 69/011 89 79 69 และ 067 71 49 19/085 555 167 ชมาบัตรซีฟู้ด รีสอร์ท จ.เกาะกง


ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี จ.ตราด 095-4399425
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงาน ศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก 062-7584334

มุกดาหาร จัดงาน “มิราเคิล บิ้กไบค์ 3 พิภพ” ครั้งที่ 2 กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว


มุกดาหาร – สมาคมเครือข่ายเมือง 3 ธรรม จับมือ ชมรม “Immortals Thailand” ระดมเหล่าเหล่าไบค์เกอร์ “ฮาร์เลย์ ดิวิดสัน” ทั่วประเทศ จัดงานใหญ่ ” BIKER 3 PHIPHOP MUKDAHAN มิราเคิล บิ้กไบค์ 3 พิภพ “ ครั้งที่ 2 คาดสร้างรายได้ให้กับชุมชนและกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัด กว่า 10 ล้านบาท

วันที่ 11 ก.พ. 67 ที่บริเวณหน้าไทวัสดุมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก ประธานที่ปรึกษาการจัดงาน พร้อมด้วย คุณหญิงวารุณี พรหมนอก, พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว สมาชิกวุฒิสภา รองประธานที่ปรึกษาฯ, นายสันธยา โพธิ์เกตุ ประธานชมรม Immortals Thailand, นายยืนยง โอภากุล หรือแอ้ด คาราบาว, นายไตรสรณคมณ์ หนองเรือง เลขานุการนายก อบจ.มุกดาหาร, นายศศิพงศา จันทรสาขา นายกสมาคมมุกดาหารเมืองสามธรรม และสมาชิกบิ้กไบค์ทั่วประเทศกว่า 200 คัน เข้าร่วมงาน

โดยกิจกรรมในช่วงเช้า คณะ BIKER ออกเดินทางไปร่วมพิธีสักการะองค์พระธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม จากนั้นเดินทางมาที่แก่งกะเบา เพื่อสักการะพญาศรีภุชงค์มุกดานาคราช พญานาคดิน(ปฐพีพิภพ) เสร็จพิธี คณะBIKER ได้เดินทางต่อไปยังสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 เพื่อสักการะพญาอนันนาคราช พญานาคน้ำ (บาดาลพิภพ) จากนั้น คณะBIKER ได้เดินทางต่อไปที่ วัดพระพุทธบาทภูมโนรมย์ เพื่อสักการะพญาศรีมุกดามหามุนีนิลปาลนาคราช พญานาคฟ้า ( สวรรค์พิภพ) เป็นอันเสร็จพิธีไหว้สักการะพญานาคทั้ง 3 องค์

ส่วนกิจกรรมภายในงานช่วงเย็นจะมีการจัดซุ้ม จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม จากร้านอาหารชื่อดังในจังหวัดมุกดาหาร และมีบูทจำหน่ายของที่ระลึกของเหล่าบิ๊กไบค์ ฮาร์เล่ย์ เดวิดสัน หลากหลายมากมาย กิจกรรมการประมูลสิ่งของเพื่อสมทบทุนให้สมาคมเมืองสามธรรม และมีคอนเสิร์ตจาก ศิลปิน น้าหมู พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ , คอนเสิร์ตจาก ทอมดันดี และคอนเสิร์ตจากวง คาราบาว ( เต็มวง )

นายไตรสรณคมณ์ หนองเรือง เลขานุการนายก อบจ.มุกดาหาร เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้ ทาง Immortal Thailand มีความมุ่งมั่นที่จัดงานกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ดีๆ ภายใต้ชื่องาน “ไบค์เกอร์ 3 พิภพ” ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ที่ผ่านมา ที่โรงงานน้ำตาลสหเรือง อ.เมือง จ.มุกดาหาร มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสนับสนุนประเพณีวัฒนธรรม ความเชื่อ ความศรัทธา เชิงสร้างสรรค์ แบบผสมผสานและสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินชีวิต กิจกรรมภาคเช้า คณะไบค์เกอร์ ได้ตั้งขบวนเพื่อเดินทางเข้าสักการะองค์พญานาค 3 พิภพ มีจุดหมายปลายทางคือสักการะพญาศรีมุกดามหามุนีนิลปาลนาคราช ที่วัดพระพุทธบาทภูมโนรมย์

พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก ประธานที่ปรึกษาการจัดงาน กล่าวว่า จังหวัดมุกดาหารเป็นจังหวัดเล็ก ๆ เมืองชายแดน ที่ได้ต้อนรับคณะ BIKER ทุกท่านที่สละโอกาสมาร่วมงานในครั้งนี้ ขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง เป็นการแสดงออกชัดเจนในเจตนารมณ์เพื่อเดินต่อไป เพื่อจัดงานในปีต่อ ๆ ไป

นายยืนยง โอภากุล หรือแอ้ด คาราบาว กล่าวว่า ได้ร่วมหัวจมท้ายกับท่านมาตลอด โดยได้สนับสนุนมาโดยตลอด และในวันนี้ Immortals Thailand ทำให้กับเมืองมุกดาหาร มีตำนานความสดชื่น มีเรื่องราวที่จะเล่าขานต่อไป ส่วนตัวสุขภาพไม่ดีไม่ค่อยได้ขี่เท่าไหร่ วันนี้ได้มาขี่กับคณะ BIKER มีความรู้สึกสนุกมาก ปีหน้าถ้ามีโอกาสอยากจะมาช่วยอีก
ส่วนรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย คณะผู้จัดงานจะมอบให้สมาคมเครือข่ายมุกดาหารสามธรรม เพื่อสมทบทุนในการจัดงาน “มหัศจรรย์ มุกดาหาร 3 พิภพ” เพื่อส่งเสริม สืบสานประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อของประชาชน เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนการท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ

คาดว่ากิจกรรมนี้จะสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนทั้งยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดข้างเคียงตลอดเส้นทางที่กลุ่มไบค์เกอร์ทั่วประเทศ ใช้เป็นเส้นทางขับขี่รถจักรยานยนต์ เดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ และชาวมุกดาหารทุกคน ร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่มาเยือนด้วยรอยยิ้ม เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่แขกผู้มาเยือนจังหวัดมุกดาหารอีกด้วย…


อนุศักดิ์ – เสาวภา แสนวิเศษ // มุกดาหาร 081-5449094

เปิดให้บริการแล้ว! สถานเพาะพันธุ์สัตว์ป่าและเรือนไม้เมืองหนาวที่อุทยานพฤกษศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์ นักท่องเที่ยวแห่เข้าชมความงามของดอกทิวลิป-น้องคาปิบาร่า.. คึกคัก

เปิดให้บริการแล้ว! สถานเพาะพันธุ์สัตว์ป่าและเรือนไม้เมืองหนาวที่อุทยานพฤกษศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์ นักท่องเที่ยวแห่เข้าชมความงามของดอกทิวลิป-น้องคาปิบาร่าคึกคัก

ช่วงเย็นวันนี้ (10 ก.พ. 67) อุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดงาน 3 Events ใหญ่ใจฟู @อุทยานพฤกษศาสตร์ โดยได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดี รองศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์ วุฒิสุทธิเมธาวี รองอธิการบดี รองศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรชัย กัลยาณปพน รักษาการแทนผู้อำนวยการอุทยานพฤกษศาสตร์ พร้อมผู้บริหารของมหาวิทยาลัย ร่วมกันเปิดสถานเพาะพันธุ์สัตว์ป่า เรือนไม้เมืองหนาวและลานแคมป์ปิ้ง อย่างเป็นทางการเป็นวันแรก โดยได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากแห่เข้าชมความงามของดอกทิวลิปและดอกไม้เมืองหนาวต่างๆ พร้อมนำบุตรหลานชมความน่ารักของน้องคาปิบารา-อีเก้ง-เนื้อทราย บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

รองศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรชัย กัลยาณปพน กล่าวว่า อุทยานพฤกษศาสตร์ เปิดสถานเพาะพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสัตว์ให้แก่นักท่องเที่ยว โดยในระยะแรกได้นำสัตว์ 3 ชนิด คือ คาปิบาร่า จำนวน 6 ตัว อีเก้ง 2 ตัว และเนื้อทราย 20 ตัว มาจัดแสดงและในอนาคตจะมีการรวบรวมพันธุ์สัตว์ชนิดอื่นๆ เพิ่มเติมต่อไป และเพื่อสร้างสีสันและสร้างความสุขในเดือนแห่งความรัก อุทยานพฤกษศาสตร์ ยังมีการเปิดเรือนไม้เมืองหนาว “ชมทิวลิปงาม” ซึ่งมีดอกทิวลิปจัดแสดง 5 สี คือ ม่วง แดง ขาว ชมพู และสีเหลือง จำนวน 1,800 ดอก และไม้ประดับอื่นๆ เช่น ดอกผีเสื้อ บานชื่นหนู เทียนไทย ม็อคคาร่า และกล้วยไม้ เปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 10 – 19 กุมภาพันธ์ 2567

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมลานแคมป์ปิ้ง การแสดงดนตรีในสวน และกิจกรรมนิทรรศการแมลงภาคสนาม บริการพายเรือคายัค บริการจักรยาน เพื่อกระตุ้นให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปได้ตระหนักถึงความสาคัญของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้มีการสอดแทรกความรู้เชิงวิชาการและจิตสานึกรักษ์ทรัพยากรผ่านกิจกรรมต่างๆ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้กว่า 3,000 คน


ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน