“บิ๊กต๊ะ” พร้อมภริยา เข้าอวยพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีน แก่ ดร.นฤมล สุรเศรษฐ

“บิ๊กต๊ะ” พร้อม ภริยา เข้าอวยพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีน แก่ ดร.นฤมล สุรเศรษฐ

วันที่ 1 ก.พ. 65 เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.ดร.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย คุณ พิยดา ต๊ะวิชัย (ภริยา) เข้าอวยพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีน แก่ ดร.นฤมล สุรเศรษฐ ประธานกรรมการ L.S.Jewelry Group-ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ผบช.ภ.5 โดยมี ดร.พีรวัฒน์ สุรเศรษฐ ประธานกต.ตร.กทม.(ภาคประชาชน)-ประธานที่ปรึกษาผบช.ภ.5 ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง ณ ห้างเพชรหลีเสง บางลำพู


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

แม่โจ้ ใช้เทคโนโลยีดักจับคาร์บอนฯ เพาะเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลินา ขึ้นรับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ปี 2565

แม่โจ้ ใช้เทคโนโลยีดักจับคาร์บอนฯ เพาะเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลินา ขึ้นรับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ปี 2565

นักวิจัย ม.แม่โจ้ พัฒนา “ชุดระบบดักจับและควบคุมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์” ต่อยอดกับอุตสาหกรรมผลิตเอทานอล เพื่อนำก๊าซคาร์บอนฯ มาเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลินาในฟาร์มต้น แบบ ช่วยลดต้นทุนสารอาหารได้มากกว่า 30% พร้อมลดภาวะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากอุตสาหกรรม เตรียมขึ้นรับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564 – 2565 วันที่ 2 ก.พ.นี้

รองศาสตราจารย์ ดร.สมเกียรติ จตุรงค์ล้ำเลิศ อาจารย์ประจำสาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เผยว่า โดยปกติแล้ว ในกระบวนการผลิตเอทานอล จะเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ปล่อยลอยขึ้นสู่ชั้นอากาศ กระทบต่อภาวะโรคร้อน และ PM 2.5 โดยไม่มีเทคโนโลยีดักจับหรือนำไปใช้ประโยชน์ นักวิจัยจึงได้พัฒนาชุดระบบดักจับและควบคุมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จนสำเร็จ เป็นที่ต้องการของบริษัท มิตรผล ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายรายใหญ่ของประเทศ เพื่อนำไปต่อยอดกับกับอุตสาหกรรมผลิตเอทานอล ซึ่งเป็นเครือข่ายลูกของอุตสาหกรรมน้ำตาลทราย ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) และบริษัท มิตรผล ไบโอฟูเอล จำกัด พร้อมได้รับการจดทะเบียนสิทธิบัตรผลงานเรียบร้อยแล้ว

การนำเทคโนโลยีดักจับและควบคุมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากอุตสาหกรรมผลิตเอทานอล มาใช้เพาะเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลินาในระบบฟาร์มสาหร่ายอัจฉริยะที่พัฒนาไว้แล้วก่อนหน้า สามารถดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีระดับความเข้มข้นและปริมาณปล่อยที่ไม่คงที่ได้ โดยปกติความเข้มข้นจะอยู่ที่ 50- 60% และสามารถโปรแกรมควบคุมความเข้มข้นและปริมาณได้ตามต้องการ เช่น ทั้งในระบบแบบจ่ายตรง (Direct) ในรูปก๊าซคาร์บอนได ออกไซด์ 10% 20 ลิตรต่อนาที และในระบบทางอ้อม (Indirect or Carbonator) ในรูปสารละลายเข้มข้น (Stock solution) ที่มีค่าไบคาร์บอเนตเท่ากับ 9,700 mg/L pH 8.45 เป็นต้น อีกทั้ง ความคุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์หากมีการลงทุนขยายการผลิตระบบฟาร์มฯโดยใช้เทคโนโลยีใหม่นี้เพิ่มเป็น 20 เท่า จะมีจุดคุ้มทุนอยู่เพียง 2.59 ปี

ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เหลือทิ้งจากโรงงานผลิตเอทานอลเสมือนเป็นการจ่ายอาหารเสริม ให้สามารถเพิ่มปริมาณผลผลิตสาหร่ายสไปรูลินาได้ 30% และคาดว่าจะเป็นการยกระดับกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมสาหร่ายสไปรูลินาให้มีมาตรฐานระดับสากล ทั้งกระบวนการผลิตอาหาร ระบบอาหารอินทรีย์ และระบบอาหารปลอดภัย รวมทั้งสามารถพัฒนาต่อยอดไปสู่ระบบตรวจสอบย้อนกลับได้ และสามารถลดต้นทุนการผลิตในส่วนของสารอาหารได้มากกว่า 30% จากเดิมที่มีค่ามากกว่า 60% ของกระบวนการผลิตทั้งหมด ด้านภาคอุตสาหกรรม ยังได้มีส่วนสนับสนุนในการลดภาวะโลกร้อนอีกด้วย โดยจากการประเมินผลกระทบภาวะโลกร้อนของระบบฟาร์มสาหร่ายฯ ที่ใช้เทคโนโลยีดังกล่าว มีค่าประสิทธิภาพการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปใช้ประโยชน์เท่ากับ 57% โดยมีปริมาณการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปใช้เท่ากับ 235.3 ลูกบาศก์เมตรต่อปี หรือ 463.5 x 103 kg CO2 ต่อปี เมื่อใช้ขนาดบ่อ 18 ลูกบาศก์เมตร (พื้นที่รวม 200 ตารางเมตร)

ทั้งนี้ ยังสามารถต่อยอดเทคโนโลยีดักจับและควบคุมคาร์บอนฯ ไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ เช่น โรงไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรมทางการเกษตร เป็นต้น เพื่อรองรับการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพบรรยากาศ โดยผลงานของ รศ.ดร.สมเกียรติ จตุรงค์ล้ำเลิศ ได้รับพิจารณาให้เข้ารับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2565 ในงานวันนักประดิษฐ์ 2564 -2565 จัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา กรุงเทพฯ ในวันที่ 2 ก.พ.นี้ อันเป็นการเชิดชูผลงานที่เป็นประโยชน์และมีคุณค่าต่อประเทศ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

หลวงพี่ต่อ วัดมณีวงศ์ สนับสนุนงบประมาณกว่า 4 แสนบาท ปรับปรุงห้องพิเศษตึกบริพัตร พร้อมส่งมอบให้กับโรงพยาบาลนครนายก

นครนายก – หลวงพี่ต่อ วัดมณีวงศ์ สนับสนุนงบประมาณกว่า 4 แสนบาท ปรับปรุงห้องพิเศษตึกบริพัตร พร้อมส่งมอบให้กับโรงพยาบาลนครนายก

ที่ตึกบริพัตร โรงพยาบาลนครนายก พระครูปิยรัตนานุกูล (หลวงพี่ต่อ) ประธานมูลนิธิวังรัตนมณีมหานครบาดาลนาคราชราชา พร้อมด้วยคณะกรรมการวัดมณีวงศ์ ร่วมมอบห้องพิเศษบริพัตร เนื่องในโอกาสทำบุญอายุวัฒนมงคล 40 ปี ของพระครูปิยรัตนานุกูล (หลวงพี่ต่อ) ให้กับโรงพยาบาลนครนายก โดยมี นายแพทย์ธีระชัย คงเอี่ยมตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครนายก, คุณเพ็ญศรี ละออ หัวหน้าตึกพิเศษบริพัตร พร้อมเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนครนายก ร่วมรับมอบห้องพิเศษบริพัตร และเยี่ยมชมความคืบหน้าในการดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมตึกบริพัตร ในส่วนตัวอาคารและหลังคา ห้องพิเศษอีก 16 ห้อง โดยค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงซ่อมแซมทั้งสิ้น 450,000 บาท ว่าจ้างปรับปรุงโดย บริษัท ปีเตอร์.เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด

การนี้ นายแพทย์ธีระชัย คงเอี่ยมตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครนายก พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้ร่วมถวายเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ให้แก่พระครูปิยรัตนานุกูล (หลวงพี่ต่อ) เพื่ออัญเชิญประดิษฐานบนยอดเจดีย์ศาลาจตุรมุข วัดมณีวงศ์ที่กำลังก่อสร้างอยู่ขณะนี้

ทั้งนี้ พระครูปิยรัตนานุกูล (หลวงพี่ต่อ) ประธานมูลนิธิวังรัตนมณีมหานครบาดาลนาคราชราชา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการช่วยเหลือผู้ป่วย และห้องพิเศษรองรับผู้ป่วยที่มีจำนวนไม่เพียงพอ จึงได้สนับสนุนช่วยเหลืองบประมาณในการปรับปรุงซ่อมแซมตึกบริพัตร โรงพยาบาลนครนายก เนื่องจากมีความเก่า และชำรุดทรุดโทรมอย่างมาก จึงได้ให้ บริษัท ปีเตอร์.เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ได้เข้าปรับปรุงซ่อมแซมตัวอาคาร หลังคา และห้องพิเศษ ซึ่งนางชัชฎาภรณ์ อิงคสกุลโรจน์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการโรงพยาบาลนครนายก กล่าวว่า การปรับปรุงซ่อมแซมตึกบริพัตร หลวงพี่ต่อยังขาดปัจจัยในการซ่อมแซมอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งยังเหลือในการซ่อมแซมอีก 16 ห้องๆ ละ 300,000 บาท หลังคาและตัวอาคาร จึงอยากเป็นสะพานบุญบอกผ่านสื่อ ขอเชิญท่านที่มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคทำบุญสมทบทุนได้ที่ มูลนิธิวังรัตนมณีมหานครบาดาลนาคราชราชา วัดมณีวงศ์ ต.ดงละคร อ.เมือง จ.นครนายก ตั้งแต่เวลา 07.30 น.-18.00 น. สามารถร่วมบริจาคทำบุญได้ทุกวัน


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ข่าวจังหวัดนครนายก

ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 /หัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เขตเพชรบูรณ์ มอบความอบอุ่น และกำลังใจให้กับทหารผ่านศึก ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์

เพชรบูรณ์ – ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 /หัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตเพชรบูรณ์ มอบความอบอุ่น และกำลังใจให้กับทหารผ่านศึกในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์

พลตรีสามารถ มโนรถมงคล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 /หัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตเพชรบูรณ์ พร้อม รองหัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตเพชรบูรณ์ และคณะเดินทางพบปะทหารผ่านศึก และครอบครัวทหารผ่านศึก เพื่อพบปะ มอบเครื่องอุปโภคบริโภค และผ้าห่มกันหนาว จำนวน 30 ราย ณ วัดสังกิจจาราม ตำบลสะเดียง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ และเยี่ยมครอบครัว จำนวน 2 ราย ประกอบด้วย

  1. ร.อ.ดำรงค์ คร่ำกระโทก ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่ 1 ภูมิลำเนา บ้านเลขที่ 36/2 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ สังกัดเดิม กองพันทหารม้าที่ 14 บาดเจ็บจากป้องกันและปราบปราม (ในประเทศ) บ้านร่มเกล้า อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ขาซ้ายขาดใต้เข่าท่อนล่าง (ปลดพิการทุพพลภาพ) เมื่อ 9 มีนาคม 2531
  2. และพลทหาร ดำรงค์ บุญประกอบ ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่ 4 ภูมิลำเนาบ้านเลขที่ 34 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองจังหวัดเพชรบูรณ์ สังกัดเดิม กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ ได้ประสบอุบัติเหตุ ปี 2552 เป็นอัมพาตช่วงล่างไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ปัจจุบ้น มีภรรยาเป็นผู้ดูแลครอบครัว

ราเมธ บงแก้ว/มนสิชา คล้ายแก้ว

“นครพนม” ชาวไทยเชื้อสายจีน เวียดนาม ร่วมทำบุญฉลองวันตรุษจีนปีเสือ เชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่าง 4 เชื้อชาติ เชื่อมโยงพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยวชายแดน

“นครพนม” ชาวไทยเชื้อสายจีน เวียดนาม ร่วมทำบุญฉลองวันตรุษจีนปีเสือ เชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่าง 4 เชื้อชาติ เชื่อมโยงพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยวชายแดน

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 ณ ริมแม่น้ำโขงชุมชนบ้านเก่า บริเวณหอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย/รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2, ดร.มนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม เขต 2 พรรคเพื่อไทย, พล.ต.สถาพร บุญชู ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210(มทบ.210), พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม(ผบก.ภ.จว.ฯ), นางสาว ศุภพานี โพธิ์ นายก อบจ.นครพนม, นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองนครพนม, นายสุเทพ อติวรรณกุล นายกสมาคมพ่อค้าจังหวัดนครพนม, นายศิวรัตน์ ตันติพิพัฒกุลชัย นายกสมาคมไทย-เวียดนาม จังหวัดนครพนม ตลอดจนประชาชนทั้งชาวไทยเชื้อสายจีนและเวียดนาม รวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อน ร่วมกันทำบุญตักบาตร เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคล รับโชคดีปีเสือเนื่องในวันตรุษจีน ที่ชาวไทยเชื้อสายจีน,เวียดนาม ร่วมกันสืบสานประเพณีที่สืบทอดกันมาแต่อดีต ตั้งแต่อพยพมาอาศัยร่มพระบรมโพธิสมภาร

อีกทั้งเป็นการร่วมกันรำลึกถึงความสัมพันธ์อันดี ระหว่างชน 4 เชื้อชาติที่มีอยู่ในจังหวัดนครพนม ได้แก่ ไทย ลาว จีน เวียดนาม ที่เคยมีความสัมพันธ์กันมาแต่อดีต เนื่องจากนครพนมเคยเป็นที่พำนักของบุคคลสำคัญที่ชาวเวียดนามเคารพบูชาประดุจเทพเจ้าคือโฮจิมินห์ ก่อนจะมีการประกาศอิสรภาพรวมเวียดนามเหนือและใต้ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ท่านเคยมาลี้ภัยการเมืองในยุคล่าอาณานิคม ทำให้มีความสัมพันธ์อันดีต่อเนื่องจากอดีตถึงปัจจุบัน จึงส่งผลดีต่อการพัฒนาการท่องเที่ยว รวมถึงการส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นของ 8 ชนเผ่า 2 เชื้อชาติ เป็นจุดขายในการส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวชายแดน จังหวัดนครพนมจึงได้มีการจัดกิจกรรมทำบุญส่งเสริมการท่องเที่ยวขึ้น ในช่วงวันสำคัญต่างๆ รวมถึงวันตรุษจีนด้วย

ส่วนสถานที่จัดกิจกรรมตักบาตรทำบุญเนื่องในวันตรุษจีนดังกล่าว คือ หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ ถือเป็นสถานที่สำคัญสัญลักษณ์ที่สร้างโดยชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่ในจังหวัดนครพนม และเพื่อเป็นที่รำลึกก่อนย้ายกลับมาตุภูมิตามท่านโฮจิมินห์ หลังจากที่ฝรั่งเศสพ่ายแพ้ในยุทธการที่เดียนเบียนฟูเมื่อปี พ.ศ.2497 โดยชาวเวียดนามที่ลี้ภัยมาอาศัยในนครพนมได้ร่วมกันสร้างหอนาฬิกาขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2503 เพื่อระลึกถึงไมตรีจิตของคนไทย ต่อมาหอนาฬิกาแห่งนี้กลายเป็นจุดเช็คอินของนักท่องเที่ยว ได้ถ่ายรูปรำลึกถึงความเป็นมาไม่เว้นวัน ปัจจุบันครบ 62 ปีในการก่อสร้าง

ขณะเดียวกันบรรยากาศการจัดกิจกรรม นอกจากจะมีการทำบุญตักบาตร ร่วมอวยพรวันตรุษจีน เพื่อความเป็นสิริมงคล ยังมีการจัดการแสดงของลูกหลานเยาวชน ชาวไทยเชื้อสายจีน,เวียดนาม เพื่อเป็นการแสดงออกถึงเอกลักษณ์วัฒนธรรมประเพณี ที่หลากหลายเชื้อชาติ เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ได้ชื่นชมความงดงาม
ทั้งนี้ ในการจัดกิจกรรมถือเป็นไฮไลท์ส่วนหนึ่ง ประชาชน นักท่องเที่ยว ที่มาร่วมกิจกรรม จะแต่งชุดประจำชาติ เช่น ชุดกี่เพ้า(จีน) ชุดอ๋าวหญ่าย(เวียดนาม) ที่สวยงามตระการตา แสดงออกถึงเมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 4 เชื้อชาติ(ไทย ลาว จีน เวียดนาม) สร้างความประทับใจให้กับประชาชน นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก


เทพข่าวร้อน รายงาน

ผู้ว่าฯ จันทบุรี ลงพื้นที่ติดตามการรุกล้ำ ลักลอบขุดทรายแก้ว ในพื้นที่โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ต.สนามไชย อ.นายายอาม กำชับหน่วยงานหาคนผิดมาลงโทษ

ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ลงพื้นที่ติดตามการรุกล้ำ ลักลอบขุดทรายแก้ว ในพื้นที่โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ต.สนามไชย อ.นายายอาม กำชับหน่วยงานหาคนผิดมาลงโทษ

เย็นวันนี้ ( 1 ก.พ.65 ) นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี บ้านหนองโพรง ม.2 ต.สนามชัย อ.นายายอาม จ.จันทบุรี หลังพบว่ามีการนำทรายแก้ว ออกนอกพื้นที่

ผู้ว่าฯ จันทบุรี บอกว่า พื้นที่โครงการ มี 440 ไร่ การดำเนินขุดสระน้ำ 57 ไร่ โดยผู้รับจ้าง และในข้อกำหนด คือ ห้ามเคลื่อนย้าย ดิน – ทราย ออกนอกพื้นที่ แต่ได้รับแจ้งว่า ตอนกลางคืนมีรถบรรทุก วิ่ง เข้า-ออก นอกพื้นที่ จึงแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เทศบาลฯตรวจสอบ และพบว่า มีรถบรรทุก 10 ล้อ ทำการการเคลื่อนย้ายทรายออกไป จึงสั่งให้ดำเนินการจับกุมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเบื้องต้น ยึดรถบรรทุก 10 ล้อ ได้ 3 คัน หลบหนีไปได้ 1 คัน / รถแบ๊คโฮ 3 คัน และ ผู้ต้องหา 3 คน อยู่ในระหว่างสอบสวนของเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อหาผู้กระทำผิดมาลงโทษ

การลงพื้นที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีทึ่มีนายอำเภอ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจุดที่กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จัดทำโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำบ้านหนองโพรง สนับสนุนโครงการอนุรักษ์พันธุ์กรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ที่ได้ว่าจ้างผู้รับเหมาเข้ามาดำเนินการพบร่องรอยมีการเปิดหน้าดิน ขุดบ่อ แล้วแยกทรายแก้ว ออกจากกองดิน และทรายทั่วไป

จากการตรวจสอบเบื้องต้นของสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดจันทบุรีคำนวณเบื้องต้นคาดทรายแก้วถูกลักลอบขนออกจากพื้นที่ไปแล้วประมาณ 1,700 คิว แต่จะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง สำหรับทรายแก้วที่นำออกไปขายเพื่ออุตสาหกรรม การซื้อขายในท้องตลาดจะมีราคาประมาณคิวละ 1,000 บาท หากคิดมูลค่ารวมประมาณ 1 ล้าน 7 แสนบาท ซึ่งทรายแก้วดังกล่าวจะถูกนำไปเข้าสู่โรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปเป็นเครื่องใช้ จำพวกแก้ว


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

พาณิชย์จังหวัดจันทบุรี จัดงาน เจมส์ แอนด์ จิว เวลลี่แฟร์ 2022 ที่ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจังหวัดจันทบุรี

จันทบุรี – กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2 โดยพาณิชย์ จังหวัดจันทบุรี จัดงาน เจมส์ แอนด์ จิว เวลลี่แฟร์ 2022 ยกระดับมาตรฐานการผลิตและการตลาดของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขัน ที่ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจังหวัดจันทบุรี


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

รวบแล้ว สาวแสบตุ๋นเงินครูเกษียณ 33 ล้าน เอาไปฝังดินแก้เคล็ด หลังหนีกบดานที่นครปฐม

นครนายก – เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจอำเภอปากพลี ชุดสืบปากพลีติดตามจับกุม น.ส.กุ้ง คดีหลอกครูเกษียณแก้เคล็ด เอาเงินฝังดินสูญเงินกว่า 33 ล้านบาท ได้แล้วที่จังหวัดนครปฐม

เมื่อเวลา 12.00 น. ของวันที่ 1 มกราคม 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอปากพลี ชุดสืบอำเภอปากพลี ได้ติดตามสืบหาและติดตามจับกุม(กุ้ง) หรือนางสาวปรารถนา เชียงใหม่ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ที่ 1 ตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก คดีตุ๋นเงินข้าราชการครูบำนาญ และคนสนิทรวมกว่า 100 ล้าน ได้แล้วที่บ้านสามี อำเภอบางเลน จังหวัดนครฐม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบปากพลี ได้ควบคุมตัวมาพร้อมรถยนต์อีซูซุ มิวเอ็กซ์สีดำ ป้ายแดง ทะเบียน ก-2357 ปราจีนบุรี มาที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก เพื่อส่งร้อยเวรทำการสอบสวนและดำเนินคดี และต่อมาได้มีเจ้าทุกข์หลายรายได้ทยอยมารวมตัวเพื่ออยากเห็นหน้าและสอบถามว่าทำอย่างนี้กับพวกตนทำไม ส่วนเรื่องเงินคาดว่าถ้าได้คืนมาบ้างก็ยังดี


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ข่าวจังหวัดนครนายก

นนทบุรี ชาวบ้านร้อง ! หมู่บ้านหรูปิดทางเข้าออก

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 1 ก.พ.65 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนว่า โครงการหมู่บ้านหรูได้นำแผ่นปูนซีเมนต์ขนาดใหญ่มาปิดทางเข้า-ออก ทำให้เด็กนักเรียนและคนที่ไปทำงาน ไม่สามารถเข้าบ้านได้ ต้องร้องไปเทศบาลเมืองบางศรีเมือง จ.นนทบุรี ให้มาช่วยเจรจายกแผ่นซีเมนต์ออก จนกระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมาทางหมู่บ้านได้นำรถเครนมาทำการยกแผ่นซีเมนต์ออก โดยให้กำหนดถึงวันที่ 28 ก.พ.ก่อนจะทำการปิดตาย 

ต่อมาทีมข่าวได้ลงพื้นที่พบว่ามีการก่อสร้างโครงการหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ จำนวนกว่า 100 หลังคาเรือน และมีการสร้างกำแพงรอบหมู่บ้านสูงประมาณ 2-3 เมตร โดยปิดล้อมที่ดินของผู้ร้องทั้ง 3 ด้าน ส่วนด้านหน้าบ้านของผู้ร้องติดคลองบางกอกน้อย อยู่ห่างจากถนนบางกรวย-ไทรน้อย ประมาณ 200 เมตร

จากการสอบถาม น.ส.ศรีสมบัติ ภู่นิล อายุ 79 ปี เปิดเผยว่า โครงการหมู่บ้านได้มีการเริ่มกว้านซื้อที่ดินเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว โดยมีนายหน้ามาขอเจรจา มีการตกลงกันว่าจะทำทางออกให้ หลังเริ่มถมดินพบว่าการก่อสร้างไม่มีทางออก จึงได้ทำเรื่องร้องเรียนไปที่เทศบาลตำบลบางศรีเมือง และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนนทบุรี แต่เรื่องก็เงียบ จนมีการสร้างกำแพงหมู่บ้าน โดยทางโครงการหมู่บ้านรับปากว่าจะสร้างทางเดินให้ตรงบริเวณชายคลอง ซึ่งถ้าสร้างให้จริงตนก็พอรับได้ เพราะตนอายุมากแล้วเวลาเจ็บป่วยจะได้เดินทางไปหาหมอสะดวก ทุกวันนี้เวลาลูกชายออกไปทำงานต้องจ้างเรือวันละ 300 มารับส่ง ป้าอยากถามเจ้าของโครงการว่าถ้าป้าซื้อบ้านของโครงการ แล้วเจาะกำแพงเดินมาที่บ้านริมน้ำได้หรือไม่ ถ้าได้ป้ายินดียอมควักเงินซื้อเลย

ด้านนายสัจจเทพ คุยยศสูง 47 ปี เจ้าของบ้านที่ได้รับผลกระทบเหมือนกัน กล่าวว่า เดิมทีตนใช้ทางเดินที่เป็นแผ่นปูนมานานแล้ว ซึ่งเดินทะลุสวนออกสู่ถนนไม่ไกลมากนัก หลังโครงการก่อสร้างกำแพงปิดกั้นทำให้ไม่สามารถเดินผ่านได้ ทุกวันนี้ลำบาก เด็กนักเรียนก็ไม่สามารถเดินทางได้ ตนต้องการให้หมู่บ้านสร้างทางเดินให้ ซึ่งไม่ได้เรียกร้องอะไรมากเลย ทราบว่าโครงการจะสร้างแนวทางเดินริมคลองให้ แต่ถ้าระยะยาวเกิดบ้านที่เป็นทางผ่านเขาไม่ให้ใช้แล้วจะทำอย่างไรกัน ตรงนี้อยากให้หมู่บ้านเห็นใจด้วย ถ้าไม่ยอมเราก็คงต้องดำเนินการตาม กฏหมายที่เราทำได้เราขอแค่ทางออกแค่นั้นเอง

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามไปทางนายณัฐพร แสงบัว นายกเทศบาลเมืองบางศรีเมือง ได้ให้ข้อมูลว่า ตอนนี้เบื้องต้นได้มีการพูดคุยกับทางผู้บริหารของโครงการแล้วเพื่อที่จะหาทางออกในเรื่องนี้ โดยจะนัดทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยกันในวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อหาข้อสรุปต่อไป


สาโรจน์ สว่างศรี / นนทบุรี 092-424-8444

กองทัพบก รวมพลังประชา พิทักษ์ผืนป่า

กองทัพบก รวมพลังประชา พิทักษ์ผืนป่า

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย​ กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20​ กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 (ศบภ.มทบ. 35)ได้รับแจ้งเหตุจาก อำเภอลับแล​ จังหวัดอุตรดิตถ์​ ว่ามีเหตุเพลิงไหม้ป่าซึ่งกำลังลุกลามขยายพื้นที่ขณะนี้ ในเขตพื้นที่​เทือกเขาห้วยช้าง บริเวณพื้นที่หมู่ที่5-6 ตำบลชัยจุมพลฯ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย​ กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20​ กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 จึงทำการจัดกำลังพล จำนวน 15​ นาย พร้อมอุปกรณ์ดับไฟป่า ร่วมกับ อำเภอลับแล, ผู้นำหมู่บ้าน, ผู้นำชุมชน, ประชาชนในพื้นที่, และฐานปฏิบัติการป้องกันรักษาป่าที่ 4 (ห้วยไผ่) สังกัด สบอ.11 พิษณุโลก ลงพื้นที่เข้าดับไฟป่า บริเวณพิกัด 47Q PV 047 480

ขณะนี้ได้ควบคุมสถานการณ์ไฟป่าที่ลุกไหม้สงบลงแล้ว พร้อมทั้งได้ทำแนวกันไฟร่วมกับประชาชนในพื้นที่ฯ ครอบคลุมบริเวณพื้นที่เกิดไฟไหม้ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว


นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน