‘ดร.ทองเปลว’ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เชิญชวนออกกำลังกายหลังเลิกงาน

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เชิญชวนข้าราชการ พนักงานราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกกำลังกายหลังเลิกงาน ณ บริเวณรอบอาคาร 1 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อสุขภาพที่ดี เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน จิตใจสดใสเบิกบาน ห่างไกลโควิด-19


สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ จัดประชุมวิชาการนานาชาติ ครั้งที่ 7 “Towards the Sustainable Gem Industry Beyond 2022”

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ จัดประชุมวิชาการนานาชาติ ครั้งที่ 7 “Towards the Sustainable Gem Industry Beyond 2022” ดึงกูรูในวงการอัญมณีและเครื่องประดับทั่วโลกร่วมชี้แนวทางอนาคต หวังกระตุ้นยอดส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ หลังสัญญาณส่งออกอัญมณีไทยพุ่งสูงเกือบ 27%

วันนี้ (2 ก.พ.65) ที่ห้องแกรนด์บอลรูมโรงแรมมณีจันทร์รีสอร์ท จังหวัดจันทบุรี นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานการประชุมวิชาการนานาชาติด้านอัญมณีและเครื่องประดับ ครั้งที่ 7 (GIT 2021) และงานประชุมด้านพลอยสี (Corundum Symposium) ผ่านระบบออนไลน์ Video Conference เพื่อสร้างเวทีในการนำเสนอองค์ความรู้ เผยแพร่ และแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านอัญมณีและเครื่องประดับ รวมถึงด้านการตลาด ระหว่างนักวิชาการ นักวิจัย ผู้ประกอบการ ตลอดจนผู้สนใจทั่วไป โดยมีนายสุพจน์ ภูมิเกียรติขจร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี และนายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ หรือ GIT ร่วมในพิธี

โดยนายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า อัญมณีและเครื่องประดับ นับเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของไทย โดยเป็นสินค้าส่งออกสำคัญที่ทำรายได้เข้าประเทศเป็นอันดับต้นๆ แม้ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทยจะมีมูลค่าส่งออกลดลงถึงร้อยละ 40 ในปี 2563 แต่ตลอดปี 2564 พบสัญญาณบวกเรื่อยมา นับตั้งแต่เดือนมีนาคม ที่การส่งออกสินค้านี้ปรับเพิ่มขึ้นโดยตลอด ส่งผลให้สถิติรอบปีที่ผ่านมา มูลค่าการส่งออกรวมทองคำพุ่งสูงขึ้นถึง 6,158.66 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งขยายตัวเพิ่มถึงร้อยละ 26.94 และคาดว่าแนวโน้มในปี 2565 การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับจะยังคงดีอย่างต่อเนื่อง สำหรับการจัดงานการประชุมวิชาการนานาชาติด้านอัญมณีและเครื่องประดับ ครั้งที่ 7 (The 7th International Gem & Jewelry Conference” หรือ GIT 2021) และงานประชุมด้านพลอยสี (Corundum Symposium) ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย ในฐานะศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลก ซึ่งมีส่วนในการส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการ และเป็นแรงผลักดันสำคัญให้สามารถก้าวข้ามความท้าทายในการส่งออกที่ในวิถีความปกติใหม่ หรือในยุค Next Normal

นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ หรือ GIT เปิดเผยว่า การจัดประชุมวิชาการนานาชาติด้านอัญมณีและเครื่องประดับ ครั้งที่ 7 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Towards the Sustainable Gem Industry Beyond 2022” เพื่อกระตุ้นให้ภาคส่วนต่างๆ ในอุตสาหกรรมได้ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม โปร่งใส และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายของโลกธุรกิจยุคปัจจุบัน และเพื่อให้สอดคล้องรับกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ที่เป็นอุปสรรคในการเดินทาง และเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมงาน งานประชุมครั้งนี้จึงจัดในรูปแบบ Hybrid เป็นการผสมผสานระหว่าง การจัดงาน Onsite ณ โรงแรมมณีจันท์รีสอร์ท จังหวัดจันทบุรี และการเผยแพร่ผ่านระบบออนไลน์ในรูปแบบ Virtual Conference

โดยการจัดงานครั้งนี้ ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิจัย ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับจากทั่วโลกกว่า 150 รายเข้าร่วมประชุม และมีวิทยากรผู้มีชื่อเสียงระดับโลกร่วมบรรยายและอัพเดทเทรนด์ต่างๆ ในปัจจุบัน จำนวน 16 เรื่อง อีกทั้งสถาบันยังจัดให้มีการนำเสนอผลงานวิชาการจากทั่วโลกอีกกว่า 70 เรื่อง อาทิ เทรนด์อุตสาหกรรรมอัญมณีและเครื่องประดับในการสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ การดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม การศึกษาระบบสำแดงและการติดตามแหล่งที่มาของพลอยสีโดยใช้เทคโนโลยี Block chain ที่ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับโลก ที่จำเป็นต้องปรับตัวให้สอดรับกับความต้องการของตลาดโลก และผู้ประกอบการจะต้องปรับตัวให้ทัน นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงพลอยสวยน้ำงาม และมีคุณภาพสูงที่ได้รับรางวัลจากการประกวด “GIT’s Enchanting Ruby & Sapphire Award” ภายในงานด้วย


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นักท่องเที่ยวและนักแสวงบุญขึ้นนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ ไม่คึกคักเท่าที่ควร ครึ่งวันมียอดเพียง 550 คน

นักท่องเที่ยวและนักแสวงบุญขึ้นนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ หรือ พระบาทพลวงไม่คึกคักเท่าที่ควร ครึ่งวันมียอดเพียง 550 คน

บรรยากาศการขึ้นนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ หรือ พระบาทพลวง วันแรก 2 ก.พ.65 เปิดให้นักแสวงบุญเดินทางมาบางตา โดยนักท่องเที่ยว และผู้แสวงบุญจะต้องจองคิวผ่านแอปพลิเคชัน QueQ แและต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม มีเอกสารแสดงผลการตรวจเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จากสถานพยาบาลของรัฐหรือเอกชนที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง ด้วยวิธี RT-PCR หรือ Rapid Antigen Test (ATK) ไม่เกิน 72 ชั่วโมงหลังการตรวแสดงผลทดสอบว่า “ไม่พบเชื้อ” (Not Detected) ส่วนกรณีผู้ที่เคยป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ได้รับการรักษาหายแล้ว ต้องมีเอกสารรับรองผลการตรวจรักษาว่าหายป่วยมาแล้วไม่เกิน 90 วัน เมื่อมาถึงคิวรถของวัดกระทิง หรือวัดพลวงจะต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีน เอกสารการตรวจเชื้อไวรัสฯ ตรวจวัดอุณหภูมิ ติดสติ๊กเกอร์ และเช็คอินผ่านเว็ปไซต์ “ไทยชนะ” เพื่อผ่านเข้าพื้นที่ และเมื่อมาถึงคิวรถจะต้องแสดงหลักฐานการจองคิวรถ ต่อเจ้าหน้าที่ (คิวรถวัดพลวงหรือคิวรถวัดกะทิง) และชำระค่าบริการรถยนต์คนละ 200 บาท ชำระค่าบริการผ่านเข้าอุทยานแห่งชาตินไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ส่วนชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 เด็ก 50 บาท

ซึ่งจากการสังเกตพบว่าตั้งแต่เที่ยงคืนที่ผ่านมามียอดผู้แสวงบุญผ่านจุดคัดกรองก่อนขึ้นนมัสการเพียง 550 คน จากที่กำหนดไว้รอบละ 4,000 คน จากการพูดคุยกับนักแสวงบุญที่เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ตนเองมานมัสการรอยพระบาทพลวงที่จันทบุรีเกือบทุกปี จนมาถูกปิดเมื่อปีที่แล้วเพราะสถานการณ์โควิด19 ก็ไม่ได้เดินทางมา จนมาปีนี้ได้เปิดให้ขึ้นนมัสการฯลฯนับว่าเป็นเรื่องดี เพราะจะได้มาขอพรปีใหม่ การจองคิวผ่านระบบง่ายไม่ยุ่งยาก มาถึงก็แสดงเอกสารการจองก่อนซื้อบัตร โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเข้าไปโหลดแอปQueQ และทำการจองวัน เวลา คิวรถที่จะขึ้น ไม่ยุ่งยากอะไร อยากจะเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาทำบุญกันเยอะๆ คนไทยชอบทำบุญ


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

คืบหน้า ! รวบหนุ่มตัดผมสกินเฮด ย่องเบาเข้าหน้าต่างหวังลักทรัพย์ ตกใจเสียงเด็กร้อง หนีกระเจิง

นครนายก – คืบหน้ารวบหนุ่มตัดผมสกินเฮด ย่องเบาเข้าหน้าต่างหวังลักทรัพย์ ตกใจเสียงเด็กร้องหนีกระเจิง

เมื่อเวลา 12.00 น. ของวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเมืองนครนายก ได้จับกุมตัวนายชัชวาล คลองบ่อ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/5001 หมู่ที่ 13 ตำบลพรหมณี อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก มีตำหนิแผลเป็นบริเวณศรีษะ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับตัวนายชัชวาล คลองบ่อ ได้ที่หมู่บ้านปาลิกา ใกล้แยกบายพาส จึงได้นำตัวมาสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก

โดยนายชัชวาล คลองบ่อ ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนชุดจับกุมว่าใน วันที่ 31 มกราคม 2565 ได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งอาที่บ้านวังยายฉิม ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนยก หลังจากนั้นได้ขับรถจักรยานยนต์มาตามถนนผ่านแยกบายพาสศรีนาวาเพื่อจะไปหาเพื่อนและได้จอดรถจักรยานยนต์ไว้ข้างคันนาใกล้บ้านหมู่ที่ 4 ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียว และได้เดินลัดคันนาเข้าไปงัดหน้าต่างบ้าน แล้วปีนเข้าไปในบ้านซึ่งเป็นห้องนอนเนื่องจากมันมืดตนจึงใช้มือคลำดูจนไปถูกตัวเด็กน้อยที่มีอายุ 2 ขวบตื่นร้องไห้เสียงดัง ตนจึงตกใจรีบหนีออกทางหน้าต่าง และเมื่อผุ้สื่อข่าวสอบถามว่าเข้าไปบ้านคนอื่นทำไม่ทางด้านนายชัชวาล อ้างว่าเมา เข้าบ้านผิดหลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวส่ง ร.ต.ท.กษิดิ์พิชญ์ สุภาสูรย์ ร้อยเวร เจ้าของคดี โดยตั้งข้อหาบุกรุกเคหะสถานยามวิกาล และนำตัวดำเนินคดีต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ข่าวจังหวัดนครนายก

ตำรวจภูธรอำเภอลับแล ร่วมกับเทศบาลศรีพนมมาศ ปรับปรุงสีทางม้าลาย ให้มีความชัดเจน เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และสังคมที่ดีกว่า

ตำรวจภูธรอำเภอลับแล ร่วมกับเทศบาลศรีพนมมาศ ปรับปรุงสีทางม้าลาย ให้มีความชัดเจน เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และสังคมที่ดีกว่า

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565 ที่หน้าบริเวณโรงเรียนศรีพนมมาศ อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ พ.ต.อ..สุเอก ฉินธนทรัพย์ ผกก.สภ.ลับแล พร้อมด้วย พ.ต.ท.คมสัน โขนงนุช รอง ผกก.สภ. ลับแล, ร.ต.อ.วิชัย อินทร์มณี รอง สว.จร. สภ.ลับแล และเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลศรีพนมมาส ร่วมทาสีทางม้าลายให้มีความชัดเจน เพื่อความปลอดภัยของประชาชน โดยการนำร่องบริเวณหน้าโรงเรียนและจะขยายคลอบคลุมในจุดสำคัญต่างๆ

พ.ต.อ..สุเอก ฉินธนทรัพย์ ผกก.สภ.ลับแล ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะที่รับผิดชอบโดยตรงด้านงานจราจรและกองช่างเทศบาลศรีพนมมาศให้ดำเนินการปรับปรุงทางม้าลายบริเวณจุดเสี่ยงในเขตเทศบาล เช่นหน้าโรงเรียน ตลาด และจุดสำคัญต่างๆเพื่อปรับปรุงให้ชัดเจนและให้ปฎิบัติตามกฏจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน และลดอุบัติเหตุบนท้องถนน


นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

ปิดโครงการ รบพิเศษรวมใจก้าวไกล 1 ล้านกิโลเมตร

ลพบุรี – ปิดโครงการ รบพิเศษรวมใจก้าวไกล 1 ล้านกิโลเมตร

วันที่ 2 ก.พ. 2565 ที่ สนามหน้ากองบัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช อ.เมือง จ.ลพบุรี พลโท ณัฐวุฒิ นาคะนคร ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เป็นประธาน นำเพื่อนทหารนักรบพิเศษ จากหน่วยขึ้นตรงในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ร่วมวิ่ง ปิดโครงการ “รบพิเศษรวมใจก้าวไกลหนึ่งล้านโล ครั้งที่ 1” หรือ Special Forces Virtual Run Challenge 1,000,000 KM. โดยใช้ระทางในการวิ่งครั้งสุดท้าย รวม 5 กิโลเมตร ผ่านเส้นทางต่างๆ ภายในค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จังหวัดลพบุรี
สำหรับ โครงการ “รบพิเศษรวมใจก้าวไกลหนึ่งล้านโล ครั้งที่ 1” ท่านผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ได้ริเริ่มขึ้น เพื่อมุ่งเน้นส่งเสริมให้กำลังพลของหน่วยรบพิเศษทั่วประเทศ ได้มีใจรักในการออกกำลังกาย อีกทั้งเป็นการเสริมสร้างให้กำลังพลของหน่วย มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และจิตใจที่เข้มแข็งพร้อมรับภารกิจต่างๆ ตามนโยบายของกองทัพบก

ซึ่งรูปแบบของกิจกรรม เป็นการวิ่งสะสมระยะทางของกำลังพลทุกนาย อย่างน้อยคนละ 200 กิโลเมตร ภายในกรอบระยะเวลา 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2564 – 31 ม.ค. 2565 เพื่อสะสมผลรวมให้ได้ครบระยะทาง 1,000,000 กิโลเมตร ซึ่งตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าภาคภูมิใจอย่างหนึ่งใน หน่วยรบพิเศษ เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก คือการที่กำลังพลในสังกัดหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทุกคน ได้ออกมาแสดงพลังในตัวเองด้วยการวิ่ง และเดิน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายระยะทางส่วนรวม 1 ล้านกิโลเมตร เป้าหมายส่วนบุคคลคนละ 200 กิโลเมตร ซึ่งขณะนี้ ระยะเวลาของโครงการได้สิ้นสุดลงแล้ว ด้วยพลังแห่งความสามัคคี ทำให้ผลการวิ่งทะลุเป้าหมายส่วนรวมไปถึง เกือบ 1,700,000 กิโลเมตร และสามารถบรรลุเป้าหมายส่วนบุคคลถึงกว่า 5,000 นาย นับเป็นผลงานที่น่าภาคภูมิใจและแสดงให้เห็นถึงสมรรถนะ และแรงผลักดันที่มีในตัวกำลังพลทุกนาย ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้สามารถ ฝ่าฟันอุปสรรคและสร้างหน่วยรบพิเศษสู่ความเป็นมืออาชีพได้สำเร็จ

ทั้งนี้ พลโท ณัฐวุฒิ นาคะนคร ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ได้กล่าวแสดงความขอบคุณกำลังพลทุกนาย และขอให้กำลังพลทุกคน นำพลังและแรงผลักดันที่เกิดจากการเข้าร่วมโครงการ “รบพิเศษรวมใจก้าวไกลหนึ่งล้านโล” ในครั้งนี้ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง และต่อการปฏิบัติภารกิจของหน่วยในอนาคต ซึ่งผลของการดำเนินโครงการ ถือได้ว่าเป็นไปตามเป้าหมาย และเกินขึ้นด้วยความเต็มใจของกำลังพลทุกคน ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ยังกล่าวอีกด้วยว่า จริงๆแล้ว ความสำเร็จของโครงการนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะทาง ที่ถูกกำหนดไว้เป็นเป้าหมาย แต่ความสำเร็จเกิดขึ้นจากการที่กำลังพลทุกคนมีทัศนคติที่ดี ต่อการออกกำลังกาย กำลังพลเกิดสมรรถภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้น ซึ่งถือเป็นผลสำเร็จที่จะติดตัวกับทุกคนอย่างยาวนาน ซึ่งท่านหวังว่า….ความสำเร็จในครั้งนี้ จะเป็นพื้นฐานให้กับกำลังพลของ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เป็นหน่วยรบพิเศษที่มีความสง่างาม และเป็นนักรบพิเศษมืออาชีพได้อย่างแท้จริง


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

มุกดาหาร ชายวัยกลางคนลงน้ำหาหอย กลายเป็นศพ

มุกดาหาร – ชายวัยกลางคนลงหนองน้ำ เพื่อหาหอยกลายเป็นศพ ญาติคาดว่าเป็นตะคริว และผู้ตายมีโรคประจำตัว จึงทำให้เสียชีวิต

เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 65 ร.ต.ท.พีระวัฒน์ ศรีคะเณน์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่า มีผู้เสียชีวิตที่บริเวณ หนองน้ำห้วยทราย ต.โพนทราย อ.มุกดาหาร จ.มุกดาหาร จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยมูลนิธิร่วมใจมุกดาหาร แพทย์โรงพยาบาลมุกดาหาร ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตชื่อนาย วิรัตน์ โทนแก้ว อายุ 56 ปี ที่อยู่ 86 หมู่ 3 ต.โพน ทราย อ.เมือง จ.มุกดาหาร จมน้ำเสียชีวิตอยู่บริเวณหนองน้ำ ห้วยทราย ไม่พบร่องรอยบาดแผลหรือร่องรอยการต่อสู้ จึงได้ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ร่วมกับแพทย์โรงพยาบาลมุกดาหาร ชันสูตรพลิกศพไว้เบื้องต้น

จากการสอบถาม ญาติผู้เสียชีวิต ทราบว่าเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2564 เวลาประมาณ 15.00 น. ผู้ตายได้ออกมาหาหอยบริเวณหนองน้ำดังกล่าว จนกระทั่ง เวลา 17.00 น. ผู้ตายไม่ได้กลับบ้าน ญาติจึงออกตามหาเเต่ไม่พบ จึงได้เเจ้งหน่วยกู้ชีพค้นหาแต่ไม่พบแต่อย่างใด ต่อมาเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565 เวลาประมาณ 07.00 น. นายสง่า ทองอ่อน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 บ้านโพนทราย ได้พบนายวิรัตน์ โทนแก้ว สภาพเป็นศพจมน้ำอยู่ในหนองน้ำบริเวณดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ได้สอบถามญาติ และญาติไม่ติดใจการเสียชีวิต จึงได้มอบศพให้ไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป….


อนุศักดิ์ – เสาวภา แสนวิเศษ // มุกดาหาร 081-5449094

รวบชายโรคจิต แอบถ่ายหนุ่มไรเดอร์ขณะปลดทุกข์ คาห้องน้ำห้างย่านเเคราย

นนทบุรี – รวบชายโรคจิตแอบถ่ายหนุ่มไรเดอร์ขณะปลดทุกข์คาห้องน้ำห้างย่านเเคราย

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 ก.พ.65 ร.ต.ท.ธนพล สำรวม รอง สว.ป.สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ดต.เตชสิทธิ์ มากฆ้อง, ส.ต.ต.ธนาวุฒิ แสงอรุณ ตำรวจสายตรวจ กำลังออกตรวจพื้นอยู่ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือภายในห้างโลตัส แคราย ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี

ที่เกิดเหตุหน้าห้องน้ำชาย พบนายสแตมป์ อายุ 23 ปี พนักงานส่งสินค้าไลน์แมน ควบคุมตัวนายศราวุธ ศรีราชา อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่ผู้ช่วยเหลือผู้สูงอายุ แอบถ่ายนายสแตมป์ ขณะกำลังเข้าห้องน้ำปลดทุกข์อยู่ ก่อนตำรวจควบคุมตัวมาโรงพัก

นายสแตมป์ กล่าวว่า ขณะที่ตนกำลังนั่งปลดทุกข์อยู่ในห้องน้ำ หางตาได้เหลือบขึ้นไปมองขอบห้องน้ำที่ห้องข้างๆ สังเกตเห็นคนยื่นโทรศัพท์มาถ่าย ตนจึงรีบใส่กางเกงเพื่อรอจับผิด ปรากฎว่าคนที่อยู่ห้องข้างๆ ได้เอาโทรศัพท์ยื่นมาถ่ายอีกครั้ง ตนจึงพยายามสังเกตรองเท้า พอมีคนเดินออกมาตนจึงรีบออกมาล็อคตัว และขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ทางด้านนายศราวุธ ยอมรับสารภาพว่าได้แอบถ่ายผู้เสียหายจริง ต้องการถ่ายเก็บเอาไว้ดูเอง ไม่ได้เอาไปเผยแพร่แต่อย่างใดและยินยอมให้ลบคลิปที่แอบถ่ายไว้ ที่ผ่านมา เคยถูกจับในคดีลักษณะดังกล่าวเมื่อปี 56 พื้นที่ สน.ทุ่งสองห้อง และถูกปรับ ทั้งนี้อยากจะขอโทษผู้เสียหายที่ทำอย่างนั้นลงไป และรับปากว่าจะไม่ก่อเหตุแบบนี้อีก

เบื้องต้นตำรวจได้ตรวจสอบภาพในโทรศัพท์มือถือนายศราวุธ พบภาพแอบถ่ายผู้ชายจำนวนหลายรูป โดยนายศราวุธ อ้างว่าแคปภาพมาจากทวิตเตอร์ จากนั้นนำตัวส่ง พ.ต.ท.วิทยา เซ็นบัว สว.(สอบสวน) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยแจ้งข้อกล่าวหา ก่อความเดือดร้อนรำคาญ เปรียบเทียบปรับ เป็นจำนวนเงิน 500 บาท


สาโรจน์ สว่างศรี / นนทบุรี

วัดหนองทอง จัดพิธีเปิดเนตรหลวงพ่อทันใจ สุดไฮเทค ! ใช้ยิงเลเชอร์เปิดเนตรพระ

วัดหนองทอง – จัดพิธีเปิดเนตรหลวงพ่อทันใจ สุดไฮเทคใช้ยิงเลเชอร์เปิดเนตรพระ

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 1 ก.พ. พระครูปลัดธนะโรจน์ ปัญญาวชิโร (พระอาจารย์หมู) เจ้าอาวาสวัดหนองทอง หมู่11 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.สุโขทัย ได้ทำพิธีเปิดเนตรหลวงพ่อทันใจหน้าตัก 50 นิ้ว จำนวน 17 องค์ ที่ได้จัดสร้างขึ้นไว้บริเวณด้านหน้าถ้ำเศรษฐี โดยมีพระราชวิมลเมธี เจ้าคณะจังหวัดสุโขทัย เจ้าอาวาสวัดหนองโว้ง พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ท่ามกลางพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมพิธีแน่นขนัด ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเข้มงวด จุดธูป เทียน บูชาพระรัตนตรัย

จากนั้นนายสุชาติ ทีคะสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ประธานฝ่ายฆารวาสเป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาเครื่องบายศรี ด้านหน้าหลวงพ่อทันใจหน้าตัก 50 นิ้ว จำนวน 17 องค์ จากนั้นพระสงฆ์ได้สวดมงคลคาถา โดยพระเกจิชื่อดังของจังหวัดสุโขทัย อาทิเช่น หลวงพ่อจง เจ้าอาวาสวัดสังฆาราม อ.บ้านด่านลานหอย, หลวงพ่อราม วัดวังเงิน อ.คีรีมาศ, หลวงพ่อสุดา วัดบ้านนา อ.เมืองสุโขทัย, พระครูพิศาลสิริวัฒน์(หลวงน้าเสน่ห์) เจ้าอาวาสวัดสว่างอารมณ์วรวิหาร พระอารามหลวง เจ้าคณะตำบลเมืองสวรรคโลก, พระอาจารย์ภูไทย วัดเขาแก้วชัยมงคล อ.ทุ่งเสลี่ยม เป็นต้น ร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิตและสวดเจริญพระพุทธมนต์ ด้านหน้าหลวงพ่อทันใจ

ทางพระครูปลัดธนะโรจน์ ปัญญาวชิโร (พระอาจารย์หมู)ได้ถวายเลเชอร์ แก่พระเกจิที่นั่งปรกอธิษฐานจิต ด้านหน้าหลวงพ่อทันใจทั้ง 17 องค์ เพื่อให้พระเกจิ ได้ยิงแสงเลเซอร์ ไปยังหลวงพ่อทันใจขณะทำพิธีเปิดเนตร เพื่อเป็นการเปิดเนตรแทนการใช้มือสัมผัสเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้เข้าร่วมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ขณะสวดเจริญพระพุทธมนต์


พงศ์เทพ สาคร สุโขทัย

เริ่มแล้ว เทศกาลแห่งความศรัทธา ประเพณีขึ้นเขาวงพระจันทร์

จังหวัดลพบุรี – เริ่มแล้วเทศกาลแห่ง ความศรัทธา ประเพณีขึ้นเขาวงพระจันทร์

เริ่มแล้ว สำหรับประเพณีการขึ้นเขาวงพระจันทร์ นมัสการรอยพระพุทธบาท สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พิชิตเขาวงพระจันทร์ 3,790 ขั้น ประจำปี 2565 ซึ่งมีตำนานกล่าวว่า “เขาวงพระจันทร์” นับว่าเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดลพบุรี โดยมีทางบันไดขึ้นสู่ยอดเขารวม 3,790 ขั้น มีความเชื่อว่าหากใครได้มากราบนมัสการรอยพระพุทธบาท ที่ประดิษฐานอยู่บนยอดเขา จะประสบความสุข สมหวังทุกประการ

สำหรับในปีนี้ เนื่องจากสถานการณ์การแพรระบาดของโรคติดเชื้อโควิด 19 ทางวัดเขาวงพระจันทร์ จึงงดจัดงานที่มีการรื่นเริง หรือ มโหรสพต่างๆ ออกไป แต่ยังมีการเปิดไฟอำนวยความสะดวกให้ผู้แสวงบุญ เดินขึ้นบันได 3,790 ขั้น เพื่อขึ้นนมัสการรอยพระพุทธบาท บนยอดเขาวงพระจันทร์” ประจำปี 2565 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งตรงกับ วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 3 ถึง วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 รวม 15 วัน 15 คืน

ทั้งนี้ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ และเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่าได้มากราบสักการะหลวงพ่อพุทธโชค พระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ ศิลปะแบบเชียงแสน ยุคต้นที่ปะดิษฐ์ฐานอยู่ที่เชิงเขาวงพระจันทร์ ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดลพบุรี และใหญ่เป็นลำดับที่ 2 ของประเทศไทย รองจากพระพุทธมหานวมินทรศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ ตรงจุดนี้เราก็จะได้พักให้หายเหนื่อย และชมวิวสวยๆ อีกด้วย

เขาวงพระจันทร์ มีลักษณะทั่วไปของภูเขา เมื่อมองจากที่สูงจะมีรูปร่างเป็นวงคล้ายรูปพระจันทร์ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดลพบุรี มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 650 เมตร และเมื่อวัดระยะทางจากเชิงเขา ถึงยอดเขา โดยแนวบันไดจะมีความยาว ประมาณ 1,680 เมตร ด้านบนเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท และนับว่าเป็นภูเขาทีเป็นที่ตั้งของยอดเขาแห่งศรัทธา เป็นแหล่งท่องเที่ยวของนักแสวงบุญ ที่นับได้ว่าเป็นอันซีนไทยแลนด์ ซึ่งมีตำนานคู่เมืองลพบุรีมาช้านาน ด้วยมีรอยพระพุทธบาท ซึ่งประดิษฐานอยู่บนยอดสูงสุดของเขา ซึ่งพุทธศาสนิกชน จะต้องเดินขึ้นบันไดทั้งหมด 3,790 ขั้น เพื่อขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาท ตามคติของพุทธศาสนิกชน ซึ่งเชื่อกันว่าจะได้เข้าเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อันเป็นบุญสูงสุด และเป็นการเสริมสิริมงคลให้ตนเองและครอบครัว โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี ประชาชน โดยเฉพาะชาวไทยเชื้อสายจีนทั้งใกล้ และไกลจะหลั่งไหลกันมานมัสการรอยพระพุทธบาท และพระพุทธรูป บนยอดเขาแห่งนี้ อย่างเนืองแน่นเป็นประจำตลอดช่วงเทศกาล สิ่งก่อสร้างและรูปแบบของการแสดงความเคารพที่วัดแห่งนี้ จึงมีอิทธิพลจีนนิกายฝ่ายมหายานอยู่มาก และถือเป็นภูเขา หนึ่งใน 2 แห่งในทั่วประเทศ ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นได้ในเวลากลางคืนแบบตลอด 24 ชั่วโมง (เฉพาะในช่วงเทศกาล) เช่นเดียวกับ เขาคิชฌกูฏ ที่ จังหวัดจันทบุรี
ซึ่งในช่วงเทศกาล ตามเส้นทางเดินในช่วงค้ำคืน ทางวัดได้มีการประดับไฟ เพื่อความสว่างไสว สวยงาม และตามเส้นทางเดิน จะมีจุดแวะพักอยู่หลายที่ มีร้านค้า ซึ่งก็มีบริการขายเครื่องดื่ม ผ้าเย็น ยาดม เพื่อคลายร้อนและเพิ่มพลังในการจะเดินหน้าต่อไป

และเมื่อเดินทางขึ้นถึงยอดเขา จะมีจุดที่ให้ทุกคนแวะถ่ายรูปเช็คอิน กับป้ายข้อความขนาดใหญ่ ที่ระบุว่า…. . “ ในที่สุดเราก็พิชิตเขาวงพระจันทร์ 3,790 ขั้น” ไว้ไปอวดเพื่อนอีกด้วย ซึ่งนอกจากจะได้กราบนมัสการรอยพระพุทธบาท เป็นการเสริมสิริมงคลแก่ตนเองแล้ว ยังได้กราบนมัสการเทพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกหลายองค์ เช่น องค์เทพเจ้ากวนอู องค์พระโพธิสัตว์กวนอิม และหลวงพ่อโอภาสี รวมถึงยังได้ชมวิวอ่างเก็บน้ำรูปหัวใจสวยงาม ซึ่งอยู่เบื้องล่างอีกด้วย…

สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะขึ้นเขาวงพระจันทน์ ในปีนี้ ทางวัด…ขอความร่วมมือ ลดความเสี่ยง ด้วยการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล หรือกลุ่มคณะ อย่างน้อย 2 เมตร และอย่าลืม สวมหน้ากากอนามัย และพกเจลแอลกอฮอล์ ล้างมือของตนเองติดขึ้นไปด้วย เพื่อป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากโควิด 19 ตามมาตรการณ์ท่องเที่ยวปอดภัย ไร้โควิด 19 ตามที่ ศบค.กำหนด อีกด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090