กลุ่มนักธุรกิจ กทม. และพัทยา ร่วมมอบอั่งเปาข้าวกล่อง 550 ชุด ให้ชาวพัทยา

Clover Glove ร่วมกับ MTC, Weekly Channel และ โต้ง ชลวัว ลงพื้นที่แจกอั่งเปาข้าวกล่องและน้ำดื่มจำนวน 550 ชุด ช่วยเหลือชาวบ้านพัทยาได้รับกระทบโควิด-19

มีรายงานว่า เนื่องในเทศกาลตรุษจีนปี 65 ซึ่งยังคงอยู่ในช่วงได้รับผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทางคณะผู้บริหาร บจก.โมจิ ทรี คอนเน็คชั่น, วีคลี แชนแนล, ผลิตภัณฑ์ Clover Glove และ โต้ง ชลวัว ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมการกุศลเพื่อช่วยเหลือประชาชนเป็นการเบื้องต้น

ทั้งนี้ ทางคณะโดย นายก้องภพ กันตถาวร ประธาน Clover Glove และครอบครัว, นายจิรวุฒิ พงพินิท ประธาน MTC และครอบครัว และ น.ส.ณิชานันทน์ ยุติศรี ประธาน Weekly Channelและครอบครัว พร้อมทีมงาน ได้ร่วมกันลงพื้นที่แจกจ่ายอั่งเปาข้าวกล่องให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนบริเวณถนนเลียบชายหาดพัทยา ถนนพัทยาใต้ ถนนเฉลิมพระเกียรติพัทยาสายสอง และซอยบัวขาว พัทยากลาง

กิจกรรมทำข้าวกล่องปรุงสุกและน้ำดื่ม จำนวน 550 ชุด นำไปแจกจ่ายเป็นอั่งเปาให้ผู้ได้รับความเดือดร้อนในครั้งนี้ ได้ขออนุญาตใช้สถานที่จัดกิจกรรมช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19 จากหน่วยงานเมืองพัทยาและเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยได้รับการอำนวยความสะดวกจาก พ.ต.ท.อุรุษ สภานนท์ สว.จร.สภ.เมืองพัทยา เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรและเทศกิจร่วมกันดูแลความเรียบร้อยภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าวอาวุโส
สำนักข่าวความมั่นคง
รายงาน

หนุ่มใหญ่เที่ยวตรุษจีน แวะหาเพื่อน.. นอนตายคาบ้าน

ตราด – หนุ่มใหญ่เที่ยวตรุษจีนแวะหาเพื่อนนอนตายคาบ้าน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายวิสันต์ หอยสังข์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านบางอิน พร้อมด้วยนายวิระชัย ประทีปาระยะกุล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านบางอิน ต.คลองใหญ่ ว่ามีคนนอนเสียชีวิตภายในบ้านที่บางอิน หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราดเขตอําเภอคลอง ใหญ่ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธนัตถ์ มั่งมี พนักงานสอบสวน สภ.คลองใหญ่และเจ้าหน้าที่ตํารวจสายตรวจรถยนต์ 20 รีบรุดไปตรวจสอบ

มาถึงที่เกิดเหตุภายในบ้านพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย ทราบชื่อว่า นายสมเกียรติ ดวงใจ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72 หมู่ 5 ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด นอนติดกับห้องครัวที่บริเวณที่วางถังแก๊ส จากนั้นทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบบาดแผลร่องรอยของการต่อสู้ ที่ตัวของผู้เสียชีวิต ขณะเดียวกันทางญาติของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาดูศพ และไม่ติดใจอะไรของการเสียชีวิตในครั้งนี้

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามทางญาติเล่าให้ฟังว่า ผู้เสียชีวิตได้พักอาศัยอยู่ตําบลหาดเล็ก และเมื่อวานเป็นวันตรุษจีนได้พาลูกชายไปเที่ยวที่บ้านเพื่อนที่อยู่จังหวัดตราดไปพบปะสังสรรค์กันเนื่องในวันตรุษจีน แล้วก็ได้กลับบ้านที่ตําบลหาดเล็กก่อนจะถึงบ้านได้แวะเข้าบ้านเพื่อนที่บ้านบางอินและนอนค้างบ้านเพื่อนตอนประมาณ 3 ทุ่ม เพื่อนบอกว่าผู้เสียชีวิตจะนอนพักที่นี่ 1 คืน แล้วช่วงเช้าจะไปเที่ยวต่ออีก นายอัครเดช เพื่อนบ้านยังได้บอกว่านายสมเกียรติ ผู้เสียชีวิตได้มาถึงที่บ้านและได้พูดคุยกันเล็กน้อย นายสมเกียรติผู้เสียชีวิตก็ได้นอนหลับไป แต่ผู้เสียชีวิตไม่ได้ทานอาหารเลยทั้งวันอาจจะเป็นลมจุกหน้าอกก็เป็นได้ เพราะว่าผู้เสียชีวิตมีโรคประจําตัวด้วย เช่น เป็นเส้นเลือดสมองตีบและเป็นความดันด้วย ก่อนผู้เสียชีวิตตอนประมาณตี 4 ทางเพื่อนบ้านได้ยินเสียงร้องครั้งเดียวก็หายไป สุดท้ายเสียชีวิตไป ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบให้ญาตินำร่างไปบำเพ็ญกุศลศพ ตามศาสนาต่อไป


ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี จ.ตราด
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ส.ส.ภูดิท ห่วงใยพี่น้องประชาชน ในเขตตำบลทับคล้อ

พิจิตร – ส.ส.ภูดิท ห่วงใยพี่น้องประชาชน ในเขตตำบลทับคล้อ

ส.ส.ภูดิท อินสุวรรณ์ พิจิตร เขต 2 พร้อมทีมงาน ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนประชาชนในตลาดสดศรีสวัสดิ์ ชุมชนสระหลวง ชุมชมสวนโพธิ์ และชุมชมสะพานสองพร้อมกันนี้ได้มอบหน้ากากอนามัย สเปรย์แอลกอฮอล์ ให้กับประชาชนเพื่อใช้ป้องกันโควิดอีกด้วย ต่อจากนั้นส.ส.ภูดิทและทีมงานได้ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน เจ้าหน้าที่อสม. ได้ลงพื้นที่หมู่ 7 และหมู่10 ของตำบลทับคล้อ อำเภอทับคล้อ เพื่อนำถุงปันน้ำใจไปมอบให้กับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบาง ท่ามกลางรอยยิ้มและการต้อนรับอย่างอบอุ่น


ยุทธ ศรีทองสุข /มนสิชา คล้ายแก้ว ภาพข่าว

จ.นครพนม สร้างการเข้าถึงบริการ kick off ปักหมุดประสานงานคนไร้บ้าน

จ.นครพนม สร้างการเข้าถึงบริการ kick off ปักหมุดประสานงานคนไร้บ้าน

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงหน้าตลาดอินโดจีน อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานในการ kick off ปักหมุดประสานงานคนไร้บ้าน ประจำปี 2565 ที่จังหวัดนครพนม โดยศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดนครพนมได้บูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่าย ที่ประกอบไปด้วย ปกครองจังหวัดนคร พนม, สถานีตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม, สำนักงานเทศบาลเมืองนครพนม, สำนักงานแรงงานจังหวัดนครพนม, สมาคมกู้ภัยศรีสัตตนครพนม 2019, โรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์, จัดหางานจังหวัดนครพนม และหน่วยงาน ONE HOME จังหวัดนครพนม

เพื่อให้บริการให้คำปรึกษาแนะนำในการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการ จัดหางาน ประสานทำบัตรประชาชน ดูแลสุขอนามัย ตรวจคัดกรองโรคในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด การสำรวจ สืบค้นข้อเท็จจริงและให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น ประสานงานนำกลุ่มเป้าหมายส่งกลับภูมิลำเนา รวมถึงประสานส่งต่อหน่วยงานอื่นเพื่อเข้ารับการบริการตามความจำเป็น การให้บริการที่พักอาศัย การพัฒนาศักยภาพร่างกาย/จิตใจ เช่น การฝึกอาชีพและการเตรียมความพร้อมด้านอื่น ๆ ก่อนทำงานในสถานประกอบการ การสร้างสัมพันธภาพในครอบครัว รวมถึงการรับแจ้งปัญหาอื่นๆที่เกี่ยวข้อง และปล่อยขบวนเจ้าหน้าที่ออกจัดระเบียบคนไร้ที่พึ่งและคนขอทานในพื้นที่จังหวัดนครพนมให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของการท่องเที่ยวในพื้นที่

ซึ่งการดำเนินงานในครั้งนี้เป็นปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายหรือกลุ่มเสี่ยง คือ ผู้อยู่ในสภาวะยากลำบาก คนไร้ที่พึ่งและคนขอทานได้เข้าถึงสิทธิสวัสดิการต่าง ๆ ของรัฐ ภายใต้พระราชบัญญัติการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ. 2557 และพระราชบัญญัติคุ้มครองการขอทาน พ.ศ.2559 ทำให้ทุกคนมีโอกาสได้รับการบริการที่ดีอย่างทั่วถึง สามารถพึ่งพาตนเองได้โดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ชุมชนและสังคมเกิดการยอมรับและก่อให้เกิดการแบ่งปัน การให้กำลังใจกัน ที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนทัศนคติของกลุ่มเป้าหมาย ให้สามารถฟื้นฟู พัฒนาสภาพร่างกายและจิตใจกลับมาดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และทำให้ชุมชนมีความน่าอยู่ มีความสุขอย่างยั่งยืน

โดยกิจกรรมปักหมุดประสานงานคนไร้บ้าน จะมีการออกทำกิจกรรมอาทิตย์ละครั้ง ในวันจันทร์หรืออังคารของสัปดาห์ไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน ซึ่งจะปรับเปลี่ยนจุดวนไปเรื่อย ๆ แต่จะอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง เขตเทศบาลเมืองนครพนม ประกอบไปด้วย จุดหน้าตลาดหน้าอินโดจีน จุดหน้าสถานีตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม จุดหน้าโรงเรียนสันตยานันท์ และจุดศาลาริมน้ำแสงสิงแก้ว


เทพข่าวร้อน รายงาน

“ฮือฮา” เทศบาลตำบลหัวดง แต่งชุดชาวจีนเดินตลาดนัดถนนคนเดินเข้าบรรยากาศ ช่วงเทศกาลตรุษจีน

“ฮือฮา” เทศบาลตำบลหัวดง แต่งชุดชาวจีนเดินตลาดนัดถนนคนเดินเข้าบรรยากาศ ช่วงเทศกาลตรุษจีน

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2565 เวลา 16.30 น. ที่ตลาดนัดถนนคนเดินเทศบาลตำบลหัวดง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ นายวิรุจ สุกสา นายกเทศบาลตำบลหัวดง, จ่าสิบเอก ธวัชชัย กาวีละ รองนายกเทศบาลตำบลหัวดง, พร้อมด้วยนางพวงพรรณ ขันปิงปุ๊ด ปลัดเทศบาลหัวดง, นางรัชดารณ์ พรมจุ้ย ผู้อำนวยการ โรงเรียนเทศบาลหัวดง(ป.ฟักอังกูร) นำทีมเทศบาลหัวดงจัดกิจกรรม แต่งชุดชาวจีน ในการเดินเที่ยวชมซื้อสินค้าในตลาดนัด ถนนคนเดิน เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศในช่วงเทศกาลตรุษจีน ในปีนี้ สร้างความฮือฮา และรอยยิ้มให้กับ ประชาชนที่มาเที่ยวชมซื้อสินค้าภายในตลาดรวมทั้งพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ จ่าสิบเอก ธวัชชัย กาวีละ รองนายกเทศบาลตำบลหัวดง กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อ

  1. ส่งเสริมอาชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่
  2. ให้ประชาชนมีสถานที่ซื้อสินค้าอุปโภค บริโภค ในราคาที่ย่อมเยา
  3. มีสถานที่สร้างความผ่อนคลาย เพลิดเพลินให้กับผู้ที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าและผู้จำหน่ายสินค้า

การจัดกิจกรรมตลาดนัด”ถนนคนเดิน “จะมีขึ้นทุกวันจันทร์ เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป ที่บริเวณข้างเทศบาลหัวดง โดยการจัดกิจกรรมทางเทศบาลได้มีมาตรการการป้องกันโควิด 19 อย่างเคร่งครัด


นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

สาธารณสุขจังหวัดลพบุรี เร่งฉีดวัคคซีนให้ประชาชน เอกชนมอบธารน้ำใจผู้กักตัว

ลพบุรี – สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรีสั่งการให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสำรวจ และเร่งฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน ขณะที่ทางภาคเอกชนยังคงมอบสิ่งของจำเป็นให้กำลังใจกับผู้ที่กักตัวที่บ้าน

วันที่ 1 ก.พ.2565 สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสนามแจง ตำบลสนามแจง อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรี ได้สั่งการให้ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่งได้สำรวจว่ามีประชาชนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด – 19 ในเข็มแรกในพื้นที่มากน้อยแค่ไหน พร้อมกับให้เร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด – 19 ในเข็มแรกเป็นการด่วน รวมทั้งฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด – 19 ในเข็มที่ 3 ให้กับประชาชนที่ต้องการรับในเข็มที่ 3 ด้วย

ส่วนประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางมารับการฉีดวัคซีนได้ก็ให้จัดเจ้าหน้าที่เดินทางไปฉีดให้ที่บ้าน จากการสำรวจที่ได้มีการรายงานมายังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรีปัจจุบันพบว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด – 19 ไปแล้วกว่า 80 % ขณะที่ทางภาคเอกชนยังคงเดินทางมามอบธารน้ำใจในการให้การช่วยเหลือกับผู้ที่มีความเสี่ยง โดยต้องดำเนินการกักตัวที่ภายในบ้านด้วยการนำเครื่องอุปโภค บริโภค มอบผ่านทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เพื่อที่จะได้นำไปมอบต่อให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัสโควิด – 19 ทั้งนี้ถือว่าเป็นธารน้ำใจที่ในยามเดือดร้อนคนไทยเราไม่ทิ้งกัน ขณะที่ในภาพรวมจังหวัดลพบุรีมีผู้ที่ติดเชื้อที่อยู่ในการทรงตัวและมีแนวโน้มว่าลดลง


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

อาชีพกรรมกรด่านชายแดน จ.มุกดาหารได้รับผลกระทบจากโควิด 19

มุกดาหาร – อาชีพกรรมกรแบกสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด – 19 หลังจากด่านท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหารปิดตัวลงมาประมาณเกือบ 2 ปี หันมารับจ้างแบกสินค้าขึ้นรถสิบล้อแทน

เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดมุกดาหาร เป็นจังหวัดชายแดนที่ติดกับแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ซึ่งมีการขนส่งสินค้าอุปโภค และบริโภคทางด่านท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร ซึ่งที่ผ่านได้รับผลกระทบจากโควิด – 19 ด่านดังกล่าวจึงได้ปิดบริการ ห้ามประชาชนที่จะไปเที่ยวที่แขวงสะหวันนะเขต และส่งผลให้กรรมกรที่แบกสินค้าดังกล่าวได้รับกระทบ และหันไปรับจ้างแบกสินค้าขึ้นรถสิบล้อแทน ส่วนค่าจ้างลดน้อยกว่าเดิมครึ่งต่อครึ่ง แต่ก็ต้องทำ เพราะไม่มีงานอื่นที่ต้องทำ นอกจากรับจ้างแบกสินค้าขึ้นลงรถบรรทุกสิบล้อง ปัจจุบันทางด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนะเขต ) ยังเปิดให้รถสิบล้อบรรทุกสินค้าทุกประเทศผ่านเข้าออกได้ตามปกติ แต่ยังอยู่ภายใต้กฏระเบียบของด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ

ด้าน นายศรายุทธ เขมะลักษณ์ ประธานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า การค้าชายแดนมีผลกระทบมากจากโควิด-19 โดยเฉพาะกรรมกรที่เคยมีรายได้วันละ 1,000 บาท พอมีโควิด-19 เข้ามาทำให้มีรายได้ลดลง ตอนนี้ก็ได้หายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ วันละ 300-400 บาท ส่วนร้านค้าปลีกทั่วไปก็ยังพอไปต่อได้ การส่งสินค้าต่าง ๆ รวบรวมเป็นคันรถสิบล้อก็ข้ามไปทางสะพานมิตรภาพ 2 ที่ถูกต้อง ไม่กระทบมากเท่าไหร่ โดยทั่วไปหายไปประมาณ 50 % ก็กระทบมากพอสมควร อยากให้ทางรัฐบาลติดต่อทาง สปป.ลาว ให้อะลุ่มอล่วยบ้าง เป็นครั้งเป็นคราว หรือสัปดาห์ละครึ่ง 2 ครั้งก็ได้ เพื่อให้เศรษฐกิจทางมุกดาหารดีขึ้น ส่วนที่ร้านสินค้าปลีกขนาดใหญ่ ก็กระทบเหมือนกัน เครื่องอุปโภคบริโภคก็มียอดขายลดลงประมาณ 40-50 %

นาง ศุภลักษณ์ ทรัพย์สมาน ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าไป สปป.ลาว ชาวจังหวัดมุกดาหาร เผยว่า แม่ค้าทาง สปป.ลาว จะสั่งสินค้ากันเอง และเวลาสั่งของจะให้ลูกค้าที่ร้านค้า มาส่งให้เราที่โกดังเก็นสินค้า ตนเองก็รับส่งสินค้าข้ามลาวเป็นรถสิบล้อ ต้องใส่สินค้าเต็มคันรถสิบล้อแล้วค่อยข้ามไปส่งที่ สปป.ลาว

นายเวียงชัย ตุ่นมี กรรมกรรับจ้างแบกสินค้า อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 32 / 9 ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร บอกว่า อาชีพแบกสินค้าได้รับผลกระทบจากโควิด – 19 รายได้ไม่เหมือนเดิม ตนเองแบกสินค้าที่ท่าเทียบเรือมาประมาณ 10 ปี เกิดโควิดมา 2 ปี ได้รับผลกระทบ ส่วนรายได้ที่เคยได้ก็ได้ประมาณหนึ่ง ตนเองพร้อมเพื่อนก็เลยหันมาแบกของอยู่กับผู้ประกอบการรถขนส่งสิบล้อที่ข้ามไปส่งที่ สปป.ลาว โดยเหมาคันละ 3,000 บาท แบ่งเพื่อน 5 คน รายได้น้อยกว่าที่เคยแบกที่ท่าเทียบเรือ รายได้ก็พออยู่ได้ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้เปิดด่านท่าเทียบเรือเร็ว ๆ

ทั้งนี้ ภาวะการค้าชายแดนไทยกับ สปป.ลาว ด้านจังหวัดมุกดาหาร ประจำเดือนธันวาคม 2564 มูลค่าการค้าชายแดนรวม 21,996.76 ล้านบาท ลดลงจากเดือนที่แล้ว (พฤศจิกายน) จำนวน 11,038.02 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 33.41 เนื่องจากมีการส่งออกและนำเข้าสินค้าลดลง เช่น สินค้าประเภทเครื่องประมวลผลข้อมูล เครื่องอ่านข้อมูล วงจรพิมพ์ เป็นต้น เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันกับปีที่แล้ว(ธันวาคม 63 ) มูลค่าการค้าชายแดนรวม ลดลง 7,940.65 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 26.52

ส่วนมูลค่าการส่งออก มีมูลค่า 10,041.37 ล้านบาท ลดลงจากเดือนที่แล้ว (พฤศจิกายน 2564 ) จำนวน 5,324.61 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 34.65 สินค้าส่วนใหญ่มีการส่งออกลดลง ได้แก่ เครื่องประมวลผลข้อมูล เครื่องอ่านข้อมูล หม้อสะสมไฟฟ้า น้ำตาล วงจรพิมพ์ เครื่องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไดโอด ทรานซิสเตอร์ น้ำมันปิโตรเรียม

ส่วนมูลค่านำเข้ามีมูลค่า 11,955.39 ล้านบาท ลดลงจากเดือนที่แล้ว จำนวน 5,713.41 ล้านบาท หรือร้อยละ 32.34 สินค้าส่วนใหญ่มีการนำเข้าลดลง ได้แก่ เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับโทรศัพท์ เครื่องอุปกรณ์โทรคมนาคม พลังงานไฟฟ้า วงจรพิมพ์ เครื่องประมวลผลข้อมูล เครื่องอ่านข้อมูล อุปกรณ์หน่วยความจำ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบใช้กับเครื่องจักร และทองแดง

ดุลการค้า เดือนธันวาคม 2564 ขาดดุลการค้า 1,914.02 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายน ขาดดุลลดลง 388.80 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 16.88 ส่วนสินค้าส่งออกที่สำคัญ 10 อันดับ ได้แก่ เครื่องประมวลผลข้อมูล เครื่องอ่านข้อมูล, เครื่องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไดโอด ทรานซิสเตอร์, น้ำมัน ปิโตรเลียม, วงจรพิมพ์, หม้อสะสมไฟฟ้า, เครื่องดื่ม, ไม้ฟืน ไม้ท่อน เศษไม้, น้ำตาล, ยางรถยนต์ ยางนอกชนิดอัดลม และเครื่องส่งวิทยุ โทรศัพท์ วิทยุโทรเลข กล้องโทรทัศน์ กล้อง วีดีโอกล้องถ่ายภาพดิจิตัล..


อนุศักดิ์ -เสาวภา แสนวิเศษ // มุกดาหาร 0814-5449094

‘ดร.สัณหพจน์ สุขศรีเมือง’ ส.ส.เขต 2 จ.นครศรีธรรมราช เยี่ยมและให้กำลังใจ รวมทั้งมอบเงินสมทบทุนช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ อสม.หัวไทร ซึ่งประสบอุบัติเหตุ ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่

ร่วมให้กำลังใจ “คนหัวไทร” ไม่ทิ้งกัน !

วันนี้ (31 ม.ค.65) ดร.สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.เขต 2 จ.นครศรีธรรมราชและคณะทำงาน พร้อมด้วย อ.ชมแก้ว ลุยแก้ว ประธานศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชควนชะลิก, และ ผอ.ศักดิ์ดา ศังกรนิติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ควนชะลิก เข้าเยี่ยมอาการป่วยและให้กำลังใจ รวมทั้งมอบเงินสมทบทุนช่วยเหลือ น.ส.บังอร พรมดอนชาติ เจ้าหน้าที่ อสม.อำเภอหัวไทร ซึ่งประสบอุบัติเหตุ ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่นำส่งผู้ป่วยเข้ารักษาตัวยัง รพ.หัวไทร จนทำให้ตัวเองต้องสูญเสียขา

ขณะเดียวกันด้วยความทุ่มเท ตั้งใจ และเสียสละในการทำงานดังกล่าว ทางชมรม อสม. อำเภอหัวไทร และชุมชนควนชะลิก ต.ควนชะลิก อ.หัวไทร จึงได้จัดงานเลี้ยงน้ำชา เพื่อร่วมจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือ น.ส.บังอร ในครั้งนี้ ภายใต้ชื่องาน “คนหัวไทร ไม่ทิ้งกัน”

โดยพี่น้องประชาชนที่สนใจจะร่วมช่วยเหลือและสนับสนุนคนดีๆ ที่อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือและทำงานให้กับสังคม สามารถสมทบทุน โดยโอนเงินผ่าน ธ.กรุงไทย ชื่อบัญชี “กองทุนช่วยเหลือ น.ส.บังอร พรมดอนชาติ” เลขที่บัญชี 661-2-98236-5

สัณหพจน์สุขศรีเมือง #คนหัวไทรไม่ทิ้งกัน #คนลุ่มน้ำปากพนัง #ชัยชวนคิด #จะตอบแทนด้วยผลงาน


‘ดร.สัณหพจน์ สุขศรีเมือง’ ส.ส.เขต 2 จ.นครศรีธรรมราช พร้อมคณะทำงาน ลงพื้นที่เก็บข้อมูล เพื่อเป็นข้อหารือในสภาฯ

คณะทำงาน ดร.สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.เขต 2 จ.นครศรีธรรมราช ลงพื้นที่เก็บข้อมูล เพื่อเป็นข้อหารือในสภาฯ

วานนี้ (29 ม.ค.65) ผมและคณะทำงาน ดร.สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.เขต 2 จ.นครศรีธรรม ราช (อ.เชียรใหญ่ หัวไทร ปากพนัง) ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ พร้อมเก็บข้อมูลเพื่อเป็นข้อหารือต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในลำดับต่อไป พร้อมเยี่ยมชมการเพาะปลูกพืชกระท่อม และแปลงไร่นาสวนผสม ปลูกกระท่อม แซม ฟักเขียว-ฟักทอง ร่วมกับ ผู้ใหญ่ปรีดา ทองเดช ม.9 ต.ไสหมาก อ.เชียรใหญ่ และร่วมพูดคุยกับชาวบ้านถึงปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และปุ๋ยราคาแพง กับกลุ่มแม่ครัวที่มาช่วยงานศพ คุณพ่อกระจ่าง นวลเกิด วัดทาบทอง ต.ไสหมาก อ.เชียรใหญ่

หลังจากนั้นเยี่ยมชมล้ง “จุรี ทับทิมสยาม” แหล่งค้าส่งส้มโอทับทิมสยาม สินค้า GI (สินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) ของดีลุ่มน้ำปากพนัง บ้านเปี๊ยะ ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง

สัณหพจน์สุขศรีเมือง #คนลุ่มน้ำปากพนัง #พืชกระท่อม #ส้มโอทับทิมสยาม #ชัยชวนคิด #จะตอบแทนด้วยผลงาน


คณะทำงาน ‘ดร.สัณหพจน์ สุขศรีเมือง’ ลงพื้นที่หารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ร่วมกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแพะ ทะเลหลวง ต.ท่าซอม อ.หัวไทร

“แพะ” สินค้าส่งออกแห่ง “ลุ่มน้ำปากพนัง”

“ลุ่มน้ำปากพนัง” เป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญของการเพาะเลี้ยงแพะ เพื่อส่งออกไปขายยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย โดยคณะทำงาน ดร.สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.เขต 2 จ.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ได้เยี่ยมพบปะหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแพะทะเลหลวง ต.ท่าซอม อ.หัวไทร ซึ่งเป็นเครือข่ายของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ลุ่มน้ำปากพนัง ที่รวบรวมเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในพื้นที่ 5 อำเภอลุ่มน้ำปากพนัง สำหรับการเลี้ยงแพะ สามารถทำรายได้ให้เกษตรกร เฉลี่ยประมาณเดือนละ 15,000-30,000 บ. โดยมีตลาดรับซื้อที่แน่นอนคือ ประเทศมาเลเซีย ที่ขายผ่านกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ฯ และการขายแม่พันธุ์ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ที่สนใจ

ไพฑูรย์ แก้วชูใส (เล็ก) ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแพะทะเลหลวง เล่าว่า ในตลาดมาเลเซียยังมีความต้องการบริโภคเนื้อแพะอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ยังติดปัญหาเรื่องการส่งออก ต้องส่งออกผ่านพ่อค้าคนกลางชาวมาเลเซียเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรจะส่งออกเป็นแพะเป็นที่ยังไม่ชำแหละ โดยการเลี้ยงแพะ มีค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนเรื่องของอาหารข้น ส่วนใหญ่ ซึ่งต้องซื้อจากนอกพื้นที่ ทั้ง ข้าวโพด กากถั่วเหลือง ส่วนอาหารหยาบ สามารถใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นได้ เช่น กระถิน ทางปาล์มน้ำมัน ฯลฯ

เกษตรกรในพื้นที่นิยมเลี้ยงแพะในสวนปาล์มน้ำมัน โดยกั้นรั้วแล้วปล่อยให้แพะได้ช่วยกินวัชพืช ทางปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นประโยชน์ด้านการกำจัดวัชพืชในสวนปาล์ม สามารถเลี้ยงแพะเป็นรายได้เสริม หรือรายได้หลัก ควบคู่กับการทำสวนปาล์มได้ นอกจากนี้มูลแพะ เกษตรกรยังสามารถนำมาเป็นปุ๋ยบำรุงต้นปาล์ม และสามารถจำหน่ายให้กับผู้ที่สนใจ เพื่อใช้เป็นปุ๋ยบำรุงต้นไม้ ได้อีกด้วย

ปัจจุบันกลุ่มฯ ยังคิดริเริ่มโครงการพัฒนาพันธุ์แพะลุ่มน้ำปากพนัง (แพะแดง) เพื่อต้องการขายพันธุ์แพะสายพันธุ์เฉพาะถิ่นที่เลี้ยงง่าย โตไว ทนทานต่อโรคและสภาพอากาศ เนื้อเยอะมีคุณภาพ สามารถจำหน่ายได้ราคา

เกษตรกร หรือผู้ที่สนใจ สามารถติดต่อได้ที่โทร 0908683752

แพะ #สินค้าส่งออก #ของดีหัวไทร #สัณหพจน์ สุขศรีเมือง #คนลุ่มน้ำปากพนัง #ชัยชวนคิด #จะตอบแทนด้วยผลงาน