โฆษกกองทัพเรือ เผยความร่วมมือไทย – สหรัฐฯ ในการกู้เรือสุโขทัยแบบจำกัด (Light Salvage) เริ่มปฏิบัติภารกิจ 22 กุมภาพันธ์ นี้

โฆษกกองทัพเรือ เผยความร่วมมือไทย – สหรัฐฯ ในการกู้เรือสุโขทัยแบบจำกัด (Light Salvage) เริ่มปฏิบัติภารกิจ 22 กุมภาพันธ์ นี้ ​ ​

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 พลเรือตรี วีรุดม ม่วงจีน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยถึงความร่วมมือระหว่างกองทัพเรือไทยและสหรัฐอเมริกา ในการกู้เรือหลวงสุโขทัยแบบจำกัด(Light Salvage) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ นี้ ซึ่งจะยังไม่ใช่การกู้เรือทั้งลำขึ้นมาจากน้ำ แต่จะเป็นการดำเนินการซึ่งประกอบด้วย การสำรวจหลักฐานใต้น้ำทั้งภายในและภายนอกตัวเรือเพื่อนำมาประกอบการสอบสวนข้อเท็จจริงของกองทัพเรือ การค้นหาผู้สูญหาย 5 คน การทำ ให้ยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ และวัตถุอันตรายหมดความสามารถ รวมถึงการนำอุปกรณ์และยุทโธปกรณ์บางอย่างขึ้นมาจากน้ำ โดยวัตถุประสงค์หลักของปฏิบัติการในครั้งนี้ เพื่อยืนยันสาเหตุในการจมของเรือและวัตถุพยานในการสอบสวน

ซึ่งในห้วงที่ผ่านมา กองทัพเรือได้ดำเนินการสอบสวนผู้เกี่ยวข้องแล้ว และจำเป็นต้องใช้วัตถุพยานเพื่อนำมาสรุปผล รวมทั้งจำเป็นต้องค้นหาผู้สูญหายที่อาจติดอยู่ภายในตัวเรือ ในส่วนที่สหรัฐฯ เสนอตัวมาช่วยเหลือในการทำลายวัตถุอันตรายจะเป็นประโยชน์ร่วมกันทั้งฝ่ายไทยและสหรัฐ เนื่องจากสหรัฐมีประสบการณ์ และเครื่องมือพิเศษ จะทำให้ปฏิบัติการร่วมกันครั้งนี้ สำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ โดยกองทัพเรือจะใช้เรือหลวงรัตนโกสินทร์ เรือต่อต้านทุ่นระเบิด 2 ลำ เรือตรวจการณ์ 2 ลำ เรือระบายพลขนาดกลาง 1 ลำ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด 40 นาย ร่วมในการปฏิบัติภารกิจ​

ทางด้านกองทัพเรือสหรัฐฯ จะใช้เรือ Ocean Valor พร้อมเจ้าหน้าที่จากหน่วยประดาน้ำ และกู้ซ่อมเคลื่อนที่ (Mobile Dive and Salvage Unit) ซึ่งประจำอยู่ที่ฐานทัพเรือในรัฐฮาวาย จำนวน 17 นาย เข้าร่วมสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ โดยเรือ Ocean Valor จะออกเดินทางในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 ไปยังจุดที่เรือหลวงสุโขทัยจม และจะเริ่มปฏิบัติภารกิจในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งเจ้าหน้าที่กองทัพเรือสหรัฐฯ ดังกล่าว เป็นกำลังพลที่จะเข้าร่วมการฝึกคอบร้าโกลด์ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 43 โดยในการฝึกจะประกอบไปด้วยกิจกรรมการฝึกต่าง ๆ รวมถึงการกู้เรือหลวงสุโขทัยแบบจำกัดในครั้งนี้ ​

สำหรับการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องแสดงถึงมิตรภาพอันยาวนานระหว่างกองทัพเรือไทย กับกองทัพเรือสหรัฐฯ โดยกองทัพเรือของทั้งสองประเทศ มุ่งมั่นที่จะปฏิบัติภารกิจร่วมกันให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ด้วยความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบันทึกภาพทั้งภายในและภายนอกของตัวเรือ เพื่อใช้ประกอบกับการสอบสวนที่ได้ดำเนินการไว้ก่อนหน้านี้ ให้ทราบถึงสาเหตุของการจม ทั้งนี้ กองทัพเรือจะกำหนดพื้นที่ห้ามเดินเรือรอบ ๆ บริเวณที่ปฏิบัติภารกิจ เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่ สำหรับผลการปฏิบัติต่าง ๆ กองทัพเรือจะชี้แจงให้ทราบในโอกาสต่อไป

#สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ


กองทัพเรือ

UNITED FOR NATION & PEOPLE ณ ฝูงบิน 416 จังหวัดเชียงราย

UNITED FOR NATION & PEOPLE ณ ฝูงบิน 416 จังหวัดเชียงราย

กองทัพอากาศร่วมกับจังหวัดเชียงราย จัดสาธิตการแสดงการบินควบคุมไฟป่า / การบินค้นหาและช่วยชีวิตผู้ประสบภัย / การบินส่งกลับทางการแพทย์ด้วยอากาศยาน เป็นการนำขีดความสามารถของยุทโธปกรณ์และกำลังพลกองทัพอากาศมาประยุกต์ใช้ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยใช้พื้นที่ฝูงบิน 416 (เชียงราย) เป็นฐานปฏิบัติการบิน

#UnbeatableAirForce #กองทัพอากาศ #ใจถึงใจไปทันที


กองทัพอากาศ

Send Love Story ส่งต่อเรื่องราวความรักเพื่อวันใหม่

Send Love Story ส่งต่อเรื่องราวความรักเพื่อวันใหม่

โรงพยาบาลพญาไท 3 ร่วมส่งต่อความรักด้วยการเป็นผู้ให้ในกิจกรรม Send love Story
โรงพยาบาลพญาไท 3 ร่วมกับ มูลนิธิ One love เครือพญาไท-เปาโล รวบรวมเรื่องราวแห่งความรักเพื่อส่งต่อ ให้แก่ผู้ป่วยโรคมะเร็ง เนื่องในเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งเป็นเดือนแห่งความรักและ มะเร็งโลก โดยมี คุณ ณภัสกร เดชฉกรรจ์ ผู้จัดการส่วนพัฒนาผลิตภัณฑ์โรงพยาบาลพญาไท 3 เป็นตัวแทนมอบเงินบริจาคให้แก่มูลนิธิ “จากนางฟ้าถึงคุณวันใหม่” จำนวน 70,000 บาท เพื่อใช้เป็นค่าทอวิกผมให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งยากไร้ พร้อมจิตอาสาร่วมบริจาคเส้นผม นอกจากนี้ยังมี กิจกรรม Workshop การทำหมวกสวย ใจสวย เพื่อผู้ป่วยมะเร็งจากบูธผลิตภัณฑ์วาโก้ ณ.ลานกิจกรรมชั้น 1 โรงพยาบาลพญาไท 3


นายกรัฐมนตรี เปิดนมัสการพระธาตุพนมลงพื้นที่ตรวจราชการ นครพนม

นายกรัฐมนตรี เปิดนมัสการพระธาตุพนมลงพื้นที่ตรวจราชการ นครพนม

วันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.00 น. นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ จะออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ถึงสนามบินนครพนม เวลา 10.00 น. นายกรัฐมนตรีเดินทางไปเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยว ณ หมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียด นาม อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ ตั้งอยู่บ้านนาจอก ตำบลหนองญาติ เป็นบ้านที่ โฮจิมินห์ อดีตประธานาธิบดีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พักอาศัยอยู่เมื่อครั้งเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 แห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อกอบกู้เอกราชของเวียดนามจากฝรั่งเศส ระหว่าง พ.ศ. 2467-2474 เป็นเวลา 7 ปี โดยใช้บ้านพักแห่งนี้เป็นสถานที่สำหรับติดต่อประสานงาน วางแผน และเคลื่อนไหวในการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยชาติ ลักษณะเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวคล้ายบ้านสวนแบบโบราณ ภายในจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของท่านโฮจิมินห์ บริเวณบ้านมีต้นมะเฟืองและต้นมะพร้าวที่ปลูกโดยท่านโฮจิมินห์ และหลังบ้านมียุ้งข้าวโบราณ ในบริเวณใกล้เคียงยังมี พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียดนาม ที่สร้างขึ้นใหม่ในภายหลัง จัดแสดงเรื่องราวชีวประวัติของท่านโฮจิมินห์ให้ได้ศึกษาด้วย ทั้งตัวบ้านพักและพิพิธภัณฑ์ฯ เปิดทุกวัน

นายกรัฐมนตรีได้ปลูกต้นกันเกรา ต้นไม้ประจำจังหวัดนครพนม รับฟังปัญหา ความต้องการของชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม นายศิวรัตน์ ตันติพิพัฒกุลชัย นายกสมาคมไทย-เวียดนาม จังหวัดนครพนม พร้อมชาวไทยเชื้อสายเวียดนามให้การต้อนรับ

จากนั้น เวลา 11.00 น. นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปที่ด่านศุลกากรจังหวัดนครพนม สะพานมิตรภาพ 3 (นครพนม-คำม่วน) นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวต้อนรับ นายจรินทร์ บุตรธิเดช ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครพนม ได้ยื่นหนังสือให้นายกฯ เร่งจัดตั้งศูนย์บริการค้าชายแดนจุดเดียวแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เพื่อให้สะดวกในการขอเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ณ ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) จากที่ผ่านมาใช้เวลาเตรียมเอกสารหลายชั่วโมง ทำให้เกิดความล่าช้า ในขั้นตอนการส่งออกสินค้า ซึ่งเป็นลักษณะนี้มานาน รวมถึงขาดแคลนเรื่องงบประมาณในการดูแลพื้นที่ ที่ต้องเพิ่มพนักงานงานในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ นายกรัฐมนตรียังได้ติดตาม แผนการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษนครพนม (SEZ) โครงการก่อสร้างศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม และโครงการก่อสร้างถนนสายเชื่อมศูนย์ซ่อมอากาศยาน-ศูนย์กลางการค้าส่งชายแดน บริเวณสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 ถนนเชื่อมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

เวลา 13.15 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เดินทางไป อาคารศรีโคตรบูรณ์ห้องประชุมมหาวิทยาลัยนครพนม ต.ขามเฒ่า อำเภอเมืองประชุมหารือแผนพัฒนาและแก้ไขปัญหาของจังหวัดนครพนม ได้พิจารณาแผนงานและโครงการที่จังหวัดนครพนมขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาล ได้แก่ โครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมและการบริหารจัดการน้ำ นายธนพัต ทีฆธนานนท์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครพนม ได้ให้ข้อมูลการยกระดับเมืองรองเป็นเมืองหลัก ศาสตราจารย์ ดร ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม นำเสนอโครงการจัดตั้ง Medical & Wellness Hub นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมนิทรรศการของดี ประจำ 12 อำเภอ ภายใต้ 3 MUST (Eat, Travel, Visit) การท่องเที่ยวชุมชน ยลวิถี ชุมชนคุณธรรม บ้านท่าเรือ อำเภอนาหว้า และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP ณ บริเวณ ชั้น 1 หอประชุมมหาวิทยาลัยนครพนม

จากนั้น นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปเป็นประธานเปิดงานนมัสการองค์พระธาตุพนม วัดพระธาตุพนม วรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม นายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดร.มนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม ส.ส.นครพนม เขต 2 พรรคเพื่อไทย ดร.ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคเพื่อไทย นายแพทย์อลงกต มณีกาศ ส.ส.นครพนม เขต 3 พรรคภูมิใจไทย นายชูกัน กุลวงษา ส.ส.นครพนม เขต 4 พรรคภูมิใจไทย นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน พี่น้องชาวนครพนม ร่วมพิธีเปิด ชมการแสดงรำบูชาพระธาตุพนม นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะเข้านมัสการพระธาตุพนม พระธรรมวชิรโสภณ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม มอบของที่ระลึกให้นายกรัฐมนตรี แล้วเดินทักทายพบปะพี่น้องประชาชนที่มาต้อนรับ แล้วออกเดินทางไป ตรวจราชการที่ จังหวัดสกลนคร

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรีที่ลงพื้นที่ตรวจราชการ จังหวัดนครพนม สกลนคร และอุดรธานี ระหว่างวันที่ 17-18-19 กุมภาพันธ์ 2567 มี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และนายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ร่วมคณะตรวจราชการ


เทพข่าวร้อน
เพลิงพระกาฬ
ฟรัองข่าวสด รายงาน

ประชาชนทั่วทุกสารทิศแห่ ร่วมพิธีอัญเชิญ “พระอุปคุต” งานนมัสการองค์พระธาตุพนม ปี 2567

ประชาชนทั่วทุกสารทิศแห่ ร่วมพิธีอัญเชิญ “พระอุปคุต” งานนมัสการองค์พระธาตุพนม ปี 2567

เช้าวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 07.30 น. ณ ท่าเทียบเรือข้ามฟากอำเภอธาตุพนมบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง หน้าวัดพระธาตุพนม วรมหาวิหาร อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม พุทธ ศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวลาวหลายหมื่นคน นัดมารวมตัวกันที่นี่เพื่อร่วมพิธีอัญเชิญพระอุปคุตขึ้นจากแม่น้ำโขง เพื่อมาประดิษฐาน ณ พระวิหารหอพระแก้ว วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เนื่องในงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี 2567 โดยแต่ละคนที่ไปร่วมพิธีจะได้เตรียม ดอกไม้ ธูป เทียน ตลอดจนเครื่องสักการะต่างๆ มาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก เพื่อขอพรให้พระอุปคุตคุ้มครอง ปกปักรักษา และป้องกันภยันตรายต่างๆ ให้กับตนเองและครอบครัว เหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา เพราะเชื่อว่าท่านมีอิทธิฤทธิ์มาก เป็นพระอรหันต์ที่ปฏิบัติธรรมอยู่ที่หอแก้ววิหารใต้สะดือทะเล เมื่อมีเหตุเภทภัยเกิดขึ้นในพระศาสนา หรือมีพิธีกรรมใหญ่ๆ ทางพระพุทธศาสนา ท่านจะขึ้นมาช่วยเหลือคอยปกป้องคุ้มครองมวลมนุษย์เสมอ

เมื่อได้ฤกษ์เวลา 08.00 น. นายกัมปนาทจักรวาล วิเวศ ศรีพุทธา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนคร พนม ประธานฝ่ายฆราวาส และพระธรรมวชิรโสภณ (พระเทพวรมุนี)ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ประธานฝ่ายสงฆ์ ก็ได้นำพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงาน สวดมนต์ไหว้พระและประกอบพิธีอัญเชิญพระอุปคุตขึ้นจากแม่น้ำโขง

โดยหลังสวดอัญเชิญพระอุปคุตเสร็จ นายจักรพงษ์ ปทุมไกยะ นายอำเภอธาตุพนม, นาวาเอกวรรณะ เกื้อทิพย์ ผบ.นรข.เขตนครพนม, พันเอกสุดเขตต์ พลยะเรศ เสนาธิการมณฑลทหารบก 210, พ.ต.อ.ภิญโญ สุทธิสาร รอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม, นายอภิชัย ทำมาน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1 ได้เป็นผู้แทนพุทธศาสนิกชนดำน้ำลงไปอัญเชิญพระอุปคุตขึ้นมาจากใต้แม่น้ำโขง ก่อนที่จะส่งต่อให้กับประธานในพิธีอัญเชิญไปประดิษฐาน ณ พระวิหารหอพระแก้วภายในบริเวณวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ซึ่งตลอดระยะทางที่อัญเชิญพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทย ชาวลาว ตลอดจนนักท่องเที่ยวจะมีการโปรยดอกไม้และโปรยทาน ตลอดจนการร่ายรำบวงสรวง การแห่ต้นกัลปพฤกษ์ ต้นผึ้ง ต้นเทียน ขันหมากเบ็ง บายศรีหลวง การแสดงของแต่ละชนเผ่าตลอดเส้นทางที่อัญเชิญพระอุปคุตผ่าน

สำหรับงานนมัสการองค์พระธาตุพนมนั้น ถือเป็นประเพณีที่สำคัญยิ่งของพุทธศาสนิกชนทั้งสองฝั่งโขง ไทย-ลาว ที่ถือปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาแต่โบราณ เพราะเชื่อว่าถ้าใครมีโอกาสได้กราบไหว้พระธาตุพนม ที่เป็น 1 ในพระสถูปมหาเจดีย์อันศักดิ์สิทธิ์ บรรจุพระอุรังคธาตุหรือกระดูกส่วนหน้าอกขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมกับถวายเครื่องสักการบูชาหน้าองค์พระธาตุพนม จะทำให้มีจิตใจสงบเยือกเย็น และถ้ายังไม่บรรลุนิพพานในชาตินี้ เมื่อตายไปวิญญาณจะได้ไปสู่สรวงสวรรค์ ทำให้เมื่อครบรอบวันนมัสการองค์พระธาตุพนมในแต่ละปีจะมีพุทธศาสนิกชนจากทั่วทุกสารทิศ หลั่งไหลกันมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

ปีนี้งานนมัสการองค์พระธาตุพนม เริ่มตั้งแต่วันนี้ 17-25 กุมภาพันธ์ 2567 ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 ถึง แรม 1 ค่ำ เดือน 3 รวม 9 วัน 9 คืน ซึ่งในแต่ละวันจะมีกิจกรรมปฏิบัติบูชาให้ทุกคนได้ร่วมประกอบพิธีทั้งการกราบนมัสการองค์พระธาตุพนม การห่มผ้าพระธาตุพนม การแห่กองบุญ การตักบาตรคู่อายุ การถวายข้าวพืชภาค การฟังพระธรรมเทศนา และการเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุพนม นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายสินค้าพื้นบ้าน สินค้า OTOP ให้ผู้ที่มาเที่ยวงานได้เลือกซื้อเป็นของฝากคนทางบ้าน อีกด้วย และในปีนี้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีจะเดินทางมา เป็นประธานในพิธีเปิด งานนมัสการองค์พระธาตุพนม ซึ่งจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในเวลาประมาณ 15.00 น.วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567


เทพข่าวร้อน
เพลิงพระกาฬ
ฟร้องข่าวสด รายงาน

พล.ต.ท.สุรพงษ์ รอง จตช./รอง ผอ.ศปก.ตร.(๑) มอบนโยบายการปฏิบัติงาน และรับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงานของ ศปก.หน่วย ณ สภ.เมืองหนองคาย

วันนี้ (๑๖ ก.พ.๖๗) เวลา ๑๑.๐๐ น. ตามนโนบาย ผบ.ตร. และรอง ผบ.ตร.(บร)/ผอ.ศปก.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.ท.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง จตช./รอง ผอ.ศปก.ตร.(๑) เดินทางไปประชุมติดตามขับเคลื่อนและมอบนโยบายการปฏิบัติงาน และรับฟังปัญหา ข้อขัดข้อง ข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงานของ ศปก.หน่วย ณ สภ.เมืองหนองคาย พร้อมมอบสิ่งของตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจ

โดยมี พ.ต.อ.ยุทธนา งามชัด ผกก.สภ.เมืองหนองคาย, พ.ต.ท. มหรรฆพันธุ์ เพียงปราชญ์ รอง ผกก. ป.สภ.เมืองหนองคาย, พ.ต.ท.ฉลอง เลพล รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองหนอง คาย, พ.ต.ท.พุฒิชัย จันทร์ทอง รอง ผกก.สส.สภ.เมืองหนองคาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม สภ.เมืองหนองคาย


พล.ต.ท.สุรพงษ์ฯ ประชุมติดตามขับเคลื่อนและมอบนโยบายการปฏิบัติงาน ที่ศปก.หน่วย ณ ภ.จว.หนองคาย

วันนี้ (๑๕ ก.พ.๖๗) เวลา ๑๑.๐๐ น. ตามนโนบาย ผบ.ตร. และรอง ผบ.ตร.(บร)/ผอ.ศปก.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.ท.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง จตช./รอง ผอ.ศปก.ตร.(๑) เดินทางไปประชุมติดตามขับเคลื่อนและมอบนโยบายการปฏิบัติงาน และรับฟังปัญหา ข้อขัดข้อง ข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงานของ ศปก.หน่วย ณ ภ.จว.หนองคาย พร้อมมอบสิ่งของตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจ

โดยมี พล.ต.ต. พิรัชย์ อุดมพิสุทธิคุณ ผบก.ภ.จว.หนองคาย, พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย, พ.ต.อ. พันกฤษณ์ วิชญชีวินทร์ รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย, พ.ต.อ. ประภาพ ธิติศักดิ์ รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย, พ.ต.อ.สกล สิทธิวิชัย รองผบก.ภ.จว.หนองคาย, พ.ต.อ.จามร อันดี รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย, พ.ต.อ.นริศ เปี้ยกาศ ผกก.ฝอ.ภ.จว. หนองคาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ภ.จว.หนองคาย


มทบ. 38 ร่วมชาวน่านกว่า 2,000 คน รวมพลังแสดงจุดยืนปกป้องและถวายกำลังใจแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

มณฑลทหารบกที่ 38 ร่วม ชาวน่านกว่า 2,000 คน รวมพลังแสดงจุดยืนปกป้องและถวายกำลังใจแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 07.30 น. ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 มอบหมายให้ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 นำกำลังพลและครอบครัว พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ อัยการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษา พร้อมใจกันแต่งกายชุดสีม่วงและชุดประจำชนเผ่า รวมพลังแสดงจุดยืนปกป้องและถวายกำลังใจแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องด้วยสำนึกว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย เป็นศูนย์รวมแห่งดวงใจไทยทั้งชาติ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประเทศชาติและประชาชน นำพาประเทศไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ ทรงดูแลปกป้องประชาชน ด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมด้วยพระมหากรุณาธิคุณ พระเมตตาคุณ ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ราษฎร มาเป็นระยะเวลายาวนาน ที่บริเวณข่วงเมืองน่าน ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมี นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน นำคณะผู้บริหาร และพสกนิกรชาวจังหวัดน่านทุกหมู่เหล่า กว่า 2,000 คน เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว

โอกาสนี้ยังได้ร่วมกันผูกริบบิ้นสีม่วงที่ซุ้มรูปหัวใจ โดยกิจกรรมประกอบด้วย การเปิดกรวยกระทงดอกไม้ถวายความเคารพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ฯ การกล่าวคำแสดงจุดยืนชาวน่านร่วมปกป้องและถวายกำลังใจแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมนำผู้เข้าร่วมกิจกรรมร้องร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และร่วมร้องเพลง “หยาดเหงื่อและรอยยิ้ม” บทเพลงพิเศษถวาย กรมสมเด็จพระเทพรัตนฯ ที่ขับร้องโดยท่านผู้หญิงพลอยไพลิน และการร่วมกันผูกริบบิ้นสีม่วงที่ซุ้มรูปหัวใจ หลังจากนั้นจึงแยกย้ายกันเดินทางกลับ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ต่อพสกนิกรชาวจังหวัดน่านทรงมีพระราชประสงค์จัดสร้างพระตำหนักธงน้อย เพื่อเป็นที่ประทับ และทรงเสด็จพระราชดำเนินปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ณ จังหวัดน่าน เป็นประจำทุกปี ทรงริเริ่มโครงการพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดน่านอีกมากมายหลายโครงการเพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชน เด็กนักเรียน พระภิกษุสงฆ์ สามเณร ผ่านโครงการพระราชดำริต่าง ๆ เช่น ศูนย์ภูฟ้าพัฒนา ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาผ่านโครงการโรงเรียนพระปริยัติธรรมของวัดต่างๆ โครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนในพื้นที่ทุรกันดาร

นอกจากนี้ยังทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ต่อประชาชนชาวจังหวัดน่าน ผ่านมูลนิธิรักษ์ป่าน่าน (ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยการพระราชทานอาคารศูนย์การแพทย์รัตนนันทเวช โรงพยาบาลน่าน แห่งใหม่ มูลค่านับ 1,000 ล้านบาท เพื่อให้คนเมืองน่านมีคุณภาพชีวิตที่ดี โครงการปรับปรุงอาคารศาลากลางจังหวัดน่านหลังเก่าเป็นหอศิลปวัฒนธรรมเมืองน่าน และแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออก จึงไม่ผิดเลยแต่อย่างใดหากจะกล่าวว่า พระองค์ท่าน “ทรงรักคนเมืองน่าน” เพราะเมืองน่าน คือบ้านของพระองค์ พสกนิกรชาวจังหวัดน่านทุกหมู่เหล่า ทุกเชื้อชาติ ทุกชาติพันธุ์ ขอพระราชทานน้อมถวายความจงรักภักดี แด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย และขอแสดงจุดยืน ด้วยชีวิต ในการพิทักษ์ รักษา ปกป้อง มิให้บุคคลใด มาดูหมิ่น เหยียดหยาม ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ผู้ทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวจังหวัดน่าน และชาวไทยทั้งผองตลอดไป


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 3 ต้อนรับคณะสำนักประชาสัมพันธ์เขต4 หารือจับมือสนับสนุนงานประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่3

แม่ทัพภาคที่ 3 รับคณะ สำนักประชาสัมพันธ์เขต 4 หารือจับมือสนับสนุนงานประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 3 ผ่านเครือข่ายสถานีวิทยุเขตภาคเหนือตอนล่าง และแพลตฟอร์มสื่อออนไลน์ กรมประชาสัมพันธ์ เผยภารกิจทหาร สานต่องานจิตอาสา ให้ประชาชนรับรู้

พลโท ประสาน แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับ คุณอัชณัฐ ปรารถนารักษ์ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต 4 ท่านใหม่ และคณะ ในโอกาสเข้าพบปะหารือ สนับ สนุนงานประชาสัมพันธ์ของกองทัพภาคที่ 3 ผ่านสื่อในสังกัด ซึ่งมีสถานีวิทยุ 8 สถานี ในเขตภาคเหนือตอนล่าง และสถานีวิทยุโทรทัศน์ NBT เครือข่ายประชาสัมพันธ์ เครือข่ายงานประชาสัมพันธ์จิตอาสาในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง รวมทั้งแพลตฟอร์มสื่อออนไลน์ ซึ่งจะเปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบเร็วๆนี้ ณห้องรับรอง 1 กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราชอำเภอเมืองจังหวัดพิษณุโลก


นที มีเดช รายงาน

จิตอาสา 904 ร่วมคณบดีคณะมนุษศาสตร์และสังคม ม.ราชภัฎเพชรบูรณ์ บรรยายความรู้เรื่อง “สถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์”

จิตอาสา 904 ร่วมคณบดีคณะมนุษศาสตร์และสังคม ม.ราชภัฎเพชรบูรณ์ บรรยายความรู้เรื่อง ”สถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์“

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ร่วมกับ จิตอาสา 904 , คณบดีคณะมนุษศาสตร์และสังคม มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบูรณ์ ได้รับเกียรติ จากศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดเพชรบูรณ์ ให้บรรยายหัวข้อ ปลูกจิตสำนึกรักชาติด้วยประวัติศาสตร์ชาติไทย ผ่านระบบออนไลน์ ให้กับนักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย ณ ห้องประชุมศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งในปัจจุบันในยุคโซเชียลครองเมือง AI และ Chat GPT ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้คนรุ่นใหม่ หรือ คน GEN ใหม่ ไม่ค่อยตระหนักถึงความสำคัญของประวัติศาสตร์ชาติไทย ขาดจิตสำนึกในความรักชาติ และเป็นเวลาเนิ่นนานแค่ไหนแล้วที่คนไทยลืมรักชาติ ลืมประวัติศาสตร์ชาติไทย ลืมบรรพบุรุษของไทยเราที่กอบกู้เอกราชเพื่อชาติบ้านเมืองและลูกหลานให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข นั้น

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ อีกทั้งยังเป็นนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการและนโยบายของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงและกรม จึงได้จัดโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ปลูกจิตสำนึกรักชาติด้วยประวัติศาสตร์ชาติไทย ผ่านระบบออนไลน์ ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษา ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ อำเภอชนแดน มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ถูกต้อง มีจิตสำนึกในความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย รักชาติ ทะนุบำรุง เทิดทูน ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และปฏิบัติตนตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมภายใต้รัฐธรรมนูญโดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขได้อย่างมีความสุข