DSI ร่วมให้การต้อนรับกลุ่มบุคคลที่ได้รับ “การแก้ไขปัญหาคนไร้รัฐไร้สัญชาติ ด้วยการคัดกรองและการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA)”

DSI ร่วมให้การต้อนรับกลุ่มบุคคลที่ได้รับ “การแก้ไขปัญหาคนไร้รัฐไร้สัญชาติ ด้วยการคัดกรองและการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA)” ในโอกาสที่เข้าขอบคุณกระทรวงยุติธรรมที่ทำให้มีสถานะบุคคลทางทะเบียนราษฎรและได้รับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2567 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม 4-01 ชั้น 4 อาคารกระทรวงยุติธรรม : คณะบุคคลที่ได้รับ “การแก้ไขปัญหาคนไร้รัฐไร้สัญชาติ ด้วยการคัดกรองและการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA)” จากอำเภอฝาง อำเภออมก๋อย อำเภอแม่อาย อำเภอแม่เสรียง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ได้เดินทางเข้าขอบคุณกระทรวงยุติธรรมที่ทำให้มีสถานะบุคคลทางทะเบียนราษฎรและได้รับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานซึ่งพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิลอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน, นางสาวเอมอร เสียงใหญ่ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ, ร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวีร์ ไวยวุฒิ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์, นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ, นาย อังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการ กองกิจการอำนวยความยุติธรรม, นางสาว ปานใจ โวหารดี ผู้อำนวยการกองนิติวิทยาศาสตร์บริการให้การต้อนรับ

ในการนี้ ตัวแทนกลุ่มบุคคลได้กล่าวขอบคุณ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมที่เกี่ยวข้อง โดยมีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า “ขอขอบคุณทางกระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันบูรณาการและผนึกกำลังในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาให้กลุ่มคนไร้รัฐไร้สัญชาติ ทำให้หนูและเพื่อนๆ ได้มีตัวตนบนโลกใบนี้ อีกทั้งขอความกรุณากระทรวงยุติธรรม และผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการขับเคลื่อนการช่วยเหลือบุคคลที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือและแก้ปัญหาสถานะบุคคลให้ได้รับการช่วยเหลือ เพื่อที่จะได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานตามหลักสิทธิมนุษยชนต่อไป”

โอกาสนี้ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ขอขอบคุณ มูลนิธิเครือข่าย และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมกันขับเคลื่อนการช่วยเหลือกลุ่มบุคคลเหล่านี้ให้ได้รับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และเป็นผู้มีสิทธิเสรีภาพตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในการช่วยเหลือครั้งนี้ถือเป็นตัวชี้วัดที่กระทรวงยุติธรรมจะนำความยุติธรรมไปสู่ประชาชนได้อย่างทั่วถึง และรวดเร็ว รวมทั้งขอให้กำลังใจกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติหน้าที่เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ปกป้องสิทธิมนุษยชนให้ได้รับความคุ้มครองดูแลอย่างถึงที่สุดต่อไป

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

DSI สนธิกำลังกับหน่วยงานในพื้นที่ตรวจสอบ กรณี นายทุนยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ กว่า 91 ไร่

DSI สนธิกำลังกับหน่วยงานในพื้นที่ตรวจสอบ กรณี นายทุนยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ กว่า 91 ไร่ 

กรมสอบสวนคดีพิเศษ สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์
กรณี นายปรีชา (สงวนนามสกุล) ยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์เป็นคดีพิเศษที่ 312/2565 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ทำการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน พบว่ามีนายทุนเข้ามายึดถือครอบครองที่ดินของรัฐในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ในพื้นที่ตำบลสะเดาะพง และตำบลหนองแม่นา อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 14 แปลง รวมพื้นที่กว่า 91 ไร่อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พุทธศักราช 2507 พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พุทธศักราช 2562 และประมวลกฎหมายที่ดิน

โดยเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2567 กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ ภายใต้การอำนวยการของ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รักษาการแทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้ นายทัชชกร อรรณนพเพ็ชร รองผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายพงษ์ธวัช อ่วมสำอางค์ ผู้อำนวยการส่วนคดีทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม 1 พร้อมด้วยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเขาค้อ เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช. 2 (เขาค้อ) เจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการประสานงานโครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็กและศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ร่วมกันตรวจสอบพื้นที่หมู่ที่ 1 หมู่ที่ 2 หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 4 ตำบลหนองแม่นา และหมู่ที่ 3 ตำบลสะเดาะพง อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์จำนวน 14 แปลง รวมพื้นที่ที่มีการเข้ายึดถือครอบครองโดยผิดกฎหมายจำนวน กว่า 91 ไร่

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากกรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มอบหมายให้หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช. 2 (เขาค้อ) และหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาค้อ ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกรณีดังกล่าว อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้อนุมัติให้กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการสืบสวนและสอบสวน ตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1)แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พุทธศักราช 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนและขยายผลไปยังผู้ที่กระทำความผิดเข้ายึดถือครอบครองบุกรุกที่ดินของรัฐ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

พาณิชย์ฯ จ.นครราชสีมา,ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดงาน “แซ่บคักอีสาน ลำขนาดเมืองเหนือ”

สำนักงาน พาณิชย์จังหวัดนครราชสีมาร่วมกับสำนักงานพาณิชย์ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดงาน “แซ่บคักอีสาน ลำขนาดเมืองเหนือ” นำสินค้าชุมชน สินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป สินค้า GI ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมจำหน่ายสินค้า กว่า 80 ร้านค้า ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 เจเจมอลล์ จตุจักร ติดแอร์ ระหว่างวันที่ 31 มกราคม–4 กุมภาพันธ์ 2567

นายจีระศักดิ์ ศรีเพชร พาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา ได้กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพทางการค้าของผู้ประกอบการทั้งในด้านการเชื่อมโยงการค้าและการขยายตลาดทั้งในระดับชุมชน จังหวัด ภูมิภาค ในประเทศและต่างประเทศให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีต่างๆ รวมถึงให้มีรายได้อย่างต่อเนื่องและเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจและความร่วมมือทางการค้าระหว่างผู้ประกอบการและการจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชน ในชุมชนมีช่องทางการจำหน่ายสินค้าผ่านเครือข่ายทางการค้าต่าง ๆ เป็นการเพิ่มมูลค่าและยกระดับรายได้ให้กับเกษตรกร และผู้ประกอบการสินค้าชุมชนในพื้นที่และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ผลิตสินค้าชุมชน โดยมีกิจกรรมภายในงานได้แก่ กิจกรรม Online Business Matching ระหว่างประเทศไทยกับผู้นำเข้าต่างประเทศ, กิจกรรม Business Matching ในประเทศ กิจกรรมส่งเสริมการขาย กิจกรรม Workshop ร้อยสร้อยลูกปัดจากดินเผาด่านเกวียนนำกลับบ้านฟรี กิจกรรมนาทีทองสินค้าราคาสุดพิเศษ กิจกรรมลุ้นโชครับเครื่องใช้ไฟฟ้าฟรี เป็นต้น ซึ่งคาดว่าจะมียอดจำหน่ายภายในงานไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท”

ภายในงานพบกับ ผัดหมี่โคราช,ผ้าไหมสุรินทร์,ข้าวฮางงอกหนองบัวลำภู,หม่ำชัยภูมิ,เครื่องเงินน่าน,เครื่องเงินสุโขทัย,ผ้ามัดย้อมแพร่,ไส้อั่วเชียงราย,สินค้า GI ได้แก่ เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน,กาแฟวังน้ำเขียว,ผ้าไหมคึมมะอุบัวลาย มะขามเทศเพชรโนนไทย จากจังหวัดนครราชสีมา,ถั่วลายเสือจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน,หอมแดงจากจังหวัดศรีสะเกษสินค้า ผ้าไหมแพรวา จากจังหวัดกาฬสินธุ์ น้ำหมากเม่า ผ้าคราม จากจังหวัดสกลนคร สินค้าSoft Power กางเกงแมว เสื้อแมวโคราช และอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมรับชมการแสดงมินิคอนเสิร์ตฟรี จาก ไรอัล กาจบัณฑิต (1 ก.พ.),เอิร์น เดอะสตาร์ (3 ก.พ.) ระหว่างวันที่ 31 มกราคม–4 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 เจเจมอลล์ จตุจักร ติดแอร์


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

DSI จชต. ฝึกทบทวนการใช้อาวุธปืนประจำกาย เพื่อป้องกันตัวเองและเพื่อนร่วมงาน หากต้องเผชิญสถานการณ์จริง

DSI จชต.ฝึกทบทวนการใช้อาวุธปืนประจำกาย เพื่อป้องกันตัวเองและเพื่อนร่วมงาน หากต้องเผชิญสถานการณ์จริง

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชยพล สายทวี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานเปิดการฝึกอบรม โครงการฝึกทบทวนการใช้อาวุธปืนและยิงปืนด้วยกระสุนจริงประจำปี 2567 สำหรับข้าราชการซึ่งบรรจุอัตรากำลังพลช่วยราชการ กอ.รมน.ภาค 4 สน. และเจ้าหน้าที่ของศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ในการให้กำลังพล และข้าราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีขีดความสามารถและทักษะในการใช้อาวุธเพื่อปกป้องตนเอง เพื่อนร่วมงาน และประชาชนในพื้นที่ระหว่างวันที่ 28-29 มกราคม 2567 ณ สนามยิงปืนหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ค่ายจุฬาภรณ์ จังหวัดนราธิวาส

ทั้งนี้เนื่องจากศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีเขตพื้นที่รับผิดชอบ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และ 4 อำเภอ ของจังหวัดสงขลา ได้แก่ อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี และอำเภอสะบ้าย้อย ซึ่งมีเรื่องสืบสวน และสอบสวนคดีพิเศษจำนวนหลายคดี โดยเป็นคดีพิเศษที่มีความซับซ้อนและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน กระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและความมั่นคง ซึ่งมีผู้ทรงอิทธิพลเป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ซึ่งสร้างความเสียหายกับรัฐและประชาชนในพื้นที่อย่างรุนแรง

ดังนั้น ในการฝึกอบรมจึงเป็นการเพิ่มทักษะในการใช้อาวุธและทบทวนการปฏิบัติเพื่อให้กำลังพลเกิดความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่โดยได้รับการสนับสนุนสถานที่ฝึกและครูฝึกจาก นาวาเอกสันติ เกศศรีพงษ์ศา ผบ.กรม ร.3 พล.นย. และนาวาเอกวัชระ โคตรพัฒน์ รองผบ.กรม ร.3 พล.นย. ค่ายจุฬาภรณ์ จังหวัดนราธิวาส


ข่าวโดย : ตอริก สหสันติวรกุล

สุรเชษ รายงาน

สุวรรณภูมิ พร้อมรับผู้โดยสาร ช่วงเทศกาลตรุษจีน คาดเฉลี่ยวันละ 182,000 คน


ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิคาดผู้โดยสารเดินทางช่วงเทศกาลตรุษจีน เฉลี่ยวันละ 182,000 คน พร้อมบูรณาการทุกส่วนงานรองรับการเดินทางของผู้โดยสารให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย

นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลตรุษจีนระหว่างวันที่ 4 – 16 กุมภาพันธ์ 2567 (รวม 13 วัน) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) คาดการณ์จำนวนผู้โดยสารในภาพรวมที่เดินทางผ่าน ทสภ. ในช่วงดังกล่าว รวมทั้งสิ้น 2,366,940 คน หรือเฉลี่ยวันละประมาณ 182,072 คน แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ (รวมขาเข้า – ออก) จำนวน 1,949,564 คน และผู้โดยสารภายในประเทศ (รวมขาเข้า – ออก) จำนวน 417,376 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเทศกาลตรุษจีนของปีก่อนร้อยละ 32.73

สำหรับประมาณการเที่ยวบินในช่วงดังกล่าวคาดว่าจะมีเที่ยวบิน รวมทั้งสิ้นจำนวน 12,883 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ยวันละ 991 เที่ยวบิน โดยแบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ (รวมขาเข้า – ออก) จำนวน 9,878 เที่ยวบิน และเที่ยวบินภายในประเทศ (รวมขาเข้า – ออก) จำนวน 3,005 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นจากช่วงเทศกาลตรุษจีนของปีก่อนร้อยละ 19.99 โดยมีสายการบินขอเพิ่มเที่ยวบินพิเศษและเช่าเหมาลำ (Extra & Charter Flight) จำนวน 10 สายการบิน รวมทั้งสิ้น 226 เที่ยวบิน แบ่งออกเป็นเที่ยวบินภายในประเทศ จำนวน 73 เที่ยวบิน และเที่ยวบินระหว่างประเทศ จำนวน 153 เที่ยวบิน ซึ่งสายการบินที่ขอเพิ่มเที่ยวบินพิเศษมากที่สุด 3 อันดับแรก (รวมขาเข้า – ออก) คือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส จำนวน 73 เที่ยวบิน สายการบินไทยเวียตเจ็ท จำนวน 42 เที่ยวบิน และสายการบินเซี่ยงไฮ้แอร์ไลน์ จำนวน 26 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นจากช่วงเทศกาลตรุษจีนของปีก่อนร้อยละ 91.53

นายกิตติพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทสภ. ขานรับนโยบายกระทรวงคมนาคม “เดินทางทั่วไทย คมนาคมสะดวก ปลอดภัย ใส่ใจให้บริการประชาชน” โดยในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่คาดว่าจะมีผู้โดยสารชาวจีนเดินทางผ่าน ทสภ. เป็นจำนวนมากนั้น ได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ล่ามภาษาจีนสนับสนุนส่วนงานราชการหรือสายการบินเมื่อได้รับการร้องขอ รวมถึงประสานผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร จัดทำข้อความภาษาจีนเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารชาวจีนในการใช้บริการ และเพื่อให้การอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทสภ.ได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารมาใช้ระบบเช็กอินด้วยตนเองอัตโนมัติ (Common Use Self Service: CUSS) และระบบรับกระเป๋าสัมภาระอัตโนมัติ (Common Use Bag Drop: CUBD Kiosk) ซึ่งเป็นอีกทางเลือกให้ผู้โดยสารทำการเช็กอินและโหลดกระเป๋าด้วยตนเอง โดยไม่ต้องรอรับบริการที่เคาน์เตอร์สายการบิน

นอกจากนี้ ยังได้มีการนำแอปพลิเคชัน “SAWASDEE by AOT” ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารในการตรวจสอบบริการต่างๆ ของท่าอากาศยาน ช่วยให้สามารถวางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้น เพิ่มความสะดวกรวดเร็ว รวมถึง ทสภ. ยังได้บูรณาการการทำงานร่วมกับส่วนงานต่างๆ โดยได้มีการประสานสายการบินให้จัดเจ้าหน้าที่และเปิดเคาน์เตอร์เช็กอินเพิ่มมากขึ้นให้เพียงพอต่อการให้บริการ รวมถึงทำการตรวจบัตรโดยสารและโหลดสัมภาระล่วงหน้า 4 ชั่วโมง ลดความคับคั่งของผู้โดยสารขาออกที่มาก่อนเวลาปกติ 3 ชั่วโมง (ปัจจุบันดำเนินการแล้ว 23 สายการบิน) ประสานกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 เพิ่มอัตรากำลังบริเวณจุดตรวจหนังสือเดินทางทั้งขาเข้าและขาออก และประสานผู้ให้บริการภาคพื้นเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร และอุปกรณ์ในการให้บริการให้เพียงพอ

สำหรับการให้บริการระบบขนส่งรถสาธารณะ ผู้โดยสารสามารถเลือกใช้บริการขนส่งสาธารณะที่เชื่อมต่อกับสนามบินได้หลายรูปแบบ อาทิ รถแท็กซี่สาธารณะ รถไฟฟ้า Airport Rail Link รถโดยสารสาธารณะต่างๆ และรถลีมูซีน ของสนามบิน โดยในช่วงเวลาที่มีผู้โดยสารใช้บริการหนาแน่น ทสภ. จะมีการประสานผู้ให้บริการรถสาธารณะต่างๆ เตรียมรถให้พร้อมเข้ามาให้บริการแก่ผู้โดยสารในช่วงดังกล่าวให้เพียงพอ

ทั้งนี้ ภายหลังรัฐบาลได้ลงนามความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราซึ่งกันและกันสำหรับนักท่องเที่ยวไทยและจีน หรือ วีซ่าฟรี (Visa Free) ไทย – จีน อย่างเป็นทางการ โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 เป็นต้นไปนั้น คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น โดย ทสภ. เป็นประตูบานแรกที่สำคัญในการเปิดรับการเดินทางพร้อมให้บริการผู้โดยสารให้มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบินของประเทศต่อไป ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่ AOT Contact Center หมายเลขโทรศัพท์ 1722 ตลอด 24 ชั่วโมง


อัญมณี คงสินธ์ / ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ

นศ.ปปร.27 จัดโครงการพัฒนาชุมชนประชาธิปไตยอย่างยั่งยืนบนฐานทุนภูมิศาสตร์และวัฒนธรรม

สุพรรณบุรี – คณะนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า หลักสูตร การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง ปปร.รุ่นที่ 27 ได้ลงพื้นที่ ตำบลจระเข้สามพัน เพื่อทำโครงงานศึกษาในภาคพลเมือง เรื่องการพัฒนาชุมชนประชาธิปไตยอย่างยั่งยืนบนฐานทุนภูมิศาสตร์และวัฒนธรรม กรณีศึกษาเขตพื้นที่จรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี (Value Creation from Ecological and Cultural Capital in U-Thong District )

วันที่ 2 ก.พ.2567 นางพชรพรรณ มาตรศรี เปิดเผยว่าคณะนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า หลักสูตร การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง ปปร.รุ่นที่ 27 ได้ลงพื้นที่ ตำบลจระเข้สามพัน เพื่อทำโครงงานศึกษาในภาคพลเมือง เรื่องการพัฒนาชุมชนประชาธิปไตยอย่างยั่งยืนบนฐานทุนภูมิศาสตร์และวัฒนธรรม กรณีศึกษาเขตพื้นที่จรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี (Value Creation from Ecological and Cultural Capital in U-Thong District )

ในฐานะนักศึกษา ปปร.รุ่นที่ 27 และเป็นผู้ประสานงานส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ซึ่งไดัรับการต้อนรับและร่วมมือจากผู้นำชุมชนและชาวบ้าน ตำบลจรเข้สามพัน ทั้ง 15 หมู่บ้าน ในการจัดเวทีเสวนา แสดงความคิดเห็นและความต้องการ เรื่องการพัฒนาตำบลจรเข้ ในวิถีวัฒธรรม สิ่งแวดล้อม อุทยานน้ำตกพุม่วง ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยชุมชนคนจระเข้บริหารจัดการเอง

วัตถุประสงค์ในการจัดทำโครงงานกลุ่มความเข้มแข็งของระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ระบบพรรคการเมืองและการเลือกตั้งเท่านั้น แต่รากฐานที่แท้จริงของระบอบประชาธิป ไตยอยู่บนพื้นฐานของความเข้มแข็งของประชาชนภาคพลเมืองที่มีความตระหนักในสิทธิของตนและการเคารพสิทธิของผู้อื่น การรู้หน้าที่ความรับผิดชอบของตนต่อสังคมโดยรวมในฐานะพลเมือง รวมไปถึงความสามารถของชุมชนในการวางแผน การบริหารจัดการ และการร่วมกันพัฒนาสร้างความเจริญในพื้นที่ที่ชุมชนตั้งอยู่การส่งเสริมประชาธิปไตยในระดับพื้นที่เป็นปัจจัยสำคัญของความเข้มแข็งของระบอบประชาธิปไตยของประเทศ

การพัฒนาประชาธิปไตยในระดับพื้นที่ต้องเป็นการพัฒนาโดยประชาชนในพื้นที่เองร่วมกันทำ ตั้งแต่การออกแบบอนาคตของชุมชน การวางแนวทางการพัฒนา การวางกติกา และการขับเคลื่อนการดำเนินการที่ต่อเนื่องและยั่งยืน ดังนั้นการพัฒนาประชาธิปไตยในพื้นที่จึงเป็นการสร้างความสามารถให้ความสามารถของประชาชนในชุมชนในการบริหารจัดการตนเองและดึงศักยภาพของพื้นที่ออกมาสร้างมูลค่าและคุณค่าเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนในระยะยาว

โครงงานกลุ่มของหลักสูตร ปปร. 27 “กลุ่มบำรุงเมือง” ยึดเอาแนวทางส่งเสริมประชาธิปไตยระดับชุมชนพื้นที่ มาส่งเสริมการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนให้เติบโตทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองการปกครอง และการดูแลรักษาและใช้ประโยชน์สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนระยะยาวเพื่อประชาชนโดยประชาชนในพื้นที่ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมศักยภาพและสร้างความสามารถชุมชนจรเข้สามพันในการร่วมกันกำหนด


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

รร.อบจ.(บ้านเก่าวิทยา) กาญจนบุรี จัดงานเปิดบ้านจาจุรี ครั้งที่ 3 และกิจกรรม เยี่ยมชมผลงานของนักเรียน เผยแพร่ผลการจัดการเรียนการสอน ของสถานศึกษา ให้นักเรียนได้แสดงออก

รร.อบจ.(บ้านเก่าวิทยา) กาญจนบุรี จัดงานเปิดบ้านจาจุรี ครั้งที่ 3 และกิจกรรม เยี่ยมชมผลงานของนักเรียน เผยแพร่ผลการจัดการเรียนการสอน ของสถานศึกษา ให้นักเรียนได้แสดงออก

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.29 น. ที่โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี 1 (บ้านเก่าวิทยา) ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี นายประวัติ กิจธรรมกูลนิจ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี ได้เป็นประธาน ในพิธีเปิดงานบ้านจามจุรี ครั้งที่ 3 “บ้านเก่าวิทยา สถานศึกษาปลอดภัย ใส่ใจวิถี ฯ สร้างคนดีให้บ้านเมือง ประจำปีการศึกษา 2566 โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี ฯ “ 1- 2 กุมภาพันธ์ 67 โดยมี ส.อ.ชาญโรจน์ ทัณกาศ ผู้อำนวยการโรงเรียนองค์การบริหารจังหวัดกาญจนบุรี 1 (บ้านเก่าวิทยา) กล่าวรายงาน และให้การต้อนรับ พร้อมด้วย อดีต ผอ.ทั้ง 4 ท่าน ตั้งแต่เริ่มสร้าง รร. และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหาร คณะครู บุคลากร ผู้ปกครอง และนักเรียน ฯ

วัตถุประสงค์ มีดังนี้ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์งานการศึกษา และประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา และเผยแพร่ผลการจัดการเรียนการสอน ของสถานศึกษา โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนและครู ได้จัดแสดงผลงานของตนเองต่อชุมชน และเพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงออก ซึ่งความรู้ความสามารถด้านต่างๆ และเน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สำหรับนักเรียนจากประสบการณ์ตรง เพื่อให้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาและประชาสัมพันธ์การศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษา ตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลายของนักเรียน ชั้นประถมการศึกษาปีที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 การจัดงานครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จากโรงเรียนสถานบันการศึกษาต่างๆ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน แขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม กันอย่างคับคั่ง มีการจัดนิทรรศการ ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา คณะครุศาสตร์ วิทยาลัยอาชีวศึกษากาญจนบุรี อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ วิทยาลัยสงฆ์กาญจนบุรี ศรีไพบูลย์ และสโมสรฟุตบอลกาญจนบุรี ซิตี้

ภายในงานมีการจัดซุ้ม สาระการเรียนรู้ต่างๆ ผลงานของนักเรียน และการแข่งขันทักษะทางวิชาการ ระดับปนะถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และตอนปลาย มีโรงเรียนเข้าชมนิทรรศการผลงานการแสดงของนักเรียน กว่าสิบโรงเรียน พร้อม มอบเกียรติบัตร และของที่ระลึกให้กับแขกผู้มีเกียรติและร่วมจัดนิทรรศการ ต่อมาประธานในพิธี ก็ได้เดินเยี่ยมชมซุ้มนิทรรศการต่างๆ ในภายงาน

จากนั้นผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ นายประวัติ ฯ นายก อบจ.ว่ามีนโยบายจะการส่งเสริมและสนับสนุน โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี 1 (บ้านเก่าวิทยา) อย่างไรบ้าง นายก อบจ. ก็ได้เปิดเผยว่าบทบบาทหน้าที่จะมีการปรับนิดหนึ่ง จากเดิม อบจ.จะเน้นโครงสร้างพื้นฐาน ถนนหนทาง แสงไฟส่องสหว่าง แต่เดี๋ยวนี้เริ่มเน้นพัฒนาคนลงทุนกับคนทั้งในเรื่องของการศึกษาและเรื่องของสุขภาพ ตอนนี้มีโรงเรียนในสังกัด อบจ.อีกสองที่ คือโรงเรียนบ้านเก่าวิทยา กับโรงเรียนบ้านหนองอำเภอจีน อยู่อำเภอเลาขวัญกาญจนบุรี วันนี้มาเยี่ยมที่โรงเรียนบ้านเก่าวิทยา นำงบประมาณมาให้เพราะเห็นว่ายุคสมัยที่เปลี่ยนไป ถ้าการปรับตัวที่ไม่ทันเรื่องการศึกษาเด็กจะขาดโอกาส วันนี้เอางบประมาณมาให้เต็ม การทำห้องเรียนอัจฉริยะ แล้วก็การลงทุนเรื่องของคอมพิวเตอร์ การศึกษาเรื่องของภาษาเดิมที่นี่ เก่งเรื่องภาษาญี่ปุ่น และเติมภาษาอังกฤษเข้าไปให้ อนุมัติมาจากสภาแล้ว การจ้างครูที่เป็นชาวต่างชาติ เพื่อให้ได้สื่อสาร สู้คนทั่วโลกได้ จบจากที่นี่พูดภาษาอังกฤษได้คล่องเป็นเป้าหมายของ อบจ.ที่ลงทุนคุณภาพชีวิตคนให้มากขึ้น


# /////// กัมพล ทันเวลา //ทีมข่าวภาคตะวันตก

สุพรรณบุรี เดินหน้าแก้ปัญหา PM2.5 ส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร

สุพรรณบุรี – เดินหน้าแก้ปัญหา PM2.5 ส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร

วันที่ 1 ก.พ.2567 นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานเปิดงานสาธิตทดแทนการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรภายใต้โครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร ที่แปลงสาธิต บ้านมาบพะยอม หมู่ที่ 5 ต.หนองราชวัตร อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี โดยมีนายวสันต์ จี้ปูคำ เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวรายงานวัตถุ ประสงค์มีเกษตรอำเภอทั้ง 10 อำเภอ มีนางสาวธัญญารัตน์ กาญจนรัตน์ นายอำเภอหนองหญ้าไซ หัวหน้าส่วนราชการภาครัฐภาคเอกชน ประชาชน แลพเกษตรกรเข้าร่วมกิจกรรม

นายวสันต์ จี้ปูคำ เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า การสาธิตทดแทนการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร” ภายใต้โครงการส่งเสริม การหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร ปี 2567 ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีแนวทางให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมอย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพตรงจุด ทันต่อสถานการณ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดจำนวนจุดความร้อน(hotspots) ในพื้นที่เกษตร เพื่อให้สอดรับกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี จึงได้เล็งเห็นความสำคัญ และกำหนดจัดงาน “สาธิตทดแทนการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร” ภายใต้โครงการส่งเสริม การหยุดเผาในพื้นที่เกษตร ปี 2567 ที่แปลงสาธิต บ้านมาบพะยอม หมู่ที่ 5 ตำบลหนองราชวัตร อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี
โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ เพื่อสร้างการรับรู้ให้เกษตรกรตระหนักถึงผลกระทบจากการเผาในพื้นที่การเกษตร และนำเสนอทางเลือกการใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุทางการเกษตรและเทคโนโลยีทางการเกษตรทดแทนการเผา, เพื่อเกษตรกรสามารถปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตไปสู่ “การทำการเกษตรปลอดการเผา” และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, เพื่อสร้างเครือข่ายเกษตรปลอดการเผาในพื้นที่เกษตร มีกิจกรรมสาธิตที่ การส่งเสริมการใช้รถตัดอ้อยสด และการม้วน ใบอ้อยขาย ไม่เผาใบอ้อย, เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดภาวะโลกร้อน จากการเผาอ้อย ละถ่ายทอดความรู้และสาธิตการใช้เครื่องจักรกลไร้คนขับ สาธิตการใช้เครื่องกวาดรวมกอง และเครื่องอัดใบอ้อย แบบก้อนกลม โดย ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านวิศวกรรมเกษตร

ด้านนายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า การสาธิตทดแทนการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เป็นการสร้างเสริมความรู้และความเข้าใจของเกษตรกรให้ตระหนักถึงความสำคัญของผลกระทบ จากการเผาในพื้นที่เกษตร รวมถึงเป็น การเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายเกษตรกรเพื่อให้สามารถลดปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตร ด้วยการใช้เทคโนโลยีการจัดการ เศษวัสดุทางการเกษตร ทดแทนการเผา อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สามารถทำการเกษตรอย่างยั่งยืน การจัดงานสาธิตในวันนี้ นับว่าเป็นการถ่ายทอดความรู้ สาธิตให้เกษตรกรได้เห็นจริงและปฏิบัติจริง โดยหน่วยงานต่าง ๆ ได้นำองค์ความรู้มาถ่ายทอด ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี คาดหวังว่า หลังจากเข้าร่วมกิจกรรมสาธิต ทุกท่านสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ และปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตไปสู่ “การทำการเกษตรปลอดการเผา” และเป็นการทำการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเป็นโอกาสอันดี ของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ได้มาร่วมสร้างเครือข่ายเกษตรกรปลอดการเผาร่วมกัน


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

มุกดาหาร เชิญเที่ยวงานเทศกาลตรุษจีนมุก ครั้งที่ 4 ประจำปี 2567

มุกดาหาร – จังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับหอการค้ามุกดาหาร อบจ.มุกดาหาร และททท. เขตนครพนม เชิญเที่ยวงานเทศกาลตรุษจีนมุกดาหาร ครั้งที่ 4 ประจำปี 2567 ภายใต้โครงการพัฒนาการตลาดกิจกรรมและประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวกีฬาและนันทนาการจังหวัดมุกดาหาร สู่ความยั่งยืน กิจกรรมตรุษจีนมุก ซินจ่าวมุกดา หาร

วันที่ 02 กพ. 2567 ณ มูลนิธิการกุศลมุกดาหาร “เต็กก่า” จีหมกเกาะ เทศบาลเมืองมุก ดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยนายบุญเรือง เมฆฉิม รอง ผวจ.มุกดาหาร, นายภมร เชาว์ศิริกุล ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 (สกลนคร นครพนม มุกดาหาร), นางสาว เสาวนีย์ คนกล้า ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดนครพนม, นายกานต์พนธ์ เตชะเดชอภิพัฒธ์ ประธานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร, นายก อบจ.มุกดาหาร, ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดมุกดาหาร, ประธานมูลนิธิการกุศลมุกดาหาร, นายกสมาคมชาวไทยเชื้อสายเวียดนามจังหวัดมุกดาหาร, เหล่ากาชาด และประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหาร เข้าร่วมแถลงงานเทศกาลตรุษจีนมุกดาหาร ครั้งที่ 4 ประจำปี 2567 ภายใต้โครงการพัฒนาการตลาดกิจกรรมและประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวกีฬาและนันทนาการจังหวัดมุกดาหาร สู่ความยั่งยืน กิจกรรมตรุษจีนมุก ซินจ่าวมุกดาหาร

นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า มุกดาหารกำหนดจัดงานเทศกาลตรุษจีนมุก ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 8 – 11 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งจังหวัดมุกดา หาร มีทั้งคนไทย คนจีน ลาว เวียดนาม เชื้อสายจีนอยู่ในพื้นที่มายาวนานทำให้มีวัฒนธรรมที่มีเสน่ห์ งานตรุษจีนมุกเป็นกิจกรรมที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลายทั้งการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การแสดงสิงโต มังกร การแสดงดนตรีร่วมสมัย การแสดงบาสะโลปอินโดไชน่าริมฝั่งโขง การประกวดหนูน้อยไชน่า การประกวด Cover Dance กิจกรรมล่าลูกแก้วมังกร ทั้ง 7 ลูก เพื่อรับของรางวัลภายในงาน ตลอดทั้ง 4 วัน และยังมีร้านอาหารประจำเมืองมากกว่า 30 ร้านค้า

จังหวัดมุกดาหาร เชิญชวนร่วมงานตรุษจีนมุก ปี 2567 ระหว่างวันที่ 8 – 11 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 17.00 – 22.00 น. ณ บริเวณสี่แยกโรงแรมฮั่วนำ พร้อมร่วมสนุกกับการแต่งกายคอสเพลย์, ชุดกี่เพ้า ,ชุดอ่าวหญ่าย ลุ้นรับรางวัลแต่งกายยอดเยี่ยม มูลค่ามากกกว่า 5,000 พันบาท เพียงถ่ายภาพ ติดแฮชแท็กงาน ตรุษจีนมุกดาหาร


อนุศักดิ์ – เสาวภา แสนวิเศษ // มุกดาหาร 081-5449094

คนขับรถทัวร์ลาวระหว่างประเทศถูกรางวัลที่ 1 รับ 6 ล้าน


มุกดาหาร – คนขับรถทัวร์ลาวระหว่างประเทศ ถูกรางวัลที่ 1 จำนวน รับ 6 ล้านบาท งวดวันที่ 1 ก.พ. 2567 หมายเลข 607063 ได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่บริเวณด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 เงินที่ได้เป็นทุนการศึกษาให้ลูก 3 คน และแบ่งทำบุญ ส่วนตนเองก็จะขับรถทัวร์โดยสารระหว่างประเทศเหมือนเดิม

วันที่ 1 ก.พ. 67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสดใส ทองสีวง ชาวลาวเป็นคนขับรถโดยสารระหว่างประเทศ หมายเลขรถ 4-003 สะหวันนะเขต – มุกดหาร หมายเลขทะเบียน บก – 1053 สะหวันนะเขต ได้ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลไทย งวดวันที่ 1 ก.พ. 2567 หมายเลข 607063 จำนวน 1 ใบ เป็นเงิน 6 ล้านบาท

จากการสอบถาม นายสดใส ทองสีวง บอกว่า ดีใจที่ถูกรางวัลที่ 1 ได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่บริเวณด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 ซื้อประมาณ 10 ใบ ส่วนเลขที่ถูกรางวัลที่ 1 ปกติตนเองจะซื้อเลขท้ายทะเบียนรถ คือ 053 แต่ซื้อไม่มี ก็เลยได้ซื้อ 063 จึงตรงกับเลขของรางวัลที่ 1 ของงวดนี้

ส่วนเงินที่ได้จะเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาของลูก 3 คน และแบ่งทำบุญส่วนหนึ่ง และส่วนอื่นยังไม่ได้วางแผน ส่วนตนเองก็จะขับรถทัวร์โดยสารระหว่างประเทศเหมือนเดิม ..


อนุศักดิ์ – เสาวภา แสนวิเศษ // มุกดาหาร 081-5449094