เทศบาลเมืองยโสธร มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน

เทศบาลเมืองยโสธร มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน

นายณัฐพล นาคสุข นายกเทศมนตรีเมืองยโสธร พร้อมด้วย ดร.นุชิดา สุวแพทย์ รองนายกเทศมนตรีเมืองยโสธร, นายอดุลย์ วงษ์แหวน ประธานสภาเทศบาลเมืองยโสธร, นายเอกชัย โคตรพันธ์ รองประธานสภาเทศบาลเมืองยโสธร, นายสุราช จันทรุกขา ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองยโสธร, นายขนป ยาวะโนภาส เลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองยโสธร, นายธี รุตม์ บรรตานึก เลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองยโสธร พร้อมด้วยคณะสมาชิกสภาเทศบาลเมืองยโสธร และเจ้าหน้าที่จากงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองยโสธร ได้มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน (อัคคีภัย) แก่ ครอบครัวนางเพิ่มจิตร สุทธิเสน เป็นเงิน 87,100บาท, ครอบครัวนายสุนทร บุญปั้น เป็นเงิน 80,800 บาท ณ ชุมชนโนนตาล และ ครอบครัวนายสุธี เทพตีเหล็ก เป็นเงิน 55,200 บาท ณ ชุมชนสามัคคีวัดดอนพระเจ้า เขตเทศบาลเมืองยโสธร

โดย นายณัฐพล นาคสุข นายกเทศมนตรีเมืองยโสธร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ให้กำลังใจ แก่ครอบครัวผู้ประสบภัยทั้งสามครอบครัว และจะให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นในด้านอื่นๆ อีกต่อไป สร้างความปลาบปลื้มและกำลังใจแก่ผู้ประสบภัยอย่างมาก


รุ่งอรุณทรงกลด บุญปก
////รายงาน

ปวีณาลงพื้นที่ตามคดี จับคนร้ายอดีตสามีเก่า สาดน้ำกรดใส่แคดดี้สาว ด้วยอารมณ์ หึงหวง

พัทยา – ปวีณาลงพื้นที่ตามคดี จับคนร้ายอดีตสามีเก่า สาดน้ำกรดใส่แคดดี้สาว ด้วยอารมณ์ หึงหวง

จากกรณี เมื่อวันที่ 18 ม.ค.65 แคดดี้สาววัย 31 ปี เดินทางจาก จ.ชลบุรี เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ หลังถูก 2 คนร้าย ก่อเหตุสาดน้ำกรดใส่ทั่วใบหน้า และตามตัวจนได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนรักษาตัว รพ. 3 เดือน ซึ่งได้ขอให้มูลนิธิปวีณาฯ เร่งรัดในการจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดี เพราะเกรงว่าจะกลับมาทำร้ายตนเองอีกครั้ง ต่อมา นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ พร้อมเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมจังหวัดชลบุรี ได้พาตัว น.ส.เอ (นามสมมติ) ผู้เสียหาย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ดำรง เอี่ยมไพโรจน์ ผกก.สภ.หนองปรือ เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีดังกล่าว และชี้จุดเกิดเหตุพร้อมเปิดเผยพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.30 น. ของวันที่ 3 ก.พ.65 พ.ต.อ.ดำรง เอี่ยมไพโรจน์ ผกก.สภ.หนองปรือ ร่วมกับ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ประกอบด้วย นายณัฐพงษ์ พละเยี่ยม อายุ 38 ปี อดีตสามีของผู้เสียหาย และนายฐิติกร จันทร์ดี อายุ 19 ปี เพื่อนร่วมงานของนายนายณัฐพงษ์ ในข้อหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่น เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส

จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า ผู้ก่อเหตุ คือนายณัฐพงษ์ฯ อดีตสามี ได้ปลอมแปลงเฟซบุ๊คซึ่งได้จัดทำขึ้นมาโดยใช้รูปภาพโปรไฟล์ว่า “โบว์น้อย ตัวแสบ”ให้เหมือนกับเฟซบุ๊คเพื่อนสนิทของผู้เสียหาย และส่งข้อความสนทนาทางแชท ของเฟชบุ๊คดังกล่าวว่า จะหาเงินกู้รายเดือนให้ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและได้ให้สำเนาบัตรประชาชนของแฟนใหม่ พร้อมหมาย เลขโทรศัพท์ของผู้เสียหายไปให้ นายณัฐพงษ์ฯ

จากนั้น นายณัฐพงษ์ฯ ได้ใช้สำเนาบัตรประชาชนของแฟนใหม่ไปเปิดหมายเลขโทรศัพท์ แล้วใช้โทรหาผู้เสียหาย นัดออกมาบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อสาดน้ำกรด ทำให้เชื่อว่าแฟนใหม่ของผู้เสียหายเป็นคนทำ ซึ่งในวันเกิดเหตุ นายณัฐพงษ์ฯ เป็นผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ สีเทา ทะเบียน ตกด 4889 ชลบุรี คันที่ใช้ในการก่อเหตุ โดยมีนายฐิติกร จันทร์ดี ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานของ นายณัฐพงษ์ฯ เป็นผู้ขับขี่ ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 2 คนนั้น ใส่เสื้อคลุมแขนยาว สวมหมวกกันน็อคและใส่แมสปิดปังใบหน้า

หลังจากนายณัฐพงษ์ฯ ได้โทรศัพท์หลอกให้ผู้เสียหายมาพบที่จุดเกิดเหตุ เพื่อขอดูเอกสารการขอกู้เงิน เมื่อผู้เสียหายมาถึงก็ได้เดินลงมาจากรถยนต์เก๋งมาหา นายณัฐพงษ์ฯ และนายฐิติกรฯ ที่ได้ยืนคอยอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ จากนั้นผู้เสียหายได้ยื่นเอกสารที่ใช้สำหรับกู้เงินให้นายฐิติกรฯ ดู ต่อมานายณัฐพงษ์ ฯ ที่ได้ยืนอยู่ข้างๆ ก็ขอดูเอกสารดังกล่าว เมื่อดูเสร็จก็ได้ยื่นเอกสารคืนให้กับผู้เสียหาย แล้วได้ใช้น้ำกรดที่ได้เตรียมมาสาดใส่ใบหน้าของผู้เสียหาย ก่อนจะรีบขี่รถจักรยานยนต์ คันดังกล่าวหลบหนีไป

ต่อมาวันที่ 2 ก.พ.65 ศาลจังหวัดพัทยา ได้อนุมัติออกหมายจับ นายณัฐพงษ์ ฯ ตามหมายจับของศาลจังหวัดพัทยา ที่ 44/2565 ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หนองปรือ จึงสามารถจับกุม นายณัฐพงษ์ฯ ตามหมายจับได้ โดย นายณัฐพงษ์ฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และให้ การซัดทอดว่ามี นายฐิติกรฯ เป็นผู้ร่วมก่อเหตุด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หนองปรือ ได้เชิญตัว นายฐิติกรฯ ผู้ร่วมก่อเหตุมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และตรวจยึดรถจักรยานยนต์ คันที่ใช้เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุ อีกด้วย

ส่วนชนวนเหตุของการก่อเหตุนั้น เกิดจากที่ผู้เสียหายได้เลิกรากับ นายณัฐพงษ์ฯ ไปก่อนจะมีสามีใหม่ ซึ่งนายณัฐพงษ์ฯ ได้ตามง้อขอคืนดีมาโดยตลอด แต่ฝ่ายหญิงไม่ยินยอม และมีการข่มขู่อยู่เรื่อยมา จนกระทั่ง นายณัฐพงษ์ฯ ลงมือก่อเหตุสาดน้ำกรดดังกล่าว
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้ส่งตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ภาพ/ข่าว นิราช/นันฐพล/พิชญ์ฐญา ทิพย์ศรี จ.ชลบุรี
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ลุงขับแท็กซี่เครียดโรครุมเร้า เขียนจดหมายลาตาย ดิ่งเจ้าพระยา

นนทบุรี – ลุงขับแท็กซี่เครียดโรครุมเร้า เขียนจดหมายลาตาย ดิ่งเจ้าพระยา

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 3 ก.พ.65 ร.ต.ท.ปิยวัฒน์ นามมะ รอง สว.(สอบสวน)สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุมีชายกระโดดสะพานพระนั่งเกล้าใหม่ ฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าแยกแคราย หลังรับแจ้งรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุกลางสะพานช่องทางซ้ายสุด พบรถยนต์แท็กซี่โตโยต้า อัลติส สีชมพูขาว ทะเบียน ทส 1677 กรุงเทพมหานคร บริษัทสหกรณ์ราชพฤกษ์แท็กซี่ จำกัด ข้างรถติดราวสะพานพบรองเท้าแตะ 1 คู่ ส่วนคอลโซนหน้ารถมีบัตรประชาชน ใบอนุญาตขับขี่ ระบุชื่อนายอุดม พร้อมสุวรรณ์ อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 ซอยฉลองกรุง 53/1 แยก 11 แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร และยังพบจดหมายที่นายอุดม เขียนด้วยลายมือว่า โรคภัยมันหลายโรคเลยต้องหาทางออกด้วยการฆ่าตัวตาย มันจะได้ไม่เดือดร้อนใคร ถึงมูลนิธิถ้าเจอศพผมแล้วช่วยไปที่ร.พ.ศิริราช ด้วยเพราะผมได้บริจาคร่างกายไว้ที่ร.พ.ศิริราช ตามบัตรที่แนบมา ขอโทษญาติทุกคน ลาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บไว้เป็นหลักฐาน และนำรถแท็กซี่มาเก็บรักษาไว้ พร้อมประสานญาติเข้าให้ปากคำ

เบี้ยงต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า นายอุดม อาจจะเครียดเรื่องโรครุมเร้า จึงเขียนจดหมายลาตายและตัดสินใจขับรถมาจอดกลางสะพาน แล้วกระโดดลงแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อฆ่าตัวตาย


สาโรจน์ สว่างศรี / นนทบุรี

นายอำเภอลับแล ร่วมปฏิบัติภารกิจในการจัดทำแนวกันไฟ รวมถึงได้ร่วมปฏิบัติภารกิจในการดับไฟป่า

นายปรัชญา เสริฐลือชา นายอำเภอลับแล ได้ร่วมปฏิบัติภารกิจในการจัดทำแนวกันไฟรวมถึงได้ร่วมปฏิบัติภารกิจในการดับไฟป่า

วันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 10.00 น. นายปรัชญา เสริฐลือชา นายอำเภอลับแล ได้ร่วมปฏิบัติภารกิจในการจัดทำแนวกันไฟ รวมถึงได้ร่วมปฏิบัติภารกิจในการดับไฟป่า ร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนในพื้นที่อำเภอลับแล โดยมีผู้เข้าร่วมปฏิบัติภารกิจในการทำแนวกันไฟและดับไฟป่าในครั้งนี้ได้แก่ นายสุทัศน์ กาวิชัย หัวหน้าหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ตรอน, พร้อมผู้เข้าร่วมบูรณาการจากทุกภาคส่วน ประกอบด้วย ปลัดอําเภอฝ่ายความมั่นคง, กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลชัยจุมพล, กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลทุ่งยั้ง, ทหาร ป.21พัน.20, เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.ชัยจุมพล, และเทศบาลตำบลทุ่งยั้ง, เจ้าหน้าที่จากฐานปฏิบัติการป้องกันรักษาป่า ที่ 4 ห้วยไผ่, เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่า อต.2 นาลับแลง, เจ้าหน้าที่ปกครอง กำลังพล อส.อ.ลับแล ชรบ., ประชาชนจิตอาสา ร่วมในการปฏิบัติภารกิจดังกล่าว ณ บริเวณพื้นที่บนดอย บ้านชำป่าหวาย หมู่ที่ 6 ตำบลชัยจุมพล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์


นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

CEO สาวเจ้าของบริษัทโลจิสติกส์ แปลงกายเป็นธิดาพญานาค แก้บนพญาศรีสัตตนาคราช หลังพี่สาวหายป่วยโรคพุ่มพวง

CEO สาวเจ้าของบริษัทโลจิสติกส์ แปลงกายเป็นธิดาพญานาค แก้บนพญาศรีสัตตนาคราช หลังพี่สาวหายป่วยโรคพุ่มพวง

ณ ลานพญาศรีสัตตนาคา ริมแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม นางวนัสภรณ์ ชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท VR168 LOGISTICS (วี.อาร์.168 โลจิสติกส์) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 35/3 หมู่ 4 ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ได้จัดพิธีรำบวงสรวงองค์พญาศรีสัตตนาคราช เพื่อขอความเป็นสิริมงคลให้กับบริษัทและพนักงาน และแก้บนให้กับพี่สาวที่หายป่วยจากโรคภูมิแพ้ตัวเอง SLE หรือโรคพุ่มพวง โดยมีนายวัชรินทร์ เจียวิริยบุญญา ประธานที่ปรึกษาสภาอุสาหกรรมจังหวัดนครพนม นายพิเชฎฐ์ หลังทรัพย์ อดีตผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคนครพนม(สารพัดช่างเดิม) ปัจจุบันเป็นจิตอาสาอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวบริเวณลานพญานาค ตลอดจนพนักงานของบริษัทวีอาร์ 168 โลจิสติกส์ และประชาชน นักท่องเที่ยวเข้าร่วมในพิธีดังกล่าว

นางวนัสภรณ์ฯ เปิดเผยว่าพี่สาวป่วยด้วยโรคพุ่มพวงอยู่ที่กรุงเทพฯเป็นเวลานานหลายปี ตนต้องเดินทางขึ้นลง กทม.-นครพนม เพื่อไปดูแลพี่สาวเป็นประจำ ช่วงปลายปี 2564 แวะดูแผงลอตเตอรี่แถวลานพญานาคตั้งใจเสี่ยงโชคสักใบสองใบ แล้วก็ไปบูชาดอกไม้ ธูป เทียน เพื่อขอพรจากองค์พ่อปู่ทีแรกหวังให้มีโชคลาภเหมือนคนอื่นๆบ้าง แต่นึกขึ้นได้ว่าพี่สาวป่วยด้วยโรคพุ่มพวงที่ทรมานมาก จึงขอเปลี่ยนคำอธิษฐานให้พี่สาวหายป่วยดีกว่า เวลาผ่านไปประมาณ 3 เดือน พี่สาวก็มีอาการทุเลาลงอย่างเห็นได้ชัด ตัวเองจึงเชื่อว่านอกจากการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว สิ่งหนึ่งคือแรงอธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์คือพ่อปู่พญานาค จึงถือโอกาสในช่วงฉลองเทศกาลตรุษจีนทำพิธีรำบวงสรวงแก้บน โดยว่าจ้างนางรำจากโรงเรียนเชียงยืนวิทยา ต.เวินพระบาท ซึ่งเป็นลูกหลานคนจังหวัดนครพนม ให้มีรายได้จากการรำมาช่วยเหลือครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้ นางวนัสภรณ์ ชัย เป็น CEO บริษัท VR168 โลจิสติกส์ เป็นผู้นำด้านการส่งออกผลไม้ไทยไปประเทศเวียดนาม และทะลุไปถึงประเทศจีน ผลไม้ส่วนใหญ่ได้แก่ ทุเรียน ลำไย มังคุด ขนุน หมาก ผ่านถนนในประเทศลาวสาย R9 และ R12 โดยใช้เส้นทางข้ามสะพานมิตรภาพ 3 ด่านตรวจคนเข้าเมืองนครพนม เข้าสู่แขวงคำม่วน สปป.ลาว แล้วตรงไปเวียดนามปลายทางที่ประเทศจีน นอกจากจะประสบความสำเร็จในการส่งออกระหว่างประเทศแล้ว ยังเป็นเจ้าของผลิตภัณท์เสริมอาหาร น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น IRICHCOCO (ไอริชโคโค่) สำหรับคนรักสุขภาพอีกด้วย


เทพข่าวร้อน รายงาน

ผบ.ร.3 พัน.3 บูรณาการร่วมกันช่วยเหลือ ด.ช.อุเทนฯ ที่ป่วยด้วยโรคผนังหัวใจรั่ว ขาดการรักษามานานกว่า 4 ปี เนื่องจากครอบครัวยากจน

นครพนม – พ.ท.ศรณณัฐ นวลมณี ผบ.ร.3 พัน.3 บูรณาการร่วมกับ นางกาญจนา รุจนเสรี นายกเหล่ากชาด จ.นครพนม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้การช่วยเหลือ ด.ช.อุเทน น้อยสวน อายุ 11 ปี นักเรียนโรงเรียนหนองหญ้าไซ ที่ป่วยด้วยโรคผนังหัวใจรั่ว ขาดการรักษามานานกว่า 4 ปี เนื่องจากครอบครัวยากจน

ครอบครัวอยู่อาศัย 8 คน ซึ่งมียายป่วยพิการ และผู้ปกครองมีอาชีพเก็บของเก่าขายมีรายได้ไม่เพียงพอใช้จ่ายในครอบครัว หน่วยจึงได้ประสานหน่วยงานผ่าน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม จึงได้นำหน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษ จ.นครพนม, สาธารณสุขจังหวัดนครพนม และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องเข้าให้การช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนด้านการรักษา , ทุนการศึกษา , การซ่อมแซมบ้านหลังใหม่ให้กับครอบครัวซึ่งปัจจุบันอยู่ในสภาพทรุดโทมใกล้จะพัง และการช่วยเหลืออื่นๆที่สามารถให้การสนับสนุนได้ ซึ่งหน่วยได้ทราบข้อมมูลดังกล่าว จากการที่ ร.3 พัน.3 เข้ามอบ”ถุงยังชีพเพื่อการศึกษา” ให้กับโรงเรียนบ้านหนองหญ้าไซ ต.กุรุคุ อ.เมือง จ.นครพนม ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา


ภาพข่าว ร.3 พัน.3

เทพข่าวร้อน รายงาน

ส.ส.ภูดิท อภิปรายในสภาฯ เสนอกระทรวงคมนาคมสร้างจุดกลับรถใต้สะพาน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน

พิจิตร – ส.ส.ภูดิท อภิปรายในสภาฯ เสนอกระทรวงคมนาคมสร้างจุดกลับรถใต้สะพาน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน

จากการที่ผู้นำและชาวบ้านในตำบลเขาทรายและตำบลท้ายทุ่ง อำเภอทับคล้อ นำโดยนายอภิสิทธิ์ สิทธิราช ผู้ใหญ่บ้านหนองจอก ม.11 ต.ท้ายทุ่ง อ.ทับคล้อ ได้ทำหนังสือร้องทุกข์ถึง ส.ส.ภูดิท อินสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิจิตร เขต 2 “จากการที่มีการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 11 สาย อ.อินทร์บุรี -สากเหล็ก ตอนไดดาล -เขาทรายตอน เฉพาะจุดกลับรถที่7 กม.130+000 ต.เขาทราย อ.ทับคล้อ เป็นจุดที่อันตรายเนื่องจากเป็นจุดที่รถลงเนินเขาปอทำให้มีความเร็วสูงเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และอยู่ห่างจากจุดกลับรถเดิมที่ประชาชนใช้อยู่เป็นประจำถึง 1.5 กิโลเมตร ทำให้ประชาชนที่เคยสัญจรไปมา เช่น หมู่ 4 หมู่ 7 ตำบลเขาทราย, และหมู่6 หมู่7 หมู่8 หมู่9 หมู่10 หมู่11 หมู่12 หมู่13 หมู่14 หมู่15 หมู่16 หมู่17 หมู่18 และหมู่ที่19 ตำบลท้ายทุ่ง อำเภอทับคล้อ รวมแล้วมากกว่า 1,000 ครอบครัวต่างได้ได้รับความเดือดร้อนต้องเดินทางไกลอ้อมถึง 3 กิโลเมตร ทำให้ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เป็นการสร้างภาระให้กับประชาชน และจุดกลับรถใหม่ที่จะสร้างนั้นก็เป็นอันตราย “โดยมีนายวิศิษฐ์ เบญจพิทักษ์กุล นายอำเภอทับคล้อ, พ.ต.อ.สุเมธ สุนะ ผกก.สภ. ทับคล้อ, นายสมมาส ช่างสากล นายช่างโครงการฯ ร่วมรับหนังสือร้องทุกข์

ทางด้าน ส.ส.ภูดิท อินสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร จังหวัดพิจิตร เขต 2 หลังจากได้รับหนังสือจากผู้นำและชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากการสร้างจุดกลับรถจากโครงการนี้ ได้นำเรื่องนี้เข้าหารือกับประธานสภาผู้แทนราษฎร ในการประชุมสภาฯเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565 “ ขอให้กระทรวงคมนาคมแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านโดยเสนอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมตั้งงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อสร้างจุดกลับรถบริเวณใต้สะพาน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดกลับรถเดิม จะทำให้ลดอุบัติเหตุและชาวบ้านได้เดินทางเข้าออกได้อย่างสะดวกและปลอดภัย”


ยุทธ ศรีทองสุข/มนสิชา คล้ายแก้ว ภาพข่าว

‘รองนายกฯ ดอน ปรมัตถ์วินัย’ มอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ในงานวันนักประดิษฐ์ 2564–2565

รองนายกฯ ดอน ปรมัตถ์วินัย’ มอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ในงานวันนักประดิษฐ์ 2564–2565

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565 : นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ เป็นประธานมอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2564–2565 ในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564–2565 (Thailand Inventors’Day 2021- 2022) จัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา ร่วมกับ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวง (อว.) พร้อมด้วยผู้บริหาร ให้เกียรติเข้าร่วมในพิธี

พิธีมอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ เป็นภารกิจสำคัญประการหนึ่งของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ พ.ศ.2517 เป็นรางวัลที่มีความเก่าแก่และเป็นที่ยอมรับมาอย่างยาวนาน โดยรางวัลการวิจัยแห่งชาติ แบ่งเป็น 4 ประเภทรางวัล ได้แก่ รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย รางวัลวิทยานิพนธ์ และรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น เพื่อเชิดชูเกียรตินักวิจัยไทยที่มีผลงานโดดเด่น สร้างคุณูปการให้กับวงการวิชาการและประเทศชาติ เป็นต้นแบบและสร้างแรงจูงใจให้นักประดิษฐ์และนักวิจัยรุ่นใหม่ในการพัฒนานวัตกรรมทางความคิด และภูมิปัญญาที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ รวมทั้ง สร้างความก้าวหน้าในศาสตร์แขนงต่างๆ

สำหรับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2564 มีจำนวน 152 รางวัล ประกอบด้วย

  • รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ จำนวน 7 รางวัล
  • รางวัลผลงานวิจัย จำนวน 42 รางวัลรางวัลวิทยานิพนธ์ 47 รางวัล
  • รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น จำนวน 56 รางวัล,
  • รางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2565 จำนวน 157 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ จำนวน 10 รางวัล, รางวัลผลงานวิจัย จำนวน 49 รางวัล, รางวัลวิทยานิพนธ์ จำนวน 43 รางวัล และรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น จำนวน 55 รางวัล

รวมรางวัลในปีนี้ ทั้งหมด 309 รางวัล ใน 12 สาขาวิชา ได้แก่ 1) สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์, 2) สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์, 3) สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช, 4) สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา, 5) สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย, 6) สาขาปรัชญา, 7) สาขานิติศาสตร์, 8) สาขารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์, 9) สาขาเศรษฐศาสตร์, 10) สาขาสังคมวิทยา, 11) สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ และ 12) สาขาการศึกษา

รางวัลนักวิจัยดีเด่น ประจำปี 2564 จำนวน 7 ท่าน ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์วิปร วิประกษิต (สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์), ศาสตราจารย์ ดร.วันชัย มาลีวงษ์ (สาขาวิทยา ศาสตร์การแพทย์), ศาสตราจารย์ ดร.เกศรา ณ บางช้าง (สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช), รองศาสตราจารย์ ดร.รังสรรค์ พาลพ่าย (สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา), ศาสตราจารย์ดร.สุชาติ เซี่ยงฉิน (สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย), ศาสตราจารย์ ดร.วัชระ งามจิตรเจริญ (สาขาปรัชญา) และ รองศาสตราจารย์ ดร.อภิวัฒน์ รัตนวราหะ (สาขาปรัชญา)

รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2565 จำนวน 10 ท่าน ได้แก่ ดร.อดิสร เตือนตรานนท์ (สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์), รศ.ดร.วธนน์ วิริยสิทธาวัฒน์ (สาขาเทคโนโล ยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์), รองศาสตราจารย์ไตรรัตน์ จารุทัศน์ (สาขาปรัชญา), ศาสตราจารย์ ณรงค์ ใจหาญ (สาขานิติศาสตร์), ศาสตราจารย์ ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ (สาขานิติศาสตร์), ศาสตราจารย์ ดร.รุธิร์ พนมยงค์ (สาขาเศรษฐศาสตร์), ศาสตราจารย์ ดร.อรัญ อินเจริญศักดิ์ (สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา), ศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.รุ่งทิพย์ ชวนชื่น (สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา), ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ (สาขาการศึกษา) และศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เดวิด จอห์น รูฟโฟโล (สาขาวิทยาศาสตร์ กายภาพและคณิตศาสตร์) ทั้งนี้ รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ (วช.) จะดำเนินการขอพระราชทานพระราชวโรกาส เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อรับพระราชทานรางวัลต่อไป

รางวัลผลงานวิจัย ระดับดีเด่น ประจำปี 2564 ได้แก่ ผลงานโรคไวรัสจากการค้นพบสู่องค์ความรู้เพื่อการป้องกันและควบคุมโรคอย่างยั่งยืน รางวัลวิทยานิพนธ์ ระดับดีเด่น ได้แก่ การใช้เนื้อเยื่อกระเพาะอาหารเพื่อสร้างเซลล์ผลิตอินซูลินสาหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน, และผลงานความสัมพันธ์ระหว่างโรคทางพันธุกรรมกับโครงสร้างและปฏิสัมพันธ์ของโปรตีน และรางวัลผลงานสิ่งประดิษฐ์คิดค้น ระดับดีเด่น ได้แก่ ผลงานนวัตกรรมการเรียนรู้ Drone Swarm Software: การพัฒนาระบบซอฟต์แวร์โดรนแปรอักษร

รางวัลผลงานวิจัย ระดับดีเด่น ประจำปี 2565 ได้แก่ ผลงาน Microbial source tracking: เทคโนโลยีเพื่อการติดตามแหล่งปนเปื้อนจากน้ำเสีย สู่การบริหารจัดการแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน รางวัลวิทยานิพนธ์ ระดับดีเด่น ได้แก่ ผลงานผลของการออกกำลังกายตามความต้องการและการปรับการทำงานของระบบโมโนเอมีนในการป้องกันระบบประสาทของหนูเพศผู้ที่ถูกกระตุ้นให้เกิดความเครียด และผลงานมหาปราติหารยสูตรในคัมภีร์ต้นฉบับจากกิลกิต : ฉบับชำระเชิงวิพากษ์ การแปลและการวิเคราะห์ตัวบท และรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดีมาก ได้แก่ ผลงานหอมข้าว : อุปกรณ์ตรวจสอบความหอมในข้าวหอมมะลิแบบพกพาด้วยเทคนิคปัญญาประดิษฐ์


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สืบสวน ภาค 2 บูรณาการ ภ.จ.ชลบุรี จับกุมชิงทรัพย์โรงรับจำนำช่วงตรุษจีน

สืบสวน ภาค 2 บูรณาการ ภ.จ.ชลบุรี จับกุมชิงทรัพย์โรงรับจำนำช่วงตรุษจีน

เมื่อวันที่ 1 ก.พ.65 เวลาประมาณ 15.15 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส..ภ.2 ภายใต้อำนวยการ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.อิทธิพร, พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์, พล.ต.ต.ชัยต์พจน์ สูวรรณรักษ์ รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2, พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ กิจจาหาญ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี, พ.ต.อ.กฤตยา เลาประสพวัฒนา, พ.ต.อ.สหัส ใจเย็น, พ.ต.อ. วราวุธ เจริญชนม์ รอง ผบก.สส.ภ.2 โดยมี พ.ต.อ.มาโนต หวังสู้ศึก ผกก.สืบสวน 1 บก.สส. ภ.2, พ.ต.ท.ประจักษ์พงษ์ สุริยา, พ.ต.ท.นรามินธร์ เทพจักรินทร์ รอง ผกก.ฯ, พ.ต.ต.เอกกร วรรณทอง, พ.ต.ต.อสวรรธน์ ศิระเวรินทร์, พ.ต.ต.คณิตนนท์ ถนอมศรี สว.ฯ, ร.ต.อ.สุธีร์ ณ พัทลุง, ด.ต.เกษมศักดิ์ จันทะสอน, ด.ต.วิเชียร ช่วยชู, ด.ต.อาจหาญ ไข่คำ, ด.ต.ฐีรวิทย์ จันทร์โท, ส.ต.อ.จักราวุฒิ บุบผามาเต กับพวก พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศักดิ์ชาย สุวรรณนุกูล ผกก.สภ.ศรีราชา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จ.ชลบุรี และ สภ.ศรีราชา

ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายพงษ์พันธ์หรือเปิ้ล ทิพยวัฒน์ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 277 ม.5 ต.หนองปลิง อ.นิคมน้ำอูน จ.สกลนคร ได้พร้อมของกลาง สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท จำนวน 1 เส้น (ได้จากการชิงทรัพย์), อาวุธมีดปลายแหลม 1 เล่ม (ใช้ข่มขู่พนักงาน), ค้อน 1 อัน (ใช้ทุบตู้กระจก), ชุดที่ใส่ก่อเหตุ (เสื้อ กางเกง รองเท้า หมอกกันน็อค) และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน 2กภ 4961 ชลบุรี (ใช้ก่อเหตุ/หลบหนี) โดยกล่าวหาว่า “ชิงทรัพย์โดยมีอาวุธและโดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิดและพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” สามารถจับกุมตัวได้ที่ ห้องเช่าเลขที่ 224/22 ม.6 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 31 ม.ค.65 เวลาประมาณ 15.35 น. ได้มีคนร้ายเป็นชาย 1 คน สวมหมวกกันน็อคสีฟ้าปิดบังใบหน้า ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาจอดริมถนนหน้าโรงรับจำนำแม่วรรณีสาขา 4 เลขที่ 253 ม.5 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี แล้ว เดินเข้าไปในโรงรับจำนำ ใช้อาวุธมีด ข่มขู่ น.ส.ประภัสสร จำปาศรี อายุ 27 ปี และ นางกลิ่นล้ำ ยอดขุนทด อายุ 30 ปี ผู้ดูแลร้านทั้งสองคน จนต้องหลบหนีเข้าไปด้านหลังร้าน หลังจากนั้นคนร้ายได้ใช้ค้อนทุบตู้กระจกที่เก็บทอง และนำสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท จำนวน 3 เส้น และหนัก 2 บาท จำนวน 2 เส้น รวม 5 เส้น น้ำหนักรวม 13 บาท (มูลค่าประมาณ 320,000 บาท) ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.2 ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 ได้ร่วมกับ สภ.ศรีราชา และ ภ.จ.ชลบุรี สืบสวนหาตัวคนร้าย โดยได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเส้นทางของคนร้ายทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุอย่างละเอียด พบว่าทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุคนร้ายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีเข้าไปภายในซอย ศรีราชา-หนองค้อ 93/2 ม.6 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงได้ทำการตรวจสอบภายในซอยดังกล่าว พบ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน 2กภ 4961 ชลบุรี ซึ่งตรงกับรถที่ก่อเหตุ จอดอยู่หน้าห้องเช่าเลขที่ดังกล่าว พบร่องรอยการถอดแผ่นป้ายทะเบียน จึงได้แสดงตัวขอทำการตรวจค้นพบ นายพงษ์พันธ์ หรือเปิ้ล ทิพยวัฒน์ ผู้ครอบครองห้องดังกล่าว จากการสอบถามนายพงษ์พันธ์ฯ ให้การวกวนและมีพิรุธ ต่อมาได้ให้การรับสารภาพว่าตนเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ดังกล่าวจริง และได้นำพาเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดของกลางที่ใช้กระทำความผิดทั้งหมด นำส่ง สภ.ศรีราชา ดำเนินคดี

จากการสอบถาม นายพงษ์พันธ์ฯ ยอมรับว่าหลังก่อเหตุ ได้นำทองบางส่วนไปขายที่ร้านทองแห่งหนึ่งแถวๆ ต.หนองขาม อ.ศรีราชา ได้เงินมา จำนวน 53,000 บาท และใช้จ่ายจนหมด เหลือทองหนัก 2 บาท เพียง 1 เส้น ที่ตรวจยึดได้ ส่วนมูลเหตุแห่งการก่อเหตุครั้งนี้ เนื่องจากติดหนี้เพื่อนประมาณ 8,000 – 9,000 บาท


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เสมา 3 ปลื้ม ! ครู กศน.หัวใจดิจิทัล Up Skill สู่ New Skill รับมือการจัดการเรียนรู้ยุคใหม่

เสมา 3 ปลื้มครู กศน.หัวใจดิจิทัล Up Skill สู่ New Skill รับมือการจัดการเรียนรู้ยุคใหม่

เมื่อวันที่(2 ก.พ.65) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัด สำนักงาน กศน.ในการอบรมหลักสูตรการพัฒนาครู ด้านการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ รุ่นที่ 4 โดยมี ผศ.ราเชนทร์ เหมือนชอบ อธิการดีมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม, นายภูมิพัทธ เรืองแหล่ รองเลขาธิการ กศน., ผศ.เกียรติพงษ์ ยอดเยี่ยมแกร รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร, ผศ.อำนาจ สวัสดิ์นะที คณบดีคณะวิทยาศาสตร์, นางเอื้อมพร สุเมธาวัฒนะ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา, ข้าราชการ, เจ้าหน้าที่, ผู้เข้าร่วมอบรม ให้การต้อนรับ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม กรุงเทพฯ

นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศธ.กล่าวว่า “ จากวิกฤติสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด -19 ที่เกิดขึ้น ผนวกกับสังคมที่เปลี่ยนแปลงและเทคโนโลยีที่พัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ทำให้ความต้องการเรียนรู้และรูปแบบการเรียนรู้ของผู้คนเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน การพัฒนาของเทคโนโลยีดิจิทัลได้นำไปสู่เรียนรู้ที่นอกจากจะตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้คนในสังคมปัจจุบันแล้ว ยังรวมไปถึงการปรับการเรียนรู้ทางการศึกษาด้วยเทคโนโลยีออนไลน์ ทำให้พวกเราในฐานะของนักการศึกษา ต้องพัฒนาและปรับเปลี่ยนการเรียนรู้ของกลุ่มเป้าหมายให้สามารถ “เรียนรู้ได้ตลอดชีวิต ทุกที่ และทุกเวลา” (Lifelong Learning Anywhere and Anytime)

สำหรับการพัฒนาและอบรมหลักสูตรด้านการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ ทั้ง 4 รุ่น ของสำนักงาน กศน. ในวันนี้ จึงเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่ได้มอบหมายให้สำนักงาน กศน.เดินหน้าส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ : Good Activities พัฒนากระบวนการเรียนรู้ให้มีความทันสมัย เอื้อต่อการเรียนรู้สำหรับทุกช่วงวัย สนองตอบความต้องการของผู้เรียนและผู้รับบริการในยุคดิจิทัล ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและรูปแบบการจัดการศึกษาออนไลน์ในอนาคต คู่ขนานไปกับการพัฒนาครู กศน.และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมการศึกษาและเรียนรู้ : Good Teacher ให้เป็นผู้เชื่อมโยงความรู้กับผู้เรียนผู้รับบริการ มีความเป็น “ครูมืออาชีพ” ยกระดับพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ มีทักษะตามมาตรฐานและทักษะที่จำเป็นในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ พัฒนาไปสู่การจัดการเรียนรู้แบบ active learning รวมถึงรูปแบบต่างๆ เพิ่มขึ้นให้สามารถตอบสนองความต้องการทางการศึกษาของผู้คนในยุคสมัยนี้ได้อย่างมีคุณภาพสู่ กศน.WOW อย่างแท้จริง ”

โดยเฉพาะการขับเคลื่อนภารกิจของสำนักงาน กศน.เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญต่อการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต เรื่องเทคนิค กลยุทธ์ และการสร้างแรงจูงใจให้แก่ผู้เรียนจึงเป็นเรื่องสำคัญ เราจะต้องดูให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมว่าอินเทรนด์อะไร เพราะการพัฒนาครูนั้น นอกจากจะมุ่งยกระดับพัฒนาครู เพื่อให้ครูเรามีความเชี่ยวชาญ มีทักษะ และมีสมรรถนะ ผ่านการอบรมเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Re skill Up skill แล้ว เราต้องพร้อมกับการก้าวสู่การประยุกต์ใช้ให้เป็น New skill สามารถนำไปขยายผลและต่อยอดในการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในครั้งนี้เราได้รับความร่วมมือ เพื่อส่งเสริมศักยภาพในด้านการจัดการเรียนรู้ กับ มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม ซึ่งเป็นสถาบันหนึ่งที่มีความเชี่ยวชาญและความพร้อมในด้านนี้ อันจะเป็นกลไกสำคัญร่วมกันในการพัฒนางาน พัฒนาคนให้ไปสู่การเรียนรู้ในยุคดิจิทัล สำหรับการขับเคลื่อนและผลักดันนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ที่นำโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เราได้นำมาบูรณาการร่วมกับข้อมูลที่เป็นเสียงสะท้อนจากประชาชน ในการลงพื้นที่ และเสียงสะท้อนด้านการศึกษาที่ผ่านมาทางนายกรัฐมนตรี โดยนำมาวางแผนสู่การปฏิบัติเพื่อตอบสนองปัญหาของประชาชนได้อย่างมีคุณภาพต่อไป ”

ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม คณะวิทยากร เลขาธิการ กศน.และคณะผู้จัดที่มีแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ในการจัดและพัฒนาหลักสูตรนี้ขึ้น เพื่อส่งเสริม พัฒนา และร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ใหม่ ๆ รวมถึงประสบการณ์ตรงในการอบรมนี้ ที่สำคัญขอชื่นชมและขอบคุณคุณครูและบุคลากรทางการศึกษา ของเราทุกคนที่ตระหนักและให้ความสำคัญต่อการจัดการเรียนรู้เพื่อนักศึกษาและประชาชนของเรา ขอเป็นกำลังใจให้ผู้เข้ารับการอบรมทุกท่าน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากการอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ไปขยายผลและต่อยอดในการจัดการเรียนรู้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป ”

ผศ.ราเชนทร์ เหมือนชอบ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม เป็นสถาบันอุดมศึกษาหนึ่งในกลุ่มพัฒนาชุนชนท้องถิ่นหรือชุมชน ตามนโยบายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมียุทธศาสตร์และเป้าหมายที่สำคัญในการพัฒนาด้านเศษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ด้านการศึกษา” โดยบูรณาการความร่วมมือภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการดำเนินกิจกรรม/โครงการพัฒนาให้บรรลุตามเป้าหมาย และขอขอบคุณสำนักงาน กศน.ที่เปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัย ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาการจัดการศึกษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล สร้างสรรค์สังคมแห่งการเรียนรู้ อุดมปัญญา และพัฒนาครูให้มีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน”