กอ.รมน.จ.เพชรบุรี ร่วมให้กำลังใจทหารผ่านศึกและประชาชนพิการ-ยากไร้-คนไข้ติดเตียง

กอ.รมน.จ.เพชรบุรี ร่วมกับ นอภ.ชะอำชมรมทหารผ่านศึก อ.ชะอำและสโมสรไลออนส์เพชรบุรีพร้อมภาคเอกชนเยี่ยมให้กำลังใจทหารผ่านศึกและประชาชนพิการยากไร้คนไข้ติดเตียง

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 15.00 น. พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รอง ผอ.รมน. จ. เพชรบุรี พร้อมด้วย พ.อ.อัครชัย ทองแดง หน.กลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กอ.รมน. จังหวัดเพชรบุรี, ร.ต.สมชาย วิบูลรังสรรค์ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการด้านการข่าว กอ.รมน.จังหวัดเพชรบุรี, จ.ส.อ.อัฐชรัตน์ มณีน้อย เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการด้านการข่าว กอ.รมน.จังหวัดเพชรบุรี, ส.อ.วิทิต ขวัญใจ เจ้าหน้าที่ ชรต.กอ.รมน.จังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุริยัน จันทรมานิตย์ ประธานชมรมทหารผ่านศึกอำเภอชะอำ และสมาชิกทหารผ่านศึกอำเภอชะอำ, คุณนิภาภัทร ทองโสภณสโมสรไลออนส์เพชรบุรี, คุณจันทิมา ปิ่นหิรัญ ประธานกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวด ล้อม ชุมชนหัวทุ่ง–ทุ้งพร้าวพัฒนา อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี

ร่วมกันลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจ สมาชิกครอบครัวทหารผ่านศึก เนื่องในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันทหารผ่านศึก ครอบครัวผู้สูงอายุ ผู้ยากไร้ ครอบครัวผู้ป่วยพิการติดบ้าน และติดเตียง ในพื้นที่ ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี 9 ราย ดังนี้

  1. ร.ต.ต.วารี ชุ่มหฤทัย พิการประเภท 3
  2. พลทหารสุบิน สีลา ( เยี่ยมเยียนให้กำลังใจ )
  3. พ.ต.อ.กิตติกานต์ กัมปิยบุตร ประสบเหตุการณ์ก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้
  4. พ.ต.ท.ชล อยู่ไทย ( เยี่ยมเยียนให้กำลังใจ )
  5. พลทหารเสน่ห์ จันทน์กระจ่าง ( เยี่ยมเยียนให้กำลังใจ )
  6. พ.ท.พิบูลย์ ขันแก้ว ( เยี่ยมเยียนให้กำลังใจ )
  7. นายเกี๋ยม มากมี ป่วยพิการติดบ้าน
  8. นายอุทัย คำผา ( ผู้ป่วยติดเตียง )
  9. น.ส.ลัดดา มั่งมี ( ผู้ป่วยติดเตียง )

ในการนี้ ได้ร่วมมอบถุงยังชีพมูลนิธิพระราหู เป็น ข้าวสารอาหารแห้ง ไข่ น้ำดื่ม เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจต่อไป


ผอ.สพป.ขอนแก่น เขต 2 ประชุมชี้แจงประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบอำนาจการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุฯ รร.ขนาดเล็ก

ผอ.สพป.ขอนแก่น เขต 2 ประชุมชี้แจงประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบอำนาจการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุฯ รร.ขนาดเล็ก

เมื่อวันทึ่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.00 น. : นายอภิชัย เสนาโยธี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 ชี้แจงประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบอำนาจการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐและมอบอำนาจเกี่ยวกับเงินรายได้สถานศึกษา โดยมีผู้บริหารและครูโรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนนักเรียนไม่เกิน 60 คน เข้าร่วมจำนวนทั้งสิ้น 76 คน ที่ห้องประชุมศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต สพป.ขอนแก่น เขต 2

นายอภิชัยฯ กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีนโยบายการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กโดยให้มีการปรับปรุงคำสั่งมอบอำนาจการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เป็นผู้ดำเนินการแทนโรงเรียนขนาดเล็ก (จำนวนนักเรียนไม่เกิน 60 คน ตามประกาศสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา) ทั้งเงินในงบประมาณ เงินนอกงบประมาณ และเงินรายได้สถานศึกษา โดยให้ถือปฏิบัติตามคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมีแนวทางปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้างตามนโยบายการบริหารจัดการโรงเรียนขนาเล็ก (จำนวนนักเรียนไม่เกิน 60 คน) ตามคำสั่งมอบอำนาจสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม)

พร้อมทั้งเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ มุ่งเน้นให้ผู้เรียน “เรียนดี มีความสุข” ใช้หลักการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนในเรื่องการลดครูและบุคลากรทางการศึกษา และเพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ การอนุมัติ จ่ายเงิน การอจ่ายเงินยืม การก่อหนี้ผูกพัน การสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง การสั่งจ้างงานออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้างของโรงเรียนขนาดเล็กเป็นไปอย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบอำนาจทั้ง 3 ฉบับ

โดยหากโรงเรียนใดมีความประสงค์จะดำเนินการเองหรือไม่อย่างไร ขอให้จัดการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาชั้นพื้นฐาน วิเคราะห์สภาพการดำเนินงานเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐของโรงเรียน เพื่อพิจารณาเสนอความประสงค์ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐแทน ตามนโยบายบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จากนั้นจัดทำบันทึกรายงานการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน แล้วจัดทำหนังสือแจ้ง สำนัก งานเขตพื้นที่การศึกษาตามมติที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานพร้อมแนบบันทึกรายงานการประชุมฯ จัดส่งให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อจัดทำประกาศสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

นายกสมาคมสื่อมวลชนไทย-จีน (TCPA) นำคณะร่วมแสดงความยินดีกับประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน ในโอกาสดำรงตำแหน่งต่อเป็นสมัยที่ 3

นายกสมาคมสื่อมวลชนไทย-จีน (TCPA) นำคณะร่วมแสดงความยินดีกับประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน ในโอกาสดำรงตำแหน่งต่อเป็นสมัยที่ 3

นายชัยวัฒน์ วนิชวัฒนะ นายกสมาคมสื่อมวลชนไทย-จีน (TCPA) นำคณะกรรมการสมาคมฯเข้าพบและแสดงความยินดีกับนายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการหอการค้า ไทย-จีน ในโอกาสได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่อเป็นสมัยที่ 3 พร้อมแนะนำกรรมการสมาคมสื่อมวลชนไทย-จีน ชุดก่อตั้งซึ่งมีกำหนดจัดงานเปิดตัวสมาคมฯในเย็นวันที่ 5 มีนาคม 2567 ณ ห้องแกรนด์ พาโนรามา ชั้น 14 โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ตำรวจภาค 4 เปิดปฏิบัติการไล่ล่า (เด็ดปีก) นักค้าอีสานเหนือ 252 “No Place for Drug” (NPD.P.4) ปูพรมจับกุมนักค้ารายย่อย ไม่มีที่ยืนในพื้นที่

ตำรวจภาค 4 เปิดปฏิบัติการไล่ล่า (เด็ดปีก) นักค้าอีสานเหนือ 252 “No Place for Drug” (NPD.P.4) ปูพรมจับกุมนักค้ารายย่อย ไม่มีที่ยืนในพื้นที่

เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2567 ที่ ภ.จ.กาฬสินธุ์ : พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ได้แถลงผลการปฏิบัติตามปฏิบัติการ ไล่ล่ (เด็ดปีก) นักค้าอีสานเหนือ 252 “No Place for Drug” (NPD.P.4) ของตำรวจภูธรภาค 4 โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ภานุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส., พล.ต.พรชัย มาหลิน รองแม่ทัพภาคที่ 2, นายสนั่น พงษ์อักษร ผวจ.กาฬสินธุ์, พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน รอง ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม รอง ผบช.ภ.4 และ พล.ต.ต.ตรีวิทย์ ศรีประภา ผบก. ภ.จ.กาฬสินธุ์ ร่วมแถลงข่าว

ภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ประกาศนโยบายและเปิดปฏิบัติการลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติดให้ได้อย่างเป็นรูปธรรมภายในระยะเวลา 1 ปี ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยการปลุกชุมชนให้เข้มแข็ง เปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย ปราบปรามและยึดทรัพย์นักค้า

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยตำรวจภูธรภาค 4 จึงได้นำนโยบายการปราบปรามและยึดทรัพย์นักค้า มาขับเคลื่อน เปิดปฏิบัติการไล่ล่า (เด็ดปีก) นักค้าอีสานเหนือ 252 : No place for drug หรือ NPD.P.4 โดยยึดหลักการ “ทำลายโครงสร้าง ชำระสะสาง และสร้างพลังชุมชน” ดำเนินการเชิงรุกในการปราบปรามนักค้ายาเสพติดรายย่อยในพื้นที่ พร้อมทั้งทำลายเครือข่ายเพื่อลดระดับความรุนแรงของปัญหายาเสพติด และสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาในการปฏิบัติงานภาครัฐและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการปฏิบัติการมีการบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วน ได้แก่ ฝ่ายปกครอง กองทัพภาคที่ 2 สาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและตำรวจภูธรภาค 4 ทั้ง 252 สถานี และได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการปฏิบัติการในครั้งนี้ จาก ป.ป.ส. เป็นจำนวนเงิน 2,544,200 บาท

การแก้ปัญหายาเสพติดที่มีการแพร่ระบาดในชุมชน ของตำรวจภูธรภาค 4 คือการทำให้นักค้าไม่มีที่ยืนอยู่ในพื้นที่ โดยการเปิดปฏิบัติการไล่ล่า (เด็ดปีก) นักค้าแดนอีสานเหนือ 252 ในครั้งนี้ ได้ให้แต่ละสถานีตำรวจ ศึกษาสภาพปัญหาการแพร่ระบาดยาเสพติด และกำหนดพื้นที่เข้าไปปฏิบัติการ เข้าไปพบทำความเข้าใจประสานงานผู้นำชุมชน เพื่อหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน ทำการ X-Rays พื้นที่/ทำแผนที่เดินดินในชุมชน ร่วมกันกำหนดเป้าหมายคัดแยกผู้ค้า ผู้เสพ ผู้ใช้ในพื้นที่ เพื่อนำสู่ขั้นตอนการทำลายโครงสร้างและชำระสะสาง โดยปฏิบัติการเชิงรุก ขยายผลจากผู้เสพ ไปสู่การออกหมายจับนักค้ายารายย่อยในพื้นที่ ตลอดจนการสืบทรัพย์ให้ชุดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นจับกุมผู้ค้ารายย่อยให้หมดไป เพื่อขุดรากถอนโคนนักค้าไม่ให้มีที่ยืนในพื้นที่ No Place for Drug (NPD) ตลอดจนใช้มาตรการยึดทรัพย์/อายัดทรัพย์สิน เพื่อหยุดยั้งมิให้ผู้กระทำผิดรายใหม่เกิดในพื้นที่ หัวใจสำคัญที่เราจะดำเนินการต่อไปคือ การสร้างพลังชุมชนให้มีส่วนร่วมในการดูแลชุมชนของตนเองให้เกิดความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหายาเสพติดต่อไป

ปฏิบัติการไม่มีที่ยืนให้นักค้ายาเสพติด No Place for Drug (NPD) ของตำรวจภูธรภาค 4 ไล่ล่านักค้าแดนอีสานเหนือ 252 ในครั้งนี้ ได้ดำเนินการมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 โดยทุกพื้นที่ในสังกัด ภ.4 ทั้ง 252 สถานีตำรวจ และ บก.สส.ภ.4 ดำเนินการปูพรม สืบสวนขยายผล จากผู้เสพนำไปสู่ผู้ค้ารายย่อย ออกหมายจับนักค้าจำนวน 381 ราย, ตรวจค้นเป้าหมายบุคคลตามหมายจับค้างเก่าจำนวน 400 หมาย, จับกุม-ยึดทรัพย์และอายัดทรัพย์สินนักค้ารายย่อยทุกราย สามารถจับกุมนักค้าได้ถึง 309 ราย คิดเป็น 81%, ตรวจค้นจับกุมหมายจับค้างเก่าได้ 43 ราย, ของกลางยาบ้า 1,418,412 เม็ด /ไอซ์ 0.62 กิโลกรัม, ยึดและอายัดทรัพย์สิน 1,318 รายการ คิดเป็นมูลค่ารวม 171,605,208 บาท โดยแยกเป็นทรัพย์สิน เงินสด 5,543,526 บาท, สิ่งปลูกสร้างพร้อมที่ดิน 102 แปลง เนื้อที่ 189 ไร่ 36 งาน 789 ตารางวา คิดเป็นมูลค่า 62,576,464 บาท, รถยนต์ จำนวน 166 คัน มูลค่า 77,848,800 บาท, รถจักรยานยนต์ จำนวน 363 คัน มูลค่า 14,761,020 บาท และทรัพย์สินอื่นๆ เช่น ทอง ปืน วัว ฯลฯ จำนวน 687 รายการ มูลค่า 10,876,198 บาท

ท้ายสุดนี้ ตำรวจภูธรภาค 4 ทั้ง 252 สถานีตำรวจ จะยืดหยัด มุ่งมั่น ปราบปรามนักค้ายาเสพติดให้หมดไป เพื่อลดความรุนแรง และปัญหายาเสพติดในพื้นที่อีสานเหนือ นี่คือ ปฏิบัติการไล่ล่า (เด็ดปีก) นักค้าอีสานเหนือ 252 “ไม่มีที่ยืน ให้นักค้ายาเสพติด”

พล.ต.ท.สรายุทธฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ตำรวจภาค 4 มุ่งเน้นมาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเชิงรุก ตามนโยบายรัฐบาล และ ผบ.ตร. โดยนำมาตรการปราบปรามนักค้ารายย่อย ที่มีการแพร่ระบาดยาเสพติดทั้ง 12 จังหวัด โดย “ทำลายโครงสร้าง ชำระสะสาง และสร้างพลังชุมชน” สำหรับการปราบปรามในครั้งนี้ มุ่งเป้าไปที่การกวาดล้างจับกุมนักค้ายาเสพติดรายย่อยในพื้นที่ เนื่องจากเป็นผู้ที่นำยาเสพติดมาแพร่กระจายในชุมชน เพื่อลดระดับความรุนแรงของปัญหายาเสพติด ทั้งนี้การเปิดปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นเพียงก้าวแรกของการกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่ ภ.4 อย่างเด็ดขาดต่อไป โดยเราจะไม่ยอมให้ผู้ค้ามีที่ยืนอยู่ในพื้นที่ และจะบังคับใช้กฎหมาย ยึดและอายัดทรัพย์สิน อย่างเด็ดขาด รวมทั้งดำเนินการทุกมิติ เพื่อทำลายขบวนการค้ายาเสพติดให้หมดสิ้นไปจากพื้นที่ ภ.4 ให้ได้ “เป็นหน่วยบังคับใช้กฎหมาย ทำงานเชิงรุก ทันสมัย ที่ประชาชนเชื่อถือศรัทธา” ผบช.ภ.4 กล่าวในที่สุด


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ผบ.ตร.ขานรับนโยบายรัฐบาล เปิดรับทหารกองหนุน สอบเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ 500 อัตรา

ผบ.ตร.ขานรับนโยบายรัฐบาล เปิดรับทหารกองหนุน สอบเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ 500 อัตรา จบมาลงหน่วย ตชด.ทำงานชายแดนคู่หน่วยทหาร เชื่อทำให้เกิดประสิทธิ ภาพ และช่วยประหยัดงบประมาณ ลดเวลาเรียนลง เพราะทหารมีความรู้พื้นฐานแล้ว

วันที่ 3 ก.พ.2567 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ : พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายเปลี่ยนรูปแบบการเกณฑ์ทหารเป็นแบบสมัครใจ และให้หน่วยต่างๆ พิจารณาสนับสนุนให้ทหารกองประจำการสามารถประกอบอาชีพอื่นต่อได้นั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องดังกล่าว จึงได้อนุมัติให้เปิดรับสมัครและคัดเลือกทหารกองหนุนที่เคยรับราชการในกองประจำการ (ทหารเกณฑ์) จำนวน 500 อัตรา บรรจุและแต่งตั้งเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ เพื่อเข้ารับการฝึกอบรม เมื่อสำเร็จการฝึกอบรมจะแต่งตั้งลงในสังกัด กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่สอดคล้องกับภารกิจของทหาร และมีความคุ้นเคยกับระบบการฝึกการใช้อาวุธต่างๆ อยู่แล้ว

การรับทหารกองหนุนเข้ามาเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจนั้น จะสามารถลดเวลาการฝึกอบรมให้สั้นลงเหลือเพียงประมาณ 6 เดือน ทำให้ช่วยประหยัดงบประมาณ โดยทหารกองหนุนที่จะรับสมัครนั้น คุณสมบัติจะต้องจบการศึกษาระดับชั้น มัธยมศึกษาตอนปลาย หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่า มีอายุระหว่าง 18-27 ปี บริบูรณ์ และหน่วยต้นสังกัดจะต้องรับ รองความประพฤติ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ข้อดีคือ ทหารเหล่านี้ได้รับการฝึกระเบียบวินัย การใช้อาวุธและความรู้พื้นฐานมาแล้ว ทำให้เราสามารถลดระยะเวลาการฝึกอบรมลงได้ โดยจากเดิมต้องใช้ระยะเวลาผลิตข้าราชการตำรวจตามหลักสูตรคือ 1 ปีครึ่ง หรือ 18 เดือน ก็จะลดลงมาเหลือเพียง 6 เดือน ซึ่งจะช่วยทดแทนการขาดแคลนตำรวจได้ อีกทั้งช่วยประหยัดงบประมาณในการฝึกอบรม และยังเป็นการสนับสนุนนโยบายสมัครใจเกณฑ์ทหารของรัฐบาลอีกด้วย ทั้งนี้กระบวนการสอบคัดเลือกทั้งภาควิชาการ ร่างกาย สุขภาพจิต และการคัดกรองด้านอื่นๆ ยังคงเข้มข้นและเป็นไปตามมาตรฐานเช่นเดิม

ทั้งนี้ สำหรับขั้นตอนและการประกาศรับสมัครนั้น ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และกองบัญชาการศึกษา ดำเนินการในรายละเอียด ซึ่งคาดว่าจะเปิดรับสมัครในเดือนมีนาคม 2567 นี้ โดยจะประกาศรายละเอียดให้ทราบอีกครั้ง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สวทช.-อว. ชี้ “น้ำไม่ใช่เชื้อเพลิง” ไม่สามารถใช้แทนน้ำมันในรถยนต์เชื้อเพลิงสันดาปได้

สวทช.-อว. ชี้ “น้ำไม่ใช่เชื้อเพลิง” ไม่สามารถใช้แทนน้ำมันในรถยนต์เชื้อเพลิงสันดาปได้

จากที่มีข่าวในสื่อสังคมออนไลน์และเว็บไซต์ต่างๆ เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 ในเรื่อง หนุ่มวิศวกรชาว จ.ระยอง คิดค้นรถยนต์ใช้น้ำเปล่าเป็นเชื้อเพลิงร่วม เติมลงในรถยนต์เครื่องสันดาป และมีบุคลากรของสำนักงานปลัดฯ และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ไปตรวจสอบการใช้งานนั้น

(สวทช.) ขอให้ข้อมูลในประเด็นข่าวดังกล่าวว่า อย่าเข้าใจผิดว่าใช้น้ำเป็นเชื้อเพลิงแทนน้ำ มัน หรือใช้ร่วมกับน้ำมันเพื่อประหยัดน้ำมันได้ การใช้ละอองน้ำขนาดเล็กในระบบแยกต่างหากที่ควบคุมอย่างดี เพื่อลดอุณหภูมิอากาศทำให้อากาศที่ส่งเข้าไปจุดระเบิดหนาแน่นขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการจุดระเบิด เพื่อใช้ในเครื่องสันดาปหรือที่เรียกว่า “water injection” นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ มีการใช้กันในกลุ่มแต่งรถมานานแล้ว น้ำจะช่วยลดอุณหภูมิขณะจุดระเบิด โดยเฉพาะเครื่องเทอร์โบชาร์จ หรือเครื่องซุปเปอร์ชาร์จ เมื่อใช้เหมาะสมอาจจะทำให้จูนเครื่องได้ดีขึ้นและเพิ่มความสมบูรณ์ของการเผาไหม้ได้ แต่ถ้าใช้ไม่เหมาะสมก็ลดประสิทธิภาพให้แย่ลง และเป็นอันตรายกับเครื่องยนต์ได้มาก มีหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหายได้ บริษัทรถยนต์จึงไม่ได้แนะนำให้ใช้ เช่น หากน้ำไม่เป็นละอองเล็กพอจะทำให้เครื่องสะดุดและอาจจะถึงกับเครื่องพังได้ และน้ำที่หลงเหลือจะทำให้เครื่องยนต์เป็นสนิมและอุดตันได้ง่าย เป็นต้น

นอกจากนี้รถยนต์บ้านที่ใช้กันอยู่ โดยเฉพาะรถรุ่นใหม่ๆ ได้ถูกปรับแต่งและพัฒนาด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ จนมีประสิทธิภาพการใช้น้ำมันสูงมากๆ แล้ว แทบไม่มีโอกาสที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันอีก การเติมน้ำสำหรับรถยนต์บ้านจึงมีโอกาสเกิดผลเสียมากกว่าผลดี


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

นายอำเภอสามชุก ชวนเที่ยวชมชมความงามทุ่งปอเทือง

สุพรรณบุรี – นักท่องเที่ยว และประชาชน แห่เที่ยวชมความสวยงามของดอกปอเทืองที่กำลังบานสะพรั่งสวยงามพื้นที่ 32 ไร่ริมถนนสายสามชุก-หนองหญ้าไซ บริเวณบ้านหนองผักนาก(หนองสิบแรด ) ตำบลหนองผักนาก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมขี่ม้าสแตนดี้รูปม้าเสมือนจริง ถ่ายรูปเซียลฟี่ เช็กอิน แชร์ต่อ และเก็บความสวยงามของดอกปอเทือง ไว้เป็นที่ระลึก แบบไม่เกรงใจแดดกันอย่างคึกคัก

นายสุระบัณฑิต กันยานะ นายอำเภอสามชุก พร้อมด้วยนายวสัน จี้ปูคำ เกษตรจังหวัดสุพรรณ บุรี, นางบำรุงรัทย์ ขันทอง เกษตรอำเภอสามชุก, นายทนง ไม้เลี้ยง พัฒนาที่ดินจังหวัด และนายสรายุทธ หอมจันทร์ กำนันตำบลหนองผักนาก ลงพื้นที่ชมความงามของดอกปอเทือง ที่ทุ่งปอเทืองริมถนนสายสามชุก – หนองหญ้าไซ ที่กำลังเบ่งบานอย่างสวยงาม

นายวสันต์ จี้ปูคำ เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่าได้จับมือกับนายทนง ไม้เลี้ยง พัฒนาที่ ดินจังหวัดสุพรรณบุรี ติดตามการจัดทำแปลงต้นแบบผลิตเมล็ดพันธุ์ปอเทือง ของนายนิมิต สว่างศรี ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอสามชุก “ปอเทือง” เป็นพืชทนแล้ง ใช้ต้นทุนการผลิตต่ำเหมาะเป็นพืชทางเลือก ในการสร้างรายได้ทด แทนการทำนาในช่วงฤดูแล้ง ปอเทืองสามารถปลูกจำหน่ายเป็นเมล็ดพันธุ์ อีกทั้งยังสามารถไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสด (ได้รับไนโตเจน 30 กก./ไร่ เทียบเท่ากับปุ๋ยยูเรีย) ฟอสฟอรัส 2.4 กก/ไร่ เทียบเท่ากับปุ๋ยฟอสเฟต โพแทสเซียม 20 กก/ไร่ เทียบเท่ากับปุ๋ยโพแทสเซียมคอลไรด์) ช่วยปรับคุณภาพดิน รับการทำนาปีได้เป็นอย่างดี

นายสุระบัณฑิต กันยานะ นายอำเภอสามชุก กล่าวว่า เชิญชวนนักท่องเที่ยว ประชาชนมาเที่ยวสัมผัสความงามของดอกปอเทืองที่ทุ่งปอเทืองบ้านหนองผักนาก(บ้านหนองสิบแรด) แห่งนี้มีเนื้อที่ 32 ไร่ อยู่ติดถนนสายสามชุก-หนองหญ้าไซ ห่างจากวัดหนองผักนากประมาณ 2 กิโลเมตร นอกจากจะได้ชมความงามของดอกปอเทืองแล้วยังสามารถถ่ายภาพกับขี่ม้าสแตนดี้รูปม้าเสมือนจริง ในดงปอเทือง และไดร์โนเสาร์ พร้อมกันนี้ยังได้ความรู้เรื่องประโยชน์ของปอเทือง ที่เจ้าหน้าที่และเจ้าของแปลงนำมาติดไว้ให้นักท่องเที่ยวประชาชนได้ศึกษาด้วย ดังนั้นขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวประชาชนเกษตรกรผู้ที่สนใจมาเที่ยวชมได้เริ่มจากต้นเดือนกุมภาพันธ์ ไปจนถึงกลางเดือน กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่ปอเทืองกำลังออกดอกเบ่งบานอย่างเต็มที่ และกำลังสวยงาม


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

สุพรรณบุรี เชิญเที่ยวงานตรุษจีนสุพรรณบุรี มหัศจรรย์ 16 ปี มังกรสวรรค์ ที่ลานข้างหอระฆังมหามงคล ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี

สุพรรณบุรี – เชิญเที่ยวงานตรุษจีนสุพรรณบุรี มหัศจรรย์ 16 ปี มังกรสวรรค์ ที่ลานข้างหอระฆังมหามงคล ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี

วันที่ 2 ก.พ.2567 นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี, นายดรณ์ สมิตะเกษตริน รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี, นายกองโท เชษฐา ขาวประเสริฐ ปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี, นายชาญชัย ทิพเนตร ผู้จัดการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี, พล.ต.ต. วัชรินทร์ ประสพดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี, คณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลัก เมืองสุพรรณบุรี ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “ตรุษจีนสุพรรณบุรี มหัศจรรย์ 16 ปี มังกรสวรรค์” อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 10 – 21 กุมภาพันธ์ 2567 ณ อุทยานมังกรสวรรค์ พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี อำเภอเมืองสุพรรณบุรี มีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมการแถลงข่าวด้วย

นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่าจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี ได้กำ หนดจัดงาน “ตรุษจีนสุพรรณบุรี มหัศจรรย์ 16 ปี มังกรสวรรค์” เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้สักการะ กราบไหว้บูชาเจ้าพ่อหลักเมือง ในช่วงเทศกาลตรุษจีน รวมทั้งเฉลิมฉลองพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกรในโอกาสที่เปิดให้ประชาชนเข้าชมครบรอบ 16 ปี จังหวัดสุพรรณบุรี ได้จัดงานเฉลิมฉลองตรุษจีนสุพรรณบุรี และพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกรอย่างยิ่งใหญ่ ตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา ณ อุทยานมังกรสวรรค์ พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี

การจัดงาน “ตรุษจีนสุพรรณบุรี มหัศจรรย์ 16 ปี มังกรสวรรค์” ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณ บุรี ได้ขยายเวลาในการเข้าสักการะองค์เจ้าพ่อหลักเมืองในช่วงเวลากลางคืน รวมทั้งการจัดเตรียมสถานที่นั่งชมการแสดงต่างๆอย่างกว้างขวาง การจัดงานปีนี้จะจัดยิ่งใหญ่ไม่แพ้ทุกปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเวที ระบบ แสง สีเสียง และจอ LED ขนาดใหญ่ ที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจตลอดงาน เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนานและเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม การแสดงชุดลูกหลานพันธุ์มังกร เป็นการแสดงโดยเยาวชนสุพรรณบุรีที่ถอดแบบมาจากจีน ได้แก่ สิงโตปีนเสาดอกเหมย กลองศึก มังกร 9 เชียน กังฟู เอ็งกอบู๊ กวนอิมพันมือ งิ้วเปลี่ยนหน้ากาก การแสดงคอนเสิร์ต

นอกจากการแสดงแล้ว ภายในงานได้มีการจัดประดับตกแต่งบริเวณ ในศาลเจ้าพ่อหลักเมือง – อุทยานมังกรสวรรค์ -ในหมู่บ้านมังกรสวรรค์ อุทยานพุทธบัญชา (พระยูไล) และลานสัจจะกตัญญู (สวนหน้าอนุสาวรีย์ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา) ด้วยระบบ แสง – สี ดอกไม้ ให้เป็น สวน แสง สีสัน สวรรค์ เมืองสุพรรณฯ เพื่อเป็นจุดบันทึกภาพที่สวยงามทั้งกลางวัน – กลางคืน สวยงามตื่นตาตื่นใจ สำหรับพิธีเปิดงาน ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 17.30 น. ชมการแสดงภายในงาน จนถึงเวลา 21.30 น.


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี 089-5481188

นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ ร่วมพิธีทำบุญ “บริษัท พัทยา วอเตอร์ สเปซ จำกัด”

นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ ร่วมพิธีทำบุญ “บริษัท พัทยา วอเตอร์ สเปซ จำกัด”

วันเสาร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 08.00 น. ณ PATTAYA WATER SPACE นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ ร่วมพิธีทำบุญ “บริษัท พัทยา วอเตอร์ สเปซ จำกัด” สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ของ นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานบริหารบริษัท พัทยา วอเตอร์ สเปซ จำกัด

ภายในงานได้นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 9 รูป มาสวดเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล และได้นิมนต์ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี สมเด็จธงชัย วัดไตรมิตรวิทยาราม มาทำพิธีเจิมแผ่นทอง และปะน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการประกอบกิจการ และเป็นสิริมงคลกับครอบครัวให้อยู่เย็นเป็นสุข

ได้รับเกียรติจากผู้บริหารท้องถิ่น นักธุรกิจ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ อาทิ นายแมน อินทร์พิทักษ์ อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี, นายไพรัตน์ ไตรศุภโชค นายกเทศมนตรีตำบลห้วยใหญ่, นายจรัญ ประกอบธรรม นายกเทศมนตรีตำบลตะเคียนเตี้ย, นายจำเนียร กีทีปกูล นายก อบต.เขาไม้แก้ว, ผู้นำท้องถิ่น, ประชาชน ร่วมพิธี

สำหรับบริษัท พัทยา วอเตอร์ สเปซ จำกัด จัดสร้างสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว นานาชาติ รวมถึงคนไทยที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยและพัทยา โดยสร้างขึ้นบนเนื้อที่ 114 ไร่ สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ถึง 4,000 คน/รอบการแสดง และยังมีอีกหนึ่งส่วนคือ ตลาดของกินและของใช้ ซึ่งมีร้านค้ามากกว่า 300 ร้านค้า ไว้รองรับนักท่องเที่ยวทั่งชาวไทย และต่างชาติ ซึ่งจะเปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงเย็น-สี่ทุ่มโดยประมาณ ซึ่งทุ่มทุนการจัดสร้างครั้งนี้กว่า 300 ล้านบาท และพร้อมเปิดให้บริการช่วงต้นเดือนเมษายนนี้แน่นอน


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าวอาวุโส
สำนักข่าวความมั่นคง รายงาน

เกิดเหตุเด็กจมน้ำ.. เสียชีวิต 2 ราย


มุกดาหาร – เกิดเหตุเด็กจมน้ำเสียชีวิต 2 ราย อากาศร้อนพากันไปตกปลา เกิดลื่นไหลลงน้ำ เพื่อนที่ไปด้วยกันลงไปช่วยพากันจมน้ำเสียชีวิตที่ห้วยบังอี่ บ้านนากอก อำเภอนิคมคำสร้อย

วันที่ 4 ก.พ.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมกู้ภัยร่วมใจมุกดาหาร นำโดย นายไตรสรณคมน์ หนองเรืองเลขานุการ อบจ.มุกดาหาร ได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่า มีเด็กจมน้ำ 2 ราย เป็นชาย อายุประมาณ 13 ปี ทั้ง 2 คน ที่ห้วยบังอี่ บ้านนากอก-น้ำเที่ยง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร จึงได้ประสานไปยังอาสาฯกู้ภัยร่วมใจ จุดนิคมคำสร้อย นำกำลังเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบที่เกิดเหตุตามที่ได้รับแจ้ง

ที่เกิดเหตุเป็นลำห้วยมีร่องน้ำลึกประมาณ 6-7 เมตร จึงได้ร้องขอทีมค้นหาใต้น้ำนทีร่วมใจ จุดเมืองมุกดาหาร ออกสนับสนุนนักประดาน้ำใช้เวลาในการค้นหาประมาณ 20 นาที จึงพบศพคนแรก อายุ 13 ปี ทราบชื่อ เด็กชายคุณากร ทาคำวงษ์ อายุ 12 ปี บ้านเลขที่ 72 หมู่ 5 บ้านนากอก ต.นากอก อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร และศพที่2 เด็กชายธนากร ภูมิสถาน อายุ13 ปี บ้านเลขที่ 87 หมู่ที่ 6 บ้านนาโด่ ต.นาโสก อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร โดยใช้เวลาในการค้นหาประมาณ 15 นาที

จากการสอบถามเพื่อนมาด้วยกันบอกว่า ตนเองมากับเพื่อนรวม 4 คน เพื่อมาตกปลาที่ห้วยบังอี่ แล้วลงเล่นน้ำเกิดลื่นไหลลงน้ำทั้ง 3 คน ส่วนตนเองไม่ได้ลงเล่นน้ำ และเห็นเหตุการณ์เพื่อนกำลังจมน้ำ และช่วยไว้ทัน 1 คน โดยยื่นไม้ให้เพื่อนจับ แต่เพื่อนอีก 2 คนช่วยไม่ทันและได้จมน้ำเสียชีวิต

จากนั้นเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยร่วมใจมุกดาหาร ได้ประสานทางญาติเด็กชายทั้ง 2 ราย โดยทางญาติไม่ติดใจการเสียชีวิต และได้มอบร่างให้แก่ญาติเพื่อไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป..


อนุศักดิ์ – เสาวภา แสนวิเศษ // มุกดาหาร 081-5449094