มุกดาหาร รณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน PM 2.5


จังหวัดมุกดาหาร – บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมทำแนวกันไฟ เปิดกิจกรรม Kick Off รณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5

วันที่ 16 ก.พ. 67 ที่บริเวณลานจอดรถวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดกิจกรรม Kick Off รณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 โดยมีสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมุกดาหาร หน่วยงานดับไฟป่าทั้ง 7 อำเภอ หน่วยงานสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช ตลอดจนผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าร่วมกิจกรรม

นายบุญประสงศ์ นวลสายย์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เป็นปัญหาสำคัญอย่างยิ่งเพราะมีผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน โดยตรง โดยเฉพาะจังหวัดมุกดาหารในช่วงที่ผ่านมา ค่าระดับฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินค่าระดับมาตรฐาน 37.5 มคก./ลบ.ม. ตั้งแต่วันที่ 1- 7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา พบจุดความร้อน hot spoot ในพื้นที่เขตป่าอนุรักษ์ เขตอุทยาน รวมถึงพื้นที่การเกษตร

ดังนั้นจังหวัดมุกดาหาร จึงได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง เป็นหูเป็นตา ในการลดการเผาพื้นที่การเกษตร รวมไปถึงเจ้าหน้าที่หน่วยดับไฟป่าในพื้นที่ต้องร่วมมือกันอย่างเต็มที่ โดยในวันนี้เป็นการ Kick Off รณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จัดทำแนวกันไฟ รอบบริเวณวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ หลังจากนั้นให้ทุกหน่วยงานถือปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด และขยายผลการปฏิบัติการไปให้ครอบคลุมทุกพื้นที่

ขณะที่ นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า จังหวัดมุกดาหาร ได้มีมาตรการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก กันมาอย่างต่อเนื่อง และวันนี่ถือเป็นอีกวันที่ทางจังหวัดได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สถานีดับไฟป่าภูผาเทิบ-ภูผายล สถานีดับไฟป่าภูสีฐาน สถานีควบคุมไฟป่าห้วยบางทรายอันเนื่องจากพระราชดำริ หน่วยส่งเริมควบคุมไฟป่า และหน่วยงานอื่นๆจัดกิจกรรมทำแนวกันไฟป่า เพื่อป้องกันไฟป่าที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต และขอให้คำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองในการเข้าเผชิญเหตุทุกครั้ง ให้ปฏิบัติตามแผนอย่างเคร่งครัด

โดยสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 จังหวัดมุกดาหาร ในห้วงระหว่าง 12 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา จังหวัดมุกดาหาร ตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ณ เวลา 08.00 น. ได้ 43.0 ไมโคร กรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับสูงเกินมาตรฐานกำหนด (สูงเกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูก บาศก์เมตร) และอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนควรใช้อุปกรณ์ป้องกันฝุ่น PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร และเลี่ยงการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก หากมี อาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ให้รีบปรึกษาแพทย์

การตรวจสอบจุดความร้อน จากดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS ในพื้นที่จังหวัดมุกดา หาร ตามการรายงานของ gistda เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 67 พบจุดความร้อน จำนวน 51 จุด ได้ แก่ อ.เมืองมุกดาหาร 10 จุด (ป่าสงวนแห่งชาติ 8 จุด เขต สปก. 1 จุด และพื้นที่เกษตร 1 จุด) อ.ดอนตาล 1 จุด (ป่าสงวนแห่งชาติ), อ.ดงหลวง 19 จุด (ป่าสงวนแห่งชาติ 10 จุด ป่าอนุรักษ์ 7 จุด และ ชุมชน 2 จุด), อ.คำชะอี 16 จุด (ป่าสงวนแห่งชาติ 10 จุด และป่าอนุรักษ์ 6 จุด) และ อ.หนองสูง 5 จุด (ป่าสงวนแห่งชาติ 1 จุด ป่าอนุรักษ์ 1 จุด และชุมชน 3 จุด) ..


อนุศักดิ์ – เสาวภา แสนวิเศษ // มุกดาหาร 081-5449094

ตร.แจ้งญาติ จับคนร้ายตัวจริงไม่ใช่แพะ หลักฐานมัดแน่น เร่งรวบรวมหลักฐานส่งฟ้องศาล

นครพนม – ตร.แจ้งญาติ จับคนร้ายตัวจริงไม่ใช่แพะ หลักฐานมัดแน่น เร่งรวบรวมหลักฐานส่งฟ้องศาล

คืบหน้าคดีสังหารโหดพนักงานในปั๊มเสียชีวิต 2 ศพ เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.66 เวลา 22.00 น. คือ นายพมจัก หรือเซล อายุ 33 ปี พนักงานปั๊มชาวลาวแขวงบริคำไชย สปป.ลาว สภาพไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขาสั้น มีบาดแผลคล้ายถูกของมีคม หรือถูกยิงที่ศีรษะ กะโหลกเปิดครึ่งหัว สมองกระจาย นอนตะแคงซ้าย อีกศพชื่อ นางสาววิชชุดา หรือนัน อายุ 50 ปี ชาวบ้านดอนม่วง ต.บ้านผึ้ง อ.เมือง จ.นครพนม ในสภาพนอนหงาย สวมเสื้อยืดแขนยาว กางเกงขายาวสีดำ รองเท้าแบบสวมสีขาว ลักษณะขายังคร่อมรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน 1 กจ 8242 นครพนม สภาพศพถูกยิงบริเวณท้ายทอย ทะลุใบหน้า สมองกระจาย ต่อมาเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2567 พล.ต.ต.ธวัชชัย ถุงเป้า ผบก.ภ.จว.นครพนม พ.ต.อ.ภาคภูมิ เดชะเรืองศิลป์ ผกก.สภ.เมืองนครพนม พร้อมด้วยตำรวจ ชุดสืบสวน นครพนม ร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 หลายนายได้ขอเข้าค่ายทหารพระยอดเมือง อ.เมือง จังหวัดนครพนม เพื่อขอตรวจค้นบ้านพักของสิบเอกทหารคนหนึ่ง อายุ 38 ปี ตำแหน่งพลขับทั่วไป ภูมิลำเนาเดิมจังหวัดมุกดาหาร แล้วควบคุมตัวทหารคนดังกล่าวและนำมาสอบสวนก่อนหน้าแล้วโดยในการตรวจค้นดังกล่าวพบ อาวุธสงครามเป็นปืนอาก้า 1 กระบอก โดยทหารยศสิบเอก คนดังกล่าวพร้อมเป็นผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ก่อเหตุหลายคดีในท้องที่จังหวัดนครพนม รวมทั้งคดีฆ่าโหดเด็กปั๊ม 2 ศพเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.67 คือ ท้าวพรมจัก อายุ 33 ปี ชาวบอลิคำไซ สปป.ลาว กับนางสาววิชชุดา หรือนัน อายุ 50 ปี อยู่บ้านดอนม่วง ต.บ้านผึ้ง อ.เมือง จ.นครพนม

ล่าสุดวันที่ 15 ก.พ.67 เวลา 17.00 น. พ.ต.อ.ภาคภูมิ เดชะเรืองศิลป์ ผกก.สภ.เมืองนครพนม ได้เชิญนางสุพัตรา อายุ 53 ปี พี่สาว นางสาววรินธร หรือน้องมิ้ว อายุ 25 ลูกสาวพร้อมญาติผู้ตายมาสภ.เมืองนครพนม แจ้งความคืบหน้าด้านคดี

หลังเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วนางสุพัตรา และน้องมิ้ว ลูกสาว ได้กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาสิบเอก 3 ข้อหา ลักทรัพย์ ครอบครองอาวุธปืน และ ฆ่าคนตาย โดยไม่บอกรายละเอียดอื่นๆ และเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่ากำลังรวบรวมหลักฐานเพื่องส่งฟ้องศาล เป็นศาลทหาร เร็ว ๆ นี้

นางสุพัตรา กล่าวกับเพิ่มเติมว่า ตนได้ถามตำรวจว่า สิบเอกเป็นแพะหรือเปล่า ได้รับคำตามว่า ของจริง เพราะขณะนี้ตำรวจมีหลักฐานแน่นพอที่จะมัดตัวสิบเอกรายนี้ แต่ยังไม่บอกรายละเอียด นางสุพัตรา กล่าวย้ำว่าตนยังคาใจอยู่ว่ามีแรงจูงใจอะไร มีเหตุอะไร ทำไมต้องฆ่า ตอนนี้ยังหนักใจเรื่องคดีกลัวไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะคนร้ายเป็นทหาร แล้วยังได้ขึ้นศาลทหาร ได้มีการติดต่อขอสัมภาษณ์เรื่องของคดี เพียงบอกให้รอการแถลงข่าว


เทพข่าวร้อน เพลิงพระกาฬ
ฟร้องข่าวสด รายงาน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ส่งข้อความ พระราชสาส์นอำนวยพรในโอกาสวันชาติของสาธารณรัฐเซอร์เบีย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความ
พระราชสาส์นอำนวยพรไปยังประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเซอร์เบีย ในโอกาสวันชาติของสาธารณรัฐเซอร์เบีย ซึ่งตรงกับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567

ฯพณฯ นายอะเล็กซานดาร์ วูชิช
ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเซอร์เบีย
กรุงเบลเกรด

ในโอกาสวันชาติของสาธารณรัฐเซอร์เบีย ข้าพเจ้าขอแสดงความยินดีและขอส่งคำอำนวยพร ให้ท่านประธานาธิบดีมีพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงและประสบแต่ความสุขสวัสดี

ทั้งขอให้ประเทศและประชาชนชาวเซอร์เบียมีความผาสุกร่มเย็นและความเจริญรุ่งเรือง
ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ด้วยความเข้าใจอันดีและความมุ่งมั่นร่วมกัน ประเทศไทยและ สาธารณรัฐเซอร์เบียจะเสริมสร้างและพัฒนาความสัมพันธ์ฉันมิตรและความร่วมมืออันยังประโยชน์ต่อกัน โดยเฉพาะในด้านการค้า การท่องเที่ยว และการศึกษา ให้เพิ่มพูนยิ่งขึ้นไปในภายภาคหน้า

(พระปรมาภิไธย) มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว


ผบ.ตร. เป็นประธานเปิดโครงการอบรมป้องกันและแก้ไขปัญหาข้าราชการตำรวจกระทำอัตวินิบาตกรรม เป็นครั้งแรก ต้นแบบการแก้ไขปัญหา ย้ำสร้าง “My Home” สายใยความรัก ความผูกพัน เป็นเกราะป้องกัน

ผบ.ตร. เป็นประธานเปิดโครงการอบรมป้องกันและแก้ไขปัญหาข้าราชการตำรวจกระทำอัตวินิบาตกรรม เป็นครั้งแรก ต้นแบบการแก้ไขปัญหา ย้ำสร้าง “My Home” สายใยความรัก ความผูกพัน เป็นเกราะป้องกัน

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานเปิด “โครงการอบรมป้องกันและแก้ไขปัญหาข้าราชการตำรวจกระทำอัตวินิบาตกรรม” ที่อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา ชั้น 20 โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งจัดให้มีการอบรมในวันที่ 13 และ 14 กุมภาพันธ์ 2567 โดยมี พล.ต.ท.ธนพล ศรีโสภา จเรตำรวจ หัวหน้าจเรตำรวจ สำนักงานจเรตำรวจ พล.ต.ท. ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ และ พล.ต.ท. ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจ นายแพทย์(สบ 8 ) โรงพยาบาลตำรวจ ให้การต้อนรับ

สำนักงานจเรตำรวจ จับมือกับโรงพยาบาลตำรวจ เปิดอบรมเป็นครั้งแรก มีเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสำนักงานจเรตำรวจ เข้ารับการอบรม 20 นาย.ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ และลักษณะเฉพาะงาน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องแบกรับความกดดันมาก จนเกิดภาวะเครียด และอาจตัดสินใจอัตวินิบาตกรรม เพราะไม่รู้จะไปพูดคุย ปรึกษาใคร สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงมีนโยบาย “My Home” ขึ้นมา ซึ่งหมายถึงตำรวจทุกนายคือ ครอบครัวของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องช่วยกันสร้างสายใยแห่งความรัก ความผูกพัน ความเข้าใจ ให้เกิดขึ้นในครอบครัว โดยผู้บังคับบัญชาต้องให้ความสนใจ และใส่ใจผู้ใต้บังคับบัญชาและครอบครัว เพิ่มมากขึ้น เพราะสายใยแห่งความรัก นอกจากจะเป็นพื้นฐานที่ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น ไม่อยู่ในภาวะความเครียดแล้ว ยังเป็นเกราะป้องกันไม่ให้เกิดความคิดฆ่าตัวตาย ได้เป็นอย่างดี

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยโรงพยาบาลตำรวจลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัวข้าราชการตำรวจทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดโดยเฉพาะพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ อีกทั้งนำทีมแพทย์ โรงพยาบาลตำรวจ ออกตรวจสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิตใจ หากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีภาวะซึมเศร้า หรือมีความเสี่ยงในการคิดทำร้ายตัวเอง จะส่งตัวเข้ารับการรักษาทันที

จากสถิติการดำเนินการเกี่ยวกับสุขภาพจิตของข้าราชการตำรวจของโรงพยาบาลตำรวจ ตั้งแต่ พ.ศ. 2566 ถึง ปัจจุบัน พบสถิติการทำอัตวินิบาตกรรมของข้าราชการตำรวจในปี 2562 จำนวน 39 นาย ปี 2563 จำนวน 30 นาย ปี 2564 จำนวน 31 นาย ปี 2565 จำนวน 39 นาย ปี 2566 จำนวน 25 นาย และ 2567 ตั้งแต่เดือน มกราคม ถึงปัจจุบัน จำนวน 3 นาย .ซึ่งหากใครมีภาวะซึมเศร้า หรือพบเห็นผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า โรงพยาบาลตำรวจมีช่องทางในการให้บริการรับการปรึกษาทางสายด่วนสุขภาพจิต เบอร์ 081-932-000 หรือผ่านทาง facebook ” Depress We Care”

#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ#Royalthaipolice


สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ชุมพร รวมพลังแสดงความจงรักภักดี พิธีถวายกำลังใจ แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ชุมพร รวมพลังแสดงความจงรักภักดี พิธีถวายกำลังใจ แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เมื่อ 15 ก.พ. 67 ร.25 พัน.1ชป.กร.กองพันประจำอำเภอ ร.25 พัน.1 พร้อมด้วยกำลังพลของหน่วย ร่วมกับหน่วยงานราชการภายในจังหวัดชุมพร สถาบันทางการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พสกนิกร หน่วยงานทุกภาคส่วน ชาวจังหวัดชุมพร ร่วมพิธีถวายกำลังใจ แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรเป็นประธาน ณ ลานเอนกประสงค์ หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองชุมพร ต.ท่าตะเภา อ.เมือง จว.ชุมพร


กองทัพบก

รมว.กห. กล่าวขอบคุณ ปล.กห., ผบ.เหล่าทัพและกำลังพลที่ได้ปฏิบัติภารกิจและสนับสนุนกิจกรรมสำคัญต่าง ๆ ในห้วงที่ผ่านมา ในการประชุมสภากลาโหม ครั้งที่ ๒/๒๕๖๗

รมว.กห. กล่าวขอบคุณ ปล.กห., ผบ.เหล่าทัพและกำลังพลที่ได้ปฏิบัติภารกิจและสนับสนุนกิจกรรมสำคัญต่าง ๆ ในห้วงที่ผ่านมา ในการประชุมสภากลาโหม ครั้งที่ ๒/๒๕๖๗

วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ ก.พ.๖๗, ๑๐๐๐ ณ ห้องประชุม ๒๔๑ ชั้น ๔ อาคาร ๒ บก.ทบ. รมว.กห. ขอบคุณปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพและกำลังพลทุกนาย ที่ได้ปฏิบัติภารกิจและสนับสนุนกิจกรรมที่สำคัญต่าง ๆ ในห้วงที่ผ่านมาได้แก่

  1. กิจกรรมเนื่องในวันกองทัพไทย (๑๘ ม.ค. ๖๖)
  2. การต้อนรับคณะกรรมาธิการการทหารสภาผู้แทนราษฎร ( ๒ ก.พ. ๖๗ ณ สป. ศรีสมาน)
  3. การจัดกิจกรรมเนื่องในวันทหารผ่านศึกประจำปี ๒๕๖๗ (๓ ก.พ. ๖๖)
  4. การหารือแลกเปลี่ยนในการส่งเสริมอุตสาหกรรมฮาลาลในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม (๕ ก.พ. ๖๗)
  5. การให้ความช่วยเหลือประชาชนและการสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาต่างๆ

• เรื่อง คำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ ดำเนินการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๘ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามปฏิทินงบประมาณที่สำนักงบประมาณกำหนด โดยพิจารณาคัดเลือกแผนงาน/โครงการ ที่มีความสำคัญ จำเป็นและเร่งด่วนเป็นลำดับแรก ทั้งนี้ ในการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างจะต้องเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน

• เรื่อง การเตรียมรับมือภัยแล้ง ปี ๒๕๖๗ให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกระทรวงกลาโหม ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบัญชาการกองทัพไทย และเหล่าทัพ ดำรงความต่อเนื่องการติดตามข้อมูลสภาพอากาศ ข้อมูลปริมาณน้ำฝน และข้อมูลปริมาณน้ำตามแหล่งน้ำต่าง ๆ โดยจัดเตรียมกำลังพล และเครื่องจักรกลสาธารณภัย ให้พร้อมสำหรับการรับมือกับภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งประสานการปฏิบัติ ร่วมกับหน่วยงานฝ่ายพลเรือนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการจัดเตรียมรถบรรทุกน้ำสำหรับให้บริการน้ำจืดกับประชาชนที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนจากภัยแล้ง กรณีได้รับการร้องขอความช่วยเหลือ ตลอดจนจัดเตรียมแหล่งน้ำสำรองเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในระยะยาว ต่อไป

• เรื่อง การเฝ้าระวังและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน ให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ เฝ้าระวังและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมาย ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงตามแนวชายแดนทั้งทางบกและทางทะเล อาทิ การลักลอบค้ายาเสพติด อาวุธสงคราม และสิ่งผิดกฎหมายการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองและการค้ามนุษย์ การทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและการก่อการร้าย โดยบูรณาการและประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว ตลอดจนบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้จ้างวาน ผู้กระทำผิด และผู้ร่วมขบวนการอย่างต่อเนื่องและจริงจัง อันจะช่วยให้การบริหารจัดการชายแดนเกิดผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมตามนโยบายของรัฐบาล ต่อไป


กองทัพบก

กองบัญชาการกองทัพไทย จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 กองบัญชาการกองทัพไทย จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมี พลตรี วัชรนันท์ กองศรี ผู้อำนวยการ สำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย และข้าราชการกองบัญชาการกองทัพไทย เข้าร่วมพิธี เพื่อเป็นการรวมใจของกำลังพลทุกนายในการแสดงความจงรักภักดี และร่วมบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายพระพรแด่พระองค์ ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย โดยกำลังพลทุกนายต่างก็ได้ร่วมกันหลอมรวมดวงใจ เจริญจิตตภาวนา และตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว


กองบัญชาการกองทัพไทย

พลเอก ทรงวิทย์ ฯ ผบ.ทสส.ร่วมคณะนายกรัฐมนตรี ต้อนรับพลเอก เดวิด เฮอร์ลีย์ ผู้สำเร็จราชการแห่งเครือรัฐออสเตรเลีย และภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล

วันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และคุณปัญญดา หนุนภักดี นายกสมาคมแม่บ้านกองบัญชาการกองทัพไทย ร่วมคณะ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับพลเอก เดวิด เฮอร์ลีย์ ผู้สำเร็จราชการแห่งเครือรัฐออสเตรเลีย และภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล (Official Visit) ณ ทำเนียบรัฐบาล

โดยนายกรัฐมนตรี และผู้สำเร็จราชการแห่งเครือรัฐออสเตรเลีย ได้ร่วมตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ณ บริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเสร็จสิ้นพิธี ผู้นำทั้งสองประเทศได้หารือข้อราชการในด้านต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันในประเด็นสำคัญต่าง ๆ อาทิ ด้านการทหาร การศึกษา เศรษฐกิจการค้าและการท่องเที่ยว สำหรับ การเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ของผู้สำเร็จราชการแห่งเครือรัฐออสเตรเลียสะท้อนให้เห็นถึงมิตรภาพที่ใกล้ชิดระหว่างราชอาณาจักรไทยและเครือรัฐออสเตรเลีย ทั้งในระดับรัฐบาล และประชาชน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของทั้งสองประเทศมาอย่างยาวนาน


กองบัญชาการกองทัพไทย

จังหวัดลำพูน จัดกิจกรรม “จดทะเบียนสมรสในวันแห่งความรัก @ สะพานขาวทาชมภู” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอแม่ทาให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

จังหวัดลำพูน จัดกิจกรรม “จดทะเบียนสมรสในวันแห่งความรัก @ สะพานขาวทาชมภู” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอแม่ทาให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 08.30 น. ที่ลานกิจกรรมสะพานขาวทาชมภู ต.ทาปลาดุก อ.แม่ทา จ.ลำพูน นายสันติธร ยิ้มละมัย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม “จดทะเบียนสมรสในวันแห่งความรัก @ สะพานขาวทาชมภู” โดยมี นายประกอบ ยอดยา นายอำเภอแม่ทา นายสวาท เพียรพนัสสัก นายกเทศมนตรีตำบลทาปลาดุก หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ คู่รักทั้งชาวไทยและต่างประเทศ นักท่องเที่ยวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

นายประกอบ ยอดยา นายอำเภอแม่ทา อำเภอแม่ทา กล่าวว่าอำเภอแม่ทาได้ดำเนินโครงการเสริมสร้างความมั่นคงของครอบครัวโดยการบูรณาการการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนภายใต้กิจกรรม “จดทะเบียนสมรสในวันแห่งความรัก ณ สะพานขาวทาชมภู” เพื่อเป็นการส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้มีความมั่นคงโดยมีการจดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อีกทั้งเพื่อเป็นการพัฒนาและส่งเสริมการให้บริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพสนองนโยบายการพัฒนาการให้บริการของรัฐบาลกระทรวงมหาดไทย และกรมการปกครองรวมถึงเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอแม่ทาอีกด้วย

กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากหลายภาคส่วน อาทิ เทศบาลตำบลทาปลาดุก อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล การรถไฟแห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และกัซซัน ขุนตาล กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท ในการจัดสถานที่และสนับสนุนของที่ระลึก รวมถึงสิทธิพิเศษเข้าพักฟรี ให้แก่คู่สมรสที่เข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย

สำหรับสะพานขาวทาชมภูเริ่มก่อสร้างเมื่อปีพ.ศ. 2461 และสร้างเสร็จในปีพ.ศ. 2463 โดยมีรูปทรงเป็นทรงโค้งทาสีขาวในแบบสถาปัตยกรรมตะวันตก นับเป็นสะพานประวัติศาสตร์ ที่มีความสวยงามคือเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก ปกติสะพานรถไฟจะสร้างด้วยเหล็กเท่านั้น เพราะสามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือนและอ่อนตัวได้ดีกว่าแต่เนื่องจากช่วงเวลาที่สร้างสะพานเป็นภาวะสงคราม จึงไม่สามารถหาเหล็กมาสร้างสะพานได้ แต่ด้วยการคำนวณและควบคุมงานที่ยอดเยี่ยมของ นายพลเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ได้ทำให้สะพานขาวทาชมภูยังคงใช้งานได้อยู่จนถึงทุกวันนี้ และในปัจจุบันได้กลายเป็นสถานที่ถ่ายรูปสำหรับนักท่องเที่ยว ถือได้ว่าเป็นจุดเช็กอินหลักของจังหวัดลำพูนที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวอีกทั้งทุกวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปีจะมีการจัดงานให้คู่รักมาจดทะเบียนสมรส ณ สะพานขาวทาชมภู โดยในวันนี้มีคู่รักให้ความสนใจร่วมพิธีจดทะเบียนสมรสกว่า 50 คู่


นที มีเดช รายงาน

องคมนตรี ตรวจเยี่ยม ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ จังหวัดเชียงราย

องคมนตรี ตรวจเยี่ยม ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ จังหวัดเชียงราย

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ อ.เชียงของ จ.เชียงราย นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ในฐานะรองประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช และคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ เพื่อรับทราบปัญหา ติดตามความก้าวหน้า และสร้างขวัญกำลังใจแก่ มูลนิธิสาขา บุคลากร เจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ จากนั้นองคมนตรี มอบโล่ห์ประกาศเกียรคุณแก่ผู้มีอุปการคุณให้แก่โรงพยาบาล มอบถุงของขวัญพระราชทาน เพื่อนำไปมอบแก่ผู้ป่วยไปโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ

สำหรับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ จังหวัดเชียงราย เป็นโรงพยาบาล 1 ใน 21 แห่ง ในการดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชนในถิ่นทุรกันดารห่างไกล ให้มีสุขภาพดีเสมอหน้ากัน ตามพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดระยะเวลา 45 ปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ และมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสาขาเชียงของได้ร่วมแรงร่วมใจพัฒนาโรงพยาบาลทางด้านอาคารสิ่งก่อสร้างกำลังคน คุณภาพบริการจนทำให้กิจการของโรงพยาบาลเจริญก้าวหน้าเป็นลำดับ บรรลุภารกิจเบื้องต้น 3 ประการประการแรก คือการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวองค์นายกกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิฯ ประการที่สอง คือเป็นโรงพยาบาลเพื่อประชาชนโดยคำนึงถึงคุณภาพ และความต้องการของประชาชนเป็นเป้าหมายการพัฒนาโรงพยาบาล ไปสู่ความเป็นเลิศในทุกด้าน ทศวรรษที่ผ่านมาโรงพยาบาลได้พัฒนาก้าวหน้าตามลำดับ ปัจจุบันเป็นโรงพยาบาลขนาด 90 เตียง และในทศวรรษที่ 5 ได้พัฒนาเป็นโรงพยาบาลต้นแบบแห่งความสุขที่สร้างความสุข สะดวกสบายให้กับผู้ป่วย และญาติเสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน เจ้าหน้าที่มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยความสุขกาย สบายใจ รวมถึงการพัฒนาสภาพแวดล้อมภูมิทัศน์จนสามารถเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจให้กับชุมชนในละแวกใกล้เคียงได้พึ่งพาอาศัยอย่างมีความสุข

ในโอกาสนี้ องคมนตรีได้เยี่ยมชมอาคารเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในหลวงรัชกาลที่ 10 ซึ่งมีการจัดแสดงประวัติโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน และเป็นอาคารที่ได้รับการออกแบบให้ประหยัดพลังงาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้ประโยชน์ในกิจกรรมต่างๆ ของโรงพยาบาล

หลังจากนั้น องคมนตรี ได้เดินทางไปเยี่ยมชมกิจกรรมโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชร่วมพัฒนาชุมชน ณ ทิชเชอร์แคมป์ บ้านหัวเวียง ตำบลเวียง อำเภอเชียงของจังหวัดเชียงราย และเยี่ยมชมนิทรรศการ ประกอบด้วยกิจกรรมผู้สูงอายุ กิจกรรมส่งเสริมทักษะสมองส่วนหน้าในเด็กประถมวัย กิจกรรม Free Run Sunday กิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตเด็กนักเรียนวิถีชีวิตกับสิ่งแวดล้อมโดยสถาบันองค์ความรู้ท้องถิ่นโฮงเฮียนแม่น้ำของ โดยมีการนำเสนอนิทรรศการภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองเชียงของ และห้องสมุดประวัติศาสตร์เมืองเชียงของอีกด้วย


นที มีเดช รายงาน