ตร.ศรีสวัสดิ์ ปราบจริง ตามนโยบาย ผบก.จ.กาญจนบุรี รวบผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมของกลาง อาวุธปืน และยาเสพติด

ตร.ศรีสวัสดิ์ ปราบจริง ตามนโยบาย พล.ต.ต.นครินทร์ ฯ ผบก.จ.กาญจนบุรี รวบผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมของกลาง อาวุธปืน และยาเสพติด

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567เวลาประมาณ 07.00 น. – 11.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.กิตติพันธ์ เสนาอุดร ผกก.สภ.ศรีสวัสดิ์, พ.ต.ท.ศรายุทธ ชิงชู รอง ผกก.สส.สภ. ศรีสวัสดิ์, พ.ต.ท.มนัส พร้อมศักดิ์โสภณ รอง ผกก.ป.ฯ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.นพดล มาบุญ สว.สส.ฯ ชุดสืบสวน สภ.ศรีสวัสดิ์ จับกุม

1.นางเจริญ (ขอสงวนนามสกุล) ข้อหามีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมด้วยของกลาง 1.เครื่องกระสุนปืนลูกซองขนาด 12 จำนวน 1 นัด, 2.เครื่องกระสุนปืนลูกซองขนาด 16 จำนวน 1 นัดรวมเครื่องกระสุนปืนทั้งหมดจำนวน 2 นัด สถานที่เกิดเหตุ ม. 3 ต.หนองเป็ด อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี

2.นางสาวกัน (ขอสงวนนามสกุล) ข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยเป็นการกระทำเพื่อจำหน่าย เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย พร้อมด้วยของกลาง

  1. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า) ลักษณะเป็นเม็ดกลมแบนสีส้ม ใส่ไว้ในถุงพลาสติกชนิดปากถุงกดปิด-ดึงเปิด สีน้ำเงิน ขนาด 6×8 ซม. จำนวน 198 เม็ด และยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ลักษณะเป็นเม็ดกลมแบนสีเขียว จำนวน 2 เม็ด รวมยาบ้าจำนวน 200 เม็ด
  2. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า) ลักษณะเป็นเม็ดกลมแบนสีส้ม ใส่ไว้ในถุงพลาสติกชนิดปากถุง กดปิด-ดึงเปิด ขนาด 4×6 ซม. จำนวน 10 เม็ด
  3. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า) ลักษณะเป็นเม็ดกลมแบนสีส้ม ใส่ไว้ในถุงพลาสติกชนิดปากถุง กดปิด-ดึงเปิด ขนาด 4×6 ซม. จำนวน 10 เม็ด
  4. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ลักษณะเป็นเม็ดกลมแบนสีส้ม ใส่ไว้ในถุงพลาสติกชนิดปากถุง กดปิด-ดึงเปิด ขนาด 4×6 ซม. จำนวน 5 เม็ด
  5. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า) ลักษณะเป็นเม็ดกลมแบนสีส้ม ใส่ไว้ในถุงพลาสติกชนิดปากถุงกดปิด-ดึงเปิด ขนาด 4×6 ซม. จำนวน 3 เม็ด
  6. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า) ลักษณะเป็นเม็ดกลมแบนสีส้ม ใส่ไว้ในถุงพลาสติกชนิดปากถุง กดปิด-ดึงเปิด ขนาด 4×6 ซม. จำนวน 2 เม็ด
  7. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า) ลักษณะเป็นเม็ดกลมแบนสีส้ม ใส่ไว้ในถุงพลาสติกชนิดปากถุงกดปิด-ดึงเปิด ขนาด 4×6 ซม. จำนวน 2 เม็ด
  8. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ลักษณะเป็นเม็ดกลมแบนสีส้ม ใส่ไว้ในถุงพลาสติกชนิดปากถุง กดปิด-ดึงเปิด ขนาด 4×6 ซม. จำนวน 1 เม็ด
  9. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า) ลักษณะเป็นเม็ดกลมแบนสีส้ม ใส่ไว้ในถุงพลาสติกชนิดปากถุงกดปิด – ดึงเปิด ขนาด 4×6 ซม. จำนวน 1 เม็ด รวมของกลางยาบ้าทั้งหมด จำนวน 234 เม็ด
  10. กระเป๋าสตางค์แบบหนังสีดำ จำนวน 1 ใบ
  11. กระเป๋าสะพายข้างแบบหนังสีน้ำเงิน จำนวน 1 ใบ
  12. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ oppo สีดำ จำนวน 1 เครื่อง สถานที่เกิดเหตุ หมู่ 2 ต.หนองเป็ด อ.ศรีสวัสดิ์ จว.กาญจนบุรี

สถานที่เกิดเหตุ หมู่ 2 ต.หนองเป็ด อ.ศรีสวัสดิ์ จว.กาญจนบุรี เวลาประมาณ 11.00 น. นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


กัมพล ทันเวลา // ทีมข่าวภาคตะวันตก

ตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช แถลงข่าว ผลการปฏิบัติการ “ยุทธการสะท้านฟ้า ปราบผู้ค้าเมืองนคร”

ตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช แถลงข่าว ผลการปฏิบัติการ ยุทธการสะท้านฟ้า ปราบผู้ค้าเมืองนคร ตามคดีหมายจับ รวม 26 หมาย ตรวจยึดทรัพย์สินตามประมวลกฎ หมายยาเสพติดฯ จำนวน 25 รายการ มูลค่าประมาณ 20,719,680 บาท

วันนี้ (15 กุมภาพันธ์ 2567) เวลา 15.30 น. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผู้บังคับ การตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช แถลงข่าวผลการปฏิบัติการ “ยุทธการสะท้านฟ้า ปราบผู้ค้าเมืองนคร” ร่วมกับ ป.ป.ส.ภาค 8 กวาดล้างอาชญากรรม ยาเสพติดทุกประเภท ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร., พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.(ปป.)/ผอ.ศอ. ปส.ตร., พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.๘ และ พล.ต.ต.นิพนธ์ พานิชเจริญ รอง ผบช. ภ.8, ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช, ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช บูรณาการร่วมกันขยายผลตรวจยึดทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ผู้เกี่ยวข้องยาเสพติด และเพื่อเป็นการตัดตอนให้ยาเสพติดลดน้อยลง

โดยตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ดำเนินการตามนโยบาย ปฏิบัติการยุทธการสะท้านฟ้า ปราบผู้ค้าเมืองนคร ระหว่างวันที่ 14 – 15 กุมภาพันธ์ 2567 ตามคดีหมายจับ รวม 26 หมาย แยกเป็นหมายสมคบ 10 หมาย, หมายฟอกเงิน 16 หมาย และได้สืบสวนติดตามจับ กุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 10 หมาย แยกเป็ ข้อหาฟอกเงิน จำนวน 6 หมาย ผู้ต้องหา 6 คน ข้อหาสมคบ สนับสนุน จำนวน 4 หมาย ผู้ต้องหา 4 คน

ตรวจยึดของกลาง ยาบ้าจำนวน 14,352 เม็ด, ไอซ์จำนวน 202.92 กรัม, โทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 8 เครื่อง, ตรวจยึดทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายยาเสพติดฯ จำนวน 25 รายการ มูลค่าประมาณ 20,719,680 บาท, รถยนต์ จำนวน 4 คัน ราคาประมาณ 3,450,000 บาท, รถจักรยานยนต์ จำนวน 8 คัน ราคาประมาณ 368,000 บาท, โฉนดที่ดิน จำนวน 4 แปลง ราคาประมาณ 7,500,000 บาท, โทรศัพท์มือถือ จำนวน 8 เครื่อง ราคาประมาณ 2,000 บาท, อาวุธปืน ขนาด 11 มม. จำนวน 1 กระบอก ราคาประมาณ 150,000 บาท, อาวุธปืน ขนาด 0.32 จำนวน 1 กระบอก ราคาประมาณ 30,000 บาท, กระสุนปืน จำนวน 175 นัด ราคาประมาณ 5,250 บาท, เงินสด/อายัดจำนวน 9,174,430บาท

พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติการ ยุทธการสะท้านฟ้า ปราบผู้ค้าเมืองนคร ดำเนินการปราบปราบผู้ค้ายาเสพติด และทลายกลุ่มผู้มีอิทธิพล ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จากการติดตามขยายผล ตามนโยบาย ซึ่งเมื่อดำเนินการแล้วให้มีมาตรการในการยึดทรัพย์สินผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและผู้ค้าทุกราย ในการจับกุมยาเสพติดในพื้นที่ของจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ผ่านมาไม่ได้มีการขยายผลเท่าที่ควร เนื่องจากการขยายผลต้องใช้เวลานาน 2-3 เดือน ในการปฏิบัติการในครั้งนี้มีการบูรณาการจากความผิดผู้ค้าในพื้นที่อำเภอต่าง ๆ สามารถดำเนินการจนกระทั่งขยายผลออกหมายจับกวาดล้าง ตรวจยึดทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ผู้เกี่ยวข้องยาเสพติดในพื้นที่ เป็นการตัดตอนให้ยาเสพติดลดน้อยลง


ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

รมว.แรงงาน “พิพัฒน์” เปิดมหกรรม “สร้างงาน และเส้นทางสู่อาชีพ จังหวัดพระนครศรี อยุธยา” เตรียมเสิร์ฟงานกว่า 1 หมื่นอัตรา หนุนการทำงานทุกช่วงวัย

พระนครศรีอยุธยา – รมว.แรงงาน “พิพัฒน์” เปิดมหกรรม “สร้างงาน และเส้นทางสู่อาชีพ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา” เตรียมเสิร์ฟงานกว่า 1 หมื่นอัตรา หนุนการทำงานทุกช่วงวัย

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 นายพิพัฒ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “สร้างงาน และเส้นทาง สู่อาชีพจังหวัดพระนครศรีอยุธยา” โดยมี นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวรายงาน และนายประพันธ์ ตรีบุบผา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นางสาวสุภิญญา แก่นจ้าย จัดหางานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานในจังหวัดพระนคร ศรีอยุธยาให้การต้อนรับ ณ ศูนย์การค้าอยุธยาชิตี้พาร์ค ชั้น 2 ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า การจัดงาน “สร้างงาน และเส้นทางสู่อาชีพ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา” ในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการจ้างงาน 1 ล้านอัตรา ในปี 2567 ด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมให้คนหางาน และสถานประกอบการที่มีตำแหน่งงานว่างพบกัน พร้อมกับตึงเด็กนักเรียน นักศึกษาในพื้นที่โดยรอบที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน มาร่วมกิจกรรมที่ทำให้รู้จักตนเอง รู้ความถนัด ทราบแนวโน้มตลาดแรงงานในอนาคต เพื่อเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจังหวัดอยุธยา ถือเป็น
จังหวัดที่มีความเหมาะสมในการจัดงานอย่างมาก เนื่องจากเป็นเขตพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของภาคกลาง เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม ท่องเที่ยว งานหัตถกรรมไทย วิสาหกิจชุมชน และแหล่งเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ ทำให้มีสถานประกอบการมากกว่า 7,000 แห่ง และมีความต้องการจ้างงานแรงงานจำนวนมาก ดึงดูดแรงงานจากจังหวัดใกล้เคียงและภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศเคลื่อนย้ายสู่อยุธยา กระทรวงแรงงานจึงเลือกอยุธยาเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ในการจัดงานเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการภาครัฐได้อย่างสะดวก และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนทุกกลุ่ม

ด้านนายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจจำนวนมาก อาทิ การรับสมัครและสัมภาณณ์งานโดยตรงกับนายจ้าง สถานประกอบการในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดใกล้เคียง จำนวน 68 บริษัท มีตำแหน่งงานว่าง 10,151 อัตรา อาทิ ตำแหน่งวิศวกร, เจ้าหน้าที่บัญชี, ช่างเทคนิค, พนักงานคลังสินค้า, พนัก งานขายสินค้า, พนักงานฝ่ายผลิต ฯลฯ และงานที่คนเจนเนอเรชั่นใหมให้ความสนใจอย่างการไปทำงานต่างประเทศ พร้อมให้คำปรึกษาและรับลงทะเบียนผู้สนใจไปทำงานต่างประเทศ การสาธิตอาชีพและฝึกปฏิบัติอาชีพอิสระวันละ 20 อาชีพ อาทิ งานนวดไทย, งานตัดผม, การทำโรตีสายไหม, นิทรรศการแนะแนวการศึกษาต่อสำหรับนักเรียนนักศึกษาที่ใกล้เรียนจบ, บริการแนะแนวอาชีพ, การทดสอบความพร้อมทางอาชีพและทดสอบภาษาอังกฤษเพื่อการสมัครงา, บริการแบบวัดบุคลิกภาพเพื่อการศึกษาต่อและการเลือกอาชีพ, นิทรรศการโลกของอาชีพและการเรียนรู้เสมือนจริง, การให้คำปรึกษาแหล่งเงินทุนในการประกอบอาชีพ และการให้บริการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน, การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าของผู้รับงานไปทำที่บ้าน, หาไอเดียการทำธุรกิจแฟรนไชส์น่าลงทุน รวมทั้งกิจกรรมการแข่ง ขันตอบปัญหาชิงรางวัล ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมงานอย่างน้อย 2,500 คน

ทั้งนี้ขอเชิญชวนคนหางาน นักเรียน นักศึกษา และประชาชน ที่สนใจหางาน ต้องการพัฒนาทักษะฝีมือ และหาไอเดียในการประกอบอาชีพเสริม มาพบกันในงาน “สร้างาน และเส้นทาง สู่อาชีพจังหวัดพระนครศรีอยุธยา” ระหว่างวันที่ 15 – 16 กุมภาพันธ์ 2567 ตั้งแต่เวลา 09.30 น. – 16.00 น. โดยสามารถลงทะเบียนสมัครงานเพื่อความสะดวกได้ที่เว็บไชต์กรมการจัดหางาน e Service.doe.go.th “ไทยมีงานทำ” หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โทร 035 336856 ต่อ 1 สายด่วน 1506 กล2 www.doe.go.th


สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา

วส. 921 สานสัมพันธ์สื่อท้องถิ่นเพชรบูรณ์ จัดโครงการสัมมนาเครือข่ายนักประชาสัมพันธ์ ประจำปี 2567

เพชรบูรณ์ – วส. 921 สานสัมพันธ์สื่อท้องถิ่นเพชรบูรณ์ จัดโครงการสัมมนาเครือข่ายนักประชาสัมพันธ์ ประจำปี 2567

ที่ห้องประชุมเอนกประสงค์สถานีวิทยุ 921 อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์. พันเอกอติพร จันทร์บาง หัวหน้าสถานีวิทยุกระจายเสียง 921 เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาเครือข่ายนักประชา สัมพันธ์ ประจำปี 2567 มีพันโทหญิง อิสรยา กรุดมินบุรี รอง หน.สถานีวิทยุกระจายเสียง 921 กล่าวรายงาน โดยมีเครือข่ายนักจัดรายการวิทยุของสถานีจากหน่วยงานองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน และสื่อมวลชนทุกแขนงในจังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 60 คนเข้าร่วมการสัมมนา.

ทั้งนี้กองบัญชาการกองทัพไทย โดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา โดยสถานีวิทยุกระจายเสียง 921 สำนักงานพัฒนาภาค 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาจัดโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อเพิ่มพูนความรู้ สร้างจิตสำนึกที่ดีและส่งเสริมผู้ประกอบวิชาชีพด้านวิทยุกระจายเสียงผู้ปฏิบัติหน้าที่ในสายงานที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการประชาสัมพันธ์ การผลิตสื่อเพื่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ต่างๆ และที่สำคัญเพื่อสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดีต่อกันในกลุ่มเครือข่ายสื่อมวลชนแขนงต่างๆในพื้นที่ ตลอดจนกับหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านความมั่นคง

ในการสัมมนาดังกล่าวได้รับเกียรติจากวิทยากรประกอบด้วยนายไชยยงค์ ไชยปัน หัวหน้าฝ่ายรายการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดเพชรบูรณ์ ร.ต.ต.สุขสัณห์ ภิชัย นายกสมาคมเครือข่ายนักสื่อสารชุมชน นางสาวชลธิชา ภูจุ้ย หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ มหา วิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ อ.บุญช่วย ทองเถาว์ ผู้ประสานงานศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนสามวัยบ้านปลาฝา อ.หล่มเก่า ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำงานด้านสื่อประชาสัม พันธ์กับเครือข่ายที่ร่วมสัมมนาภายหลังการการสัมมนาได้จัดกิจกรรมกีฬาสานสัมพันธ์เพื่อสร้างความสมัครสมานสามัคคีในเครือข่ายสื่อเพื่อทำให้เกิดการทำงานที่เชื่อมประสานทำให้เกิดประโยชน์กับชุมชนและสังคมในจังหวัดเพชรบูรณ์

หน.วส.921ฯ กล่าวว่าสถานีวิทยุกระจายเสียง 921 สำนักงานพัฒนาภาค 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เป็นหน่วยงานของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ดำเนินการประชาสัมพันธ์ ปฏิบัติการจิตวิทยา และกิจการพลเรือน เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมให้หน่วยงานของรัฐ และประชาชนมีความ รู้รักสามัคคี จงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตลอดจนมีความเข้าใจอันดีต่อรัฐบาลด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย บุคลากรที่มีประสิทธิภาพ และ มนุษยสัมพันธ์อันดีงาม ในทุกเหตุการณ์ที่รวดเร็ว ทันเวลา

พร้อมทั้งส่งเสริม สนับสนุนนโยบาย และผลประโยชน์ของชาติ ทั้งในด้าน การเมือง การทหาร เศรษฐกิจ และสังคมจิตวิทยา ตลอดจนขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม และศีลธรรมอันดีงามของชาติ ปัจจุบันสถานีวิทยุกระจายเสียง 921 ได้มีหน้าที่และบทบาทในการหนุนเสริมงานด้านประชาสัมพันธ์ของสำนักงานพัฒนาภาค 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ในพื้นที่รับผิดชอบจังหวัดทางอีสานใต้


มนสิชา คล้ายแก้ว

ชาวบ้านเสี่ยงโชค !! เลขประทัด ยกช่อฟ้า ไม้ตะเคียนรูปนกหัสดีลิงค์ ทำจากไม้ตะเคียนทั้งหลัง มูลค่า 500 ล้านบาท

อุทัยธานี – ชาวบ้านเสี่ยงเลขหาประทัด!!ยกช่อฟ้าไม้ตะเคียนรูปนกหัสดีลิงค์ ที่อื่นนั้นทำจากปูน ณ วัดเขาถ้ำประทุนสร้างจากไม้ตะเคียนทั้งหลังมูลค่า 500 ล้านบาท

วัดเขาถ้ำประทุน หมู่ 12 ตำบลทัพหลวง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ได้จัดงานพิธียกช่อ ฟ้า วันที่ 11 ก.พ.67 ที่ผ่านมา ที่วัดนั้นสร้างด้วยรากไม้ตะเคียนทั้งหลังมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ยกช่อฟ้าใช้ไม้ตะเคียนแกะสลักเป็นรูปนกหัสดีลิงค์ ทั้งหมด 6 ตัว ซึ่งแปลกกว่าที่อื่นที่ทำจากปูนปั้นรูป โดยต้องใช้รถเครน 2 ตัว ยกขึ้นไปยังหลังคาโบสถ์ พระสงฆ์ 9 รูป เจริญพุทธมงคลพระคาถา หลังจากนั้นได้มีการจุดประทัดเสี่ยงทาย จำนวน 2 พันนัด ได้เลข 3 ตัว 817 และ 53 หลังจากนั้นได้มีชาวบ้านต่างนำมือถือ มาถ่ายเลขหางประทัด ทั้ง 2 หางไปเพื่อเสียงทาย ในวันหวยออก

โดยภายในงานยกช่อฟ้าอุโบสถ์ วัดเขาถ้ำประทุน ได้มีประชาชน มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งเดินทางมาจากหลายจังหวัด ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ที่มาร่วมงานต่างพูดว่า การยกช่อฟ้าที่วัดเขาถ้ำประทุนนั้นแปลกกว่าที่อื่น ที่เป็นปูน แต่ที่วัดเขาถ้ำประทุน นั้นเป็นไม้ตะเคียนนำมาแกะสลักเป็นรูปนกหัสดีลิงค์ ที่มีหนึ่งเดียวในประเทศไทย

“นกหัสดีลิงค์” เป็นชื่อของนกขนาดใหญ่ชนิดหนึ่งในเทวนิยาย อาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ มีลักษณะผสมของสัตว์ 4 ชนิด ลำตัวเป็นนก ใบหน้าเป็นสิงห์ จะงอยปากเป็นงวงช้างเขี้ยวหน้าเป็นงา มีหางเป็นหงส์ มีพละกำลังดั่งช้างเอราวัณ 3-5 เชือกรวมกัน

คนล้านนานั้น รู้จักสัตว์ในจินตนาการชนิดนี้มาตั้งแต่ยุค 1,400 ปีก่อน ชื่อของนกหัสดีลิงค์ปรากฏในตำนานการสร้างนครหริภุญไชย ว่า เหล่าฤๅษีทั้งสาม อันได้แก่ วาสุเทพฤๅษี สุกทันตฤๅษี และอนุสิสฤๅษี ที่ช่วยกันวางรากฐานเมืองลำพูน ได้เรียก “นกหัสดีลิงค์” ออกมาจากป่าหิมพานต์ ให้ทำหน้าที่บินไปคาบ “หอยสังข์” (สัญลักษณ์หนึ่งในสี่สวัสดิมงคลของพระนารายณ์หรือวิษณุเทพของฮินดู ประกอบด้วย ดอกบัว สังข์ จักร คทา แทน ดิน น้ำ ลม และไฟ) มาจากห้วงมหาสมุทร เพื่อนำมาใช้เป็นต้นแบบในการสร้างเมืองลำพูน เหล่าฤๅษีใช้ไม้เท้าขีดเส้นเขตแดนเมืองตามขอบรูปร่างของหอยสังข์นั้น กลายเป็นแผ่นดินที่พูนนูนขึ้นตอนกลางคล้ายกระดองเต่าและมีน้ำล้อมรอบ อันเป็นที่มาของผังเมืองโบราณยุคทวารวดีที่มีอายุมากกว่าพันปี เชื่อกันว่าเป็นผังเมืองที่จะทำให้ผู้อาศัยมีความสมบูรณ์พูนสุข


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

ตร.เมืองคอน เอาจริง ระดมปิดล้อมตรวจค้นยาเสพติด 23 อำเภอ หนีวุ่นเช้ามืด

ตร.เมืองคอนเอาจริง ระดมปิดล้อมตรวจค้นยาเสพติด 23 อำเภอ หนีวุ่นเช้ามืด

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 พล ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนคร ศรีธรรมราชได้สั่งการให้หัวหน้าสถานีทั้ง 23 อำเภอ ระดมปิดล้อมตรวจค้นยาเสพติดและผู้ต้องหามีหมายจับตั้งแต่เช้ามืดที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การระดมปิดล้อมตรวจค้นกลุ่มยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชในครั้งนี้ เนื่องจากในระยะนี้ได้มีการตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับเรื่องของยาเสพติดเป็นจำนวนมากและมีสายข่าวรายงานว่าจะมีการขนย้ายยาเสพติดเข้ามาสู่พื้นที่จังหวัดนครศรี ธรรมราชมากเช่นกัน จึงดำเนินการสั่งการให้มีการตรวจค้นทุกจุดและพบว่าสามารถจับกลุ่มผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและผู้ต้องหามีหมายจับเกี่ยวข้องกับยาเสพติดได้แทบทุกอำเภอ

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ได้มีการจับกุมยาเสพติดจากภาคกลางมีเป้าหมายลงสู่จังหวัดนคร ศรีธรรมราชซึ่งเป็นตลาดใหญ่ในการกระจายสินค้าลงสู่ภาคใต้และรวมถึงการจับอาวุธปืนล็อตใหญ่ที่จะนำลงมาก่อคดีในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นย้ำพื้นที่เป้าหมายหลัก ได้แก่ อำเภอท่าศาลา อำเภอเมือง อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอหัวไทร อำเภอสิชล อำเภอทุ่งสง อำเภอทุ่งใหญ่ อำเภอพิปูน และอำเภอบางขัน


ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

ชาวนครพนม รวมพลังแสดงจุดยืนปกป้องถวายกำลังใจแด่ กรมสมเด็จพระเทพรัตนฯ

ชาวนครพนม รวมพลังแสดงจุดยืนปกป้องถวายกำลังใจแด่ กรมสมเด็จพระเทพรัตนฯ

จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 18.20 น. ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจถวายความปลอดภัยภารกิจ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และตลอดภารกิจมีการปล่อยรถประชาชนร่วมในเส้นทางนั้น มีรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ยี่ห้อ เอ็มจี รุ่นนิวเอ็มจี 3 สีขาว ทะเบียน 8 กจ 1711 กรุงเทพมหานคร มีชายไม่ทราบชื่อเป็นผู้ขับขี่และหญิงนั่งด้านข้างคนขับขี่ ทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ “ตะวัน” อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาคดี 112 มีพฤติการณ์คือบีบแตรรถยนต์ลากยาวระหว่างขบวนสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ผ่านทางร่วมต่างระดับมักกะสัน และขับรถยนต์ด้วยความเร็วเพื่อไปให้ทันขบวนเสด็จ แต่เมื่อมาถึงบริเวณทางลงด่วนพหลโยธิน 1 (ทางลงด่วนอนุสาวรีย์ชัยฯ) เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่รถปิดท้ายได้สกัดกั้นไม่ให้รถยนต์คันดังกล่าวลงไปร่วมกับขบวนเสด็จได้ จึงมีการโต้เถียงกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับตะวัน คลิปโต้เถียงไปปรากฏในเฟซ บุ๊ก Tawan Tantawan กลายเป็นที่วิจารณ์จำนวนมาก

การก่อกวนขบวนเสด็จไม่ใช่เกิดขึ้นครั้งแรก แต่เกิดขึ้นมาหลายครั้ง ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจและฝ่ายความมั่นคงดำเนินการล่าช้า ทำให้เกิดปัญหาลุกลามส่งผลให้เกิดการปะทะกัน ทำให้ประชาชนทั่วประเทศไม่สบายใจในเรื่องที่เกิดขึ้น การไปรบกวนขบวนเสด็จถือว่าไม่บังควร จึงรวมพลังแสดงจุดยืนปกป้องและถวายกำลังใจแด่กรมสมเด็จพระเทพรัตนฯพร้อมกันหลายจังหวัดทั่วประเทศ

ในส่วนของจังหวัดนครพนมเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมยงใจยุทธ ศาลากลางจังหวัดนครพนม นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธาน หัวหน้าส่วนราชการ เอกชน พี่น้องประชาชนชาวนครพนม ร่วมพันคนเดินทางมาร่วมกิจกรรมแสดงจุดยืนปกป้องและถวายกำลังใจแด่กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี รวมใจแต่งกายด้วย “เสื้อสีม่วง” หรือ “สีเหลือง” มาร่วมใจแสดงพลังให้เป็นที่ประจักษ์ทั้งแผ่นดิน “นครพนม รัก พระองค์ท่าน”

นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ประธานในพิธี เปิดกรวยกระทงดอกไม้ถวายราชสักการะ ถวายแจกันดอกไม้ หลังจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดได้นำกล่าวถวายความจงรักภักดี จากนั้นผู้ร่วมพิธีกล่าวคำว่า “สมเด็จพระขนิษฐาธิราชเจ้า ทรงพระเจริญ” กล่าว 3 ครั้ง พร้อมกัน


เทพข่าวร้อน เพลิงพระกาฬ
ฟร้องข่าวสด สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

สายมูแห่ขอพร “หลวงพ่อสนิท” ให้สำเร็จสมหวัง พร้อมส่องเลขธูป ไปเสี่ยงโชค

นครนายก – สายมูแห่ขอพร “หลวงพ่อสนิท” ให้สำเร็จสมหวัง พร้อมส่องเลขธูป ไปเสี่ยงโชค

ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่วัดลำบัวลอย ตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก ได้มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมากราบไหว้ สักการะ ขอพร หลวงพ่อสนิท ยสินทโร อดีตเจ้าอาวาสวัดลำบัวลอย และอดีตพระเกจิดัง หลังจากที่มีคนมาบนแล้วสำเร็จสมปรารถนา โด่งดังทางสื่อโซเชียลทำให้มีผู้คนที่ทราบข่าวต่างก็หลั่งไหลมากราบไหว้ขอพรตลอดทั้งวัน วัดลำบัวลอยแห่งนี้เด่นดังเรื่องจระเข้ มีทั้งจระเข้จริง จระเข้สตัฟฟ์ จระเข้รูปปั้น เพราะหลวงพ่อสนิทท่านได้เลี้ยงจระเข้ไว้สมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ และปัจจุบันทางวัดก็กำลังสร้างถ้ำพญาจระเข้แต่ยังไม่แล้วเสร็จ แต่ที่นักท่องเที่ยวเดินทางกันมาที่วัดลำบัวลอยแห่งนี้ คือการได้มาอาบน้ำทำความสะอาดรูปปั้นจระเข้ ที่เชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ เพราะหลวงพ่อสนิท ท่านได้อธิษฐานจิตปลุกเสกไว้ก่อนมรณภาพ ซึ่งตั้งประดิษฐานหน้ามณฑปหลวงพ่อสนิท ด้านซ้ายและด้านขวา 2 ตัว สีดำ ความยาวประมาณ 1.2 เมตร โดยเชื่อกันว่าใครที่มีปัญหาทางการเงิน เป็นหนี้เยอะ สภาพการเงินฝืด ทำอะไรก็ติดๆขัดๆ ให้มาอธิษฐานและทำความสะอาดอาบน้ำจระเข้ แล้วจะมีโชค ปลดหนี้สิน ปัญหาอุปสรรคต่างๆ จะผ่านไปราบรื่น

ซึ่งการอาบน้ำจระเข้ก็จะใช้ครีมอาบน้ำ บีบลงบนตัวจระเข้แล้วใช้มือถูๆ ลูบทำความสะอาดแล้วใช้น้ำเปล่าล้างออก จากนั้นใช้น้ำอบเทลงบนตัวแล้วลูบให้ทั่ว ซึ่งมีผู้คนจากทั่วสารทิศที่ทราบข่าว ต่างก็หลั่งไหลมารอต่อแถวยาวเหยียด เพื่อรออาบน้ำจระเข้ตลอดทั้งวัน ยิ่งใกล้วันหวยออกก็จะมีบรรดานักเสี่ยงโชคมาอธิษฐานขอเลขเด็ดไปเสี่ยงโชคกัน และได้สอบถามนักท่องเที่ยวรายหนึ่งทราบชื่อ นางสาวสุจิตรา โมรา เล่าว่า ตนได้นำผลไม้ ดอกไม้ พวงมาลัยมาแก้บนหลังจากได้มากราบไหว้ขอพรและได้โชคงวดที่ผ่านมา วันนี้ก็เลยมากราบขอพรหลวงพ่อสนิทอีกครั้ง มาขอความสำเร็จและขอโชค โดยการเขย่าเซียมซีได้เลข 12 และจุดธูปขอเลข ได้เลข 909 จะได้นำไปเสี่ยงโชคในงวดที่จะถึงนี้ต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครนายก

สาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับโรงพยาบาลทุกแห่ง ในจันทบุรีจัดกิจกรรม “เติมรัก…ปันสุข” Care D Corner

สาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับโรงพยาบาลทุกแห่ง ในจันทบุรีจัดกิจกรรม “เติมรัก…ปันสุข” Care D Corner

วันนี้ (14 ก.พ.67) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี นำโดยนำโดย นายอภิรักษ์ พิศุทธ์อาภรณ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วย บุคลากรสาธารณสุขในจังหวัดจันทบุรี โรงพยาบาลทุกแห่ง ร่วมกันจัดกิจกรรม “เติมรัก…ปันสุข” Care D Corner
ภายใต้หัวข้อ “กระทรวงสาธารณสุข สร้างสุข เติมรัก โอบอุ้มสังคมไทย วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 วันแห่งความรัก และโอบอุ้มสังคมไทย” โดยกิจกรรม “เติมรัก…ปันสุข” เป็นกิจกรรม ร่วมแลกเปลี่ยน แบ่งปัน สิ่งของอุปโภค บริโภค ร่วมกันส่งต่อความรัก ความสุข และความปรารถนาดี เพื่อสร้างสรรค์สังคมแห่งการแบ่งปัน ในวันแห่งความรักและวันต่อๆไป
โดยประชาชนที่สนใจ สามารถร่วมกิจกรรมได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี หรือ ในทุกโรงพยาบาลใกล้บ้านท่าน


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี 089-6767346
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก 062-7584334

จันทบุรี จัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาพื้นบ้านจังหวัดจันทบุรี เพื่ออนุรักษ์กีฬาพื้นบ้าน สร้างความรัก ความสามัคคีแก่บุคลากรในท้องถิ่น

จันทบุรี จัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาพื้นบ้านจังหวัดจันทบุรี เพื่ออนุรักษ์กีฬาพื้นบ้าน สร้างความรัก ความสามัคคีแก่บุคลากรในท้องถิ่น

วันนี้ (14 ก.พ.67) ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรีนายธวัชชัย นามสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานเปิดการแข่งขันมหกรรมกีฬาพื้นบ้านจังหวัดจันทบุรีโดยการจัดการแข่งขันครั้งนี้สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดจันทบุรีได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรีเพื่ออนุรักษ์กีฬาพื้นบ้าน และสร้างความสมัครสมานสามัคคีแก่บุคลากรในท้องถิ่นอันจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อประชาชน และจังหวัดจันทบุรีส่งเสริมการแสดงความรักในวันวาเลนไทน์ด้วยการออกกำลังกาย มีประเภทชนิดกีฬาที่ทำการแข่งขันท่ามกลางความสนุกสนานในรูปแบบกีฬาพื้นบ้าน 10 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย วิ่งกระสอบ, วิ่งสามขา, ตีกอล์ฟคนจน, เปตอง, ขี่ม้าแทงเป้า, ชักกะเย่อ, เดินตะขาบ,ขี่ม้าส่งเมือง, ปิดตาตีหม้อ และแอโรบิค รวมทั้งการประกวดขบวนพาเหรด และการประกวดกองเชียร์ ซึ่งผู้เข้าร่วมการแข่งขัน มีทั้งผู้บริหาร และ เจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดจันทบุรี เชิญชวนร่วมชมและเป็นกำลังใจกับนักกีฬาที่ร่วมแข่งขันมหกรรมกีฬาพื้นบ้านจังหวัดจันทบุรีระหว่างวันที่ 14 – 16 กุมภาพันธ์ 2567


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี 089-6767346
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก 062-7584334