ยกช่อฟ้าวัดสามัคคีธรรม(หลวงปู่หล่ำ)

เมื่อวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 19.00 น. ณ วัดสามัคคีธรรม ซอยลาดพร้าว 80 แยก 14 แขวง และเขต วังทองหลาง กทม.จัดพิธียกช่อฟ้า โดยมี คุณทวีพงษ์ วิธีจงเจริญ ผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัว จังหวัดปทุมธานี, ผศ.ดร.วราวุธ ตีระนันท์ สมาชิกวุฒิสภา ร่วมเป็นประธานยกช่อฟ้า และมี พระครูปริยัติวัชรธรรม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย คุณสุวัฒนา เหลืองไตรรัตน์ ผู้พิพากษาสมทบศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ, คุณวิภารัตน์ ผลงาม, อาจารย์ประไพ มุตตาพระ, อาจารย์ณัฐภา สุทธิธนกูล, คุณฉัตรวีรยา ปิยศิริรักศิกา (ธนาคารออมสิน), คุณพิทักษ์ โพธิมาตร (ธนาคารออมสิน), คุณนิศาชล พลายแก้ว
ร่วมในพิธียกช่อฟ้าในโครงการประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดทั่วประเทศไทยศูนย์รวมศรัทธาหนึ่งเดียวทั่วทั้งแผ่นดิน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สำนักงานป้องกัน และควบคุมไฟป่า ร่วมกับ สบอ.3 (บ้านโป่ง) จัดประชุม หัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ยกระดับคุมเข้มไฟป่าเมืองกาญจน์ ขานรับนโยบาย รมว.ทส. เน้นเห็นไว​ เข้าถึงไว ดับและควบคุมให้ไว

สำนักงานป้องกัน และควบคุมไฟป่า ร่วมกับ สบอ.3 (บ้านโป่ง) จัดประชุม หัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ยกระดับคุมเข้มไฟป่าเมืองกาญจน์ ขานรับนโยบาย รมว.ทส. เน้นเห็นไว​ เข้าถึงไว ดับและควบคุมให้ไว

เมื่อ​วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า พร้อมด้วย นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) นำคณะผู้บริหารในสังกัด ทสจ.กาญจนบุรี กรมป่าไม้ กอ.รมน. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมบูรณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า ณ ศูนย์สั่งการและติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน (War Room) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ​ การประชุมครั้งนี้ ได้มีการนำนโยบายสำคัญของนายสุชาติ​ ชมกลิ่น​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) มาปรับใช้เป็นแนวทางบริหารจัดการแบบไร้รอยต่อระหว่างหน่วยงาน เพื่อลดพื้นที่เผาไหม้และบรรเทาปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในระดับภูมิภาค

ด้าน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (ออส.) ได้สั่งการเน้นย้ำความเข้มข้นในการปฏิบัติงาน ซึ่งที่ประชุมได้นำมาถ่ายทอดสู่การปฏิบัติจริง คือ ปรับแผนการลาดตระเวนในพื้นที่ล่อแหลมและจุดความร้อน (Hotspot) ซ้ำซาก โดยเพิ่มความถี่ในการตรวจตราและจัดทำแนวกันไฟควบคู่กันไปในตัว​ ยึดถือคติปฏิบัติ “พบไว เข้าถึงไว และดับได้ไว” เพื่อหยุดยั้งไฟป่าไม่ให้ลุกลามเป็นวงกว้าง​ กำชับเจ้าหน้าที่ประจำจุดเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยง พัฒนาและขยายสัญญาณวิทยุสื่อสารให้ครอบคลุมจุดอับสัญญาณ เพื่อให้เจ้าหน้าที่หน้างานสามารถรายงานสถานการณ์และขอกำลังสนับสนุนได้ทันที


//////# กัมพล ทันเวลา // ทีมข่าวภาคตะวันตก

โรงพยาบาลนครปฐม ศึกษาดูงาน ระบบบริการ ผู้ป่วยนอกด้วยนวัตกรรมดิจิทัล

โรงพยาบาลนครปฐมศึกษาดูงาน ระบบบริการ ผู้ป่วยนอกด้วยนวัตกรรมดิจิทัล

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.30 น. นพ.สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ศึกษาดูงานระบบการบริการผู้ป่วยนอก ด้วยนวัตกรรมดิจิทัล โดยมี นพ.เกรียงไกร โพธานันท์ ผช.ผอ.ด้านตติยภูมิ กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย นพ.วิจักษณ์ กาญจนอุทัย รองผู้อำนวยการด้านพัฒนาระบบบริการและสนับสนุนบริการสุขภาพ คณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ เพื่อศึกษานวัตกรรมดิจิทัล มาพัฒนาระบบบริการผู้ป่วยนอก ให้มีประสิทธิภาพ ณ โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จังหวัดนนทบุรี


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

“พ่อเมืองเพชรฯ” โชว์ผัดหมี่ซั่วกระทะยักษ์เปิดงานตรุษจีนปี 69 ตื่นตา “มังกรลอดซุ้มไฟ-ต่อตัวพ่นพลุ ชวนไหว้เจ้าเสริมเฮง 16-20 ก.พ

“พ่อเมืองเพชรฯ” โชว์ผัดหมี่ซั่วกระทะยักษ์เปิดงานตรุษจีนปี 69 ตื่นตา “มังกรลอดซุ้มไฟ-ต่อตัวพ่นพลุ ชวนไหว้เจ้าเสริมเฮง 16-20 ก.พ

วันที่ 17 ก.พ. ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เปิดงานเทศกาลตรุษจีน สืบสานประเพณีวัฒนธรรมชาวไทยเชื้อสายจีน จ.เพชรบุรี ประจำปี 2569 ณ บริเวณถนนสุรินทรฦๅชัย (ถนน 18 เมตร) ต.ท่าราบ อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี และร่วมกับ นายกิตติพงษ์ เทพพานิช นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี นางณัฐฐินีย์ คงบูชาเกียรติ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายกสมาคมชาวจีนเพชรบุรี ประธานสหสมาคมมูลนิธิชาวจีนเพชรบุรี พร้อมคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองเพชรบุรี ผัดหมี่ซั่วกระทะยักษ์ แจกจ่ายให้ผู้มาร่วมงานเพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อหากได้รับประทานผัดหมี่ซั่ว ในวันตรุษจีนอายุจะยืนยาว จากนั้น ได้ร่วมสักการะเทพเจ้า เจ้าแม่กวนอิม เทพเจ้ากวนอู เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย และพระสังกัจจาย เพื่อขอพรความเป็นศิริมงคล ท่ามกลางนักท่องเที่ยว และประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนเข้าร่วมงาน จำนวนมาก

ไฮไลต์สำคัญที่เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชม คือ การแสดงเชิดสิงโตสุดระทึกใจ จากคณะลูกหลวงพ่อโอภาสี ที่โชว์ลีลาผาดโผน “ลอดซุ้มดอกไม้ไฟ” อย่างดุดันสวยงาม และการแสดงกายกรรม ท่ามกลางการจุดพลุไฟประกอบการแสดงที่สว่างไสวตระการตา สร้างความประทับใจแก่ผู้มาร่วมงานเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ภายในงานยังเปิดให้ประชาชนได้ร่วมสักการะขอพร “เทพเจ้า 5 พระองค์” ได้แก่ เจ้าแม่กวนอิม, เทพเจ้ากวนอู, เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย, เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย และพระสังกัจจายน์ เพื่อความเป็นสิริมงคล รับโชคลาภ และความร่ำรวย โดยเปิดให้สักการะได้ตั้งแต่วันที่ 16 – 20 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ปะรำพิธีบริเวณถนนสุรินทรฦๅชัย

สำหรับบรรยากาศภายในงานคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว มีการประดับโคมไฟเต็งลั้งสีแดง-ทองตลอดเส้นทาง พร้อมกิจกรรมทางวัฒนธรรม อาทิ นิทรรศการชงชา ตัดกระดาษจีน จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากนักเรียน และซุ้มอาหารอร่อยที่แจกฟรีแก่ผู้ร่วมงาน ถือเป็นการสืบสานประเพณีและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรีในช่วงเทศกาลปีใหม่จีนได้อย่างดีเยี่ยม


///////บรรณรต จ.เพชรบุรี

มทบ.37 ร่วมพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงประจำกองอาสารักษาดินแดนจังหวัด เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดนครบรอบ 72 ปี

มณฑลทหารบกที่ 37 ร่วมพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงประจำกองอาสารักษาดินแดนจังหวัด เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดนครบรอบ
72 ปี

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 พันเอก สิงหนาท โลสุยะ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 เป็นผู้แทนหน่วย เข้าร่วมพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงประจำกองอาสารักษาดินแดนจังหวัด เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดนครบรอบ 72 ปี

ในการนี้ ได้มีพิธีมอบทุนการศึกษาแก่บุตรหลานสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน เพื่อเป็นการส่งเสริมและสร้างขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวของกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธี ณ กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงรายที่ 1
ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นอย่างสมเกียรติและเปี่ยมด้วยความภาคภูมิ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อความมั่นคงของประเทศชาติ และความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดเชียงราย อันเป็นพลังสำคัญในการดูแลความสงบเรียบร้อยและความผาสุกของประชาชน

#มณฑลทหารบกที่37 #กองอาสารักษาดินแดน #ครบรอบ72ปี #ความมั่นคงเพื่อประชาชน #กองทัพบกเพื่อประชาชน


นที มีเดช รายงาน

แนวหลังรวมพลัง ส่งกำลังใจสู่แนวหน้า

แนวหลังรวมพลัง ส่งกำลังใจสู่แนวหน้า — รพ.ค่ายจิรประวัติ มทบ.31 จัดกิจกรรม “ส่งรักให้ผู้พิทักษ์ชายแดน” เสริมขวัญกำลังใจทหารผู้เสียสละ ปฏิบัติภารกิจเพื่อชาติอย่างไม่ย่อท้อ

พลตรี อภิเดช ผลทวี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 มอบหมายให้ พันเอก สมัย ขำพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ มณฑลทหารบกที่ 31 จัดกิจกรรมพิเศษตลอดเดือนกุมภาพันธ์ “ส่งรักให้ ผู้พิทักษ์ชายแดน” เพื่อเปิดพื้นที่แห่งความอบอุ่น ให้กำลังพล ครอบ ครัว และประชาชนทั่วไป ได้ร่วมกันเขียนข้อความแทนความห่วงใย ความคิดถึง และกำลังใจ ส่งตรงถึงทหารผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ซึ่งเสียสละแรงกายแรงใจในการพิทักษ์อธิปไตยของชาติ และดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างไม่ย่อท้อ ณ อาคารตรวจโรคผู้ป่วยนอก (OPD) โรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์

ภายในงานมีการจัดมุมกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ อาทิ บอร์ดข้อความรูปหัวใจ จุดเขียนการ์ดให้กำลังใจ และพื้นที่ถ่ายภาพเชิงสัญลักษณ์ เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้ถ่ายทอดความรู้สึกจากใจสู่ใจ ข้อความสั้น ๆ ที่เต็มไปด้วยความจริงใจ ได้สะท้อนสายใยความผูกพันระหว่าง “แนวหลัง” และ “แนวหน้า” ในโอกาสนี้ พันเอก สมัย ขำพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ มณฑลทหารบกที่ 31 ได้ร่วมเขียนข้อความให้กำลังใจ และพบปะกำลังพลที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างใกล้ชิด สร้างบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและเป็นกันเอง

ตลอดจนยังได้เชิญชวน นักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) ศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 31 เข้าร่วมกิจกรรม โดยมี พันเอก บุริม เครือเป็งกุล ผู้บัญชาการศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 31 นำน้องๆ นักศึกษาวิชาทหาร เขียนข้อความส่งกำลังใจถึงพี่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกแห่งความเสียสละ ความรักชาติ และความภาคภูมิใจในบทบาทของผู้พิทักษ์แผ่นดิน เสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกำลังพลรุ่นปัจจุบันกับเยาวชนกำลังสำรองของชาติอย่างมีความหมาย

ทั้งนี้ ข้อความและการ์ดกำลังใจทั้งหมดจะถูกรวบรวมและจัดส่งไปยังหน่วยทหารตามแนวชายแดน เพื่อเป็นพลังใจสำคัญในการปฏิบัติภารกิจ ยืนยันว่าเบื้องหลังแนวหน้า ยังมีแรงสนับสนุนจากประชาชน ครอบครัว และเยาวชนไทยคอยยืนเคียงข้างอย่างมั่นคง

โรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ มณฑลทหารบกที่ 31 ยังคงมุ่งมั่นในการเสริมสร้างขวัญกำลังใจ ควบคู่กับการดูแลรักษากำลังพล เตรียมความพร้อมใ

นการสนับสนุนทางการแพทย์ทหาร ตามมาตรฐานกรมแพทย์ทหารบก ทั้งด้านการแพทย์ การส่งเสริมสุขภาพ และการดูแลสุขภาพจิต เพื่อให้กำลังพลมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ รองรับทุกภารกิจอย่างเต็มศักยภาพ

“เพราะทุกข้อความจากแนวหลัง คือพลังสำคัญของแนวหน้า และทุกกำลังใจ คือแรงผลักดันให้ผู้พิทักษ์ชายแดนปฏิบัติภารกิจอย่างเข้มแข็งและภาคภูมิ”


นที มีเดช รายงาน

รมว.กห. พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมการฝึกภาคสนามนักศึกษาวิชาทหาร ณ ค่ายฝึกเขาชนไก่ จ.กาญจนบุรี

รมว.กห. พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมการฝึกภาคสนามนักศึกษาวิชาทหาร ณ ค่ายฝึกเขาชนไก่ จ.กาญจนบุรี

วันนี้ (16 ก.พ. 69) พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางไปยังค่ายฝึกนักศึกษาวิชาทหารเขาชนไก่ ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี พร้อมด้วย พลเอก อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชาผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก และ พลโท วัชรินทร์ มุทะสินธุ์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน เพื่อตรวจเยี่ยมการฝึกภาคสนามของนักศึกษาวิชาทหาร ประจำปีการศึกษา 2568 โดยมีหน่วยบัญชาการรักษาดินแดนเป็นหน่วยรับผิดชอบ

โอกาสนี้ ได้รับชมการฝึกตามมาตรฐาน ภายใต้นโยบาย “เทิดทูนสถาบัน มาตรฐาน ทันสมัย มีวินัย จิตอาสา” รวมถึงมาตรการความปลอดภัยในการฝึกภาคสนาม เพื่อสร้างการรับรู้แก่ผู้ปกครอง นักศึกษาวิชาทหารที่จะเข้ารับการฝึก และประชาชนทั่วไป ให้เกิดความมั่นใจและคลายความกังวลในการส่งบุตรหลานเข้ารับการฝึก อีกทั้งยังสะท้อนถึงความพร้อมของครูฝึกในทุกมิติ ทั้งทักษะ ความชำนาญ เทคนิคการถ่ายทอดความรู้ เครื่องช่วยฝึก และอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เหมาะสม สอดคล้องนโยบายผู้บัญชาการทหารบก มุ่งพัฒนานักศึกษาวิชาทหารให้มีทักษะและประสบการณ์ เสริมสร้างความสามัคคี ความเสียสละ และมีจิตอาสา ตระหนักในภารกิจด้านความมั่นคง พร้อมดำรงความปลอดภัยตลอดการฝึก

การฝึกภาคสนามนักศึกษาวิชาทหาร เป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาวิชาทหารได้นำความรู้จากการฝึกภาคปกติมาปฏิบัติในภูมิประเทศจริง โดยหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ผ่านศูนย์การนักศึกษาวิชาทหาร ได้กำหนดห้วงการฝึกสำหรับนักศึกษาวิชาทหาร ชั้นปีที่ 2–3 (ชาย/หญิง) ส่วนกลาง และชั้นปีที่ 4–5 (ชาย/หญิง) ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 10 มกราคม ถึง 9 มีนาคม 2569 ณ ค่ายฝึกนักศึกษาวิชาทหารเขาชนไก่ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

ภายหลังรับฟังบรรยายสรุป คณะผู้บังคับบัญชาได้ตรวจเยี่ยมระบบสนับสนุนและมาตรการความปลอดภัยในการฝึก อาทิ การบริการทางการแพทย์ เครื่องช่วยฝึก สุขอนามัย การประกอบเลี้ยง และการเคลื่อนย้ายนักศึกษาวิชาทหาร พร้อมเยี่ยมชมสถานีฝึกต่าง ๆ เช่น สถานีทดสอบกำลังกระโดดหอสูง 34 ฟุต การฝึกพาราเซล การฝึกอากาศยานไร้คนขับ การฝึกบุคคลทำการรบ การฝึกดำรงชีพในป่า การไต่หน้าผาและโรยตัว สถานีบรรเทาสาธารณภัย และการช่วยฟื้นคืนชีพ นอกจากนี้ คณะฯ ยังได้ร่วมรับประทานอาหารเย็นกับนักศึกษาวิชาทหาร และพบปะตัวแทนนักศึกษาวิชาทหาร ชั้นปีที่ 2–5

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้พบปะพูดคุยและให้กำลังใจนักศึกษาวิชาทหารที่เข้ารับการฝึก ด้วยความเข้มแข็ง อดทน และมีระเบียบวินัย พร้อมขอให้ใช้โอกาสนี้ในการเรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เพื่อนำไปพัฒนาตนเองและเป็นกำลังสำรองที่สำคัญของประเทศต่อไป



แผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์กองทัพบก
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

เชียงใหม่ จัดประชุมและลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ไฟป่า ที่ อุทยานแห่งชาติออบหลวง พร้อมเร่งบริหารจัดการไฟที่จำเป็นในพื้นที่เสี่ยง 16 ตำบล ใน 8 อำเภอโซนใต้ของจังหวัดเชียงใหม่

เชียงใหม่ จัดประชุมและลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ไฟป่า ที่ อุทยานแห่งชาติออบหลวง พร้อมเร่งบริหารจัดการไฟที่จำเป็นในพื้นที่เสี่ยง 16 ตำบล ใน 8 อำเภอโซนใต้ของจังหวัดเชียงใหม่

วันนี้ (16 ก.พ. 69) นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 แบบบูรณาการจังหวัดเชียงใหม่ ที่ อุทยานแห่งชาติออบหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นการประชุมนอกสถานที่ครั้งแรกในปีนี้ เพื่อให้ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ติดตามสถานการณ์ไฟป่าฯ จากสภาพพื้นที่จริง นำมาร่วมกันวิเคราะห์ วางแผน และหามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด

โดยข้อมูลสถานการณ์ไฟป่าในวันนี้ 16 กุมภาพันธ์ 2569 (รอบเช้า) มีจุดความร้อนเกิดขึ้น 7 จุด อยู่ในพื้นที่อำเภอดอยเต่า 3 จุด เชียงดาว 2 จุด และแม่วาง 2 จุด เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ได้แล้วทั้งหมด ส่วนสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ป่าแม่ออนที่ลุกไหม้ต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงช่วงเช้านี้ ได้ประสานนำอากาศยานเข้าไปช่วยดับไฟ ล่าสุด สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้วเช่นกัน สำหรับสถานการณ์ในภาพรวม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม -15 กุมภาพันธ์ 2569 จังหวัดเชียงใหม่เกิดจุดความร้อนขึ้นรวมทั้งสิ้น 171 จุด มากที่สุด คือ อำเภอดอยเต่า 99 จุด แม่แจ่ม 18 จุด เชียงดาว 10 และอมก๋อย 10 จุด ส่วนมากเกิดขึ้นในพื้นที่ป่าสงวน และอยู่ในโซนใต้ของจังหวัด แต่หากเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ในช่วงเวลาเดียวกัน พบว่า จุดความร้อนลดลงถึง 86 เปอร์เซ็นต์ และหากเทียบกับปี 2568 ที่ผ่านมา พบว่า ลดลง 16 เปอร์เซ็นต์

ภายหลังการประชุม นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชน ว่า ขณะนี้จังหวัดเชียงใหม่กำลังเข้าสู่ช่วงของการเผชิญเหตุไฟป่า ซึ่งมักมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป และจะเริ่มจากพื้นที่ทางตอนใต้ของจังหวัดก่อน แม้ว่าสถิติการเกิดจุดความร้อนและค่าคุณภาพอากาศในปีนี้จะดีกว่าเมื่อเทียบกับทั้งค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี และในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากการสร้างความเข้าใจในการงดเผาให้กับประชาชน แต่อย่างไรก็ตามจังหวัดเชียงใหม่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เนื่องจากปีนี้มีการประเมินสถานการณ์แล้วว่าจะมีปริมาณฝนน้อยมาก ทำให้อากาศร้อนจัด และสภาพภูมิประเทศมีความแห้งแล้ง ทำให้หลายฝ่ายเป็นกังวลว่าจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดไฟได้ง่าย และเมื่อเกิดแล้วจะลุกลามและดับได้ลำบาก จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและรับมือกับไฟที่อาจเกิดขึ้น

ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลการเกิดไฟป่าในปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า ไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 16 ตำบล จาก 8 อำเภอในพื้นที่โซนใต้ของจังหวัด กินพื้นที่ไปกว่า 410,000 ไร่ หรือคิดเป็น 65 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่เผาไหม้ทั้งหมดของจังหวัด ซึ่งมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ทั้งการลักลอบเผาเพื่อหาของป่า การเตรียมพื้นที่เพื่อทำเกษตรบนพื้นที่สูง การประกอบอาชีพในป่า ดังนั้น จึงต้องโฟกัสไปที่จุดนี้เป็นพิเศษ โดยให้เร่งทำความเข้าใจให้กับชาวบ้านในการงดเผา แล้วหาทางสนับสนุนช่วยเหลือในด้านต่างๆ เพื่อให้ชาวบ้านเลี้ยงชีพได้โดยไม่ต้องพึ่งการเผา แต่หากมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดในแต่ละพื้นที่ ก็จะต้องมามองถึงการใช้การบริหารจัดการไฟ ต้องแยกไฟที่จำเป็นกับไฟที่ไม่จำเป็นออกจากกันให้ได้

ซึ่งในประเด็นนี้ ได้มอบหมายให้ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ไปเร่งหารือร่วมกับทั้ง 16 ตำบล ใน 8 อำเภอ รวมถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบในแต่ละด้าน เพื่อวางแนวทางการบริหารจัดการไฟ การประสานงาน และหาจุดสมดุลร่วมกัน เพื่อที่จะให้ปริมาณของฝุ่นที่เกิดจากการบริหารจัดการเผาไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานค่าคุณภาพอากาศที่กรมควบคุมมลพิษกำหนดไว้ และไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนโดยรวม


นที มีเดช รายงาน

อดีตแม่ทัพกุ้ง ลงพื้นที่ปลุกใจเยาวชนเชียงใหม่ – ลำพูน กว่า 3,500 คน ถ่ายทอด “เรื่องจริงจากแนวชายแดน” สร้างจิตสำนึกรักชาติ

อดีตแม่ทัพกุ้ง ลงพื้นที่ปลุกใจเยาวชนเชียงใหม่ – ลำพูน กว่า 3,500 คน ถ่ายทอด “เรื่องจริงจากแนวชายแดน” สร้างจิตสำนึกรักชาติ

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงเรียนนวมินทราชูทิศพายัพ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียง ใหม่ พลเอกบุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก หรือ อดีตแม่ทัพกุ้ง เป็นวิทยากรพิเศษถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ตรง จากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน หัวข้อ “เรื่องจริงจากแนวชายแดน ภารกิจพิทักษ์อธิปไตยผืนแผ่นดินไทย” ให้แก่นักเรียนโรงเรียนนวมินทราชูทิศพายัพและนักศึกษาวิชาทหาร สังกัดมณฑลทหารบก ที่ 33 จาก 32 โรงเรียนในจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน จำนวนกว่า 3,500 คน

ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก นำเรื่องราวประสบการณ์จริงในการปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์เอกราชตามแนวตะเข็บชายแดน มาถ่ายทอดเพื่อให้เยาวชนได้เห็นภาพความสำคัญ ของอธิปไตยไทย รวมถึงความเสียสละของทหารกล้า ที่หยัดยืนปกป้องแผ่นดินด้วยเลือดเนื้อ เพื่อให้ประชาชนในชาติได้ดำรงชีวิตอย่างสงบสุข ภายใต้ธงไตรรงค์

นอกจากนี้ ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก ยังแนะแนวทางในการดำเนินชีวิตแก่เยาวชน ให้ตั้งใจเรียนหนังสือ ยึดมั่นในศาสนา ไม่ว่าจะเป็นศาสนาใด เพราะต่างสอนให้คนเป็นคนดี มีจิตสำนึกในการทำหน้าที่เพื่อส่วนรวม มีความสามัคคี รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ช่วยเสริมสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นชาติไทยและกระตุ้นให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ มีความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันดูแลรักษาความมั่นคงของแผ่นดินไทยให้ยั่งยืนสืบไป


นที มีเดช รายงาน

เหตุถนนรุกป่าสั่งย้ายหน.ขสป.ด่วน

สบอ.16 สาขาแม่สะเรียง แจงปมบุกรุกป่าแม่ยวมฝั่งขวา ยันตรวจยึดไม้-ทำถนนผิดกฎหมาย พร้อมสั่งย้ายหัวหน้าเขตฯ และตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 – นายชัยชาญ ศรียงค์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง หรือ สบอ.16 สาขาแม่สะเรียง ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการตรวจสอบการลัก ลอบทำถนนใหม่และการตัดไม้ในเขตป่าอนุรักษ์ ตามที่ปรากฏเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียผ่านเฟซบุ๊ก “พิทักษ์ศรัทธา” ของคุณชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ที่ระบุถึงการตัดไม้กลางป่าอนุรักษ์กว่า 500 ต้น โดยมีนายนายนาวี ศิลป์สุภากุล หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน ทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ร่วมชี้แจง ณ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง

นายชัยชาญ ได้ให้ข้อมูลพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงโดยลำดับเหตุการณ์ว่า เมื่อวันที่ 21 พฤศจิ กายน 2568 สบอ.16 สาขาแม่สะเรียง ได้รับรายงานจากสายตรวจปราบปรามฯ ตามหนังสือ ที่ ทส 0962.2 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 เรื่อง ตรวจสอบการทำถนนเส้นใหม่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา หลังได้รับแจ้งจากผู้หวังดีไม่ประสงค์ออกนามว่า มีการบุกเบิกพื้นที่เพื่อทำเส้นทางสัญจรของรถยนต์ระหว่างหมู่บ้านขุนแม่สอง ต.เสาหิน อ.แม่สะ เรียง กับหมู่บ้านห้วยกองเป๊าะ ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน

จากการลงพื้นที่สืบทราบข้อมูลเบื้องต้นจากชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านห้วยกองเป๊าะ ได้ข้อมูลว่าพบว่า มีการทำถนนดังกล่าวเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงวันที่ 20 กันยายน 2568 และมีการพูดถึงประเด็นนี้ในการประชุมผู้ใหญ่บ้านเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 โดยข้อมูลในทางลับปรากฏพฤติการณ์ที่น่าเชื่อว่า มีผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ใกล้เคียงกับหมู่บ้านห้วยกองเป๊าะ เป็นเจ้าของเครื่องจักร ทั้งรถแบคโฮและรถไถฟาร์ม รวมถึงเป็นผู้รับเหมาขุดเจาะถนนเส้นนี้เพื่อใช้สำหรับขนส่งสินค้าเกษตรไม่ทราบประเภทจากประเทศเมียนมาเข้ามายังประเทศไทย

นายชัยชาญ กล่าวต่อว่า ตนซึ่งเข้ามารับตำแหน่ง ผอ.สบอ.16 สาขาแม่สะเรียง เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 เมื่อได้รับทราบเรื่องรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรและทางโทรศัพท์โดย ตรงจากผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร พบว่ามีมูลความจริง จึงสั่งการให้ติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดและกำชับให้ส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร สนธิกำลังร่วมกับส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าเข้าตรวจยึด โดยให้ดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และได้นำเรื่องราวรายงานให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อโปรดทราบและพิจารณาต่อไป

กระทั่งเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 คณะเจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าและสายตรวจปราบปรามฯ ได้ร่วมกันลงพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อปราบปรามการกระทำผิดตามที่ได้รับแจ้งจากผู้หวังดีเพื่อหวังรางวัลสินบนนำจับ โดยตรวจสอบพิกัดจากสัญญาณดาวเทียม (GPS) บริเวณจุดที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นพื้นที่อยู่ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีลักษณะการกระทำความผิดคือ การทำถนนตัดทำขึ้นมาใหม่ลัดเลาะตามสันเขาเพื่อมาเชื่อมต่อกับถนนเดิมระหว่างบ้านห้วยกองเป๊าะไปยังหย่อมบ้านแม่สำเพ็งเหนือ มีการทำถนนใหม่รวม 4 เส้นทาง ลัดเลาะผ่านสภาพป่าดิบแล้งและป่าดิบเขา ความสูง 600-1,100 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1A คณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจวัดความกว้างถนน มีความกว้างประมาณ 3 เมตร โดยมีการใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ เพราะพบร่องรอยตีนตะขาบต้นร่องรอยบุ้งกี๋ของรถแบคโฮและร่องรอยดอกยางของรถไถฟาร์มทำการปรับพื้นดิน ขุดโค่นต้นไม้จำนวนมาก ซึ่งต้นไม้ที่ถูกขุดขึ้นจะโค่นล้มทั้งรากเหง้า วัดระยะทางบุกรุกได้รวม 6.60 กม. คิดเป็นเนื้อที่รวม 12 ไร่ 1 งาน 50 ตารางวา พร้อมทั้งตรวจยึดไม้กระยาเลยของกลาง ได้จำนวน 329 ท่อน ปริมาตร 156.94 ลบ.ม. รวมมูลค่าความเสียหายที่รัฐพึงได้รับเป็นเงิน 2,847,151 บาท

เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย เนื่องจากคดีนี้ถือเป็นคดีรายใหญ่ ตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยมาตรการควบคุม ตรวจสอบ และเร่งรัดการดำเนินคดีอาญา พ.ศ. 2567 ตามข้อ 4 ของคดีรายใหญ่ เนื่องจากมีปริมาณไม้ท่อนเกิน 40 ลบ.ม. และมีรูปแบบการดำเนินการในลักษณะที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มทุนหรือผู้มีอิทธิพล จึงได้ออกคำสั่ง สบอ.16 สาขาแม่สะเรียง ที่ 1038/2568 ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2568 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของกรมอุทยานฯ ตามหนังสือด่วนที่สุดที่ ทส 0904.302/3968 ว่ามีเจ้าหน้าที่รู้เห็น ปล่อยปะละเลย หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เนื่องจากได้รับข้อมูลจากผู้ใหญ่บ้านห้วยกองเป๊าะว่า มีการเริ่มทำถนนมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 แล้ว ทั้งนี้ หากพบว่าเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯ เข้าไปเกี่ยวข้อง จะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ เพื่อความโปร่งใสในการสอบสวน สบอ.16 สาขาแม่สะเรียง ได้รายงานพฤติกรรมของหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ต่ออธิบดีกรมอุทยานฯ จนนำมาซึ่งคำสั่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ 6007/2568 ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2568 ให้หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ขณะเกิดเหตุ ไปปฏิบัติราชการ ณ สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2568 จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ในขณะที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกำลังดำเนินการรวบรวมหลักฐานเพื่อรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

ด้านนายนาวี ศิลป์สุภากุล หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน ทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา กล่าวว่า ได้เข้ามาทำหน้าที่แทนหัวหน้าคนเดิมเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาและได้ควบคุมไม่ให้มีการสัญจรในถนนดังกล่าว ทั้งรถและคน โดยทำป้ายปิดประกาศห้ามใช้เส้นทาง แต่ยังมีความพยายามของราษฎรที่จะใช้เส้นทาง จึงได้นำแนวรั้วลวดหนามมากั้นปิดหัวท้ายของถนนเพื่อไม่ให้มีการสัญจร โดยได้ดำเนินการร้องทุกข์และมีสถานะทางคดีแล้ว ทั้งนี้ คาดว่าการสร้างเส้นทางดังกล่าวขึ้น น่าจะใช้เป็นเส้นทางหลบหลีกจากถนนเส้นทางหลักที่มีด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการอยู่ตลอดเวลา ซึ่งขณะนี้ระหว่างการสืบหาข้อเท็จจริง

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอเรียนว่า กรมฯ ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวอย่างยิ่ง และจะเร่งดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงตามระเบียบข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อความโปร่งใสในการปกป้องทรัพยากรป่าไม้ของชาติ.


ภานุเดช ไชยสกูล / แม่ฮ่องสอน