จันทบุรี จัดงาน Fruit Innovation Fair 2024 ส่งเสริมเป็นศูนย์กลาง ผลไม้เมืองร้อนในภูมิภาคเอเชีย

จันทบุรี – จัดงาน Fruit Innovation Fair 2024 ส่งเสริมเป็นศูนย์กลางการปลูก แปรรูป การค้าขาย และคลังความรู้ด้านผลไม้เมืองร้อนในภูมิภาคเอเชีย พัฒนาขีดความสามารถของชาวสวนผลไม้เมืองร้อนไทยและผู้ประกอบการให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของตลาดในอนาคต

วันนี้ (2 ก.พ.67) ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ชั้น 2 อำเภอเมืองจันทบุรี นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการน้อมนำศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน “กิจกรรม Fruit Innovation Fair Chanthaburi” โดยหอการค้าจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด สภาเกษตรกรจังหวัด ส่วนราชการภาครัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมให้จังหวัดจันทบุรีเป็นศูนย์กลางการปลูก แปรรูป การค้าขาย และคลังความรู้ด้านผลไม้เมืองร้อนในภูมิภาคเอเชีย เติมเต็มระบบนิเวศทางธุรกิจผลไม้เมืองร้อนไทยสู่รูปแบบมาตรฐานสากลผ่านการจัดงานแสดงสินค้า การจัดนิทรรศการ และการจับคู่ธุรกิจเชื่อมโยงองค์ความรู้การปลูกผลไม้เมืองร้อน การบริหารจัดการฟาร์ม การแปรรูป และการค้าขาย โดยให้จังหวัดจันทบุรีเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่อุปสงค์และอุปทานของเอเชีย และเพื่อพัฒนาขีดความสามารถของชาวสวนผลไม้เมืองร้อนไทยและผู้ประกอบการให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของตลาดในอนาคต

งาน Fruit Innovation Fair 2024 ครั้งนี้ ได้จัดขึ้นจำนวน 3 วัน ระหว่างวันที่ 2 – 4 กุมภา พันธ์ 2567 ซึ่งจะมีการแสดงสินค้าเกี่ยวกับนวัตกรรมด้านการเกษตร โดยได้รับความร่วมมือจากบูทของบริษัทต่างๆ ที่นำเสนอนวัตกรรมด้านการเกษตร อาทิ เครื่องมือเครื่องใช้ เทค โนโลยีด้านการเกษตร ผลิตภัณฑ์แปรรูปโมเดลต้นแบบการบริการด้านการเงิน การขึ้นทะเบียนเกษตรกร การขึ้นทะเบียนใบ GAP การขึ้นทะเบียนขอออกโฉนดเพื่อการเกษตร และอื่นๆ อีกมากมายภายในงาน และมีการจัดสัมมนาวิชาการตลอดทั้งงาน โดยผู้เข้าร่วมสัมมนาทางวิชาการเป็นนักศึกษา เกษตรกร และผู้ที่สนใจเกี่ยวกับองค์ความรู้ด้านการเกษตร


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี 089-6767346
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก 062-7584334

จันทบุรี ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ

จันทบุรี – ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนการยกระดับเมืองและการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ระดับกลุ่มจังหวัด/จังหวัด ของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2

วันนี้ (2 ก.พ.67) ที่ห้องประชุมโรงแรมบลูแรบบิท จังหวัดจันทบุรี นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเป็นประธานการประชุม คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดจันทบุรี หรือ กรอ.จังหวัด ครั้งที่ 1/2567 ที่เป็นการประชุมนอกสถานที่ เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากภาครัฐ และเอกชนเดินหน้าแผนโครงการที่เป็นประโยชน์แก่เศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดจันทบุรี

โดยครั้งนี้มีเรื่องเพื่อทราบ ที่สำคัญ อาทิ รายงานสภาวะทางเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2, การขับเคลื่อนการยกระดับเมืองและการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ระดับกลุ่มจังหวัด/จังหวัด ของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2, แผนการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2 จันทบุรี-ตราด-นครนายก-ปราจีนบุรี สระแก้ว แผนพัฒนากลุ่มจังหวัดประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2568 และแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก2 เรื่อง เพื่อพิจารณาข้อเสนอด้านการค้า การลงทุน อุตสาหกรรม ด้านแรงงาน ด้านโครงสร้างพื้นฐาน และระบบโลจิสติกส์ ด้านสังคม ด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา ด้านกฎระเบียบ และด้านอื่นๆ เป็นต้น


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี 089-6767346
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก 062-7584334

โจรเส้นใหญ่! ตีเนียนเป็นเจ้าของร้าน ก่อนลักเส้นใหญ่ฝากเมีย

นครนายก – (ภาพจากกล้องวงจรปิด)จับภาพโจรแสบ ขับมอเตอร์ไซค์มาจอด ย่องเข้าร้านขายก๋วยเตี๋ยว ลักเส้นใหญ่ฝากเมีย

เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 1 ก.พ.2567 เวลา 22. 41 น. กล้องวงจรปิดจับภาพชายวัยรุ่น ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงินดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สวมหมวกกันน๊อกใส่เสื้อแขนยาวกางเกงขาสั้น มาจอดหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวแล้วควักโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาคู่สายพร้อมบทสนทนาว่าเอาเส้นอะไร มีแต่เส้นใหญ่ เส้นเล็กไม่มี ระหว่างที่คู่สายทำทีท่างงว่าอะไรคือเส้นใหญ่ จนกระทั่งชายดังกล่าวจะตัดบทว่ามีแต่เส้นใหญ่นะ แล้วหยิบเอาเส้นใหญ่ก่อนที่จะขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังที่เกิดเหตุบริเวณบ้านเลขที่ 348/3 ตำบลเกาะหวาย อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก เป็นบ้านปูนชั้นเดียวทรงโมเดิ้ลเปิดเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยว ชื่อว่าร้าน ”ก๋วยเตี๋ยว เฮียโล้ย เจ้าเก่ารสเด็ด” ซึ่งร้านดังกล่าวเป็นร้ายก๋วยเตี๋ยวเจ้าดังในตำบลเกาะหวาย และได้พบกับนายประเทือง สารศาสตร์สุนทร หรือ เฮียโล้ย อายุ 56 ปี เจ้าของร้านได้เล่าให้ฟังว่า ตนเองได้ย้ายมาเปิดร้านอยู่ที่ร้านใหม่แห่งนี้ได้ 3 เดือนเศษ และก็ได้ขยี้เส้นใหญ่เก็บเอาไว้ในตู้ก๋วยเตี๋ยวที่ตั้งอยู่หน้าร้านทุกวัน เพื่อที่จะทำการขายในตอนเช้า เหมือนเราเตรียมความพร้อมไว้ขายวันต่อๆไป แต่พอตนตื่นขึ้นมาก็ต้องตกใจเมื่อเส้นใหญ่ที่อยู่ในตู้หายไป 5 กิโล ตนก็เอะใจนึกว่าหมาคงคาบไป ก็เลยเดินหาเพราะถ้าหมาคาบมันคงจะเรี่ยราดบ้างหรือไม่ก็เห็นเศษเส้นใหญ่บ้างแต่มันกลับไม่เหลือร่องรอยอะไรไว้ให้ดูเลยก็เลยงงๆ รอให้ลูกชายตื่นแล้วเปิดกล้องวงจรปิดดูก็เลยถึงบางอ้อว่า ไอ้โจรแสบ โจรเส้นใหญ่มันมาขโมยเส้นก๋วยเตี๋ยวเราถึงหน้าร้านก็เลยทำให้เช้านี้เหนื่อยและวุ่นกันไปพอสมควร เพราะเส้นใหญ่ที่ฉีกขยี้เอาไว้ขาย มันหายไปก็อยากจะฝากถึงผู้ก่อเหตุว่าเรื่องนี้ไม่อยากแจ้งความ บางทีมันก็มองดูเป็นเรื่องโจ๊กและอยากจะให้ผู้ก่อเหตุนั้นมาขอโทษ เข้ามาที่ร้านก็ได้เพราะเรื่องนี้ตนไม่ติดใจเอาความขอให้ผู้ก่อเหตุสำนึกโทษ และมาขอโทษกับสิ่งที่ทำไปเท่านั้นก็พอ


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครนายก

ผกก.วิเชียรฯ ต่อยอดความดี จาก สภ.ด่านแม่คำมัน จ.อุตรดิตถ์ สู่ สภ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ปันน้ำใจ ถวายสิ่งของแด่พระภิกษุ

ผกก.วิเชียรฯ ต่อยอดความดี จาก สภ. ด่านแม่คำมัน จ.อุตรดิตถ์ สู่ สภ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ปันน้ำใจ ถวายสิ่งของแด่พระภิกษุ

วันนี้ (2 ก.พ.67) เวลาประมาณ 10.00 น. พ.ต.อ.วิเชียร เพชรเสนา ผกก.สภ.ชาติตระการ ภ.จว.พิษณุโลก ได้นำข้าราชการตำรวจ สภ.ชาติตระการ ประกอบด้วย ชุดจิตอาสา ชุดตำรวจชุมชนสัมพันธ์ เจ้าหน้าที่สายตรวจ เจ้าหน้าที่จราจร ร่วมกันนำสิ่งของเครื่องใช้ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ถวายแด่ พระครู คูณ ปลื้มจันทร์ วัย 79 ปี เจ้าคณะตำบลบ้านดง อำเภอชาติตระการ ซึ่งอาพาธ ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้ ก่อนนี้ท่านพระครูคูณ ได้จำวัดอยู่ที่วัดน้ำทองน้อย ต.บ้านดง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ไม่มีผู้ดูแล ท่านเจ้าคณะอำเภอชาติตระการจึงได้นิมนต์ให้ท่านพระครูคูณ มาจำวัดที่วัดโพนไทรงาม ซึ่งจะมีพระภิกษุสงฆ์ช่วยกันดูแลช่วยเหลือท่านพระครูคูณ ได้

พ.ต.อ.วิเชียร เพชรเสนา ผกก.สภ.ชาติตระการ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันพระ หลังจากที่ทราบว่าที่วัดโพนไทรงาม มีพระภิกษุสงฆ์อาพาธ มาพักรักษาตัวอยู่ที่วัดจำนวน 1 รูป จึงได้ถือโอกาสนำข้าราชการในสังกัดมาให้ความช่วยเหลือดังกล่าว ประกอบกับวันนี้เป็นวันพระก็จะได้เป็นการร่วมทำบุญอีกส่วนหนึ่งด้วย

นอกจากนี้ พ.ต.อ.วิเชียรฯ ยังได้กล่าวว่า เมื่อครั้งที่ตนดำรงตำแหน่งเป็น ผกก.สภ.ด่านแม่คำมัน ภ.จว.อุตรดิตถ์ มีโครงการหรือกิจกรรม นำข้าราชการตำรวจในสังกัด ช่วยเหลือชาวบ้านที่ยากไร้ เดือดร้อน ต้องการความช่วยเหลือ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของคนในครอบครัว โดยจะร่วมกับผู้นำชุมชน อสม. และทุกภาคส่วนเข้าทำการช่วยเหลือ เห็นว่าเป็นโครงการที่ดี เป็นกิจกรรมดี ๆ ที่มีให้กับสังคม เมื่อย้ายมาดำรงตำแหน่งเป็น ผกก.สภ.ชาติตระการ จึงได้สานต่อโครงการหรือกิจกรรมดังกล่าว ใช้ชื่อว่าโครงการ “สภ.ชาติตระการ ปันน้ำใจ”
หลังจากได้ร่วมกันถวายสิ่งของเครื่องใช้แก่ท่านพระครูคูณแล้ว ท่านพระครู พร้อมด้วยท่านเจ้าคณะอำเภอชาติตระการ ได้ให้ศีลให้พรแก่ข้าราชการตำรวจ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต


นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

เชิดชูเกียรติทหารกล้า 3 กุมภาพันธ์ วันทหารผ่านศึก

เชิดชูเกียรติทหารกล้า 3 กุมภาพันธ์ วันทหารผ่านศึก

“วันทหารผ่านศึก” คือ วันอะไร หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศไทยได้ส่งกำลังทหารเข้าร่วมทำการรบในสงครามมหาเอเชียบูรพา เมื่อสิ้นสุดสงครามทหารได้ถูกปลดประจำการกะทันหัน ส่งผลให้ทหารและครอบครัว ได้รับความเดือดร้อนในการครองชีพเป็นอย่างยิ่ง กระทรวงกลาโหมเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแล จึงพิจารณาดำเนินการช่วยเหลือ และได้จัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาหาทางช่วยเหลือทหารกองหนุนขึ้น เมื่อ 11 กันยายน 2489 ต่อมากระทรวงกลาโหมได้เสนอพระราชบัญญัติจัดตั้งองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก หรือเรียกโดยย่อว่า “อผศ.” เพื่อทำหน้าที่ให้การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกและครอบครัว พระราชบัญญัติฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2491 จึงได้ยึดถือวันที่ 3 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็น “วันทหารผ่านศึก”

#วันทหารผ่านศึกประจำปี2567

#wvothailand#honortheheroes#องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก#ทหารผ่านศึก#กองทัพบก


กองทัพบก

ผบ.ทสส. เป็นประธาน เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ครบรอบปีที่ 69

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ครบรอบปีที่ 69 ในวันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 ณ หอประชุมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ถนนวิภาวดีรังสิต เขตดินแดง กรุงเทพฯ

วันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ครบรอบปีที่ 69 โดยมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป ณ หอประชุมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เพื่อความเป็นสิริมงคล และอุทิศส่วนกุศลให้กับอดีตผู้บังคับบัญชา ข้าราชการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ และนัก ศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ที่ล่วงลับไปแล้ว จากนั้นได้มีการประชุมใหญ่สามัญสมาคมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรฯ ประจำปี 2567 และงานคืนสู่เหย้าวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร The Power of Blue “พลัง วปอ. เพื่อสังคม”

ทั้งนี้ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เป็นสถาบันการศึกษาและการวิจัยระดับสูงของกระทรวงกลาโหม ตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกรมเสนาธิการกลาโหม พ.ศ.2498 ลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2498 เพื่อ “ประศาสน์วิทยาการด้านการป้องกันราชอาณาจักรให้แก่ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทั้ง ฝ่ายทหาร และฝ่ายพลเรือน เพื่อให้เกิดความสำนึกและตระหนักในความรับผิดชอบร่วมกันในอันที่จะต้องป้องกัน ต่อสู้ การจัด สรรพกำลัง การปกครอง และการรักษาความสงบของประเทศ” โดยที่ผ่านมาได้ผลิตนักศึกษาซึ่งประกอบด้วยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ฝ่ายทหาร ฝ่ายพลเรือน และพนักงานรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งผู้บริหารจากภาคเอกชน และภาคการเมือง ให้เป็นผู้นำระดับยุทธศาสตร์ มีความสามารถในการคิด วิเคราะห์ ตกลงใจ มีความรับผิดชอบต่อสังคมและความมั่นคงแห่งชาติ มีความรู้ด้านความมั่นคงชั้นแนวหน้าของประเทศ เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างเครือข่ายด้านความมั่นคงที่ดีของชาติต่อไป


กองบัญชาการกองทัพไทย

รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค 3 นำจิตอาสา มอบผ้าห่มกันหนาว บรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้สูงอายุ เด็กบนยอดดอย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค 3 นำจิตอาสา มอบผ้าห่มกันหนาว บรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้สูงอายุ เด็กบนยอดดอย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา นำจิตอาสา 904 กำลังพลจิตอาสาพระราชทาน และชุดบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พร้อมรถยนต์ตรวจการณ์ จำนวน 2 คัน ลงพื้นที่มอบผ้าห่มกันหนาว กองบัญชาการกองทัพไทย จำนวน 300 ผืน เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือนร้อนให้กับประชาชน ผู้สูงอายุ เด็ก ที่ได้รับผลกระทบจากอากาศหนาวเย็นในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 20 องศาเซลเซียส ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างหน่วยงานราชการ กับประชาชนในพื้นที่ โดยมี ผู้นำชุมชนให้การต้อนรับและร่วมลงพื้นที่แจกจ่ายผ้าห่มกันหนาว ณ พื้นที่ บ้านแม่เตี๊ยะใน หมู่ 3 และ บ้านห้วยขนุน หมู่ที่ 9 ตำบลดอยแก้ว อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่


นที มีเดช รายงาน

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ทอดพระเนตรการดำเนินงานโครงการทหารพันธุ์ดี มทบ.310 ค่ายวชิรปราการ จังหวัดตาก

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ทอดพระเนตรการดำเนินงานโครงการทหารพันธุ์ดี มณฑลทหารบกที่ 310 ค่ายวชิรปราการ จังหวัดตาก

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการดำเนินงานโครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายวชิรปราการ ตำบลเชียงเงิน อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก โดยมี พลโท ประสาน แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3, พลตรี เจษฎา เงินกอบทอง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 310, ผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3, ผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดตาก, นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน, นายทวีวัฒน์ สืบสุขมั่นสกุล ผู้อำนวยการสำนักงาชลประทานที่ 4, นายดุษฎี พรพระแก้ว ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรม, นายมาโนช ตุ้มทอง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานตาก และส่วนราชการหน่วยงาน เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ ฯ

รองอธิบดีกรมชลประทาน ได้กราบบังคมทูลรายงานการสนับสนุนโครงการจัดหาแหล่งน้ำสนับสนุนโครงการทหารพันธุ์ดี มณฑลทหารบกที่ 310 ค่ายวชิรปราการ โดยกรมชลประทานได้ดำเนินการ ก่อสร้างโรงสูบน้ำขนาดเล็ก จำนวน 1 แห่ง อัตราการสูบน้ำ 7.2 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง สูบน้ำจากสระเดิม ความจุ 200,000 ลูกบาศก์เมตร ระบบท่อส่งน้ำ ขนาด 3 นิ้ว ยาว 1,169 เมตร และอาคารหอถัง ขนาด 10 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 2 แห่ง ดำเนินการแล้วเสร็จ เมื่อเดือนมิถุนายน 2564 และได้ดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำทหารพันธุ์ดีพร้อมระบบส่งน้ำ ความจุที่ระดับเก็บกัก 133,000 ลูกบาศก์เมตร ทำนบดินสูง 6 เมตร ความยาว 340 เมตร ระบบท่อส่งน้ำ ขนาด 8 นิ้ว ยาว 776 เมตร ดำเนินการแล้วเสร็จ เมื่อเดือนมกราคม 2565 โดยโครงการดังกล่าวจะเป็นแหล่งน้ำสนับสนุนโครงการทหารพันธุ์ดี ในพื้นที่แปลงเกษตร 44 ไร่ เพื่อให้มีปริมาณน้ำเพียงพอตลอดทั้งปี รวมถึงเป็นแหล่งน้ำสนับสนุนค่ายวชิรปราการในกิจกรรมต่าง ๆ ต่อไป

โครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายวชิรปราการ เริ่มดำเนินงานเมื่อเดือนกันยายน 2561 โดยมี มณฑลทหารบกที่ 310, กรมทหารราบที่ 14, กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 14, กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 14 และกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 14 เป็นผู้ดำเนินงาน มีกิจกรรมหลักประกอบด้วย การปลูกผักปลอดภัยรวมถึงสมุนไพรท้องถิ่นและสมุนไพรหายาก การทดลองปลูกผักเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ผัก ทูลเกล้าฯ ถวายสำรองไว้เพื่อพระราชทานให้แก่ราษฎรที่ประสบภัยและขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ โดยส่งเข้าคลังเก็บที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์พืชพระราชทาน “เพื่อนช่วยเพื่อน” พื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ณ ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ จังหวัดพิษณุโลก

นอกจากนี้ โครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายวชิรปราการได้ ร่วมกับ กองกำลังนเรศวร ดำเนินโครงการทหารพันธุ์ดี “ชุมชนเบิกบาน อาหารปลอดภัย” โดยเข้าช่วยเหลือโรงเรียนในการปลูกผักปลอดภัย จำนวน 20 โรงเรียน ในพื้นที่ 7 อำเภอ และได้จัดชุดปฏิบัติการทหารพันธุ์ดีและกำลังพลเข้าแนะนำและส่งเสริมการปลูกผักปลอดภัย การเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงปลา เพื่อผลิตเป็นอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียน อีกทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้และขยายผลไปยังผู้ปกครองและชุมชนใกล้เคียง รวมถึงช่วยส่งเสริมให้นักเรียนโรงเรียนวิวัฒน์พลเมืองได้ศึกษาเรียนรู้การทำปศุสัตว์ โดยมีการเลี้ยงไก่พันธุ์ประดู่หางดำเพื่อขยายพันธุ์

โอกาสนี้ได้ทอดพระเนตรแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์พระราชทาน แปลงผักมณฑลทหารบกที่ 310 รวมถึงแปลงผักสมุนไพรและการผลิตลูกประคบสมุนไพร ทรงรับฟังรายงานการดำเนินงานโครงการทหารพันธุ์ดีของหน่วย การขยายผลโครงการทหารพันธุ์ดี “ชุมชนเบิกบาน อาหารปลอดภัย” แก่ชุมชนเครือข่ายหรือครอบครัวนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและหมู่บ้านในพื้นที่ตะเข็บชายแดน

ในการนี้ทรงเปิดป้ายศูนย์ผลิตพันธุ์ปลาน้ำจืดพระราชทาน “เพื่อนช่วยเพื่อน” ภาคตะวันตกตอนบน ซึ่งเริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2564 บนพื้นที่ประมาณ 4 ไร่ ในค่ายวชิรปราการ จังหวัดตาก โดยในปี 2566 ได้ผลิตพันธุ์ปลานิลจิตรลดา น้อมเกล้าฯ ถวายเพื่อพระราชทานแก่ราษฎร จำนวน 1,232,100 ตัว จากนั้น เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรการดำเนินงานโครงการทหารพันธุ์ดี กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 14 พร้อมทั้งพระราชทานชื่อลูกแพะเกิดใหม่พันธุ์แบล็คเบงกอลว่า “นาคราช” เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ โครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายวชิรปราการ โอกาสนี้ ได้พระราชทานพระราโชวาทแก่ทหารพันธุ์ดีผู้ปฏิบัติงานเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

โครงการทหารพันธุ์ดี เป็นความร่วมมือระหว่างมูลนิธิชัยพัฒนา โดยศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริและกองทัพบก ในการปฏิบัติงานสนองพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยมีพระประสงค์ให้ทหารกองประจำการมีความรู้และประสบการณ์ในการปลูกผักปลอดภัยและการเลี้ยงสัตว์ สามารถนำกลับไปใช้ในการดำรงชีวิตและขยายผลสร้างเครือข่ายในชุมชนที่อยู่อาศัย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่พสกนิกรชาวไทยให้มีความมั่นคงด้านอาหารสืบไป


นที มีเดช รายงาน

องคมนตรี ตรวจเยี่ยมโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมคณะ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน พร้อมทั้งพบปะให้กำลังใจแก่คณะผู้บริหาร ครู และเด็กนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ

โอกาสนี้ พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ได้รับฟังผลการดำเนินงาน และรับทราบปัญหาและความต้องการในด้านต่างๆ พร้อมทั้ง เยี่ยมชมนิทรรศการ และพบปะพูดคุยให้กำลังใจแก่เด็กนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 โดยที่ผ่านมาทางโรงเรียนได้ประสบปัญหาเรื่องท่อน้ำแตก ทำให้มีปัญหาในเรื่องน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ซึ่งทางจังหวัดเชียงใหม่ก็ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการแก้ไขจนกลับมาสามารถใช้งานได้ตามปกติแล้ว ขณะที่การพัฒนาในด้านต่างๆ ทางมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ก็จะยังให้การสนับสนุนกับทางโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดสรรคอมพิวเตอร์มาให้เพิ่มเติม เพื่อให้เด็กนักเรียนได้มีโอกาสเข้าถึงสื่อความรู้ต่างๆ รวมถึงทันต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่มากขึ้น ขณะที่ในเรื่องของไฟฟ้า ก็ได้ประสานกับทางกระทรวงศึกษาธิการในการนำระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (โซล่าเซลล์) เข้ามาติดตั้งให้กับทางโรงเรียนได้ใช้ประโยชน์ ก็ทำให้ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า รวมถึงการช่วยพัฒนาในด้านวิชาเรียนต่างๆ เพื่อให้เด็กนักเรียนมีความรู้ที่ดีขึ้นทัดเทียมกับเด็กนักเรียนในชุมชนเมือง ส่วนการติดตามความเป็นอยู่ของเด็กนักเรียน ได้มีการตั้งกลุ่ม Line ของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ โดยได้เปิดโอกาสให้คณะครู อาจารย์ ได้เข้ามาอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย เพื่อที่จะได้ติดตามความเคลื่อนไหว พร้อมทั้งสื่อสารและให้การช่วยเหลือกันได้อย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ ได้ขอให้เด็กนักเรียนทุกคนตั้งใจเรียนอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้เป็นทุนชีวิตติดตัวและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิตได้ในอนาคต


นที มีเดช รายงาน

DSI ทลายแหล่งเก็บสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้ค้าส่งรายใหญ่ในตลาดเช้าสำเพ็ง

DSI ทลายแหล่งเก็บสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้ค้าส่งรายใหญ่ในตลาดเช้าสำเพ็ง

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2567 เวลาประมาณ 10.00 น. ภายใต้การอำนวยการของพันตำรวจโท พเยาว์ ทองเสน รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และร้อยตำรวจเอกพลสัณห์ เทิดสงวน ผู้อำนวยการกองคดีทรัพย์สินทางปัญญา ได้สั่งการให้ นายมาโนช ก้องเกียรติพานิช ผู้อำนวยการส่วนคดีทรัพย์สินทางปัญญา 2 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองคดีทรัพย์สินทางปัญญา นำหมายค้นของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเข้าทำการตรวจค้นอาคารพาณิชย์เก็บสินค้าในซอยพระยามนธาตุ ย่านบางบอน กรุงเทพมหานคร จำนวน 5 แห่ง โดยมีตัวแทนผู้เสียหายเข้าร่วมสังเกตการณ์ ผลการตรวจค้นพบสินค้า ประเภทกระเป๋า เข็มขัด นาฬิกา แว่นตาและเครื่องประดับต่างๆ หลากหลายยี่ห้อที่มีลักษณะปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร อาทิ หลุยส์ วีตตอง (LOUIS VUITTON) พราด้า (PRADA) กุชชี่ (GUCCI) ชาเเนล (CHANEL) และยี่ห้ออื่นๆ จำนวนทั้งสิ้นกว่า 20,000 ชิ้น รวมมูลค่าความเสียหาย หรือมูลค่าตามราคาท้องตลาดกว่า 50 ล้านบาท  เมื่อผู้เสียหายชี้ยืนยันว่าเป็นสินค้าที่ละเมิดเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดสินค้าทั้งหมด นำมาตรวจสอบเพื่อดำเนินคดีต่อไป

โดยจากการสืบสวนพบว่า ร้านค้าดังกล่าวเป็นผู้ค้าส่งรายใหญ่ตั้งอยู่ในตลาดเช้าสำเพ็ง ซึ่งเป็นแหล่งค้าส่งใจกลางกรุงเทพฯ และวางจำหน่ายสินค้าอย่างเปิดเผยเป็นที่รู้จักของชาวไทยและชาวต่างชาติโดยทั่วไป รวมทั้งจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าทางบริษัทขนส่งและไปรษณีย์ และได้กระจายจัดเก็บสินค้าไว้ในอาคารพาณิชย์ต่างๆ ย่านบางบอน รวมจำนวน 5 แห่งเพื่อปิดบังและอำพรางการกระทำความผิดดังกล่าว

การลักลอบจำหน่ายสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศ อันอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศ นับเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่จะต้องดำเนินการสืบสวนปราบปรามอย่างจริงจังเด็ดขาด เพื่อให้สำนักผู้แทนการค้าของสหรัฐ (USTR) จัดอันดับสถานะทางการค้าประเทศไทยให้ออกจากบัญชีประเทศที่ถูกจับตา (Watch List -WL) ตามลำดับต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน