“เฉลิมชัย” เร่งปฏิรูปพลิกโฉมกระทรวงเกษตรฯ. พอใจผลการพัฒนาการบริหารและการบริการภาครัฐด้วยระบบดิจิตอลคืบหน้า 70%

“อลงกรณ์” ชู 641 เทคโนโลยีใหม่ เมดอินไทยแลนด์(Made In Thailand) ถ่ายทอดสู่เกษตรกรกว่า 7.6 พันราย พร้อมผนึกสภาอุตสาหกรรมฯ ขยายเกษตรอัจฉริยะ 2 ล้านไร่ เตรียมจัดงานเกษตรสร้างสรรค์สู่เกษตรมูลค่าสูงเดือนนี้ตามด้วยงานจุฬาฯ AIC Expo เดือนมีนาคม

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยีเกษตร 4.0 และประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (Agritech and Innovation Center : AIC) เปิดเผยวันนี้ (7ก.พ.) ถึงผลงานความคืบหน้าของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เทคโนโลยีเกษตร 4.0 ประจำเดือนมกราคม 2565 ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ยุทธศาสตร์การปฏิรูปภาคเกษตรกรรมของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า จากผลการปฏิรูปการบริการและการบริหารภาครัฐของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่และการดำเนินงานของศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม(AIC : Agritech and Innovation Center)มีความก้าวหน้าอย่างมีนัยยะสำคัญและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ พอใจต่อผลการทำงานล่าสุดโดยเฉพาะการดำเนินงานด้านระบบบริการภาครัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิตอล (Gov Tech) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความคืบหน้าถึง 70% จากพัฒนาบริการภาครัฐทั้งหมด 176 ระบบเปลี่ยนเป็นการบริการภาครัฐด้วยดิจิตอล(Digital Service)แล้ว 156 ระบบ ซึ่งในส่วนนี้ดำเนินการเสร็จสิ้นและให้บริการแล้ว 109 ระบบหรือคิดเป็น 70%

ส่วนการพัฒนา NSW(National Single Window) 54 ระบบ อยู่ระหว่างการพัฒนาปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ 47 ระบบ ในขณะที่ด้านระบบฐานข้อมูลดิจิตอล( Big Data )โดยศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติได้เชื่อมโยงข้อมูลสู่ภูมิภาคกับศูนย์ AIC เช่นศูนย์AICเพชรบุรี(มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี)ในการพัฒนาฐานข้อมูลเพื่อการวิจัยและพัฒนาเกลือทะเลไทยเชิงบูรณาการ การวิจัยและพัฒนาต้นแบบด้าน IT เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการด้านเกษตรกรรม และศูนย์ AIC จังหวัดเชียงราย ในการดำเนินโครงการ Flagship ร่วมกับ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเชียงราย เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมกาแฟอาราบิกา การใช้งานระบบ CKAN เพื่อจัดทำ Data Catalogเป็นต้นทั้งนี้ นายอลงกรณ์ ได้สั่งการให้มีการจัดประชุมเรื่อง NSW เป็นการเฉพาะในเดือนกุมภาพันธ์เพื่อสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศและการพยากรณ์ข้อมูลราคาและตลาดสินค้าเกษตรในต่างประเทศ

สำหรับด้านเกษตรอัจฉริยะ ได้มีการรายงานการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการเกษตรอัจฉริยะ ปี พ.ศ. 2565-2566 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และการขับเคลื่อนการบูรณาการด้านเกษตรอัจฉริยะ ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยดำเนินโครงการเกษตรแม่นยำ2ล้านไร่จับคู่เกษตรแปลงใหญ่(Big Farm)กับบริษัทอุตสาหกรรมเกษตรขนาดใหญ่(Big Brother) โครงการความร่วมมือด้าน Smart Farming กับบริษัท ล็อกซ์เล่ย์ จำกัด(มหาชน) เพื่อขับเคลื่อนแปลงใหญ่เกษตรอัจฉริยะข้าว และระบบช่วยการตรวจประเมินระยะไกล (Remote Audit) หรือการตรวจผ่านระบบออนไลน์ แปลง GAP และเกษตรอินทรีย์ (Organic) (แอพพลิเคชั่น Kasettrack)

สำหรับด้าน E-Commerce ได้มีการขับเคลื่อนเรื่องแผนการกระจายผลไม้ในประเทศ และความร่วมมือด้านการเกษตรและการค้าไทย-บาห์เรน รวมทั้งโครงการ Thailand E-Commerce Village ส่วนงานด้านธุรกิจเกษตร (Agribusiness) มีการนำเสนอผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาแบรนด์ธุรกิจ SMEs ด้วยการสร้างสรรค์คาแรคเตอร์ให้โดนใจกลุ่มผู้บริโภค และการประชาสัมพันธ์การจัดงานตลาดนัด Local CIP Fair และ Character Walking Street โดยความร่วมมือของภาคีเครือข่าย ในระหว่างวันที่ 11-13 กุมภาพันธ์ 2565

นอกจากนี้นายอลงกรณ์ได้มอบนโยบายให้คณะอนุกรรมการด้านธุรกิจเกษตร ศึกษาจุดอ่อนจุดแข็งในเรื่องของระบบธุรกิจเกษตรแบบ Contract Farming ภายใต้กฎหมายปัจจุบันว่ามีจุดอ่อนจุดแข็งที่จะต้องดำเนินการแก้ไขพัฒนาอย่างไร และการขับเคลื่อนการทำงานในพื้นที่ด้วยคณะทำงานของ AIC ในการพัฒนาธุรกิจเกษตร

ทางด้านผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนการทำงานของ AIC ที่ผ่านมา มีการนำเสนอความก้าวหน้าในเรื่องของการเชื่อมโยงศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) กับศูนย์ AIC โดย กรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งในปัจจุบันมีการทำโครงการเชื่อมโยงองค์ความรู้ของศูนย์ AIC ผ่าน ศพก. ใน 6 เขตพื้นที่ โดยเกษตรกรสามารถนำความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเทคโนโลยีการผลิต ที่เป็นองค์ความรู้จาก AIC ไปใช้ในแปลงเกษตรได้เป็นอย่างมาก และมีการสนับสนุนงบประมาณในกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อการพัฒนาเกษตรกรครบรอบด้านผ่านการดำเนินงานของศูนย์ ศพก.และเครือข่าย การนำ (INNOVATION CATALOG) มาใช้ประโยชน์กับเกษตรกร ของศูนย์ AIC จังหวัดระยอง ร่วมกับศูนย์ ศพก. หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกรในพื้นที่

สำหรับผลการดำเนินงานด้านแคตตาล็อกนวัตกรรมAIC (INNOVATION CATALOG) มีจำนวน 641 เทคโนโลยี/นวัตกรรม เกษตรกรได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมจาก AIC ผ่าน ศพก. จำนวน 7,679 ราย ศพก. 882 แห่งมีการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมจาก AIC จำนวน 55 แห่ง และการรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานของคณะทำงานคัดเลือกรางวัล AIC Award และพิจารณาเชิญผู้ทรงคุณวุฒิเฉพาะเรื่อง เข้าร่วมในคณะทำงาน AIC Award อีกทั้งการประชาสัมพันธ์นิทรรศการเสมือนจริง AIC CHULA SARABURI VIRTUAL EXPO 2022 ซึ่งจัดโดย AIC จังหวัดสระบุรี ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24-25 มีนาคม 2565

นายอลงกรณ์ได้เน้นย้ำถึงการปฏิรูปภาคเกษตรของภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคเกษตรกรโดยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่เมดอินไทยแลนด์ รวมถึงการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และศาสตร์พระราชาถือเป็นพื้นฐานสำคัญเสมือนคานงัดการพัฒนาไปสู่เกษตรมูลค่าสูงเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและประเทศชาติ

ทั้งนี้เป็นผลจากการประชุมล่าสุดซึ่งมีนายอลงกรณ์ ทำหน้าที่ประธานพร้อมด้วยนายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรฯ.นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ประธานอนุกรรมการธุรกิจเกษตร นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสศก. ประธานอนุกรรมการGovTechและBig Data ดร.วราภรณ์ พรหมพจน์ ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเกษตรอัจฉริยะ นายกฤชฐา โภคาสถิตย์ ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน E-Commerce รศ.ดร. อาณัฐชัย รัตตกุล ดร.ดาเรศร์ กิตติโยภาส นายสุวิทย์ รัตนจินดา ประธานสมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง สถานศึกษา ภาคเอกชน และศูนย์ AIC จากทั่วประเทศ ได้ร่วมประชุมผ่านระบบ Zoom Cloud Meetings ในการขับเคลื่อนคณะอนุกรรมการทั้ง 4 ด้าน ทั้งด้าน Big Data และ Gov Tech ด้านเกษตรอัจฉริยะ ด้าน E-Commerce ด้านธุรกิจเกษตร (Agribusiness) และศูนย์AIC 77 จังหวัดและAICประเภทศูนย์แห่งความเป็นเลิศอีก23ศูนย์


จันทบุรีตรวจ ATK นักเรียน อาจารย์ นักศึกษาฝึกงานก่อนเปิดเรียน onsite วันแรก ป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด

จันทบุรีตรวจ ATK นักเรียน อาจารย์ นักศึกษาฝึกงานก่อนเปิดเรียน onsiteวันแรก ป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด ขณะที่สถานการณ์โควิด -19 พบการแพร่ระบาดสายพันธุ์โอไมครอนเพิ่มขึ้น

หลายโรงเรียนของจังหวัดจันทบุรี ได้มีการเปิดการเรียนการสอนแบบ on site ในวันแรก ทำให้ทุกโรงเรียนที่พร้อมเปิดต้องมีการเตรียมการและปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดจันทบุรีอย่างเคร่งครัด ซึ่งโรงเรียนบ้านแก้ว ที่อยู่ในความพื้นที่ความรับผิดชอบของเทศบาลเมืองท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ได้มีการระดมเจ้าหน้าที่ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยชุดตรวจ ATK ให้กับนักเรียน อาจารย์ บุคคลากรในโรงเรียน รวมถึงนักศึกษาฝึกงาน ก่อนเปิดการเรียนการสอน โดยมีผู้เข้ารับการตรวจจำนวนรวมกว่า 200 คน โดยมีนายเฉลิมพล ศักดิ์คำ นายกเทศมนตรีเมืองท่าช้าง พร้อมคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่เทศบาลฯ ได้ทำการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยชุดตรวจ ATK นักเรียนระดับมัธยมศึกษาทุกระดับชั้นที่เปิดเทอมมาเรียนแบบ on site เป็นวันแรกตามคำสั่งของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดจันทบุรี

ซึ่งว่าที่ร้อยตรีสุรชัย ภัทราภรณ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแก้ว กล่าวว่า ทางโรงเรียนได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคติดต่อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด มีจัดเตรียมพื้นที่สำหรับผู้ปกครองรับ-ส่งนักเรียน จุดคัดกรองตรวจวัตอุณหภูมิ จุดตั้งอ่างล้างมือ และ จุดวางเจลแอลกอฮอล์ รวมทั้งการวางแผนจะระบบการเรียนการสอนใหม่ โดยกำหนดจำนวนนักเรียนห้องละ 25 คน และสลับวันมาเรียน เป็นต้น ก่อนการเปิดเรียนวันแรกของการเปิดเรียน ได้ทำการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยชุดตรวจ ATK นักเรียนทุกคน ก่อนเข้าห้องเรียน และจะมีการสุ่มตรวจนักเรียน และอาจารย์ทุกสัปดาห์อีกด้วย


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เจ้าของชิสุ สุดเศร้า !! หลังสุนัขที่เลี้ยงไว้กว่า 23 ตัว ต้องถูกไฟคลอกตาย

เจ้าของชิสุสุดเศร้า !! หลังสุนัขที่เลี้ยงไว้กว่า 23 ตัว ต้องถูกไฟคลอกตาย

ผู้สื่อข่าวเดินทางกลับมาทางยังจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานแปรรูปและขายเฟอร์นิเจอร์เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ซึ่งทีมข่าวได้พบว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์ยังคงใช้น้ำฉีดเพื่อดับกลุ่มควันไฟที่คุขึ้นมาอยู่ตลอดเวลา โดยทางเจ้าของโรงงานได้มีการใช้รถแบคโฮเขี่ยเปิดทางและแยกเชื้อเพลิงออกจากกันเพื่อป้องกันการลุกติดไหม้ขึ้นมาอีกเป็นรอบที่ 2 อีกครั้ง และจากกาคเดินสำเร็จควาทเสียหาย ได้พบมีซากสุนัขพันธ์ชิสุ 2 ตัว ถูกไฟไหม้นอนตายในกองไม้ จึงได้นำมาห่อผ้าด้วยผ้าไว้

ซึ่งจากการสอบถามนางไฉน กลิ่นสอน อายุ 60 ปี เจ้าของโรงงานได้เล่าว่าตนเองเป็นคนรักสุนัขมาก ซึ่งสุนัขที่ตนเองเลี้ยงไว้จำนวนมาถึง 23 ตัว ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ปอมและบูลด๊อกที่เลี้ยงไว้ในโรงงาน มีการกั้นพื้นที่ไว้ไม่ให้สุนัขออกมาด้านนอก จึงเป็นสาเหตุที่สุนัขทั้งหมดไม่สามารถหนีออกมาจากกองเพลิงได้ ทำให้สุนัขที่เลี่ยงไว้ถูกไฟคอกตายทั้งหมด เหลือเพียงตัวเดียวที่หนีรอดออกมาได้

ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือจากอะไรกันแน่


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กมธ.ปปช.สภาผู้แทนราษฏรลงพื้นที่ตรวจสอบเหมืองทอง

พิจิตร – กมธ.ปปช.สภาผู้แทนราษฏรลงพื้นที่ตรวจสอบเหมืองทอง

ณ หอประชุมอำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ส.ส.ภูดิท อินสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร เขต 2 โฆษกคณะกรรมาธิการการคมนาคม ได้เข้าประชุมปรึกษาหารือร่วมกับคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎรนำโดย ส.ส.จารึก ศรีอ่อน รองประธานคณะกรรมาธิการ, ส.ส.ธีรัจชัย พันธุมาศ โฆษกคณะกรรมาธิการ, และส.ส.ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ เลขานุการคณะกรรมาธิการพร้อมคณะ ที่ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบการออกประทานบัตรเหมืองแร่ทองคำและผลกระทบที่เกิดจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำของบริษัท อัครา รีซอร์สเซสจำกัด(มหาชน) ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ซึ่งคณะกรรมาธิการได้รับฟังและซักถามจากผู้เข้าร่วมประชุม อาทิเช่น ส.ส.ภูดิท อินสุวรรณ์, นายอำเภอทับ คล้อ, อุตสาหกรรมจังหวัด, ทรัพยากรธรรมและสิ่งแวดล้อมจังหวัด, สาธารณสุขอำเภอ, นายกอบต.เขาเจ็ดลูก, กำนันตำบลเขาเจ็ดลูก, ผู้ใหญ่บ้าน, รวมทั้งชาวบ้านที่สนับสนุนและคัดค้าน ซึ่งคณะกรรมาธิการได้รับทราบและรับฟังปัญหาเพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขต่อไป


ยุทธ ศรีทองสุข /มนสิชา คล้ายแก้ว

นักท่องเที่ยวเริ่มคึกคัก โดยเฉพาะที่ ‘หาดแห่’ ทะเลอีสานแห่งนครพนม

นครพนม – นักท่องเที่ยวเริ่มคึกคัก โดยเฉพาะที่ หาดแห่ทะเลอีสานแห่งนครพนม เปิดรับนักท่องเที่ยวคึกคัก บริการเจ็ทสกี ห่วงยาง คาราเกะ คกก.ยังเข้มมาตรการป้องกันโควิด

ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครพนมรายงานว่า หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิดในพื้นที่คลี่คลาย บรรยากาศการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม(คกก.ฯ) ยังคงมาตรการเข้มควบคุมดูแลป้องกันอย่างต่อเนื่อง ติดตามเฝ้าระวังผู้เดินทางมาจากต่างพื้นที่โดยเฉพาะผู้ที่มาจากจังหวัดเสี่ยงสูง

แม้มีการผ่อนคลายปลดล็อกมาตรการบางอย่างลง ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดฯ (สสจ.นครพนม) ยังคงตั้งทีมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ตรวจสอบ ในพื้นที่ชุมชนทั้ง 12 อำเภอ รวมถึงบูรณาการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งจุดตรวจเขตรอยต่อระหว่างจังหวัด และเพิ่มมาตรการเข้มตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ตลอดจนสถานประกอบการ ร้านอาหาร โรงแรมที่พักอย่างเข้มงวด

ในส่วนของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อาทิ ทะเลอีสานหาดแห่ ซึ่งเป็นอันซีน (Uaseen) กลางน้ำโขงในพื้นที่บ้านน้ำก่ำหมู่ 3 ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม เริ่มกลับมาคึกคักหลังหน่วยงานเกี่ยวข้องอนุญาตให้มีการเปิดรับนักท่องเที่ยว เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว หลังได้รับผลกระทบจากโรคโควิดระบาด ตั้งแต่ต้นปี 2563 เป็นต้นมา ทำให้สองปีที่ผ่านมาไม่สามารถเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวได้ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ขาดรายได้

ทั้งนี้ ชาวบ้านจะพลิกวิกฤตช่วงน้ำโขงลด จัดทำซุ้มไม้ไผ่มุงจากเป็นที่นั่งเล่นบนหาดแห่ พร้อมบริการอาหาร เครื่องดื่ม เน้นเมนูปลาน้ำโขงเป็นตัวชูโรง และบริการอุปกรณ์เล่นน้ำ เช่น เจ็ทสกี ห่วงยาง เสื้อชูชีพ จนได้ฉายาว่าเป็นทะเลอีสาน โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้ง หาดแห่ถือเป็นพื้นที่รองรับนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาอย่างล้นหลาม ซึ่งในระหว่างนี้เป็นปลายฤดูหนาวยาวไปถึงเทศกาลสงกรานต์ ปริมาณน้ำโขงลดลง จึงเหมาะแก่การท่องเที่ยวพักผ่อน เริ่มมีประชาชนส่วนมากไปกันเป็นหมู่คณะไปเที่ยวคึกคัก สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ หลังซบเซาจากภัยโควิดนานถึงสองปีเศษ

จากการสอบถาม ผู้ประกอบการร้านอาหารหาดแห่ เปิดเผยว่าช่วงนี้สถานการณ์เริ่มดีขึ้นหลังได้รับผลกระทบจากโรคโควิด ปกติทุกปีของฤดูแล้ง จะเปิดหาดเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อน คนในพื้นที่ก็พากันมาขายอาหาร เครื่องดื่ม บริการเครื่องเล่นน้ำ สร้างรายได้กันถ้วนหน้ามีเงินหมุนเวียนปีละหลายล้านบาท ยิ่งเทศกาลสงกรานต์ จะมีประชาชนมาเที่ยวเยอะมาก แต่สองปีที่ผ่านมาเจอสถานการณ์โควิดไม่สามารถเปิดบริการได้ ชาวบ้านในพื้นที่กระทบหนักเพราะขาดรายได้ ตอนนี้กลับมาเปิดบริการอีกครั้งรู้สึกดีใจ ชาวบ้านจะมีงานมีรายได้ในชุมชน โดยเฉพาะคนที่ตกงานช่วงโควิดก็จะมีรายได้เสริมนำไปจุนเจือครอบครัว
ส่วนการดูแลยังคงเข้มงวดตามมาตรการ คกก.นครพนม ในการตรวจคัดกรอง ลงทะเบียนนักท่องเที่ยวทุกราย เช่น ซักประวัติ คัดกรอง วัดอุณหภูมิ กำชับให้สวมหน้ากากอนามัยตามมาตรการดูแล จึงขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว มั่นใจในความปลอดภัย ขอเชิญชวนมาเที่ยวหาดแห่ทะเลอีสานกันเยอะๆ

โดยหาดแห่งนี้เป็นสันดอนกลางแม่น้ำโขง ห่างจากฝั่งประมาณ 500 เมตร หัวหาดมีลักษณะของหาดทรายที่ทอดยาวไปตามแนวเกาะ และเป็นทรายปนหินแห่(หินกรวด) จึงทำให้น้ำใส ซึ่งในแต่ละปีหาดแห่สามารถเที่ยวได้เฉพาะฤดูร้อน (ราวเดือนเมษายน – พฤษภาคม) บนพื้นที่หาดมีร้านอาหารให้บริการ ชาวบ้านจะแบ่งโซนโดยใช้ธงสีเป็นตัวแทน ร้านมีบริการที่จอดรถ และเรือข้ามฝากฟรี อาหารส่วนใหญ่เป็นเมนูปลาสดๆ จากแม่น้ำโขง อาหารอีสาน ผลไม้ ของทานเล่น จากพ่อค้าแม่ค้าที่ทั้งลุยน้ำ ล่องห่วงยาง และลากเรือยาวมาขาย อารมณ์คล้ายตลาดน้ำ นอกจากนี้

ยังมีกิจกรรมอื่นๆได้แก่ ซุ้มคาราโอเกะ บริการห่วงยางให้เช่า บานาน่า โบ้ท เจ็ทสกี และในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี เทศบาลตำบลน้ำก่ำร่วมกับชาวบ้าน สร้างสะพานไม้ไผ่ข้ามไปยังหาดแห่ ซึ่งสะพานนี้จะคิดค่าบริการเฉพาะเทศกาลสงกรานต์เท่านั้น


เทพข่าวร้อน รายงาน

นักศึกษา 4ส รุ่นที่ 12 สถาบันพระปกเกล้า ลุยภาคอีสาน ถอดบทเรียนเมืองขอนแก่นสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ศึกษาภูมิปัญญากลุ่มหัตถกรรมคุ้มสุขโขผ่านเส้นทางผ้าไหม

นักศึกษา 4ส รุ่นที่ 12 สถาบันพระปกเกล้า ลุยภาคอีสาน ถอดบทเรียนเมืองขอนแก่นสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนศึกษาภูมิปัญญากลุ่มหัตถกรรมคุ้มสุขโขผ่านเส้นทางผ้าไหม

ระหว่างวันที่ 4-6 กุมภาพันธ์ นายวิทวัส ชัยภาคภูมิ รองเลขาธิการ สถาบันพระปกเกล้า นายศุภณัฐ เพิ่มพูนวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล พร้อมคณาจารย์ และนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ 12 (4ส12) ศึกษาดูงานพื้นที่จังหวัดขอนแก่น

จุดแรกที่ห้องออร์คิด บอลรูม 3 โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น กับเวทีแลกเปลี่ยนประเด็นการบริหารจัดการเมืองอย่างยั่งยืน ถอดบทเรียน “Khon Kaen Smart City and Low Carbon City” โดยนายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น พร้อมผู้เกี่ยวข้อง อธิบายถึงโครงการขนส่งมวลชนรางเบา (LRT) ของบริษัท ขอนแก่น ทรานซิท ซิสเต็ม จำกัด วิสาหกิจของ 5 เทศบาลในจังหวัดขอนแก่น ที่เป็นการพัฒนาด้านคมนาคมเพื่อรองรับการขยายตัวด้านการจราจรของเมือง

จังหวัดขอนแก่น มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของประเทศ อีกทั้งยังอยู่ตรงกลางของภาคอีสาน จึงเป็นเมืองศูนย์กลางของการพัฒนาในหลากหลายด้าน การที่เมืองขอนแก่นเติบโตอย่างรวดเร็ว ย่อมทำให้มีปัญหาอื่นๆตามมา ทั้ง ปัญหามลพิษ ความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยเฉพาะปัญหาด้านระบบขนส่งมวลชน และช่องว่างของรายได้ของประชากร ลำพังเพียงงบประมาณจากภาครัฐมักเป็นการกระจายงบแบบรวมศูนย์ ไม่เพียงพอสำหรับการแก้ไขปัญหาได้

ปี 2556 นักธุรกิจในจังหวัดขอนแก่น ได้รวมกลุ่มกันเพื่อจัดตั้ง บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัด (Khon Kaen Think Thank – KKTT) โดยมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาเมืองขอนแก่นให้เติบโตอย่างมีศักยภาพ โดยระดมทุนร่วมกันจำนวน 200 ล้านบาท ก่อตั้งกองทุนพัฒนาเมือง บริหารเงินกองทุนโดย บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัด ในการขับเคลื่อนพัฒนา ระบบขนส่งมวลชนทางราง (Light Rail Transit system – LRT) ได้รับเงินสนับสนุนในการทำการศึกษาระบบรางที่เหมาะสมโดย สนข. และเกิดเป็นแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของจังหวัดขอนแก่นขึ้นมา จำนวน 5 สาย พาดผ่านพื้นที่ 5 เขตเทศบาล
โดยรัฐบาลลงนามอนุมัติให้จัดทำ สายท่าพระ-สำราญ เป็นเส้นทางแรกเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2558 ต่อมาเดือนมีนาคม 2560 กระทรวงมหาดไทยอนุมัติให้ 5 เทศบาลในจังหวัดขอนแก่น จดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท ขอนแก่นทรานซิสเต็ม จำกัด (KKTS) เพื่อบริการจัดการและจัดเก็บรายได้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ

ขอนแก่น Smart City มาตรฐานสากลนั้นประกอบไปด้วย 6 สาขา ได้แก่ Smart Mobility, Smart Living, Smart Citizen, Smart Economy, Smart Environment และ Smart Governance เป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีเพื่อให้เกิดความสะดวกสบายมากขึ้น และประชากรสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม

จุดที่สอง รับฟังการบรรยายถึงกระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน จ.ขอนแก่น (บ้านโฮมแสนสุข) เป็น ‘ศูนย์ตั้งหลักชีวิต’ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และการสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ  เพื่อให้เป็นสังคมที่ไม่ทอดทิ้งกันหรือไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งในอนาคตศูนย์แห่งนี้จะเป็นที่ตั้งหลักของชีวิต พัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของคนไร้บ้านผ่านการทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านความเป็นอยู่ ด้านกลุ่มอาชีพ ด้านสวัสดิการ การดูแลซึ่งกันและกัน เพื่อให้กลุ่มคนไร้บ้านมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

จุดที่สาม ลงพื้นที่ศึกษากลุ่มหัตถกรรมคุ้มสุขโข บ้านดอนข่า อ.ชนบท เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นแบบยั่งยืนและความเข้มแข็งของชุมชนผ่านเส้นทางผ้าไหม” ซึ่งจุดเด่นกลุ่มหัตถกรรมคุ้มสุขโข ของผ้าไหมมัดหมี่ย้อมสี ธรรมชาติด้วยน้ำจุลุลินทรีย์ เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านมาตรฐาน เป็นสากล สร้างชุมชนให้ยั่งยืน เป็นการยกระดับความสามารถด้านการผลิต นวัตกรรม การเชื่อมโยง และพัฒนาการต่อยอดธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งทำให้ชุมชนได้สร้างงาน สร้างผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว

กลุ่มหัตถกรรมคุ้มสุขโข บ้านดอนข่า เป็นชุมชนต้นแบบการทอผ้าไหมมัดหมี่ โดยใช้เส้นไหมออร์แกนิก ซึ่งในแต่ขั้นตอนการผลิตไม่มีการใช้สารเคมีเข้ามาเป็นส่วนประกอบตั้งแต่การปลูกหม่อนโดยใช้ปุ๋ยธรรมชาติที่ได้จากการย้อมเส้นไหมแบบย้อมเย็น ซึ่งเป็นการย้อมที่ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงและสีที่นำมาย้อมก็นำมาจากวัสดุธรรมชาติ สำหรับลวดลายการทอและการผลิต ใช้การย้อมเย็น โดยนำเอาวัตถุดิบธรรมชาติที่ให้สีมาหมักเพื่อให้สีออกมา และใช้แสงแดดเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการย้อมให้ติดสี ซึ่งเป็นกรรมวิธีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงาน แล้วยังถนอมเส้นใยผ้าอีกด้วย ผ้ามัดเฉลิมพระเกียรติลายนพเก้า เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียง เป็นสินค้า OTOP ระดับ 5 ดาว

ทั้งนี้ คณะนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ 12 ยังมอบห้องน้ำชุมชนในแหล่งท่องเที่ยว บริเวณศาลเจ้าพ่อมเหสักข์ อ.ชนบท เป็นกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าวอาวุโส
สำนักข่าวความมั่นคง
รายงาน

“ป้องกันภัยเชิงรุก บรรเทาทุกข์เมื่อเกิดภัย”

ร.3 พัน.3 บูรณาการร่วมกับศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 7 สกลนคร ​จัดการฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพให้กับหน่วยงานราชการ​มูลนิธิ​ อาสาสมัครและประชาชนจิตอาสา บ้านบ่อเดือนห้า​ ตำบลโคกภู อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร
ทำการฝึกซักซ้อมภารกิจการบรรเทาสาธารณภัย เช่น สิ่งของที่สามารถนำให้เกิดเพลิงไหม้, การใช้อุปกรณ์ในการดับเพลิง, อุปกรณ์ภายในครัวเรือนที่สามารถดับเพลิงได้, การฝึกดับเพลิงในเขตชุมชน และการฝึกดับไฟป่า เป็นต้น เพื่อให้หน่วยงานและประชาชน ในพื้นที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้หากเกิดเหตุการณ์และสถานการณ์ภัยธรรมชาติ

#ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 7​ สกลนคร #เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน #กองพันทหารราบที่3กรมทหารราบที่3 #3INFDIV #กองพลทหารราบที่3 #กองทัพภาคที่2 #ARMYSTRONG #ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก #SMARTSoldiersStrongARMY #Army PRCenter


เทพข่าวร้อน รายงาน

นอภ.ท่าปลา เปิดงาน “โครงการปั่นสองล้อผ่อวิธีท่าปลา”

เมื่อเวลา 07.00 น. เช้าวันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 65 ณ บริเวณโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรี หมู่ที่ 12 บ้านกิ่วเคียน อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ดร.บุณณนิดา โสดา สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีแห่งประเทศไทย(วว.), นายชาญณรงค์ จันทมงคล ผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์, นายราชัน มหาวัน นายก อบต.นายกเทศบาลตำบลจริม พร้อมคณะ ให้การต้อนรับนายจักรพันธ์ สุวรรณภักดี นายอำเภอท่าปลา ที่ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “โครงการปั่นสองล้อผ่อวิธีท่าปลา”

ซึ่งวัตถุประสงค์ของการจัดงาน “โครงการปั่นสองล้อผ่อวิธีท่าปลาเป็นโครงการที่จัดขึ้นตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอท่าปลา และตามวัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย เรื่องการศึกษาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และวัฒนธรรมโดยชุมชน พื้นที่อำเภอท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย หรือ วว. ที่มีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเขื่อนสิริกิติ์จังหวัดอุตรดิตถ์ สนับสนุนงบประมาณ
“โครงการปั่นสองล้อผ่อวิถีท่าปลา” เป็นการปั่นจักรยานที่ไม่ได้แข่งขันด้านความเร็ว แต่มุ่งเน้นให้นักปั่นได้ชมทัศนียภาพตามเส้นทาง ประมาณ 26.5 กิโลเมตร มีฐานเล่นกิจกรรมชิงรางวัล 2 จุด

ต่อมาเวลา 11:00 น. ณ ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโคก หนองนาโมเดล หมู่ที่ 2 ตำบลท่าปลา อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ นายจักรพันธ์ สุวรรณภักดี นายอำเภอท่าปลา, ดร.บุณณนิดา โสดา สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีแห่งประเทศไทย( วว.,) นายชาญณรงค์ จันทมงคล ผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์, พ.ต.อ.สายชล โพธิ์ขอม ผกก.สภ.ท่าปลา, และนายยุทธนา มหานุกูล ผอ. โครง การสำนักก่อสร้างชลประทานที่ 12 อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทำการมอบรางวัลให้กับนักปั่นที่มีคะแนนดีก่อนที่จะถ่ายภาพร่วมกัน

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีนักปั่นของจังหวัดอุตรดิตถ์และนักปั่นต่างจังหวัดเดินทางมาร่วมกิจกรรม 160 คัน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกและเพลิดเพลินและจะมีการจัดกิจกรรมปั่นจักรยานรูปแบบนี้ขึ้นอีกอย่างแน่นอน


พูลชัย ราชประสิทธิ์ ภาพ/ข่าว

ป้าสุดทน แจ้งจับหลานเมายาบ้าอาละวาด เกรงจะทำร้ายคนอื่น

นครนายก – ป้าสุดทน แจ้งจับหลานเมายาบ้าอาละวาด เกรงจะทำร้ายคนอื่น

เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2565 ศูนย์วิทยุเมืองนายก ได้รับแจ้งเหตุจากนางวารินทร์ แก้วหา อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 125/4 หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ในซอยบังกะโลเพื่อคุณ ว่าหลานชายซึ่งหนีทหารเกณฑ์และติดยาบ้ามีอาการหลอนยาอาระวาดทำลายข้าวของ และไม่ทราบว่ามีอาวุธหรือไม่ขณะนี้ซุกตัวอยู่ในห้องนอน

ศูนย์วิทยุเมืองนายก จึงได้ประสานสายตรวจรถยนต์รถจักรยานยนต์ ไปยังที่เกิดเหตุ พบนางวารินทร์ แก้วหา และนางจินดา ช่อโต ซึ่งมีศักดิ์เป็นป้าของนายภูชิต ช่อโต อายุ 21 ปี(หลาน) ได้หลบซุกอยู่ในห้องนอนไม่ยอมออกมาจากห้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พูดจาเกลี้ยกล่อมอยู่นานก็ไม่ยอมออกมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้พังประตูเข้าไปค้นหาพบตัวนายภูชิต ช่อโต ซุกตัวอยู่โดยใช้ผ้าห่มคลุมปิดตัวไว้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวจับใส่กุญแจมือนำตัวออกมาควบคุมที่หน้าบ้านและนำตัวส่งสถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายกเพื่อตรวจหาสารเสพติดและส่งร้อยเวรเพื่อดำเนินคดีต่อไป

จากการให้สัมภาษณ์ของนางวารินทร์ และนางจินดา ซึ่งมีศักดิ์เป็นป้าของนายภูชิต ช่อโต(หลาน)ได้เล่าว่านายภูชิตนั้นพ่อแม่เสียและอาสัยอยู่กับป้าๆ ต่อมาได้หนีทหารและเริ่มติดยาอาละวาดบ่อยครั้งจนเหลืออด จึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมเพราะเกรงว่าจะทำร้ายชาวบ้านและเด็กเล็กๆในซอยนี้


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ข่าวจังหวัดนครนายก

อุตรดิตถ์ เปิดลานชุมชน คนพอเพียง วัดดอยท่าเสา

เมื่อเวลา 09.09 น. วันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ชุมชนคุณธรรมวัดดอยท่าเสา ตำบลท่าเสา อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ นายพยงค์ ยาเภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิด “ลานชุมชน คนพอเพียง วัดดอยท่าเสา” ซึ่งกำหนดจัดทุกเช้าวันอาทิตย์แรกของเดือนทุกเดือน โดยจัดครั้งแรกในวันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 นี้ เพื่อส่งเสริม พุทธศาสนิกชน ได้เข้าวัดทำบุญ ตักบาตร และนำหลักธรรมมาประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน รวมทั้ง ปลูกฝังค่านิยม 12 ประการ เด็ก เยาวชน และประชาชนร่วมกันลดละเลิกอบายมุข สืบสานรักษาศิลปวัฒนธรรม และพัฒนาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสร้างรายได้ให้กับประชาชนและชุมชน

โดยภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย การทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 99 รูป ตลาด ลานชุมชน คนพอเพียง วัดดอยท่าเสา การถ่ายทอดวิถีชีวิต และวัฒนธรรมอาหารพื้นถิ่น สลากภัตข้าวหลาม การแสดงศิลปะวัฒนธรรม และการประกวดอาหารพื้นถิ่น เช่น ตำส้มตำลีลา ประเภททีม เป็นต้น

ทั้งนี้ นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ชุมชนคุณธรรมวัดดอยท่าเสา เป็นชุมชนคุณธรรมต้นแบบโดดเด่นระดับจังหวัด ของกรมศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ประจำปี พ.ศ.2565 ที่มีการดำเนินงานแบบมีส่วนร่วม ของพลังบวร บ้าน วัด ราชการ ในการร่วมกันคิด ร่วมกันทำ จากทุกภาคส่วนในพื้นที่ตำบลท่าเสา ตั้งแต่พระครูสุภัทรสันติคุณ เจ้าอาวาสวัดดอยท่าเสา ผู้นำท้องที่ ทุกหมู่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น เทศบาลตำบลท่าเสา โรงเรียนทุกแห่งในตำบล คณะสงฆ์ คณะศรัทธาวัดดอยท่าเสา และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อช่วยกันพัฒนาชุมชน เสริมคุณค่าชีวิต และช่วยกันสร้างเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้กับชุมชน พัฒนาต่อยอดสู่เศรษฐกิจวัฒนธรรม ส่งเสริมและสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรม ในการขับเคลื่อนสู่กระทรวงด้านสังคมกึ่งเศรษฐกิจต่อไป

จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน ผู้สนใจ และนักท่องเที่ยวทุกท่านร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 99 รูป ทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน รับสิริมงคลทุกเดือนตลอดไป ชมศิลปวัฒนธรรม และร่วมช็อป แชร์ สินค้าและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม รวมทั้งของดีพื้นบ้าน ผ่านลานชุมชน คนพอเพียง วัดดอยท่าเสา ทุกเดือน เริ่มตั้งแต่ วันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป


นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน