วช.- สวทช. ลงนามความร่วมมือ “ทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัยศักยภาพสูง” สร้างการแข่งขันประเทศ ด้วยวิจัยและนวัตกรรม

วช.- สวทช. ลงนามความร่วมมือ “ทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัยศักยภาพสูง” สร้างการแข่งขันประเทศ ด้วยวิจัยและนวัตกรรม

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (บางนา) : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการ “ทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัยศักยภาพสูง” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และศาสตราจารย์ นายแพทย์ประสิทธิ์ ผลิตผลการพิมพ์ รักษาการรองผู้อำนวยการ สวทช. เป็นประธานการลงนาม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารทั้ง 2 หน่วยงาน เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน โดยพิธีการฯ จัดขึ้นภายในงาน“วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2564 – 2565

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ วช. กล่าวว่า สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้ความสำคัญในการลงทุนส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรบุคคลและสถาบันความรู้ ด้านการวิจัยและนวัตกรรม อันเป็นหนึ่งใน 7 ภารกิจสำคัญของ (วช.) ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โดยการพัฒนากำลังคนให้มีความรู้และทักษะ ที่สอดคล้องกับการทำงานและการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 ตลอดจนการสร้างความรู้จากการวิจัยในสาขาที่ประเทศไทยมีศักยภาพ เพื่อผลิตผลงานวิจัยที่มีประโยชน์ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวงวิชาการของประเทศ รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีนักวิจัยระดับปริญญาโทและปริญญาเอกของไทยที่มีคุณภาพสูง นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิจัย และสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ โดย (วช.) มองการพัฒนาในระยะยาว 5 ปี หวังว่ากลไกความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เข้มแข็งของประเทศ ลดการพึ่งพิงจากต่างประเทศ และมีขีดความสามารถทางการแข่งขันสูง

ขณะที่ ศาสตราจารย์นายแพทย์ประสิทธิ์ ผลิตผลการพิมพ์ รักษาการรองผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นกลไกสนับสนุนนักวิจัยระดับสูงของประเทศ ให้เกิดการรวมกลุ่มนักวิจัยที่มีศักยภาพสูงในกลุ่มต่างๆ โดยไม่จำเพาะสังกัด สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างบูรณาการ โดย สวทช. จะบริหารจัดการโครงการ “ทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัยศักยภาพสูง” โดยใช้ระบบการสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรระดับสูงและสร้างความเป็นเลิศ รวมทั้งกลไกการสนับสนุนการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศ ตัวอย่างเช่น โครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่จำเป็น อาทิ ศูนย์ทรัพยากรคอมพิวเตอร์เพื่อการคำนวณขั้นสูง ศูนย์โอมิกส์แห่งชาติ ธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ โรงงานต้นแบบ ด้านธุรกิจและทรัพย์สินทางปัญญา เช่น การบ่มเพาะธุรกิจ การจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา การจัดการสิทธิเทคโนโลยี มาร่วมสนับสนุนการบริหารจัดการ รวมทั้งการใช้เครือข่ายต่างประเทศ เพื่อเชื่อมโยงการใช้ประโยชน์ในระดับนานาชาติต่อไป”

สำหรับความร่วมมือในโครงการ “ทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัยศักยภาพสูง” ถือเป็นขั้นบันไดสูงสุดของเส้นทางอาชีพนักวิจัย ด้วยการสนับสนุนงบประมาณการวิจัย ในกรอบระยะเวลาดำเนินงาน 3 ปี โดยโครงการมีคุณลักษณะเฉพาะตัวประกอบด้วย 1.มุ่งเน้นความเป็นเลิศ 2.ตั้งเป้าหมายท้าทาย 3.เชื่อมโยงการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี 4.ส่งเสริมและสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และ 5.สร้างการเปลี่ยนแปลงทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะเป็นทั้งรางวัลเชิดชูเกียรตินักวิจัยผู้นำกลุ่ม และการสนับสนุนงบประมาณวิจัยไปพร้อมกัน เพื่อผลิตผลงานวิจัยอย่างต่อเนื่องและแสดงศักยภาพในระดับนานาชาติ โดยประโยชน์สูงสุดจากความร่วมมือนี้ จะทำให้สามารถดึงทรัพยากรของแต่ละหน่วยงาน มาประสานเชื่อมโยงกันเพื่อให้เกิดประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้เป้าหมายและวิธีการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เปิดฉาก “วันนักประดิษฐ์ 2564-2565” ครั้งที่ 23 บนแนวคิด “วิถีใหม่ ใส่ใจชีวิต สู่สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม”

เปิดฉาก “วันนักประดิษฐ์ 2564-2565” ครั้งที่ 23 บนแนวคิด “วิถีใหม่ ใส่ใจชีวิต สู่สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม”

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564-2565 (Thailand Inventor’s Day 2021 & 2022) ครั้งที่ 23 ระหว่างวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2565 นำทัพนักวิจัย นักประดิษฐ์ จากเครือข่ายสถาบันการศึกษา หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน แสดงนวัตกรรมกว่า 1,000 ผลงาน ภายใต้แนวคิด “วิถีใหม่ ใส่ใจชีวิต สู่สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม” เพื่อเผยแพร่ความก้าวหน้าผลงานสิ่งประดิษฐ์ไทยสู่สาธารณชน สร้างแรงจูงใจและความตระหนักด้านการพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ประเทศ พร้อมจัดพิธีมอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2564–2565 อย่างสมเกียรติ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร

“วันนักประดิษฐ์” จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่ทรงประดิษฐ์คิดค้น “เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย” หรือ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” และทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2536 และเพื่อเป็นการระลึกถึงวันประวัติศาสตร์การจดทะเบียนและออกสิทธิบัตรแด่พระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลก และทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญา “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย” โดยวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564 -2565 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 23 ระหว่างวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2565 ณ Event Hall 102–104 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา เพื่อเป็นเวทีระดับชาติในการเผยแพร่ ถ่ายทอด และขยายผลสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมสู่ผู้ใช้ประโยชน์ และสาธารณชน เป็นกลไกในการสร้างแรงบันดาลใจและแรงจูงใจ แก่นักประดิษฐ์ไทย และเยาวชนรุ่นใหม่ในการพัฒนาผลงานประดิษฐ์คิดค้นที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ พร้อมสร้างความตระหนักให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญของการประดิษฐ์คิดค้น

ในโอกาสนี้ (วช.) ได้จัดให้มีพิธีมอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ เป็นปีที่ 47 เพื่อเชิดชูเกียรตินักวิจัยไทย ที่มีผลงานโดดเด่น สร้างคุณูปการให้กับวงวิชาการและประเทศชาติ โดยได้รับเกียรติจาก รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ (นายดอน ปรมัตถ์วินัย) เป็นประธานเปิดงานวันนักประดิษฐ์ และมอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2564 -2565 ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์) รวมทั้งสิ้น 309 รางวัล แบ่งเป็น 4 ประเภท ใน 12 สาขาวิชาการ ประกอบด้วย รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย รางวัลวิทยานิพนธ์ และรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น นับเป็นพิธีการสำคัญที่เกิดขึ้นในงานวันนักประดิษฐ์เป็นประจำทุกปี

กิจกรรมภายใต้แนวคิด “วิถีใหม่ ใส่ใจชีวิต สู่สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม” ในวันนักประดิษฐ์ปีนี้ ได้รวบรวมผลงานประดิษฐ์คิดค้นจาก ปี 2564 และ ปี 2565 มาแสดงศักยภาพต่อสาธารณชนอย่างคับคั่ง ประกอบด้วยภาคนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 “สืบสาน รักษา ต่อยอด สร้างสุขเพื่อประชาชน” และนิทรรศการน้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่ 9 “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย” อีกทั้ง นิทรรศการผลงานประดิษฐ์คิดค้นและนวัตกรรมในระดับชาติ ได้แก่ ผลงานรางวัลการวิจัยแห่งชาติ นิทรรศการผลงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนบัญชีสิ่งประดิษฐ์ไทยและบัญชีนวัตกรรมไทย นิทรรศการผลงานจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนสถาบันการศึกษา ใน 6 กลุ่มเรื่อง ได้แก่ 1) ด้านความมั่นคง อาทิ อาวุธยุทโธปกรณ์ ยุทธภัณฑ์ทางการทหาร เครื่องมือสื่อสาร 2) ด้านการเกษตรสร้างมูลค่า ได้แก่ เกษตรปลอดภัย เกษตรชีวภาพ เกษตรแปรรูป และเกษตรอัจฉริยะ 3) ด้านอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต ได้แก่ ยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะการท่องเที่ยว หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม การบินและโลจิสติกส์ เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีภัณฑ์ ดิจิทัลการแพทย์ครบวงจร 4) ด้านนวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ อาทิ โภชนาการและสุขภาวะในช่วงปฐมวัย สื่อการเรียนรู้ ระบบเครือข่ายเทคโนโลยีดิจิทัล และดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อการศึกษา ฯลฯ 5) ด้านผู้สูงวัยและผู้พิการ และ 6) ด้านนวัตกรรมสีเขียว อาทิ การลดของเสียจากต้นทาง หมอกควัน การจัดการขยะมูลฝอย น้ำเสีย และของเสียอันตราย เป็นต้น รวมทั้งสิ้นกว่า 1,000 ผลงาน จาก 100 กว่าหน่วยงาน พร้อมด้วยนิทรรศการระดับนานาชาติ อีกจำนวน 200 ผลงาน จาก 24 องค์กร 20 ประเทศพันธมิตร ในรูปแบบ Online Event

ทั้งนี้ ยังจัดการประกวดสิ่งประดิษฐ์ระดับเยาวชน กว่า 400 ผลงาน ในโครงการ Thailand New Gen Inventors Award : I–New Gen 2021 โดยนักประดิษฐ์ที่สนใจต่อยอดผลงาน สามารถรับคำปรึกษาทางธุรกิจ และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาทักษะการเริ่มต้นเป็นผู้ประกอบการได้ อีกทั้ง กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้อีกมากมาย อาทิ กิจกรรม Steam 4 Innovator,Robot Car Kit,Mocrobit to Code,การฝึกอบรมวิชาชีพ และกิจกรรมเสวนาในหัวข้อต่างๆ ด้านประชาชนทั่วไป ยังสามารถเยี่ยมชมนวัตกรรมจากกลุ่มธุรกิจเริ่มต้น (Startup) และวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (SMEs) ได้อีกด้วย นับว่า (วช.) ได้นำสิ่งประดิษฐ์และกิจกรรมดีๆ จำนวนมากของประเทศ มารวมไว้อย่างเต็มอิ่ม ตลอดทั้ง 5 วันของการจัดงาน ผู้สนใจสามารถร่วมชมงานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-561 -2445 ต่อ 525 หรือ 532


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สำนักเทศกิจ ประชุมติดตามการปฏิบัติงาน จากส่วนราชการภายในสำนักเทศกิจ

สำนักเทศกิจ ประชุมติดตามการปฏิบัติงาน จาก ส่วนราชการภายในสำนักเทศกิจ

วันนี้ (3 ก.พ. 65) เวลา 09:00 น. นายศุภกฤต บุญขันธ์ ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ เป็นประธาน การประชุมผู้บริหารสำนักเทศกิจ ครั้งที่ 2/2565 โดยมี นายสุริยชัย รวิวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ, นายทรงศร กัลยา ณ สุนทร รองผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ, นายโสภันฑ์ วงศ์ดวงคำพู ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจและบังคับการ, พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนัก ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมกรณีเรื่องการติดตามพร้อมรายงานผลการปฏิบัติงาน ของหน่วยงานราชการในสังกัดทุกภาคส่วน ณ ห้องประชุมใหญ่สำนักเทศกิจ..


ขอบคุณข้อมูลข่าวสาร ภาพ/ข่าว
Cr.PR ประชาสัมพันธ์ กทม.

คนบ้านเราปลื้มถนอม รายงาน

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

วันนี้ (3 กุมภาพันธ์ 2565) พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ในการนี้ มหาวิทยาลัยฯ ได้สรุปแนวทางการพัฒนากระบวนการผลิตครู เพื่อให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ยังได้รับฟังแผนการยกระดับคุณภาพการศึกษาจากคณบดีคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ตามลำดับ พร้อมกับรับฟังแผนดำเนินการโครงการพัฒนา soft skills ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม ปี 2565 ซึ่งเป็นกิจกรรมพิเศษที่ใช้โจทย์ปัญหาเชิงพื้นที่เพื่อให้นักศึกษาต่างคณะต่างสาขาร่วมกันแก้ปัญหา

โดยมีคณาจารย์เป็นผู้อำนวยการเรียนรู้ ซึ่งจะเสริมหนุนให้นักศึกษาทุกคนของมหาวิทยาลัยราชภัฏมี Soft skills ที่ผู้ประกอบการต้องการและสังคมต้องการ ได้แก่

  • critical thinking & problem solving skill (การคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา)
  • Communication skill (การสื่อสารองค์ความรู้เพื่อแก้ปัญหา)
  • Collaboration & Teamwork skill (การทำงานร่วมกับผู้อื่นโดยปราศจากข้อขัดแย้ง)
  • Creativity & innovation skill (ความคิดเชิงสร้างสรรค์และสร้างนวัตกรรม)

และในบ่ายวันเดียวกัน องคมนตรีได้ร่วมอภิปรายและเปิดโอกาสให้ผู้นำนักศึกษาได้ร่วมอภิปรายถึงการปรับตัวเพื่อรองรับต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และการจัดกิจกรรมพัฒนานักศึกษา กับได้เยี่ยมชมการจัดการเรียนการสอนของนักศึกษาวิทยาลัยการฝึกหัดครู ด้วย


ททท.รับเทรนด์ท่องเที่ยวสายมู จัดโครงการ “เที่ยวแก้ชง เสริมมงคลปีขาล”

ททท.รับเทรนด์ท่องเที่ยวสายมู จัดโครงการ “เที่ยวแก้ชง เสริมมงคลปีขาล”

เช้านี้ (2 กุมภาพันธ์ 2565) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “เที่ยวแก้ชง เสริมมงคลปีขาล” ร่วมกับ บริษัท ยูชุ่นลี่ 168 จำกัด จัดทำโปรแกรมคำนวณโชคชะตาผ่านเว็บไซต์และนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวแก้ชง เสริมมงคลปีขาล ตามหลัก ความเชื่อด้านโหราศาสตร์จีน ตอบโจทย์ท่องเที่ยวสายความเชื่อศรัทธา พร้อมกันนี้ นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท., นายกันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.), อาจารย์ธนากร ตันอาวัชนการ, และดีเจบุ๊คโกะ – ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล ให้เกียรติเข้าร่วมเสวนา ณ เดอะ ล้ง 1919 ริเวอร์ไซด์ เฮอริเทจ เดสติเนชั่น คลองสาน กรุงเทพมหานคร

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และประธานในพิธี กล่าวว่า โครงการ “เที่ยวแก้ชง เสริมมงคลปีขาล” นี้ เป็นความร่วมมือของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. กับ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ ที่เล็งเห็นถึงความเหมาะสมในการจัดกิจกรรมเสริมสิริมงคลต้อนรับ ปีใหม่รูปแบบ New Normal เนื่องจากประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นเฉพาะตัวและหลายสถานที่ยังถือเป็น สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนมักจะเดินทางไปทำบุญไหว้พระ จึงจัดโครงการ “เที่ยวแก้ชง เสริมมงคลปีขาล” ขึ้น โดยนำหลัก ความเชื่อด้านโหราศาสตร์จีน ผนวกกับเรื่องของการเดินทางท่องเที่ยว จัดทำเป็นเส้นทางท่องเที่ยวแก้ชง เสริมสิริมงคล ทั่วประเทศไทยและโปรแกรมทำนายดวงชะตา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่สนใจในเรื่องศาสตร์ ความเชื่อ ทั้งช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ และขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้ กลับมาแข็งแรงอย่างยั่งยืน ตามแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. เผยว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ช่วงปีใหม่ จนมาถึง เทศกาลตรุษจีน คนไทยออกเดินทางแบบ 1 วัน (One Day Trip) ระยะใกล้ และการเดินทางไปไหว้พระ ไปสักการะ เทพเจ้าตามศาลหรือวัดต่างๆ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และเพื่อตอบโจทย์ความสนใจของนักท่องเที่ยว ททท. จึงได้จัดโครงการ “เที่ยวแก้ชง เสริมมงคลปีขาล” ทำบุญ ไหว้พระ สร้างเสริมสิริมงคลผ่านกิจกรรมจัดทำเส้นทางพิเศษ “เที่ยวแก้ชง เสริมมงคลปีขาล” ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

ออกแบบเส้นทางโดยอาจารย์ธนากร ตัน อาวัชนการ (ซิน แสมังกร) นำหลักความเชื่อเรื่องดวงชะตาผนวกกับศาสตร์การตรวจดวงชะตา เสริมดวงผ่านเส้นทางการท่องเที่ยวเพื่อช่วยแก้ชงพร้อมกับเสริมดวงชะตาในด้านต่าง ๆ พร้อมรับยันต์ไท่ส่วยเอี้ยพิเศษ ของโครงการเพื่อให้นักท่องเที่ยวรับความปังได้ทั่วไทย อีกทั้งยังมีโปรแกรมที่สามารถตรวจดวงชะตาเฉพาะบุคคล โดยระบบจะทำนายดวงชะตาจากวันเดือนปีเกิด เวลาเกิด พร้อมรวบรวมความรู้ คำแนะนำเคล็ดลับต่างๆ ในการไหว้ เทพเจ้า การไหว้แก้ปีชงจากผู้เชี่ยวชาญ ทั้งแนะนำข้อควรระวังในการดำเนินชีวิตด้วย

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ททท. ยังได้จัดทำเว็บไซต์ www.tourismthailand.org/luckytourthailand ที่ได้รวบรวมความรู้ คำแนะนำเคล็ดลับต่างๆ ในการไหว้เทพเจ้า การไหว้แก้ปีชงจากผู้เชี่ยวชาญ เพียงกรอกวัน เดือน ปี และเวลาเกิด ก็จะสามารถทราบพื้นฐาน ดวงชะตา ลักษณะอุปนิสัยของตนเองและข้อควรระวังในการดำเนินชีวิต ทั้งมีคำทำนายดวงชะตาของแต่ละราศี ประจำปี 2565 และวิธีส่งเสริมดวง ไม่ว่าจะเป็นด้านการงาน การเงิน อำนาจบารมี สุขภาพ การเรียน พร้อมแนะนำแหล่งท่องเที่ยวแก้ชง เสริมสิริมงคลแบบง่ายๆ ในแหล่งท่องเที่ยวประเภทศาลเจ้า วัด รวมไปถึงแหล่งท่องท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น อุทยาน ป่าไม้ ทะเล ร้านอาหาร

นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรม “เที่ยวแก้ชง เสริมมงคลชีวิตปีขาล” โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปได้ร่วมสนุก เพียงออกเดินทางตามรอยเส้นทางแก้ชง และเคล็ดลับต่าง ๆ จากอาจารย์ธนากร ตันอาวัชนการ (ซินแสมังกร) และโพสต์รูปภาพหรือวิดีโอบน Social Media ของตนเอง พร้อมตั้งค่าเป็นสาธารณะ (Public) และใส่แฮชแท็ก #เที่ยวแก้ชง #เที่ยวเสริมมงคลปีขาล #เที่ยวแก้ชงเสริมมงคลปีขาล เพียงเท่านี้ก็มีสิทธิ์ลุ้นไปเที่ยวแก้ชง เสริมมงคลปีขาล กับอาจารย์ธนากรในภาคเหนือ หรือภาคใต้ พร้อมรับยันต์ไท้ส่วย จำนวน 5 รางวัล รวมเป็น 10 รางวัล หรือลุ้นรับยันต์ ไท้ส่วย จากอาจารย์ธนากร เพื่อเสริมมงคลให้กับตนเองด้วย ผู้โชคดีจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 2 เข็ม และแสดงหลักฐานผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี Antigen Test Kit (ATK) ผลเป็นลบ ไม่เกิน 24 ชั่วโมง เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ทั้งนี้ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ tourismthailand.org/luckytourthailand


หลวงพี่ต่อ วัดมณีวงศ์ มอบเงินจำนวน 117,970 บาท ปรับปรุงซ่อมแซมศาลาเอนกประสงค์บ้านวังไผ่ พร้อมส่งมอบให้ชาวบ้าน

นครนายก – หลวงพี่ต่อ วัดมณีวงศ์ มอบเงินจำนวน 117,970 บาท ปรับปรุงซ่อมแซมศาลาเอนกประสงค์บ้านวังไผ่ พร้อมส่งมอบให้ชาวบ้าน

ที่ศาลาเอนกประสงค์บ้านวังไผ่ หมู่ที่ 6 ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก พระครูปิยรัตนานุกูล (หลวงพี่ต่อ) ประธานมูนิธิวังรัตนมณีมหานครบาดาลนาคราชราชา วัดมณีวงศ์ ได้เป็นประธาน ส่งมอบศาลาเอนกประสงค์บ้านวังไผ่ โดยมี นายปรัตถกร รุ่งโรจน์ ปลัดอำเภอเมืองประจำตำบลท่าช้าง, นายไพโรจน์ รัตนสุข ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 พร้อมด้วยชาวบ้าน ร่วมรับมอบศาลาเอนกประสงค์บ้านวังไผ่

ซึ่งพระครูปิยรัตนานุกูล( หลวงพี่ต่อ) ได้มอบเงินสนับสนุนในการซ่อมแซมศาลาเอนก ประสงค์บ้านวังไผ่ จำนวน 117,970 บาท เนื่องจากของเดิมมีความเก่า และชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก จึงได้ให้ผู้ใหญ่บ้านดำเนินการหาช่างมาปรับปรุงซ่อมแซม เพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์ เป็นที่ประชุมหมู่บ้าน และจัดกิจกรรมต่างๆของหมู่บ้าน ซึ่งชาวบ้านวังไผ่ต่างก็รู้สึกดีใจ และกล่าวขอบคุณหลวงพี่ต่อ ที่ได้เมตตามอบเงินปรับปรุงซ่อมแซมศาลาเอนกประสงค์ให้สวยงาม จนชาวบ้านสามารถใช้ประโยชน์จากศาลานี้ได้


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ข่าวจังหวัดนครนายก

‘ดร.ทองเปลว’ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เชิญชวนออกกำลังกายหลังเลิกงาน

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เชิญชวนข้าราชการ พนักงานราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกกำลังกายหลังเลิกงาน ณ บริเวณรอบอาคาร 1 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อสุขภาพที่ดี เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน จิตใจสดใสเบิกบาน ห่างไกลโควิด-19


สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ จัดประชุมวิชาการนานาชาติ ครั้งที่ 7 “Towards the Sustainable Gem Industry Beyond 2022”

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ จัดประชุมวิชาการนานาชาติ ครั้งที่ 7 “Towards the Sustainable Gem Industry Beyond 2022” ดึงกูรูในวงการอัญมณีและเครื่องประดับทั่วโลกร่วมชี้แนวทางอนาคต หวังกระตุ้นยอดส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ หลังสัญญาณส่งออกอัญมณีไทยพุ่งสูงเกือบ 27%

วันนี้ (2 ก.พ.65) ที่ห้องแกรนด์บอลรูมโรงแรมมณีจันทร์รีสอร์ท จังหวัดจันทบุรี นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานการประชุมวิชาการนานาชาติด้านอัญมณีและเครื่องประดับ ครั้งที่ 7 (GIT 2021) และงานประชุมด้านพลอยสี (Corundum Symposium) ผ่านระบบออนไลน์ Video Conference เพื่อสร้างเวทีในการนำเสนอองค์ความรู้ เผยแพร่ และแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านอัญมณีและเครื่องประดับ รวมถึงด้านการตลาด ระหว่างนักวิชาการ นักวิจัย ผู้ประกอบการ ตลอดจนผู้สนใจทั่วไป โดยมีนายสุพจน์ ภูมิเกียรติขจร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี และนายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ หรือ GIT ร่วมในพิธี

โดยนายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า อัญมณีและเครื่องประดับ นับเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของไทย โดยเป็นสินค้าส่งออกสำคัญที่ทำรายได้เข้าประเทศเป็นอันดับต้นๆ แม้ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทยจะมีมูลค่าส่งออกลดลงถึงร้อยละ 40 ในปี 2563 แต่ตลอดปี 2564 พบสัญญาณบวกเรื่อยมา นับตั้งแต่เดือนมีนาคม ที่การส่งออกสินค้านี้ปรับเพิ่มขึ้นโดยตลอด ส่งผลให้สถิติรอบปีที่ผ่านมา มูลค่าการส่งออกรวมทองคำพุ่งสูงขึ้นถึง 6,158.66 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งขยายตัวเพิ่มถึงร้อยละ 26.94 และคาดว่าแนวโน้มในปี 2565 การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับจะยังคงดีอย่างต่อเนื่อง สำหรับการจัดงานการประชุมวิชาการนานาชาติด้านอัญมณีและเครื่องประดับ ครั้งที่ 7 (The 7th International Gem & Jewelry Conference” หรือ GIT 2021) และงานประชุมด้านพลอยสี (Corundum Symposium) ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย ในฐานะศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลก ซึ่งมีส่วนในการส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการ และเป็นแรงผลักดันสำคัญให้สามารถก้าวข้ามความท้าทายในการส่งออกที่ในวิถีความปกติใหม่ หรือในยุค Next Normal

นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ หรือ GIT เปิดเผยว่า การจัดประชุมวิชาการนานาชาติด้านอัญมณีและเครื่องประดับ ครั้งที่ 7 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Towards the Sustainable Gem Industry Beyond 2022” เพื่อกระตุ้นให้ภาคส่วนต่างๆ ในอุตสาหกรรมได้ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม โปร่งใส และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายของโลกธุรกิจยุคปัจจุบัน และเพื่อให้สอดคล้องรับกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ที่เป็นอุปสรรคในการเดินทาง และเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมงาน งานประชุมครั้งนี้จึงจัดในรูปแบบ Hybrid เป็นการผสมผสานระหว่าง การจัดงาน Onsite ณ โรงแรมมณีจันท์รีสอร์ท จังหวัดจันทบุรี และการเผยแพร่ผ่านระบบออนไลน์ในรูปแบบ Virtual Conference

โดยการจัดงานครั้งนี้ ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิจัย ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับจากทั่วโลกกว่า 150 รายเข้าร่วมประชุม และมีวิทยากรผู้มีชื่อเสียงระดับโลกร่วมบรรยายและอัพเดทเทรนด์ต่างๆ ในปัจจุบัน จำนวน 16 เรื่อง อีกทั้งสถาบันยังจัดให้มีการนำเสนอผลงานวิชาการจากทั่วโลกอีกกว่า 70 เรื่อง อาทิ เทรนด์อุตสาหกรรรมอัญมณีและเครื่องประดับในการสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ การดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม การศึกษาระบบสำแดงและการติดตามแหล่งที่มาของพลอยสีโดยใช้เทคโนโลยี Block chain ที่ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับโลก ที่จำเป็นต้องปรับตัวให้สอดรับกับความต้องการของตลาดโลก และผู้ประกอบการจะต้องปรับตัวให้ทัน นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงพลอยสวยน้ำงาม และมีคุณภาพสูงที่ได้รับรางวัลจากการประกวด “GIT’s Enchanting Ruby & Sapphire Award” ภายในงานด้วย


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นักท่องเที่ยวและนักแสวงบุญขึ้นนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ ไม่คึกคักเท่าที่ควร ครึ่งวันมียอดเพียง 550 คน

นักท่องเที่ยวและนักแสวงบุญขึ้นนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ หรือ พระบาทพลวงไม่คึกคักเท่าที่ควร ครึ่งวันมียอดเพียง 550 คน

บรรยากาศการขึ้นนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ หรือ พระบาทพลวง วันแรก 2 ก.พ.65 เปิดให้นักแสวงบุญเดินทางมาบางตา โดยนักท่องเที่ยว และผู้แสวงบุญจะต้องจองคิวผ่านแอปพลิเคชัน QueQ แและต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม มีเอกสารแสดงผลการตรวจเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จากสถานพยาบาลของรัฐหรือเอกชนที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง ด้วยวิธี RT-PCR หรือ Rapid Antigen Test (ATK) ไม่เกิน 72 ชั่วโมงหลังการตรวแสดงผลทดสอบว่า “ไม่พบเชื้อ” (Not Detected) ส่วนกรณีผู้ที่เคยป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ได้รับการรักษาหายแล้ว ต้องมีเอกสารรับรองผลการตรวจรักษาว่าหายป่วยมาแล้วไม่เกิน 90 วัน เมื่อมาถึงคิวรถของวัดกระทิง หรือวัดพลวงจะต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีน เอกสารการตรวจเชื้อไวรัสฯ ตรวจวัดอุณหภูมิ ติดสติ๊กเกอร์ และเช็คอินผ่านเว็ปไซต์ “ไทยชนะ” เพื่อผ่านเข้าพื้นที่ และเมื่อมาถึงคิวรถจะต้องแสดงหลักฐานการจองคิวรถ ต่อเจ้าหน้าที่ (คิวรถวัดพลวงหรือคิวรถวัดกะทิง) และชำระค่าบริการรถยนต์คนละ 200 บาท ชำระค่าบริการผ่านเข้าอุทยานแห่งชาตินไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ส่วนชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 เด็ก 50 บาท

ซึ่งจากการสังเกตพบว่าตั้งแต่เที่ยงคืนที่ผ่านมามียอดผู้แสวงบุญผ่านจุดคัดกรองก่อนขึ้นนมัสการเพียง 550 คน จากที่กำหนดไว้รอบละ 4,000 คน จากการพูดคุยกับนักแสวงบุญที่เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ตนเองมานมัสการรอยพระบาทพลวงที่จันทบุรีเกือบทุกปี จนมาถูกปิดเมื่อปีที่แล้วเพราะสถานการณ์โควิด19 ก็ไม่ได้เดินทางมา จนมาปีนี้ได้เปิดให้ขึ้นนมัสการฯลฯนับว่าเป็นเรื่องดี เพราะจะได้มาขอพรปีใหม่ การจองคิวผ่านระบบง่ายไม่ยุ่งยาก มาถึงก็แสดงเอกสารการจองก่อนซื้อบัตร โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเข้าไปโหลดแอปQueQ และทำการจองวัน เวลา คิวรถที่จะขึ้น ไม่ยุ่งยากอะไร อยากจะเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาทำบุญกันเยอะๆ คนไทยชอบทำบุญ


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

คืบหน้า ! รวบหนุ่มตัดผมสกินเฮด ย่องเบาเข้าหน้าต่างหวังลักทรัพย์ ตกใจเสียงเด็กร้อง หนีกระเจิง

นครนายก – คืบหน้ารวบหนุ่มตัดผมสกินเฮด ย่องเบาเข้าหน้าต่างหวังลักทรัพย์ ตกใจเสียงเด็กร้องหนีกระเจิง

เมื่อเวลา 12.00 น. ของวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเมืองนครนายก ได้จับกุมตัวนายชัชวาล คลองบ่อ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/5001 หมู่ที่ 13 ตำบลพรหมณี อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก มีตำหนิแผลเป็นบริเวณศรีษะ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับตัวนายชัชวาล คลองบ่อ ได้ที่หมู่บ้านปาลิกา ใกล้แยกบายพาส จึงได้นำตัวมาสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก

โดยนายชัชวาล คลองบ่อ ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนชุดจับกุมว่าใน วันที่ 31 มกราคม 2565 ได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งอาที่บ้านวังยายฉิม ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนยก หลังจากนั้นได้ขับรถจักรยานยนต์มาตามถนนผ่านแยกบายพาสศรีนาวาเพื่อจะไปหาเพื่อนและได้จอดรถจักรยานยนต์ไว้ข้างคันนาใกล้บ้านหมู่ที่ 4 ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียว และได้เดินลัดคันนาเข้าไปงัดหน้าต่างบ้าน แล้วปีนเข้าไปในบ้านซึ่งเป็นห้องนอนเนื่องจากมันมืดตนจึงใช้มือคลำดูจนไปถูกตัวเด็กน้อยที่มีอายุ 2 ขวบตื่นร้องไห้เสียงดัง ตนจึงตกใจรีบหนีออกทางหน้าต่าง และเมื่อผุ้สื่อข่าวสอบถามว่าเข้าไปบ้านคนอื่นทำไม่ทางด้านนายชัชวาล อ้างว่าเมา เข้าบ้านผิดหลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวส่ง ร.ต.ท.กษิดิ์พิชญ์ สุภาสูรย์ ร้อยเวร เจ้าของคดี โดยตั้งข้อหาบุกรุกเคหะสถานยามวิกาล และนำตัวดำเนินคดีต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ข่าวจังหวัดนครนายก