วิ่งราวโทรศัพท์มือถือแม่ค้าหมู่ปิ้ง พลเมืองดีและตำรวจ ไล่ติดตามรวบตัวได้ทันควัน

วิ่งราวโทรศัพท์มือถือแม่ค้าหมู่ปิ้ง พลเมืองดีและตำรวจ ไล่ติดตามรวบตัวได้ทันควัน

เมื่อวันที่ 4 ก.พ.65 เวลา 21.00 น. ขณะที่ น.ส.สุปิน เพ่งพิศ อายุ 64 ปี แม่ค้าหมูปิ้ง อยู่ริมถนนสุขุมวิท หน้าร้านสะดวกซื้อ สาขาบ้านเตาถ่าน หมู่ 8 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้ถูกคนร้ายทราบชื่อต่อมา นายภควัต แดนนารัตน์ อายุ 21 ปี อยู่ บ้านเลขที่ 41/5 หมู 5 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ ได้ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ วีโว้ สีม่วง – ดำ โดยขี่รถ จยย. วนไปมา 3-4 รอบ เมื่อสบโอกาสและปลอดคน จึงได้จอดรถแล้วออกอุบายทำทีเข้ามาซื้อหมูปิ้ง โดยอ้างกับแม่ค้าว่าลืมโทรศัพท์มือถือมา และขอยืมโทรศัพท์ของแม่ค้าโทรหาแม่บอกว่าจะซื้อหมูปิ้งไปฝากแม่ แม่ค้าหมูปิ้งหลงเชื่อจึงได้หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วขอเบอร์เพื่อจะโทรบอกให้ ในขณะที่ น.ส.สุปิน แม่ค้าหมูปิ้งเผลอนาย ภควัต ได้กระชากเอาโทรศัพท์มือถือของ น.ส.สุปิน แม่ค้าหมูปิ้งใส่กระเป๋าสะพายข้างสีดำแล้ววิ่งไปขี่รถ จยย.เพื่อหลบหนี

น.ส.สุปิน ตกใจมากจึงร้องขอความช่วยเหลือ พลเมืองดีอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ จึงวิ่งไล่ติดตามพร้อมแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในบริเวณดังกล่าว นำรถสายตรวจออกสกัดจับสุดท้าย นาย ภควัต หนีไม่รอดจนมุมถูกจับกุมตัวได้ บนถนนหน้าตลาดบ้านเตาถ่าน
จากการตรวจสอบ พบของกลางเป็นโทรศัพท์มือของผู้เสียหายอยู่ในกระเป๋าสะพายสีดำ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งให้ พ.ต.ท.สำราญ สุขโต สารวัตรเวรสอบสวน สภ.สัตหีบ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบถาม นายภควัต ผู้ก่อเหตุบอกว่า อยากได้โทรศัพท์มือถือไปขาย เพื่อนำเงินไปรักษาแม่ที่ป่วยหลายโรคนอนรออยู่ที่บ้าน แต่ทาง ตร.และชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ไม่ใจปักเชื่อคำพูดของ นาย ภควัต ที่กล่าวอ้าง เพราะนาย ภควัต มีเงินซื้อของกินราคาแพงจำนวนมากใส่ไว้ที่หน้ารถ จยย. และยังใช้โทรศัพท์มือถือไอโฟน ซึ่งมีราคาแพงนับหมื่นบาท จึงน่าจะเป็นการพูดแก้ตัวให้ดูน่าสงสารมากกว่า และต่อมาได้สอบถามข้อมูลจากคนสนิทของนาย ภควัต ผู้ต้องหาทราบว่านาย ภควัต เป็นหนี้ค่าสักลายตามร่างกายที่ร้านรับสักลาย และถูกเจ้าของร้านตามทวงหนี้อยู่ จึงน่าจะเป็นชนวนของการก่อเหตุ ในครั้งนี้


ภาพ/ข่าว นิราช/นันฐพล/พิชญ์ฐญา ทิพย์ศรี จ.ชลบุรี
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

โรงเรียนสังกัดเทศบาลเมืองยโสธร รับรางวัลยอดเยี่ยม

โรงเรียนสังกัดเทศบาลเมืองยโสธร รับรางวัลยอดเยี่ยม

ตามที่สถาบันทดสอบของการศึกษาระดับชาติ (องค์การมหาชน) ได้ดำเนินการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประจำปีการศึกษา 2563 เพื่อทดสอบความรู้รวบยอดของนักเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 และการนำผลการทดสอบไปใช้ในการปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนของสถานศึกษาต่อไปนั้น เทศบาลเมืองยโสธร โดยกองการศึกษา และ นายณัฐพล นาคสุข นายกเทศมนตรีเมืองยโสธร ขอแจ้งว่า

เทศบาลเมืองยโสธร ได้รับรางวัล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาดีเด่น ประจำปีการศึกษา 2563 ประเภท พัฒนาผลคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) สูงสุด ร่วมกับองค์กรปกครองท้องถิ่นทั่วประเทศอีก 65 แห่ง
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาดีเด่น ประจำปีการศึกษา 2563 ประเภท ผลคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) สูงสุด ในด้านผลคะแนนรวมทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ร่วมกับองค์กรปกครองท้องถิ่นทั่วประเทศอีก 44 แห่ง

โรงเรียนเทศบาล 1 สุขวิทยากรตั้งตรงจิตร 15 ได้รับรางวัล สถานศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาดีเด่น ประจำปีการศึกษา 2563 ประเภท ผลคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) สูงสุด ระดับโรงเรียนขนาดใหญ่ เป็นลำดับที่ 3 ประเภทผลคะแนนรวมทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้สูงสุด ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (ผลคะแนนรวมทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้สูงสุด เป็นลำดับที่ 3 ประเภทผลคะแนนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์สูงสุด ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

โรงเรียนเทศบาล 2 สามัคคีวัฒนา ได้รับรางวัล สถานศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาดีเด่น ประจำปีการศึกษา 2563 ประเภท พัฒนาผลคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ระดับโรงเรียนขนาดใหญ่ เป็นลำดับที่ 2 ประเภทพัฒนาคะแนนรวมทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้สูงสุด ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 (ผลคะแนนรวมทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้สูงสุด) เป็นลำดับที่ 3 ประเภทพัฒนาคะแนนรวมกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นลำดับที่ 2 ประเภทพัฒนาคะแนนรวมกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นลำดับที่ 3 ประเภทพัฒนาคะแนนรวมกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สถานศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาดีเด่น ประจำปีการศึกษา 2563 ประเภท ผลคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) สูงสุด ระดับโรงเรียนขนาดใหญ่ เป็นลำดับที่ 2 ประเภทผลคะแนนรวมทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้สูงสุด ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 (ผลคะแนนรวมทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้สูงสุด) เป็นลำดับที่ 2 ประเภทผลคะแนนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยสูงสุด ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นลำดับที่ 1 ประเภทผลคะแนนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สูงสุด ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ด้าน นักเรียนที่มีผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2563 ได้ 100 คะแนนเต็ม

  • เด็กชายธรรม์นริศ วรฉัตร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนเทศบาล 2 สามัคคีวัฒนา
  • เด็กชายชัยวัฒน์ วิรุฬบุตร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนเทศบาล 2 สามัคคีวัฒนา
  • เด็กหญิงฐิติวรดา ภักดียุทธ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) โรงเรียนเทศบาล 2 สามัคคีวัฒนา
  • เด็กหญิงชลิดา สุรางค์กุล ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนเทศบาล 2 สามัคคีวัฒนา
  • เด็กชายชัยธรณ์ ปานมา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) โรงเรียนเทศบาล 1 สุขวิทยากรตั้งตรงจิตร 15

นายณัฐพล นาคสุข นายกเทศมนตรีเมืองยโสธร กล่าวว่า เทศบาลเมืองยโสธร ขอแสดงความยินดีกับลูกหลานคนเก่งของพวกเรา รวมถึงโรงเรียนเทศบาล 1 สุขวิทยากรตั้งตรงจิตร 15 และโรงเรียนเทศบาล 2 สามัคคีวัฒนา ที่ได้รับการประกาศเกียรติคุณในด้านความเยี่ยมยอดทางวิชาการอย่างมากมาย

“เทศบาลเมืองยโสธรและสถานศึกษาในสังกัดจะร่วมกันพัฒนาการศึกษาให้เป็นเลิศยิ่งๆขึ้นไป เพื่อลูกหลาน ของพวกเราทุกคน” นายกแบงค์-ณัฐพล กล่าว


รุ่งอรุณทรงกลด บุญปก /ประยง​ อินอ่อน ///รายงาน

คณะทำงาน ‘ดร.สัณหพจน์ สุขศรีเมือง’ ส.ส.เขต 2 จ.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ ต.ขนาบนาก อ.ปากพนัง พบปะพูดคุยกับ ผู้ประกอบอาชีพตามวิถีชีวิตชุมชน จากภูมิปัญญาท้องถิ่น

“น้ำตาลจาก” ขนาบนาก ภูมิปัญญาท้องถิ่น เลี้ยงชีวิต “คนลุ่มน้ำปากพนัง”

คณะทำงาน ดร.สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.เขต 2 จ.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ ต.ขนาบนาก อ.ปากพนัง พบปะพูดคุยกับ “ปรีชา แก้วกาญจน์” ผู้ประกอบอาชีพตามวิถีชีวิตชุมชน จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งมีประสบการณ์กว่า 30 ปี พร้อมกับได้สาธิตการทำ “น้ำตาลจาก” ตั้งแต่การปาดงวง การเก็บ จนถึงการเคี่ยวเพื่อให้ได้น้ำตาล โดยมีเคล็ดลับการใช้ “ไม้เคี่ยม” ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อทำให้รสชาติไม่เปรี้ยวและหวานกลมกล่อม

“น้ำตาลจาก” ส่วนใหญ่ ใช้ในการทำขนมลา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ของดีเมืองปากพนัง ทำสุราพื้นบ้าน และทำขนมกะละแม รวมทั้งใช้ในการประกอบอาหาร โดยมีตลาดรับซื้อในพื้นที่ชุมชน และจังหวัดใกล้เคียง น้ำตาลจาก 1 ปี๊บ 25 กก.จะต้องใช้น้ำหวานจากต้นจากประมาณ 7 ปี๊บ หรือ 140 ลิตร ซึ่งแต่ละฤดู ต้นจากจะให้น้ำตาลไม่เท่ากันมากบ้างน้อยบ้าง รายได้ต่อวันจากการผลิตน้ำตาลจากได้วันละ 1 ปี๊บ จะตกอยู่ที่ประมาณวันละ 900-1,000 บ.

“คนทำน้ำตาลจาก” ถือเป็นอาชีพที่สืบทอดส่งต่อกันมารุ่นต่อรุ่น เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เลี้ยงชีวิตคนลุ่มน้ำปากพนัง ผ่าน “ต้นจาก” ต้นไม้ที่มีอายุกว่า 100 ปี ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่ไม่มีวันตาย สร้างรายได้ให้คนลุ่มน้ำปากพนัง ไม่แพ้พืชเศรษฐกิจอย่าง ปาล์มน้ำมัน และยางพารา เพียงแต่ต้องอาศัยใจรัก ขยัน และความเอาใจใส่ นอกจากนี้พื้นที่ต.ขนาบนาก ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนลุ่มน้ำปากพนัง ที่อาศัยและพึ่งพาผลผลิตจากธรรมชาติอย่างต้นจากอีกด้วย

พี่น้องประชาชนที่สนใจ ศึกษาเรียนรู้ หรืออุดหนุนผลิตภัณฑ์จากต้นจาก ทั้งน้ำตาลจาก น้ำส้มจาก ใบจากมวนยา สามารถโทรติดต่อและสั่งจองล่วงหน้าได้ที่โทร.0884463559

น้ำตาลจาก #ภูมิปัญญาท้องถิ่น #ของดีปากพนัง #สัณหพจน์สุขศรีเมือง #คนลุ่มน้ำปากพนัง #ชัยชวนคิด #จะตอบแทนด้วยผลงาน


‘สืบสวนบางรัก’ รวบรปภ.รูดทรัพย์สาวสองชาวลาว กลางโรงแรมหรู ย่านสีลม

สืบสวนบางรัก รวบรปภ.รูดทรัพย์สาวสองชาวลาว กลางโรงแรมหรู ย่านสีลม

เจ้าหน้าที่ฝ่าย สืบสวน สน.บางรัก ตามรวบ รปภ.รูดทรัพย์สาวสองชาวลาว กลางโรงแรมหรู ย่านสีลม กวาดกระเป๋า-น้ำหอมแบรนด์เนม-ไอโฟน-แอปเปิ้ลวอช มูลค่ากว่าสี่แสนบาท ตำรวจแกะรอยวงจรปิด ตามโครงการ ผบ.ตร. จนมุมคาบ้านพัก สารภาพเหยื่อชวนหลับนอน สบโอกาสเผลอหลับ กวาดทรัพย์ขายเที่ยวหรู พบประวัติเคยก่อเหตุแบบเดียวกัน เมื่อปี 60

พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา ผกก.สน.บางรัก พร้อมด้วยพ.ต.ท.สาธิต สอนชา รอง ผกก.สน. บางรัก, พ.ต.ท.อนุพงษ์ อรุณคีรีโรจน์ , พ.ต.ต.สมบัติ ญาติตะคุ สว.สส.สน.บางรัก, ร.ต.อ.ปิยะวุฒิ พลสงคราม, และ ร.ต.อ.วรพัฒน์ เจริญมาก รอง สว.สส.สน.บางรัก ร่วมกันนำกำลังจับกุมตัว นายสมศรี ขาวกระจ่าง อายุ 53 ปี ผู้ต้องหารูดทรัพย์สาวสองชาวลาวกลางโรงแรมหรู ได้ที่ห้องเช่าไม่มีเลขที่ริมคลองทับช้างบน ใกล้กับมัสยิดกามาลุ้ลอีมาน แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร

พร้อมของกลาง เสื้อยืดคอกลมยี่ห้อ LOUIS VUITTON สีดำ มีลายด้านหน้าและด้านหลัง จำนวน 1 ตัว, เสื้อยืดคอกลมยี่ห้อ DUCATI CORSE สีแดง จำนวน 1 ตัว, หมวกแก็ปยี่ห้อ BMW สีเทา จำนวน 1 ใบ, หมวกแก็ปยี่ห้อ DUCATI สีแดง จำนวน 1 ใบ, กระเป๋า คาดอกยี่ห้อ GUCCI สีดำ-น้ำตาล จำนวน 1 ใบ, น้ำหอมยี่ห้อ Mukhallat Amira จำนวน 1 ขวด, หูฟัง AIRPOD MAX สีชมพู จำนวน 1 อัน, หูฟังยี่ห้อ SAMSUNG สีขาว จำนวน 1 คู่, รองเท้าผ้าใบยี่ห้อ PUMA รุ่น BMW สีขาว จำนวน 1 คู่, โทรศัพท์ยี่ห้อ APPLE รุ่น XR สีขาวจำนวน 1 เครื่อง, โทรศัพท์ยี่ห้อ APPLE รุ่น 11 PROMAX สีทองจำนวน 1 เครื่อง, โทรศัพท์ยี่ห้อ APPLE รุ่น 12 MINI สีแดงจำนวน 1 เครื่อง โทรศัพท์ยี่ห้อ APPLE รุ่น 13 สีดำจำนวน 1 เครื่อง, นาฬิกายี่ห้อ APPLE WATCH series 3 สีดำ จำนวน 1 เรือน, กระเป๋าเป้ยี่ห้อ PUMA สีดำเหลือง จำนวน 1 ใบ, กระเป๋าถือยี่ห้อ MONT BLANG สีดำ จำนวน 1 ใบ, กระเป๋าถือยี่ห้อ VERSACE สีดำ จำนวน 1 ใบ, สร้อยคอทองคำ 8K น้ำหนัก 1 สลึง จำนวน 1 เส้น, สร้อยคอเงินชุบทองพร้อมจี้ จำนวน 2 เส้น, น้ำหอมยี่ห้อ VERSACE จำนวน 1 ขวด, น้ำหอม ยี่ห้อ Wisai Dhahab จำนวน 1 ขวด และเสื้อแขนยาวสีฟ้า จำนวน 1 ตัว ที่ผู้ต้องหาสวมใส่ขณะก่อเหตุรวมทรัพย์สินทั้งหมด มูลค่ารวม ประมาณ 400,000 บาท

ผลการจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2565 เวลาประมาณ 08.25 น. สาวประเภทสองสัญชาติลาว เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สน.บางรัก โดยแจ้งความร้องทุกข์ว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา หลังจากนั่งดื่มกินที่ร้านอาหาร ซอยสีลม 4 ได้ชักชวนนายสมศรีฯ มาที่ห้องพักที่โรงแรมหรู ในซอยสีลม 6 ต่อมาเวลาประมาณ 08.00 น. เมื่อตื่นขึ้นมาปรากฏว่าทรัพย์สินได้หายไปหลายรายการ

จากนั้นตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.บางรัก ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุพบคนร้ายเป็นชาย จำนวน 1 คน รูปร่างสันทัด ผมสั้นเกรียน สวมหมวกสีดำ เสื้อคลุมสีฟ้า เสื้อแขนสั้นสีดำ กางเกงขายาวสีดำ รองเท้าผ้าใบสีขาว เดินออกจากห้องพักของผู้เสียหาย ที่เกิดเหตุ

ต่อมาตำรวจชุดสืบสวนฯ ได้แกะรอย ติดตามด้วยกล้องโครงการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามนโยบาย ของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จนทราบว่าคนร้ายรายนี้ หลบหนีไปอยู่ที่ห้องเช่าไม่มีเลขที่ริมคลองทับช้างบน ใกล้กับมัสยิดกามาลุ้ลอีมาน แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ จึงได้ติดตามไปจับกุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้พร้อมของกลาง ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวน สน.บางรัก เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย

สอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุลักทรัพย์ ของผู้เสียหายไปจริง โดยผู้ต้องหามีอาชีพ เป็น รปภ.ของบริษัท แห่งหนึ่ง ย่านประเวศ ก่อนเกิดเหตุได้เดินทางไปเที่ยวในย่านสีลม จนกระทั่งพบสาวประเภทสองรายนี้ มาชักชวนไปร่วมหลับนอน เมื่อผู้เสียหายเผลอ จึงลงมือก่อเหตุ เนื่องจากเหยื่อใช้ของแบรนด์เนมหรูหรา มีมูลค่า ก่อนนำทรัพย์ที่ได้ไปขาย และนำเงินมาใช้เที่ยวเตร่ ตามสถานบันเทิงหรูหรา อย่างฟุ่มเฟือย กระทั่งมาถูกจับกุม

ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบประวัติผู้ต้องหารายนี้ พบว่า เมื่อปี 2550 เคยก่อเหตุลักทรัพย์ในเวลากลางคืน พื้นที่ สน.อุดมสุข เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนหรือรับของโจร” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

นวัตกรรม “VirionQ PPE” กำจัดไวรัสใน 30 นาที หนึ่งในรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ปี 65

นวัตกรรม “VirionQ PPE” กำจัดไวรัสใน 30 นาที หนึ่งในรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ปี 65

ศ.ดร.สนอง เอกสิทธิ์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โชว์ผลงาน “VirionQ PPE ชุดป้องกันทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพกำจัดไวรัส” รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดี ปี 2565 สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์ จัดแสดงในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564-2565 เผยช่วยกำจัดเชื้อไวรัสบนพื้นผิวชุด PPE ได้ภายใน 30 นาที ให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้ดูแลผู้ป่วยได้อย่างมั่นใจ พร้อมต่อยอดสู่ภาคธุรกิจ

ศ.ดร.สนอง เอกสิทธิ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน บุคลากรทางการแพทย์มีความจำเป็นต้องใช้ชุดป้องกันส่วนบุคคล หรือ ชุด PPE เพื่อใช้ดูแลและคัดกรองผู้ป่วย โดยเฉพาะโรคโควิด-19 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ชุด PPE ที่ใช้อยู่ทั่วไป เป็นแบบใช้แล้วทิ้ง ไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีก รวมทั้งมีประสิทธิภาพในการป้องกันเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดหาชุดป้องกันอยู่ตลอด จึงได้คิดค้นและพัฒนาชุดป้องกันทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพกำจัดไวรัส VirionQ PPE ขึ้น และได้นำไปต่อยอดผลิตและจำหน่ายร่วมกับภาคเอกชน คือ บริษัท Thaimedlab เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางต่อไป

การพัฒนาชุด VirionQ PPE ฝีมือคนไทยนี้ มีการใช้วัสดุนาโน ที่ผลิตโดย Green Nanotechnology ที่มีคุณสมบัติในการกำจัดเชื้อไวรัส และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ ได้แก่ Cuprous Oxide Nanoparticles , Silver Nanoparticles และ Gold Nanoparticles พ่นเคลือบลงบนวัสดุพื้นผิวผ้าของชุด PPE ด้วยการใช้คลื่นอัลตราโซนิก พ่นละอองของเหลวที่มีขนาดเล็กถึง 5 ไมโครเมตร (Aerosal coating) ซึ่งของเหลวจะระเหยเป็นไอ ทำให้สารที่ออกฤทธิ์ ฆ่าเชื้อไวรัส กลายเป็นผลึกยึดเกาะบนผ้าได้เป็นระยะเวลานาน เมื่อเชื้อโรคสัมผัสบนผิวผ้าที่เคลือบด้วยวัสดุนาโน จะเกิดการปฏิกิริยาออกซิเดชัน ทำให้ผนังเซลล์ของเชื้อไวรัสแตกออก จึงสามารถกำจัดเชื้อไวรัสบนผิวผ้าได้ ภายในเวลา 30 นาที นอกจากนี้ ยังสามารถใช้งานร่วมกับ เครื่องพ่นละอองไอไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ VQ20 30-50 % ที่พัฒนาไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อทำการฆ่าเชื้อไวรัสบนชุด PPE ได้อีกทางหนึ่ง

ผู้สวมใส่ชุด VirionQ PPE สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสผ่านการสัมผัสชุด หรือการติดต่อผ่าน Contract transmission ได้ ลดความกังวลในการดูแลรักษาผู้ป่วย และช่วยลดอัตราการติดเชื้อของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างมาก อีกทั้ง ลดภาระการจัดหาชุด PPE แบบใช้แล้วทิ้งของบุคลากรทางการแพทย์ ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันให้กับชุด PPE ให้ดีขึ้นกว่าแบบเดิม นอกจากนี้ ยังช่วยยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตชุดป้องกันส่วนบุคคลในประเทศไทย ให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกอีกด้วย โดยผู้ที่สนใจสามารถร่วมชมผลงานชุด VirionQ PPE ฝีมือคนไทยได้แล้วภายในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564 -2565 ที่ Event Hall 102- 104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา จนถึงวันที่ 6 ก.พ.65 นี้


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สภ.เมืองขอนแก่น สนธิกำลัง กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น และกก.ปพ.ภ.4 บุกจับอดีตทหารพรานคลุ้มคลั่งควงปืนยิงขึ้นฟ้า

สภ.เมืองขอนแก่น สนธิกำลัง กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น และกก.ปพ.ภ.4 บุกจับอดีตทหารพรานคลุ้มคลั่งควงปืนยิงขึ้นฟ้า!!

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น, พ.ต.อ.ไพโรจน์ ไทยพุทรา รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น, พ.ต.อ. ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น,
พ.ต.อ.ณัฐฏ์ โหม่งพุฒ ผกก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น, พ.ต.อ.สุริยะ เลิศภูมิปัญญา ผกก.ปพ.บก. สส.ภ. 4, พ.ต.ท.พีระฉัตร สาขา รองผกก.ป.สภ.เมืองขอนแก่น, พ.ต.ท.วิโรจน์ นาหนองขาม รอง ผกก. สส.สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมด้วย สวป., สว.สส. และเจ้าหน้าที่สายตรวจ, ชุดสืบ สวน, จราจร สภ.เมืองขอนแก่น สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น, กก.ปพ.ภ.4

ร่วมจับกุม นายภูรินทร์ พันนาม อายุ 38 ปี ที่อยู่ 88 หมู่ 11 ต.หนองเทพ อ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์ พร้อมด้วย ของกลางคือ อาวุธปืนพกสั้น ยี่ห้อ CZ 2075 RAMI ขนาด 9 มม.ทะเบียน กท 4812980 จำนวน 1 กระบอก, ซองกระสุน ขนาด 9 มม.จำนวน 1 ซอง, ปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 1 ปลอก, เสื้อเกราะกันกระสุนยี่ห้อ Bogie.1จำนวน 1 ตัว

โดยกล่าวหาว่า “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว, ยิงปืนโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร, และมีซึ่งยุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”

เหตุเกิดที่หน้าบ้านเลขที่ 93/75 ซอยน้ำทิพย์ 2 ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น
เมื่อวันที่ 4 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2565 เวลา 11.30 น. พฤติการณ์ในการจับกุม วันนี้ (4 ก.พ. 65) เวลาประมาณ 11.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุว่ามีเหตุยิงปืนที่บ้านเลขที่ 93/75 ซอยน้ำทิพย์ 2 ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น จำนวน 4 นัด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบ นายภูรินทร์ พันนาม ผู้ต้อง หา (ทราบชื่อนามสกุลจริงภายหลัง) ยืนอยู่ในรั้วภายในบริเวณบ้านซึ่งเป็นทาวน์เฮ้า เมื่อผู้ต้องหาเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ต้องหา ซึ่งมีท่าทางเครียดอยู่แล้วได้หลบหนีเข้าไปในบ้านพักปิดประตูแล้วขึ้นไปบนบ้านชั้นสอง พร้อมกับเปิดหน้าต่างตะโกนท้าทายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตลอดเวลา พร้อมกับนำอาวุธปืนของกลางออกมาถือไว้ในมือ และนำเสื้อเกราะกันกระสุนมาใส่และระหว่างนั้น ผู้ต้องหาได้ตะโกนท้าทายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมอยู่ตลอดเวลา และยิงปืนขึ้นฟ้าเป็นระยะๆจำนวน 3 นัด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เจรจากับผู้ต้องหาแต่ก็ไม่เป็นผล ระหว่างนั้นผู้ต้องหาได้นำถังแก๊สหุงต้มในบ้านออกมาที่ถนนหน้าบ้านพร้อมกับเปิดแก๊สเป็นระยะ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ไม่กล้าที่จะใช้กำลังเข้าจับกุม ซึ่งระหว่างนั้นผู้ต้องหาได้ถืออาวุธปืนไว้ในมือตลอดเวลาและผู้ต้องหาก็เดินเข้าออกบ้านพักหลายครั้ง

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้นำ น.ส.อวยพร จิรฐานิด ภรรยา ของผู้ต้องหามาช่วยเจรจา ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง จนผู้ต้องหายอมมอบตัวและวางอาวุธปืน จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางมาที่ สภ.เมืองขอนแก่น แต่เนื่องจากจากผู้ต้องหามีท่าทางคล้ายกับคนเมายาเสพติดแต่จากการสอบถามผู้ต้องหาแจ้งว่าไม่เคยเสพสารเสพติดมาก่อนแต่อย่างใด แต่ได้รับประทานยาบางชนิด จึงขอตรวจสารเสพติดในตัวอย่างน้ำปัสสาวะของผู้ต้องหา โดยผู้ต้องหายินยอม แต่ผลยังไม่ชัดเจน จึงได้ส่งตัวอย่างน้ำปัสสาวะไปตรวจเพื่อยืนยันผลที่โรงพยาบาลขอนแก่น ผลการตรวจมีผลเป็น ลบ และสอบถามผู้ต้องหาว่าเคยได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนมาก่อนหรือไม่ผู้ต้องรับว่าไม่เคยได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนมาก่อนแต่อย่างใด โดยอาวุธปืน, เครื่องกระสุนปืนพร้อมเสื้อเกราะกันกระสุนของกลางทั้งหมดผู้ต้องหาได้ซื้อมาจากเพื่อน(ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง)ระหว่างที่เป็นทหารพรานที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งสิทธิและข้อกล่าวหาให้ทราบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐาน“ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ,พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว,ยิงปืนโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรและมีซึ่งยุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ”ผู้ต้องหาทราบสิทธิและเข้าใจข้อกล่าวหาดังกล่าวดีแล้วได้ให้การ รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาทุกข้อหา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ดำเนินคดีตามกฎหมาย


ตำรวจ ปปป. ลุยจับบ่อนวิ่ง 2 บ่อน ได้นักพนันเกือบร้อย ราย

ตำรวจ ปปป. ลุยจับบ่อนวิ่ง 2 บ่อน ได้นักพนันเกือบร้อย ราย

วันที่ 4 ก.พ.65 เวลา 17.00 น. : พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. นำกำลังเข้าจับกุมบ่อนการพนัน จำนวน 2 จุด ภายหลังจากได้รับการร้องเรียนว่ามีผู้ลักลอบเปิดให้มีบ่อนการพนัน ข่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19

จุดแรก ตำรวจบก.ปปป.ร่วมกับสภ.บางเสาธง นำกำลังปิดล้อม บ้านเลขที่ 148 หมู่ 15 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ พบนักเล่นพนัน 43 คน เป็นผู้ชาย 17 คน ผู้หญิง 23 คน ผู้หญิงต่างด้าว 3 คน กำลังมั่วสุมเล่นการพนันไฮโล,ไฮโลออนไลน์ และตู้สล็อตออนไลน์ กันอย่างหน้าดำคร่ำเครียด เมื่อนักพนันทั้งหมดเห็นเจ้าหน้าที่บุกเข้ามาต่างพยายามวิ่งหลบหนี แต่ไม่สามารถหนีได้ เจ้าหน้าที่จึงได้สั่งให้ทุกคนนั่งอยู่กับที่ พร้อมตรวจยึดของกลาง เงินสดจำนวน 49,300 บาท, จานรองพร้อมฝาเปิด 1 ชุด, ลูกเต๋า จำนวน 3 ลูก, โต๊ะพร้อมแผ่นสำหรับแทงไฮโล 1 ตัว, ไม้เขี่ยเงิน จำนวน 9 ชิ้น, ป้ายกติกาการแทงพนันไฮโล จำนวน 3 แผ่น, บัญชีรายจ่ายประจำวัน 1 เล่ม, บัตรแทนเงินสดสำหรับค่ารถ จำนวน 145 ใบ, กริ่งสัญญาณกดหมดเวลา จำนวน 1 ชุด, เครื่องบันทึกภาพกล้องวงจรปิด cctv จำนวน 1 ชุด, โทรทัศน์ ยี่ห้อ ABL จำนวน 1 เครื่อง, กล่องสำหรับเก็บเงิน จำนวน 2 กล่อง และจอคอมพิวเตอร์แบบทัชสกรีนสำหรับเล่นการพนันออนไลน์

รายงานข่าวแจ้งว่า จากแนวทางการสืบสวนพบว่าบ่อนดังกล่าว ชื่อบ่อนนายหมี มีนายเดี่ยว หวังลอยกลาง อายุ 49 ปี รับเป็นผู้ดูแลบ่อน

ส่วนจุดที่ 2 ตำรวจ บก.ปปป. ร่วมกับสภ.คูคต นำกำลังเข้าปิดล้อม ตรวจค้นห้องแถวไม่มีเลขที่ ภายในตลาดนานาเจริญ ถ.เสมาฟ้าคราม ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี หลังพบเบาะแสว่า ลักลอบเปิดเป็นบ่อนการพนัน ไพ่ เสือ มังกร

จากการตรวจค้นพบนักพนัน 42 ราย เป็นผู้ชาย 12 คน ผู้หญิง 30 คน กำลังมั่วสุมเล่นไพ่เสือ มังกร กันอยู่ เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้ทุกคนหยุดมานั่งรวมกัน พร้อมตรวจยึดของกลาง เงินสด 112,700 บาท, ไพ่ 256 สำรับ, โต๊ะสำหรับเล่นพนันเสือมังกร ,เครื่องจ่ายไพ่ กล่องเหล็กใส่เงิน, เก้าอี้ 34 ตัว

เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน (ไพ่เสือมังกร), พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต, เป็นเจ้ามือรับกินรับใช้การพนัน (ไพ่เสือมังกร), ร่วมกันจัดให้มีการพนัน (ไพ่เสือมังกร), ฝ่าฝืนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ร่วมกันชุมนุม หรือมั่วสุม ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกลักษณะ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตราย หรือโรคระบาดแพร่ออกไป และเป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต,เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.คูคต ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ด้าน พล.ต.ท.จิรภพฯ กล่าวว่า การจับบ่อนการพนันครั้งนี้ ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ให้กวดขันผู้ลักลอบเปิดบ่อนเล่นการพนัน จึงได้สั่งการให้พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป.ส่งกำลังร่วมสืบสวนกับตำรวจท้องที่ จนทราบว่ามี 2 บ่อนนี้ ได้ลักลอบเปิดลักษณะเป็นบ่อนวิ่ง จึงสั่งให้จับกุมดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเรื่องผิดกฏหมาย ฝ่าฝืนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อันอาจจะเกิดคลัสเตอร์ ขึ้นใหม่อีกก็เป็นได้


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

จ.จันทบุรี เปิดงานเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี ประจำปี 2565

จ.จันทบุรี เปิดงานเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี ประจำปี 2565

วันนี้ (4 ก.พ.65 ) ณ บริเวณ ถนนศรีจันท์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิด ASEAN Gems Central market@chantaburi โดยมีการแสดง 3 เชื้อชาติ ได้แก่ ญวน จีน และ ไทย พร้อมทั้งกล่าวเปิดงาน และเยี่ยมชมการจัดแสดงพลอยชนิดต่างๆ เยี่ยมชมการสาธิตการทำพลอยประกอบด้วยการโกรน แต่งเจียระไน และการขึ้นตัวเรือนพลอย

ต่อมาในช่วงบ่าย ณ ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิด “พลอยและเครื่องประดับจันทบุรี” International Chanthaburi Gems and Jewelry Festival 2021-2022 โดยมี นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี กล่าวต้อนรับ ไฮไลต์ในพิธีเปิด ได้แก่ การแสดงแฟชั่นโชว์อัญมณีและเครื่องประดับที่ออกแบบและผลิตโดยฝีมือผู้ประกอบการชาวจันทบุรี ภายใต้แนวคิด GO TOGETHER : Chanthaburi City of Gems เปิดโลกอัญมณี…วิถีเสน่ห์เมืองจันท์ ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับตลาดพลอยจันท์สู่ตลาดพลอยมาตรฐานและส่งเสริมความสามารถในการแข่งขัน พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้มีความเข้มแข็งและส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรีร่วมกับสมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี พร้อมด้วยพันธมิตรภาครัฐและเอกชนในจังหวัดจันทบุรี สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อยกระดับตลาดพลอยจันท์สู่ตลาดพลอยมาตรฐานส่งเสริมความสามารถในการแข่งขัน พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้มีความเข้มแข็ง และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดจันทบุรี ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ภายในงานประกอบด้วย จัดแสดงและจำหน่ายสินค้าจากผู้ประกอบการไทยและต่างชาติมากกว่า 300 คูหา


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

คณะกรรมการมูลนิธิพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินีติดตามงานสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินีบ้านคลองพูล อ.เขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี

คณะกรรมการมูลนิธิพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินีติดตามงานสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินีบ้านคลองพูล อ.เขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี

วันนี้ ( 4 ก.พ.65 ) ที่สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี บ้านคลองพูล อ.เขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี นางขนิษฐา บุญราช กรรมการมูลนิธิฯ และที่ปรึกษามูลนิธิพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี พร้อมด้วยนายคำรณ ไชยศิริ กรรมการและเลขาฯ นำคณะกรรมการ ผู้แทนชมรมผู้บริหารสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ สาขาภาคกลางและตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี บ้านคลองพูล อ.เขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี โดยนายนิเวศน์ หาญสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นายแพทย์ อภิรักษ์ พิศุทธ์อาภรณ์ นายแพทย์สาธารณสุขนำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในจังหวัดจันทบุรี ให้การต้อนรับและสรุปผลการปฏิบัติ ปัญหาอุปสรรค์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ฯ บ้านคลองพลู อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรีได้คัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการพัฒนาสถานีอนามัยของกระทรวงสาธารณสุข เนื่องในวโรกาสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระชนมพรรษา 60 พรรษา เพื่อพัฒนาสถานีอนามัยให้มีความเป็นเลิศ ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้พบว่า ที่ผ่านมาแม้จะมีบุคลากรจำกัดและต้องทำงานกันอย่างหนัก แต่ก็มีผลการปฏิบัติงานอย่างน่าชื่นชมอีกทั้งมีเครือข่าย ความร่วมมือของ สอม.และชุมชน ชาวบ้านที่เข้มแข็ง


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

อุตรดิตถ์ เปิดงานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ 4-16 กุมภาพันธ์ 2565

อุตรดิตถ์ – เปิดงานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ 4-16 กุมภาพันธ์ 2565

วันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 15.00 น. ณ หน้าพระวิหารหลวง วัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ และวัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง ร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วน ดำเนินการจัดพิธีเปิดงานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ ประจำปี 2565 ประกอบด้วย พิธีบวงสรวง, พิธีทำบุญทักษิณานุปทานอุทิศแด่บูรพาจารย์ และพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภช และพิธีเปิดงานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ ประจำปี 2565 โดยมีนายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานในพิธีเปิด และมีนายปรัชญา เสริฐลือชา นายอำเภอลับแล กล่าวรายงาน พร้อมด้วย วัฒนธรรมจังหวัด รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการที่เข้าร่วมพิธีเปิดงาน

การจัดงานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ ประจำปี 2565 กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 4-16 กุมภาพันธ์ 2565 ณ วัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อสืบสานประเพณีการบูชาพระแท่นศิลาอาสน์สืบต่ออายุพระพุทธศาสนาและรักษาประเพณีงานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ ซึ่งเป็นงานประจำปีของจังหวัดที่จัดขึ้นทุกปีให้คงอยู่ต่อไป โดยได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือในการจัดงาน จากทุกภาคส่วน ภายใต้มาตรการความปลอดภัย และมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างเคร่งครัด และเข้มข้น

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ พระยืน และพระนอน พิธีกวนพุทราแขวนบาตรบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ พิธีทำบุญตักบาตรพระร้อย รุ่งอรุณวันเพ็ญ 16 ค่ำเดือน 3 พิธีเวียนเทียนรอบพระแท่นศิลาอาสน์ในวันมาฆบูชา และการจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมและสินค้าท้องถิ่นของชาวบ้านและชุมชน จึงขอเชิญชวนมาเที่ยวงานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ในปีนี้ร่วมกัน ระหว่างวันที่ 4-16 กุมภาพันธ์ 2565


นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน