หนุ่มใหญ่เชื่อ ”หลวงพ่อสนิท” ศักดิ์สิทธิ์จริง บนบานช่วงเช้า ช่วงบ่ายสมหวัง

นครนายก – หนุ่มใหญ่ท้อปัญหาหนี้สิน ประกาศขายบ้านนานกว่า 1 ปี ไม่มีใครซื้อ ตัดสินใจมาบนบาน ”หลวงพ่อสนิท” ช่วงเช้า ช่วงบ่ายมีคนโทรมาขอซื้อบ้านในราคา 14 ล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดลำบัวลอย ต.ท่าเรือ อ.ปากพลี จ.นครนายก พบหนุ่มใหญ่ท่านหนึ่งกำลังยืนคุยกับเจ้าหน้าที่ของวัด ทราบชื่อนายสุวิช สุทธิอาจ (เบบี้น้อย) อายุ 44 ปี เจ้าของช่อง tiktok babynoi_kloyjai ได้มาแก้บน ”หลวงพ่อสนิท ยสินธโร” และถวายสังฆทาน ที่ตนได้สำเร็จดั่งที่บนบานไว้ ซึ่งตนมีปัญาหาเรื่องหนี้สินหลายล้านบาทที่จะต้องจ่ายในอีกไม่กี่วันนี้ และได้ประกาศขายบ้านแต่ก็ขายไม่ได้สักที จากนั้นก็ฝันถึงจระเข้ตัวใหญ่ว่าได้ว่ายน้ำคู่กัน ก่อนจะมาหาข้อมูลในโทรศัพท์ก็ทราบว่ามีวัดดังที่มีเรื่องราวของจระเข้อยู่คือวัดลำบัว ลอย ตนจึงรีบเดินทางมาที่วัดลำบัวลอยแห่งนี้ทันทีเพราะเป็นที่พึ่งสุดท้าย เพื่อมาบนบาน ”หลวงพ่อสนิท” ให้ช่วยปลดหนี้สินขอให้มีคนมาซื้อบ้านที่ประกาศขายไว้ ในราคา 14 ล้านบาท ซึ่งบ้านของตนหลังนี้อยู่ในพื้นที่ที่ค่อนข้างขายยากและได้ลงประกาศขายมาเป็นระยะเวลากว่า 1 ปีแล้ว ก็ยังไม่สามารถขายได้และในวันที่เดินทางมาที่วัดลำบัวลอย ก็เป็นวันสุดท้ายที่จะต้องเคลียร์ภาระหนี้สินของตนเอง

เมื่อบนบานไปแล้วก็ขับรถออกจากวัดไม่นานไม่นาน ก็มีสายโทรศัพท์โทรเข้ามา เพื่อขอซื้อบ้านหลังนี้ในราคา 14 ล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจมาก ว่าบ้านหลังนี้ลงประกาศมาเป็นปียังไม่สามารถขายได้พอมาวันนี้ได้มาบนกับหลวงพ่อสนิทไม่นาน ก็สามารถขายบ้านหลังนี้ได้ทันที ก่อนจะกลับตนเองยังได้อธิษฐานจุดธูปขอเลขเด็ดเได้เลข 814 ไว้ให้โอกาศกับท่านอื่นที่มากราบไหว้หลวงพ่อสนิท ได้นำไปเสี่ยงโชคในงวดที่จะถึงนี้ต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครนายก

จังหวัดนครศรีธรรมราช แถลงข่าวเตรียมความพร้อมจัดงานมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุนานาชาติที่เมืองนคร ประจำปี 2567

จังหวัดนครศรีธรรมราช แถลงข่าวเตรียมความพร้อมจัดงานมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุนานาชาติที่เมืองนคร ประจำปี 2567 เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของวันมาฆบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ตลอดจนเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์ 2567) ที่บริเวณลานโพธิ์ วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานแถลงข่าวเตรียมความพร้อมจัดงานมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุนานา ชาติที่เมืองนคร ประจำปี 2567 ร่วมกับนายชัยรัตน์ รัตนมาศ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช, นายภาวินทร์ ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช, นางสมศรี แสงแก้ว วัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช, นายมนตรี มานะต่อ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานนครศรีธรรมราช, นางสาวศิริกมล แก้วแสงอ่อน นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช

ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-24 กุมภาพันธ์ 2567 โดยมีนายสมพงษ์ มากมณี /นายไตรรัตน์ ไชยรัตน์ /นายศรีธรรม ราชแก้ว /นายสมชาย ลีหล้าน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช, ปลัดจังหวัด, ประธานหอการค้าจังหวัด, หัวหน้าส่วนราชการ, ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน, หน่วยงาน และองค์กรที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังการแถลงข่าว

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า สำหรับการจัดงานประเพณีมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ เป็นงานประเพณีที่ได้ถือปฏิบัติสืบต่อกันมาตั้งแต่โบราณ โดยพุทธศาสนิกชนทั้งจากจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงพุทธศาสนิกชนชาวจีน มาเลเซีย และสิงคโปร์ ตลอดจนผู้สนใจทั่วไปเดินทางมาร่วมงานเป็นประจำทุกปี จึงนับเป็นงานมหากุศลบุญใหญ่แห่งปี ที่พี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้อนุรักษ์สืบทอดเพื่อให้คงอยู่สืบไป โดยในการจัดงานฯ ส่วนราชการต่าง ๆ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน จัดงานขึ้นในสถานที่ต่าง ๆ ทั้งวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร อำเภอปากพนัง สนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช และสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของวันมาฆบูชา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ตลอดจนเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม

โดยกิจกรรมภายในงาน จะประกอบด้วย กิจกรรมรณรงค์การแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีขาวในสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลมา”บูชา ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 20-24 กุมภาพันธ์ 2567, กิจกรรมสวดด้าน ณ วิหารคด วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร

ระหว่างวันที่ 20-22 กุมภาพันธ์ 2567, กิจกรรมสวดมนต์ฟังธรรม เจริญจิตภาวนา ถวายเป็นพระพุทธบูชา ณ ศาลา 100 ปี วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567, กิจกรรมส่งมอบผ้าพระบฎพระราชทาน ผ้าพระบฎประทาน ณ โรงเรียนปากพนัง, กิจกรรมกวนข้ายาคู ณ พิพิธ ภัณฑ์ วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร, กิจกรรมสมโภชผ้าพระบฎพระราชทาน ณ โรงเรียนปากพนัง ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567, กิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลมาฆบูชา ประจำปี 2567 ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาภรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครศรี ธรรมราช

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 นิทรรศกาลเทิดพระเกียรติ การแสดงของนักเรียน และกิจกรรมรับมอบและสมโภชผ้าพระบฎพระราชทาน ณ สนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567

ส่วนในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งเป็นวันมาฆบูชา กำหนดให้มีกิจกรรมตั้งแต่เวลา 06.30 น. กิจกรรมทำบุญตักบาตร ณ บริเวณถนนราชดำเนินหน้าวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร เวลา 14.00 น. ปล่อยริ้วขบวนผ้าพระบฎ จากสนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช ไปยังวัดพระมหา ธาตุ วรมหาวิหาร เวลา 17.00 น. ถวายผ้าพระบฎพระราชทาน เวลา 18.00 น. กิจกรรมเวียนเทียนเนื่องในวันมาฆบูชา


ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

หนุ่มมาเซอร์ไพรส์แม่หลังงานวันเกิด !! ไม่ทันเซอร์ไพรส์ อีก 12 กิโลเมตร ไม่ถึงบ้านหลุดโค้งตัวS ตายมาแล้วหลายศพ กู้ภัยเตือนภัยประชาชนสัญจรไปมา

อุทัยธานี – หนุ่มมาเซอร์ไพรส์แม่หลังงานวันเกิด!! ไม่ทันเซอร์ไพรส์ อีก 12 กิโลเมตร ไม่ถึงบ้านหลุดโค้งตัวS ตายมาแล้วหลายศพ กู้ภัยเตือนภัยประชาชนสัญจรไปมา

เมื่อเวลา 18.00น.ของวันที่ 12 ก.พ.2567 สถานีตำรวจภูธรบ้านไร่ ได้รับแจ้งว่ามีชาวบ้านพบศพชายนอนคว่ำหน้าเสียชีวิตที่ปากท่อระบายน้ำมีความสูง ใกล้กับถนนเส้นบ้านห้วยแห้ง-บ้านไร่ ที่หมู่ 2 บ้านห้วยแห้ง ต.ห้วยแห้ง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี หลังจากที่ได้รับแจ้งจนท. ตำรวจสภ.บ้านไร่ พร้อมกู้ชีพกู้ภัยอำเภอบ้านไร่ รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ พบศพชายนอนคว่ำหน้าเสียชีวิตที่ท่อระบายน้ำติดโดยสวมหมวกกันน็อค ใกล้กันพบรถจยย.ของผู้ตายตะแคงอยู่ใกล้กับร่างของผู้เสียชีวิต เบื้องต้นกู้ชีพกู้ภัยอำเภอบ้านไร่ ได้นำศพชายดังกล่าวส่งพิสูจน์ร่างที่โรงพยาบาลบ้านไร่ เนื่องจากสภาพศพชายนั้น เริ่มเน่าเหม็นคาดว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 3 วัน เนื่องจากไม่มีคนมาพบเห็น ทราบต่อมาว่าผู้ตายชื่อนายจิตรณรงค์ แสงคำ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2041/1หมู่ 2 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

จากการสอบถามญาติของผู้เสียชีวิตเนื่องจากเป็นพี่สาวของแม่ผู้ตายชื่อนางหทัยทิพย์ พองสุข ได้เปิดเผยว่า เวลานี้ทางแม่ของผู้เสียชีวิตยังทำใจไม่ได้ ส่วนตัวป้าเองก่อนหน้านี้ทราบว่าผู้ตายหรือหลานจะกลับมาหาแม่ของเค้าในวันที่ 9 ก.พ.67 เนื่องจากที่ผ่านมา หลานชายไม่ได้กลับมาบ้าน และที่ผ่านมาเป็นวันเกิดของของแม่ผู้ตาย ผู้ตายไม่ได้กลับมาบ้าน ผู้ตายบอกจะมาหลังวันเกิด โดยติดต่อมายังครอบครัวว่าจะเดินทางมาจังหวัดอุทัยธานีเพื่อจะมาเซอร์ไพรส์แม่ให้อีกทีหลังวันเกิด ล่าสุดทางครอบครัวก็ไม่เห็นผู้ตายมาถึงบ้านสักที จึงได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ว่าผู้ตายหายออกจากบ้าน พร้อมกับโพสต์ที่โซเชียลว่าประกาศตามหาผู้ตาย

ล่าสุดวันนี้ ได้มีชาวบ้านระแวกนั้นได้มาเดินดูน้ำที่ปากท่อระบายน้ำ เนื่องจากได้กลิ่นคล้ายสุนัขตาย ที่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ แทบผงะ นั้นเป็นศพคน จึงได้แจ้งไปยังจนท.ให้มาตรวจสอบ พร้อมจนท. ประสานไปยังญาติผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ทางครอบครัวผู้ตายไม่ติดใจการเสียชีวิต เชื่อว่าครั้งนี้หลานน่าจะเกิดจากอุบัติเหตุอย่างแน่นอน เนื่องจากทางครอบครัวเชื่อว่าโค้งนี้ ตายมาแล้วหลายศพ

พร้อมกับสอบถามนายประสิทธิ์ จันทร กู้ชีพกู้ภัยอำเภอบ้านไร่ ได้เปิดเผยว่า โค้งดังกล่าว เป็นโค้งที่อันตรายมาก เนื่องจากเป็นโค้งคล้ายตัวS เนื่องจากที่ผ่านมาพบชาวบ้านเกิดอุบัติเหตุโค้งนี้ มาแล้วหลายศพ จึงอยากเตือนให้ชาวบ้านที่ขับรถสัญจรไปมาได้ใช้ความระมัดระวังดังกล่าว


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

สุโขทัย แถลงข่าวการจัดงานประเพณีแห่เจ้าจังหวัดสุโขทัย วันหยวนเชียว ระหว่างวันที่ 20 – 24 กุมภาพันธ์ 2567

สุโขทัย – แถลงข่าวการจัดงานประเพณีแห่เจ้าจังหวัดสุโขทัยวันหยวนเชียว ระหว่างวันที่ 20 – 24 กุมภาพันธ์ 2567

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์ 2567 ) เวลา 18.00 น. ณ ศาลเจ้าปุงเฒ่ากงม่าสุโขทัย อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย ร่วมกับ เทศบาลเมืองสุโขทัยธานี สมาคมพ่อค้าสุโขทัย คณะกรรมการศาลเจ้าปุงเฒ่ากงม่าสุโขทัย แถลงข่าวการจัดงานประเพณีแห่เจ้าสุโขทัย กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 20 – 24 กุมภาพันธ์ 2567 ณ บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ เชิงสะพานพระร่วง ซึ่งถือเป็นสื่อการประชาสัมพันธ์ ด้านการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ ประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชุมชนได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเป็นการกระตุ้นกระแสการท่องเที่ยวของจังหวัด สร้างรายได้ให้กับชุมชน และผู้ประกอบการทางการท่องเที่ยวของจังหวัดสุโขทัย

โดยมีนายมนู พุกประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานในการแถลงข่าว ร่วมกับ นางพัฒสอน ดอนพิมพา นายกเทศมนตรีเมืองสุโขทัยธานี, พ.ต.อ.ไพบูลย์ กาศอุดม ผกก.สภ.เมืองสุโขทัย, พันเอก นาวิน ปรีชาพณิชยกุล ผู้จัดการอพท.สุโขทัย, นายสุรพล อังศิริจินดา นายกสมาคมพ่อค้าจังหวัดสุโขทัย, นายชัยคม สกุนรักษ์ รองประธานกรรม การธรรมาภิบาลจังหวัดสุโขทัย, ผู้แทนจากกรรมการศาลเจ้าปุงเฒ่ากง-ม่า, นายศักดิ์เกษม ตันติยวรงค์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสุโขทัย ที่ศาลเจ้าปุงเฒ่ากงม่าสุโขทัย ริมน้ำยม อ.เมือง จ.สุโขทัยหลังวันตรุษจีน 15 วัน จะเป็นเทศกาลวันไหว้แรก หรือ เทศกาลหงวนเชียว ซึ่งหมายถึง คืนที่พระจันทร์เต็มดวงครั้งแรกในรอบปีหลังผ่านพ้นตรุษจีน ซึ่งจะตรงกับวันที่ 15 เดือน 1 เจี๋ยเหว่ยจับโหงว ในปี2567 นี้จะตรงกับวันที่ 24 กุมภาพันธ์ จีนให้ความสำคัญกับกิจกรรมในวันนี้มาก โดยนำโคมแดงหลากหลายรูปแบบมาตกแต่งอาคารบ้านเรือน และศาลเจ้า เพื่อสร้างสีสันเทศกาลตรุษจีนและกระตุ้นการท่องเที่ยว มีกิจกรรม “สังสรรค์หยวนเชียว”

การจัดงานประเพณีแห่เจ้าในปีนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก นายมนู พุกประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย โดยประสานเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ตกแต่งหอนาฬิกาด้วยหุ่นปั้นมังกรขนาดใหญ่ล้อมหอนาฬิกา เพื่อเป็นการต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ตกแต่งสถานที่ด้วยโคมไฟ 2000 ดวง พร้อมหุ่นไฟนักษัตร 12 ราศี รอบบริเวณงาน จัดให้มีเวทีกิจกรรมการแสดงอย่างยิ่งใหญ่ เช่นการแสดงคอนเสิร์ตแบบเต็มวง จากศิลปินเจนนิเฟอร์ คิ้ม การประกวดมีสไซน่าทาวน์สุโขทัย การแสดงงิ้วเปลี่ยนหน้า การแสดงดนตรีจีนกู่เจิ้ง การแสดงเชิดสิงห์โต และมังกรทอง เองกอพะบู๊ และการแสดงหล่อโก๊ะ รวมถึงบูธอาหารจีน-ไทยตลอดการจัดงานทั้ง 5 วัน ระหว่างวันที่ 20-24 กุมภาพันธ์ 2567 ณ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ เชิงสะพานพระร่วง อ.เมืองสุโขทัย


พงศ์เทพ สาคร สุโขทัย

สนธิกำลังหลายหน่วยงาน จับกุมผู้ลักลอบขายน้ำใบกระท่อม

สุโขทัย – สนธิกำลังหลายหน่วยงาน จับกุมผู้ลักลอบขายน้ำใบกระท่อม

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 12 กพ. 2567 พ.ต.อ.ไพบูลย์ กาศอุดม ผกก.สภ.เมืองสุโขทัย พร้อมด้วย นายบุญชม สุวรรณรัตน์ สรรพสามิตพื้นที่จ.สุโขทัย, นายวีระสิทธิ์ จึงประสบการค้า ปลัดอำเภอเมืองสุโขทัย, นายปวีณ หลวงใหญ่ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการศอ.ปส.จ.สุโขทัย และนายวัฎฎธรรม นนทธิ นิติกรชำนาญการพิเศษ สำนักงานสาธารณสุขจ.สุโขทัย นำกำลังเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 46/2 ม.13 ถ.จรดวิถีถ่อง ต.บ้านกล้วย อ.เมือง หลังสืบทราบว่า ลักลอบจำหน่าย น้ำใบกระท่อม ให้แก่วัยรุ่นทั่วไป ซึ่งถือว่ามีความผิดตามพรบ.อาหารและยา

ผลการตรวจค้น พบน้ำต้มใบกระท่อม บรรจุขวดพลาสติก ซุกซ่อนอยู่ในถังขนาดใหญ่ จำนวน 113 ขวด, ยาน้ำแก้ไอ จำนวน 33 ขวด, กัญชาแห้งจำนวน 7 กก., กัญชามวนจำนวน 90 มวน และ บุหรี่ต่างประเทศที่ไม่ติดอากรแสตมป์ จำนวน 4 ซอง จึงยึดเป็นของกลาง ควบคุมตัว นส.จินตนาวรรณ อ่ำทอง อายุ 40 ปี เจ้าของบ้าน แจ้งข้อหา 1.ผลิตและจำหน่ายอาหาร(น้ำใบกระท่อม)โดยไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานอาหารและยา, 2.จำหน่ายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต, 3.จำหน่ายสมุนไพรควบคุม(กัญชา), 4.จำหน่ายยาสูบที่มิได้เสียภาษีโดยไม่ได้รับอนุญาต นำส่ง พตท.กษิณ จินะกาศ สว.(สอบสวน)สภ.เมืองสุโขทัย ดำเนินคดี


พงศ์เทพ สาคร สุโขทัย

จันทบุรี ประกอบพิธีมอบปฏิทินหลวงพุทธศักราช 2567 พระราชทาน สำหรับความสุขปีใหม่ ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จันทบุรี – ประกอบพิธีมอบปฏิทินหลวงพุทธศักราช 2567 พระราชทานสำหรับความสุขปีใหม่ ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันนี้ (12 ก.พ.67) ที่โถงแสงจันทร์ ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นายธวัชชัย นามสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเป็นประธานในพิธีมอบปฏิทินหลวงพุทธศักราช 2567 พระราชทานสำหรับความสุขปีใหม่ ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว โดยผู้รับพระราชทานปฏิทินหลวง พระราชทานประกอบด้วย โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดจันทบุรี และท้องถิ่นจังหวัดจันทบุรี


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี 089-6767346
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก 062-7584334

จันทบุรี ประกอบพิธีมอบหนังสือพระราชทานสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน เล่มที่ 43 ฉบับพระราชทาน แก่โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีจำนวน 72 โรงเรียน

จันทบุรี ประกอบพิธีมอบหนังสือพระราชทานสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน เล่มที่ 43 ฉบับพระราชทาน แก่โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีจำนวน 72 โรงเรียน

วันนี้ (12 ก.พ.67) ที่โรงเรียนเบญจมานุสรณ์ จังหวัดจันทบุรี นายธวัชชัย นามสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานในพิธีมอบหนังสือพระราชทานสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เล่มที่ 43 ฉบับพระราชทาน แก่โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีจำนวน 72 โรงเรียน โดยเข้ารับมอบเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว อย่างพร้อมเพรียงสมพระเกียรติ

สำหรับโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นหนังสือสารานุกรมที่พิมพ์ขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.2516 จนถึงปัจจุบัน รวม 43 เล่ม เป็นสารานุกรมภาษาไทยจัดทำขึ้นเป็นรูปเล่มโดยมีเนื้อหาบางส่วนเผยแพร่ในระบบออนไลน์ เป็นสารานุกรมไทยแบบเป็นชุดเน้นความรู้ที่เกิดขึ้นและใช้อยู่ในประเทศไทย จัดทำโดยคนไทยเพื่อให้คนไทยทุกเพศทุกวัยมีโอกาสได้อ่านแต่ละเล่มรวบรวมเนื้อเรื่องจากหลากหลายสาขาวิชา เนื้อหาของเรื่องต่างๆ เรียบเรียงให้เหมาะสมกับ 3 ระดับความรู้ ให้แก่ เด็กรุ่นเล็ก เด็กรุ่นกลางและเด็กรุ่นใหญ่ รวมทั้งผู้ใหญ่ที่สนใจทั่วไป แต่ละเรื่องเริ่มต้นด้วยเนื้อหาของระดับเด็กรุ่นเล็กตามด้วยเนื้อหาของรุ่นกลางและรุ่นใหญ่ตามลำดับเนื้อหาในแต่ละระดับพิมพ์ด้วยตัวอักษรเรียบร้อย สวยงาม


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี 089-6767346
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก 062-7584334

โครงการแข่งขันกีฬาวอลเล่ย์บอล เทศบาลตําบลคลองใหญ่ คัพ ครั้งที่ 7 ประจําปี 2567

ตราด – โครงการแข่งขันกีฬาวอลเล่ย์บอล เทศบาลตําบลคลองใหญ่ คัพ ครั้งที่ 7 ประจําปี 2567

เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา เวลา 18.00 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 นายเชิดศักดิ์ ชุ่มนาเสียว นายอําเภอคลองใหญ่ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการแข่งขันกีฬาวอลเล่ย์บอล เทศบาลตําบลคลองใหญ่ คัพ ครั้งที่ 7 ณ.ลานกีฬาหมู่ 7 บริเวณศาลเจ้าแม่ทับทิมคลองใหญ่ จ.ตราด โดยมีนายวิระชาญ ประทีปาระยะกุล นายกเทศมนตรีตําบลคลองใหญ่ เป็นผู้กล่าวรายงานถึงโครง การวัตถุประสงค์ ของการจัดโครงการดังกล่าว พร้อมด้วยผู้บริหารสมาชิกสภาเทศบาลตําบลคลองใหญ่ โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม และประชาชนพร้อมด้วยนักกีฬาเข้าร่วมในพิธีเปิด เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชน ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และไม่มั่วสุมกับสิ่งที่เป็นอบายมุข เพื่อให้ประชาชน มีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงและปราศจากโรคภัย ไข้เจ็บ เพื่อให้เยาวชนและประชาชน มีโอกาสเล่นกีฬา วอลเล่ย์บอล อย่างต่อเนื่อง จนมีทักษะที่สูงขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมกีฬาวอลเล่ย์บอลให้แพร่หลาย สร้างความรัก ความสามัคคี และมีนํ้าใจเป็นนักกีฬา และเพื่อเป็นการส่งเสริม การท่องเที่ยว และนันทนาการ และส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น

สําหรับการแข่งขันกีฬาวอลเล่ย์บอล คัพ ครั้งที่7 มีจํานวน 3 รุ่น รุ่นประชาชนทีมชาย 10 ทีม รุ่นประชาชนหญิง จํานวน 4 ทีม และรุ่นผสมชาย 3 หญิง 3 จํานวน 6 ทีม การแข่งขันกีฬาวอลเล่ย์บอลระหว่างวันที่ 12-18 กุมภาพันธ์ 2567


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี 089-6767346
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก 062-7584334

ผ่านมากว่า 16 ปี คดีฆาตกรรมสาวนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นยังไม่คืบหน้า

สุโขทัย – ผ่านมากว่า 16 ปี คดีฆาตกรรมสาวนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นยังไม่คืบหน้า

จากกรณีนางสาวโทโมโก๊ะ คาวาชิตะ นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ที่เสียชีวิตจากคนร้ายไม่ทราบชื่อใช้อาวุธของมีคมปาดคอและแทงบริเวณลำตัว นักท่องเที่ยวหญิงชาวญี่ปุ่น เสียชีวิตในขณะขึ้นไปไหว้พระที่วัดสะพานหิน เขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย โดยนางสาวโทโมโก๊ะ คาวาชิตะ นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ก่อนที่จะมาถูกฆ่านั้นได้เดินทางมาเที่ยวงานประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟสุโขทัย และได้มาขอเช่าห้องพักที่โอลด์ ซิติ้ เกสท์เฮาท์ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย แต่ห้องพักเต็ม จึงได้ขอฝากกระเป๋าเสื้อผ้าไว้แต่ตั้งเวลา 22.00 น. ของวันที่ 24 พ.ย.50 และในเวลา 07.00 น. ของวันที่ 25 พ.ย.50 ได้มาขอเช่ารถจักรยาน เพื่อขี่เที่ยวชมบริเวณรอบๆ อุทยานประวัติ ศาสตร์สุโขทัย ซึ่งได้ขี่รถจักรยานมาเที่ยวชมที่วัดสะพานหิน ซึ่งเป็นวัดที่เปลี่ยวและมี่ทางเดินขึ้นเขาโดยได้จอดรถจักรยานไว้ที่เชิงเขาทางขึ้นวัดสะพานหิน ในระหว่างที่กำลังเดินเที่ยวชมวัดสะพานหินนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าคงได้พบกับคนร้าย และที่บริเวณหน้าพระประธานวัดสะพานหิน พบว่ามีร่องรอยขอการต่อสู้ ซึ่งคาดว่าอาจเป็นรอยต่อสู้ระหว่างผู้เสียชีวิตกับคนร้าย ที่ได้มีการต่อสู้กัน และผู้เสียชีวิตเป็นผู้หญิงจึงสู้ไม่ได้ จึงได้วิ่งหนีเพื่อลงจากเขา เพราะบริเวณหน้าวัดสะพานหินมีรอยหญ้าล้มลู่ไปในทิศทางที่ผู้เสียชีวิต ซึ่งคนร้ายคงวิ่งไล่ตามมาทันและใช้อาวุธมีดปาดไปที่ลำคอและแทงที่ลำตัว จนเสียชีวิต และจากการชันสูตรพลิกศพไม่พบร่องรอยของการถูกข่มขืนแต่อย่างใด ส่วนทรัพย์สินที่มีค่า นั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถทำการตรวจสอบได้ว่ามีอะไรหายไปบ้าง

จนถึงขณะนี้เวลาผ่านไปเกือบ 17 ปี กับเหตุการณ์สะเทือนขวัญ คดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวสาวชาวญี่ปุ่น นางสาวโทโมโก๊ะ คาวาชิตะ ยังไม่สามารถหาตัวคนร้ายมาลงโทษได้ เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรก็ว่าได้ ไม่มีทั้งพยานหลักฐาน ไม่มีพยานรู้เห็น ไม่มีเบาะแสใดๆที่จะแก้ปมไปหาตัวคนร้ายได้เลย

ในวันนี้(12 ก.พ.67) นายยาสุอิ คาวาชิตะ นางเอโก๊ะ คาวาชิตะ บิดามารดา และเพื่อน ของ นางสาวโทโมโก๊ะ คาวาชิตะ เหยื่อฆาตกรรมโหด ได้เดินทางมาจังหวัดสุโขทัย อีกครั้งเพื่อรำลึกถึงวันอันโหดร้ายที่ลูกสาวคนเดียวของครอบครัวต้องมาพบกับเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกรัวจนนำไปสู้การเสียชีวิต ที่วัดสะพานหิน ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย ด้วยความโสกเศร้า นายยาสุอิ คาวาชิตะ บิดาของนางสาวโทโมโก๊ะ เหยื่อฆาตกรรมโหดเมื่อ 16 ปีที่แล้ว กล่าวว่าตนเองไม่ได้มาที่นี้ 5 ปีแล้ว คดีก็ยังไม่คืบหน้าตนเองจึงอยากมาติดตามคดีของลูกสาวตน ว่าตอนนี้คดีมีความคืบหน้าไปถึงไหน อีกทั้งตนเองก็จะยังสถานที่นี้ต่อไปทุกปี ถ้ายังมีแรง เนื่องจากตนนี้ตนก็อายุมากขึ้นทุกปี และกล่าวว่าสถานที่แห่งนี้ก็มีความเปลี่ยนแปลงไปมาก ตนเองอยากจะให้สถานที่แห่งนี้เมื่อถึงวันครบรอบที่นางสาวโทโมโก๊ะ จากไป อยากให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวของกับคดีนี้ ได้เข้ามาดูแลสถานที่นี้ เหมือนอย่างในประเทศญี่ปุ่นที่ ทางเจ้าหน้าที่จะมาทำความสะอาดพื้นที่ ทำความเคารพ ระลึกถึงเหตุการณ์ คดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญที่ไม่สามารถติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีได้ในวันเกิดเหตุของทุกๆปี และสำคัญที่สุด นายยาสุอิ อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ช่วยคลี่คลายคดี และสามารถจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ ซึ่งตนเองยังมีความคาดหวังว่าจะสามารถติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้ และจะติดตามคดีนี้อย่าต่อเนื่องจนถึงที่สุดและตราบใดที่ร่างกายของเค้ายังไหวยังแข็งแรงอย่าเค้าก็จะเดินทางมาที่นี่

จากนั้นนายยาสุอิ และนางเอโก๊ะ คาวาชิตะ บิดามารดา ได้เดินทางไปยัง โอลด์ ซิตี้ บูทิคเฮาส์ สถานที่ที่ นางสาวโทโมโก๊ะ คาวาชิตะ เคยมาฝากกระเป๋าเป้ไว้ที่นี่ในคืนวันลอยกระทง และไม่ได้กลับมาอากระเป๋าคืนจนมาทราบอีกทีว่าเธอได้ถูกฆาตกรรม ไปแล้ว ซึ่งทางที่พักแห่งนี้ปัจจุบันได้ปิดกิจการลงแล้ว แต่ทางเจ้าของที่พัก ก็ได้มาเปิดสถานที่เพื่อให้ทางครอบ ครัวนางสาวโทโมโก๊ะ ได้เข้าไปดู ส่วนในวันพรุ่งนี้ ทางครอบครัวคาวาชิตะ จะได้ติดตามความคืบหน้ากับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง ซึ่งทุกครั้งที่มาติดตามความคืบหน้าของคดี ก็มักจะมีการเปลี่ยนผู้บริหารคนใหม่ในทุกครั้งที่มา ตนรู้สึกเสียดายในวันเกิดเหตุวันแรกหากมีการเก็บข้อมูลหลักฐานที่ละเอียดมากกว่านี้ อาจจะสามารถสืบหาและติดตามตัวคนร้ายได้ตั่งแต่ตอนนั้น


พงศ์เทพ สาคร สุโขทัย

ตร.สอบ 2 สาว ฟอร์จูนเนอร์เสี่ยบ่อนไก่ แต่ยังให้การวกวน พร้อมส่งมอบข้อมูลหากต้นทางร้องขอมา เบื้องต้นยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหาใดๆ

ตร.สอบ 2 สาว ฟอร์จูนเนอร์เสี่ยบ่อนไก่ แต่ยังให้การวกวนพร้อมส่งมอบข้อมูลหากต้นทางร้องขอมา เบื้องต้นยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหาใดๆ

จากกรณีตำรวจทางหลวง พบรถฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน 3424 ชุมพร ขับมาจอดซุกป่า ยางข้างศูนย์พัฒนาที่ดินจังหวัดนครพนม บริเวณบ้านดงโชค หมู่ 6 ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม หลังผู้ครอบครองรถ แจ้งความรถและสามีหายตัวไปเมื่อวันที่ 1 ก.พ.67 และมีการพบรถจอดซุกบริเวณดังกล่าวเมื่อ วันที่ 4 ก.พ.67 เวลาประมาณ 17.30 น. ซึ่งก่อนหน้านั้น ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายต้องสงสัยรูปร่างท้วมใส่แว่นกำลังขับรถคันดังกล่าว ได้ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ขณะกำลังขับรถมุ่งหน้าขึ้นเหนือ ต่อมาก็ปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านก๋วยเตี่ยวแห่งหนึ่งที่อำเภอโพนสวรรค์ สามารถบันทึกภาพรถคันดังกล่าวได้อีก แต่คนขับมากลับเป็นหญิงสาวสองคนมากินก๋วยเตี๋ยวที่ร้าน แต่ก่อนหน้านั้นทั้งคู่ได้นัดกันไปทำผมที่ร้านเสริมสวยแห่งหนึ่งที่บ้านดอนม่วง ต.บ้านผึ้ง อ.เมือง จ.นครพนม ซึ่งร้านดังกล่าวตั้งอยู่บนถนนสายรองภายในหมู่บ้าน ซึ่งกล้องวงจรปิดของร้านสามารถบันทึกภาพของรถคันดังกล่าวพร้อมคนขับไว้ได้อย่างชัดเจน โดยช่วงเวลาที่ทั้งสองมาเสริมสวยที่ร้านเป็นช่วงเวลาประมาณ 11 .00 น. ก่อนที่จะพากันขับไปยังอำเภอโพนสวรรค์เพื่อกินก๋วยเตี๋ยวแล้วขับรถคันดังกล่าวไปจอดทิ้งไว้ ณ จุดนัดหมายและทิ้งกุญแจรถไว้ในรถ เพื่อให้คนต่อไปมาขับต่อแต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงตรวจพบและยายัดไว้ได้ก่อน ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้ว

ล่าสุดหลังจากหายหน้าไปหลายวัน นางสาว จุฑาภรณ์ กุลยะ ครูสอนชั้นอนุบาลโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอโพนสวรรค์ ที่ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพได้ว่าเป็นคนขับรถคันดังกล่าวในวันที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบและอายัดรถไว้ ได้เดินทางมาสอนหนังสือเด็กตามปกติแล้ว โดยผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่โรงเรียนและได้พบกับน.ส. จุฑาภรณ์ หรือครูป๊อบปี้ ขณะกำลังสอนหนังสื่อที่โรงเรียน และเมื่อพบกับผู้สื่อข่าวครูป๊อบปี้กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่าไม่สะดวกที่จะให้ข้อมูลใด ตอนนี้ตนปลอดภัยดี ที่ผ่านมาตนได้ให้ข้อมูลต่าง ๆ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปหมดแล้ว จึงไม่สะดวกที่จะให้การใดๆอีก พร้อมกับขอร้องให้ผู้สื่อข่าวอย่ามารบกวนตนอีก ส่วนบรรยากาศที่บ้านของน.ส.นุ๊กเกอร์ ช่างเสริมสวยที่ร่วมเดินทางด้วยกันยังคงเงียบเหงา ปิดประตูเงียบไม่มีใครอยู่บ้านเหมือนเดิม

ด้านพ.ต.อ. ภาคภูมิ เดชะเรืองศิลป์ ผกก.สภ.เมืองนครพนม เปิดเผยว่าคดีนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามตามสอบสวนหญิงสาวสองรายที่ปรากฏตามคลิป แล้วโดยทั้งคู่ให้การว่าได้ไปรับรถมาจากจังหวัดสกลนคร แล้วมาพักรถไว้ที่บ้านคืออำเภอโพนสวรรค์ ก่อนที่จะนัดนำรถไปจอดทิ้งไว้ที่จุดที่ได้นัดหมายกับทีมงานที่จะมารับรถต่อในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ซึ่งทั้งคู่ให้การว่า เมื่อถึงเวลานัดก็ได้ขับรถคันดังกล่าวไปจอดที่จุดที่ได้นัดหมายกันไว้แล้วทิ้งกุญแจรถไว้ภายในรถเพื่อให้คนที่มารับไม้ต่อมารับแล้วขับต่อไป ซึ่งลักษณะแบบนี้เชื่อว่าน่าจะเป็นพวกแก๊งลักรถข้ามชาติ

ซึ่งตอนนี้ทาง สภ.เมืองทำได้เพียงเก็บรวบรวมหลักฐานไว้เมื่อทางต้นทางคือ สภ. สวี ร้องขอความร่วมมือสอบสวนมาก็จะส่งมอบข้อมูลทั้งหมดให้ สภ. สวีดำเนินการต่อไปแต่จนถึงปัจจุบันทาง สภ.สวียังไม่มีการประสานมาทางสภ. เมืองนครพนมแต่อย่างใด และยังไม่มีผู้เสียหายมาติดต่อรับรถแต่อย่างใด ซึ่งหากประสานขอความร่วมมือมาก็พร้อมให้ข้อมูลอย่างเต็มที่


เทพข่าวร้อน
เพลิงพระกาฬ
ฟร้องข่าวสด รายงาน