คณะทำงานดร.สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.เขต 2 จ.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่แก้ไข “น้ำประปาขุ่นแดง” ต.แหลม อ.หัวไทร

คณะทำงานดร.สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.เขต 2 จ.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่แก้ไข “น้ำประปาขุ่นแดง” ต.แหลม อ.หัวไทร

จากเหตุการณ์น้ำประปา มีสีขุ่นแดง มีรสเปรี้ยว ในพื้นที่ ม.8 ต.แหลม อ.หัวไทร จ.นครศรีศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 25 ม.ค.64 วานนี้ (26 ม.ค.65) คณะทำงาน ดร.สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.เขต 2 จ.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบปัญหาดังกล่าว
โดยจากการพบปะหารือร่วมกับผู้นำชุมชน และชาวบ้านในพื้นที่ ม.7 และม .8 ต.แหลม อ.หัวไทร พบว่าน้ำประปามีลักษณะใส แต่มีตะกอนสีแดงปนเปื้อนบ้างในบางส่วน ซึ่งเป็นผลมาจากการสูบน้ำจากคลองชะอวด-แพรกเมือง ซึ่งมีลักษณะน้ำแดงขุ่น ก่อนผ่านระบบประปาขององค์การบริหารส่วนตำบลแหลม

ทั้งนี้คณะทำงานฯ ได้ประสานหารือร่วมกับนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแหลม นายเสทือน ถาวรนุรักษ์ พบว่าได้รับการแก้ไขระบบประปาดังกล่าวให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว

น้ำประปา #คลองชะอวดแพรกเมือง #ตำบลแหลม #หัวไทร #สัณหพจน์สุขศรีเมือง #คนลุ่มน้ำปากพนัง #ชัยชวนคิด #จะตอบแทนด้วยผลงาน


“แม่แดง” ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือชุมชนย่านลาดพร้าว เพื่อให้ผู้ได้รับความเดือดร้อนสร้างอาชีพช่วยเหลือตนเองได้

“แม่แดง” ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือชุมชนย่านลาดพร้าว เพื่อให้ผู้ได้รับความเดือดร้อนสร้างอาชีพช่วยเหลือตนเองได้

นายกสมาคมเสริมสร้างครอบครัวให้อบอุ่นและเป็นสุข ได้ลงพื้นที่ชุมชนริมคลองวัดลาดพร้าว เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนในการประกอบอาชีพ และการทำมาหาเลี้ยงชีพในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งได้รับผลกระทบเนื่องจากโควิด- 19 ทำให้ตกงานและขาดรายได้ ครอบครัวที่ไปให้การช่วยเหลือนั้นเป็นครอบครัวที่ต้องดูแลผู้สูงอายุถึง 3 ชีวิต และมีเด็กๆ อีก 2 ชีวิต แต่มีผู้หารายได้เพียง 2 คนคือสามีและภรรยา โดยสามีก็ยังตกงานอีก

นางมณฑาทิพย์ สระทองโต ได้โทรมาขอความช่วยเหลือกับทางสมาคมฯ ว่า ครอบครัวของตนเองนั้นได้รับความเดือดร้อนและยากลำบากในการทำมาหาเลี้ยงชีพจึงขอให้สมาคมฯ ช่วยเหลือเพราะตนเองและสามีต้องดูแลคุณยายอายุ 84 ปี คุณแม่อายุ 66 ปี คุณพ่ออายุ 74 ปี ที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงมาหลายปีแล้ว และที่สำคัญกว่านั้นคือครอบครัวได้รับความยากลำบากมากเพราะมีคนแก่ถึง 3 ชีวิตที่ต้องดูแล จึงอยากให้สมาคมฯ ช่วยเหลือในเรื่องเงินเพื่อนำไปประกอบอาชีพในช่วงโควิด-19 นั้นไม่ได้ขายและประกอบกับไม่มีทุนที่จะดำเนินการขายต่อ จึงได้มาขอความช่วยเหลือจากสมาคมเพื่อนำเงินทุนไปประกอบอาชีพดูแลคนในรอบครัวให้สามารถอยู่รอดให้ได้

นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช นายกสมาคมเสริมสร้างครอบครัวให้อบอุ่นและเป็นสุข กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ของสมาคมนั้นสืบเนื่องจากช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาทางสมาคมได้มอบถุงยังชีพให้กับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่ย่านลาดพร้าว ทั้งวินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ ซูบารุ แม่-พ่อค้า และผู้ยากไร้ ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ สมาคมฯ เราได้ย้ำเสมอว่าถ้าใครได้รับเดือดร้อนและสู้ชีวิตสามารถโทรศัพท์มาปรึกษาและขอความช่วยเหลือได้ ซึ่งทางสมาคมฯ ได้อนุมัติเงินยืมเพื่อลงทุนให้ 10,000 บาท โดยไม่มีดอกเบี้ยให้ผ่อนคืนเดือนละ 500 บาท พร้อมมอบถุงยังชีพ

นอกจากนี้ยังได้ไปเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงโดยมีคุณลัดลาวัลย์ อิ่มอารมณ์ ได้ประสานมาเพื่อขอความช่วยเหลือจากสมาคมทั้งนี้เพราะมีคุณพ่ออายุ 85 ปี ที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงมาหลายปีแล้วและตาบอดทั้ง 2 ข้าง โดยได้มอบถุงยังชีพพร้อมเงินช่วยเหลืออีก 1,000 บาท

แม่แดงย้ำว่าอยากให้ชุมชนช่วยการสอดส่องดูแลลูกหลานหรือเยาวชนให้ห่างไกลจากยาเสพติด และพยายามส่งเสริมให้เรียนหนังสือเพื่อจะได้มีโอกาสและมีความรู้ในการประกอบอาชีพต่อไปในอนาคต//Thailand report online


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

อาชีวสุโขทัย คัดเลือกสิ่งประดิษฐ์นักศึกษาของคนรุ่นใหม่ สู่นวัตกรรมอาชีวศึกษาระดีบมืออาชีพ

อาชีวสุโขทัย คัดเลือกสิ่งประดิษฐ์นักศึกษาของคนรุ่นใหม่ สู่นวัตกรรมอาชีวศึกษาระดีบมืออาชีพ

วันนี้ 31 มกราคม 2565 เวลา 13.30 น. ที่โดมลานเอนกประสงค์วิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรง อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย วิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรงได้รับมอบหมายจากอาชีวศึกษาจังหวัดสุโขทัย ให้ดำเนินโครงการประเมิน ว่าที่ร้อยโท ดร.นิคม เหลี่ยมจุ้ย ประธานกรรมการอาชีวศึกษาจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยมีนายคฑาวุธ เทพยศ ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรง เป็นผู้กล่าวรายงาน และนำคณะกรรมการ คณะผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดอาชีวะศึกษาเยี่ยมชมให้กำลังใจนักศึกษา และให้คะแนนแต่ละกลุ่มงานที่ส่งเข้าประกวดในครั้งนี้

จากการประเมินสิ่งประดิษฐ์คนรุ่นใหม่ดังกล่าว มีผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ดังนี้ ประเภทที่ 1 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมซอฟต์แวร์และระบบสมองกลฝังตัว ผลงานประตูคัดกรองอุณหภูมิ จากวิทยาลัยสารพัดช่างสุโขทัย ประเภทที่ 2 สิ่งประดิษฐ์ด้านการประกอบอาชีพ ผลงานเครื่องคัดผลมะม่วง จากวิทยาลัยเทคนิคสุโขทัย ประเภทที่ 3 สิ่งประดิษฐ์ด้านผลิตภัณฑ์อาหารไทย ผลงานผลิตภัณฑ์เลิศรสมายองเนสผสมแกงมัสมั่นเสริมแป้งกล้วยน้ำว้าดิบ จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุโขทัย ประเภทที่ 4 สิ่งประดิษฐ์ด้านพลังงานทดแทนเพื่อการเกษตร ผลงานรถเข็นพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตร จากวิทยาลัยเทคนิคสุโขทัย และประเภทที่ 5 สิ่งประดิษฐ์เพื่อประโยชน์ต่อสาธารณชน ผลงานหัตถศิลป์ถิ่นพระร่วงเจ้า จากวิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรง

ผลงานของน้องๆนักศึกษาในสังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดสุโขทัย ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในครั้งนี้ จะได้เป็นตัวแทนสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ นวัตกรรมอาชีวศึกษาของจังหวัดสุโขทัย เพื่อเข้าประกวดผลงานในระดับภาค และระดับประเทศ มุ่งสู่ความสำเร็จของสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ นวัตกรรมอาชีวศึกษาต่อไปทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งผลงานของนักศึกษาสังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดสุโขทัย สร้างผลงานด้านนวัตกรรม และสิ่งประดิษฐ์ให้กับสถาบันมาอย่างต่อเนื่อง และได้การยอมรับ จากตลาดด้านการค้า และการผลิตอย่างต่อเนื่อง


พงศ์เทพ สาคร สุโขทัย

ตร.ประชาสัมพันธ์ ศูนย์รับแจ้งความ บช.ก.ย้ายที่ทำการใหม่ตั้งแต่ 1 ก.พ.65 เป็นต้นไป

ตร.ประชาสัมพันธ์ ศูนย์รับแจ้งความ บช.ก.ย้ายที่ทำการใหม่ตั้งแต่ 1 ก.พ.65 เป็นต้นไป

วันที่ 31 ม.ค.65 : พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ในฐานะ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยว่า กองบัญชาการสอบสวนกลาง ได้ย้ายที่ทำการหน่วยงานในสังกัด ประกอบด้วย กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.), กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.), กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) เดิมอยู่ที่อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ

และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เดิมอยู่ถนนสาทร ย้ายไปที่ทำการใหม่ในพื้นที่เดียวกับ กองบังคับการปราบปราม ตั้งอยู่ที่ ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ (ติดกับแดนเนรมิต) โดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. มีนโยบายจัดตั้งศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการสอบสวนกลาง (Central Investigation Bureau Complaint Center) เพื่อให้การบริการและอำนวยความยุติธรรมกับประชาชนเป็นไปโดยสะดวก รวดเร็ว

ดังนั้นจึงขอประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนที่ประสงค์แจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน บก.ปปป., บก.ปคบ., บก.ปอท., บก.ปคม. และ บก.ปอศ. สามารถแจ้งความได้ ณ ที่ทำการใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.65 เป็นต้นไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

‘ภ.จ.พระนครศรี อยุธยา’ รายงานผลการตรวจสอบ ภาพลับว่อนชายถูกอุ้ม ตายปริศนาที่ รพ. ที่แท้ฝีมือตร. อ้างกลืนไอซ์ลงท้อง

ตามที่ปรากฏในข่าว https://www.amarintv.com/news/detail/119233 หัวข้อ : ภาพลับว่อนชายถูกอุ้ม ตายปริศนาที่ รพ.ที่แท้ฝีมือตร. อ้างกลืนไอซ์ลงท้อง ภ.จ.พระนครศรี อยุธยา ขอรายงานผลการตรวจสอบ กรณีดังกล่าว ดังนี้

เมื่อวันที่ 26 ม.ค.65 เวลาประมาณ 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา สืบทราบว่า นายยุทธนา หรือบังยู ฆ้องเงิน อายุ 34 ปีอยู่บ้านเลขที่ 42 ม.5 ต.บ่อตาโล่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา มีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติดให้กับกลุ่มวัยรุ่นและประชาชนทั่วไป ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ดำเนินการทำหนังสือขออนุญาตปฏิบัติการอำพราง อาศัยอำนาจตามมาตรา 7 แห่ง พระราชบัญญัติวิธีการพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 ประกอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่า สามารถทำการล่อซื้อยาเสพติดจาก นายยุทธนา หรือบังยู ฆ้องเงิน ได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและสั่งการให้ทำการจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยสายลับสั่งซื้อ ไอซ์ จำนวน 10 กรัม ในราคา 2,800 บาท นัดส่งมอบกันที่ ริมถนนสาธารณะ ม.4 ต.บ่อตาโล่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

ต่อมา นายสันติชัย ถวิลวงษ์ (ทราบชื่อภายหลัง) ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดง-ดำ หมายเลขทะเบียน 1 กข 1807 ลพบุรี มาจอดรถตรงจุดที่สายลับและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปด้วยกันยืนอยู่ และพยายามยื่นสิ่งของบางอย่าง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการจับกุม เมื่อนายสันติชัยฯ เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงพยายามวิ่งหลบหนี ซึ่งมือด้านซ้ายนายสันติชัยฯ กำสิ่งของบางอย่างอยู่ พร้อมกับยัดเข้าไปในช่องปาก แล้วพยายามเคี้ยวกลืนลงไปในท้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้พยายามใช้มืองัดสิ่งนั้นออกจากปาก นายสันติชัยฯ โดยนายสันติชัยฯ ได้ใช้ปากกัดบริเวณนิ้วชี้มือขวาของ ส.ต.อ.ณฌภพฯ เป็นแผลฉีกขาดที่นิ้วชี้มือขวา ตามใบรับรองแพทย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามบอกให้ นายสันติชัยฯ คายออกมาจากช่องปากของนายสันติชัยฯ เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตราย แต่นายสันติชัยฯ ไม่เชื่อฟังเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับกลืนลงไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวนายสันติชัยฯ ส่งโรงพยาบาลราชธานีโรจนะ ต.สามเรือน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อไปถึงโรงพยาบาลราชธานีโรจนะ เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล แจ้งว่า สิทธิในการรักษาพยาบาล ของนายสันติชัยฯ ไม่อยู่ในโรงพยาบาลราชธานีโรจนะ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัว นายสันติชัยฯ ส่งโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา แพทย์ได้รับตัว นายสันติชัยฯ เพื่อทำการรักษา และเสียชีวิตในวันที่ 29 ม.ค.65

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปรับวัตถุพยานของ นายสันติชัย ถวิลวงษ์ จากโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา เพื่อส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน สภ.วังน้อย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ในการปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย มิได้บังคับ ขู่เข็ญ หรือทำร้ายร่างกายบุคคลอื่น แต่อย่างใด ตลอดจนมิได้ทำให้ทรัพย์สินของบุคคลใดเสียหาย สูญหาย เสื่อมค่าหรือ ไร้ประโยชน์แต่อย่างใด กับทั้งมิได้เรียกร้องเอาทรัพย์สินหรือฉกฉวยเอาของมีค่าอื่นใด นำมาเป็นประโยชน์ส่วนตัวรวมถึงมิได้รับหรือยอมจะรับเอาประโยชน์อย่างอื่นตอบแทนในภายหน้าอีกแต่อย่างใด


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

พระครูบวรธรรมคุณ ร่วมพิธีอัญเชิญ และเจริญพระพุทธมนต์สมโภช พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปหินจุ้ยเจีย เพื่อประดิษฐานในพระธาตุเจดีย์ พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)

ก่อนเที่ยงวันนี้ พระครูบวรธรรมคุณ เจ้าคณะอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย (ธ.) เจ้าอาวาสวัดป่าศรีสุราษฎร์ ต.หนองบัวสันตุ อ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม  ได้ร่วมพิธีอัญเชิญพระพุทธรูปทองคำ ,พระพุทธรูปเงิน,พระพุทธรูปหินจุ้ยเจีย จากศาลาใหญ่วัดป่าบ้านตาด เพื่อนำไปประดิษฐานไว้บนยอดพระเจดีย์ พระธรรมวิสุทธิมงคล นำพิธี โดยหลวงพ่ออินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก ,หลวงพ่อสุธรรม สุธมฺโม และครูบาอาจารย์พระมหาเถระศิษยานุศิษย์ในองค์หลวงตามหาบัว อีกหลายรูปที่มาร่วมพิธีในวันนี้ ความงดงาม ใหญ่โตอลังการ ตั้งตระหง่านขององค์เจดีย์ และพิธีการที่คมขลังศักดิ์สิทธิ์ ด้วยบารมีในครูบาอาจารย์ทั้งหลายทำให้เกิดเป็นความปิติ เยือกเย็นอัศจรรย์ในจิตใจเป็นอย่างยิ่ง ด้วยบารมีในธรรมทั้งหลาย อริยธมฺเม ฐิโต นโร สาธุ สาธุ สาธุ

และในช่วงเย็น เดินทางมาร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภช พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปหินจุ้ยเจีย เพื่อประดิษฐานในพระธาตุเจดีย์ พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน) เนื่องในวาระครบรอบวันละสังขารขององค์หลวงตามหาบัว ปีที่ 11 และสมโภชพระเจดีย์ ในเย็นวันที่ 30 มกราคม 2565 โดยสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ จุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จมาเป็นประธานในพิธีบรรจุพระพุทธรูป ในช่วงเวลา 17.00 น. ณ.วัดเกสรศีลคุณ (วัดป่าบ้านตาด) ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี สาธุ สาธุ สาธุ


‘วช. หนุน มศว.’ วิจัยสำเร็จชุดตรวจหาเชื้อเล็ปโตสไปรา ใช้เทคโนฯ “ไบโอเซ็นเซอร์” เร็ว แม่นยำลดโรคฉี่หนู

วช. หนุน มศว.วิจัยสำเร็จชุดตรวจหาเชื้อเล็ปโตสไปรา ใช้เทคโนฯ “ไบโอเซ็นเซอร์” เร็ว แม่นยำลดโรคฉี่หนู

ศ.ดร.โกสุม จันทร์ศิริ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านไบโอเซ็นเซอร์ แห่งมหาวิทยาลัยศรีนครินทร วิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่า ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดำเนินโครงการการพัฒนาชุดทดสอบดีเอ็นเอแบบแถบเพื่อใช้ในการตรวจหาเชื้อเล็ปโตสไปรา ที่ก่อโรคฉี่หนู เนื่องจากโรคเล็ปโตสไปโรซิส ก่อให้เกิดโรคได้ทั้งคนและสัตว์ ซึ่งในคนที่ติดเชื้อบางรายอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต โดยสาเหตุของโรคเกิดจากเชื้อแบคทีเรียในกลุ่มเล็ปโตสไปรา สายพันธุ์ Leptospira interrogans ซึ่งพบได้ทั่วไปในธรรมชาติ การวินิจฉัยเชื้อจากสิ่งส่งตรวจของผู้ป่วย หรือสัตว์ที่เป็นรังโรค เช่น เลือด น้ำเหลืองและปัสสาวะ สิ่งส่งตรวจจากสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำที่มีการปนเปื้อนของเชื้อ ด้วยวิธี MAT (micros copic agglutination test) และ IFA (immuno fluoresent assay) เป็นวิธีที่ใช้ทั่วไปในห้อง ปฏิบัติการเพราะ ง่าย สะดวก รวดเร็ว มีราคาถูก อย่างไรก็ตามทั้ง 2 วิธี ยังมีข้อจำกัดด้านความ แม่นยำ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการวางแผนรักษา ป้องกันและควบคุมการระบาดของโรค ปัจจุบันมีชุดทดสอบในการตรวจพันธุกรรมเชื้อเล็ปโตสไปรา โดยอาศัยวิธีการ Polymerase Chanin Reaction หรือ PCR ซึ่งต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ

ศ.ดร.โกสุมฯ กล่าวต่อว่า คณะผู้วิจัย ประกอบด้วย ดร.สุพัตรา อารีกิจ, รศ.ดร.อุไรวรรณ โฆษิตานนท์, รศ.นพ.วรพจน์ ตันติศิริวัฒน์, รศ.ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล, รศ.ดร.พิชาภัค ศรียาภัย, ดร.เกศปุญยวีศ์ บุญรอดดิษฐ์, ดร.พรพรรณ จรัสสิงห์, รศ.ดร.ทายาท ศรียาภัย และ รศ.ดร.กุลชาติ จังภัทรพงศา จึงได้พัฒนาชุดทดสอบดีเอ็นเอแบบแถบเพื่อใช้ในการตรวจหาเชื้อเล็ปโตสไปรา อย่างง่าย สะดวกและรวดเร็วในการตรวจหาเชื้อ โดยใช้เทคโนโลยีไบโอเซ็นเซอร์ที่มีศักยภาพด้านความไว และความจำเพาะสูงมาประยุกต์ใช้ในการตรวจเชื้อ เพื่อให้สามารถวางแผนรักษา ป้องกัน และควบคุมการระบาดของโรค

“ชุดทดสอบฯ หรือ “Rapid Leptospira DNA strip test” ใช้กระบวนการเพิ่มขยายจำนวนพันธุกรรมเฉพาะจุดของเชื้อเล็ปโตสไปรา พร้อมกับกระบวนการดีเอ็นเอตรวจจับ โดยใช้อุณหภูมิเดียวในระยะเวลาประมาณ 20 นาที หลังจากนั้นหยดส่วนผสมลงบนแผ่นทดสอบและอ่านผลเป็นแถบสี จากการศึกษาพบว่า “Rapid Leptospira DNA strip test” สามารถตรวจพบเชื้อเล็ปโตสไปราในปริมาณปนเปื้อนน้อยกว่า 1 ตัว และมีความจำเพาะสูงโดยไม่เกิดการจับกับเชื้อก่อโรคชนิดอื่นๆ ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวสามารถนำชุดทดสอบนี้ไปใช้ในโรงพยาบาล สถานอนามัย หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อลดระยะเวลาในการตรวจโรค และลดขั้นตอนพร้อมทั้งเครื่องมือที่ยุ่งยาก

นอกจากนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการตรวจวิเคราะห์โรคเล็ปโตสไปโรซิสนอกสถานที่ได้ ในเขตชุมชนที่ห่างไกลได้ จึงเหมาะเป็นวิธีที่ใช้ในการตรวจเพื่อเฝ้าระวังโรค ควบคุมโรค ป้องกันโรค และรักษาให้ผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที” ศ.ดร.โกสุมฯ กล่าว


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“มูลนิธิพระราหู” โดย ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ เป็นประธานส่งมอบรถตู้กู้ชีพ และอุปกรณ์ เครื่องตัดถ่าง ให้กู้ภัยบรรพตพิสัย และหน่วยกู้ชีพพรหมนิมิตช่องแค จ.นครสวรรค์

“มูลนิธิพระราหู โดย ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ เป็นประธานส่งมอบรถตู้กู้ชีพ และอุปกรณ์ เครื่องตัดถ่าง ให้กู้ภัยบรรพตพิสัย และหน่วยกู้ชีพพรหมนิมิตช่องแค จ.นครสวรรค์ !!

เมื่อวันที่ 30 ม.ค.65 ที่เทศบาลบรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานที่ปรึกษามูลนิธิพระราหู/ประธานพิธีฯ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น, น.อ.ชัยสม ร่มโพธิ์ทอง ผู้อำนวยการกองข่าวอากาศ, พันเอกวาธิน เปริญกุล, นายสัญญา​ นิลสุพรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ เขต 3, นายมนัส​ อ่อนอ้าย​ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก เขต 5 และ นายสุรชาติ​ ศรีบุศกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิจิตร เขต 3 รวมทั้งชมรม Fc สัญญาใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน และคณะได้ร่วมพิธีส่งมอบรถตู้กู้ชีพ จำนวน 1 คัน รวมทั้ง มอบอุปกรณ์เครื่องตัดถ่างให้กับกู้ภัยบรรพตพิสัย เพื่อใช้สำหรับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินและผู้ป่วยในกรณีต่างๆ รวมทั้งช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนในพื้นที่และนอกพื้นที่

โดยมี นายชัยรัตน์ วงษ์ขมทอง นายกเทศมนตรีเทศบาลบรรพตพิสัย, นายกีฑา พิสุฐศาสตร์ รองนายกฯ, นายศิวัฒน์ ชัยมงคลนุกุล ประธานสภาฯ พร้อมด้วย สท.และ นายศักดา พิฐศาสน์ นายก อบต.ท่างิ้ว, นายพิพัฒน์ เพิ่มกสิกรรม นายกเทศบาลบ้านแดน, พ.ต.บุญเลิศ เกษาพร นายก อบต.อ่างทอง, นายสุวัช เฮงฮั้ว นายก อบต.ตาสัง, นายทองสุข เพ็ญจันทร์ นายก บางตาหงาย , ผู้ใหญ่บ้านในตำบลท่างิ้ว, นายสถาพร นิรุติธรรมธรา และทีมกู้ชีพ กู้ภัย ศูนย์รับแจ้งเหตุ 1669 เทศบาลบรรพตพิสัย ร่วมให้การต้อนรับและร่วมรับมอบ

หลังจากนั้น ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานที่ปรึกษามูลนิธิพระราหู พร้อมด้วย พล.ต.ต. ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น., น.อ.ชัยสม ร่มโพธิ์ทอง ผู้อำนวยการกองข่าวอากาศ, พันเอกวาธิน เปริญกุล, พ.ต.อ.โกสิต กาญจนะโกมล ผกก.สภ.พยุหะคีรี และคณะ ได้ร่วมเดินทางไปยัง วงเวียนบ้านช่องแค ต.ช่องแค อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัย พร้อมส่งมอบอุปกรณ์ เครื่องตัดถ่าง และอุปกรณ์กู้ชีพ ให้กับหน่วยกู้ชีพพรหมนิมิต รวมทั้ง ร่วมกตัญญู เขตช่องแค และร่วมกตัญญู เขตห้วยหอม เพื่อนำไปเป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนในเขตพื้นที่และนอกพื้นที่ต่างๆ

โดยมี นายภัทรเดช หลักทรัพย์ นายกเทศมนตรีตำบลช่องแค พร้อมด้วย กำนันไพสิษฐ์ กาบทอง หัวหน้าหน่วยกู้ชีพพรหมนิมิตช่องแค พร้อมทั้ง พี่น้องจิตอาสาเทศบาลตำบลช่องแค พี่น้องจิตอาสาร่วมกตัญญูเขตช่องแค และร่วมกตัญญูเขตห้วยหอม ร่วมให้การต้อนรับ และร่วมรับมอบ

ดร.หิมาลัย กล่าวว่า “มูลนิธิพระราหู และชมรม Fc สัญญาใจคนไทยไม่ทิ้งกัน รวมทั้ง พล.ต.ต. ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น.และท่านส.ส.สัญญา ส.ส.มนัส​ และส.ส.สุรชาติ​ ได้เล็งเห็นความสำคัญ ของเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยกับภารกิจที่เสียสละเพื่อส่วนรวม ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบอุบัติเหตุตามท้องถนน ซึ่งขาดแคลนรถกู้ชีพ ที่ต้องนำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บส่ง รพ.อย่างเร่งด่วน รวมทั้ง อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ซึ่งมีความจำเป็นอย่างมากที่ต้องเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุบัติเหตุ ทุกชีวิตมีความสำคัญ ซึ่งก่อนหน้านี้ มูลนิธิพระราหู และชมรม Fc สัญญาใจคนไทยไม่ทิ้งกัน ได้ส่งมอบรถตู้กู้ชีพให้กับสมาคมกู้ภัยชาละวันพิจิตร ทีมโพทะเล จำนวน 1 คัน รวมทั้งชมรมกู้ชีพกู้ภัย อำเภอนครไทย จ.พิษณุโลก จำนวน 1 คัน และครั้งนี้ ได้ส่งมอบรถตู้กู้ชีพ จำนวน 1 คัน และอุปกรณ์เครื่องตัดถ่างให้กับกู้ภัยบรรพตพิสัย และหน่วยกู้ชีพพรหมนิมิตช่องแค จ.นครสวรรค์ เพื่อใช้ประโยชน์งานสาธารณะ เพื่อรับส่งผู้ป่วย ที่ประสบเหตุต่อไป” ดร.หิมาลัย กล่าวทิ้งท้าย


“ผบก.ภูเก็ต” สั่งฟันคนขับรถ ทะเลาะปมค่าโดยสาร เจอข้อหาหนัก ข่มขู่นักท่องเที่ยว

“ผบก.ภูเก็ต” สั่งฟันคนขับรถ ทะเลาะปมค่าโดยสาร เจอข้อหาหนัก ข่มขู่นักท่องเที่ยว

วันที่ 31 มกราคม 2565 ที่ ภ.จ.ภูเก็ต : พล.ต.ต.เสริมพันธ์ ศิริคง ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต เปิดว่า จากกรณีความขัดแย้งเกี่ยวกับราคา ค่าใช้บริการรถรับจ้างสาธารณะในจังหวัดภูเก็ต จนเป็นเหตุให้มีการแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกันตามที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อสารมวลชน และสื่อโซเชียลไลน์ ซึ่ง สภ.กมลา ได้รับคำร้องทุกข์ไว้สอบสวนดำเนินคดีตามที่ให้ทราบแล้วนั้น

โดย บก.ภ.จ.ภูเก็ต ขอแจ้งความคืบหน้าเพิ่มเติมกรณีดังกล่าว จากการสอบสวนผู้เสียหายเพิ่มเติมทราบว่า คู่กรณีที่ปรากฏตามสื่อโซเชี่ยลมีเพียงคนเดียวที่มีพฤติการณ์ข่มขู่ และต่อมาใน วันที่ 30 ม.ค.65 พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้เรียกตัวนายเจษฎา (ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นคนขับรถตู้รับจ้างคู่กรณี (ที่ปรากฏในสื่อโซเชี่ยล) เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา

โดยแจ้งข้อหาว่า “กระทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวโดยการขู่เข็ญ ตาม ป. อาญา ม.392 นายเจษฎาฯ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จะได้ทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

ขอฝากเรียนไปยังพี่น้อง ประชาชน และนักท่องเที่ยว อย่าได้วิตกกังวล ต่อกรณีดังกล่าว ตนได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน ดำเนินการอย่างเฉียบขาดตามกรอบของกฏหมายที่กำหนดไว้อย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายแน่นอนขอให้มั่นใจ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ตำรวจทางหลวง ใช้เทคโนโลยีกล้องตรวจจับ SVCC ตรวจสอบรถยนต์ต้องสงสัยพบมีการปลอมแปลงเอกสาร

ตำรวจทางหลวง ใช้เทคโนโลยีกล้องตรวจจับ SVCC ตรวจสอบรถยนต์ต้องสงสัยพบมีการปลอมแปลงเอกสาร

กองบังคับการตำรวจทางหลวง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.ชัช สุกแก้วณรงค์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต. เอกราช ลิ้มสังกาศ ผบก.ทล., พ.ต.อ.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.ธนนท์ โตงิ้ว รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.อรรถพล พลพรม ผกก.5 บก.ทล., พ.ต.ท.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล, พ.ต.ท. สมพงษ์ เอกวัฒ รอง ผกก.5 บก.ทล., พ.ต.ท.ดร.เจต จึงประเสริฐศรี สว.ส.ทล.5 กก.5 บก. ทล. (เชียงราย) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ร.ต.อ.วีรศักดิ์ สุทธศิลป์, ร.ต.ต.ชวง พรมมินทร์ รอง สว.ส.ทล.5 กก.5 บก.ทล., ส.ต.อ.ประดิษฐ์ ผ่านสุวรรณ, ส.ต.อ.พิทักษ์ชน สารทอง, ส.ต.อ.สมศักดิ์ คิดชอบ ผบ.หมู่ ส.ทล.5 กก.5 บก.ทล.

ร่วมกันจับกุม นายรัฐรุจน์ วิเศษวัชรกิตติ์ อายุ 52 ปี ชาว อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ในข้อกล่าวหา “ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม” พร้อมตรวจยึดของกลาง คือ 1.รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ Toyota รุ่น Camry สีเทา หมายเลขทะเบียน 1 กอ 3923 กทม. จำนวน 1 คัน, 2.แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ หมายเลขทะเบียน 1 กอ 3929 กทม.จำนวน 2 แผ่น, 3.แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษี จำนวน 2 แผ่น และ 4.สำเนารายการจดทะเบียน จำนวน 1 แผ่น โดยสามารถจับกุมได้บริเวณถนน ทล.1 กม.908-909 (หน้าหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงเชียงราย) ต.ดงมะดะ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย

สืบเนี่องมาจากก่อนการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงเชียงราย เข้าตรวจสอบรถยนต์ต้องสงสัยสวมทะเบียน ภายหลังได้รับแจ้งเตือนจากกล้องตรวจจับการกระทำความผิด จาก “ศูนย์ปฏิบัติการตรวจสอบและเฝ้าระวังรถต้องสงสัย Suspect Vehicle Command Center (SVCC) ของกล้องตรวจจับเมืองเชียงราย ขาล่อง ทล.1 กม.922+50 ต.สันทราย อ.เมือง จ.เชียงราย ว่า มีรถยนต์ต้องสงสัยสวมทะเบียน ยี่ห้อ Toyota รุ่น Camry สีเทา หมายเลขทะเบียน 1 กอ 3923 กทม. ขับผ่านมาบริเวณหน้าหน่วยบริการฯ แต่ไม่สามารถส่งสัญญาณให้หยุดรถได้ทัน เจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถติดตาม กระทั่งพบรถคันดังกล่าว จึงได้ส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อทำการตรวจสอบ พบ นายรัฐรุจน์ วิเศษวัชรกิตติ์ (ทราบชื่อภายหลัง) เป็นผู้ขับขี่ จากนั้นจึงได้เชิญตัว นายณัฐรุจน์ฯ พร้อมรถยนต์คันดังกล่าว ไปตรวจสอบที่หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงเชียงราย พบว่า แผ่นป้ายทะเบียน หมายเลขทะเบียน 1กอ 3923 กทม. ปลอมทั้งแผ่นหน้าและหลัง และแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษี หมายเลขทะเบียน 1กอ 3923 กทม.เป็นของปลอม ซึ่งไม่ได้มาจากกรมการขนส่งออกให้

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบ สำเนาคู่มือรถ Toyota รุ่น Camry สีเทา หมายเลขทะเบียน 1 กอ 3923 กทม. เลขตัวรถและเลขเครื่องยนต์ในสำเนาคู่มือรถ ไม่ตรงกับเลขตัวรถและเลขเครื่องยนต์คันที่ นายรัฐรุจน์ฯ ขับมา อีกทั้งจากการตรวจสอบหมายเลขเครื่องยนต์จากระบบของกรมการขนส่งทางบก พบเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน หมายเลข ทะเบียน 1กห 7709 กทม. ผู้ครอบครองคือ บริษัท ลิ้งค์เร้นท์อะคาร์ จำกัด ส่วนผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)

จากการสอบถาม นายรัฐรุจน์ฯ ให้การปฏิเสธ และให้การว่า รถยนต์คันดังกล่าว ภรรยาของตนเอง รับจำนำมาในราคาประมาณ 100,000 บาท โดยตนได้ขับรถคันดังกล่าวเพื่อจะเดินทางไปต่างจังหวัด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหา ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม และควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ลาว จ.เชียงราย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ จากกรณีดังกล่าว ตำรวจทางหลวง จะดำเนินการอย่างเข้มงวดเพื่อกวดขันผู้กระทำความผิดบนเส้นทางหลวงอย่างเคร่งครัด หากประชาชนพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1193 ตำรวจทางหลวง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน