วช.จัดงาน “วันนักประดิษฐ์ 2567” ยิ่งใหญ่ โชว์สิ่งประดิษฐ์ของไทยและนานาชาติ ประชัน กว่า 1,500 ผลงาน

วช. จัดงาน “วันนักประดิษฐ์ 2567” ยิ่งใหญ่ โชว์สิ่งประดิษฐ์ของไทยและนานาชาติ ประชัน กว่า 1,500 ผลงาน

เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2567 : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะหน่วยงานกลางด้านการวิจัยและการประดิษฐ์ ร่วมกับ หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรด้านการวิจัยและการประดิษฐ์คิดค้นนานาชาติ จัดงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2567” (Thailand Inventors’ Day 2024) ภายใต้แนวคิด “สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมนำประเทศ” ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 25 เพื่อน้อมรำลึกถึงวันประวัติศาสตร์ การทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย” และเพื่อสนับสนุนผลงานการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับนักประดิษฐ์ นักวิจัยไทย พร้อมก้าวสู่เวทีในระดับโลก โดยภายในงานมีการประชันผลงาน การสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์คิดค้นโดยฝีมือคนไทยกว่า 1,500 ผลงาน ณ อีเวนต์ ฮอลล์ 100 – 102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

ทั้งนี้ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รมว.อว. ได้ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “การวิจัยและนวัตกรรม ฐานการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน” และกล่าวในพิธีเพื่อนำเข้าสู่งาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2567” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวรายงาน และมี Mr. Alireza Rastegar President of the International Federation of Inventors ; Associations (IFIA) กล่าวแสดงความยินดี พร้อมมีนายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ (ปลัด อว.),ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม,ศ.กิตติคุณ นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมประเด็นเป้าหมายด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม,ผู้บริหาร (อว.),ผู้บริหารหน่วยงาน,ผู้ทรงคุณวุฒิ (วช.) และผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

นางสาวศุภมาสฯ กล่าวว่า การที่ประเทศจะพัฒนาก้าวหน้าในปัจจุบัน การวิจัยและนวัตกรรมถือเป็นส่วนหนึ่งซึ่งจะช่วยขับเคลื่อน และผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมได้ถูกนำมาใช้เป็นกลไกหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดในการพัฒนาประเทศของรัฐบาลไทย ที่จะทำให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมภายในประเทศให้มีความทัดเทียมกับนานาประเทศ (อว.) เป็นกระทรวงเศรษฐกิจ ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศ เป็นที่พึ่งของประชาชนในการพัฒนาเศรษฐกิจ ตลอดจนแก้ไขปัญหาสำคัญทางสังคม ซึ่งเน้นความสำคัญ คือ “เอกชนนำ รัฐสนับสนุน” เนื่องจากการวิจัยและนวัตกรรมที่นำไปสู่การใช้ประโยชน์ได้ดีนั้น ผู้ใช้ประโยชน์ควรเป็นผู้กำหนดทิศทางว่าควรทำอย่างไร องคาพยพของ (อว.) พร้อมดำเนินการสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง และสร้างความร่วมมือในการทำงานอย่างใกล้ชิดกับเอกชนอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อกำหนดเป้าหมายให้ตรงกัน มุ่งส่งเสริมการสร้าง และสนับสนุนผู้ประกอบการนวัตกรรม เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการนวัตกรรมในทุกระดับ

“ปัจจุบัน (อว.) ได้สร้างงานวิจัยที่คำนึงถึงประเด็นสำคัญของประเทศ และของโลก เช่น Go Green,พอเพียง,ความยั่งยืน,Carbon Neutrality และ AI เป็นต้น เพราะโลกยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการเติบโตแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการวิจัยและนวัตกรรมเป็นอย่างมาก ได้มอบนโยบายและเป้าหมายที่ชัดเจนทั้งในส่วนของการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยในด้านของ ววน. นั้น มีนโยบายที่สำคัญ 4 ข้อด้วยกัน คือ

  1. สนับสนุน (ววน.) ในอุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหา สร้างนวัตกรรม สร้างอุตสาหกรรมใหม่
  2. กำหนดสัดส่วนการลงทุน (ววน.) ในอุตสาหกรรมเป้าหมายให้ชัดเจน ทั้งที่เป็นส่วน Applied Science หรือ Frontier Research โดยขอให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล แต่ไม่ปิดกั้นโอกาสให้นักวิจัยค้นพบเรื่องใหม่ๆ
  3. ส่งเสริม Start Up โดยให้มหาวิทยาลัยทำหน้าที่เป็น Incubator และสนับสนุนกลไก Matching Fund และ
  4. พัฒนาคน พัฒนานักวิจัย ไปพร้อมกับการพัฒนานวัตกรรม โดย (อว.) พร้อมเร่งผลิต นักประดิษฐ์และนักวิจัยรุ่นใหม่ให้นำผลงานมาใช้พัฒนาประเทศได้จริง เพื่อยกระดับนำไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน” รมว.อว.กล่าว

ด้าน ดร.วิภารัตน์ฯ กล่าวว่า การจัดงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2567 หรือ Thailand Inventors’ Day 2024 (วช.) ภายใต้กระทรวง (อว.) ได้ร่วมกับ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานด้านการประดิษฐ์คิดค้น ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ นำผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมเข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการ กว่า 1,500 ผลงาน ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งนิทรรศการ ไฮไลต์ อาทิ นวัตกรรมพลังงานไฟฟ้าเพื่อชีวิตที่ดีกว่า การป้องกันภัยพิบัติ การอยู่ร่วมกันระหว่างป่า คน ชุมชน และช้างป่า การเกษตรวิถีเมือง เป็นต้น ซึ่งภายในนิทรรศการดังกล่าวจัดให้มีกิจกรรมสอดแทรกการเรียนรู้ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ สร้างความตระหนักและให้เห็นความสำคัญของการวิจัยการประดิษฐ์คิดค้น และนวัตกรรม ซึ่งเกี่ยวข้องกับบริบททางสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาประเทศ ที่สอดรับกับสถานการณ์โลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้น วันนักประดิษฐ์ จึงเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้กับนักประดิษฐ์ และผู้ประกอบการต่างๆ จากทั้งภายในและต่างประเทศได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้แสดงศักยภาพด้านการประดิษฐ์คิดค้นด้วยผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมให้ก้าวสู่โลกยุคใหม่ อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านผู้มีความสนใจเข้าร่วมชมงาน “วันนักประดิษฐ์ 2567” (Thailand Inventors’ Day 2024) ระหว่างวันที่ 2 – 6 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.00 – 17.00 น. ณ อีเวนต์ ฮอลล์ 100 – 102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สมาคมแม่บ้านตำรวจ ร่วมกิจกรรมแสดงสินค้าตามโครงการ “หนึ่งจังหวัดหนึ่งผลิตภัณฑ์” One Province One Product (OPOP)

สมาคมแม่บ้านตำรวจ ร่วมกิจกรรมแสดงสินค้าตามโครงการ “หนึ่งจังหวัดหนึ่งผลิตภัณฑ์” One Province One Product (OPOP)

วันที่ 2 ก.พ.2567 เวลา 14.30 น. คุณนิภาพรรณ สุขวิมล นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ พร้อมด้วย อุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ และกรรมการบริหารสมาคมแม่บ้านตำรวจ, พล.ต.ท.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบช.ภ.1, คุณวัชรี แก้วแสงเอก ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1, คณะชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1, คณะ กต.ตร.ภ.1 และที่ปรึกษาตำรวจภูธรภาค 1

ร่วมกิจกรรมการแสดงสินค้าตามโครงการ “หนึ่งจังหวัดหนึ่งผลิตภัณฑ์” One Province One Product (OPOP) ของชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1 ณ โรงแรมคลาสสิค คามิโอ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตข้าราชการตำรวจและครอบครัวในการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ของ ข้าราชการตำรวจและครอบครัว และส่งเสริมการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับครอบครัวตำรวจให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดงาน “วันนักประดิษฐ์ 2567” ครั้งที่ 25 นักประดิษฐ์ และนักวิจัย ทั้งไทยและนานานชาติ ขนทัพผลงานประชันแน่นงาน

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดงาน “วันนักประดิษฐ์ 2567” ครั้งที่ 25 นักประดิษฐ์ และนักวิจัย ทั้งไทยและนานานชาติ ขนทัพผลงานประชันแน่นงาน

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ทรงเปิดงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2567 และพระราชทานพระราชวโรกาสให้ผู้ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ เข้าเฝ้ารับพระราชทานเกียรติบัตรรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ซึ่งสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดงานขึ้นภายใต้แนวคิด “สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม นำประเทศ” จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 25 เพื่อน้อมรำลึกถึงวันประวัติศาสตร์ การทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” เครื่องกลเติมอาการที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย แด่พระบาทสมเด็จพระบรม ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย” โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีฯ, นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ปลัด อว.), ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) และ นักประดิษฐ์-นักวิจัยสาขาต่างๆ ทั้งไทยและต่างประเทศเฝ้าฯ รับเสด็จ ณ Event Hall 100-102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร โดยการจัดงานจะจัดไปจนถึงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ศกนี้

ในการนี้ได้พระราชทานรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2567 ให้กับนักประดิษฐ์ นักวิจัยไทย ทั้งในส่วนรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น และรางวัลวิทยานิพนธ์ จำนวนกว่า 170 คน ในปีนี้มีนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2567 เข้ารับพระราชทานรางวัล 9 คน จาก 7 สาขาวิชาการ ได้แก่

  • สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ และคณิตศาสตร์ มีผู้ได้รับรางวัล 2 ท่าน ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.อุบลลักษณ์ รัตนศักดิ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา และ ดร.ธิติ บวรรัตนารักษ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้แก่ ศ.พญ.ธันวีร์ ภูธนกิจ คณะแพทยศาสตร์จุฬาลง กรณ์
  • สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา มีผู้รับรางวัล 2 ท่าน ได้แก่ รศ.สพ.ดร.วิน สุรเชษฐพงษ์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ ศ.ดร.เบญจมาส เชียรศิลป์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  • สาขานิติศาสตร์ ได้แก่ รศ.ดร.นาถนิรันดร์ จันทร์งาม คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • สาขารัฐศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์ ได้แก่ ดร.ไชยันต์ ไชยพร คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สาขาสังคมวิทยา ได้แก่ ศ. ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี คณะสังคมศาสตร์
  • สาขาการศึกษา ศ.ดร.ใจทิพย์ ณ สงขลา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จากนั้น เสด็จฯ ทอดพระเนตร นิทรรศการผลงานสิ่งประดิษฐ์ งานวิจัย และนวัตกรรม ด้านการ เกษตร การแพทย์ คุณภาพชีวิต สังคมสูงวัย มากกว่า 1,000 ผลงาน ซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มาจากนักประดิษฐ์ไทย นักประดิษฐ์นานาชาติมากกว่า 500 ผลงานจาก 30 องค์กรนานา ชาติ รวมถึงโซนของการจัดแสดงผลงานระดับเยาวชน ในระดับอุดมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวะศึกษา กว่า 700 ผลงาน ที่ผ่านการคัดเลือกในการประกวดสิ่งประดิษฐ์ Thailand New Gen Invertors Award 2024 : I-New Gen Award 2024 ด้วยความสนพระทัยยิ่ง

ด้านนักประดิษฐ์ที่ได้เข้าเฝ้าฯ นำผลงานจัดแสดงให้ทอดพระเนตร ได้ร่วมเผยความรู้สึกเริ่มจาก นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล จาก สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ เจ้าของผลงาน “โดรนอัจฉริยะ (Smart Drone)” กล่าวว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงให้ความสนพระทัยในผลงานชิ้นนี้ ทรงรับสั่งว่าดีใจที่คนไทยสามารถประดิษฐ์โดรนใช้งานได้เอง และยังสามารถพัฒนาซอท์ฟแวร์ให้โดรนทำงานได้หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดรนเดลิเวอรี่ โดรนกู้ภัย ที่จะช่วยให้เข้าถึงพื้นที่ห่างไกลที่เดินทางลำบากโดยเฉพาะพื้นที่บนภูเขาสูง หรือในยามประสบภัยโดรนสามารถเข้าถึงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

“ผมได้กราบบังคมทูลว่า สมาคมฯ โดยการสนับสนุนของ (วช.) ได้นำผลงานโดรนอัจฉริยะนี้ไปร่วมประกวดผลงานสิ่งประดิษฐ์ในระดับนานาชาติในหลายประเทศ และได้รับรางวัลมาก มาย และสนับสนุนส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้มีโอกาสเรียนรู้การประดิษฐ์โดรน การพัฒนาฮาร์ดแวร์–ซอท์ฟแวร์ เพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจและสร้างบุคคลากรที่จะสามารถต่อยอดในการพัฒนาโดรนให้มีประสิทธิภาพ ทำงานได้หลากหลายตามความต้องการของประเทศ จะช่วยลดต้นทุนการนำเข้าได้เป็นอย่างดี”

ดร.รัชพล เต๋จ๊ะยา โรงเรียนสตรีวิทยา เจ้าของผลงาน “แก้วอังวะ : การผสมผสานทางวัฒนธรรมของกระจกแก้วกลมสู่การผลิตอย่างโบราณเพื่อการบูรณะและต่อยอดงานศิลปกรรม” กล่าวว่า แก้วอังวะนี้เป็นวัสดุเชิงวัฒนธรรมเกิดจากการที่ต่อยอยองค์ความรู้การหุงกระจกเกรียบโบราณของไทย ตามที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงแนะนำเรื่องการต่อยอด องค์ความรู้การหุงกระจก ที่ปรากฏในสมุดไทยดำ หอสมุดแห่งชาติ จึงก่อเกิดเป็นวัสดุศาสตร์นวัตกรรมเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญ

“ทรงมีรับสั่งว่าดีใจที่ได้เห็นวัสดุเชิงวัฒนธรรมที่นำมาใช้ในการบูรณะอย่างเป็นรูปธรรม เป็น การอนุรักษ์งานศิลปกรรมประดับกระจกเกรียบตามอย่างงานช่างโบราณ ในสถานที่สำคัญซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ อันเป็นการบูรณะ อนุรักษ์อย่างยั่งยืน ที่สำคัญคือการธำรงไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ แห่งรัตนโกสินทร์ให้คงอยู่อย่างงดงาม ดังชื่อบ้านนามเมือง สิ่งประดิษฐ์แก้วอังวะนี้ ได้นำไปใช้ในการบูรณะ ปฎิสังขรสถาปัตยกรรมภายในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดโพธิ์ และยังได้รับสั่งถึง พระศรีรัตนเจดีย์ ที่อยู่ภายในวัดพระแก้ว ซึ่งประดับตกแต่งด้วยแก้วผสานกับทองคำแท้ ที่นำเข้ามาจากเวนิช ประเทศอิตาลี ในครั้งรัชกาลที่ 5 ซึ่งผมก็จะได้น้อมนำไปค้นคว้าวิจัยและศึกษาต่อไปให้สำเร็จ เพื่อให้เราสามารถผลิตโมเสกแก้วดังกล่าว เพื่อนำมาใช้เป็นวัสดุเชิงวัฒนธรรมในการบูรณะอนุรักษ์งานศิลปกรรมของชาติให้งดงามต่อไป”

“วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2567 ผู้ร่วมงานจะได้พบนิทรรศการผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัต กรรมมากกว่า 1,000 ผลงานอาทิ นิทรรศการ “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย” และนิทรรศ การเฉลิมพระเกียรติฯ, นิทรรศการ รางวัลการวิจัยแห่งชาติ, นิทรรศการสิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมจากหน่วยงานเครือข่ายในประเทศและต่างประเทศ, มหกรรมประกวดสิ่งประดิษฐ์นานาชาติ IPITEx 2024, นิทรรศการประกวดสิ่งประดิษฐ์ระดับเยาวชน Thailand New Gen Inventors Award 2024 : I-New Gen Award 2024, กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนานักประดิษฐ์รุ่นเยาว์ โซนตลาดสินค้าและนวัตกรรมจำหน่ายในราคาพิเศษ นิทรรศการ Highlight Zone อาทิ นิทรรศการ The Survival game ตะลุยแดนภัยพิบัติ ที่นำเสนอแกมส์หนีภัยสึนามิในโลกเสมือนจริง นิทรรศการ Fruit Fun Fair ผลไม้หรรษา ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ผลงานวิจัยมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ส้มโอฉายรังสี ทุเรียน Fresh cut ฯลฯ และ การเสวนาและฝึกอบรม มากกว่า 100 หัวข้อ อาทิ การเสวนาในหัวข้อการส่งเสริมการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการประดิษฐ์คิดค้น การฝึกอบรมอาชีพ

ลงทะเบียนและดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://inventorsday.nrct.go.th
ผู้สนใจสามารถแวะชมงานได้ตั้งแต่วันที่ 2-6 กุมภาพันธ์นี้ ที่ ณ Event Hall 100 – 102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“ศุภมาส” เปิดตัวรถบัสไฟฟ้าไร้คนขับ ต้นแบบเทคโนโลยี 5G คันแรกของไทย หนุนระบบอัตโนมัติช่วยลดอุบัติเหตุ พร้อมขยายผลสู่พื้นที่อื่นของประเทศ

“ศุภมาส” เปิดตัวรถบัสไฟฟ้าไร้คนขับ ต้นแบบเทคโนโลยี 5G คันแรกของไทย หนุนระบบอัตโนมัติช่วยลดอุบัติเหตุ พร้อมขยายผลสู่พื้นที่อื่นของประเทศ

เมื่อวันที่ 31 ม.ค.2567 : นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดการสาธิตการใช้งานรถบัสไฟฟ้าไร้คนขับต้นแบบร่วมกับการสื่อสารด้วยโมบายแอปพลิเคชั่นด้วยเทคโนโลยี 5G คันแรกของไทย โดยมี นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการ รมว.อว., ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, นายประพันธ์ ตรีบุบผา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรี อยุธยา, นายพิชัย สุวรรณกิจบริหาร ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.), รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ,นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ, ว่าที่ร้อยตรีสมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีนครพระนคร ศรีอยุธยา, นายสยาม เตียวตรานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน), รศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล หัวหน้าโครงการวิจัย ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาความยั่งยืน และหัวหน้าศูนย์วิจัย Mobility and Vehicle Technology Research Center (MOVE) มจธ. เข้าร่วม ณ โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

นางสาวศุภมาสฯ กล่าวว่า โครงการรถไฟฟ้าไร้คนขับต้นแบบฯ ดำเนินการโดย มจธ. และ บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) โดยมี วศ. ร่วมในการวิจัยและพัฒนา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) เพื่อพัฒนางานวิจัยและองค์ความรู้ด้านรถบัสไฟฟ้าไร้คนขับ และเทคโนโลยีการสื่อสาร 5G รวมทั้งดำเนินการทดสอบและสาธิตการใช้งานรถบัสไฟฟ้าไร้คนขับในเขตโบราณสถานเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และขยายผลไปยังพื้นที่อื่นในอนาคต ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่ทุกฝ่ายจะได้แบ่งปันองค์ความรู้ และแลกเปลี่ยนบุคลากร ในการดำเนินโครงการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าขับเคลื่อนอัตโนมัติร่วมกัน เพื่อพัฒนางานวิจัยไปใช้ประโยชน์จริงและยกระดับผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

“นี่ถือเป็นโครงการแรกๆ ของประเทศในการพัฒนารถไร้คนขับ ซี่งจะนำมาสู่การพัฒนาและต่อยอดได้ในอนาคต โดยมีเป้าหมายสร้างรถที่ช่วยลดอุบัติเหตุ สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี และสร้างความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจของประเทศ และเมื่อเทคโนโลยี C-V2X (Cellular Vehicle-to-Everything) แพร่หลายมากขึ้น ยานยนต์ไฟฟ้ามีการนำไปเชื่อมต่อใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ในเส้นทางสัญจร จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชนที่ใช้เส้นทางร่วมกัน เพราะระบบอัตโนมัติจะมาช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้ และจะเป็นการนำเครือข่าย 5G มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภคด้วย” และเป็นหน่วยบริการสำคัญให้กับทุกภาคส่วนต่อไป” รมว.อว.กล่าว

ด้านนายแพทย์รุ่งเรือง กล่าวถึงบทบาทความร่วมมือสำคัญของ (วศ.) ในการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ขับขี่อัตโนมัติ ว่า โครงการดังกล่าว (วศ.) ได้ร่วมพัฒนาและทดสอบระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ หรือ Advanced Driver-Assistance System : ADAS ไปจนถึงระบบยานยนต์เชื่อมต่อและขับขี่อัตโนมัติ (Connected and Autonomous Vehicle: CAV) พร้อมทั้งศึกษาและพัฒนาวิธีทดสอบสมรรถนะ และระบบความปลอดภัยของยานยนต์สมัยใหม่ ที่จะมีบทบาทสำคัญสำหรับอนาคตอุตสาหกรรมยานยนต์ฯลฯ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมระดับ Mega Trend ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ อีกทั้ง (วศ.) ได้จัดตั้งศูนย์ทดสอบยานยนต์เชื่อมต่อและขับขี่อัตโนมัติ (T-CAV) ที่ EECi วังจันทร์วัลเลย์ จังหวัดระยอง เพื่อจัดทำเป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้านยานยนต์แห่งอนาคตของประเทศ นอกจากนี้ (วศ.) ตั้งเป้าใช้ประโยชน์จากศูนย์ T-CAV เป็นแหล่งให้บริการศึกษาวิจัยด้านความปลอดภัยในการขับขี่และผู้ใช้ถนน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

15 ผลงานเด่นระดับอุดมศึกษา รับรางวัลติดดาว ในกิจกรรมบ่มเพาะเสริมสมรรถนะด้านการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม

15 ผลงานเด่นระดับอุดมศึกษารับรางวัลติดดาว ในกิจกรรมบ่มเพาะเสริมสมรรถนะด้านการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดกิจกรรมการเพิ่มศักยภาพและมาตรฐานบุคลากรอุดมศึกษา: บ่มเพาะและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม โดยมี ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) เป็นประธานและกล่าวแสดงความยินดีในการมอบรางวัลกิจกรรมติดดาวและเกียรติบัตรให้แก่ผู้เข้าร่วมการบ่มเพาะ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมมารวย การ์เด้น กรุงเทพฯ

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) กล่าวว่า กิจกรรมการเพิ่มศักยภาพและมาตรฐานบุคลากรอุดมศึกษา: บ่มเพาะและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม ประจำปี 2567 ได้รับการตอบรับจาก นิสิต นักศึกษาและอาจารย์ที่ปรึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาในการร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก กิจกรรมมุ่งเน้นการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาทักษะและเทคนิคในด้านการประดิษฐ์คิดค้นและนวัตกรรม ให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานและพัฒนางานประดิษฐ์ที่ได้มาตรฐานตอบโจทย์ผู้ใช้ประโยชน์ต่อไปในอนาคต

สำหรับรางวัลติดดาว ผลงานการนำเสนอได้อย่างโดดเด่นจำนวน 15 ผลงาน ใน 5 กลุ่มเรื่อง ได้แก่

กลุ่ม 1 ด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร
1.เครื่องคัดแยกไข่อัตโนมัติด้วยการเรียนรู้ของเครื่อง จาก มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (รางวัลระดับ 3 ดาว)
2.ผลิตภัณฑ์ชีวภาพจากแบคเทอริโอเฟจเพื่อป้องกันโรคจาก Avian Pathogenic Escherichia coli ในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก จาก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (รางวัลระดับ 4 ดาว)
3.การพัฒนาสูตรอาหารเพื่อการผลิตปลาทองสิงห์ดำคุณภาพสูง จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย (รางวัลระดับ 4 ดาว)

กลุ่มที่ 2 ด้านการสาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์
4.สเปรย์สมุนไพรพ่นช่องปากและลำคอ นาโนเฮิร์บ เอกซ์ตร้าเฟรซ ออรัล สเปรย์จาก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (รางวัลระดับ 3 ดาว)
5.การพัฒนาโปรแกรมวิเคราะห์และแปลผลข้อมูลการเดินในผู้ที่สวมใส่ขาเทียม จาก มหาวิทยาลัยมหิดล (รางวัลระดับ 4 ดาว)
6.นวัตกรรมโครงเลี้ยงเซลล์จากสารเคลือบเซลล์สำหรับพัฒนาเนื้อเยื่อทดแทน จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (รางวัลระดับ 5 ดาว)

กลุ่มที่ 3 การพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และอุปกรณ์อัจฉริยะ

  1. Pill box ST จาก มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ (รางวัลระดับ 3 ดาว)
    8.เครื่องตรวจจับคาร์บอนจากรถบรรทุก จาก สถาบันเทคโนโลยีไทย – ญี่ปุ่น (รางวัลระดับ 3 ดาว)
    9.ระบบการวิเคราะห์และติดตามการเติบโตของโคเนื้อพันธุ์โคราชวากิว ด้วยการเรียนรู้เชิงลึก จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา (รางวัลระดับ 4 ดาว)

กลุ่ม 4 พลังงาน สิ่งแวดล้อม และ BCG Economy Model
10.การออกแบบและพัฒนาระบบดึงสาระสำคัญและฆ่าเชื้อราในสมุนไพรคุณภาพสูง (กัญชา) โดยใช้เทคโนโลยีคลื่นความถี่สูง จาก มหาวิทยาลัยพายัพ (รางวัลระดับ 3 ดาว)
11.ชุดปั่นจักรยานผลิตพลังงานไฟฟ้าด้วยกลไกไทรโบอิเล็กทริก-เทอร์โมอิเล็กทริกคู่ควบ จาก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (รางวัลระดับ 4 ดาว)
12.การออกแบบชุดอุปกรณ์ผลิตพลังงานไฟฟ้าจากน้ำฝนด้วยกลไกไทรโบอิเล็กทริกสำหรับขับเคลื่อนไฟส่องสว่าง จาก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (รางวัลระดับ 5 ดาว)

กลุ่มที่ 5 ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจสร้างสรรค์
13.ของเล่นการเรียนรู้มรดกวัฒนธรรมเพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (รางวัลระดับ 3 ดาว)
14.Transink เส้นทางท่องเที่ยวและแอปพลิเคชันอัจฉริยะสำหรับการท่องเที่ยวรอบเส้นทางรถไฟฟ้า Airport Rail Link จาก สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น (รางวัลระดับ 4 ดาว)
15.เลน้อยคราฟ : กลวิธีแก้จนด้วยนวัตกรรมเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนจนระดับพื้นที่ ชุมชนทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง จาก มหาวิทยาลัยทักษิณ (รางวัลระดับ 5 ดาว)

ทั้งนี้ กิจกรรมการเพิ่มศักยภาพและมาตรฐานบุคลากรอุดมศึกษา: บ่มเพาะและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม ได้วางเป้าหมายให้กิจกรรมดังกล่าวเป็นกลไกสำคัญ ที่จะพัฒนาสมรรถนะและเทคนิคด้านการประดิษฐ์คิดค้นและนวัตกรรมของคณาจารย์และนิสิตนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาให้สามารถพัฒนาผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม ที่ตอบโจทย์และความต้องการของประเทศต่อไป


สุรเชษ รายงาน

พลเอก ดร. วิชิต ยาทิพย์ นายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-เมียนมา ทำบุญเพื่อเป็นสิริมงคลโอกาส “วันคล้ายวันเกิด” ครบรอบ 78 ปี

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.00 น. พลเอก ดร. วิชิต ยาทิพย์ นายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-เมียนมา, ประธานสมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชา, สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) ทำบุญเพื่อเป็นสิริมงคลโอกาส “วันคล้ายวันเกิด” ครบรอบ 78 ปี ที่วัดประยูรวงศาวาสวรวิหาร โดยมี พล.อ.ทวีทรัพย์ โชครัตนชัย อุปนายกสมาคมฯ นำคณะกรรมการบริหาร-ที่ปรึกษา สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-เมียนมา พร้อมบรรดาญาติ-มิตร ร่วมอวยพร-ทำบุญกันพร้อมหน้า ณ วัดประยูรวงศาวาสวรวิหาร ถนนประชาธิปก เขตธนบุรี กรุงเทพฯ


สาวงามจาก อปท.อำเภอศรีเทพส่งเข้าประกวด คว้ารางวัลนางสาวนครบาลเพชรบูรณ์ ประจำปี 2567

สาวงามจาก อปท.อำเภอศรีเทพส่งเข้าประกวด คว้ารางวัลนางสาวนครบาลเพชรบูรณ์ ประจำปี 2567

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 19.00 น. ที่เวทีกลางงานมะขามหวานนครบาลเพชรบูรณ์ ประจำปี 2567 การประกวดนางสาวนครบาลเพชรบูรณ์ ในงานมะขามหวานนครบาลเพชรบูรณ์ ประจำปี 2567 เป็นไปอย่างคึกคัก มีสาวงามเข้าประกวด 43 สาวงาม ท่ามกลางชาวเพชรบูรณ์และกองเชียร์ที่มาเฝ้ารอลุ้นกันอย่างคับคั่ง โดยรอบแรกและรอบที่สองของการเดิน ประกวด เป็นการเดินโชว์ตัวกับคณะกรรมการ และ เปิดโอกาสให้กองเชียร์ ได้ร่วมเชียร์โดยการซื้อช่อดอกไม้ และเช็คเงินสดมอบให้ผู้เข้าประกวด เพื่อเก็บคะแนนรางวัลขวัญใจนางสาวนครบาลเพชรบูรณ์ รอบที่สามเป็นการเดินโชว์ตัว และคัดเหลือเพียง 30 คน จากนั้นรอบที่สี่ เป็นการเดินโชว์อีกรอบและคัดเลือกเหลือ 10 คนสุดท้าย พร้อมให้ผู้เข้าประกวดตอบคำถามจากการสุ่มหยิบเลือกคำถาม ก่อนที่จะตัดสินและประกาศผลรางวัล

โดยผลการประกวดนางสาวนครบาล ประจำปี 2567 มีผลการประกวดดังนี้

  • รางวัลชนะเลิศได้แก่หมายเลข 26 นางสาวอภิชญา สวัสดิภูมิ อปท.ศรีเทพส่งเข้าประกวด รับเงินรางวัล 50,000 บาท
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่หมายเลข 31 นางสาวสิรินทรา ประทุมมา ที่ว่าการอำเภอบึงสามพันส่งเข้าประกวด รับเงินรางวัล 30,000 บาท
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่หมายเลข 3 นางสาวสลิลทิพย์ ด้วงคำ อำเภอน้ำหนาว ส่งเข้าประกวด รับเงินรางวัล 20,000 บาท
  • รางวัลขวัญใจสื่อมวลชนได้แก่หมายเลข 18 นางสาวพัชราภรณ์ เสมอทรัพย์ อำเภอหล่มสักส่งเข้าประกวด รับเงินรางวัล 10,000 บาท
  • รางวัลขวัญใจนางสาวนครบาลเพชรบูรณ์ ได้แก่หมายเลข 5 นางสาวพิมพิศสุขโข ที่ว่าการอำเภอศรีเทพ ส่งเข้าประกวด รับเงินรางวัล 10,000 บาท

มนสิชา คล้ายแก้ว

พัฒนาการ อ.คลองใหญ่ จัดกิจกรรมโครงการค้นหาผู้จัดโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Champ)

พัฒนาการอําเภอคลองใหญ่ จัดกิจกรรมโครงการค้นหาผู้จัดโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Champ) ผลิตภัณฑ์เด่น และการทดสอบโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ชุมชนท่องเที่ยวบ้านคลองใหญ่ หมู่ 2 ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ครั้งที่ ๒

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 30 มกราคม 2567 นางสาวจุฑาพร เพ็ชรินทร์ พัฒนาการอำเภอคลองใหญ่ เป็นประธานเปิดการประชุมและชี้แจงก่อนลงพื้นที่จริงทั้ง 10 กิจกรรม ชุมชน พร้อมด้วยนางวิยะดา ซวง ที่ปรึกษาสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด นางพนิดา อินทรเกษร ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวชุมชนอําเภอคลองใหญ่ นางบัวภา จางวางแก้ว อาจารย์ครูโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม นักศึกษาโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม ผู้นำชุมชน ผู้ประกอบการชุมชน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านคลองใหญ่ จัดกิจกรรมโครงการค้นหาผู้จัดโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Champ) ผลิตภัณฑ์เด่นและการทดสอบโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ครั้งที่ ๒ ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอคลองใหญ่ ชั้น 2 อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด

โดยมีกลุ่มเป้าหมายจำนวน 20 คน การจัดกิจกรรม ดังนี้

ทำความรู้จักทดสอบโปรแกรมปีเซียะคู่ใจเฮงตลอดไปของชุมชนท่องเที่ยวบ้านคลอง ใหญ่ ที่ศาลเจ้าแม่ทับทิมคลองใหญ่ โดยนางจุฑารัตน์ ฉัตรสุกิจ เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล พร้อมกราบไหว้สักการะศาลเจ้าแม่ทับทิมคลองใหญ่ ดังนั้นผู้ประกอบการท่องเที่ยวได้ลงพื้นที่ตามชุมชนระหว่างวันที่ 31 มค-1 กพ. 2567 จํานวน 2 วัน เพื่อจัดกิจกรรมการทดสอบโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ตามโครงการค้นหาผู้จัดโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ชุมชนท่องเที่ยวบ้านคลองใหญ่ และชี้แจงภาพรวมการค้นหาผู้ประกอบการ (Champ) และโปรแกรมการลงพื้นที่ 10 กิจกรรม แนวทางการจัดนิทรรศการกลุ่มลงพื้นที่ผู้ชมลงมือปฏิบัติ การเชื่อมโยงแนวคิด E-co Print กับสร้างสรรค์ทดสอบการพัฒนาชุมชนท่องเที่ยว ความหมายของคำว่าผู้ประกอบการชุมชน (Champ) รูปแบบการจัดทำโปรแกรมท่องเที่ยว โดยนางสาวจุฑาพร เพ็ชรินทร์ พัฒนาการอําเภอคลองใหญ่ และนางพนิดา อินทรเกษร ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวชุมชนอําเภอคลองใหญ่ แบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติการค้นหาผู้ประกอบการ Champ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ การทําขนมแบบโปราณหาทานยาก

นำเสนอผลการฝึกปฏิบัติการค้นหาผู้ประกอบการชุมชนแบบ(Champ)จริงทําจริง ตามชุมชนฝึกปฏิบัติการจัดทำโปรแกรมของผู้ประกอบการชุมชน การทําสิ่งต่างๆตามชุมชน เช่น การทําโปรแกรม E-co Print แบบสร้างสรรค์ลวดลายบนผืนผ้า หนึ่งเดียวในโลก และพวงกุญแจสุดน่ารัก ของสหกรณ์บ้านมั่นคง การกิจกรรมท่องเที่ยวจิบชา ชิมขนมพื้นถิ่น การท่องเที่ยวจุดต่างๆบนเขาท่านก๋ง พร้อมด้วยการทําไข่เค็มที่ทําจากไข่ธรรมชาติ ทําให้ได้รสชาติที่อร่อยเป็นเอกลักษณ์ของคลองใหญ่อีกด้วย เพื่อให้นักท่องเที่ยวหรือลูกค้าให้สนใจ การลงพื้นที่ชุมชนเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ เทคนิคการเล่าเรื่อง การนำเสนอขายโปรแกรมท่องเที่ยว

นำเสนอโปรแกรมของผู้ประกอบการชุมชน 10 โปรแกรม : ออกแบบและวางแผนการจัดกิจกรรมทดสอบโปรแกรม นัดหมาย วันเวลา สถานที่ วัสดุ อุปกรณ์ และกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมทั้ง 10 กิจกรรมในระหว่าง วันที่ 31 มค.1 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นต้น


ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี จ.ตราด 095-4399425
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงาน ศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก 062-7584334

บรรยากาศการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านร่มเย็น ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ประชาชนหมู่บ้านให้ความสนใจเป็นอย่างมากบรรยากาศคึกคักตั้งแต่เปิดหีบช่วงเช้าที่ผ่านมา

ตราด – อําเภอคลองใหญ่ บรรยากาศการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านร่มเย็นต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ประชาชนหมู่บ้านให้ความสนใจเป็นอย่างมากบรรยากาศคึกคักตั้งแต่เปิดหีบช่วงเช้าที่ผ่านมา

เมื่อช่วงเวลา 08.00 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 จํานวนผู้เข้ารับการสมัครผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านร่มเย็น ต.คลองใหญ่ จํานวน 3 คน ได้แก่ผู้สมัครเลือกผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 9 นางนอง เข็มขาว ผู้สมัคร เบอร์ 1 นายจํานงค์ ผลาเกตุ ผู้สมัคร เบอร์ 2 นายประการ ผลาเกตุ ผู้สมัคร เบอร์ 3 ในการเลือกผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ในครั้งนี้ ผลเบอร์ 2 นายจํานงค์ ผลาเกตุ ได้คว้าแชมป์การเลือกตั้งครั้งนี้ไปครองได้สําเร็จ ตามความขาดหมายของประชาชนเอาไว้ เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ศาลาอเนกประสงค์บ้านร่มเย็นหมู่ 9 ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ช่วงเช้าต่างพากันมาเดินทางมาลงคะแนนเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านร่มเย็นต.คลองใหญ่ ได้มีการต่อแถวคิวยาวเป็นไปอย่างคึกคักช่วงเช้าที่ผ่านมา ประชาชนให้ความสนใจในชุมชนของตนเอง

โดยมีนายเชิดศักดิ์ ชุ่มนาเสียว นายอําเภอคลองใหญ่ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งและให้กําลังใจชาวบ้านหมู่ 9 ที่ได้มาลงคะแนนเป็นจํานวนมากบรรยากาศดูคึกคักเป็นอย่างมากและได้มอบหมายให้ นายเอกรัฐ อิสโร ปลัดอาวุโสอําเภอคลองใหญ่ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง, นายชาคริต สันรัตน์ ปลัดอําเภอคลองใหญ่ กรรมการ และเจ้าหน้าที่ หลังจากตําแหน่งผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านร่มเย็น ตําบลคลองใหญ่ นายทศพล พรหมสุภา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านร่มเย็นได้ครบอายุ 60 ปี บริบูรณ์และหมดวาระลง เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา อาศัยอํานาจตามข้อ 9 วรรคหนึ่ง ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน พ.ศ.2551 ในการเลือกผู้ใหญ่บ้านในวันนี้ขึ้น ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567

ซึ่งการเลือกตั้งในครั้งนี้ มีผู้สมัครสนใจลงสมัครเข้ารับการเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านร่มเย็น มีผู้เข้าร่วมรับสมัคร จํานวน 3 คน ประกอบด้วย นางนอง เข็มขาว อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 235/1 หมู่ 9 ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ผู้สมัคร เบอร์ ๑, นายจํานงค์ ผลาเกตุ อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 198/3 หมู่ 9 ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ผู้สมัคร เบอร์ ๒, นายประการ ผลาเกตุ อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 169/1 หมู่ 9 ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ซึ่งบรรยากาศการเลือกตั้งเป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่เช้ามา

หลังจากคณะกรรมการประจําหน่วยเลือกตั้งของอําเภอคลองใหญ่ ได้ทําการปิดหีบในเวลา 15.00 น. นายเอกรัฐ อิสโร ปลัดอาวุโสอําเภอคลองใหญ่ ประธานกรรมการเลือกตั้ง พร้อมเจ้าหน้าที่ ร่วมเดินทางมาตรวจความเรียบร้อยที่คู่หาเลือกตั้ง โดยมีคูหาเลือกตั้งทั้งหมด 1 หน่วย การเลือกตั้งเขต อบต.คลองใหญ่ พร้อมผู้ให้การสนับสนุนและกองเชียร์ของผู้ลงสมัครทั้ง 3 ฝ่าย มาร่วมให้กําลังใจและคอยสังเกตการณ์ตลอดจนนับคะแนนบรรยากาศคึกคักสนุกสนานเสร็จสิ้น ผลประกฎ นายจํานงค์ ผลาเกตุ ผู้สมัครเบอร์ 2 ได้คะแนน 187 คะแนน ส่วนนางนอง เข็มขาวผู้สมัคร เบอร์ 1 ได้คะแนน 178 คะแนน และนายประการ ผลาเกตุ ผู้สมัคร เบอร์ 3 ได้คะแนน 108 คะแนน บัตรเสีย 33 ใบ ไม่ประสงค์ลงคะแนน 1 ใบ มีประชากรจํานวนการเลือกตั้ง 877คน มาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน จํานวน 513 คน ทั้งญาติพี่น้องและเพื่อนๆนายจํานงค์ เบอร์ 2 ด้วยความดีใจเข้ากอดด้วยความดีใจเป็นอย่างมากในการเลือกผู้ใหญ่บ้านในครั้งนี้อย่างบอกไม่ถูก

จากนั้นนายจํานงค์ ได้ร่วมกันจับมือผู้สมัครทั้ง 3 คน และนายจํานงค์ เบอร์ 2 ได้ขอบคุณพ่อแม่พี่น้องที่ได้ไว้วางใจกระผมในครั้งนี้ผมจะทํางานให้กับชุมชนเป็นอย่างดีและดีใจเป็นอย่างมากจนนํ้าตาจะไหล


ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี จ.ตราด 095-4399425
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงาน ศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก 062-7584334

โรงเรียนศรียานุสรณ์ ซ้อมแผนเผชิญเหตุคนคลุ้มคลั่งในโรงเรียน ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น

จันทบุรี – โรงเรียนศรียานุสรณ์ ซ้อมแผนเผชิญเหตุคนคลุ้มคลั่งในโรงเรียน ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น ผู้ว่าฯ สั่งบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดให้สถานศึกษาในจังหวัดจันทบุรีเป็นพื้นที่ปลอดภัย

ที่โรงยิมโรงเรียนศรียานุสรณ์ จังหวัดจันบุรี ได้จัดกิจกรรมสถานศึกษาปลอดภัยด้วยการฝึกอบซ้อมแผนเผชิญเหตุที่อาจจะเกิดการคุ้มคลั่งภายในสถานศึกษา เนื่องจากปัจจุบันเกิดเหตุความรุนแรงในสถานศึกษาบ่อยครั้ง ดังนั้นโรงเรียนศรียานุสรณ์ จันบุรี จึงขอความอนุเคราะห์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองจันทบุรี จัดเจ้าหน้าที่มาฝึกอบรม ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ โดยได้สมมุติเหตุการณ์ เกิดเหตุชายคุ้มคลั่งในโรงเรียน ซึ่งต้องใช้ไม้ง่ามจับคนคลุ้มคลั่งเพื่อรักษาความปลอดภัยให้แก่นักเรียน ครูและบุคลากรในสถานศึกษา ซึ่งการฝึกซ้อมในครั้งนี้จะทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ครูชาย และบุคลากรชายในสถานศึกษา รวมถึงนักเรียนได้รู้ถึงวิธีการใช้อุปกรณ์ระงับเหตุ เพื่อเป็นการป้องกันและระงับเหตุในเบื้องต้น

ด้าน นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ห่วงความรุนแรงและการทำ ร้ายร่างกายที่เกิดขึ้นในสถานศึกษาของนักเรียน และเด็กพิเศษใช้ความรุนแรง และทำร้ายร่างกายจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตที่เป็นข่าวเกิดขึ้นบ่อยครั้ง จังหวัดจันทบุรีตระหนักและให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาโดยตลอดที่ผ่านมาได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงาน ทั้งกระทรวงศึกษา ธิการ กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดจันทบุรี ทำแบบคัดกรองให้นักเรียน นักศึกษาได้ทำการประเมิน ทราบถึงกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเสี่ยงมีปัญหาสุขภาพจิต ที่ได้แยกไว้ ในระดับ เขียว เหลือง แดง และพยายามช่วยให้เด็กกลุ่ม ที่น่าเป็นห่วงได้รับการดูแล รักษาและสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติ และสร้างให้สถานศึกษาในจังหวัดจันทบุรีเป็นพื้นที่ปลอดภัย

นอกจากนี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี ได้ลงพื้นที่พูดคุย ในสถานศึกษาต่างๆ พร้อมทั้งขอให้ผู้ปกครองเป็นหูเป็นตา สอดส่องพฤติกรรมของบุตรหลาน เฝ้าระวัง สังเกตพฤติกรรมเสี่ยง ไม่อยากให้มีการแข่งขันสูงมาก อยากให้เด็กได้วิ่งเล่นกันตามวัยที่สมควร ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาที่ไม่ได้แก้ง่ายๆ ต้องช่วยกันแก้ทุกภาคส่วน เพราะทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่า ยุคนี้เป็นยุคของการสื่อสารดิจิทัล สื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ เด็กที่โตในยุคนี้จะโตกับมือถือ และสถานการณ์การแข่งขันทางสังคมที่ค่อนข้างสูง บนความคาดหวังผู้ปกครองที่มีต่อเด็กมากเกินไป เรื่องนี้จึงต้องช่วยกันทุกภาคส่วน ร่วมดูแล คัดกรอง ป้องกันปัญหา และลดเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งในครอบครัวและโรงเรียน


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี 089-6767346
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก 062-7584334