กรมทางหลวง จัดทำแผนพัฒนาทางเลี่ยงเมือง รับฟังประเด็นปัญหา ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อการจัดทำแผน พร้อมนำผลที่ได้ใช้ประกอบในการศึกษาของโครงการในขั้นตอนต่อไป

กรมทางหลวง จัดทำแผนพัฒนาทางเลี่ยงเมือง รับฟังประเด็นปัญหา ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อการจัดทำแผน พร้อมนำผลที่ได้ใช้ประกอบในการศึกษาของโครงการในขั้นตอนต่อไป

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมบัวขาว ที่ว่าการอำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน นายสันติธร ยิ้มละมัย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดการประชุมและร่วมประชุมเพื่อชี้แจงผลการจัดทำแผนพัฒนาทางหลวง (กลุ่มย่อย ครั้งที่ 2) การศึกษาจัดทำแผนพัฒนาทางเลี่ยงเมืองเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรบริเวณเขตเมืองในภูมิภาค โดยมีนายบุญส่ง ด้วงประสิทธิ์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงลำพูน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงลำพูน กล่าวว่า ปัจจุบันการขยายตัวของพื้นที่ชุมชนและเขตเมืองได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกภูมิภาคของประเทศไทย เนื่องจากมีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ทำให้พื้นที่เหล่านี้มีการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ทั้งในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของแหล่งที่พัก ที่อยู่อาศัย โรงแรม ห้างสรรพสินค้าและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ โดยปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้โครงข่ายทางหลวงในปัจจุบัน ซึ่งมีระยะทางกว่า 52,000 กิโลเมตรทั่วประเทศ ต้องรองรับปริมาณจราจรที่เพิ่มสูงขึ้น โดยบางเส้นทางมีการตัดผ่านพื้นที่ชุมชนและเขตเมือง ซึ่งมีการพัฒนาทางหลวงจนเต็มความกว้างของเขตทางแล้ว ทำให้ไม่สามารถก่อสร้างเพิ่มช่องจราจรเพื่อรองรับความต้องการในการเดินทางที่มากขึ้นได้อีก

จากปัจจัยดังกล่าว กรมทางหลวง จึงได้ว่าจ้างให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัท ชิตี้ แพลน โปรเฟสชันนอล จำกัด และบริษัทธรรม ชาติ คอนซัลแตนท์ จำกัด ให้ดำเนินการศึกษาโครงการจัดทำแผนพัฒนาทางเลี่ยงเมือง เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรบริเวณเขตเมืองในภูมิภาค เพื่อแยกปริมาณการจราจรที่ไม่จำเป็นต้องเดินทางผ่านพื้นที่เมืองออกมา และเป็นการเสริมประสิทธิภาพของโครงข่ายทางหลวงให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ในการดำเนินงานโครงการดังกล่าว กรมทางหลวงได้ตระหนักถึงความสำคัญของกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยได้กำหนดให้มีกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาการศึกษาโครงการ

ซึ่งการประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมเพื่อชี้แจงผลการจัดทำแผนพัฒนาทางหลวง (กลุ่มย่อย ครั้งที่ 2) เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์โครงการให้หน่วยงาน หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ได้รับทราบผลการจัดทำแผนพัฒนาทางหลวง และรับฟังประเด็นปัญหา ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อการจัดทำแผนพัฒนาทางเลี่ยงเมือง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ และนำผลที่ได้ไปใช้ประกอบในการศึกษาโครงการในขั้นตอนต่อไป

ด้านรองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า กรมทางหลวง จำเป็นต้องมีการศึกษาพิจารณาวางแผนพัฒนาก่อสร้างโครงข่ายทางเลี่ยงเมืองในพื้นที่ชุมชนและเขตเมืองหลัก ๆ ของประเทศ ที่มีอัตราการเติบโตของปริมาณจราจรสูง เพื่อแยกปริมาณการจราจรที่ไม่จำเป็นต้องเดินทางผ่านพื้นที่เมืองออกมา ซึ่งถนนทางเลี่ยงเมืองเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัด และจะส่งผลให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว และเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน รองรับการขยายตัวของชุมชนเมือง และเป็น การเสริมประสิทธิภาพของโครงข่ายทางหลวงให้สมบูรณ์ การประชุมเพื่อชี้แจงผลการจัดทำแผนพัฒนาทางหลวง(กลุ่มย่อย ครั้งที่ 2) ในวันนี้ จึงจำเป็นต้องให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้รับทราบข้อมูลข่าวสารของโครงการ ตลอดจนได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นต่อโครงการ ดังนั้น ขอให้ผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษาต่อไป


นที มีเดช รายงาน

จังหวัดลำพูน จัดประชุม พิจารณาคัดเลือก 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ 2567 จังหวัดลำพูน

จังหวัดลำพูน จัดประชุม พิจารณาคัดเลือก 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ 2567 จังหวัดลำพูน

วันนี้ 6 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมอนันตยศ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดลำพูน นายสันติธร ยิ้มละมัย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานประชุมพิจารณาคัดเลือก 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ 2567 จังหวัดลำพูน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เป็นคณะกรรมการ และผู้แทนชุมชนเพื่อนำเสนอเพื่อให้คณะกรรมการได้พิจารณาเป็นชุมชนต้นแบบเข้าร่วม

ตามที่กระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินการคัดเลือก 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชนยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ 2567 โดยจะคัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ จำนวน 10 ชุมชน จากทั่วประเทศเพื่อประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ สร้างขวัญกำลังใจแก่ชุมชน และผู้ให้การสนับสนุนและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในวงกว้าง เกิดการพัฒนาต่อยอด ปลุกกระแสการท่องเที่ยววิถีชุมชน สร้างโอกาส สร้างรายได้ เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

โดยจังหวัดลำพูนมี 2 ชุมชนที่ผ่านการพิจารณาในรอบแรกคือ ชุมชนคุณธรรมวัดป่าบุก ตำบลแม่แรง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน และ ชุมชนคุณธรรมวัดพวงคำ บ้านปวงคำ ตำบลลี้ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน โดยในวันพุธที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 ทางคณะกรรมการจะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมทั้ง 2 ชุมชนเพื่อทำการพิจารณาคัดเลือกเพียง 1 ชุมชน ที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ ตามแนวทางและเกณฑ์การคัดเลือกฯเข้าประกวดในระดับประเทศ โดยจะส่งผลการคัดเลือกพร้อมข้อมูลที่เกี่ยวข้องภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 เพื่อให้กระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินการคัดเลือกในระดับประเทศต่อไป


นที มีเดช รายงาน

กองทัพบก จัดงานยิ่งใหญ่ “มหัศจรรย์ วันมวยไทย ดังไกลสู่ชาวโลก” ประจำปี 2567

กองทัพบกบกจัดงานยิ่งใหญ่ “มหัศจรรย์ วันมวยไทย ดังไกลสู่ชาวโลก” ประจำปี 2567 Amazing MuayThai World Festival 2024

ตามที่รัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็น “วันมวยไทย” ซึ่งตรงกับวันเสวยราชสมบัติของสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือ “พระเจ้าเสือ” พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถทางด้านมวยไทย เพื่อเป็นการสืบทอดศิลปะแม่ไม้มวยไทยไปยังคนรุ่นหลัง อีกทั้งยังเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติไทยตราบมาจนถึงปัจจุบัน กองทัพบกจึงเห็นความสำคัญว่าแม่ไม้มวยไทยมิใช่เพียงศิลปะการต่อสู้ แต่หากเป็นการแสดงออกถึงศิลปะวัฒนธรรมจารีตประเพณีอัตลักษณ์ความเป็นชาติไทย จึงได้ดำเนินการร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), กระทรวงวัฒนธรรม, หน่วยงานภาครัฐ, หน่วยงานภาคเอกชน และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกันจัดงาน “มหัศจรรย์ วันมวยไทย ดังไกลสู่ชาวโลก” ประจำปี 2567 “Amazing MuayThai World Festival 2024” จัดขึ้นตั้งแต่ วันที่ 4 – 6 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 1600 – 2200 ของทุกวัน ณ อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้มวยไทยเป็นกีฬาประจำชาติ และมรดกของชาติไทย เผยแพร่ประวัติศาสตร์ จารึกประเพณีวัฒนธรรมอันงดงามและเป็นสากล เพื่อให้กีฬามวยไทยให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก และเพื่อต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรมโดยให้มวยไทยเป็นสื่อกลาง ให้อุทยานราชภักดิ์เป็นบ้านของมวยไทยที่คนไทยและนักท่องเที่ยวต้องมา

ทั้งนี้ ในวันนี้ (6 กุมภาพันธ์ 2567) เวลา 17.45 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ให้เกียรติเป็นประธานจัดงานอย่างเป็นทางการในชื่อ “มหัศจรรย์ วันมวยไทย ดังไกลสู่ชาวโลก” ประจำปี 2567 พร้อมด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้เกียรติร่วมงาน โดยในส่วนของกองทัพบก มี พลเอก เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาชั้นสูงให้การต้อนรับ

กิจกรรมประกอบด้วย การวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบูรพกษัตริย์แห่งสยาม 7 พระองค์, ถวายราชสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) และถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว รัชกาลที่ 10, รับมงคลจากพานพุ่ม มอบมงคลให้ครูมวยอาวุโส จากนั้นเข้าสู่การแสดง 3 ชุด ได้แก่

  • ชุดที่ 1 “มหัศจรรย์มวยไทย จากรากเหง้าแห่งสยาม ศิลปะการต่อสู้มรดกไทยสู่ชาวโลก”
  • ชุดที่ 2 “จารีตวิถีโบราณ การมอบตัวเป็นศิษย์ การขึ้นครูและการครอบครู มนต์ขลังวัฒนธรรมมวยไทย” และ
  • ชุดที่ 3 “สืบศิลป์การไหว้ครูร่ายรำ แม่ไม้มวยไทย สู่โดรนแปรอักษร แสงสีสุดตระการตา”

ซึ่งมีกำลังพลของกองทัพบกเข้าร่วมพิธีไหว้ครู กว่า 3,000 นาย ร่วมกับนักมวยจากสมาคมมวยพระเจ้าเสือและประชาชน รวมแล้วกว่า 5000 คน พร้อมด้วยการแปรอักษรโดยใช้โดรนแปรอักษร กว่า 700 ตัว และการแสดงพลุเพื่อแสดงถึงความสำคัญและความยิ่งใหญ่ของงาน

นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแข่งขันชกมวยท้องถิ่น กิจกรรมบูธของผู้สนับสนุน และการขายสินค้า OTOP และของที่ระลึกของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้งนี้สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Amazing MuayThai Festival


คณะอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์กองทัพบก

อุตรดิตถ์ เปิดงานมหกรรมมวยไทยพระยาพิชัยดาบหักและมวยท่าเสา เนื่องในวันมวยไทย

อุตรดิตถ์ – เปิดงานมหกรรมมวยไทยพระยาพิชัยดาบหักและมวยท่าเสา เนื่องในวันมวยไทย

​วันอังคารที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 17.09 น. ณ วัดใหญ่ท่าเสา ตำบลท่าอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ เนื่องในวันมวยไทย จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับสภาวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์, สำนัก งานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอุตรดิตถ์ และสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ – อุตรดิตถ์ จัดพิธีเปิดงานมหกรรมมวยไทยพระยาพิชัยดาบหัก และมวยท่าเสา

กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 กุมภาพันธ์ 2567 ณ วัดใหญ่ท่าเสา ตำบลท่าเสา อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือพระเจ้าเสือ ที่ทรงพระปรีชาสามารถด้านมวยไทย และเพื่อรำลึกถึงพระคุณและวีรกรรมที่กล้าหาญของพระยาพิชัยดาบหัก รวมทั้งเพื่อสืบสาน รักษา และพัฒนาต่อยอดมรดกภูมิปัญญาด้านมวยไทยพระยาพิชัยดาบหักและมวยท่าเสา และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับประชาชนและชุมชนคนอุตรดิตถ์ โดยมีนายสหวิช อภิชัยวิศรุตกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดงาน และมีนายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารท้องถิ่นท้องที่ ภาคเอกชน/ประชาสังคม ผู้ประกอบการร้านค้าร้านอาหาร นักท่องเที่ยว เด็กเยาวชนและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

โดยภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย พิธีถวายราชสักการะสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือพระเจ้าเสือ, พิธีสวดพระพุทธมนต์ทำบุญอุทิศถวายแด่พระยาพิชัยดาบหักและครูมวยผู้ล่วงลับ, พิธีบวงสรวงพระยาพิชัยดาบหัก, พิธีเปิดงานกิจกรรมเทศกาลท่าเหนือเฟสสู่การพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้, นิทรรศการพระเจ้าเสือ, นิทรรศการพระยาพิชัยดาบหัก, กิจกรรมเรียนรู้ฝึกมวยไทยพระยาพิชัยดาบหักและมวยท่าเสา, กิจกรรรมการสาธิตและจำหน่ายอาหาร สินค้าและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม, การแสดงศิลปวัฒนธรรม การชกมวยไทย การเดินแบบแฟชั่นโชว์ การแสดงมินิ แสง สี เสียง ตำนานมวยไทยพระยาพิชัยดาบหัก และกิจกรรมเที่ยววัดยามค่ำคืน อารามอร่ามสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์วัดใหญ่ท่าเสา

ทั้งนี้ นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันมวยไทย ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตั้งแต่ปี 2554 ตามที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรมเสนอ เพราะมวยไทยเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ที่ขึ้นทะเบียนตั้งแต่ปี 2553 มาแล้ว และรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมมรดกภูมิปัญญามวยไทย เป็น soft power เพื่อสืบสาน รักษา และพัฒนาต่อยอดส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับประชาชน และประเทศชาติ กอปรกับมวยไทยพระยาพิชัยดาบหักและมวยท่าเสา ของจังหวัดอุตรดิตถ์ ถือเป็น 1 ใน 4 สายมวยโบราณหลักของประเทศไทย ที่มีการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นจนกระทั่งปัจจุบัน

การจัดงานครั้งนี้ จึงเป็นการสืบสาน รักษา และต่อยอด มวยไทยพระยาพิชัยดาบหักและมวยท่าเสา สู่ soft power ของจังหวัดอุตรดิตถ์ จึงขอเชิญชวนทุกท่าน มาเที่ยวชม ชิม ช็อป และร่วมกันสืบสาน รักษา และต่อยอด มรดกภูมิปัญญามวยไทยพระยาพิชัยดาบหักและมวยท่าเสาด้วยกัน ตั้งแต่วันที่ 6-8 กุมภาพันธ์ 2567 นี้ ที่ วัดใหญ่ท่าเสา ตำบลท่าอิฐ อำเภอเมืองอุตดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์


นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

มส.16 ปันสุขเด็กชายขอบ ระดุมทุนเชื่อมสะพานกั้นดินสไลด์ โรงเรียนตชด.บ้านโป่งลึก

มส.16 ปันสุขเด็กชายขอบ ระดุมทุนเชื่อมสะพานกั้นดินสไลด์โรงเรียนตชด.บ้านโป่งลึก

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ ได้มีพิธีมอบเงินสนับสนุนงบประมาณและสิ่งของเพื่อสนับสนุนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโป่งลึก อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี นำโดย พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ ประธานมูลนิธิการจัดการเพื่อความมั่นคง และประธานหลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง (มส.), พล.อ.ดร.มารุต ปัชโชตะสิงห์ ผู้อำนวยการหลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคง
ขั้นสูง (มส.), ผศ.พล.อ.ต.หญิง ดร.พัชรี พิพิธสุขสันต์ รองผู้อำนวยการฯ, ดร.วรวุฒิ ไชยศร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฯ, พล.ต.ต.ดร.ภาดล ประภานนท์ อาจารย์ประจำหลักสูตร พร้อมนักศึกษาหลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง (มส.) รุ่น 16 โดยมี พล.ต.ต.บรรพต มุ่งขอบกลาง รอง ผบช.ตชด. และคณะครู ให้การต้อนรับ พร้อมนำนักเรียนบ้านโป่งลึก มาร่วมรับมอบ

พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ กล่าวว่า สำหรับกิจกรรม CSR ครั้งนี้ เป็นวิสัยทัศน์ของหลักสูตร มส. 4 สร้าง คือ สร้างความมั่นคงแห่งชาติ สร้างความมั่นคงของมนุษย์ สร้างความรับผิดชอบต่อสังคม และสร้างคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อมุ่งส่งเสริมให้ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตร มส. แต่ ละรุ่น ได้เห็นความสำคัญ รวมพลังทั้ง ความรัก ความสามัคคี และการให้ ในการแบ่งปันต่อสังคม โดยเฉพาะเยาวชนในระบบการศึกษา ในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล อย่างเช่น รร.ตชด. บ้านโป่งลึก จ.เพชรบุรี ในครั้งนี้

ทั้งนี้เพื่อให้ครู นักเรียน ได้มีกำลังใจ มีโอกาส ในการเข้าถึงความจำเป็นขั้นพื้นฐานต่อการพัฒนาการเรียนการสอนให้มีคุณภาพต่อไปในอนาคต ในนามมูลนิธิการจัดการเพื่อความมั่นคง และหลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง( มส.) ขอขอบคุณรองผู้บัญชา การ และครูใหญ่ นักเรียน ที่ได้ให้โอกาส อำนวยความสะดวก ให้พี่ๆ มส.16 ได้มาจัดกิจกรรม CSR ในครั้งนี้

ด้าน น.พ.ไพศาล รัมณีย์ธร ประธาน มส.16 กล่าวว่า กิจกรรม CSR ครั้งนี้เป็นกิจกรรมแรกของรุ่น และเป็นการสานต่อจากรุ่นพี่ที่ดำเนินกิจกรรมดีๆต่อสังคมมาแล้วในหลายพื้นที่ ซึ่ง มส.รุ่น 16 ได้สำรวจและเลือกโรงเรียนตชด.บ้านโป่งลึก เนื่องจากเป็นโรงเรียนชายขอบอยู่ห่างไกลความเจริญ แล้วยังขัดสนสิ่งอำนวยความสะดวกทางการศึกษา จึงได้ระดมทุนทรัพย์จากพี่ๆชาว มส.16 นำมาเติมเต็มให้กับอนาคตของชาติ พร้อมสนับสนุนงบประมาณ 140,000 บาท เพื่อนำไปสร้างทางเชื่อมอาคารและป้องกันดินสไลด์ นอกจากนี้ยังได้บริจาคสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น มูลค่า 334,565 บาท ร่วมมอบให้กับเด็กและโรงเรียน

ทางด้าน ด.ต.รัฐพล ศุภางค์กูล ครูใหญ่ รร.ตชด.บ้านโป่งลึก กล่าวว่า ในนามบุคลากรของโรงเรียน ขอขอบพระคุณพี่ๆ มส.16 ทุกท่านเป็นอย่างสูง ที่เสียสละเงิน และสิ่งของ บริจาคให้เกิดประโยชน์กับโรงเรียนชายขอบ ตามวัตถุประสงค์ครั้งนี้


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าวอาวุโส
สำนักข่าวความมั่นคง รายงาน

สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนบางสะพานวิทยา เชิญศิษย์เก่า ร่วมงาน “คืนสู่เหย้า 55 ปี รำลึก ราชพฤกษ์สัมพันธ์”

ประจวบคีรีขันธ์ – สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนบางสะพานวิทยา เชิญศิษย์เก่า ร่วมงาน “ คืนสู่เหย้า 55 ปี รำลึก ราชพฤกษ์สัมพันธ์”

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 ที่โรงเรียนบางสะพานวิทยา อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบ คีรีขันธ์ พ.ต.อ.เอกราช หุ่นงาม บ.ว.รุ่นที่10 ประธานจัดงาน นายธวัชชัย ไทยเทเวศน์ บว.รุ่นที่ 30 ฝ่ายประชาสัมพันธ์, คุณตวงดาว เรืองเดชา บ.ว. รุ่น 16 ฝ่ายบริการจัดการเสื้อที่ระลึก พร้อมคณะกรรมการสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนบางสะพานวิทยา เตรียมจัดงาน “คืนสู่เหย้า 55 ปี รำลึก ราชพฤกษ์สัมพันธ์”

พ.ต.อ.เอกราช หุ่นงาม บ.ว.รุ่นที่10 ประธานจัดงาน กล่าวว่า งานเริ่มลงทะเบียน เวลา 17.00 น. ณ โรงเรียนบางสะพานวิทยา เข้างานฟรี กิจกรรมภายในงาน 1.จุดถ่ายรูปที่ระลึก, 2.จุดจำหน่ายและรับเสื้อที่ระลึก, 3. ชมการแสดง และโชว์ความสามารถด้านต่างๆ มินิคอนเสิร์ต จากน้องๆนักเรียนศิษย์ปัจจุบัน, 4. สนุกกับรำวงย้อนยุค วงนาวาแบนด์ นางรำคณะขวัญใจตาลกง จากจังหวัดเพชรบุรี, 5.จุดจำหน่ายคูปองบูทอาหารอร่อยและเครื่องดื่มทุกชนิด จากกลุ่มสาระของโรงเรียน

วัตถุประสงค์ในการจัดงาน เพื่อให้ศิษย์เก่าโรงเรียนบางสะพานวิทยาทุกรุ่นได้มาพบปะสังสรรค์ รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย 1.บูทอาหาร จากกลุ่มสาระต่างๆของโรงเรียน แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก 20% เข้าชมรมศิษย์เก่า บว. เพื่อใช้เป็นสาธารณประโยชน์ในอนาคต ส่วนที่สอง 80 % เข้ากลุ่มสาระ เพื่อใช้พัฒนาการเรียนการสอนให้กับนักเรียน, 2 การจำหน่ายเสื้อที่ระลึก ราคา 500.-บาท เพื่อนำรายได้มาใช้ในการจัดงานในครั้งนี้ และเป็นทุนในการจัดงานในครั้งต่อไป

สำหรับช่องทางการจัดจำหน่ายเสื้อที่ระลึก 1.สามารถสแกน QR code เพื่อสั่งซื้อ หรือกดลิงค์ https://forms.gle/fgxVg2ZLEXAB7j6L7, 2. แจ้งความประสงค์ผ่านประธานรุ่น หรือตัวแทนรุ่น สั่งจองได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 นี้เท่านั้น

หมายเหตุ ศิษย์เก่าโรงเรียนบางสะพานวิทยาทุกรุ่น มีสิทธิ์ลงทะเบียน สามารถเข้างานได้ทุกท่าน (มีโต๊ะเก้าอี้ๆไว้บริการฟรี) ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ F : รำลึกราชพฤกษ์สัมพันธ์ โรงเรียน บางสะพานวิทยา หรือติดต่อสอบถาม พ.ต.อ.เอกราช หุ่นงาม บ.ว.รุ่นที่ 10ประธานจัดงาน โทร.0926466535 นาย ธวัชชัย ไทยเทเวศน์ บว.รุ่นที่ 30 ฝ่าย ประชาสัมพันธ์ โทร.065-4742999 น.ส.ตวงดาว เรืองเดชา บ.ว. รุ่น 16 ฝ่ายบริการจัดการเสื้อที่ระลึก โทร.0810053433


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

ยิ่งใหญ่ครั้งของเมืองน่าน คณะการศาลปึงเถ่ากงฮากกาน่าน จัดงาน จากจีนสู่ไทย สุขใจสุขใจในแผ่นดินน่าน China Town of Nan 5 ก.พ.67

จังหวัดน่าน ประธานและคณะกรรมการ ศาลเจ้าปึงเถ่ากงน่าน ชุดใหม่ศาลปึงเถ่ากงฮากกาน่าน จัดงาน จากจีนสู่ไทย สุขใจสุขใจในแผ่นดินน่าน China Town of Nan 5 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นครั้งแรกในจังหวัดน่าน ได้ชมการเชิดสิงโตทั้ง 7 ตัว การรำการรำไท้เก็กของกลุ่มผู้สูงอายุ บูธอาหารจีบริการฟรี และ ร้านค้าถนนคนน่าน 2 ฝั่งถนนสุมนเทวราช หน้าศาลเจ้าปึงเถ่ากงน่าน จำหน่ายอาหารพื้นเมืองคาวหวานและของที่ละลึก เป็นการจัดงานครั้งแรกครั้งยิ่งใหญ่และครั้งแรกของ ศาลเจ้าปึงเถ่ากงน่าน ช่วง 150 ปี

5 ก.พ. 67 ที่ศาลเจ้าปึงเถ่ากงน่าน อายุ 121 ปี ตำบลเวียงใต้ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ประธานและคณะการชุดใหม่ ศาลปึงเถ่ากงฮากกาน่าน จัดงาน จากจีนสู่ไทย สุขใจสุขใจในแผ่นดินน่าน China Town of Nan 5 ก.พ.67 โดยนายชัยนรงค์ วงศใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดงาน ชาวจีนจากจีนสู่ไทย สุขใจสุขใจในแผ่นดินน่าน China Town of Nan พร้อมด้วย พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน, นายกฤชเพชร เพชระบูรณิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน, นางภัทรภร ชัยวัฒนกุล วัฒนธรรมจังหวัดน่าน, นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน, นายแพทย์ วสันต์ แก้ววี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน, นางสาวธนวันต์ ชุมแสง ประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน, นายธนกร รัฐชตานนท์ ประธานศาลเจ้าปึงเถ่ากงน่าน, หัวหน้าส่วนราชการ, ประธานพ่อค้าน่าน ประธานชมรมตระกูลแซ่ คนไทยเชื้อสายจีนจังหวัดน่าน

นายธนกร รัฐชตานนท์ ประธานศาลเจ้าปึงเถ่ากงน่าน กล่าวว่า นับเป็นโอกาสดีที่ชาว จังหวัดน่าน ได้เห็นพิธีเปิดตาสิงโต ทองปึงเถ่ากงฮากกาน่าน เป็นประเพณีโบราณของชาวจีครั้งแรกช่วง 150 ปี คนจีนในสมัยโบราณเชื่อว่า สิงโต นั้น เป็นบุตรของ มังกร เป็นสัญลักษ์ของพลังอำนาจ ความกล้าหาญ และความจงรักษ์ภักดี เพราะได้รับมอบหมายจากสรวงสวรรค์ ในฐานะผู้พิทักษ์ สิงโต จึงเป็นสัตว์เทพเจ้า และศักดิ์สิทธิ์ สามารถปัดเป่าวิญญาณและสิ่งชั่วร้ายได้ มีการแสดงฉลองการเชิดหัวสิงโตใหม่ ที่มีความหมายเปรียบเหมือนของศักศิ์สิทธิ์ ที่ได้รับมาจากสวรรค์ ร่วมทำพิธีต่อหน้า องค์เทพเจ้าศาลปึงเถ่ากงน่าน ทั้ง 6 องค์ องค์ 1 ทีกงเทพเจ้าแห่งฟ้า 2. องค์ปืงเถ่ากง 3.กวนกงเจ้าพ่อกวนอู 4. ตี่จู๊เอี้ยเจ้าที่ 5เซียนซือ และ 6.เทพจี้กง เป็น สิ่งศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดน่าน มาเป็นเวลา 120 เมื่อ (10 รอบ 2446- 2566) ย่างเข้าปีที่ 121 เปิดให้ประชาชนนักท่องเที่ยว มาไหว้ขอพร 6 องค์เทพ เพื่อเป็นสิริมงคล ความรุ่งเรือง และความเป็นอยู่ที่ดี

การจัดงาน จากจีนสู่ไทย สุขใจสุขใจในแผ่นดินน่าน China Town of Nan เพื่อบอกเล่า ประวัติความเป็นมา ของคนไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดน่าน 150 ปีที่ผ่านมา การรวมกลุ่ม การเดินทาง การลงหลักปักฐานการทำมาค้าขาย การทำกิจกรรมทางด้านสังคม การก่อสร้าง ศาลเจ้าปึงเถ่ากง กิจกรรม การแสดงงิ้วประจำปี ประเพณีซิโก เทศกาลขอบคุณเทพเจ้า การสร้างโรงเรียนซินจง มูลนิธิสมาคมฮงสุน เป็นโรงเรียนเอกชนเพื่อสอนภาษาจีนที่เกิดขึ้นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยชาวจีนโพ้นทะเลและคนไทยเชื้อสายจีนที่ถือกำเนิดในจังหวัดน่านได้ริเริ่มการจัดตั้งโรงเรียนวิชาภาษาจีน ภายใต้มูลนิธิปึงเถ่ากง-ซินจงน่าน เปิดสอน : อนุบาล 1 – ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (ม.3)

ผู้ร่วมงาน จากจีนสู่ไทย สุขใจสุขใจในแผ่นดินน่าน China Town of Nan จะได้สัมผัสวัฒนธรรมด้านอาหารของชาวจีนได้รับประทานฟรี ของชาวจีนที่มาออกบูธร่วมงาน เช่นซาลาเปา ช้อยแถวป่าน โบเกี๋ย ผัดหมี่อายุยืน ช้อยแถวป่าน กระเพาะปลาน้ำแดง ข้าวมันไก่ไหหลำ ขนมหวองฟามู่ป่าน ตือคาโค 5 ใส้ กระดาษไหว้เจ้า การชงชา และการเขียนพู่กันจีน
นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า จังหวัดน่าน การจัดงานชาวจีน จากจีนสู่ไทย “สุขใจในแผ่นดินน่าน” China Town of Nan ในนี้วันจันทร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ศาลเจ้าปึงเถ่ากงน่าน จังหวัดน่าน ตำบลหัวเวียงใต้ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นกิจกรรมย้อนรอยวัฒนธรรมคนไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดน่าน ของสำนักงาน วัฒนธรรม ที่ได้งบประมาณจากสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม ประเพณีของแต่ละจังหวัด สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน จึงได้ร่วมมือกับสารปึงเถ่ากงน่านร่วมกับ จัดประชุมหารือแนวทางดำเนินการ 2 ครั้ง ณ ห้องประชุมสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน และศาลปึงเถ่ากง ตำบลในเวียง อำเภอเมืองจังหวัดน่าน จึงนับเป็นความร่วมมือกันระหว่าง ภาครัฐและคนไทยเชื้อสายจีนใน จังหวัดน่าน


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร Nation TV – NAN
นที มีเดช รายงาน

มทบ.33 จัดพิธีถวายสักการะและพิธีบวงสรวงอนุสาวรีย์เจ้ากาวิละ

มณฑลทหารบกที่ 33 จัดพิธีถวายสักการะและพิธีบวงสรวงอนุสาวรีย์เจ้ากาวิละ เพื่อเทิดพระเกียรติพระเจ้ากาวิละและแสดงถึงความจงรักภักดีที่พระองค์ทรงมีคุณูปการแก่ผืนแผ่นดินล้านนาไทย

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567 ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์เจ้ากาวิละ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พลตรีธีระ ผดุงสุนทร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 เป็นประธานในพิธีถวายสักการะพุ่มดอกไม้สดและพิธีบวงสรวงอนุสาวรีย์เจ้ากาวิละ เพื่อเทิดพระเกียรติพระเจ้ากาวิละ ซึ่งเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2317 พระองค์ได้ทรงนำกำลังชาวล้านนาเข้าร่วมกับกองทัพพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงขับไล่ข้าศึกออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ได้สำเร็จ โอกาสนี้ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มอบหมายให้ นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมพิธี

โอกาสนี้ พลตรีธีระ ผดุงสุนทร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ได้นำผู้เข้าร่วมพิธีกล่าวสดุดีรำลึกพระเกียรติคุณพระเจ้ากาวิละ เบื้องหน้าอนุสาวรีย์ฯ เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีที่พระองค์ทรงมีคุณูปการแก่ผืนแผ่นดินล้านนาไทย


นที มีเดช รายงาน

ส่วนราชการและประชาชนชาวจังหวัดลำพูนทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อการบูรณะปรับปรุงแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ บ่อน้ำทิพย์ดอยขะม้อ ณ วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน

ส่วนราชการและประชาชนชาวจังหวัดลำพูนทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อการบูรณะปรับปรุงแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ บ่อน้ำทิพย์ดอยขะม้อ ณ วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 13.00 น. ที่วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน นายสันติธร ยิ้มละมัย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้นายอนุพงษ์ วาวงศ์มูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อบูรณะปรับปรุงแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ บ่อน้ำทิพย์ดอยขะม้อ ตำบลมะเขือแจ้ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน โดยมีพระเทพรัตนนายก เจ้าคณะจังหวัดลำพูน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหารเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีนายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นายสมาน กองแก้ว ปลัดจังหวัดลำพูน หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ด้วยคณะสงฆ์จังหวัดลำพูน คณะศรัทธา ข้าราชการ คหบดี พ่อค้า ประชาชน จังหวัดลำพูน ได้ร่วมกันทำบุญทอดผ้าป่าปรับปรุงแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ บ่อน้ำทิพย์ดอยขะม้อ ตำบลมะเขือแจ้ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองลำพูน และยังเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 7 แห่งของประเทศไทย ที่ใช้ประกอบพิธีตักน้ำพลีกรรมในโอกาสมหามงคล เพื่อนำไปประกอบพิธีสำคัญต่างๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันสถานที่ดังกล่าว เกิดความชำรุดทรุดโทรม คณะสงฆ์จังหวัดลำพูน และคณะศรัทธาทุกหมู่เหล่าได้ร่วมกันทอดผ้าป่าสามัคคีขึ้น เพื่อหารายได้มาบูรณะปรับปรุงแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ บ่อน้ำทิพย์ดอยขะม้อ และก่อสร้างศาลาบาตร เพื่อเป็นที่พักคอยของผู้ร่วมพิธีตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ด้านบนยอดดอยขะม้อ รวมถึงการปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่บริเวณโดยรอบให้มีความสวยงาม ควรค่าแก่การเคารพบูชาและประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ต่อไป

โดยมียอดเงินทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อการบูรณะปรับปรุงแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ บ่อน้ำทิพย์ดอยขะม้อ ณ วันที่ 5 กพ. 2567 จำนวนเงินทั้งสิ้น 548,654.25 บาท ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมทำบุญได้อย่างต่อเนื่องที่บัญชี ธ.ก.ส. สาขาลำพูน เลขที่บัญชี : 020229534161 ชื่อบัญชี : เพื่อปรับปรุงบ่อน้ำทิพย์ดอยขะม้อ

สำหรับดอยขะม้อ เป็นภูเขาลูกหนึ่งลักษณะสูงชันมาก รูปร่างเหมือนหม้อคว่ำ ชาวเมืองเรียกกันมาแต่โบราณว่า “ดอยคว่ำหม้อ” ต่อมาเพี้ยนมาเป็น “ดอยขะม้อ บ่อน้ำทิพย์” ที่เรียกเช่นนั้นก็เพราะว่าบนยอดดอยมีบ่อน้ำที่เกิดกลางแผ่นดิน ถือกันมาแต่โบราณว่าเป็นบ่อน้ำทิพย์ ที่บริเวณปากบ่อจะมีป้ายปักไว้ว่า “บริเวณบ่อน้ำทิพย์ห้ามผู้หญิงเข้า” เพราะเมื่อผู้หญิงเข้าไปแล้วน้ำในบ่อจะแห้งทันที ยอดดอยขะม้อมีความกว้างประมาณ 12 เมตร ยาว 30 เมตรล้อมรอบดอยนี้มีเขาสูงสลับซับซ้อนกันหลายลูกและมีพันธุ์ไม้นานาชนิดขึ้นอย่างหนาแน่น ด้านบนมีพระวิหารตั้งอยู่หลังหนึ่งกับรอยพระพุทธบาทจำลองอยู่หน้าวิหาร มีแผ่นศิลาจารึกเป็นภาษาไทยล้านนาว่า “ได้สร้างพระวิหารและรอยพระพุทธบาทจำลองเมื่อ พ.ศ.2470 โดยครูบาสิงห์ชัย วัดสะแล่ง พระครูชัยลังกา วัดศรีชุม ขุนจันทนุปาน กำนันตำบลมะเขือแจ้ และนายชัย กำนันตำบลบ้านกลาง ได้ชักชวนประชาชนสร้าง สิ้นค่าก่อสร้าง 3,000 รูปี ทำบุญฉลองเมื่อ พ.ศ.2472”

ดอยขะม้อ (บ่อน้ำทิพย์) ตั้งอยู่ในเขตตำบลมะเขือแจ้ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เลขที่ 259 หมู่ที่ 12 เป็นที่ตั้งที่พักสงฆ์ดอยขะม้อ (บ่อน้ำทิพย์) ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออก ประมาณ 16 กิโลเมตร บ่อน้ำทิพย์เป็นลักษณะบ่อที่เกิดกลางแผ่นดิน ไม่ใช่บ่อที่มีคนขุด มีกว้างประมาณ 3 เมตร เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสเรียว ลึกลงไปเป็นรูปกรวย ความลึกของบ่อน้ำทิพย์นั้นไม่สามารถลงไปวัดได้ น้ำทิพย์จากดอยขะม้อ ถือเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 7 แห่ง ที่ได้มาจากแม่น้ำและแหล่งน้ำสำคัญและเป็นสิริมงคลของประเทศ เพื่อนำมาทำน้ำพุทธมนต์ ณ มหาเจดีย์สถานอันเป็นมหานครโบราณ 7 แห่ง ได้แก่ น้ำจากแม่น้ำป่าสัก ตำบลท่าราบ, น้ำจากทะเลแก้ว พิษณุโลก, น้ำโชคชมพู บ่อแก้ว บ่อทอง สวรรคโลก, น้ำจากแม่น้ำนครไชยศรี นครปฐม, น้ำจากบ่อวัดหน้าพระลาน บ่อวัดเสมาชัย บ่อวัดเสมาเมือง นครศรีธรรมราช, น้ำจากบ่อวัดพระธาตุพนม นครพนม และน้ำทิพย์จากดอยขะม้อ ลำพูน

น้ำทิพย์ดอยขะม้อ จะถูกชักรอกด้วยค้างหงส์ เพื่อนำขึ้นสรง องค์พระบรมธาตุหริภุญชัย ในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ (เดือนแปดเป็ง) ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับชาวจังหวัดลำพูน เนื่อง จากถูกกำหนดให้เป็นน้ำสำหรับสรงพระบรมธาตุหริภุญชัย ซึ่งชาวลำพูนให้ความเคารพนับ ถือ เป็นมิ่งขวัญ และเป็นจอมเจดีย์ที่สำคัญ ที่สุดของอาณาจักรล้านนาโบราณ

สำหรับพิธีการตักน้ำทิพย์บนยอดดอยวันเวลาในการตักน้ำทิพย์ ตามธรรมเนียมพื้นเมือง จะตักในวันขึ้น 12 ค่ำ ก่อนวันสรงน้ำพระธาตุหริภุญชัย 3 วัน จะนิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป ขึ้นไปเจริญพระพุทธมนต์ ณ บริเวณยอดดอยขะม้อ เวลาค่ำมีการทำพิธีบวชพราหมณ์ จำนวน 4 ตน ซึ่งจะต้องนอนค้างคืน 1 คืน และประมาณ เวลา 05.00 น. ของเช้าวันขึ้น 12 ค่ำพราหมณ์ ทั้ง 4 ตน จะได้ลงตักน้ำทิพย์ใส่หม้อน้ำทิพย์ขึ้นเสลี่ยงแบกหามลงมาทำพิธีสมโภช หลังจากนั้นจะจัดขบวนอัญเชิญน้ำทิพย์ดอยขะม้อเข้าเมืองหริภุญชัยเพื่อตั้งสมโภชที่วัดพระธาตุหริภุญชัยเป็นเวลา 3 วัน ก่อนนำขึ้นสรงพระบรมธาตุเจ้า ร่วมกับน้ำสรงพระราชทาน


นที มีเดช รายงาน

เอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย และคณะ เข้าเยี่ยมคารวะแม่ทัพภาคที่ 3

เอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย และคณะ เข้าเยี่ยมคารวะแม่ทัพภาคที่ 3

ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2567 พลโท ประสาน แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับ นาย อู ชิช เว ( U Chit Swe ) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาประจำประเทศ ไทย และ พลจัตวา คุน เนย์ ตุน อู ( Khun Nay Tun Oo ) ผู้ช่วยทูตทหารสาธารณรัฐ แห่งสหภาพเมียนมาประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะแม่ทัพภาคที่ 3 เพื่อแนะนำตัวและหารือเกี่ยวกับความร่วมมือในด้านต่างๆ ซึ่งมี พันโท อดิศักดิ์ บัณฑิตย์ หัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค3 เป็นนักแปลภาษา(ภาษาพม่า) ณ ห้องรับรอง 1 กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567

แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวถึงความร่วมมือแก้ไขปัญหายาเสพติด การลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์และอาชญากรรมข้ามชาติในพื้นที่ตามแนวชายแดน ซึ่งทั้งสองประเทศ ใช้กลไกความร่วมมือในระดับพื้นที่บูรณาการแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา (The Border Consortium : TBC) และคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee : RBC) ซึ่งในห้วงที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จและสามารถช่วยแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ


นที มีเดช รายงาน