ทบ.แจ้งเคลื่อนย้ายกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และยานพาหนะ หลังเสร็จสิ้น การฝึกปฏิบัติการร่วมพลเรือน ตำรวจ ทหาร ประจำปี 2567 กลับหน่วยที่ตั้ง ในวันที่ 14 ก.พ.67 นี้

ทบ.แจ้งเคลื่อนย้ายกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และยานพาหนะ หลังเสร็จสิ้น การฝึกปฏิบัติการร่วมพลเรือน ตำรวจ ทหาร ประจำปี 2567 กลับหน่วยที่ตั้ง ในวันที่ 14 ก.พ.67 นี้

กองทัพบก โดย กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) แจ้งเคลื่อนย้ายกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และยานพาหนะ หลังเสร็จสิ้นการฝึกปฏิบัติการพลเรือน ตำรวจ ทหาร ประจำปี 2567 ในห้วงการฝึกเฉพาะหน้าที่ (TTP) กลับเข้าที่ตั้งหน่วยปกติ ในวันที่ 14 ก.พ. 67 ดังนี้

  1. กองพันทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ( ม.พัน.2 รอ.)
  2. กองพันทหารม้าที่ 30 รักษาพระองค์ (ม.พัน.30 รอ.)
  3. กองทหารพลาธิการที่ 2 (กอง พธ.2) ใช้เส้นทางการเคลื่อนย้าย เริ่มต้น จาก กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) จ.ชลบุรี – ถ.หมายเลข 3 – ถ.หมายเลข 34 – ถ.หมายเลข 33 – ถ.หมายเลข 320 – ม.พัน.2 รอ. พล.ร.2 รอ. จ.ปราจีนบุรี

นอกจากนี้ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) แจ้งการเคลื่อนย้ายกลับ หลังเสร็จสิ้นการฝึกร่วมพลเรือน ตำรวจ ทหาร ประจำปี 2567 จากกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 11 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ (ป.1 พัน.11 รอ.) จ.ลพบุรี กลับที่ตั้งหน่วยปกติ ของกองร้อยทหารม้าลาดตระเวนที่ 1 (ร้อย.ม.(ลว.)1) โดยใช้เส้นทางการเคลื่อนย้าย เริ่มต้น จาก ป.1 พัน.11 รอ. จ.ลพบุรี – อ.เมือง จ.ลพบุรี – ถ.พหลโยธิน – ร้อย.ม.(ลว.) 1 พล.1 รอ.

กทม.จึงขอแจ้งให้ทราบ และ ขออภัยในความไม่สะดวก


แผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับรัฐบาลสาธารณรัฐอินเดีย อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ จากสาธารณรัฐอินเดีย มาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ ประเทศไทยเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗

เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ รัฐบาล โดยกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับรัฐบาลสาธารณรัฐอินเดีย โดยสถานเอกอัครราชฑูต อินเดียประจำประเทศไทย สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ดำเนินโครงการ อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ จากสาธารณรัฐอินเดีย มาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ ประเทศไทย ตามโครงธรรมยาตราจากมกานทีคงคาสู่ลุ่มน้ำโขง : สักการะพระบนมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุขอวพระสารีบุตรและพระโมคคลักษณะ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ โดยมีการจัดงานระหว่างวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ – ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๗

รัฐบาลได้จัดพิธีอัญเชิญอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา ในวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ และเปิดให้ประชาชนเข้าสักการบูชาตั้งแต่วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ถึง วันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๗ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวงเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ – ๒๐.๐๐ น. ของทุกวัน

จากนั้นอัญเชิญไปประดิษฐานในส่วนภูมิภาคใน ๓ จังหวัด ให้ประชาชนได้เข้าสักการบูชา ได้แก่

  • ภาคเหนือ ระหว่างวันที่ ๕ – ๘ มีนาคม ๒๕๖๗ ที่หอคำหลวง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ ๑๐ -๑๓ มีนาคม ๒๕๖๗ ที่วัดมหาวนาราม (วัดป่าใหญ่) จังหวัดอุบลราชธานี
  • ภาคใต้ ระหว่างวันที่ ๑๕ – ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๗ ที่วัดมหาธาตุวชิรมงคล (วัดบางโทง) จังหวัดกระบี่

หลังจากนั้นจะจัดพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพีะอรหันตธาตุฯ ส่งมอบคืนให้แก่สาธารณรัฐอินเดียต่อไป

การจัดงานในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ ไทยที่จะหล่อหลอมพลังความศรัทธาของพุทธศาสนิกชน จึงขอเชิญชวนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้าร่วมสักการบูชาพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ อันเป็นการเสริมสร้างสันติธรรมให้เกิดขึ้นทั้งในระดับประเทศ และระดับนานาชาติ โดยมีประเทศ ไทยเป็นศูนย์กลางความร่วมมือ และสามารถพัฒนาไปสู่การเป็นศตวรรษแห่งธรรม (Dharma Centuries) ด้วยการนำหลักธรรม ความเชื่อของศาสนาเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือด้านศาสนาและส่งเสริมคุณธรรมของประชาคมโลกเพื่อสร้างความสงบสุขแก่มวลมนุษยชาติสืบไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สายด่วนวัฒนธรรม ๑๗๖๕

http://www.phralan.in.th/newsdetail.php?id=12&d=2590https://www.facebook.com/phralanofficial/posts/691476953157906


กองบัญชาการกองทัพไทย

รัฐบาล ขอความร่วมมือสวมใส่เสื้อเหลืองตราสัญลักษณ์ฯ ทุกวันจันทร์ โดยพร้อมเพรียงเนื่องในปีมหามงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๖ รอบ ๗๒ พรรษา

รัฐบาล ขอความร่วมมือส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ประชาชน สวมใส่เสื้อเหลืองตราสัญลักษณ์ฯ ทุกวันจันทร์โดยพร้อมเพรียงเนื่องในปีมหามงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๖ รอบ ๗๒ พรรษา

รัฐบาลขอความร่วมมือให้หน่วยงานราชการจัดกิจกรรม เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม นั้นรัฐบาล จึงขอความร่วมมือให้ทุกหน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจ แต่งกายด้วยเสื้อสีเหลือง ประดับตราสัญลักษณ์ งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ทุกวันจันทร์ หรือในโอกาสที่เหมาะสม ซึ่งสามารถแต่งกายแทนชุดยูนิฟอร์มของหน่วยงานได้พร้อมทั้ง ประดับธงตราสัญลักษณ์ฯ บริเวณด้านหน้าของหน่วนงานด้วย

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือให้ประชาชน ภาคเอกชน และองค์กรต่าง ๆ รวมทั้งรัฐสภาหน่วยงานความมั่นคง รณรงค์แต่งกายด้วยเสื้อสีเหลืองประดับตราสัญลักษณ์ฯ โดยพร้อมเพรียงกัน


กองทัพเรือ

สืบสวน บางใหญ่ จับเร็ว 24 ชม.!!

ชุดสืบสวน สภ.บางใหญ่ ไล่ล่าจนสามารถจับกุม คนร้ายลักทรัพย์นักท่องเที่ยวต่างชาติ นำทรัพย์สินส่งคืน ครบทุกรายการ มูลค่าทรัพย์สิน 200,000 บาท

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2567 เวลา 14.00 น. สภ.บางใหญ่ รับแจ้งความจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ว่า ทรัพย์สินของตนซึ่งเก็บไว้ภายในโรงแรมห้องพักถูกลักไป โดยสงสัยว่าคนร้ายคือหญิงที่เพื่อนของตน พากลับมาจากเที่ยวสถานบันเทิง ย่านตรอกข้าวสาร ในคืนวันดังกล่าวคือผู้ก่อเหตุชุดสืบสวนจึงได้ ลงพื้นที่ตรวจสอบ ได้พยานหลักฐานน่าเชื่อว่าคนร้ายคือ บุคคลดังกล่าวจริง

ซึ่งจากการตรวจสอบโดยละเอียด พบว่าเป็นสาวประเภทสอง จึงขออนุมัติศาลจังหวัดนนทบุรี ออกหมายจับ ที่ จ.93/67 ลง 11 ก.พ.2567 และ ช่วง 13.30 น. สามารถทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาคนดังกล่าวได้ ที่ อพาร์ทเม้น แห่งหนึ่ง ย่านบางซื่อ กทม. นำตัวตัวผู้ต้องหา ไปเอาทรัพย์สิน กลับคืนได้ครบถ้วน ดังนี้ 1.เงินสด 1,500 ดอลล่า และ 100 ปอนด์ 2.แล็ปท็อป acer 2 เครื่อง 3.ไอโฟน Xr 1 เครื่อง 4.บัตรเครดิต ของต่างประเทศ จำนวน 2 ใบ 5.กล้องถ่ายรูป พร้อมเลนส์ ยี่ห้อแคนนอน 1 เครื่อง รวมมูลค่า ทรัพย์สินกว่า 200,000 บาท

#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ตำรวจภูธรภาค1 #ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี


ประจวบคีรีขันธ์ ลงนามบันทึกตกลงความร่วมมือในคำรับรองการปฏิบัติราชการสำหรับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567

ประจวบคีรีขันธ์ – ลงนามบันทึกตกลงความร่วมมือ ระหว่าง ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ หัวหน้าส่วนราชการปรจำจังหวัดฯ นายอำเภอ ผู้บริหารท้องถิ่นฯ และ ท้องถิ่นอำเภอ ในคำรับรองการปฏิบัติราชการสำหรับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567

ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ห้องประชุมเกาะหลัก ชั้น ๕ ศาลากลางจังหวัดประจวบ คีรีขันธ์ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมนายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ นายองครักษ์ ทองนิรมล นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัดประจวบฯ ร่วมลงนามบันทึกตกลงความร่วมมือในคำรับรองการปฏิบัติราชการสำหรับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยมี น.ส.จุฑารัตน์ เหลืองเพิ่มสกุล ผอ.ป.ป.ช.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ท้องถิ่นอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง 8 อำเภอ เข้าร่วมลงนาม

การลงนามในคำรับรองการปฏิบัติราชการสำหรับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ระหว่าง ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กับ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หัวหน้าส่วนราช การประจำจังหวัด นายอำเภอ ท้องถิ่นจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งสิ้น 80 หน่วยงาน

ตามที่คณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ.2565 จึงเห็นชอบให้หน่วยงานภาครัฐเข้าร่วมการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ในปีงบประมาณ พ.ศ.2565-2570 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐได้รับทราบสถานะของตนเองในด้านคุณธรรม ความโปร่งใส และนำไปปรับปรุงพัฒนาตนเองนั้น ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกำหนดเป้าหมายให้หน่วยงานที่เข้ารับการประเมิน ITA ทุกหน่วยงานได้ผลคะแนนการประเมิน 85 คะแนนขึ้นไป จังหวัดประจวบ คีรีขันธ์มีหน่วยงานของรัฐที่จะต้องเข้ารับการประเมิน ITA ประกอบด้วย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์โดยหน่วยงานส่วนภูมิภาคในจังหวัด 33 หน่วยงาน ประเมินในภาพรวมของจังหวัด อำเภอ 5 อำเภอ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลจำนวน 16 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 44 แห่ง รวมทั้งสิ้น 70 หน่วยงาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ผลการประเมินในภาพรวมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีหน่วยงานที่ผ่านการประเมิน จำนวน 57 หน่วยงาน คิดเป็นร้อยละ 81.43

ดังนั้น เพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่จะร่วมมือกันในการประสานงานและสนับสนุนการดำเนินการขับเคลื่อนการประเมิน ITA ของจังหวัดให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้อง ครบถ้วน ยกระดับคะแนนการประเมิน และหน่วยงานผ่านการประเมินตามเกณฑ์ที่กำหนด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์จึงได้จัดให้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่าง ผู้ว่าราชการจังหวัด กับรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ ท้องถิ่นอำเภอ โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ร่วมเป็นพยาน



ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

ส.ผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา ร่วมกับพันธมิตร จัดงานขอบคุณสื่อมวลชนเมืองพัทยา

ส.ผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา ร่วมกับพันธมิตร จัดงานขอบคุณสื่อมวลชนเมืองพัทยา

12 กุมภาพันธ์ 2567สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา ร่วมกับกต.ตร. พัทยา, ตำรวจท่องเที่ยว, ตม.พัทยา และอำเภอบางละมุง จัดงานขอบคุณนักข่าวเมืองพัทยา โดยนายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดงาน มีนางลิซ่า (ลำพึง แฮมิลตัน) นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา กล่าวต้อนรับ ณ ร้าน อีสานกาฬเวลา ถนนพัทยาสายสาม ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนหลากหลายแขนงเข้าร่วมงาน อาทิ พ.ต.อ.นาวิน ธีระวิทย์ ผกก.สภ.เมืองพัทยา, นางอำพร แก้วแสง, นายบุญอนันต์ พัฒนสิน นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา, นายอัมพร แสงแก้ว นายกสมาคมนักข่าวพัทยา, นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานผู้บริหาร The Gems Mining Pool villa Pattaya เป็นต้น

นางลิซ่า กล่าวว่า งานเลี้ยงขอบคุณสื่อมวลชน จัดขึ้น เพื่อแสดงความขอบคุณสื่อมวลชนสำหรับความร่วมมือในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวสารด้วยดีเสมอมา ภายในงานได้รับเกียรติจากสื่อมวลชนหลากหลายแขนงเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง โดยมีพันธมิตรจากภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมสนับสนุนของขวัญของรางวัลในค่ำคืนนี้ด้วย


ภาพข่าว/อำนวยชัย มลิลา
นายโยธิน พรมแตง
ศูนย์ข่าวพัทยา รายงาน

จังหวัดอุตรดิตถ์ร่วมกับกรมการค้าภายใน ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดง ตำบลเด่นเหล็ก อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์

จังหวัดอุตรดิตถ์ร่วมกับกรมการค้าภายใน ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดง ตำบลเด่นเหล็ก อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 11.00 น. ณ แปลงหอมแดง บ้านต้นม่วง หมู่ที่ 4 ตำบลเด่นเหล็ก อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ นายสหวิช อภิชัยวิศรตกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานปล่อยรถช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดง ชึ่งจังหวัดอุตรดิตถ์โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์ร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดง ตำบลเด่นเหล็ก อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ประสบปัญหาเรื่องราคาจำหน่ายหอมแดง ไม่สอดคล้องกับราคาต้นทุนการผลิต ตามนโยบายที่ได้รับจากนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้สั่งการให้กรมเข้าไปดูแลตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาลไปจนจบฤดูกาล โดยประสานผู้รับซื้อเข้ามารับซื้อหอมแดงสดคละในพื้นที่ในราคานำตลาด กิโลกรัมละ 12 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรพอใจ เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของเกษตรกร ดึงผลผลิตออกนอกพื้นที่ในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาด ทำให้เกษตรกรไม่ถูกกดราคา และขายผลผลิตได้ราคาดีขึ้น อีกทั้งเป็นการเพิ่ม ช่องทางการจำหน่ายผลผลิตหอมแดงอีกช่องทางหนึ่ง โดยรับซื้อ ปริมาณ 15 ตัน เป็นเงิน จำนวน 180,000 บาท

จังหวัดอุตรดิตถ์มีพื้นที่เพาะปลูกหอมแดง ปีการผลิต 2566/67 จำนวน 2,784 ไร่ ผลผลิตรวม 7,531.90 ตัน ขณะนี้ ผลผลิตหอมแดง (ฤดูแล้ง) เริ่มออกสู่ตลาดแล้ว และจะออกสู่ตลาดมาก ในเดือนมีนาคม สิ้นสุดฤดูกาลต้นเดือนเมษายน ปลูกมากที่ตำบลเด่นเหล็ก อำเภอน้ำปาด พื้นที่เพาะปลูก อำเภอน้ำปาด จำนวน 1,980 ไร่ ผลผลิตรวม จำนวน 5,593.50 ตัน
หอมแดงตำบลเด่นเหล็ก เป็นหอมแดงที่มีคุณภาพ มีลักษณะเด่น คือ หัวโต สีแดงอมม่วง รสชาติเผ็ดฉุน กรอบน่ารับประทาน เก็บได้นานหลายเดือน (6 เดือน) อีกทั้งมีคุณค่าทางโภชนาการต่อ ร่างกายสูงเพราะมีธาตุกำมะถัน ธาตุโปรแตสเซี่ยม ฟอสฟอรัสและธาตุเหล็กในดินซึ่งเป็นธาตุทางธรรมชาติสูงจนได้รับคำชมจากพ่อค้า แม่ค้าต่างถิ่น ที่เข้ามารับซื้อว่า เป็นหอมแดงคุณภาพที่ดี


นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

หวิดวอด จุดธูปเทียนไหว้ศาลเจ้าที่ทำไฟไหม้บ้าน


มุกดาหาร – เจ้าของบ้านจุดธูปเทียนไหว้ศาลเจ้าที่แล้วออกไปทำธุระนอกบ้าน ทำเพลิงไหม้ในบ้าน โชคดีเพื่อนบ้านเห็นก่อนที่จะทุบประตูช่วยกันฉีดน้ำดับได้ทัน

เมื่อเวลา 12.40 น. วันที่ 13 ก.พ. 67 นายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 8 /3 ถนนผดุงพนมเขต ข้างศาลากลาง อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร โดยไฟได้ลุกไหม้บริเวณศาลเจ้าที่ภายในบ้าน จึงรีบรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยรถดับเพลิง และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองมุกดาหาร

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 3 ชั้น พบเพื่อนบ้านช่วยกันดับเพลิงที่กำลังลุกไหม้อยู่ที่บริเวณชั้น 1 เจ้าหน้าที่จึงระดมฉีดน้ำเข้าไปช่วยดับไฟซึ่งใช้เวลาประมาณ 15 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ หลังจากนั้นจึงได้ประสานไปยังเจ้าของบ้านคือ นางแวน ชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม ซึ่งจากการตรวจสอบตรงจุดเกิดเหตุแล้วคาดว่า น่าจะเกิดลมพัดแรง จนส่งผลให้ธูปเทียนล้มลงแล้วธูปเทียนเกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ดังกล่าว โชคดีที่มีเพื่อนเห็นแล้วเข้ามาช่วยดับเพลิงทัน ไม่เช่นนั้นอาจจะลุกลามไหม้ทั้งหลัง และบริเวณใกล้เคียงเป็นร้านขายแก๊สหุงต้ม เป็นชุมชนหนาแน่นของชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุ และสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์เพื่อหาข้อเท็จจริงของการเกิดเพลิงไหม้อีกครั้งหนึ่ง เบื้องต้นได้สันนิษฐานว่า สาเหตุน่าจะมาจากการจุดธูปหรือเทียนที่เจ้าของบ้านจุดไหว้เจ้าที่ ซึ่งอาจจะตั้งไว้ไม่ดีหรือถูกลมพัดทำให้เกิดเพลิงไหม้เจ้าที่ดังกล่าว..


อนุศักดิ์ – เสาวภา แสนวิเศษ // มุกดาหาร 081-5449094

สืบจังหวัดนครพนม สุดเจ๋ง! เด็ดปีกพ่อค้าอีสานเหนือ คาด่าน

สืบจังหวัดนครพนม สุดเจ๋ง! เด็ดปีกพ่อค้าอีสานเหนือ คาด่าน 2 พ่อค้ายา หลังขยายผลจากคดีเก่า ยึดยาได้กว่า 5 แสนเม็ด เตรียมยึดทรัพย์

วันที่ 13 ก.พ.67 เวลา 11.00 น. ที่ห้องโถงชั้นล่าง กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม นายวันชัย จันทร์พร ผวจ.นครพนม, พ.ต.อ.ภิญโญ สุทธิสาร รอง ผบก.ภ.จว.นครพนม, พ.อ.สมหมาย บุษบา ผอ.กอ.รมน.จังหวัดนครพนม, พ.ต.อ.ธนารัตน์ มีทองหลาง ผกก.สืบสวน ตำรวจภูธรนครพนม, พร้อมด้วยตัวแทนจากหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง และมทบ.210 ร่วมกันแถลงข่าวสามารถจับกุมพ่อค้ายาได้ 2 คน คือ 1.นายวรภัทร นันนวน หรือสัน อายุ 50 ปี และ 2.นายปรีชา ประสมศรี หรือเป็ด อายุ 49 ปี โดยทั้งคู่เป็นชาว ต.คำเตย อ.เมือง จ.นครพนม พร้อมของกลางยาบ้า กว่า 5 แสนเม็ด รถยนต์ 1 คัน พร้อมบัญชีเงินฝากอีกหลายบัญชี โดยทั้งคู่ถูกจับกุมได้ขณะกำลังขับรถขนยาบ้ามุ่งหน้าสู่พื้นที่ตอนใน

จากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวน ขยายผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดของท้าวอ้วน แสงมะนี ชาว สปป.ลาว พร้อมพวก รวม 5 คนพร้อมด้วยของกลางยาบ้า จำนวน 1,006,000 เม็ด บริเวณบ้านยางนกเหาะ ต.เวินพระบาท จ.นครพนม เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนมสืบสวนจนทราบว่ามีรถ ยนต์กระบะ ทะเบียน กง 7724 นครพนม เป็นหนึ่งในขบวนการลำเลียงยาบ้า เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ และบุคคลที่ใช้รถยนต์คันดังกล่าวยังเคยมีประวัติเป็นผู้ต้องหาคดีกัญชา เมื่อปี 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม จึงได้เฝ้าติดดามพฤติการณ์ของบุคคลที่ครอบครองรถคันดังกล่าวมาโดยตลอด

จนกระทั่ง วันที่ 11 กุมภาพันธุ์ 2567 เวลาประมาณ 12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.สนิท ชมภูราช สารวัตรสืบสวน กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย ร.ต.อ.บพิตร ชุมอภัย รองสารวัตร กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน กำลังขับรถยนต์ไปรับยาบ้าจากพื้นที่ ต.พนอม อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม และจะลำเลียงยาบ้าเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ ซึ่งจากการเฝ้าติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาโดยตลอดทราบว่า ผู้ต้องหาใช้เส้นทาง หมายเลข 2033 ระหว่างบ้านหนองญาติไปอำเภอนาแก ในการลำเลียงยาเสพติด จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้น พ.ต.อ.ธนารัตน์ มีทองหลางผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม

จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ทำการติดตามรถยนต์คันดังกล่าว พร้อมร่วมกันตั้งจุดสกัดโดยบูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระซอง บริเวณสามแยกบ้านนาเหนือ ต. พระซอง อ.นาแก จ.นครพนม จนกระทั่งเวลาประมาณ 14.00 น. ผู้ต้องหาได้ขับรถยนต์มาถึงจุดสกัด เจ้าหน้าที่ดำรวจจึงได้ส่งสัญญาณให้หยุดรถ ภายในรถยนต์พบผู้ชาย 2 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอตรวจสอบภายในรถยนต์

ผลการตรวจสอบพบยาบ้า 2 กระสอบ จำนวน 212 มัด นับได้ประมาณ 424,000 เม็ด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวนายวรภัทรฯ และ นายปรีชาฯ ไว้ทันที พร้อมสอบสวนขยายผลเข้าตรวจคันบ้านพักของนายปรีชา ฯ พบยาบ้าเพิ่มเติมอีก 42 มัด นับได้ประมาณ 84,000 เม็ดโดยตรวจค้นได้ บริเวณหัวเตียงนอนของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พร้อมของกลางที่ยึดได้มี ยาบ้า จำนวน 508,000 เม็ดรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีขาว จำนวน 2 คัน โทรศัพท์มือถือจำนวน 3 เครื่องและบัญชีเงินฝากธนาคารอีกจำนวนหนึ่งเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน ส่งพนักงานสอบสวน สภ.พระซองเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป


เทพข่าวร้อน
เพลิงพระกาฬ
ฟร้องข่าวสด รายงาน

ทต.งิ้วงาม ร่วมจัดงานสืบสานประเพณีแห่ผ้าห่มองค์พระมหาธาตุเจดีย์ ประจำปี 2567

จ.อุตรดิตถ์ – ทต.งิ้วงาม ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั้ง 16 หมู่ จัดงานสืบสานประเพณีแห่ผ้าห่มองค์พระมหาธาตุเจดีย์ ประจำปี 2567

ณ เขตพุทธาวาสดอยแก้ว ตำบลงิ้วงาม อำเภอเมือง จ.อุตรดิตถ์ พระครูวิจิตรธรรมรส (สนั่น ชิโนรโส) รองเจ้าคณะอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ เจ้าอาวาสวัดเขาแก้ว หมอบหมายพระครูอุปถัมภ์วัชรศาสน์ (อำนวย วชิราวุโธ) เจ้าอาวาสวัดใหม่ช่องลม ประธานฝ่ายสงฆ์

นายศิวัช ฟูบินทร์ นายอำเภอเมือง จ.อุตรดิตถ์ เป็นประธานฝ่ายฆารวาส ในพิธีสืบสานประเพณีแห่ผ้าห่มองค์พระมหาธาตุเจดีย์ประจำปี 2567 มี ร้อยตรีทรวง นาพันธ์ นายกเทศมนตรีตำบลงิ้วงาม กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน โดยมีการแสดงของเด็กนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมนัอมเกล้า ได้รำถวายเป็นพุทธบูชาต่อหน้า ประธานในพิธีและแขกผู้มีเกียรติที่เข้างานครั้งนี้

ร้อยตรีทรวง นาพันธุ์ นายกเทศมนตรีตำบลงิ้วงาม กล่าวว่า งานสืบสานประเพณีแห่ผ้าห่มองค์พระมหาธาตุเจดีย์ ประจำปี 2567 เทศบาลตำบลงิ้วงาม ได้ร่วมกับชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลงิ้วงามได้ดำเนินการกิจกรรมสืบสานประเพณีแห่ผ้าห่มองค์พระมหาธาตุเจดีย์ประจำปี 2567 ซึ่งได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และในปีพุทธศักราช 2567 ได้กำหนดจัดกิจกรรม ในระหว่างวันที่ 11 – 13 กุมภาพันธ์ 2567 ณ เขตพุทธาวาสดอยแก้วตำบลงิ้วงาม อำเภอเมือง อุตรดิตถั จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนทั้ง 16 หมู่บ้าน ในตำบลงิ้วงาม และตำบลไกล้เคียง ได้ร่วมกิจกรรม ๆ และทำบุญเพื่อ ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

ทั้งนึ้ภายในงานได้มีผู้ที่มาร่วมพิธี ได้นำผ้าห่มสีเหลืองซึ่งเปรียบเหมือนผ้าไตร ขนาสี่เหลี่ยมผืนผ้า เขียนชื่อตนเองและครอบครัวลงในผืนผ้า แล้วนำมาแห่รอบองค์พระมหาธาตุเจดีย์สถาน ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมพระธาตุของพระอรหันต์ สาวก ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จำนวน 3 รอบ จากนั้นนำผ้าขึ้นห่มรอบองค์พระมหาธาตุเจดีย์ เพื่อเป็นการถวายผ้าไตรแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพุทธบูชา


นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน