ศูนย์จิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 ปิดการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” รุ่นที่ 4

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 ปิดการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” รุ่นที่ 4 ประจำปี 2567 พร้อมมอบประกาศนียบัตรและเครื่องหมายหลักสูตรจิตอาสา 904 แก่ผู้ผ่านการฝึกอบรม 200 คน

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ ศูนย์ฝึกจิตอาสา ภาค 3 หอประชุมเดชะตุงคะ กองบิน 41 ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พลโท ประสาน แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3 / ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกจิตอาสาภาค 3 เป็นประธานในพิธีปิดการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3) รุ่นที่ 4 ประจำปีพุทธศักราช 2567 โดยมีผู้แทนกองทัพอากาศ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 รองแม่ทัพภาคที่ 3 ผู้บังคับหน่วยทหาร หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมพิธี

สำหรับหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3) รุ่นที่ 4 ประจำปีพุทธศักราช 2567 มีระยะเวลาการฝึกอบรม 15 วัน ระหว่างวันที่ 7 ถึง 23 กุมภาพันธ์ 2567 โดยคัดเลือกผู้รับการฝึก จาก 17 จังหวัดภาคเหนือ รวม 200 คน ประกอบด้วย ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ ภาคประชาชน นักศึกษาวิชาทหาร และนักเรียน มาเข้ารับการฝึกอบรม ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่ได้คัดเลือกเยาวชนคนรุ่นใหม่มาเข้าฝึกอบรมด้วย เพื่อให้เป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่สังคม มีจิตสาธารณะทำความดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เป็นกำลังหลักในการทำกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติ สามารถนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไปถ่ายทอดให้กับหน่วยงาน ชุมชน และจังหวัด

ทั้งนี้ ผู้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา 904 รุ่นที่ 4 ทั้ง 200 คน ได้เข้ารับพระราชทาน ประกาศนียบัตร พร้อมเครื่องหมายหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” โดยหลังจากนี้ ผู้สำเร็จการศึกษาจะมีภารกิจสำคัญที่จะต้องเสียสละเพื่อทำหน้าที่เป็นจิตอาสา 904 ในการสร้างความรัก ความสามัคคี เทิดทูนสถาบันหลักของชาติเป็นแกนนำให้กับจิตอาสาทั่วไป โดยทำหน้าที่จิตอาสา 3 ประเภท คือ จิตอาสาพัฒนา , จิตอาสาภัยพิบัติจิตอาสาเฉพาะกิจ เพื่อเป็นที่พึ่งของประชาชน และสร้างความร่วมมือในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม อีกทั้งน้อมนำพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา ต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมทั้งแนวทางพระราชดำริต่าง ๆ ของพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปถ่ายทอดให้กับประชาชน หน่วยงาน ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพื่อช่วยกันพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าต่อไป ตามดังพระราชปณิธาน ความว่า “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”


นที มีเดช รายงาน

ศูนย์เรียนรู้ฯ ลำพูน จัดกิจกรรม “เวทีคนเก่ง….สู่ตลาดแรงงานสร้างอาชีพ” มุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านอาชีพ ประจำปีงบประมาณ 2567

ศูนย์เรียนรู้ฯ ลำพูน จัดกิจกรรม “เวทีคนเก่ง….สู่ตลาดแรงงานสร้างอาชีพ” มุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านอาชีพ ประจำปีงบประมาณ 2567

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ จังหวัดลำพูน นางอรียาพร อรุณเนตร ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ จังหวัดลำพูน มอบหมายให้กลุ่มส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาอาชีพ ดำเนินการจัดกิจกรรม “เวทีคนเก่งสู่ตลาดแรงงานสร้างอาชีพ” ประจำปีงบประมาณ 2567 เพื่อดำเนินการสรรหาคนเก่ง ในการมุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านอาชีพในแต่ละประเภท มีทักษะทางอาชีพ สามารถประกอบอาชีพ และสร้างรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โดยได้จัดการแข่งขันทักษะอาชีพผู้สำเร็จการฝึกอบรมอาชีพภายในสถาบัน จำนวน 4 หลักสูตร ได้แก่หลักสูตรบาริสต้า หลักสูตรขนมไทย หลักสูตรตัดผมชาย และหลักสูตรการตลาดออนไลน์ พร้อมเสนอผลงานต่อคณะกรรมการตัดสิน สุดยอดรางวัลเวทีคนเก่ง ประเภทบุคค

นอกจากนี้ยังได้จัดการแข่งขันการประกวดผลิตภัณฑ์ดีเด่น (เสื้อคลุม) การจัดบูธผลิตภัณฑ์และการบริหารจัดการกลุ่มที่ดี ให้กับกลุ่มอาชีพที่สำเร็จการฝึกอบรมอาชีพภายในชุมชนฯ จำนวน 6 กลุ่ม และให้บริการสาธิตอาชีพ หลักสูตรบาริสต้า (กาแฟ เครื่องดื่มประเภทเย็น) ขนมไทย (วุ้นหรรษา, กะหรี่ปั๊บ) เบเกอรี่ (ขนมปังไส้หมูหยอง/คุกกี้เนยสด) การตลาดออนไลน์ (ถ่ายภาพสินค้า) และตัดผมชาย (ฟรี)

สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ ผู้ที่ได้รับรางวัลเวทีคนเก่ง (ประเภคบุคคล) ได้แก่ นางสาวลลิตา อ้ายพิงค์ ชนะเลิศหลักสูตรบาริสต้า, นางสาวปวีณา เหมือนฟู ชนะเลิศหลักสูตรขนมไทย, นายสมประสงค์ ขอบุญช่วย ชนะเลิศหลักสูตรตัดผมชาย, นางสาวอัณณ์ณฐดา ทัศนอึ้งสกุลนที ชนะเลิศหลักสูตรการตลาดออนไลน์ และรางวัลเวทีคนแก่ง (ประเภทกลุ่มอาชีพ) ได้แก่ กลุ่มอาชีพผ้าปักสลากย้อมตำบลประตูป่า ชนะเลิศผลิตภัณฑ์ดีเด่น (เสื้อคลุม) และการจัดบูธกลุ่มอาชีพ


นที มีเดช รายงาน

สว. ลงพื้นที่ จ.ลำพูน เยี่ยมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสุวรรณฟรุตส์ อ.บ้านธิ เพื่อติดตามการบริหารงาน และแนะแนวทางการช่วยเหลือหาแหล่งเงินทุน เพื่อขยายกำลังการผลิตรองรับตลาด

สว. ลงพื้นที่ จ.ลำพูน เยี่ยมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสุวรรณฟรุตส์ อ.บ้านธิ เพื่อติดตามการบริหารงาน และแนะแนวทางการช่วยเหลือหาแหล่งเงินทุน เพื่อขยายกำลังการผลิตรองรับตลาด

วันนี้ (23 กุมภาพันธ์ 2567) สมาชิกวุฒิสภา นำโดย พลเอก สกนธ์ สัจจานิตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัด ภาคเหนือ (ตอนบน) คนที่หนึ่ง พร้อมด้วยคณะ ลงพื้นที่ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน เพื่อติดตามเยี่ยมเยือนวิสาหกิจชุมชนสุวรรณฟรุตส์ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน โดยมีนางสาวธัญญาพัทธ์ รัตนเมืองสอง ประธานวิสาหกิจชุมชนสุวรรณฟรุตส์ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ โอกาสนี้สมาชิกวุฒิสภาได้ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับการบริหารงานของวิสาหกิจฯ รวมถึงปัญหาอุปสรรคต่างๆ และแนะนำแนวทางด้านการบริหารให้กิจการสามารถรองรับความต้องการของท้องตลาดได้

ด้านประธานวิสาหกิจชุมชนสุวรรณฟรุตส์ กล่าวว่า ทางวิสาหกิจฯ ยังคงต้องการเงินทุนเพิ่มเติม เพื่อมาสนับสนุน ในการจัดหาวัตถุดิบจากเกษตรกร รวมถึงการนำมาพัฒนาบรรจุภัณฑ์ เพื่อขยายกำลังการผลิต ให้เพียงพอ ต่อยอดจำหน่ายที่ลูกค้าต้องการ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ หากมีแหล่งเงินทุนก็จะสามารถขยายกำลังการผลิตตรงนี้ได้

โดยทางสมาชิกวุฒิสภาได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการหาแหล่งเงินทุนเพื่อกูยืม เพื่อนำมาสนับสนุนการขยายกำลังการผลิตของวิสาหกิจฯ โดยต่อจากนี้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดเป็นพี่เลี้ยง เพื่อให้ทางวิสาหกิจฯ มีแหล่งเงินทุนต่อยอดต่อไป

ประธานวิสาหกิจชุมชนสุวรรณฟรุตส์ กล่าวว่าเพิ่มเติมอีกว่า รู้สึกดีใจที่ทางสมาชิกวุฒิสภามีการติดตามช่วยเหลือให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นกำลังใจในการต่อยอดการดำเนินกิจกรรมของวิสาหกิจฯ ให้ก้าวหน้าได้เป็นอย่างมาก โดยต่อจากนี้ตนตั้งใจที่จะต่อยอดให้ถึงจุดสูงสุดในอนาคต

ทั้งนี้วิสาหกิจชุมชนสุวรรณฟรุตส์ ตั้งอยู่เลขที่ 139 หมู่ 15 ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน เป็นวิสาหกิจชุมชนที่ตั้งขึ้นเพื่อช่วยส่งเสริมเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งเป็นการส่งเสริมอาชีพ และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในชุมชน โดยมีผลิตภัณฑ์ที่สำคัญ ได้แก่ ชาลำไย ชาเขียวอัสสัม ลําไยอบแห้ง และอื่นๆ ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน อย. มาตรฐาน GHP รองรับการส่งออก เพื่อขยายตลาดทั่วโลกอีกด้วย


นที มีเดช รายงาน

เกษตรลำพูน จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้อาสาสมัครเกษตรระดับจังหวัด พัฒนาศักยภาพสู่ผู้นำการเกษตรในพื้นที่

เกษตรลำพูน จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้อาสาสมัครเกษตรระดับจังหวัด พัฒนาศักยภาพสู่ผู้นำการเกษตรในพื้นที่

(23 กุมภาพันธ์ 2567) นางวิไล อุตส่าห์ เกษตรจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้อาสาสมัครเกษตรระดับจังหวัด หรือ อกษจ. เพื่อขับเคลื่อนงานอาสาสมัครเกษตรในพื้นที่ โดยมี ผศ.ดร.โชติพงศ์ กาญจนประโชติ จากคณะวิศวะกรรมและอุตสาหกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ บรรยาย หัวข้อ เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture Technology) และการจัดการฟาร์มอัจฉริยะ (Smart Farming) ให้แก่อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ทางการเกษตรสมัยใหม่ในการพัฒนาสู่การเป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) และเป็นผู้นำทางการเกษตรในพื้นที่ต่อไป

โอกาสนี้ทางสำนักงานเกษตรจังหวัด ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอ ดำเนินการคัดเลือกเกษตรหมู่บ้านและอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านตามบัญชีจัดสรร โดยพิจารณาจากคณะกรรมการอาสาสมัครเกษตรจังหวัด (อกษจ.) / ประธาน อกษอ. หรือผู้แทน จำนวน 30 ราย

ทั้งนี้จังหวัดลำพูน มีอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน หรือ อกม. ครอบคุลมทั้ง 8 อำเภอ ทุกหมู่บ้าน จำนวน 582 ราย ประกอบด้วย อำเภอเมืองลำพูน 164 ราย อำเภอแม่ทา 71 ราย อำเภอบ้านโฮ่ง 62 ราย อำเภอลี้ 99 ราย อำเภอทุ่งหัวช้าง 35 ราย อำเภอป่าซาง 90 ราย อำเภอบ้านธิ 36 ราย และอำเภอเวียงหนองล่อง 25 ราย ซึ่งได้ดำเนินการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร และหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาอย่างต่อเนื่อง โดย อกม. เป็นบุคคลที่มีความสำคัญ ที่จะร่วมขับเคลื่อนงานไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารทางการเกษตรที่เป็นประโยชน์ให้กับเกษตรกรในพื้นที่

นอกจากนี้ยังมีส่วนสนับสนุนเจ้าหน้าที่สำรวจ จัดเก็บข้อมูลพื้นฐานด้านการเกษตร การจัดทำแผนพัฒนาการเกษตร แผนพัฒนาการเกษตรระดับหมู่บ้าน ประสานงานการถ่ายทอดความรู้และแก้ไขปัญหาการเกษตร สนับสนุนในการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่าง ๆ รวมทั้งการรายงานสถานการณ์ฉุกเฉินเร่งด่วน


นที มีเดช รายงาน

อำเภอแม่ทา เตรียมจัดงานมหกรรมไม้แกะสลักและของดีอำเภอแม่ทา ครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 29 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2567

อำเภอแม่ทา เตรียมจัดงานมหกรรมไม้แกะสลักและของดีอำเภอแม่ทา ครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 29 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2567

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 ที่บริเวณภายในร้านสงัดแกะสลัก บ้านหนองยางไคล ตำบลทาทุ่งหลวง อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในการแถลงข่าว การจัดงานมหกรรมไม้แกะสลักและของดีอำเภอแม่ทา ครั้งที่ 10 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2567 ณ หมู่บ้านไม้แกะสลักตำบลทาทุ่งหลวง และบริเวณศูนย์ OTOP ทาทุ่งหลวง (บ้านหนองยางฟ้า) อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน โดยมีนายประกอบ ยอดยา นายอำเภอแม่ทา, นายวิทยา สะคำปัน รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน, นายวิทวัส จอมขันเงิน นายกเทศมนตรีตำบลทาทุ่งหลวง และนายฤทธิ์บัญชา สันติวรานุรักษ์ ประธานสหกรณ์บริการแกะสลักไม้แม่ทา ร่วมแถลงข่าว โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงสื่อมวลชน ให้ความสนใจร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก

สำหรับการจัดงานแถลงข่าวในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานของดีอำเภอแม่ทาให้เป็นที่รู้จัก และเชิญชวนนักท่องเที่ยว ผู้ที่ชื่นชอบเฟอร์นิเจอร์ของแต่งบ้าน และไม้แกะสลัก ได้เลือกซื้ออย่างจุใจ นอกจากนี้ภายในงาน ยังมีกิจกรรมการประกวดและการแสดง ของคนในชุมชนอีกมากมาย อาทิ นิทรรศการไม้แกะสลักและของดีอำเภอแม่ทา จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การประกวดฟ้อนเล็บ การประกวดธิดาไม้แกะสลักฯ กิจกรรมการออกร้านมัจฉากาชาด กิ่งกาชาดอําเภอแม่ทา การแสดงจากศิลปินล้านนา กิจกรรมตลาดพื้นบ้าน “กาดหมั้ว คัวแลง” กิจกรรมสาธิตการแกะสลักไม้ของช่างในชุมชน การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP และผลิตภัณฑ์ไม้แกะสลัก การแข่งขันแกะสลักไม้ประเภทประชาชน/เยาวชน พิธีไหว้ครูบูชาสิ่วช่างแกะสลักแม่ทา การแข่งขันขบวนแห่ไม้แกะสลักและของดีอำเภอแม่ทา และกิจกรรมอื่นอีกมากมาย และในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 จะมีพิธีเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ อีกด้วย


นที มีเดช รายงาน

รมว.กลาโหม ร่วมแถลงข่าวตรวจยึดยาบ้าล็อตใหญ่ 1.4 ล้านเม็ด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ร่วมกับ กองกำลังผาเมืองเชียงใหม่ และภาคีเครือข่าย แถลงผลการตรวจยึดยาบ้าล็อตใหญ่ 1.4 ล้านเม็ด มูลค่ากว่า 235 ล้านบาท หลังตรวจยึดได้ที่ฝั่งชายแดนแม่สายได้ ก่อนถูกลำเลียงเข้าในประเทศ

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลโท ประสาน แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 พลโท นฤทธิ์ ถาวรพงษ์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคเหนือ, พลตรี ประพัฒน์ พบสุวรรณ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง, นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดเชียงใหม่, ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงผลการตรวจยึดยาเสพติดของกองกำลังผาเมือง ที่ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

โดยในห้วงที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้รับรายงานจากสายข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามายังประเทศไทยในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อลำเลียงไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันที่ 21 กุมภา พันธ์ 2567 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบกลุ่มคนต้องสงสัยประมาณ 15-20 คน แบกสัมภาระเดินเข้ามามายังบริเวณพื้นที่เฝ้าตรวจ บ้านป่าแดง หมู่ที่ 5 ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย จึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มคนดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดการปะทะกันนานกว่า 5 นาที สุดท้ายกลุ่มคนร้ายได้หลบหนีถอยกลับไปยังชายแดนฝั่งเมียนมาร์ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปตรวจสอบยังจุดดังกล่าว

ผลการตรวจค้น พบของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุอยู่ภายในกระสอบดัดแปลง จำนวน 7 กระสอบ กระสอบละ 200,000 เม็ด รวมของกลางทั้งสิ้น จำนวน 1,400,000 เม็ด และไอซ์ จำนวน 1 กระสอบ จำนวน 25 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าทั้งหมด 235 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดของกลางไว้ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม การสกัดกั้นยาเสพติดในปี 2567 ของกองกำลังพลเมืองในห้วงตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 ถึงปัจจุบัน สามารถสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดได้ จำนวน 194 ครั้ง ตรวจยึดยาบ้าได้ 53.8 ล้านเม็ด, ไอซ์ 939 กิโลกรัม, ฝิ่น 113 กิโลกรัม, เฮโรอีน และเคตามีน ได้จำนวนหนึ่งและสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ จำนวน 213 คน กลุ่มขบวนการเสียชีวิต จำนวน 24 ราย จากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ทั้งหมดจำนวน 21 ครั้ง

ด้าน นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า การตรวจยึดครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งครั้งที่บ่งชี้ได้หลายเหตุ โดยเฉพาะทำให้เห็นถึงความพยายามของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในการกระทำความผิดที่เพิ่มขึ้น ซึ่งกองกำลังผาเมืองและกองทัพบกจะต้องเดินหน้าสกัดกั้นอย่างไม่ลดละ ขณะเดียวกันในช่วงปีที่ผ่านมาหากเทียบกับปีนี้ เห็นได้ชัดเจนว่าสถาน การณ์ยาเสพติดมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นจากจำนวนครั้งที่มีการปะทะ และจำนวนยาเสพติดที่สามารถตรวจยึดได้ที่เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับจำนวนผู้เสียชีวิตที่มีมากขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณกองทัพภาคที่ 3 และกองกำลังผาเมือง ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งสนองนโยบายรัฐบาลเป็นอย่างดี


นที มีเดช รายงาน

องคมนตรี ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลเทพรัตนเวชชานุกูล เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่


องคมนตรี ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของโรงพยาบาลที่มูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูลได้ให้การสนับสนุน ในปี 2567 ที่ โรงพยาบาลเทพรัตนเวชชานุกูล เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.45 น. พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ในฐานะรองประธานกรรมการมูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูล ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของโรงพยาบาลเทพรัตนเวชชานุกูล เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่มูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูลได้ให้การสนับสนุน ในปี 2567 โดยมี นายแพทย์ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ , นายแพทย์จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ , นายแพทย์จักร์ชัย ติตตะบุตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเทพรัตนเวชชานุกูลฯ , ส่วนราชการ และบุคลากรในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ร่วมให้การต้อนรับ

โรงพยาบาลเทพรัตนเวชชานุกูล เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา เดิมชื่อโรงพยาบาลแม่แจ่ม เป็นโรงพยาบาลประจำอำเภอ เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2517 ต่อมาในปี 2556 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานนามขึ้นใหม่ว่า “โรงพยาบาลเทพรัตนเวชชานุกูล เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา” ปัจจุบันรับผิดชอบดูแลประชากร รวมทั้งสิ้น 55,482 คน มีเครือข่ายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) 13 แห่ง และศูนย์สุขภาพเทศบาลตำบล 1 แห่ง มีบุคลากรทางการแพทย์ 195 คน ให้บริการผู้ป่วยนอกเฉลี่ย 250 คนต่อวัน และมีอัตราครองเตียงผู้ป่วยในเฉลี่ย 36 คนต่อวัน โรคที่พบในกลุ่มผู้ป่วยนอกส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อของทางเดินหายใจส่วนบน โรคกระเพาะ และกล้ามเนื้ออักเสบ ส่วนโรคที่พบในกลุ่มผู้ป่วยในส่วนใหญ่เกี่ยวกับภาวะปกติของเกลือแร่และสารน้ำ ภาวะความดันโลหิตสูง และโรคปอดอุดกั้นแบบเรื้อรัง

โดยที่ผ่านมามีผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลที่สำคัญ อาทิ การขจัดโรคเบาหวานและภาวะความดันโลหิตสูงด้วยศาสตร์พระราชา , การดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะ 5 ทั้งการฟอกไต ล้างไต ปลูกถ่ายไต , การดูแลสุขภาพจิต ปัญหายาเสพติด และสาธารณสุขในพื้นที่เฉพาะให้ได้รับการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันได้มีการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะผู้ป่วยเสพติดฝิ่นและเฮโรอีน ที่มีกว่า 850 คน รวมถึงยังมีการแก้ปัญหาโรคมะเร็งแบบครบวงจร , การแก้ไขปัญหาและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่บุคลากรในพื้นที่ , การวางรากฐานการแพทย์ปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการ

สำหรับแผนการพัฒนาโรงพยาบาลฯ ในระยะต่อไป จะสืบสาน พัฒนา ต่อยอดการดำเนินงานด้วยศาสตร์พระราชาควบคู่ไปกับการยกระดับการบริการด้วย Digital Health Transformation ตามแนวทาง Smart Hospital ให้เกิดคุณค่าแก่ผู้ป่วยและผู้ให้บริการ นอกจากนี้ยังได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างอาคารห้องชุดครอบครัว ภายใต้งบประมาณกว่า 12 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 1 ปี

โอกาสนี้ องคมนตรี ได้มอบสิ่งของเพื่อเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ป่วยใน ที่รักษาตัวอยู่ภายในโรงพยาบาลฯ พร้อมทั้งเยี่ยมชมการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของมูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูล ผลงานเด่นของโรงพยาบาลฯ และยังได้เยี่ยมชมร้านกาแฟมูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูลอีกด้วย


นที มีเดช รายงาน

“บิ๊กทิน” ขึ้นเหนือเยี่ยมทหารชายแดน ติดตามไฟป่า ปราบยาเสพติด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตรวจเยี่ยมชายแดนจังหวัดตาก พบปะเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังนเรศวร มอบสิ่งของบำรุงขวัญ ย้ำ จะดูแลสวัสดิการของกำลังพลชั้นผู้น้อยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 พลตรี กิตติพงษ์ ชื่นใจชน รองแม่ทัพภาคที่ 3/ รองผู้บัญชา การศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับ นาย สุทิน คลังเเสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะ ในโอกาสที่เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เพื่อรับทราบสถานการณ์ชายแดนในพื้นที่กองกำลังนเรศวร ณ ฐานปฏิบัติการ เสกสรรค์ บ้านแม่โกนเกน ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับฟังการบรรยายสรุปถึงสถานการณ์ชายแดนด้านจังหวัดตากและพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังนเรศวร รวมถึงเยี่ยมชมฐานปฏิบัติการทางทหาร และได้กรุณามอบสิ่งของบำรุงขวัญ กล่าวให้โอวาท และพบปะกำลังพล เพื่อเป็นการรักษาขวัญและกำลังใจ แก่กำลังป้องกันชายแดน กองกำลังนเรศวร โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก, ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร, ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 310, ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนู, หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35, หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 33 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ

โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวขอบคุณพี่น้องทหารที่ได้ทำหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยของชาติและรักษาความสงบสุขตามแนวชายแดน และได้กล่าวว่าจะดูแลสวัสดิการของกำลังพลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ในขีดความสามารถที่จะกระทำได้


นที มีเดช รายงาน

สภ.จอมทอง จว.เชียงใหม่ สนธิกำลังป่าไม้ จับกุมไม้แปรรูป ตอนแรกพบโซเฟอร์บอกว่าเป็นหินอ่อน .. “หินกลายเป็นไม้”

สภ.จอมทอง จว.เชียงใหม่ สนที่กำลังป่าไม้ จับกุมไม้แปรรูป ตอนแรกพบโซเฟอร์บอกว่าเป็นหินอ่อน .. “หินกลายเป็นไม้”

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 22:35 น. พันตำรวจเอก สิโณทัย ลิลิตธรรม ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรจอมทอง, พันตำรวจโท สุทัศน์ ทาระนัด รองผู้กำกับการปราบปรามสถานีตำรวจภูธรจอมทอง, พันตำรวจตรีสมชาย ลิดี สารวัตรปราบปรามสถานีตำรวจภูธรจอมทอง สั่งการให้เจ้าหน้าสายตรวจ 20, 201, สายตรวจเขต, ตู้ยามข่วงเปา สถานีตำรวจภูธรจอมทอง ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ได้ร่วมกันทำการจับกุม นายต้นน้ำ (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี พร้อมด้วยของกลาง จำนวน 2 รายการ คือ ไม้ประดู่แปรรูป จำนวน 30 แผ่น, รถยนต์โตโยต้าวีโก้ จำนวน 1 คัน

โดยกล่าวหาว่า ทำไม้หวงห้ามโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 มาตรา 11, มีไม้แปรรูปหวงห้ามชนิดอื่น นอกจากไม้สักเป็นจำนวนเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตร ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 มาตรา 48 ดดยสามารถจับกุม ได้ที่หน่วยบริการประชาชนตำบลข่วงเปา ม.2 ต.ข่วงเปา อ.จอมทอง จว.เชียงใหม่


นที มีเดช รายงาน

มทบ.ที่ 32 ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และกิจกรรมพัฒนาฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาแม่น้ำวัง เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

มณฑลทหารบกที่ 32 ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และกิจกรรมพัฒนาฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาแม่น้ำวัง เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 พันเอก บรรจง คะวงศ์ดอน รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 32 /จิตอาสา 904 พร้อมด้วย จิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 32, จิตอาสา 904 หลักสูตรหลักประจำรุ่นที่ 2/61 ,หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาเนื่องในวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย 24 กุมภาพันธ์ 2567 และกิจกรรมพัฒนาฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาแม่น้ำวัง เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 ที่บริเวณสวนสาธารณะภิรมย์ธาร ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง โดยมี นายชนาธิป เสมแย้ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธาน

โดยวันที่ 24 กุมภาพันธ์ เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระองค์ได้ทรงทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เป็นทั้งนักรบ นักปราชญ์และมีพระปรีชาสามารถยอดเยี่ยมในทางกวีและทางดนตรี รัชสมัยของพระองค์จึงได้รับการยกย่องว่าเป็น ยุคทองแห่งวรรณคดี ด้วยพระเกียรติ คุณของพระองค์ท่าน องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือองค์การยูเนสโก ได้ยกย่องให้พระองค์เป็นบุคคลสำคัญของโลก


นที มีเดช รายงาน