จันทบุรี จัดกิจกรรม จิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์เนื่องในวันสำคัญของชาติไทย วันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

จันทบุรี – จัดกิจกรรม จิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์เนื่องในวันสำคัญของชาติไทย วันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

วันนี้ (22 ก.พ.67) ที่ลานหน้าเสาธง อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว อ.แหลมสิงห์ นายวิสุทธิ์ ประกอบความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เนื่องในวันสำคัญของชาติไทย เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ จิตอาสา 904 จิตอาสาพระราชทาน เยาวชนนักเรียน นักศึกษา และประชาชนจิตอาสา ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

ทั้งนี้ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน จังหวัดจันทบุรีร่วมกับศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานอำเภอแหลมสิงห์ได้น้อมนำแนวทางของโครงการจิตอาสาพระราชทาน ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดกิจกรรมจิตอาสาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้ได้เชิญชวนจิตอาสาพระราชทานและประชาชนจิตอาสาตลอดจนภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมจิตอาสาเป็นการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์จิตอาสาพื้นที่สาธารณะ แหล่งท่องเที่ยว ปรับปรุงภูมิทัศน์ตัดแต่งกิ่งไม้ ตัดหญ้า เก็บขยะ และทำความสะอาดรอบบริเวณอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วให้สะอาด สวยงาม ส่งเสริมความสมัครสมานสามัคคีของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ในการร่วมกันบำเพ็ญกิจกรรมสาธารณประโยชน์ทำความดีด้วยหัวใจพัฒนาชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ บรรเทาความเดือดร้อนและแก้ไขปัญหาให้แก่เพื่อนร่วมชาติ ทำให้ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข ถวายเป็นพระราชกุศล และแสดงออกถึงความจงรักภักดี ตลอดจนร่วมกันทำความดีบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ต่อส่วนรวม น้อมนำพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันมีใจความว่า “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” มาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวในการปฏิบัติหน้าที่ และดำรงตนเพื่อสร้างประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติพร้อมทั้งยึดมั่นปฏิบัติตนเป็นคนดีเพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์สืบไป


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี 089-6767346
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงาน ศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก 062-7584334

ศอ.จอส.พระราชทานภาค 3 ร่วมดูแลประชาชนที่มาเฝ้าฯ รับ-ส่งเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชทานปริญญาบัตรม.นเรศวร ปีการศึกษา 2565

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ร่วมกับ จิตอาสา 904 ร่วมอำนวยความสะดวกและดูแลประชาชนที่มาเฝ้าฯ รับ-ส่งเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปพระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ประจำปีการศึกษา 2565

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ร่วมกับ จิตอาสา 904 หลักสูตรหลักประจำ รุ่นที่ 1/61, 4/62, 5/63 หลักสูตรพื้นฐาน รุ่นที่ 4/63 หลักสูตรพื้นฐาน(ภาค3) รุ่นที่ 1/65, 2/65, 3/66 ร่วมอำนวยความสะดวกและดูแลประชาชน ณ ท่าอากาศยานพิษณุโลก อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก ที่มาเฝ้าฯ รับ-ส่งเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปพระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ประจำปีการศึกษา 2565 ณ อาคารอุทยานองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยนเรศวร จว.พิษณุโลก


นที มีเดช รายงาน

รพ.น่าน รพ.ในดวงใจคนน่าน ทำบุญครบรอบวันเปิดทำการ ปีที่ 68 ปี ประกาศ “เป็นองค์กรคุณธรรม โรงพยาบาลน่าน ไม่ทนต่อการทุจริต”

น่าน – นายแพทย์ วสันต์ แก้ววี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน โรงพยาบาลในดวงใจคนน่าน ทำบุญครบรอบวันเปิดทำการโรงพยาบาลน่านครบรอบ ปีที่ 68 นำคณะผู้บริหารขึ้นเวที ประกาศก้อง โรงพยาบาลน่าน “เป็นองค์กรคุณธรรม โรงพยาบาลน่าน ไม่ทนต่อการทุจริต” และเปิดมหกรรมสร้างสุข ครั้งที่ 2

21 ก.พ.67 ณ ห้องประชุมพุทธมนต์โชติคุณ ชั้น 5 อาคารสิริเวชรักษ์ รพ.น่าน นายแพทย์ วสันต์ แก้ววี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน เป็นประธานในพิธี ทำบุญครบรอบวันเปิดทำการโรงพยาบาลน่าน ปีที่ 68 โดยได้นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป มาทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และถวายภัตตาหารเพล พร้อมด้วย นพ.กนก พิพัฒน์เวช รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ รพ.น่าน, พญ.วาลิกา รัตนจันทร์ รองผู้อำนวยการฝ่ายปฐมภูมิ รพ.น่าน, นายวิทยา ศรีวิชัยอินทร์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร รพ.น่าน, นางสาวสุขุมาล ต้อยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล รพ.น่าน, พญ.นิชนันท์ ตันติศิริวิทย์, นายแพทย์ชำนาญการ รพ.น่าน และได้รับเกียรติจาก นพ.วรินทร์เทพ เชื้อสำราญ สสจ.น่าน นพ.คณิต ตันติศิริวิทย์, นพ.นิวัติชัย สุจริตจันทร์ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่านทั้ง 2 ท่าน, คณะกรรมการพัฒนาโรงพยาบาลน่าน นพ.ปิยะพงษ์ จงรักษ์,นพ.ประพันธ์ ชนม์ยืน อดีตรองผู้อำนวยการ รพ.น่าน ,พญ.วราภรณ์ เตชะเสนา,อ.วินัย ปราบริปู พร้อมคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ รพ.น่าน รวมทั้งภาคีเครือข่ายภาครัฐและภาคประชน เข้าร่วมกิจกรรมทำบุญครบรอบวันเปิดทำการโรงพยาบาลน่าน ครบรอบ ปีที่ 68

พร้อมมอบรางวัลรางวัล บุคลากรดีเด่น โรงพยาบาล น่าน 16 คน รับรางวัล “คนดีศรีโรงพยาบาลน่าน 3 กลุ่มงาน กลุ่มที่ 1 ตำแหน่งอำนวยการ ระดับต้น ตำแหน่งวิชาการ ระดับชำนาญการ และชำนาญการพิเศษ ตำแหน่งทั่วไป กลุ่มที่ 2 ตำแหน่งวิชาการ ระดับปฏิบัติการตำแหน่งทั่วไป ระดับปฏิบัติงาน และระดับชำนาญงาน กลุ่มที่ 3 พนักงานราชการลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว และเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ประจำปี 2566 มี บุคลากรโรงพยาบาลน่าน พนักงานราชการ,ลูกจ้างประจำ,ลูกจ้างชั่วคราว กว่า 100 คน ร่วมทำบุญครบรอบวันเปิดทำการ ปีที่ 68 โรงพยาบาลน่าน โรงพยาบาลในดวงใจคนน่าน และเปิดมหกรรมสร้างสุข ครั้งที่ 2

โดย นพ.วสันต์ แก้ววี ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลน่าน โรงพยาบาลในดวงใจคนน่าน นำคณะผู้บริหาร โรงพยาบาลน่าน ขึ้นเวที ประกาศ “เป็นองค์กรคุณธรรม โรงพยาบาลน่าน ไม่ทนต่อการทุจริต” “ขอให้ถือผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศจะตกมาแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งอาชีพไว้ให้บริสุทธิ์”
พระราชดำรัสในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศ อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก “องค์บิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบัน และการสาธารณสุขไทย”

โรงพยาบาลน่าน เปิดบริการทางการแพทย์ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2499 และทำพิธีเปิดโรงพยาบาลอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2501 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลน่าน ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินโรงพยาบาลน่านหลายครั้ง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินโรงพยาบาลน่าน 3 ครั้ง

ครั้งที่เป็นประวัติศาสตร์อันสำคัญ ได้แก่ ครั้งที่ 1 เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บจากการปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ในการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ ทรงพระราชทานกล่องที่ห่อด้วยกระดาษ แก่ นพ.บุญยงค์ วงศ์รักมิตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่านในขณะนั้น แล้วทรงรับสั่งว่า “เงิน 240,000 บาทที่หมอขอไปนั้น ฉันเอามาให้แล้ว” และรับสั่งต่อไปว่า “เงินนี้ให้เธอนำไปทำการก่อสร้างเอง โดยไม่ต้องผ่านทางราชการ ฉันไว้ใจเธอ” และรับสั่งประโยคสุดท้าย ว่า “สร้างเสร็จ ขอให้บอกไป ฉันจะมาเปิด”

ครั้งที่ 2 วันที่ 10 มีนาคม 2512 และ ครั้งที่ 3 วันที่5 กุมภาพันธ์ 2513 องค์การอนามัยโลก ประกาศรับรองให้ ชุมชนเทศบาลเมืองน่าน เป็น “ชุมชนปลอดภัยระดับสากล” ลำดับที่ 316 ของโลก ในเดือนมิถุนายน 2556 และรับรองระยะที่ 2 ในเดือนกันยายน 2563 และ โรงพยาบาลน่าน ได้รับการรับรองมาตรฐานองค์การอนามัยโลก ภายใต้แนวคิด “โรงพยาบาลน่าน โรงพยาบาลที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน” ในเดือนพฤศจิกายน 2558

ปัจจุบัน โรงพยาบาลน่าน เป็นรพ.ทั่วไป ขนาด 502 เตียง มีบุคลากรราว 1,800 คน ให้บริการ จากการพัฒนาคุณภาพมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทำให้โรงพยาบาลน่าน ได้รับการรับการรับรองคุณภาพ จากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล หรือ HA ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่13 มีนาคม 2550 และต่ออายุการรับรองคุณภาพต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน มีผลงานดีเด่นระดับประเทศ, งานด้านสิ่งแวดล้อม ประสบความสำเร็จได้รับรางวัล “กรีน แอนด์ คลีน ฮอสปิตอล” ระดับดีมากพลัส, รางวัลอาคารราชการต้นแบบด้านการจัดการน้ำเสีย ระดับทอง, การพัฒนาด้านอาหารปลอดภัย จากต้นน้ำที่ปลอดภัย สู่ปลายทางที่ปลอดภัย, การพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสารเทศ ได้แก่ การพัฒนาโมบาย แอพพลิเคชั่น “ด็อกเตอร์ บุญยงค์”, การจัดทำระบบข้อมูลระดับเขตสุขภาพ และการเชื่อมต่อระบบข้อมูลกับ ส.ป.ส.ช. โดยจัดทำระบบไอเทเล สำหรับทำเทเลเมดดิซิน และดูแลระบบสารสนเทศของเขตสุขภาพที่ 1ให้บริการคลินิกพิเศษ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการอย่างครบถ้วนมากขึ้น ได้แก่ คลินิกกัญชาทางการแพทย์, หน่วยตรวจสวนหัวใจและหลอดเลือด, หน่วยงานเคมีบำบัด, คลินิกตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ MRI และคลินิกพิเศษนอกเวลาราชการ หรือ SMC ให้บริการประชาชนในจังหวัดน่าน และจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งพี่น้องจาก สปป. ลาว เป็นโรงพยาบาลที่มีความพร้อมในทุก ๆ ด้าน เป็นที่พึ่งด้านสุขภาพของพี่น้องประชาชน เป็น “โรงพยาบาลในดวงใจคนน่าน” สืบไป ตราบนานเท่านาน.

ล่าสุดเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2567 โรงพยาบาลน่าน นำโดย นพ.วสันต์ แก้ววี ผู้อำนวยการ คณะผู้บริหาร และ PCT ออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลน่าน ให้การต้อนรับทีมผู้เยี่ยมสำรวจเพื่อรับรองมาตรฐานเฉพาะโรค Fracture Hip in elderly นำทีมโดย คุณผ่องพรรณ จันธนสมบัติ นพ.ลักษณ์ ปภินวิชกุล และ รศ.พญ.วราลักษณ์ ศรีนนท์ประเสริฐ ทีมผู้เยี่ยมสำรวจ จาก สรพ. เพื่อรับรองเฉพาะโรค “ระบบการดูแลการผ่าตัดกระดูกข้อสะโพกหักในผู้ป่วยสูงอายุ” ณ ห้องประชุมชมพูภูคา ชั้น 5 อาคารสิริเวชรักษ์ โรงพยาบาลน่าน


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร Nation TV-NAN

ผบ.มทบ.ที่ 33 ร่วมแจกพืชผลผลิตทางการเกษตร จากเกษตรกรในพื้นที่ อ.ออมก๋อย กว่า 70,000 กก. ให้แก่ชาวเชียงใหม่ หลังร่วมมือลดปลูกข้าวโพด แก้ปัญหาหมอกควัน

ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 พร้อมผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ จิตอาสา ร่วมแจกพืชผลผลิตทางการเกษตร จากเกษตรกรในพื้นที่ อำเภออมก๋อย กว่า 70,000 กก. ให้แก่ชาวเชียงใหม่ หลังร่วมมือลดปลูกข้าวโพดแก้ปัญหาหมอกควัน

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พลตรี ธีระ ผดุงสุนทร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 /ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 33 ร่วมกับนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่, เจ้าอาวาสวัดป่าดาราภิรมย์, ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น, จิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงใหม่, จิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 33 ร่วมแจกพืชผลผลิตทางการเกษตร ที่เกษตรกรจากอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ขนลงมาจากดอย มีทั้ง ผักกาดขาว กะหล่ำปลี สุกินี่ มะเขือเทศ และ ต้นหอม รวมกว่า 70,000 กิโลกรัม ให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี พระเทพวชิราธิบดี เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่-ลำพูน-แม่ฮ่องสอน และ นายพิศุทธ์ พิศุทธกุล รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารจิตอาสาช่วยกันแจกจ่าย

เนื่องด้วย พระครูสังฆรักษ์วีรวัฒน์ วีรวฑฺฒโน วัดเจดีย์หลวง และ นายพะนะเซีย วงศ์โสตถิไกร (พ่อหนานหล้า) ร่วมกับคณะศรัทธา ช่วยซื้อพืชผลผลิตทางการเกษตร (กะหล่ำ,ซูกีนี,มะเขือเทศ)ในพื้นที่ อำเภออมก๋อย จำนวน 70,000 กิโลกรัม จากชาวบ้านที่ช่วยกันปฏิบัติตามมาตรการควบคุมเชื้อเพลิง ลดการเผา และไม่ให้ไฟลามป่า เพื่อช่วยลดฝุ่นควัน ในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยใน 19 กุมภาพันธ์ 2567 หน่วย มณฑลทหารบกที่ 33 ได้ประสานขอรับการสนับสนุนยานพาหนะและกำลังพลจิตอาสาของหน่วยในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ประกอบด้วย กองพันมณฑลทหารบกที่ 33, กองพลทหารราบที่ 7 ,กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 7, กรมทหารราบที่ 7 ,กองพันพัฒนาที่ 3 ,กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 7 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 4 และเทศบาลนครเชียงใหม่) ในการขนย้ายพืชผลทางการเกษตร จำนวน 11 คัน มายังบริเวณอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ โดยมีกำลังพลจิตอาสาจาก กองพันมณฑลทหารบกที่ 33 , ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ , ประชาชนในพื้นที่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ และ อำเภออมก๋อย ร่วมกันบรรจุผลผลิตทางการเกษตรดังกล่าวเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชน เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายของประชาชน

สำหรับพืชผักที่นำมาแจกจ่ายทั้งหมดนี้เป็นผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรในอำเภออมก๋อยที่พระครูสังฆรักษ์วีรวัฒน์ วีรวฑฺฒโน หรือ พระครูอ๊อด พระนักพัฒนาแห่งวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร และ นายพะนะเซีย วงศ์โสตถิไกร ผู้นำชาวกะเหรี่ยงอำเภออมก๋อย ร่วมกับคณะศรัทธา ช่วยกันซื้อพืชผลผลิตจากชาวบ้านในราคาเป็นธรรม ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้และยังเป็นหนึ่งในความร่วมมือมาตรการควบคุมไฟป่าและแก้ปัญหามลพิษหมอกควันของจังหวัดเชียงใหม่ โดยส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกพืชผักสวนครัวแทนพืชเชิงเดี่ยวโดยเฉพาะข้าวโพดเพื่อลดการเผาป่าให้ได้มากที่สุดซึ่งก็พบว่าเกษตรกรในอำเภออมก๋อยให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

สำหรับผลผลิตทางการเกษตรที่นำมาแจกจ่ายครั้งนี้ กำลังพลจากมณฑลทหารบกที่ 33 และ กองพลทหารราบที่ 7 นำรถบรรทุกจำนวน 11 คัน ขึ้นไปรับจากสวนบนดอยเพื่อนำมาบรรจุถุงแจกจ่ายให้กับชาวบ้านในครั้งนี้ สร้างความดีใจให้กับประชาชนที่ได้พืชผักไปประกอบอาหารเป็นการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้อีกทางหนึ่ง


นที มีเดช รายงาน

จังหวัดลำพูน คัดเลือกครอบครัวร่มเย็น และบุคคลดีเด่นด้านการพัฒนาครอบครัวเพื่อเป็นตัวแทนจังหวัดลำพูนเข้าสู่การคัดเลือกในระดับประเทศ

จังหวัดลำพูน คัดเลือกครอบครัวร่มเย็น และบุคคลดีเด่นด้านการพัฒนาครอบครัวเพื่อเป็นตัวแทนจังหวัดลำพูนเข้าสู่การคัดเลือกในระดับประเทศ

วันนี้ 21 กุมพาพันธ์ 2566 เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมอนันต์ยศ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดลำพูน นายสันติธร ยิ้มละมัย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนมอบหมายให้นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกครอบครัวร่มเย็นและบุคคลดีเด่นด้านการพัฒนาครอบครัวจังหวัดลำพูน โดยมีนางปราณี ประทุมมา พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำพูน หัวหน้าส่วนราชการที่เป็นคณะกรรมการ ฯ เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

การประชุมครั้งนี้เพื่อพิจารณาคัดเลือกครอบครัวร่มเย็น จำนวน 1 ครอบครัว และเสนอชื่อบุคคลดีเด่นด้านการพัฒนาครอบครัวจังหวัดลำพูน จำนวน 1 คน โดยในปี 2567 มีผู้เสนอชื่อครอบครัวร่มเย็น จำนวน 2 ครอบครัว ได้แก่ครอบครัวของนายสมคิด วงศ์เยาว์ ตำบลบ้านแป้น อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน และครอบครัวของ ร.ต.อ.เดช โยปินตา ตำบลทาขุมเงิน อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ทั้งนี้ ครอบครัวที่จะได้รับการคัดเลือกเป็นครอบครัวร่มเย็นระดับจังหวัด จะต้องมีคุณลักษณะครบถ้วนตามที่หลักเกณฑ์กำหนด

ผลการคัดเลือกของคณะกรรมการปรากฏว่า ครอบครัวของ ร.ต.อ.เดช โยปินตา ได้รับคัดเลือกเป็นครอบครัวร่มเย็นระดับจังหวัด ซึ่งมีความโดดเด่น คือ เป็นที่รู้จักของคนในชุมชนและตำบลเป็นอย่างดี ช่วยเหลืองานสังคมทุกด้านในหมู่บ้าน มีตำแหน่งเป็นรองประธานคณะกรรมการหมู่บ้าน และได้รับรางวัลผู้ปฏิบัติงานชุมชนและมวลชนสัมพันธ์ดีเด่น ปี 2557 จากสถานีตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน

สำหรับผลการคัดเลือกบุคคลดีเด่นด้านการพัฒนาครอบครัว มีผู้เสนอชื่อจำนวน 1 คน คือ นางพัชรฎา ทิพย์มณี อายุ 63 ปี อาชีพแม่บ้าน ตำบลอุโมงค์ อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน มีความโดดเด่นด้านการพัฒนาครอบครัวคืออุทิศตนทำคุณประโยชน์ให้แก่ชุมชนและสังคมมาโดยตลอด ร่วมเป็นรองประธานศูนย์พัฒนาครอบครัวกับหมู่บ้านป่าเส้า หมู่ที่ 9 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 จนถึงปัจจุบัน มีส่วนร่วมในการให้คำปรึกษาและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และเป็นแบบอย่างที่ดีต่อคนในชุมชน มีส่วนร่วมในการเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุติดเตียง ผู้ประสบปัญหาทางสังคมภายในหมู่บ้าน เป็นบุคคลที่มีจิตอาสา ช่วยงานวัด งานโรงเรียน การร่วมสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทำเกษตรอินทรีย์ และการคัดแยกขยะในครัวเรือน จึงได้รับการคัดเลือกในครั้งนี้ โดยทั้ง 2 คน จะเป็นตัวแทนของจังหวัดลำพูนเข้าสู่การคัดเลือกในระดับประเทศ เพื่อเข้ารับรางวัล เนื่องในวันครอบครัว 14 เมษายน 2567 ต่อไป


นที มีเดช รายงาน

กรมวังผู้ใหญ่ ติดตามการการพัฒนาทักษะด้านภาษาต่างประเทศ และการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง

กรมวังผู้ใหญ่ ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามการการพัฒนาทักษะด้านภาษาต่างประเทศ และการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง ที่ ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ให้สามารถนำไปต่อยอดการประกอบอาชีพของผู้ต้องขังหลังพ้นโทษได้

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ห้องประชุมนารี 1 ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ 908 เป็นประธานประชุมหารือการดำเนินงานภายใต้โครงการกำลังใจ ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา การพัฒนาทักษะด้านภาษาต่างประเทศ และการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง เพื่อติดตามผลและร่วมกันหาแนวทางการดำเนินงาน เพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพของผู้ต้องขังภายหลังพ้นโทษ โดยมีนายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยผู้แทนจากสถาบันการศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

โดยเมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมา พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ 908 ได้เดินทางมาติดตามการดำเนินโครงการกำลังใจฯ ณ ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ และได้เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาทักษะด้านภาษาต่างประเทศว่าเป็นสิ่งจำเป็นต่อการฝึกวิชาชีพ ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดการประกอบอาชีพของผู้ต้องขังหลังพ้นโทษได้ จึงมีแนวทางให้ทัณฑสถานฯ ดำเนินการร่วมกับสถาบันการศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ที่มีความพร้อมให้การสนับสนุนในด้านการจัดการเรียนการสอนด้านภาษาต่างประเทศและฝึกวิชาชีพแก่ผู้ต้องขัง

ซึ่งในห้วงที่ผ่านมา จังหวัดเชียงใหม่ ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ และสถาบันการศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ ได้ประชุมร่วมกันซึ่งจะมีการจัดตั้งคณะทำงานในแต่ละชุดการสอน จัดการเรียนการสอนรายวิชาที่สอดคล้องกับผู้เรียน พร้อมทั้งสอดแทรกภาษาอังกฤษ และภาษาอื่นๆ เข้าไป เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถสื่อสารได้ในวิชาชีพที่ทำ โดยจะเริ่มดำเนินการใน 3 เรือนจำ คือเรือนจำกลางเชียงใหม่ เรือนจำอำเภอฝาง และทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่


นที มีเดช รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งความสุข และกำลังใจ มอบอั่งเปา ชุดของขวัญ และจัดเลี้ยงอาหารแก่ผู้สูงวัย ในสถานสงเคราะห์คนชรา และสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง รวม 8 แห่ง เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2567

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งความสุข และกำลังใจ มอบอั่งเปา ชุดของขวัญ และจัดเลี้ยงอาหารแก่ผู้สูงวัย ในสถานสงเคราะห์คนชรา และสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง รวม 8 แห่ง เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2567

วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการฯ พร้อมด้วย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการฯ นำทีมฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ,นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ และนางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพฯ ลงพื้นที่มอบเงินอั่งเปาคนละ 1,000 บาท พร้อมชุดของขวัญ และจัดเลี้ยงอาหาร ให้กับผู้สูงวัยในสถานสงเคราะห์คนชราปากน้ำ (มูลนิธิวัยวัฒนานิวาส) สถานสงเคราะห์คนชราบางเขน (มูลนิธิธารนุเคราะห์) และสถานสงเคราะห์คนชราปทุมธานี (มูลนิธิมิตรภาพสงเคราะห์) เพื่อเป็นการเยี่ยมเยียนและเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้สูงวัย เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2567 โดยมีมูลนิธิจีน 4 แห่ง ประกอบด้วย มูลนิธิสามัคคีการกุศลสงเคราะห์ มูลนิธิส่งเสริมวัฒนธรรม มูลนิธิส่งเสริมศีลธรรมสงเคราะห์ และ มูลนิธิศรัทธาสงเคราะห์ ร่วมดำเนินการ พร้อมด้วย นางชญาน์นันท์ สรพลจิโรจเดชา หัวหน้าแผนกสื่อสารองค์กร(จีน) พร้อมทีมงาน และนางสาวอัญชลี จงคดีกิจ (ปุ๊-อัญชลี) ร่วมลงพื้นที่มอบสิ่งของ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น

และในวันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดลงพื้นที่ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบางละมุง จ.ชลบุรี สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งนนทบุรี จ.นนทบุรี ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุปทุมธานี จ.ปทุมธานี สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งหญิงธัญบุรี จ.ปทุมธานี และ สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งชายธัญบุรี จ.ปทุมธานี เพื่อมอบเงินอั่งเปาคนละ 1,000 บาท พร้อมชุดของขวัญ และจัดเลี้ยงอาหาร เพื่อเป็นการเยี่ยมเยียนและเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้สูงวัย เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2567

โครงการป่อเต็กตึ๊ง จัดเลี้ยงอาหารคนชรา เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มูลนิธิได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นเวลา 57 ปี โดยในปี 2567 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และมูลนิธิอีก 4 แห่ง สถานสงเคราะห์คนชรา ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการ และสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง รวม 8 แห่ง รวมงบประมาณดำเนินการทั้งสิ้น 755,000 บาท (เจ็ดแสนห้าหมื่นห้าพันบาทถ้วน)

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ตำรวจด่านปฐมพร รวบหนุ่มรับจ้างขนยาเสพติดเฮโรอีน 80 กิโลพร้อมยาบ้า 2 แสนเม็ด

ตำรวจด่านปฐมพรรวบหนุ่มรับจ้างขนยาเสพติดเฮโรอีน 80 กิโลพร้อมยาบ้า 2 แสนเม็ด

วันนี้ (21 ก.พ.67) เวลา 16.00 น. นายวิสาห์ พูลศิริรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาณุเดช ณ พัทลุง ผบก.ภ.จว.ชุมพร, พ.อ.โชติ ยิกุสังข์ รอง ผบช.มทบ.44/รอง ผอ.รมน.จว.ช.พ.(ท.), นายวิทยา รอดเขียว ปลัดจังหวัดชุมพร, พ.ต.ท.วรรณะ นาคพงษ์ หัวหน้าด่านตรวจปฐมพร และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด จำนวน 1 ราย พร้อมของกลางยาเสพติด 2 รายการ ประกอบด้วย เฮโรอีน น้ำหนักประมาณ 80 กิโลกรัม และ ยาบ้า ประมาณ 200,000 เม็ด มีรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 ที่นั่ง ยี่ห้อ ฮุนได รุ่น H-1 สีดำ หมายเลข ทะเบียน ล9159 กรุงเทพมหานคร เป็นยานพาหนะ

พล.ต.ต.ภาณุเดช ณ พัทลุง ผบก.ภ.จว.ชุมพร เปิดเผยว่า ตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ร่วมกันตั้งจุดตรวจด่านปฐมพร ม.2 ต.วังไผ่ อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร เวลาประมาณ 14.00-15.00 น. มีรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 ที่นั่ง ยี่ห้อ ฮุนได รุ่น H-1 สีดำ หมายเลข ทะเบียน ล9159 กรุงเทพมหานคร ขับผ่านเข้ามายังจุดตรวจ ซึ่งมี นายณรงค์ศักดิ์ เสือทอง อายุ 29 ปี อยู่ที่ 211/1 ม.8 ต.บ้านเสด็จ อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี (ทราบชื่อภายหลัง) เป็นผู้ขับรถคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวและส่งสัญญาณไฟให้รถยนต์คันดังกล่าว จอดชิดซ้ายบริเวณหน้าจุดตรวจ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขอทำการตรวจสอบภายในรถคันดังกล่าว ก่อนการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แสดงความบริสุทธิ์ใจจนเป็นที่พึงพอใจต่อ นายณรงค์ศักดิ์ แล้วจึงเริ่มทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบภายในรถพบ ของกลางรายการที่ 1 ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) บรรจุห่อละ 400 กรัม รวมน้ำหนักประมาณ 80 กิโลกรัม และ ของกลางรายการที่ 2 ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) รวมประมาณ 200,000 เม็ด ซึ่งทั้งหมดถูกบรรจุใส่กล่องพัสดุสินค้าไว้อีกชั้นหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าว พร้อมสืบสวนและขยายผลต่อไป

ซึ่งจากการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ตนเองได้ขนยาเสพติดดังกล่าวมาจากกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าลงทางใต้ไปยังปลายทาง อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา คาดว่าจะถูกส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งได้ตกลงค่าจ้างครั้งนี้เป็นเงินจำนวน 1 แสนบาท แต่ยังไม่ได้รับมา นอกจากนี้ตนเองยังเคยติดคุกมาแล้ว 2 ปี ในคดียาเสพติดเช่นกัน ก่อนออกมารับจ้างขับรถรั้ว และมีครอบครัวพร้อมลูกตัวเล็กอายุยังไม่ถึง 2 ขวบ 1 คน แต่รายได้ไม่เพียงพอ จึงได้กลับมารับจ้างขนยาเสพติดอีกครั้ง ก่อนจะโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้อีกครั้งในวันนี


สำนักข่าวความมั่นคง
ศูนย์ข่าวภาคใต้
สุรัตน์ รุกเขตต์ รายงาน

อาชีพทำเงินเกษตรกรสุพรรณปลูกแตงโมพืชใช้น้ำน้อยทดแทนนาปรังสร้างรายได้งาม

สุพรรณบุรี – เกษตรกรจังหวัดสุพรรณบุรีปลูกแตงโมพืชใช้น้ำน้อยหลังฤดูทำเก็บผลผลิตได้เร็วสร้างรายได้งามลดการปล่อยก๊าซมีเทนสู่ชั้นบรรยากาศช่วยลดสภาวะโลกร้อน แตงโมรักโลก

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี นายวสันต์ จี้ปูคำ เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี นางนิลุบล ทองสม เกษตรอำเภอเมืองสุพรรณบุรีนำเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดและเกษตรอำเภอเมืองสุพรรณบุรี ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อยทดแทนนาปรัง หมู่ 3 ตำบลสนามคลี อำเภอเมืองสุพรรณบุรี ของ นายสุเมศ ฉิมเพ็ชร์ อายุ 55 ปี เกษตรเจ้าของแปลงปลูกแตงโมทดแทนนาปรัง พื้นที่ 13 ไร่ ซึ่งกำลังเก็บผลผลิต

นายสุเมศ ฉิมเพ็ชร์ อายุ 55 ปี กำนันตำบลสนามคลี ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรเล่าว่า เมื่อก่อนตนทำนาอย่างเดียวต่อมาเมื่อปี 2556 ได้ทดลองปลูกพืชหลังนาโดยปลูก ฟัก ข้าวโพด ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และแตงโม สุดท้ายมาลงตัวที่แตงโม เพราะแตงโมเป็นพืชอายุสั้นเราปลูกหลังนาช่วงฤดูแล้งเพราะ ใช้เวลาแค่ 60 วันก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ที่แปลงนี้มี 13 ไร่แต่ แบ่งพื้นที่ออกกเป็น 2 แปลง มีแปลงละ 5 ไร่กับ 8 ไร่โดยจะปลูกทิ้งช่วงห่างกัน 15 วันเพื่อเป็นการป้องกันผลผลิตล้นตลาดในช่วงเก็บเกี่ยว นอกจากทำเกษตรแล้วตนยังทำปศุสัตว์ เลี้ยงวัว เลี้ยงปลาและ เลี้ยงไก่ไข่ เสริมอีกด้วย

แตงโมเป็นพืชใช้น้ำน้อย ปริมาณการใช้น้ำประมาณ 642 – 655 ลูกบาศก์เมตร/ไร่/ฤดูกาลผลิต ในขณะที่การทำนาปรังจะใช้น้ำในการเพาะปลูกข้าวประมาณ 1,200 – 1,500 ลูกบาศก์เมตร/ไร่/ฤดูกาลผลิต พื้นที่แปลง หมู่ 3 ตำบลสนามคลี อำเภอเมืองสุพรรณบุรีนั้น ถึงแม้จะอยู่ในเขตชลประทาน แต่ปริมาณน้ำต้นทุนไม่เพียงพอในการทำการเกษตร เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร จึงเข้ามาแนะนำและส่งเสริมให้ปลูกพืชใช้น้ำน้อย ทนแล้ง รวมถึงมีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น ประมาณ 60 – 65 วันเท่านั้น อย่างเช่นการปลูกแตงโมทดแทนนาปรัง สามารถให้ผลผลิตประมาณ 2,000 กิโลกรัม/ไร่ กำไรเฉลี่ย 5,000 บาท/ไร่ โดยเลือกปลูกแตงโมสายพันธุ์กินรี ซึ่งเป็นพันธุ์ที่เป็นที่ต้องการของตลาดรวมถึงมีความเหมาะสมกับพื้นที่ เกษตรกรสามารถจำหน่ายได้ราคาสูงสุด 12 บาท/กิโลกรัม ส่งผลให้มีรายได้กว่า 300,000 บาท/ฤดูกาลผลิต

นายวสันต์ จี้ปูคำ เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า จังหวัดสุพรรณบุรีมีการส่งเสริมให้มีการปลูกพืชใช้น้ำน้อยหลังฤดูกาลทำนาปีละรอบการทำนาปรังส่งเสริมการปลูกพืชหลายชนิด เช่นถั่วเขียว ข้าวโพด แตงโม และพืชอื่นๆ ซึ่งมีพื้นที่ปลูกประมาณ 30,000 ไร่แตงโมเป็นอีกพืชหนึ่งที่เกษตรกรอำเภอเมือง ดอนเจดีย์ และหนองหญ้าไซ ปลูกกันเยอะ การทำนาปรังเป็นการขังน้ำเป็นการปล่อยก๊าซมีเทน สู่ชั้นบรรยากาศ การปลูกแตงโม ถือเป็นการช่วยโลกอีกทางหนึ่ง

แตงโมของจังหวัดสุพรรณบุรี มีรสชาติดี เปลือกบางหวานกรอบ เป็นที่ต้องการของตลาดสร้างรายได้ให้เกษตรกร อยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนทั่วไปช่วยกันอุดหนุนเกษตรกร เพื่อสร้างรายได้ อีกทางหนึ่งเป็นการช่วยกันรักโลก ช่วยกันลดสภาวะโลกร้อนด้วย ดังนั้นจึงขอฝากพี่น้องทั่วไปช่วยกันหันมารับประทานแตงโมสุพรรณบุรีกันเยอะๆ


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

อบจ สุพรรณบุรี จัดกิจกรรมถวายกำลังใจแด่ กรมสมเด็จพระเทพฯ

สุพรรณบุรี – อบจ สุพรรณบุรีจัดกิจกรรมถวายกำลังใจแด่กรมสมเด็จพระเทพ

ที่ลานหน้าสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี อำเภอเมืองสุพรรณบุรี วันที่ 21 ก.พ.2567 นายบุญชู จันทร์สุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ได้นำหัวหน้าส่วนราชการ พนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี รวมพลังสวมเสื้อสีม่วง แสดงความจงรักภักดีถวายกำลังใจแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี

โดยนายบุญชู จันทร์สุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นผู้นำกล่าวถวายกำลังใจ คำปฏิญาณ สถาบันพระมหากษัตริย์ถือเป็นสถาบันหลักของชาติไทย เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนชาวไทยมายาวนาน การรักษาความมั่นคงสถาบันหลักของชาติ ถือเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ ทั้งนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงสละความสุขส่วนพระองค์ และทรงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในทุกด้าน อาทิ ด้านการศึกษา ด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ด้านการพัฒนาสังคม ด้านการต่างประเทศ ด้านการสาธารณสุข ด้านการศาสนา รวมถึงโครงการตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณารับสมาคม สถาบัน และองค์กรต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นตามแนวพระราชดำริ หรือองค์กรต่าง ๆ ที่ช่วยเหลือและพัฒนาประชาชนไว้ในพระราชูปถัมภ์จำนวนมาก ทรงให้การสนับสนุนสมทบทุนจัดตั้งเป็น “กองทุนการกุศลสมเด็จพระเทพฯ” เพื่อให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือประชาชนผู้ทุกข์ยากเดือดร้อน ผู้ด้อยโอกาส ผู้ขาดแคลนและสาธารณ ประโยชน์ต่างๆ แก่ประชาชนคนไทยและประเทศเพื่อนบ้านจนเป็นที่ประจักษ์

องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ได้น้อมนำพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานแก่คณะผู้บริหารของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมร้านกาชาดของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เมื่อวันพุธที่ 29 มีนาคม 2549 ความว่า “เดี๋ยวนี้ไปที่ไหนหรือไปเยี่ยมประชาชนที่ใดเมื่อได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนก็บอกว่าให้ไปร้องที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น” นำมาขับเคลื่อนการทำ งานขององค์กรร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ ในจังหวัดสุพรรณบุรี ในการมุ่งมั่นทำงานช่วยเหลือประชาชนและเป็นที่พึ่งพิงให้แก่ผู้เดือดร้อนทุกคน

ในโอกาสนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี จึงขอพระราชทานน้อมแสดงความจงรักภักดีแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วทั้งประเทศรวมพลังแสดงความจงรักภักดี ถวายแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย จากนั้นได้ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงในอุ่นอ้อมอกมั่นคง พร้อมโบกธรตราสัญลักษณ์ และเปล่งเสี่ยงชาวสุพรรณบุรีรักสมเด็จพระเทพฯ ทรงพระเจริญ


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี