คณะกรรมาธิการการศึกษา ตรวจเยี่ยมสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 2

จังหวัดลพบุรี – คณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมวุฒิสภา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินการ พร้อมเสนอแนะและรับฟังปัญ หาสถาบันในสังกัดสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 2

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 69 นายกมล รอดคล้าย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมวุฒิสภา พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและศึกษาดูงานในการดำเนินการของสถานศึกษาในสังกัดสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 2 อำเภอเมืองลพบุรี โดยมีนายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี และนายเรวัช ศรีแสงอ่อน ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 2 นายประสงค์ อุบลวัตร ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคลพบุรี และผู้อำนวยการสำนักงานอาชีวศึกษาลพบุรี และคณะผู้บริหารในสังกัดสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 2 ให้การต้อนรับ

ซึ่งได้มีการรายงานถึงผลการดำเนินการในด้านต่างของสถาบันในสังกัดต่าง ๆ โดยสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลางรับผิดชอบสถาบันในพื้นที่ 4 จังหวัดประกอบด้วยจังหวัดลพบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดอ่างทอง ซึ่งได้มีการผลิตนักศึกษาออกสู่งสังคมที่ช่วยพัฒนาประเทศชาติในด้านต่าง ๆ ปีหนึ่งนับหมื่นคน นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาต่อยอดสร้างผลงานในระดับประเทศที่เป็นที่ยอมรับมากมาย

ทั้งนี้ทางคณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมวุฒิสภา ได้รับฟังปัญหาต่าง ๆ จากทางคณะผู้บริหารที่สถาบันนำเสนอ เพื่อที่จะได้มีการวางแนวทางในการหาทางแก้ไขที่จะได้ช่วยในการพัฒนาการเรียนการสอนให้ก้าวหน้า พร้อมกันนี้ได้เสนอให้กับสถาบันทุกแห่งช่วยในการพัฒนาในเรื่องการเรียนการสอนที่จะให้นักศึกษาได้มีความรู้ที่ทันสมัย เนื่องจากในปัจจุบันเทคโนโลยีได้มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว หากนักศึกษาที่จะเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่เข้าไปพัฒนาประเทศชาติในอนาคตที่ยังล้าหลังอยู่ก็จะทำให้มีการพัฒนาไม่ทันประเทศอื่น ๆ ทั้งในเรื่องของการพัฒนาทางเทคโนโลยี การด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเอไอที่กำลังจะเข้ามาสู่คนไทย พัฒนาในเรื่องของการแปลรูปอาหาร การถนอมอาหาร

จากนั้นประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมวุฒิสภา ได้นำคณะไปตรวจเยี่ยมชมผลงานของนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคลพบุรีและสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ที่นำมาจัดแสดง โดยมีการพัฒนาในเรื่องของไฟฟ้า ด้านเทคโนโลยี ด้านการเกษตร ด้านการออกแบบ ชมสิ่งประดิษฐ์ รวมทั้งได้ทดลองขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ที่ตั้งอยู่บนรถยนต์ตัดผมเคลื่อนที่ติดแอร์ จากการรับฟังและชมผลงานของนักศึกษาของสถาบันต่าง ๆ เป็นที่พอใจและพร้อมจะนำปัญหาที่ได้มีการนำเสนอไปหาแนวทางในการปรับปรุงแก้ไข ขณะเดียวกันก็จะผลักดันในการผลิตนักศึกษาในแผนกช่างยนต์โรงงาน และแผนกช่างเชื่อมที่ยังเป็นความต้องการของโรงงานต่าง ๆ เพิ่มขึ้น


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ปลัดกลาโหม ทดสอบยิงปืนเล็ก เครื่องยิงลุกระเบิด เพิ่มศักยภาพอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับกองทัพ

จังหวัดลพบุรี – ปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงาน ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ที่ ลพบุรี

พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ เดินทางตรวจเยี่ยม ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ค่ายจิรวิชิตสงคราม ต.เขาสามยอด อ.เมือง จ.ลพบุรี โดยมี พลโท รณรงค์ โรจนเสน ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธฯ กล่าวให้การต้อนรับ ทั้งนี้ เพื่อรับทราบข้อมูลและติดตามผลการดำเนินงานสำคัญ ตามนโยบายและข้อสั่งการของกระทรวงกลาโหม ซึ่งศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธฯ ได้ดำเนินงานและกำกับดูแลให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามแผนงาน แผนเงิน รวมถึงกฎระเบียบ และข้อสั่งการ ที่ท่านปลัดกระทรวงกลาโหม ได้กรุณามอบแนวทางการปฏิบัติงานไว้ในโอกาสต่างๆ

ในโอกาสนี้ ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการฝึกภาคสนามของน้อง ๆ ทหารใหม่ รุ่นปี 2569 ผลัดที่ 1 ซึ่งอยู่ในห่วงสัปดาห์สุดท้ายของการฝึก พร้อมทั้งได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญ เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจ ให้แก่ ผู้ฝึก ครูฝึก และทหารใหม่ทุกนาย ด้วยความห่วยใยจากผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น พร้อมทั้ง ยังได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับทหารใหม่ อย่างเป็นกันเอง

จากนั้น ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม สายการผลิต และทดสอบการยิงปืนเล็กยาวขนาดต่าง ๆ ที่ผลิตเองโดยศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร รวมทั้งตรวจเยี่ยมโครงการซ่อมปรับปรุงเครื่องยิงลูกระเบิด ขนาด 120 มิลลิเมตร เอ็ม 132 เอ 1 โครงการปรับปรุงพัฒนาปืนใหญ่ ขนาด 155 มิลลิเมตร แบบลากจูง ให้เป็นแบบอัตตาจรล้อยาง และผลงานวิจัยการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และศักยภาพอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับกองทัพ

โอกาสเดียวกันนี้ ปลัดกระทรวงกลาโหม ยังได้พบปะ และมอบโอวาท ตลอดจนให้แนวทางปฏิบัติงานแก่กำลังพลของหน่วย โดยขอให้กำลังพลในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงกลา โหมทุกคน ร่วมกันพัฒนาตนเองและหน่วยงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการสนับสนุนภารกิจการปฏิบัติงานของกองทัพ และประเทศชาติ ตามยุทธศาสตร์ชาติ ด้านความมั่นคงต่อไป


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ลพบุรีคุมเข้ม ห้ามจอด 39 จุดตัดทางรถไฟลดความเสี่ยงป้องกันอุบัติเหตุ

จังหวัดลพบุรี – ปูพรมตีเส้นห้ามจอด 39 จุดตัดทางรถไฟ ทั่วจังหวัดสร้างเซฟโซนความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชน ลดความเสี่ยงป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมพระปรางค์สามยอด ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดลพบุรี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดลพบุรี โดยมีคณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหารือ

ตามที่เกิดอุบัติเหตุรถไฟบรรทุกสินค้า ขบวนที่ 2126 ชนกับรถโดยสารสาธารณะ บริเวณจุดตัดทางรถไฟ (ทางผ่านอโศก) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมารวมถึงเหตุการณ์ที่ จังหวัดลพบุรี ที่มีภาพวงจรปิดจับภาพรถตู้รับ-ส่งนักเรียนพยายามขับฝ่าไม้กั้นทางรถไฟที่ถนนพระราม ตำบลท่าหิน ขณะที่ขบวนรถไฟกำลังจะผ่าน ส่งผลให้รถเข้าไปจอดค้างอยู่กลางราง โชคดีที่เจ้าหน้าที่ประจำจุดตัดและชาวบ้านเห็นเหตุการณ์จึงรีบห้ามปรามและแจ้งให้คนขับรถไฟหยุดรถได้ทันท่วงที

โดยที่ประชุมในร่วมกันพิจารณาเห็นชอบมอบหมายให้สำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดลพบุรีดำเนินการจัดทำโครงการป้องกันแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจรบริเวณจุดตัดทางผ่านเสมอทางรถไฟ (จุดตัดทางรถไฟ) ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ทั้ง 39 จุดเป็นการเร่งด่วนโดยการตีเส้นเส้นทะแยงเหลืองบริเวณใกล้กับจุดตัดทางรถไฟ เพื่อไม่ให้มีรถยนต์หรือสิ่งกีดขวางมาจอดให้อยู่ในระยะปลอดภัย

ซึ่งการปูพรมจัดระเบียบและตีเส้นจราจรในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในแผนเชิงรุกที่จังหวัดลพบุรีตั้งใจสร้างให้เป็น “พื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone)” ให้กับพี่น้องประชาชน เนื่องจากที่ผ่านมา จุดตัดทางรถไฟมักเป็นจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้ง่าย ทั้งนี้ จังหวัดลพบุรีขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนและผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่าน ให้ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด “ไม่จอดรถในเขตห้ามจอดบริเวณจุดตัดทางรถไฟ” และชะลอความเร็วทุกครั้งก่อนข้ามทางรถไฟ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตัวท่านเองและเพื่อนร่วมทางอีกด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

การดำเนินการค้นหาประชาชนสูญหายในพื้นที่ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ

การดำเนินการค้นหาประชาชนสูญหายในพื้นที่ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จัง หวัดศรีสะเกษ

ตามที่ได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ว่า นายสุทธิพงศ์ มะลิพันธุ์ (ชื่อเล่น “บอล”) อายุ 27 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 102 หมู่ 3 ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้สูญ หายออกจากที่พักตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 16.00 น. โดยก่อนเกิดเหตุได้เดินทางเข้าไปหาของป่าและล่าสัตว์ตามวิถีที่ประกอบอาชีพเป็นประจำ บริเวณเส้นทางลูกรังด้านบ้านไพรพัฒนา มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ป่าบริเวณช่องสะงำเก่า ซึ่งในวันดังกล่าวมีอาวุธปืนแก็ปติดตัวไปด้วย ต่อมาญาติได้เข้าแจ้งความบุคคลสูญหายต่อพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 และนับถึงปัจจุบันได้ขาดการติดต่อเป็นเวลา 4 วัน

ภายหลังได้รับแจ้งเหตุ หน่วยเฉพาะกิจที่ 3 โดยกองร้อยทหารพรานที่ 2601 ภายใต้การอำนวยการของ ร้อยเอกถนัด สายกระสุน ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 2601 ได้เร่งประสานงานร่วมกับผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ป่าไม้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ จัดตั้งกองอำนวยการค้นหาและวางแผนปฏิบัติการติดตามผู้สูญหายอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 – 15.00 น. ได้จัดกำลังพลร่วมออกค้นหาในพื้นที่เสี่ยงและบริเวณที่คาดว่าอาจเป็นเส้นทางสัญจรของผู้สูญหาย อย่างไรก็ตาม ผลการปฏิบัติจนถึงปัจจุบันยังไม่พบตัวผู้สูญหาย แต่ทุกหน่วยงานยังคงดำเนินการค้นหาและรวบรวมข้อมูลอย่างต่อเนื่อง โดยสถานการณ์ในพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ทั้งนี้ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกมิติ หน่วยเฉพาะกิจที่ 3 ได้ดำเนินการประสานงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจะได้แจ้งข้อมูลไปยังฝ่ายกัมพูชาตามช่องทางการประสานงานที่กำหนด เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนในพื้นที่ชายแดน และเพื่อให้สามารถให้การช่วยเหลือแก่ผู้สูญหายได้อย่างเหมาะสมตามอำนาจหน้าที่ ปัจจุบันทุกหน่วยงานยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลและปฏิบัติการค้นหาอย่างเต็มกำลัง หากประชาชนท่านใดพบเห็นบุคคลตามลักษณะดังกล่าว หรือมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการติดตามค้นหา ขอความกรุณาแจ้งต่อเจ้าหน้าที่หรือผู้นำชุมชนในพื้นที่โดยเร็ว เพื่อร่วมกันนำผู้สูญหายกลับสู่ครอบครัวอย่างปลอดภัย


พรพิพัฒน์ รายงาน

ชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง กรณีปรากฎคลิปวิดีโอทหารกัมพูชาในสื่อสังคมออนไลน์บริเวณบันไดทางขึ้นด้านล่างปราสาทคนา อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์

ชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง กรณีปรากฎคลิปวิดีโอทหารกัมพูชาในสื่อสังคมออนไลน์บริเวณบันไดทางขึ้นด้านล่างปราสาทคนา อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์

ตามที่ได้ปรากฏคลิปวิดีโอเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีการกล่าวอ้างว่าทหารกัมพูชาได้นำกำลังพลเจาะทางขึ้นพื้นที่บริเวณปราสาทคนา ซึ่งตั้งอยู่บริเวณช่องคนา อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ในลักษณะหยั่งเชิง ดูลาดเลา และพยายามเข้าใกล้การวางกำลังของฝ่ายไทยนั้น กองทัพภาคที่ 2 ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องว่า ปัจจุบันพื้นที่บริเวณปราสาทคนาอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายไทย โดยได้มีการวางกำลังทหารเข้าควบคุมพื้นที่และภูมิประเทศสำคัญไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ จากผลการปฏิบัติการ ที่ผ่านมา ฝ่ายไทยได้ทำลายกระเช้าลำเลียงกำลังพลและสิ่งอุปกรณ์ ตลอดจนได้เผาทำลายบันไดไม้จากจุด

ด้านบน ที่ฝ่ายไทยยึดครองลงไปถึงจุดพักกลาง เป็นระยะทางประมาณ 250 เมตร สำหรับบันไดไม้ที่ยังคงเหลืออยู่ เป็นช่วงจากจุดพักกลางลงไปจนถึงต้นทางบันไดด้านล่าง ระยะทางประมาณ 200 เมตร ซึ่งอยู่ในพื้นที่ฝั่งกัมพูชา และบริเวณดังกล่าวเป็นที่ตั้งของฐานปฏิบัติการทหารกัมพูชา ที่ใช้ควบคุมเส้นทางขึ้นลงในพื้นที่ ดังนั้น คลิปวิดีโอที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์จึงเป็นการบันทึกภาพบริเวณหน้าฐานปฏิบัติการของฝ่ายกัมพูชาเอง โดยยังไม่ปรากฏหลักฐานหรือภาพยืนยันว่ามีกำลังพลทหารกัมพูชาเคลื่อนที่ขึ้นมาบนพื้นที่หน้าผาด้านบนซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายไทยแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม หน่วยเฉพาะกิจ ที่รับผิดชอบพื้นที่ได้ดำเนินมาตรการรักษาความมั่นคงอย่างเข้มงวด โดยได้ติดตั้งลวดหนามตลอดแนวขอบหน้าผา จัดวางจุดเฝ้าตรวจ และจัดสร้างที่มั่นดัดแปลงที่มีความแข็งแรง พร้อมสามารถปฏิบัติการตอบโต้ได้ทันที หากเกิดสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงหรืออธิปไตยของประเทศ

กองทัพภาคที่ 2 ขอให้พี่น้องประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับและส่งต่อข้อมูลข่าวสาร โดยติดตามข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐและแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันความเข้า ใจคลาดเคลื่อนจากข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง พร้อมกันนี้ กองทัพภาคที่ 2 ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลทุกนาย ซึ่งยังคงมุ่งมั่น ทุ่มเท และปฏิบัติภารกิจด้วยความเข้มแข็งในการพิทักษ์รักษาอธิปไตยของชาติ คุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ ตลอดจนดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ

#กองทัพภาคที่2 #กองทัพบก


พรพิพัฒน์ รายงาน

โครงการปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 48 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

โครงการปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 48 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

เวลา 09.00 น. วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่บริเวณที่สาธารณประโยชน์ซอยหนองพุด 11 หมู่ที่ 1 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนม พรรษา 48 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี วันที่ 3 มิถุนายน 2569

มีนายศราวุธ อมรธรรมสิน ปลัดเทศบาลเมืองหนองปรือ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ โดยมีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานเทศบาล คณะกรรมการชุมชน หน่วยงานภาครัฐเอกชน และประชาชน จำนวน 250 คน ร่วมปลูกต้นไม้ยืนต้น อาทิ ต้นสะเดา, ต้นขี้เหล็ก, ต้นกระโดน รวมจำนวนทั้งสิ้น 60 ต้น

โครงการการปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 48 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี และแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าให้กับชุมชนและพื้นที่สาธารณะ เพื่อรักษาสมดุลธรรมชาติ เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาเทศบาล พนักงานเทศบาล คณะกรรม การชุมชน และประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม
เพื่อสร้างความรักความสมัครสมานสามัคคี “ร่วมคิด ร่วมทำ” ของประชาชนในท้องถิ่นเป็นอันหนึ่งอันเดียวในการทำกิจกรรม


ภาพข่าว/อำนวยขัย มลิลา
นายโยธิน พรมแตง
หัวหน้าศูนย์ข่าวพัทยา รายงาน

สลดกลางยูเทิร์น ! รถตู้โดยสารพุ่งเสยท้ายกระบะขนหินทราย ดับ 2 เจ็บ 3 ราย บนถนนสายหลักนครพนม

นครพนม – สลดกลางยูเทิร์น ! รถตู้โดยสารพุ่งเสยท้ายกระบะขนหินทราย ดับ 2 เจ็บ 3 ราย บนถนนสายหลักนครพนม

เกิดอุบัติเหตุรุนแรงรับอรุณบนถนนสายหลักเชื่อมต่อภูมิภาค เมื่อรถตู้โดยสารประ จำทางสาย นครพนม–ธาตุพนม–มุกดาหาร พุ่งชนท้ายรถกระบะบรรทุกหินทรายอย่างจัง บริเวณจุดกลับรถ (ยูเทิร์น) บ้านดงขวาง ต.ดงขวาง อ.เมืองนครพนม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย สภาพที่เกิดเหตุพังยับเยิน-กู้ภัยเร่งตัดถ่าง

หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครพนม พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยและทีมแพทย์ฉุก เฉินรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ บนถนนสายนครพนม–ธาตุพนม ฝั่งมุ่งหน้าไปยังอำเภอธาตุ พนม รถตู้โดยสารสีขาว ทะเบียน 10-0840 มุกดาหาร สภาพด้านหน้าพังยับเยินอัดก๊อปปี้ ภายในซากรถบริเวณเบาะคนขับพบร่างผู้เสียชีวิตติดอยู่ ทราบชื่อคือ นายสุพจน์ มูลนอก อายุ 30 ปี (ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์) เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างงัดซากรถอย่างทุลัก ทุเลเพื่อ นำร่างออกมา

มีผู้โดยสารที่นั่งมากับรถตู้ได้รับบาดเจ็บรวม 3 ราย เจ้าหน้าที่กู้ชีพทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนเร่งนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลนครพนมเป็นการด่วน ห่างไปเล็กน้อยพบรถกระบะบรรทุกหินทราย ทะเบียน บต 9547 นครพนม สภาพท้ายรถพังเสียหายจากการถูกชนอย่างรุนแรง ตรวจสอบพบคนขับรถกระบะ อายุ 56 ปี (ชาวบ้านนาถ่อนท่า ต.นาถ่อน อ.ธาตุพนม จ.นครพนม) เสียชีวิตคาที่อยู่ในจุดเกิดเหตุ

เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ได้ลงพื้นที่บันทึกภาพเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมประสานเจ้าหน้าที่เคลียร์เส้นทางเพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน ส่วนสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและการสอบปากคำผู้บาดเจ็บรวมถึงพยานแวดล้อม เพื่อตรวจสอบว่าเกิดจากความประมาท การใช้ความเร็วเกินกำหนด ทัศนวิสัยในการมองเห็น หรือสัญญาณไฟจราจร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

สรุปยอดความสูญเสีย: เสียชีวิต 2 ราย (คนขับรถตู้ และคนขับรถกระบะ), บาดเจ็บ 3 ราย (ผู้โดยสารรถตู้) เร่งหาสาเหตุ “ความประมาท หรือ ทัศนวิสัย”


วีระชัย บทมาตย์

สำนักข่าวสาธารณะ รายงาน

พลเอกอาชวินทร์ เศวตเศรนี พร้อมคณะ เยี่ยมชมค่ายมวย Rage Fight Academy พัทยา

พลเอกอาชวินทร์ เศวตเศรนี พร้อมคณะ ได้ให้เกียรติเดินทางเยี่ยมชมค่ายมวย Rage Fight Academy (เรจ ไฟท์ อคาเดมี่) จังหวัดชลบุรี โดยมีนางสาวพรรณิภา ฟลาวเวอร์ส หัวหน้าค่ายมวย พร้อมด้วย นายกติกา ขัยะวงศ์ หัวหน้าครูผู้ฝึกสอน และ นายโยธิน พรมแตง ที่ปรึกษาค่ายมวย ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ในการนี้ คณะผู้บริหารและทีมงานได้นำคณะเยี่ยมชมพื้นที่ฝึกซ้อมมวยไทย เวทีมวย ห้องออกกำลังกาย ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในค่าย ซึ่งได้รับการพัฒนาให้มีมาตรฐานรองรับนักกีฬาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

โอกาสนี้ พลเอกอาชวินทร์ เศวตเศรนี ได้กล่าวให้โอวาทและคำแนะนำอันเป็นประโยชน์แก่คณะผู้บริหาร ครูผู้ฝึกสอน และนักกีฬา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีระเบียบวินัย ความเสียสละ ความมุ่งมั่น และการรักษาเอกลักษณ์ศิลปะแม่ไม้มวยไทยอันทรงคุณค่าของชาติ พร้อมทั้งสนับสนุนให้ค่ายมวยมีบทบาทในการพัฒนาเยาวชนและส่งเสริมชื่อเสียงของประเทศไทยสู่เวทีนานาชาติ

บรรยากาศการเยี่ยมชมเป็นไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาคประชาชนและผู้ทรงคุณวุฒิในการส่งเสริม อนุรักษ์ และสืบสานศิลปะมวยไทยให้คงอยู่คู่สังคมไทย พร้อมก้าวสู่การเป็นที่ยอมรับในระดับโลกต่อไป


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
หัวหน้าศูนย์ข่าวพัทยา รายงาน

มทภ.2 ตรวจแนวชายแดน ย้ำความพร้อม ดูแลกำลังพลถึงแนวหน้า

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยเฉพาะกิจที่ 1 กองกำลังสุรนารี เพื่อติดตามความพร้อมของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ รับฟังปัญหา ข้อขัดข้องในการปฏิบัติงาน พร้อมมอบนโยบายและสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์อธิป ไตยและรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน

ในการนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยให้ความสำคัญกับการดูแลกำลังพลในทุกมิติ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สวัสดิการ และความพร้อมด้านยุทโธปกรณ์ เพื่อให้มีกำลังกายที่เข้มแข็ง กำลังใจที่มั่นคง และขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมเผชิญทุกสถานการณ์ในการปกป้องอธิปไตย รักษาความสงบเรียบร้อย และสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้แก่ประเทศชาติและประชาชน

#กองทัพภาคที่ #กองทัพบก


พรพิพัฒน์ รายงาน

จากการเติบโตของพลังงานแสงอาทิตย์สู่นวัตกรรมพลังงานอัจฉริยะ : ทำไมระบบกักเก็บพลังงานจึงกลายเป็นสมรภูมิถัดไปของอุตสาหกรรม

จากการเติบโตของพลังงานแสงอาทิตย์สู่นวัตกรรมพลังงานอัจฉริยะ : ทำไมระบบกักเก็บพลังงานจึงกลายเป็นสมรภูมิถัดไปของอุตสาหกรรม

Solis เตรียมนำเสนอโซลูชันระบบกักเก็บพลังงานแบบครบวงจรในงาน SNEC 2026

ในขณะที่อุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลกยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จุดสนใจของตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว จากเพียงแค่การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (PV) ที่มากขึ้น ไปสู่การแก้ปัญหาที่ใหญ่กว่ามาก : พลังงานหมุนเวียนจะมีความเสถียร ยืดหยุ่น และสามารถจัดการอย่างชาญฉลาดมากขึ้นได้อย่างไร?

คำตอบของคำถามนี้ ชี้ชัดไปที่การใช้ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage)

ข้อมูลจากสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ระบุว่า ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีพลังงานที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกในปี 2025 โดยมีการติดตั้งใช้งานทั่วโลกถึง 108GW—เพิ่มขึ้นเกือบ 40% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมยังเห็นความต้องการที่เร่งตัวขึ้น ซึ่งขับเคลื่อนโดยความต้องการความยืดหยุ่นของโครงข่ายไฟฟ้า ความผันผวนของค่าไฟ การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้า (Electrification) และการเติบโตของการใช้พลังงานที่เกี่ยวข้องกับ AI ส่งผลให้ระบบกักเก็บพลังงานไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงเทคโนโลยีสนับสนุนสำหรับพลังงานแสงอาทิตย์อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของระบบพลังงานยุคใหม่ การเปลี่ยนผ่านนี้คาดว่าจะเป็นหนึ่งในธีมหลักของงาน SNEC PV Power Expo 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นที่นครเซี่ยงไฮ้ ระหว่างวันที่ 3-5 มิถุนายน 2026 โดยงานนี้ถือเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มระดับโลกชั้นนำสำหรับนวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงาน

ภายใต้บริบทดังกล่าว Solis จะนำเสนอพอร์ตโฟลิโอระบบกักเก็บพลังงานแบบครบวงจร (All-Scenario) ภายในงาน SNEC ซึ่งครอบคลุมการใช้งานทั้งในระดับที่อยู่อาศัย (Residential) เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม (C&I) และระดับโรงไฟฟ้า (Utility-scale)

ระบบกักเก็บพลังงานสำหรับที่อยู่อาศัย: การจัดการพลังงานในบ้านที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น

เนื่องจากเจ้าของบ้านให้ความสำคัญกับความเป็นอิสระทางพลังงานและการจัดการพลังงานอัจฉริยะมากขึ้น Solis จึงเตรียมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ ดังนี้ :

  • IntelliHouse 5–16kWh Low Voltage — ระบบกักเก็บพลังงานแรงดันต่ำแบบแยกส่วน (Split) ติดตั้งได้ทั้งแบบแขวนผนังและตั้งพื้น สำหรับที่อยู่อาศัย
  • FlexHome 5kWh-L/H — ระบบกักเก็บพลังงานแบบแยกส่วน วางซ้อนกันได้ (Stackable) รองรับแรงดันต่ำ/สูง สำหรับที่อยู่อาศัย
  • FlexAIO-EH1P 6kW-6/9kWh & EH3P 20kW-6/9kWh — ระบบกักเก็บพลังงานแรงดันสูงแบบออลอินวัน (All-in-One) วางซ้อนกันได้

สำหรับที่อยู่อาศัยโซลูชันเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการด้านพลังงานในที่พักอาศัยที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นที่การบูรณาการ ความยืดหยุ่น และการโต้ตอบด้านพลังงานภายในบ้านที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น

ระบบกักเก็บพลังงาน C&I : สนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานสำหรับธุรกิจ ในขณะที่ภาคธุรกิจต้องเผชิญกับต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นและความต้องการความมั่นคงทางพลังงานที่เพิ่มขึ้น ระบบกักเก็บพลังงานระดับ C&I (Commercial & Industrial) จึงมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับการลดความต้องการพลังงานไฟฟ้าสูงสุด (Peak Shaving) การสำรองไฟฟ้า และความเสถียรในการดำเนินงาน

ในงาน SNEC 2026 ทาง Solis จะนำเสนอ :

  • EverCore 261kWh—ระบบกักเก็บพลังงานระดับ C&I
  • FlexCore-ID 261kWh—ระบบกักเก็บพลังงานแบบแยกส่วน วางซ้อนกันได้ สำหรับติดตั้งภายในอาคารระดับ C&I
  • FlexCore-OD 253kWh—ระบบกักเก็บพลังงานแบบแยกส่วน วางซ้อนกันได้

สำหรับติดตั้งภายนอกอาคารระดับ C&I ระบบเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการจัดการพลังงานที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในสถานการณ์เชิงพาณิชย์และอุตสาห กรรมที่มีความซับซ้อน

ระบบกักเก็บพลังงานระดับโรงไฟฟ้า : ขับเคลื่อนความยืดหยุ่นของโครงข่ายไฟฟ้าในอนาคต
สำหรับการใช้งานในระดับโรงไฟฟ้า (Utility-Scale) Solis จะจัดแสดง: ConsusPrim —ระบบกักเก็บพลังงานระดับโรงไฟฟ้า ระบบนี้ได้รับการพัฒนาเพื่อรองรับการบูรณาการพลังงานหมุนเวียนและความยืดหยุ่นฝั่งโครงข่ายไฟฟ้า (Grid-side) โดยเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการที่เพิ่มขึ้นด้านการควบคุมความถี่ (Frequency Regulation) การตัดยอดความต้องการไฟฟ้า (Peak Shaving) และการสร้างสมดุลพลังงานขนาดใหญ่

“คุณประกฤต ธรรมฤทธิ์–Product Solution Engineer, Solis นำสื่อเข้าชมระบบกักเก็บพลังงาน ณ Solis HQ”

ในขณะที่อุตสาหกรรมกำลังก้าวผ่านจาก “ยุคพลังงานแสงอาทิตย์” ไปสู่ “ยุคพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน” (Solar-plus-storage era) ระบบกักเก็บพลังงานกำลังกลายมาเป็นส่วนสำคัญแห่งอนาคตของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานโลก

พบกับ Solis ได้ที่บูธ 5.1H ในงาน SNEC PV Power Expo 2026 เพื่อค้นพบว่า โซลูชันระบบกักเก็บพลังงานแบบบูรณาการกำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในก้าวต่อไปได้อย่างไร

ติดตาม Solis Thailand ได้ที่ :
Facebook : https://www.facebook.com/SolisThailand/
LINE: https://lin.ee/ZSvpBUD


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน