พลังเยาวชน พลังพัฒนาชาติ (หลักสูตร ๗Q “เสริม สร้าง ซ่อมสังคม” วิศวกรทางสังคม) สู่การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในทศวรรษที่ ๒๑

พลังเยาวชน พลังพัฒนาชาติ (หลักสูตร ๗Q “เสริม สร้าง ซ่อมสังคม” วิศวกรทางสังคม) สู่การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในทศวรรษที่ ๒๑

เมื่อวันพุธที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๕ เวลา ๐๘.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ณ โรงเรียนท่าปลาประชาอุทิศสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมกับบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอุตรดิตถ์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมบูรณาการจัดกิจกรรมโครงการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพ เด็ก เยาวชน จังหวัดอุตรดิตถ์ สู่การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ ๒๑ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕ : กิจกรรมที่ ๒ การอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนจังหวัดอุตรดิตถ์ (หลักสูตร ๗Q) ตามหลักการ “เสริม สร้าง ซ่อมสังคม” (วิศวกรทางสังคม) รุ่นที่ ๓ โรงเรียนท่าปลาประชาอุทิศ อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์

ในการนี้ได้รับเกียรติจากท่านสมชาย ไชยพันธุ์ เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ ท่านดำรงค์ ทองศรี ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ ท่านปรีชา พิมสาร สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ อำเภอท่าปลา เขต ๑ ท่านมาโนช ขำทอง สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ อำเภอท่าปลา เขต ๒ ร่วมพบปะให้โอวาสผู้เข้าร่วมโครงการฯ ดังกล่าว

#สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดอุตรดิตถ์ #องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ #บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอุตรดิตถ์ #กรมกิจการเด็กและเยาวชน #กระทรวงพม.


วช. หนุน เอ็มเทค สวทช. ส่งมอบเปลแรงดันลบ PETE สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์แล้ว 100 ชุด เดินหน้าพัฒนาติดตั้ง PETE ทุกยานพาหนะ สำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคในระบบทางเดินหายใจได้ทันท่วงที

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สนับสนุนศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สวทช. ส่งมอบเปลแรงดับลบ PETE เพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ รับมือการแพร่ระบาดโรคโควิด-19

ดร.ศราวุธ เลิศพลังสันติ ทีมวิจัยการออกแบบและแก้ปัญหาอุตสาหกรรม (DIST) ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค-สวทช.) เปิดเผยว่า ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ดำเนินโครงการส่งมอบ PETE เปลปกป้องให้แก่สถานพยาบาล จำนวน 16 แห่ง เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ในการรับมือโควิด-19 ทำให้ปัจจุบันมีการส่งมอบแล้วจำนวน 100 ชุด โดยจุดเด่นของ PETE เปลปกป้อง ไม่เพียงมีการออกแบบส่วนแคปซูลไร้โลหะที่แข็งแรงและปลอดภัย ช่วยลดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 แล้ว ยังสามารถทลายข้อจำกัดการใช้งานของเปลความดันลบเดิมที่มีทั่วไปในท้องตลาด อันดับแรกคือมีระบบ Smart controller ทำหน้าที่ควบคุมความดันภายในเปล ทำให้ใช้งานได้ทั้งบนภาคพื้นและบนอากาศ สามารถตรวจสอบการรั่วไหลของอากาศสู่ภายนอก แจ้งเตือนการเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศเมื่อถึงกำหนด ส่วนที่สองคือ นำเปลเข้าเครื่อง CT scan ได้ ส่วนสุดท้ายคือ ตัวเปลพับเก็บลงกระเป๋าและมีน้ำหนักเบา ทำให้พกพาสะดวกและติดตั้งง่าย เหมาะสมกับการใช้งานในรถพยาบาล ดังนั้นแล้วหากนำ PETE มาใช้ตั้งแต่การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากที่พัก เจ้าหน้าที่จะควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญ ด้วยการออกแบบและพัฒนาให้สามารถผลิตได้ในประเทศ ทำให้ปัจจุบัน PETE มีราคาจำหน่ายที่ชุดละประมาณ 200,000 บาท ซึ่งถูกกว่าตลาดโลก 2-3 เท่า ในขณะที่มีมาตรฐานระดับสากล

ดร.ศราวุธฯ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันเอ็มเทคได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตให้แก่บริษัทสุพรีร่า อินโนเวชั่น จำกัด เพื่อผลักดันให้เกิดการขยายผลไปสู่การใช้งานในวงกว้างเพื่อสร้างคุณค่าต่อเศรษฐกิจและสังคม และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพให้แก่คนไทยมากขึ้น อย่างไรก็ดีจากการสำรวจความต้องการในปัจจุบัน ยังมีสถานพยาบาลที่ต้องการใช้งานเปลแรงดันลบอยู่มาก และมีการตั้งเป้าหมายว่าต่อไปในอนาคตควรมีเปลแรงดันลบติดตั้งอยู่ในทุกยานพาหนะสำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เพื่อให้สามารถยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคในระบบทางเดินหายใจได้อย่างทันท่วงที สำหรับผู้ที่สนใจสนับสนุนการส่งมอบ “PETE เปลปกป้อง” ให้แก่สถานพยาบาล ติดต่อได้ที่ศูนย์เทค โนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) หรืออีเมล์ pete@mtec.or.th เพื่อร่วมยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อเพื่อคุณภาพชีวิตของทุกคน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

นวัตกรรม ชุดตรวจคัดกรอง “โควิด-19 สแกน” คว้ารางวัลการวิจัยแห่งชาติ ปี 65

นวัตกรรม ชุดตรวจคัดกรอง “โควิด-19 สแกน” คว้ารางวัลการวิจัยแห่งชาติ ปี 65

สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ก็คงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ยอดผู้ป่วยโดยรวมทั่วโลกเพิ่มขึ้น หลายประเทศทั่วโลกขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ แต่ท่ามกลางวิกฤติ ก็มีนวัตกรรมการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์เกิดขึ้นเช่นกัน รองศาสตราจารย์ ดร.สัญชัย พยุงภร และคณะ ได้คิดค้น ชุดตรวจคัดกรอง “โควิด-19 สแกน” โดยใช้เทคนิค RT-RPA และ CRISPR-Cas12a ในการตรวจ หากพบสารพันธุกรรมที่จำเพาะต่อเชื้อ SARS-CoV2 จะเกิดการเรืองแสง ก็จะสามารถตรวจวัดได้ด้วยโทรศัพท์มือถือที่มีโปรแกรมในการประมวลผลอย่างรวดเร็วด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ประสิทธิภาพในการตรวจเทียบเท่าวิธีมาตรฐานสากล

รองศาสตราจารย์ ดร.สัญชัย พยุงภร อาจารย์ประจำคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า นวัตกรรมชุดตรวจคัดกรอง “โควิด-19 สแกน” มีราคาไม่แพง เครื่องมือไม่ซับซ้อน ใช้งานง่าย สามารถตรวจคัดกรองนอกสถานที่ อีกทั้งได้รับการประเมินรับรองและอนุญาตให้ผลิต จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เลขที่ T6400049 จึงมีประโยชน์ในการตรวจคัดกรองเชิงรุกอย่างแพร่หลายทั่วทุกภูมิภาค ซึ่งส่งผลให้สามารถควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนประกอบของนวัตกรรมชุดตรวจคัดกรอง “โควิด-19 สแกน” ประกอบด้วย ชุดน้ำยาโควิด-19 สแกน ที่มีประสิทธิภาพ (ความแม่นยำ 98.78%) ใกล้เคียงกับ Real-time PCR ที่เป็นเทคนิคมาตรฐาน และโทรศัพท์มือถือที่มีโปรแกรมประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว ส่วนวิธีการใช้ เริ่มจากเก็บตัวอย่างน้ำลาย แล้วสกัด RNA ด้วยวิธีที่เหมาะสม ต่อมาแปลงสารพันธุกรรมจาก RNA เป็น cDNA ด้วยวิธี Reverse transcription และเพิ่มจำนวนสารพันธุกรรมแบบ isothermal amplification ด้วยวิธี recombinase polymerase amplification (RPA) จากนั้นตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัส SARS-CoV-2 ได้อย่างจำเพาะด้วยระบบ CRISPR-Cas12a

หากตรวจพบสารพันธุกรรมของเชื้อ SARS-CoV-2 จะเกิดการเรืองแสง (fluorescence) ซึ่งสามารถตรวจวัดได้โดยการใช้โทรศัพท์มือถือ ที่ติดตั้งระบบให้สัญญาณแสง จากนั้นถ่ายรูปการเรืองแสงด้วยโทรศัพท์มือถือที่มีโปรแกรม ในการส่งรูปไปประมวลผลในระบบฐานข้อมูล แล้วสรุปผลการตรวจกลับมาแสดงผลในหน้าจอของโทรศัพท์มือถือ และส่งผลไปยัง E-mail ของผู้ปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็ว

รองศาสตราจารย์ ดร.สัญชัย พยุงภร อาจารย์ประจำคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเพิ่มเติมว่า นวัตกรรมชุดตรวจคัดกรอง “โควิด-19 สแกน” ได้นำไปทดลองใช้งานจริง ในรถพระราชทาน (รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ) สำหรับการคัดกรองเชิงรุกในชุมชนจุฬาฯ นอกจากนี้ มีหน่วยงานอื่นๆ เช่น ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย และ หน่วยโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยทันตกรรม โรงพยาบาลสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ได้นำไปใช้เพื่อตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 ผลปรากฏว่าชุดตรวจ “โควิด-19 สแกน” สามารถช่วยในการตรวจคัดกรองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตอนนี้ความพร้อมของนวัตกรรมชุดตรวจคัดกรอง “โควิด-19 สแกน” อยู่ในระดับ TRL-9 โดยได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ บริษัทไมโคร อินเจคชั่น จำกัด เป็นผู้ผลิตชุดตรวจคัดกรอง “โควิด-19 สแกน” เพื่อใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ต่อไป ทั้งนี้โรงพยาบาล หน่วยงานทางการแพทย์ หรือบริษัทที่สนใจชุดตรวจคัดกรอง “COVID-19 SCAN” โปรดสอบถามรายละเอียดได้ที่ http://www.covidscan.tech/ หรือติดต่อ บริษัท ไมโคร อินเจคชั่น จำกัด อีเมล covid19scan@bkf.co.th

สำหรับ นวัตกรรมชุดตรวจคัดกรอง “โควิด-19 สแกน” ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดีมาก ประจำปี 2565 จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2565


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ททท.ชวนเที่ยว “ตรุษจีนปีขาล เบิกบานสำราญใจ” ท่องเที่ยวไหว้รับพลังราชบุรีเมืองมังกร

ททท.ชวนเที่ยว “ตรุษจีนปีขาล เบิกบานสำราญใจ” ท่องเที่ยวไหว้รับพลังราชบุรีเมืองมังกร

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ร่วมมือกับ จังหวัดราชบุรี โดยเทศบาลเมืองราชบุรี ชวนเที่ยวงาน “ตรุษจีนปีขาล เบิกบานสำราญใจ” ในระหว่างวันที่ 29 มกราคม ถึง 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2565 เพื่อเป็นการส่งเสริมและสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมของคนไทยเชื้อสายจีนให้สืบทอดสร้างความถาวรและต่อเนื่อง ตลอดจนเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดราชบุรี และเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ครบรอบ 47 ปี ทางการทูตระหว่าง 2 ประเทศไทย-จีน และเป็นต้นแบบในการจัดกิจกรรมที่มีการดำเนินงาน และการบริหารจัดการเรื่องความปลอดภัยตามมาตรการสาธารณสุขและมาตรฐาน SHA+ และครั้งนี้มุ่งหวังให้เป็นกิจกรรมที่สามารถความประทับใจ ที่จะกระตุ้นให้เกิดการเดินทางมาท่องเที่ยวและใช้จ่ายในช่วงเทศกาลตรุษจีน รวมถึงเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดราชบุรี จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19)

ภายในงานทุกวันจะพบกับกิจกรรมที่หลากหลาย ประกอบไปด้วย อุโมงค์หัวมังกรหางเสือ หัวมังกร เปรียบดังเมืองราชบุรี และการเดินผ่านลอดท้องมังกรนั่นเชื่อว่าจะเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้โชคลาภ หัวเสือ ที่สื่อถึงปีนี้เป็นปีขาลและเปรียบเสมือนเป็นการรับพลังบวก เช็คอินกับจุดถ่ายภาพ (Installation Art) ประติมากรรมศิลปะ จำลองเมืองจีน และกำแพงเมืองจีนที่สวยงามอลังการ พิเศษไปกับ Landmark ของงาน กับจุดถ่ายภาพ 12 นักกษัตร กิจกรรมสาธิตรังสรรค์การทำอาหารมงคลในเทศกาลตรุษจีน กิจกรรมเปิดบูธ DIY เขียนพู่กันคำอวยพรจีน,ประดิษฐ์โคมจีน และเพ็นท์หน้ากากจีน กิจกรรมออกบูธจำหน่ายสินค้าและอาหาร กว่า 30 ร้านค้า,กิจกรรมการแสดงทางวัฒนธรรม,การแสดงร่วมสมัยวัฒนธรรมไทยจีน,สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดราชบุรี ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามเส้นทางมังกรเสริมมงคล จาก หัวมังกร เกล็ดมังกร สันหลังมังกร ท้องมังกร หางมังกร และเสริมดวงด้วยโหราศาสตร์จีน เคล็ดลับเสริมมงคล ไหว้ขอพร รับพลังบวก เสริมโชคลาภ เงินทอง จาก อาจารย์คฑา ชินบัญชร และจัดการแสดงม่านน้ำบอกเล่าเรื่องราวเมืองมังกรของจังหวัดราชบุรี กว่า 100 เมตร ประกอบแสง สี เสียง และพลุไฟ อย่างอลังการ และรับชมคอนเสิร์ตจากศิลปินที่มีชื่อเสียง เช่น Seasin Five,ปราโมทย์ วิเลปะนะ,ActArt และ Morvasu

ขอเชิญทุกท่านเข้ามาร่วมงานเทศกาลตรุษจีนท่องเที่ยวไหว้รับพลังเมืองมังกร ซึ่งทุกท่านที่จะเข้าร่วมงานจะต้องลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์เข้างานผ่านทางแอพพลิเคชั่น app QueQ เท่านั้น จำกัดสิทธิ์การเข้างาน 450 คนต่อวัน ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ยึดมาตรฐานความปลอดภัยตามมาตรการผ่อนปรนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และงานนี้ปลอดภัยสุด สุด วันที่ 29 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2565 ตั้งแต่เวลา เวลา 16.00–21.00 น. ณ บริเวณริมเขื่อนรัฐประชาพัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“ตม.สุราษฎร์ฯ” บุกรวบตัวการขนคนต่างด้าว

วันที่ 26 ม.ค. 2565 เวลา 10.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ พันธ์โกศล ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี นำโดย ร.ต.อ.ธเนศพล ละอองทอง รองสว.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี, ร.ต.ท.ประมุข กองกุล รอง สว.(ป) ตม.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อมชุดสืบสวนฯ ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายบูมาว หรือ Mr.Bu Maung Aye 46 ปี สัญชาติเมียนมา หนังสือเดินทางประเทศเมียนมา ที่ CC6104281 โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุมโดยรู้ว่าคนต่างด้าวนั้นเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ตามหมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ จ.255/2564 ลงวันที่ 29 ก.ย. 2564

ทั้งนี้เมื่อประมาณเดือนกันยายน 2564 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตม.สุราษฎร์ธานีได้ทำการจับกุมนายอะหลี โต๊ะสอีด สัญชาติไทย พร้อมด้วยแรงงานต่างด้าวอีก 6 คน ซึ่งหลบหนีเข้าเมืองจากมาเลเซียเพื่อจะเดินทางเข้ากทม. ซึ่งสกัดจับได้บริเวณตำบลบางกุ้ง อำเภอเมือง สุราษฎร์ธานี จากการสืบสวนทราบว่า นายบูมาวฯ เป็นตัวการผู้ติดต่อในการขนคนต่างด้าวพร้อมจัดหาที่พักและอาหารฯ จึงได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับฯ และสืบสวนติดตามหาตัวนายบูมาวฯ มาโดยตลอด จนกระทั่งวันที่ 26 ม.ค.2565 ได้มาพบตัวนายบูมาวฯ ที่สะพานนริศ ถ.ศรีตาปี ต.ตลาด อ.เมือง สุราษฎร์ธานี จึงได้แสดงหมายจับพร้อมแจ้งรายละเอียดให้ทราบ ซึ่งนายบูมาวฯ ให้การยอมรับว่าตนเองเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและยังไม่ได้ถูกจับกุมมาก่อน เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมตัวนายบูมาวฯนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป


เทียบชัดๆ ! บทลงโทษฝ่าฝืนข้อห้าม “ทางม้าลาย” ไทย VS ญี่ปุ่นจากกรณี

จากกรณี พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือหมอกระต่าย ถูกตำรวจขับบิ๊กไบก์ชนขณะข้ามทางม้าลายหน้าสถาบันไตภูมิราชนครินทร์ ถนนพญาไท เมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมา จนเสียชีวิต สร้างความเสียใจให้กับผู้ทราบข่าวยิ่งนัก มีการพูดกันว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจนี้ก็เพราะบทลงโทษของเราไม่รุนแรง ทำให้มีผู้ฝ่าฝืนกฎหมาย สู้บทลงโทษของญี่ปุ่นไม่ได้ เป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่ ? ติดตามได้จากบทความนี้

1. ทำไมจึงต้องเปรียบเทียบบทลงโทษกับญี่ปุ่น ?

เหตุที่ต้องเปรียบเทียบกับญี่ปุ่นก็เพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรน้อยเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ในขณะที่ไทยเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก (โดยเปรียบเทียบจำนวนผู้เสียชีวิตต่อจำนวนประชากรหนึ่งแสนคน) การเปรียบเทียบจะทำให้รู้ว่าเป็นเพราะบทลงโทษหรือไม่ ? จึงทำให้คนญี่ปุ่นเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรน้อยเป็นอันดับต้นๆ ของโลกอีกทั้ง ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่คนไทยจำนวนไม่น้อยได้ไปเยือนมาแล้ว ได้มีโอกาสสัมผัสกับการใช้รถใช้ถนนรวมทั้งการข้ามทางม้าลาย ทำให้การเปรียบเทียบเป็นที่เข้าใจได้ง่าย

2. บทลงโทษของไทยไม่รุนแรงเหมือนของญี่ปุ่นจริงหรือ ?

จากการเปรียบเทีบบทลงโทษในการฝ่าฝืนข้อห้าม “ทางม้าลาย” ระหว่างของไทยกับของญี่ปุ่นในแต่ละฐานความผิด ได้ผลดังนี้

(1) ไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลายบทลงโทษของไทยจะถูกปรับไม่เกิน 1,000 บาท ในขณะที่ของญี่ปุ่นจะถูกจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือถูกปรับไม่เกิน 50,000 เยน (ประมาณ 15,000 บาท)

(2) ขับรถชนคนข้ามทางม้าลายได้รับบาดเจ็บบทลงโทษของไทยจะถูกจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในขณะที่ของญี่ปุ่นจะถูกจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านเยน (ประมาณ 300,000 บาท)

(3) ขับรถชนคนข้ามทางม้าลายเสียชีวิตบทลงโทษของไทยจะถูกจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท ในขณะที่ของญี่ปุ่นจะถูกจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านเยน (ประมาณ 300,000 บาท)จากการเปรียบเทียบจะเห็นได้ว่าบทลงโทษของไทยมีทั้งที่รุนแรงน้อยกว่าและรุนแรงมากกว่าของญี่ปุ่น แต่ทำไมไทยจึงมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรมากกว่าญี่ปุ่นมาก ? หรือ ทำไมญี่ปุ่นจึงมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรน้อยกว่าไทยมาก ?

3. ทำไมญี่ปุ่นจึงมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรน้อยกว่าไทยมาก ?

ในเมื่อบทลงโทษของญี่ปุ่นมีทั้งรุนแรงมากกว่าและรุนแรงน้อยกว่าบทลงโทษของไทย แล้วทำไมญี่ปุ่นจึงมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรน้อยกว่าไทยมาก ? ที่เป็นเช่นนี้ อาจเป็นเพราะ

(1) ญี่ปุ่นมีการเข้มงวดกวดขันการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างจริงจังมากกว่าไทย ?

(2) ญี่ปุ่นใช้มาตรการทางวิศวกรรมจราจรอย่างเต็มที่ เช่น สีทางม้าลายชัดเจน มีเครื่องหมายจราจรบนถนนเตือนก่อนถึงทางม้าลาย มีป้ายจราจรที่ชัดเจนและเพียงพอให้ผู้ขับขี่รู้ว่าข้างหน้ามีทางม้าลาย ซึ่งจะต้องลดความเร็ว มีไฟฟ้าแสงสว่างเพียงพอ มีการทาสีให้เป็นแถบนูน (Rumble Strip) ทำให้มีเสียงดังเมื่อขับรถผ่านก่อนถึงทางม้าลาย และบางแห่งมีการยกระดับทางม้าลายให้สูงกว่าระดับถนน เพื่อให้ผู้ขับขี่เห็นทางม้าลายและคนที่กำลังข้ามทางม้าลายได้ชัดเจนขึ้น เป็นต้น

(3) คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่เคารพกฎ กติกาสังคม คนที่เคยไปเยือนญี่ปุ่นจะพบว่าคนญี่ปุ่นเป็นคนที่ทำตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด เช่น ข้ามถนนบนทางม้าลาย ไม่ทิ้งขยะในที่สาธารณะ ไม่ส่งเสียงดังในร้านอาหาร มีการเข้าคิวทุกการใช้บริการ ฯลฯ หรือคนที่เคยไปใช้ชีวิตในญี่ปุ่นคงเคยมีประสบการณ์ในการแยกขยะก่อนนำถุงขยะไปวางไว้ตามจุดและเวลาที่กำหนด แต่อย่างไรก็ตาม มีการสำรวจเมื่อไม่นานมานี้พบว่ามีผู้ขับขี่ในบางเมืองของญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยที่ไม่หยุดรถหน้าทางม้าลายที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร

(4) สอบใบขับขี่ในญี่ปุ่นยากมากการได้ใบขับขี่ในญี่ปุ่นเป็นเรื่องยากมาก ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงและใช้เวลานาน จึงอาจทำให้คนญี่ปุ่นขยาดกับการทำผิดกฎจราจร เพราะเมื่อทำผิดจะถูกพักการใช้ใบขับขี่หรือเพิกถอนใบขับขี่ก็ได้

ในญี่ปุ่นกระบวนการขอรับใบขับขี่จะต้องผ่านการอบรมที่โรงเรียนสอนขับรถถึง 48 ชั่วโมง แบ่งเป็น 2 ขั้นตอน ประกอบด้วยขั้นตอนที่ 1 มีการอบรมทฤษฎี 10 ชั่วโมง และฝึกหัดการขับรถในสนามฝึก 12 ชั่วโมง หลังจากนั้นเป็นการทดสอบ หากสอบผ่านก็จะได้รับใบขับขี่ฉบับชั่วคราวเพื่อเข้าอบรมขั้นตอนที่ 2 ต่อไป ซึ่งจะมีการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการขับรถบนท้องถนนร่วมกับผู้อื่นได้อย่างปลอดภัย 16 ชั่วโมง และยังมีการฝึกหัดขับรถบนถนนจริงอีก 10 ชั่วโมง แล้วจะได้รับการประเมินความสามารถในการขับรถบนถนนจริงว่าสามารถขับรถได้หรือไม่ ? ถ้าได้ จะได้รับใบขับขี่ฉบับจริง โดยเฉลี่ยคนญี่ปุ่นจะใช้เวลาในการอบรมและสอบเพื่อรับใบขับขี่ประมาณ 3 เดือน เสียค่าใช้จ่ายขั้นต่ำประมาณ 100,000 บาท

ในขณะที่ในไทยจะต้องเข้ารับการอบรมที่โรงเรียนสอนขับรถของกรมการขนส่งทางบก หรือที่โรงเรียนเอกชนที่กรมฯ รับรองเป็นเวลา 15 ชั่วโมง แบ่งเป็นภาคทฤษฎี 5 ชั่วโมง และภาคปฏิบัติ 10 ชั่วโมง กรณีอบรมที่โรงเรียนของกรมฯ จะเสียค่าใช้จ่าย 650 บาท ส่วนกรณีอบรมที่โรงเรียนเอกชน จะเสียค่าใช้จ่าย 2,000-6,000 บาท

4. สรุป

อุบัติเหตุจราจรในไทยเกิดจากข้อบกพร่องของผู้ขับขี่เป็นส่วนใหญ่ เป็นที่ทราบกันดีว่าผู้ขับขี่ในบ้านเราส่วนหนึ่งไม่เคารพกฎจราจร ด้วยเหตุนี้ พวกเราทั้งราษฎร์และรัฐจะร่วมมือร่วมใจกันแก้ขอบกพร่องนี้ได้อย่างไร ? เพื่อไม่ให้ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก


ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

คอหวยไม่พลาด !! ส่องทะเบียนรถ 6 ล้อบรรทุกน้ำดื่มหลวงตาชื่นเทกระจาด หวังรวยงวดวันตรุษจีน 1 ก.พ.นี้

คอหวยไม่พลาด !! ส่องทะเบียนรถ 6 ล้อบรรทุกน้ำดื่มหลวงตาชื่นเทกระจาด หวังรวยงวดวันตรุษจีน 1 ก.พ.นี้

วันที่ 27 มกราคม 2565 ร.ต.อ.พยุง ศรีโฮง รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งรถบรรทุกพลิกคว่ำมีผู้บาดเจ็บหลายราย บริเวณปากทางเข้า บ้านนามูลฮิ้น หมู่ 9 ต.นาทราย อ.เมืองนครพนม จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยศรีสัตตนครพนม กู้ชีพลำโขงเฟรนด์ชิฟ และรถกู้ชีพ อบต.นาทราย รุดไปตรวจที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 เลน ทางหลวงแผนดินหมายเลข 22 (นครพนม-สกลนคร) ฝั่งขาเข้าตัวเมืองเยื้องปั้มน้ำมันฮั้วแซ ริมไหล่ทางพบรถบรรทุกยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 40-0326 ภูเก็ต ตกไปอยู่ในร่องน้ำ กระจกหน้าแตก ฝาข้างท้ายรถแบบเปิดสองข้างแบะออกและโครงหลังคาหลุด มีน้ำดื่มหลายยี่ห้อบรรจุใส่แพ็กและเครื่องดื่มหลายชนิดจำนวนมาก เทกระจาดกระจัดกระจาย ส่วนคนเจ็บพบว่าเป็นชาย 4 คน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยอโศกเดินทางมาจาก จ.กาฬสินธุ์ ได้รับบาดเจ็บคนละเล็กละน้อย ส่วนคนขับศีรษะแตก จึงปฐมพยาบาลในเบื้องต้น ก่อนลำเลียงคนเจ็บทั้งหมดนำส่งรักษาที่ รพ.นครพนม

สอบถามนายจิรนันท์ พิมพ์ชัย อายุ 52 ปี อาสากู้ภัยวานรนิวาส จ.สกลนคร เผยว่า รถบรรทุก 6 ล้อขนน้ำดื่มและเครื่องดื่มมีจำนวน 3 คัน โดยคันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่กู้ภัยอโศก 4 คนรับช่วงขับมาตั้งแต่ จ.กาฬสินธุ์ โดยมีคนนั่งหน้ารวมคนขับด้วยเป็น 2 คน และนั่งคุมกระบะท้ายอีก 2 คน ในช่วงเช้าได้รับน้ำดื่มจากญาติโยมที่ถวายหลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฒโท พระธุดงค์ชื่อดังของจังหวัดนครพนม ที่เดินทางเปล่าโดยไม่ยอมรับปัจจัยใดๆ นอกจากน้ำดื่มเท่านั้น
ขณะหลวงตาบุญชื่นจาริกถึงบ้านเชียงเครือ จ.สกลนคร มีสาธุชนที่เลื่อมใสถวายน้ำดื่มระหว่างทางจึงลำเลียงใส่รถมากกว่า 1 พันโหล คาดว่ามีน้ำหนัก 3 ตัน ใส่รถบรรทุกจนสูงชิดขอบฝาข้าง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเกิดเสียหลักพลิกคว่ำเทกระจาด คาดว่าคนขับอาจหลับในและอาจไม่ชินเส้นทาง เพราะเส้นทางไปวัดที่หลวงตาบุญชื่นจำพรรษาอยู่ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม จะต้องเลี้ยวบริเวณ 3 แยก อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร เส้นไป อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม แล้วมุ่งตรงไปที่พักสงฆ์ บ้านเสาเหล้าใหญ่ ต.เสาเล้า อ.โพนสวรรค์

ด้านนายธนัญชัย จิตโล เลขาสมาคมกู้ภัยศรีสัตตนครพนม กล่าวว่า จากการสอบถามคนเจ็บเบื้องต้นทราบว่า คนขับรถคันนี้ขณะขับผ่านเลยโค้งก่อนถึง 3 แยกไฟแดงปากทางบ้านนามูลฮิ้นน่าจะมีอาการหลับใน คนนั่งเบาะข้างเลยเงื้อมือดึงพวงมาลัย แต่ไม่ทันรถเสียหลักไถลลงไหล่ทาง ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บดังกล่าว

ส่วนน้ำดื่มและเครื่องดื่ม ข้าวสาร 2 แพ็กรวม 10 กิโลกรัม ไม้กวาด ทางหลวงตาบุญชื่นทราบเรื่อง จึงมีดำริให้นำน้ำดื่มและสิ่งของให้กู้ภัยศรีสัตตนครพนม กู้ภัยลำโขงเฟรนชิฟ เก็บรักษาไว้ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้โรงเรียน ศูนย์พักพิงผู้ป่วยติดเชื้อโควิดในพื้นที่ จ.นครพนม ต่อไป
ส่วนหลวงตาบุญชื่น วัย 72 ปี พระป่าธุดงค์เท้าเปล่า ก่อนนี้เคยจาริกเดินเท้าเปล่าไป-กลับภาคเหนือ 2,000 กิโลเมตร ไม่รับปัจจัยระหว่างทาง ล่าสุดเดินจากมาตุภูมิไปถึง จ.ภูเก็ตตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2564 ก่อนมุ่งหน้ากลับสู่สำนักสงฆ์ในวันพรุ่งนี้ (29 ม.ค.65) เป็นวันสุดท้ายระยะไป-กลับกว่า 3,000 กิโลเมตร

ขณะที่ผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่กู้ภัยไลฟ์สดรถบรรทุก 6 ล้อเทกระจาด ปรากฏว่ามีคอหวยและเซียนหวย ต่างจดจ้องเลขทะเบียนรถคันนี้ 40-0326 เพื่อนำเลขท้าย 326, 26, 62 และเลขในมุมทะเบียน 86 ไปหาซื้อลอตเตอรี่งวดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 65 ซึ่งตรงกับวันตรุษจีนพอดี เพื่อลุ้นเสี่ยงโชคหวังลาภลอยกันแล้ว


เทพข่าวร้อน รายงาน

นรข.ผลงานเยี่ยมต่อเนื่อง ยึดกัญชาอัดแท่งห่อกระดาษแฟนซีสีหวาน 280 กก.

นรข.ผลงานเยี่ยมต่อเนื่อง ยึดกัญชาอัดแท่งห่อกระดาษแฟนซีสีหวาน 280 กก. ผวจ.นครพนม แงะห่อดูเป็นของใหม่สดเพิ่งอบ ขอบคุณชาวบ้านที่ช่วยแจ้งข่าว

วันที่ 28 มกราคม 2565 เวลา 15.30 น. ณ หน้าศาลากลางจังหวัดนครพนม นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม, พล.ร.ต.สมบัติ จูถนอม ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ผบ.นรข.), พ.อ.เถลิงศักดิ์ มูลประดับ เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 210 (เสธ.มทบ.210), พ.ต.อ.(หญิง)จิรนันท์ ธนะสิงห์ ผู้กำกับกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดนครพนม(ผกก.พฐ.ฯ), พ.ต.อ.กฤติ กอร์ปกุลหิรัญ ผู้กำกับสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม (ผกก.สืบสวน ภ.ว.ฯ), พ.ต.ท.ชิษณุพงศ์ ทองเกื้อ ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 236 (ผบ.ร้อย ตชด.236), พ.ต.ท.อัศรายุทธ ทองลอง สารวัตรสถานีตำรวจน้ำนครพนม, นายณัฏฐ์กัญจ์กร เกตุสุวรรณ หัวหน้าฝ่ายปราบปราม (หน.ฝปป.) ด่านศุลกากรนครพนม, นายพรต ภูมิภักดิ์ ปลัดจังหวัดนครพนม ร่วมแถลงข่าวการตรวจยึดกัญชาแห้งอัดแท่ง จำนวน 280 กิโลกรัม/แท่ง ในพื้นที่บ้านหาดทรายเพ หมู่ 10 ต.หนองเทา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา

สืบเนื่องจาก น.อ.พรภิรมย์ ยศบุญ ผู้บังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม (ผบ.นรข.เขตนครพนม) ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ ว่า จะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในราชอาณาจักร คาดว่าพิกัดจะอยู่ระหว่างด้านทิศเหนือบ้านน้อยลวงมอง หมู่ 8 ต.หนองเทา ถึงทิศใต้บ้านพนอมเหนือ หมู่ 5 ต.พนอม อ.ท่าอุเทน จึงสั่งการ น.ท.วรภัทร แสงสุวรรณ หัวหน้าสถานีเรือนครพนม (หน.สน. เรือนครพนม) ประสานงานร่วมกับทหารพราน กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (กกล.ฯ) และตำรวจน้ำ ลาดตระเวนแถบริมแม่น้ำโขง ส่วนพื้นที่ตอนในบูรณการร่วมกับมณฑลทหารบกที่ 210 (มทบ.210) ค่ายพระยอดเมืองขวาง และตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ฯลฯ ลาดตระเวนทางบกตามถนนทางหลวงสายหลักและสายรอง

กระทั่งเวลาราว 19.00 น. ของวันที่ 26 มกราคม พบเรือต้องสงสัย 1 ลำ แล่นข้ามแม่น้ำโขงจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ณ บริเวณบ้านหาดทรายเพ หมู่ 10 ต.หนองเทา จึงส่งสัญญาณให้ชุดลาดตระเวนทั้งทางน้ำและทางบกทราบพิกัด และซุ่มเฝ้าในจุดที่ได้รับมอบหมาย เรือลำดังกล่าวแล่นมาเทียบชายฝั่ง กลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน 3 คนที่อยู่ในเรือ ช่วยกันแบกสิ่งของต้องสงสัยลงจากเรือแล้วจะแบกขึ้นฝั่ง โดยมีชายคนหนึ่งในกลุ่มบอกเพื่อนอีก 2 คน ว่า เจ้าหน้าที่มาหนีเร็ว ทั้งหมดจึงโยนของที่แบกทิ้งแล้วเผ่นหนีไปกับความมืดกันคนละทิศละทาง
ชุดปฏิบัติการเข้าตรวจสอบ พบถุงกระสอบพลาสติกสีดำ จำนวน 8 กระสอบ จึงนำไปตรวจอย่างละเอียดที่ สน.เรือนครพนม เป็นกัญชาแห้งอัดแท่ง 2 สี คือ สีบรอนซ์ทอง และ สีฟ้าบรอนซ์ จำนวน 280 แท่ง/กิโลกรัม เมื่อเปิดออกพิสูจน์ยังมีสภาพสดใหม่คล้ายเพิ่งผ่านการอบมาใหม่ๆ

โดย นายชาธิป รุจนเสรี เผยว่าทางฝั่งประเทศเพื่อนบ้านก็มีการจับกุมยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ขบวนการค้ายาข้ามชาติจึงต้องเร่งเก็บผลผลิตและรีบส่งข้ามมาฝั่งไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงในพื้นที่ไม่ว่างเว้นในการบูรณาการลาดตระเวนร่วมกันสม่ำเสมอ

ขณะทางด้าน พล.ร.ต.สมบัติ จูถนอม ผบ.นรข. เปิดเผยว่าเคสนี้ได้ลงไปตรวจสอบในพื้นที่ที่เกิดเหตุเอง พบว่ามีชัยภูมิที่เอื้อต่อการกระทำผิดมาก จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่เพ่งเล็งจุดนี้เป็นสำคัญอีกแห่ง ส่วน พ.อ.เถลิงศักดิ์ มูลประดับ เสธ.มทบ.210 กล่าวว่าต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ที่ช่วยกันสอดส่องเป็นหูเป็นตาและแจ้งข่าวให้ชุดปฏิบัติการทราบเป็นระยะๆ ถ้าร่วมกันกำจัดยาเสพติดเบาบางลงได้เราก็จะได้ลูกหลานกลับมาเป็นคนดีของสังคมอีกครั้งหนึ่ง


เทพข่าวร้อน รายงาน

พ่อเมืองนครพนม แถลงผลงาน “ยุทธการฟ้าสางที่ฝั่งโขง” ไตรมาสแรก ไล่บดขยี้ขบวนการยาเสพติด ยึดทรัพย์ให้กลายเป็นขอทาน 11 ราย

พ่อเมืองนครพนมแถลงผลงาน ”ยุทธการฟ้าสางที่ฝั่งโขง” ไตรมาสแรก ไล่บดขยี้ขบวนการยาเสพติด ยึดทรัพย์ให้กลายเป็นขอทาน 11 ราย

วันที่ 28 มกราคม 2565 ณ หน้าศาลากลางจังหวัดนครพนม ได้จัดแถลงข่าวผลการดำเนินงานตามแผนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดฯ “ยุทธการฟ้าสางที่ฝั่งโขง” โดยมี นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม, พล.ร.ต.สมบัติ จูถนอม ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ผบ.นรข.), พ.อ.เถลิงศักดิ์ มูลประดับ เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 210 (เสธ.มทบ.210), พ.ต.อ.(หญิง)จิรนันท์ ธนะสิงห์ ผู้กำกับกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดนครพนม(ผกก.พฐ.ฯ), พ.ต.อ.กฤติ กอร์ปกุลหิรัญ ผู้กำกับสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม (ผกก.สืบสวน ภ.ว.ฯ), พ.ต.ท.ชิษณุพงศ์ ทองเกื้อ ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 236 (ผบ.ร้อย ตชด.236), พ.ต.ท.อัศรายุทธ ทองลอง สารวัตรสถานีตำรวจน้ำนครพนม, นายณัฏฐ์กัญจ์กร เกตุสุวรรณ หัวหน้าฝ่ายปราบปราม (หน.ฝปป.), ด่านศุลกากรนครพนม, นายพรต ภูมิภักดิ์ ปลัดจังหวัดนครพนม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้

ผวจ.นครพนม กล่าวต่อสื่อมวลชนว่า หลังจากจังหวัดนครพนม ได้จัดทำแผนปฏิบัติการป้อง กันและปราบปรามยาเสพติด ภายใต้ “ยุทธการฟ้าสางที่ฝั่งโขง” เพื่อเป็นกรอบแนวทางให้กับทุกหน่วยงาน ได้แก่ ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่บูรณาการร่วมกันอย่างเข้มข้น เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เกิดผลเป็นรูปธรรม อันจะสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครพนม สนองตอบต่อนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยมีการดำเนินตามแผนปฏิบัติการดังกล่าวครอบคลุมทั้งมิติด้านป้องกัน ปราบปราม บำบัดรักษา และการบริหารจัดการ

ในไตรมาสแรกตั้งแต่ 1 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2564 ได้มีการปิดล้อม ตรวจค้น ตรวจยึด จับกุม ทำลายเครือข่ายยาเสพติดทั้งในและนอกพื้นที่จำนวน 553 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหา 546 ราย พร้อมของกลางยาเสพติด 1.ยาบ้า 1,714,640 เม็ด, 2.ยาไอซ์ 221 กิโลกรัม, 3.กัญชาแห้งอัดแท่ง 8,385 กิโลกรัม และยึดทรัพย์ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ จำนวน 11 ราย มูลค่าทรัพย์สิน 3,961,320 บาท

สำหรับในห้วงเดือนมกราคม 2565 มีการปิดล้อมตรวจค้น ตรวจยึด จับกุม ทำลายเครือข่ายยาเสพติดไปแล้ว 262 ครั้ง, จับกุมผู้กระทำความผิด 258 คน,พร้อมของกลางยาเสพติดเป็นยาบ้า 944,310 เม็ด กัญชาแห้งอัดแท่ง 587 กิโลกรัม และยาไอซ์ 447 กรัม

ส่วนด้านการป้องกันและเฝ้าระวังป้องกันปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน ชุมชน และสถานประกอบการ เน้นสร้างพื้นที่ปลอดภัยยาเสพติดในหมู่บ้าน ชุมชน ลดพื้นที่เสี่ยงตามมาตรการปรับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และจัดระเบียบสังคมในสถานบริการ หอพัก โรงแรม รีสอร์ท ร้านค้า คาราโอเกะ และพื้นที่สาธารณะจำนวน 192 แห่ง จัดเวรยามเฝ้าระวังในทุกชุมชนหมู่บ้าน โดยเฉพาะแนวชายแดนจำนวน 67 จุด

นอกจากนี้ยังมีการกวดขันเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด โดยการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะเจ้าหน้าที่ ที่มีสักนักงานอยู่ในศาลากลางจังหวัดนครพนม ตามมาตรการกวาดบ้านจำนวน 16 หน่วยงาน 350 คน ไม่พบสารเสพติดในร่างกายแต่อย่างใด ซึ่งจะมีการดำเนินต่อเนื่องไปทุกพื้นที่และทุกหน่วยงาน ส่วนในการดำเนินการบำบัดรักษาในทุกระบบสำหรับผู้ป่วยยาเสพติด ทั้งระบบสมัครใจ ระบบบังคับบำบัด และระบบต้องโทษไปแล้ว 196 ราย


เทพข่าว ร้อน รายงาน

นาย “กันต์” มอบรถจักรยานปั่น 3 ล้อ แบ่งปันน้ำใจช่วยเหลือ 2 ตายาย ป่วยติดเตียง

นาย “กันต์” มอบรถจักรยานปั่น 3 ล้อ แบ่งปันน้ำใจช่วยเหลือ 2 ตายาย ป่วยติดเตียง

นายกันต์ ธนาอัครชล อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลบางเสร่ ​อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และผู้บริหารโครงการบ้านสิริศาย์ ได้รับการประสานจากป้าหมายและพี่พร ซึ่งอยู่ในพื้นที่ตำบลบางเสร่ ทราบว่ามี คุณตาและคุณยายคู่หนึ่ง วัยกว่า 70 ปี ใช้ชีวิตอยู่ค่อนข้างลำบาก สาเหตุจากคุณตาเป็นผู้พิการถูกตัดนิ้วเท้าไป 3 นิ้ว ส่วนคุณยายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ใช้ชีวิตอยู่อย่างค่อนข้างลำบากมากๆ ในบ้านพัก ภายในซอยโรงไฟฟ้า ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ

จึงได้ประสานมายังนาย กันต์ ธนาอัครชล อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลบางเสร่ และผู้บริหารบ้านสิริศาย์ ว่าอยากได้รถจักรยาน 3 ล้อปั่นสัก 1 คัน สำหรับให้คุณตาได้ค่อยๆ ปั่น ไปซื้อข้าวซื้อของบริเวณใกล้เคียง เพราะคุณตาเหลือนิ้วเท้าเพียง 2 นิ้ว (จากการถูกตัดทิ้งไป 3 นิ้ว) ทำให้การประคองตัวและการใช้ชีวิตค่อนข้างลำบาก หากใช้รถจักรยาน 2 ล้อปั่น อาจจะเป็นอันตรายต่อการเสียหลักล้มลงได้ง่าย ป้าหมายและพี่พร จึงขอสนับสนุนรถจักรยาน 3 ล้อปั่น มอบให้คุณตา เพื่อสะดวกต่อการปั่น แต่ด้วยสาเหตุที่คุณตาไม่ได้ขี่รถจักรยานมานาน ทำให้ต้องใช้เวลาในการฝึกหัดสักระยะหนึ่ง โดยการฝึกหัดในครั้งนี้ ได้รับการช่วยเหลือจาก นายวินน์ ชัยเนตร เจ้าของร้านอาหาร อร่อยคิทเช่น บางเสร่ หรือรู้จักกันดี พี่วินน์ ชาพลัส รับปากจะมาเป็นผู้ฝึกหัดให้คุณตา จนสามารถขี่ได้ ในวันนี้ จึงได้ทำพิธีมอบรถจักรยาน 3 ล้อปั่น ให้สองตายายได้ไว้ใช้ประโยชน์ต่อไป

ในโอกาสเดียวกันนี้ต้องขอขอบพระคุณผู้ใหญ่ใจดี (คุณปีย์)​ ที่ได้มอบรถจักรยานคันดังกล่าว ผ่านมาทาง นายกันต์ ธนาอัครชลเป็นผู้มอบ โดยมี นายวิฑูรย์ ศรีสงวน ผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.บางเสร่ น.ต.ธวัช คงศักดิ์ ประธานสภา ทต.บางเสร่ นางรุ่งรัตน์ ศรีประเสริฐ เลขานุการสภา ทต.บางเสร่ นายวินน์ ชัยเนตร เจ้าของร้านอาหาร อร่อยคิทเช่น บางเสร่ ป้าหมาย และพี่พร
ผู้ประสานงาน ร่วมเป็นสักขีพยาน โดย คุณตา ได้กล่าวขอบคุณด้วยความประทับใจ และซาบซึ้งในน้ำใจ ของคณะฯ เป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มอบรถจักรยานสามล้อปั่น ให้ในครั้งนี้


ภาพ/ข่าว นิราช/นันฐพล/พิชญ์ฐญา ทิพย์ศรี จ.ชลบุรี
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก