ก่อนตรุษจีน เกษตรกร จ.ลพบุรีปลูกหัวไชเท้ายิ้มออก ตลาดมีความต้องการราคาดี

จังหวัดลพบุรี – ก่อนเทศกาลตรุษจีน เกษตรกร ยิ้มออก รวมกลุ่มเก็บผลผลิตหัวไชเท้า ส่งสู่ตลาดเฉลี่ย วันละ 80-100 ตัน ต่อวัน ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด ก่อนถึงเทศกาลตรุษจีน สร้างรายได้เป็นอย่างดี ทำให้ต้องเพิ่มแรงงานเร่งเก็บผลผลิตให้ทันต่อความต้องการของตลาด

กลุ่มเกษตรกร ชาวตำบลโคกตูม จังหวัดลพบุรี รวมกว่า 10 หมู่บ้าน หันมาสร้างรายได้เพิ่ม หลังจากเก็บเกี่ยวพืชไร่ และว่างเว้นจากการทำไร่ข้าวโพด ปรับเปลี่ยนพื้นที่ว่างหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ของแต่ละหมู่บ้าน รวมกว่า 800 ไร่ มาปลูก “หัวไชเท้า” หรือหัวผักกาด พืชระยะสั้น ซึ่งใช้ระยะเวลาการเพาะปลูก เพียง 45-50 วัน ก็สามารถจะเก็บผลผลิตสู่ตลาดสร้างรายได้ ซึ่งเกษตรกรจะเลือกเพาะปลูกเพื่อให้ผลผลิต ออกทันจำหน่ายก่อนถึงเทศกาลตรุษจีน ในแต่ละปี ซึ่งพื้นที่แห่งนี้ ทั้งจากตลาดไทย และตลาด 4 มุมเมืองมารับซื้อถึงที่ เนื่องจากพื้นที่ตำบลโคกตูมถือเป็นแหล่งเพาะปลูกหัวไชเท้าแหล่งใหญ่ ในลำดับต้นๆ ของประเทศ ทำให้ทุกแปลงปลูกต้องเพิ่มคนงาน เร่งเก็บผลผลิตส่งสู่ตลาด ส่งผลให้เกิดการจ้างงานสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร เนื่องจากขณะนี้ หัวไชเท้ากำลังเป็นที่ต้องการของตลาด โดยแต่ละวันจะมีหัวไชเท้าออกสู่ตลาด เฉลี่ย วันละ 80 – 100 ตันต่อวัน ซึ่งต่างจากช่วงเวลาปกติ ที่ไม่ตรงกับเทศกาลตรุษจีน ซึ่งจะมีผลผลิตออกสู่ตลาด เพียงวันละ 30 ตันต่อวัน

นายเดี่ยว มาเชื้อ เกษตรกรผู้ปลูกหัวไชเท้า บ้านเลขที่ 79 / 1 หมู่ที่ 16 ต.โคกตูม อ.เมือง จ.ลพบุรี บอกว่า เกษตรกรผู้ปลูกหัวไชเท้าส่วนใหญ่ ของจังหวัดลพบุรี หลังจากที่เกษตรกร ไร่ เช่น อ้อย ข้าวโพด มันสำปะหลัง ไปแล้ว หรือว่างเว้นจากการทำนา ในช่วงปลายฝนต้นหนาว เกษตรกรส่วนใหญ่ก็จะหันมาปลูกหัวไชเท้า เพื่อไม่ให้พื้นที่ว่างเปล่า ถือเป็นการสร้างรายได้หลักอีกทางหนึ่งเป็นอย่างดีเนื่องจากผลผลิตของหัวไชเท้าที่ได้ในแต่ละปีถือเป็นการสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนอย่างมาก นอกจากนี้ชาวบ้านที่ไม่มีพื้นที่เพาะปลูกเป็นของตนเอง ก็จะมารับจ้างถอนหัวไชเท้าแล้วนำมาล้างตลอดจนถึงขั้นตอนการแพ็คนำส่งจำหน่ายให้กับพ่อค้าคนกลาง นำส่งตลาดไทหรือสี่มุมเมือง รายได้จะถูกจ้างเป็นชั่วโมงละ 35 บาท เฉลี่ยต่อวัน โดยประมาณ 300 – 400 บาทต่อคน

สำหรับขั้นตอนการคัดหัวไชเท้ามีหัวที่ใหญ่และสวยจะถูกแพ็คเพื่อส่งตลาดไทและสี่มุมเมือง จะบรรจุในถุงละ 10 กิโลกรัม โดยมีราคาเฉลี่ย 100 – 200 บาท ต่อถุงแล้วแต่ช่วงเวลา โดยเฉพาะช่วงเทศกาลก็จะมีราคาดีขึ้นมาก แต่ถ้าหัวไชเท้าที่มีขนาดเล็กไม่สวยจะนำส่งเข้าโรงงานแปรรูป เป็นกุยช่ายดอง โดยราคาเข้าโรงงานจะได้กิโลกรัมละ 2-3 บาท ภายในหนึ่งปีเกษตรกรจะสามารถปลูกหัวไชเท้าได้ 1-2 ครั้ง แล้วแต่จำนวนปริมาณน้ำที่มี และสภาพอากาศ เพราะหัวไชเท้าจะไม่สามารถปลูกได้ในช่วงที่สภาพอากาศร้อนจัด หรือมีฝนตกมากเกินไป

สำหรับคุณประโยชน์ของไชเท้าหัวไชเท้า มีสรรพคุณที่หลากหลายในการบำรุงและป้องกันโรคอาทิเช่น ช่วยฟื้นฟูและบำรุงผิวพรรณ การลดน้ำหนัก ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแมลงสัตว์กัดต่อยสามารถบรรเทาอาการคันลดการเจ็บ ปวด โรคดีซ่าน โรคริดสีดวงทวาร ความผิดปกติของทางเดินปัสสาวะ หัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง แก้ไข้โรคไต โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง และโรคระบบทางเดินหายใจ เป็นต้น


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

มอบเงินช่วยเหลือประชาชนบ้านถูกไฟไหม้

ในการประชุมคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนของเทศบาลเมืองยโสธร ครั้งที่ 1/2565 วันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุม ชั้น3 สำนักงานเทศบาลเมืองยโสธร อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร ได้พิจารณาเงินช่วยเหลือ เหตุเพลิงไหม้บ้านเรือน ของ นายสุธี เทพตีเหล็ก บ้านเลขที่ 22 ถนนเลี่ยงเมือง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 เป็นเงินรวม 55,200 บาท และเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือน 2 หลัง เสียหายทั้งหลัง เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2565 ได้แก่ บ้านของนายสุนทร บุญปั้น บ้านเลขที่ 7 ซอยเทศบาล 10 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร และ บ้านของนางเพิ่มจิตร พุทธิสน บ้านเลขที่ 7/1 ซอยเทศบาล 10 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร ซึ่งถือว่าเป็นสาธารณภัย เทศบาลเมืองยโสธร จึงได้พิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน ในด้านการดำรงชีพ ครอบครัวของนายสุนทร บุญปั้น เป็นเงินรวม 80,800 บาท และ ครอบครัวของนางเพิ่มจิตร สุทธิสน เป็นเงินรวม 87,100 บาท

ทั้งนี้ กรณีเกิดสาธารณภัยในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะมีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินหรือไม่ก็ตาม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้น โดยฉับพลันทันที เพื่อการดำรงชีพ หรือบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า ได้ตามความจำเป็น ภายใต้ขอบอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย


รุ่งอรุณทรงกลด บุญปก /ประยง​ อินอ่อน 0879952782​
รายงาน

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานความช่วยเหลือ เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโรคระบาดสุกรจังหวัดนครพนม

นครพนม – กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานความช่วยเหลือ เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโรคระบาดสุกรจังหวัดนครพนม

วันที่ 28 มกราคม 2565 ที่บริเวณหอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โปรดให้นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นผู้เชิญสิ่งของพระราชทาน ไปมอบให้แก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคในสุกรในพื้นที่จังหวัดนครพนม โดยมีนายชาญชัย คงทัน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมเป็นตัวแทนเข้ารับมอบเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และนำส่งต่อยังเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในพื้นที่จาก 10 อำเภอที่ได้รับผลกระทบ

ด้วยในหลายพื้นที่ของประเทศไทย เกิดการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร หรือ ASF ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก และจังหวัดนครพนมได้มีการประกาศกำหนดเขตเฝ้าระวังโรค ASF ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2562 เป็นต้น ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาได้มีการตรวจพบการระบาดของโรค PRRS (Porcine respiratory and reproductive syndrome) ซึ่งเป็นกลุ่มอาการของโรคในระบบสืบพันธุ์และระบบทางเดินหายใจในสุกร ทําให้แม่สุกรแท้ง ลูกตายแรกคลอดสูง ในพื้นที่ 10 อำเภอ ส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรจำนวน 3,885 รายในพื้นที่ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครพนมในปี 2564 ได้รับผลกระทบจำนวน 326 ราย ประกอบไปด้วย อำเภอเมืองนครพนม 19 ราย, อำเภอปลาปาก 1 ราย, อำเภอท่าอุเทน 19 ราย, อำเภอนาแก 1 ราย, อำเภอศรีสงคราม 20 ราย, อำเภอธาตุพนม 12 ราย, อำเภอนาทม 5 ราย, อำเภอนาหว้า 3 ราย, อำเภอโพนสวรรค์ 16 ราย และอำเภอเรณูนคร 4 ราย รวมจำนวนสุกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด จำนวน 9,040 ตัว จากการเลี้ยงทั้งหมด 122,979 ตัว

และจากปัญหาดังกล่าว สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ได้ทรงห่วงใยพสกนิกร จึงได้พระราชทานสิ่งของพระราชทาน จำนวน 100 ชุด มาช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ ยังความปลาบปลื้มและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ที่พระองค์ท่านทรงมีพระเมตตาต่อเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบ


เทพข่าวร้อน รายงาน

นายสถานีขนส่ง แจงยังไม่เปิดเส้นทางมุกดาหาร สะหวันนเขต

มุกดาหาร – นายสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร ชี้แจงยังไม่มีคำสั่งจากทางจังหวัด ให้เปิดเส้นทางเดินรถโดยสารรระหว่างประเทศ มุกดาหาร – สะหวันนะเขต

เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 65 จากข้อความที่มีการแชร์ต่อว่า บขส.เตรียมกลับมาวิ่งเส้นทางไทล-ลาว 13 เส้นทาง หลังลาวประกาศเปิดรับ นักท่องเที่ยว 1 ก.พ. นี้ และหนึ่งใน 13 เส้นทาง มีจังหวัดมุกดาหาร เส้นทางระหว่างประเทศ มุกดาหาร – สะวันนะเขต สปป.ลาว นั้น
นายเดชา แสงสุวรรณ นายสถานีขนส่งผุ้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า ตามที่ในวันที่ 1 ก.พ. 65 ทางรัฐบาลเองยังไม่ได้สั่งการให้เปิดชายแดนช่องทางมุกดาหาร – สะหวันนะเขต แต่ว่ารัฐบาลเปิดช่องทางนำร่องที่ด่านหนองคาย เพื่อมีการกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดน แต่ว่าการเดินทางข้ามทางหนองคายนั้น จะต้องเป็นไปตามเกณฑ์ของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อกำหนด เช่น การณีการฉีดวัคซีนครบโด้ส ตรวจ PT-PCR และมีการประกันโควิด – 19 จำนวน 50,000 ดอลล่าห์ โดยการเดินทางกลับมาต้องกักตัวด้วย ส่วนในการเดินทางของมุกดาหาร – สะหวันนะเขต เรามีความพร้อมที่จะเปิดการเดินรถได้ทันที หากมีการประสานให้เปิดด่านชายแดนมุกดาหาร – สะวันนะเขต เพื่อให้ประชาชนเดินทางข้ามไปมา เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว และเศษฐกิจชายแดนของจังหวัดมุกดาหารประเทศไทย และสะหวันนะเขต สปป.ลาว ล่าสุดยังไม่มีคำสั่งให้เปิดเส้นทางระหว่าประเทศ

นายเดชา แสงสุวรรณ เปิดเผยอีกว่า ในส่วนของการเปิดด่านชายแดนที่มุกดาหาร อยากให้พี่น้องประชาชนทุกท่าน ติดตามข่าวสารจากทางจังหวัดมุกดาหารเท่านั้น เพราะว่าคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อของจังหวัดจะเป็นผู้ประกาศให้เปิดด่านได้

ทั้งนี้ เนื่องจาก บขส. ได้ประกาศหยุดเดินรถเส้นทางระหว่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2563 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้ว ทำให้ต้องจอดรถไว้ไม่มีการใช้งานเป็นเวลานาน แต่ บขส. มีการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงต้องคุมเข้มมาตรการการป้องกันโควิด – 19 ตามกฎระเบียบของประเทศไทย – ลาว อีกด้วย…


อนุศักดิ์ – เสาวภา แสนวิเศษ // มุกดาหาร 081-5449094

“ปกป้องประชา อนุรักษ์กำลังรบ” บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับกำลังพล และประชาชนถึงในพื้นที่ห่างไกลถึงชายแดน

“ปกป้องประชา อนุรักษ์กำลังรบ” บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับกำลังพล และประชาชนถึงในพื้นที่ห่างไกลถึงชายแดน

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2565 ชุดแพทย์เคลื่อนที่ โรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก มณฑลทหารบกที่ 35 ให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 บูสต์เข็มที่ 3 ให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติงานป้อง กันชายแดนรักษาอธิปไตยของชาติ และประชาชนในพื้นที่ที่ห่างไกล ที่เข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ยาก ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ณ ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน กองกำลังผาเมือง อำเภอน้ำปาด จัดหวัดอุตรดิตถ์

เนื่องจากมีการพบการติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ “โอไมครอน” ในประเทศเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งเพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกัน และป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ลดการติดเชื้อที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศของกองกำลังชายป้องกันชายแดน ที่เป็นกำลังสำคัญในการปกป้องประเทศ ทั้งนี้ได้ปฏิบัติ 5 ขั้นตอนในการรับวัคซีนโควิด 19 อย่างเคร่งครัด โดยปฏิบัติตามมาตรฐานของกรมควบคุมโรค โดยทางโรงพยาบาลจะมีการติดตามสังเกตุอาการหลังฉีดวัคซีนอย่างใกล้ชิด หากมีอาการผิดปกติในการฉีดวัคซีน ก็สามารถรายงานการอาการ และเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที ตลอดจนมีมอบยาสามัญประจำบ้าน และพ่นหมอกควันอีกด้วย เพื่อดูแล รักษากำลังพลในพื้นที่ชายแดน ตามภารกิจอนุรักษ์กำลังรบ และ การเวชกรรมของเหล่าทหารแพทย์

ปฏิบัติภารกิจภายใต้เจตนารมณ์ของผู้บัญชาการทหารบก “ปกป้องประชา” ในการดูแลประชาชนอย่างเต็มประสิทธิภาพ


นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้า ป้องปรามมิให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าช่วงเทศกาลตรุษจีน

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้า ป้องปรามมิให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าช่วงเทศกาลตรุษจีน

วันนี้ ( 28 ม.ค.65 ) นายสุพจน์ ภูติเกียรติขจร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยนายนคร บุตรดีวงศ์ พาณิชย์จังหวัดจันทบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตลาดสดสวนมะม่วง และตลาดน้ำพุ อำเภอเมืองจันทบุรี เพื่อติดตาม ตรวจสอบราคาสินค้าและบริการให้เกิดความเป็นธรรม ป้องกันมิให้ผู้ประกอบการเอารัดเอาเปรียบ ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยจะต้องมีการติดป้ายแสดงราคาจำหน่ายทุกชนิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เพื่อให้ประชาชนเห็นอย่างชัดเจน สามารถเลือกซื้อ เปรียบเทียบคุณภาพ ชนิด ปริมาณและราคาสินค้าได้สะดวก เครื่องชั่ง วัด ตวง ต้องมีมาตรฐาน ซึ่งจากการลงพื้นที่พบว่าพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ปฏิบัติตามประกาศที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ราคาเป็นไปตามกลไกของตลาด ไม่พบการเอารัดเอาเปรียบประชาชนชนแต่อย่างใด

ในการนี้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรี ขอความร่วมมือพ่อค้าแม่ค้าให้ติดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการให้ชัดเจน หากผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน 10,000บาท กรณีจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร กักตุนสินค้าและปฏิเสธการจำหน่ายต้องโทษจำคุก 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จ.จันทบุรี เตรียมการเชิงรุก “Kick off ประชุมชี้แจงล้งผลไม้” เปิดฤดูกาลปี 65 มั่นใจผลไม้ส่งออกมีคุณภาพ โรงคัดบรรจุต้องได้มาตรฐาน เข้มข้นในมาตรการป้องกันโควิด -19

จ.จันทบุรี เตรียมการเชิงรุก “Kick off ประชุมชี้แจงล้งผลไม้“ เปิดฤดูกาลปี 65 มั่นใจผลไม้ส่งออกมีคุณภาพ โรงคัดบรรจุต้องได้มาตรฐาน เข้มข้นในมาตรการป้องกันโควิด -19

วันนี้ ( 28 ม.ค.65 ) ที่ห้องประชุม 1 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี มอบนโยบายด้านการส่งออกผลไม้ของจังหวัดจันทบุรี ให้แก่ผู้เข้าร่วมการประชุมผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุผลไม้ ฤดูกาลผลิตปี 2565 โดยสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 เชิญหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน มังคุด (DMA), สมาคมทุเรียนไทย (TDA), สมาคมการค้าผลไม้ยุคใหม่ (MAFTA), สมาคมการค้าและส่งออกผลไม้ไทย, สมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดจันทบุรี, สมาคมชาวสวนลำไยจันทบุรี สมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออก, สมาคมผู้ผลิตทุเรียนไทย และผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุผลไม้ภาคตะวันออก

การประชุมครั้งนี้เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจในขั้นตอนการให้การรับรองโรงคัดบรรจุตามหลัก GMP กฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ปัญหาอุปสรรคต่างๆ ของผู้ประกอบการที่ได้รับบริการที่ดี เพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลงการส่งออกผลไม้ไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนและเพื่อเป็นการดำเนินการเชิงรุกตามนโยบายกรมวิชาการเกษตร ในการกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

การประชุมในวันนี้ได้รับเกียรติจาก นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมและมอบนโยบายด้านการส่งออกผลไม้ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ผ่านการประชุมทางไกลระบบอิเล็กทรอนิกส์ Zoom meeting โดยมี นายภัสชญฏณ หมื่นแจ้ง รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าววัตถุประสงค์การจัดประชุมและมอบนโยบายของกรมวิชาการเกษตรด้านการส่งออกผลไม้

สำหรับการเตรียมความพร้อมเรื่องมาตรการป้องกันโควิด-19 ในโรงคัดบรรจุ ในพื้นที่ภาคตะวันออกสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 ได้ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี สมาคมผู้ประกอบการส่งออกมังคุด (DMA) และสมาคมการค้าผลไม้ยุคใหม่ (MAFTA) จัดฝึกอบรม เรื่อง มาตรการป้องกันโคคัดบรรจุ จำนวน 5 รุ่น ให้กับผู้ประกอบการและผู้ควบคุมคุณภาพประจำโรงคัดบรรจุ จำนวน 400 คน


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เพราะท่าน คือผู้เสียสละ 3 กุมภาพันธ์ วันทหารผ่านศึก

เพราะท่าน คือ ผู้เสียสละ 3 กุมภาพันธ์ วันทหารผ่านศึก

กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนทหารผ่านศึก คือ ร.ต.คำ สุวรรณโรจน์ อายุ 91 ปี อดีตกำลังพลกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 อาศัยอยู่ ณ บ้านเลขที่ 97/1 หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยท่านได้เล่าประสบการณ์การปฏิบัติงานซึ่งนับถือเป็นวีรกรรมการรบในสมรภูมิลาว และจังหวัดน่าน ให้รับทราบ เพื่อนำไปบอกเล่าให้วีรชนรุ่นหลังได้รับรู้ถึงความเสียสละของทหารไทยล้วนเกิดจากการเสียสละด้วยเลือดเนื้อและชีวิต เพื่อให้ประเทศได้อยู่อย่างปกติสุขถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันท่านได้อาศัยอยู่กับบุตรสาว และได้ประสบอุบัติเหตุขาหักไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

ทางผู้บังคับกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญจึงมอบของอุปโภคบริโภค, ผ้าห่ม และเสื้อกันหนาว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และรำลึกถึงวีรกรรมและคุณงามความดีที่ท่านได้เสียสละ เพื่อความสงบสุขของคนทั้งประเทศ


‘อลงกรณ์ พลบุตร’ เปิดงานสืบสานพิธีทำขวัญเกลือ หนึ่งเดียวในโลก ประเพณีดั่งเดิมของชาว จ.เพชรบุรี

รายการทั่วไทย by โกดำ วันนี้จะพามาพบกับหนึ่งเดียวในโลก ประเพณีทำขวัญเกลือ ที่จังหวัดเพชรบุรีนายอลงกรณ์พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

วันที่ 28 มกราคม 2565 เวลา 09.00 น. นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี เปิดงานสืบสานพิธีทำขวัญเกลือและถ่าย ทอดเทคโนโลยีการผลิตเกลือทะเล เพื่อการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ประจำปี 2565 ที่สหกรณ์การเกษตรเกลือทะเลไทย หมู่ที่ 9 ต.บ้านแหลม อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี

โดยในช่วงเวลา 07.00 น. นายนวนิตย์ พลเคน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมด้วย นายธรรมนูญ ศรีวรรชนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธาน ในพิธีทำขวัญเกลือ ต่อจากนั้น เวลา 09.00 น. นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน โดยมีนายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวรายงาน และร่วมกันเปิดงานสืบสานพิธีทำขวัญเกลือและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเกลือทะเล เพื่อการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ปี 2565 พร้อมทั้งเยี่ยมชม บูธผลิตภัณฑ์เกลือทะเล และพิพิธภัณฑ์นาเกลือจังหวัดเพชรบุรี การผลิตเกลือ การเรียนรู้การพัฒนาเกลือไทยทางด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ แก่เกษตรกรเกลือทะเล

สำหรับ พิธีทำขวัญเกลือ เป็นพิธีที่มีความสำคัญแก่เกษรตกรทำนาเกลือ ที่สืบสานกันมาแต่โบราณ มีการเซ่นไหว้ พระวายุ พระแม่คงคา พระแม่ธรณี และศาลตาพุกซี่งเป็นผู้พิทักษ์นาเกลือคนแรก ทั้งนี้เพื่อเป็นสิริมงคลและความมั่นคงในการดำเนินชีวิตกับการประกอบอาชีพนาเกลือ ที่สืบต่อกันมาตราบเท่าทุกวันนี้


ประวิทย์ ลิ้มเจริญ รายงาน

สุโขทัยจ้างลิเกแสดงกลางป่าแก้บนเจ้าแม่ คอหวยไม่พลาด

สุโขทัย – จ้างลิเกแสดงกลางป่าแก้บนเจ้าแม่ คอหวยไม่พลาด

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ศาลแม่นางบัวคำ ตั้งอยู่ในป่าเชิงเขานางคำ หมู่.10 ต.บ้านแก่ง อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย หลังทราบว่าชาวบ้านกว่า 100 คน จาก อ.ศรีสัชนาลัยและใกล้เคียง บุกบั่นดั้นด้นเข้ามารอชมลิเกกลางป่า และกราบไหว้เจ้าแม่นางคำเพื่อขอโชคลาภและบนบานให้สมหวังในสิ่งที่ต้องการ พบว่าเป็นศาลขนาด 6x3 เมตร หลังคามุงสังกะสี ภายในมีรูปปั้นหญิงสาวหน้าตาสะสวย สวมชุดไทย สวมเครื่องประดับอย่างงดงาม สูงประมาณ 50 ซ.ม. ตั้งอยู่บนแท่นบูชา โดยมีพวงมาลัย รูปปั้นบริวารต่างๆ อาหารคาวหวาน หัวหมู น้ำแดง และชุดไทย ที่ชาวบ้านนำมาถวายเป็นจำนวนมาก บริเวณพื้นที่โล่งหน้าศาลมีการตั้งเวทีลิเกคณะ ชายเล็ก สุโขทัย ที่ถูกว่าจ้างให้มาทำการแสดงแก้บน ซึ่งหลังจากคณะลิเก ทำพิธีรำถวายมือเพื่อแสดงความเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ จึงเริ่มทำการแสดง โดยต้องจ้างเครื่องปั่นไฟมาป้อนกระแสไฟให้เครื่องขยายเสียงคณะลิเก เนื่องจากบริเวณดังกล่าวอยู่ในป่า ไม่มีไฟฟ้าใช้ ท่ามกลางบรรยากาศที่สนุกสนาน ชาวบ้านต่างช่วยกันทำอาหารแจกจ่ายกันรับประทานระหว่างชมลิเกด้วย โดยบางส่วนได้เข้าไปกราบไหว้ขอโชคลาภ โดยการเขย่าเซียมซี จากนั้นจึงออกมาหาซื้อเลขเด็ด จากแผงล๊อตเตอรี่เร่ ที่เข้ามาบริการถึงที่

นางกิมหรั่น หอมชื่น อายุ 69 ปี ชาวตำบลสารจิตร เจ้าภาพที่จ้างคณะลิเก มาทำการแสดง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้หลายปี ดวงตาเป็นต้อกระจก จนเกือบมองไม่เห็น แพทย์บอกจะต้องผ่าตัด ตนกลัวว่าตาจะบอด จึงมาบนบานว่าหากหลังผ่าตัดผ่านไป 5-6 ปี ถ้าตาไม่บอดจะหาลิเกมาถวาย จากนั้นจึงผ่าตัดเมื่อปี 2561 จนกระทั่งปัจจุบันดวงตาของตนสามารถมองเห็นได้ดีอยู่ จึงนำลิเกมาถวายตามที่บนบานเอาใว้ นอกจากนี้หลานชายจะสอบเป็นตำรวจก็มาบนใว้ก็สอบได้

ด้านชาวบ้านจากอ.ทุ่งเสลี่ยม เล่าว่า ก่อนหน้านี้หลานชายวัย 7 เดือน เป็นโรคหัวใจ หมอบอกให้ทำใจ โอกาสรักษาได้ 50-50 จึงมาบนเจ้าแม่นางคำขอให้ช่วย จนปัจจุบันนี้หลานเป็นปกติ อายุ 8 ขวบ แล้ว แข็งแรงรูปร่างอ้วนใหญ่ และเคยขอโชคลาภซึ่งก็ได้สมใจ อีกรายกล่าวว่า ลูกหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายแอบทำงานอยู่ที่เกาหลีใต้ ได้มาบนบานใว้ขอให้ปลอดภัยไม่ถูก เจ้าหน้าที่จับ และช่วงโควิด-19 ระบาด ก็มาบนใว้ขอให้ลูกปลอดภัยซึ่งก็ได้ผลทั้งที่เพื่อนที่ทำงานด้วยกันติดเชื้อกันไปถึง 18 คน

สำหรับประวัติเจ้าแม่นางคำ มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่า นางคำเป็นหญิงสาวสวย ชาวศรีสัชนาลัย ซึ่งพระร่วง หมายปอง แต่นางไม่เล่นด้วย แต่พระร่วงก็ได้ตามตื้อเพื่อให้นางคำยอมรับรักให้ได้ จนนางยื่นข้อเสนอท้าพระร่วงดำนาแข่งกัน หากนางเป็นฝ่ายแพ้จะยอมรับรัก แต่หากนางชนะพระร่วงจะต้องเลิกตอแยกับนาง พระร่วงตอบตกลง ครั้นถึงเวลาแข่ง พระร่วงใช้วาจาสิทธิ์เสกต้นข้าวให้งอกเต็มที่นาจนชนะนาง นางจึงต่อว่าหาว่าพระร่วงโกง แต่พระร่วงไม่สนใจและทวงสัญญา นางจึงวิ่งหนีเข้าไปหลบซ่อนในถ้ำบนภูเขาแล้วใช้ผ้านุ่งปิดปากถ้ำใว้ไม่ให้พระร่วงตามเข้าไปเนื่องจากจะทำให้วิชาอาคมเสื่อม พระร่วงอ้อนวอนเท่าไรนางก็ไม่ยอมออกจากถ้ำ จึงสาปให้นางอยู่ในถ้ำนั้นตลอดไป ชาวบ้านจึงเรียกภูเขาลูกนั้นว่า เขานางคำ ต่อมาชาวบ้านที่อยู่บริเวณนั้น หากมีเรื่องเดือดร้อนสิ่งใด เช่น วัวควายหาย ก็จะมาบนบานขอให้ได้คืน ก็ได้คืนสมใจจนชาวบ้านร่ำลือกันปากต่อปากถึงความศักดิ์สิทธิ์ จึงมีการสร้างศาลขึ้นมา จากนั้นใครเดือดร้อนสิ่งใด หรืออยากได้โชคลาภ อยากประสบความสำเร็จเรื่องการงานก็มักจะดั้นด้นมากราบไหว้บนบาน ซึ่งเมื่อสำเร็จสมใจ ก็มักจะมาแก้บนด้วยหมู 1ตัว ซึ่งมีการแก้บนอาทิตย์ละหลายครั้ง


พงศ์เทพ สาคร สุโขทัย