วช. ยกรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้นระดับดีมาก ให้ “หอมข้าว” อุปกรณ์ตรวจสอบความหอมในข้าวหอมมะลิ แบบพกพา

วช. ยกรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้นระดับดีมาก ให้ “หอมข้าว” อุปกรณ์ตรวจสอบความหอมในข้าวหอมมะลิ แบบพกพา

ดร.อดิสร เตือนตรานนท์ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ผู้คว้ารางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2565 : รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดีมาก สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์

จากผลงานประดิษฐ์คิดค้น เรื่อง “หอมข้าว : อุปกรณ์ตรวจสอบความหอมในข้าวหอมมะลิ แบบพกพาด้วยเทคนิคปัญญาประดิษฐ์” กล่าวว่า นวัตกรรมหอมข้าว : อุปกรณ์ตรวจสอบความหอมในข้าวหอมมะลิแบบพกพาด้วยเทคนิคปัญญาประดิษฐ์พัฒนาขึ้นเพื่อใช้สำหรับตรวจหาค่า 2AP ตรวจวัดและวิเคราะห์ผลได้รวดเร็วด้วย AI ลดความผิดพลาดจากการวิเคราะห์ผล และสามารถถ่ายทอดตัวอย่างการตรวจให้กับเครื่องอื่นๆ ได้เพื่อเพิ่มความสามารถของเครื่อง และสามารถพกพาสะดวก อีกด้วย

เมื่อเปรียบเทียบนวัตกรรมหอมข้าว : อุปกรณ์ตรวจสอบความหอมในข้าวหอมมะลิ แบบพกพาด้วยเทคนิคปัญญาประดิษฐ์ กับเครื่องอื่นๆ พบว่า มีราคาต้นทุนถูกกว่า การนำเข้าจากต่างประเทศถึง 20 เท่า ใช้เวลาในการฝึกและทดสอบ 15 นาที เทียบกับเครื่องมือวัดทั่วไปเร็วกว่า 1 เท่า โมเดลในการวิเคราะห์ค่า 2AP ถูกต้องมากกว่า 90 % เมื่อเทียบกับ MOS ALPHA FOX 3000 อาเรย์แก๊สเซ็นเซอร์ อายุใช้งานได้ถึง 3 ปี

การใช้งานนวัตกรรมหอมข้าว : อุปกรณ์ตรวจสอบความหอมในข้าวหอมมะลิ แบบพกพาด้วยเทคนิคปัญญาประดิษฐ์ ใช้หลักการเดียวกันกับเครื่องจมูกอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ ซึ่งมีการจำกัดการทำงานให้มีรูปแบบที่จำเพาะลงมาในการตรวจวัดข้าวหอมมะลิโดยโครงสร้างของเครื่องตรวจสอบกลิ่นแบบจำเพาะด้วยเทคโนโลยีอาเรย์แก๊สเซ็นเซอร์ประกอบไปด้วยช่อง Chamber ใส่ตัวอย่างที่จะทำการตรวจวัด ตัวให้ความร้อนตัวอย่างเพื่อควบคุมปริมาณกลิ่น และอาเรย์ของเซนเซอร์ตรวจวัดก๊าซทั้งหมด 8 ชุด อุปกรณ์ ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ คือ 1.ส่วนรับกลิ่นประกอบด้วยตัวนำกลิ่นเข้ามา มีปั๊มลมดูดอากาศ และท่อรวบรวมกลิ่น เพื่อให้กลิ่นมีความเข้มข้นสูงขึ้น

ที่สำคัญที่สุด คือ เซ็นเซอร์อาเรย์รับกลิ่น 2.ส่วนรวบรวมสัญญาณ จะทำการแปรสัญญาณจากเซ็นเซอร์ และทำการจัดการสัญญาณ signal Conditioning เช่น ลดสัญญาณรบกวน จากนั้นก็จะแปลงสัญญาณจากอนาล็อกให้เป็นดิจิตอล และ 3.ส่วนประมวลผล จะนำสัญญาณที่ได้รับมาทำการเปรียบเทียบเชิงสถิติกับฐานข้อมูลที่มีอยู่เพื่อทำการแยกแยะกลิ่น รวมไปถึงการเรียนรู้และจดจำรูปแบบของกลิ่น เพื่อใช้ตรวจสอบองค์ประกอบของแก๊สต่างๆ และยังสามารถวัดความชื้นและอุณหภูมิของสภาพแวดล้อมภายนอกได้อีกด้วย

ดร.อดิสร เตือนตรานนท์ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวต่อว่า การทดลองใช้เครื่องได้รับความร่วมมือจากสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ นำตัวอย่างจากโรงสีข้าวมาทดสอบด้วยนวัตกรรมหอมข้าว : อุปกรณ์ตรวจสอบความหอมในข้าวหอมมะลิ แบบพกพาด้วยเทคนิคปัญญาประดิษฐ์ และเปรียบเทียบกับผลที่วัดได้จากเครื่อง GC (gas chromatography) ซึ่งเป็นวิธีดั้งเดิมที่ทาง สถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ ใช้ตรวจสอบค่า 2AP ผลปรากฏว่า นวัตกรรมหอมข้าว : อุปกรณ์ตรวจสอบความหอมในข้าวหอมมะลิ แบบพกพาด้วยเทคนิคปัญญาประดิษฐ์ สามารถวัดได้แม่นยำมากกว่า 90%

ในอนาคตนวัตกรรมหอมข้าว : อุปกรณ์ตรวจสอบความหอมในข้าวหอมมะลิ แบบพกพาด้วยเทคนิคปัญญาประดิษฐ์ จะนำไปใช้งานร่วมกับโรงสีและชุมชน เพื่อใช้สำหรับการตรวจสอบคุณภาพข้าวสำหรับการคัดกรองข้าวคุณภาพดี เพื่อให้เกิดรายได้ที่สูงขึ้นแก่เกษตรกร นอกจากนี้จะนำไปใช้งานในภาคอุตสาหกรรม เพื่อทำความเข้าใจในมาตรฐานของคุณภาพข้าวที่ผ่านการทดสอบด้วยเครื่องมือเดียวกัน รวมถึงการเพิ่มมูลค่าในการส่งออกโดยกำหนดมาตรฐานข้าวหอมมะลิด้วยการตรวจวัดทางวิทยาศาสตร์สำหรับการกำหนดมาตรฐานด้วย

สำหรับ นวัตกรรม“หอมข้าว” อุปกรณ์ตรวจสอบความหอมในข้าวหอมมะลิ แบบพกพา ได้รับรางวัลในงานวันนักประดิษฐ์ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พร้อมทั้งจัดแสดงผลงานถึงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา กรุงเทพฯ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เด่งฟ้าผ่า ! นายอำเภอคีรีมาศ เข้าวิทยาลัยการปกครอง

สุโขทัย – เด่งฟ้าผ่า ! นายอำเภอคีรีมาศเข้าวิทยาลัยการปกครอง

จากกรณีเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 7 ก.พ.นั้น เกิดการรวมตัวของกำนัน,ผู้ใหญ่บ้าน,ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน,สารวัตรกำนัน,อสม และ พลังมวลชนเกือบ 400 คน บริเวณลานด้านหน้าที่ว่าการอำเภอคีรีมาศ จ.สุโขทัย ประท้วงขับไล่นายบัญหาร บุญมี นายอำเภอคีรีมาศ ออกแถลงการณ์พร้อมปราศรัยโจมตีนายบัญหาร อ้างบริหารงานมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายประการนั้น

ล่าสุดนายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง ออกหนังสือคำสั่งกรมการปกครองที่ 228/2565 เรื่องให้ข้าราชการช่วยราชการ เพื่อประโยชน์ของทางราชการ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบการบริหารราชการแผ่รดิน พ.ศ.2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตร 12 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่5) พ.ศ.2545

จึงให้ ว่าที่ร้อยตรี บัญหาร บุญมี ตำแหน่งนายอำเภอ(อำนวยการสูง) อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ช่วยราชการที่กรมการปกครองโดยมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ที่วิทยาลัยการปกครอง เป็นการประจำ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง สั่ง ณ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง


พงศ์เทพ สาคร สุโขทัย

เด็กๆ Siharat academy ดีใจคุณลุงผู้บัญชาการ มอบเสื้อทีม และทุนการศึกษาในแข่งขันฟุตบอล

เด็กๆ Siharat academy ดีใจคุณลุงผู้บัญชาการ มอบเสื้อทีม และทุนการศึกษาในแข่งขันฟุตบอล

ที่สนามฟุตบอลหญ้าเทียม ค่ายสีหราชเดโชไชย พลตรี ณรงค์ สวนแก้ว ผู้บัญชา การกองพลทหารราบที่ 3 ลงพื้นที่มอบเสื้อทีมฟุตบอล และทุนการศึกษาให้กับบุตรหลาน ทีม Siharat academy โดยมี พันเอก ณรงค์ วิชญาณวรวุฒิ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 8 ให้การต้อนรับ ณ สนามฟุตบอลหญ้าเทียม ค่ายสีหราชเดโชไชย ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนได้ออกกำลังกายให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง พัฒนาศักยภาพด้านทักษะการกีฬาที่สูงขึ้นที่สำคัญให้เด็กๆรู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ห่างไกลจากยาเสพติด

ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3 พบปะพูดคุยกับบุตรหลานอย่างเป็นกันเอง บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้มที่แสนจะอบอุ่น ผู้ปกครองเด็กๆรู้สึกดีใจที่หน่วยงานทหารเล็งเห็นความสำคัญของกิจกรรมของบุตรหลานกำลังพลในค่ายฯ และพื้นที่ชุมชนรอบค่ายภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 อย่างเคร่งครัด


ภาพ : ขอบพระคุณภาพจาก ร.8
ข่าว : ออนซอน นิวส์

อึ้ง !! ร้านก๋วยเตี๋ยวสุดซอย 19 บาท ทุกเมนูยังมีอยู่จริง

นครนายก – อึ้ง ร้านก๋วยเตี๋ยวสุดซอย 19 บาท ทุกเมนูยังมีอยู่จริง

ที่นครนายกผู้สื่อรายงานว่าได้มีร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่ 1 ร้าน อยู่บริเวณซอยหมู่บ้านอุดมทรัพย์ อ.เมือง จ.นครนายก เปิดขายให้กับลูกค้าทุกระดับชั้น ในราคาเพียงแค่ 19 บาท ทุกเมนู จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงลองไปแวะชิม ภายในร้านเปิดเป็นร้านเล็กๆ ตกแต่งแนววินเทจแบบสบายๆ อากาศถ่ายเทได้สะดวก โดยตั้งชื่อร้านว่า “ก๋วยเตี๋ยวสุดซอย อร่อยทุกเมนู 19 บาท ” มีอาหารหลากหลาย เช่น กระเพราหมูกรอบ, หมู, กุ้ง, หมึก, ข้าวหมูแดง,หมูกรอบ, ข้าวมันไก่, ราดหน้าทะเล, ก๋วยเตี๋ยวไก่, หมู ฯลฯ มีลูกค้านั่งรอคิวอาหารกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเด็กๆ คนงานก่อสร้าง รวมถึงข้าราชการ ต่างมาชิมความอร่อยกันอย่างมากมาย ว่ากันง่ายๆ ขายดิบขายดีกันเลยทีเดียว

จากการสอบถาม นางสาวอภิรติ อุดมพล ลูกค้าที่พาเพื่อนมานั่งทาน เล่าว่าตนและเพื่อนสั่งอาหารหลายอย่าง เช่น กระเพราหมูกรอบ +ไข่ต้ม และยังสั่งหมูแดง หมูกรอบ กลับบ้าน พอสั่งให้แม่ค้าคิดเงิน ถึงกับอึ้งปรากฏว่าสั่งกัน 2 คน ตั้งเยอะควักเงินจ่าย เพียง 100 บาท แถมยังสั่งกลับบ้านอีก โดยเฉพาะอาหารประเภท หมูที่ยังคงมีราคาสูง แต่ร้านนี้ขายในราคา19 บาททุกเมนู ซึ่งลูกค้าหลายๆ คนที่มาทานร้านนี้พูดกันเป็นเสียงเดียวเลยว่า 19 บาท ยังมีอยู่จริงแถมยังอร่อยมากอีกด้วย

ด้านนางลัดดา ทวีวงษ์ เจ้าของร้านเผยความรู้สึกดีใจเล่าว่า ตนเองพักอยู่กับแม่และสามีและน้องชาย คิดอยากจะเปิดร้านอาหารเล็กๆ ภายในบ้านตัวเอ ก็เลยช่วยกันตกแต่งร้านเเละเปิดร้านอาหารตามสั่ง และจะเปิดยังไงให้โลกจำก็เลยพากันคิดชื่อร้านและก็จะขายในราคาแค่ 19 บาท ทุกเมนูปรากฎว่า ได้กระแสตอบรับได้ดีมากขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าถึงกับทำไม่ทันเลย บางคนถามว่าขายแบบนี้ได้ยังไงในเมื่อหมู ราคาแพงก็ตอบกับไปว่าอยากช่วยเหลือคนมากกว่าและราคา 19 บาท เด็กๆ ยังคงมีกำลังมาซื้อเรากินรวมถึงทุกคนที่อยากกินทางร้านจึงขายไม่แพงมาก 19 บาท ทุกเมนูถือว่าเราช่วยกันในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ข่าวจังหวัดนครนายก

“นครพนม” นายอำเภอกระดูกเหล็ก เจอชายคลั่งยาบ้าส่องปืนซัลโว โดน อส.เจ็บ 1 ราย ล็อกคอค้นกระท่อมพบอุปกรณ์เสพเพียบ ตาลอยให้การวกวน

“นครพนม” นายอำเภอกระดูกเหล็ก เจอชายคลั่งยาบ้าส่องปืนซัลโวโดน อส.เจ็บ 1 ราย ล็อกคอค้นกระท่อมพบอุปกรณ์เสพเพียบ ตาลอยให้การวกวน

วันที่ 7 กุมภาพพันธ์ 2565 ณ หน้าศาลากลางจังหวัดนครพนม นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม, พล.ร.ต.สมบัติ จูถนอม ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ผบ.นรข.), พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม (ผบก.ภ.จว.ฯ), พ.อ.ปราโมทย์ เนียมสำเภา รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 8 (รอง ผบ.ร.8) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (กกล.ฯ), พ.อ.จักริน จิตคติ รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนครพนม (รอง ผอ.กรอ.รมน.ฯ) /รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 (รอง ผบ.มทบ.210), และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแถลงข่าวผลการดำเนินงาน ตามแผนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดฯ “ยุทธการฟ้าสางที่ฝั่งโขง”

โดยนายพรต ภูมิภักดิ์ ปลัดจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่าวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายปรีชา สอิ้งทอง นายอำเภอนาทม พร้อมด้วยปลัดฯ ฝ่ายป้องกัน และกำลังกองอาสารักษาดินแดน(อส.) รับแจ้งจากชาวบ้านว่าในสวนยางท้ายบ้านหนองซนหมู่ 8 ต.หนองซน มีชายลักษณะคล้ายคนเมายาบ้าส่งเสียงโหวกเหวกโวยวายไม่เว้นวัน จึงรุดไปตรวจสอบที่กระท่อมในสวนยางดังกล่าว ปรากฏว่าพบชายคนหนึ่งนั่งทำตาถมึงทึงอยู่บนแคร่หน้ากระท่อม เจ้าหน้าที่จึงส่งเสียงทักทายแต่ชายดังกล่าวไม่ตอบ กลับวิ่งขึ้นไปบนกระท่อมคว้าปืนแก๊ปไทยประดิษฐ์ส่องมายังกลุ่มนายอำเภอ เหนี่ยวไกลั่นปังแบบไม่ทันระวังตัวกระสุนไปถูกแขนขวา มญ.ทัพพงศ์ เศษเพ็ง จนเลือดสาด จึงรีบนำตัวส่ง รพ.นาทม ส่วนชายคลั่งถูกล็อกตัวไว้ขณะจะยกพานท้ายปืนฟาดนายอำเภอ ทราบว่าชื่อนายคำมวน ม่วงจันทร์ อายุ 41 ปี พูดจาวกไปวนมาจับใจความไม่ได้ ตรวจค้นภายในกระท่อมพบยาบ้า 3 เม็ดพร้อมอุปกรณ์การเสพอีกเพียบ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.นาทม ดำเนินคดีต่อไป

ต่อมาในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ โดยการอำนวยการของ นายธวัช พรมโสภา นายอำเภอศรีสงคราม (ผอ.ศป.ปส.อ.ศรีสงคราม) สั่งการให้ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลัง อส.ฯ ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นตามยุทธการฟ้าสางที่ฝั่งโขง สามารถจับกุม ชายไทย อายุ 54 ปี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 51 เม็ด และอุปกรณ์การเสพ ณ บ้านไม่มีเลขที่ บ้านนาหนองหวายหมู่ 7 ต.สามผง โดยได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาทำบันทึกจับกุมที่อำเภอและแจ้งข้อกล่าวหา 1.มียาเสพติดประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย 2. เสพยาเสพติดประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)โดยผิดกฎหมาย และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีสงคราม ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


เทพข่าวร้อน
รายงาน

นนทบุรี ลูกสาวร้องพ่อถูกญาติทำร้ายสาหัส

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 7 ก.พ.65 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียน จากน.ส.ศศิชา นาคจาด อายุ 26 ปี ว่าพ่อถูกญาติกันทำร้ายร่างกายใช้มีดปาดคอและฟันหลังได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนรักษาตัวไอซียู ร.พ.พระนั่งเกล้า

นางรพีพรรณ เกษศรีสังข์ อายุ 52 ปี ภรรยาผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ช่วงบ่ายวันที่ 6 ก.พ.65 ที่ผ่านมา ขณะที่กำลังนั่งรีดผ้าอยู่ในบ้าน ซอยหลังวัดแจ้งศิริสัมพันธ์ ถนน นนทบุรี 1 ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี ได้มีนายตั้ม อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นญาติบ้านอยู่ติดกัน นั่งดื่มเหล้ากับภรรยาและเพื่อน รวม 3 คน จนเมาก่อนจะเดินขึ้นมากล่าวหาว่า ตนเอาเรื่องไปบอกกับญาติคนอื่นๆว่า นางปู เพื่อนคนก่อเหตุเอาเครื่องซักผ้า เอาตู้เย็นมาตั้งหน้าบ้านเกะกะทางเดิน ซึ่งตนพยายามอธิบายว่า ไม่เคยพูดและไม่อยากยุ่งเกี่ยว จนมีปากเสียงกัน ก่อนที่นายตั้ม กลับไปบ้านเอามีดพร้า มาข่มขู่ นายสุธี นาคจาด สามีที่นอนหลับอยู่ในห้อง ได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย ได้ตื่นออกมา นายตั้ม จึงใช้มีดปาดคอ 1 แผล ฟันที่คาง 1 แผล และฟันเข้ากลางหลัง 1 แผล จนได้รับบาดเจ็บ สามี ได้วิ่งออกไปขอความช่วยเหลือเพื่อนบ้านพาส่งโรงพยาบาล หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความตำรวสภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ให้ดำเนินคดี

น.ส.ศศิชา นาคจาด อายุ 26 ปี ลูกสาวผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ ต้องย้ายมาอยู่บ้านญาติกันที่อำเภอบางบัวทอง เพราะอยู่ไม่ได้ มีเพียงเสื้อผ้าติดตัวมาคนละชุด เพราหลังเกิดเหตุช่วงเย็น นายตั้ม ได้เอาปืนมาข่มขู่พี่ชาย จนต้องหนีกันออกมา กลัวจะไม่ปลอดภัย ที่บ้านมีแม่ พ่อ พี่ชาย และหลานเด็กๆ อีก 3 คน เวลานายตั้ม กินเหล้าเมาชอบหาเรื่องจนคนในระเวกนั้นไม่มีใครกล้ายุ่งด้วย กลัวจะถูกทำร้าย ตนอยากให้ตำรวจมาจับตัวไปดำเนินคดีโดยเร็ว จึงได้โพสต์เฟสบุ๊คขอความช่วยเหลือ


สาโรจน์ สว่างศรี / นนทบุรี

เทศบาลเมืองยโสธร จัดอบรมเพิ่มประสิทธิภาพผู้นำชุมชนประจำปี 2565 ครั้งที่ 2

เทศบาลเมืองยโสธรจัดอบรมเพิ่มประสิทธิภาพผู้นำชุมชนประจำปี 2565 ครั้งที่ 2

ที่อาคารศูนย์บริการผู้สูงอายุและคนพิการ (หอนาฬิกา) นายณัฐพล นาคสุข นายกเทศมนตรีเมืองยโสธร พร้อมด้วย นายสุธา บรรตานึก รองนายกเทศมนตรีเมืองยโสธร, ดร.นุชิดา สุวแพทย์ รองนายกเทศมนตรีเมืองยโสธร, นายสัตวแพทย์กัมทร พรจิรเวช รองนายกเทศมนตรีเมืองยโสธร, นายอดุลย์ วงษ์ ประธานสภาเทศบาลเมืองยโสธร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองยโสธร, สมาชิกสภาเทศบาลเมืองยโสธร และเจ้าหน้าที่จากกองสวัสดิการสังคม ได้จัดโครงการอบรมเพิ่มประสิทธิภาพผู้นำชุมชนประจำปี 2565 ครั้งที่ 2/2565

โดยก่อนหน้านั้น นายณัฐพล นาคสุข นายกเทศมนตรีเมืองยโสธร ได้มอบหมายให้ ดร.นุชิดา สุวแพทย์ รองนายกเทศมนตรีเมืองยโสธร เป็นประธานประชุมคณะกรรมการดำเนินงานพิพิธภัณฑ์เมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า พร้อมผู้ทรงคุณวุฒิ, ปราชญ์ชาวบ้าน, ผู้แทนชุมชน, ตัวแทนภาคเอกชน และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เมืองเก่าบ้านสิงห์ท่าต่อไป


รุ่งอรุณทรงกลด บุญปก /ประยง​ อินอ่อน
////รายงาน

ทหารพราน 2 กองร้อย แท็กทีมตรวจยึดยาบ้า 440,000 เม็ด ผู้ต้องหา 1 ราย ค่าจ้าง 4 พัน ปปส.ขยายผลยึดทรัพย์ 15 ล้านบาท

นครพนม – ทหารพราน 2 กองร้อย แท็กทีมตรวจยึดยาบ้า 440,000 เม็ดผู้ต้องหา 1 รายค่าจ้าง 4 พัน ปปส.ขยายผลยึดทรัพย์ 15 ล้านบาท

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 11.30 น. บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดนครพนม นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม, พล.ร.ต.สมบัติ จูถนอม ผู้บัญชา การหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ผบ.นรข.), พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม (ผบก.ภ.จว.ฯ), พ.อ. ปราโมทย์ เนียมสำเภา รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 8 (รอง ผบ.ร.8) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (กกล.ฯ), พ.อ.จักริน จิตคติ รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนครพนม (รอง ผอ.กรอ.รมน.ฯ) /รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 (รอง ผบ.มทบ.210), และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวผลการดำเนินงาน ตามแผนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดฯ “ยุทธการฟ้าสางที่ฝั่งโขง” โดยกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2109 ฐานปฏิบัติการบ้านท่าดอกแก้ว ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน และ กองร้อยทหารพรานที่ 2108 ฐานปฏิบัติการบ้านปากห้วยม่วง ต.นาเข อ.บ้านแพง จ.นครพนม สามารถจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย ของกลางยาบ้ารวมกัน 440,000 เม็ด รถจักรยานยนต์ 1 คัน เรือหาปลา 1 ลำ

โดยเหตุการณ์แรกเกิดขึ้นเวลาประมาณ 14.00 น. ของวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ร.อ.ธนากร นาเหล็ก ผบ.ร้อย.ทพ.2109 ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า จะมีการลำเลียงยาเสพติด(ยาบ้า) จากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเข้าราชอาณาจักร จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลาดตระเวนทั้งทางบกและทางน้ำ กระทั่งเวลาประมาณบ่ายโมงเศษๆ พบชายคนหนึ่งขับรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 110 ไอ สีดำ-แดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาจอดที่ริมท่าน้ำบ้านแก้งส้มโฮง หมู่ที่ 1 ต.พะทาย อ.ท่าอุเทน แล้วเดินลงไปสตาร์ทเครื่องเรือขับออกไปกลางลำแม่น้ำโขง โดยบริเวณนั้นปริมาณน้ำโขงลดจึงเกิดหาดผุดกลางแม่น้ำ จึงใช้กล้องส่องทางไกลตรวจเห็นชายต้องสงสัยขับเรืออ้อมเกาะไปยังอีกเกาะหนึ่งที่อยู่ใกล้กัน พบว่าได้จอดเรือแล้วลงไปหยิบวัตถุต้องสงสัยใส่ในเรือแล้วแล่นกลับมายังฝั่งไทย เมื่อเทียบท่าเจ้าหน้าที่ซึ่งซุ่มเฝ้าอยู่บริเวณนั้นได้แสดงตัวของตรวจค้น ชายดังกล่าวพยายามจะวิ่งหนีแต่ถูกบล็อกไว้จึงจนมุม ทราบต่อมาว่าชื่อนายถวิล ผุยเหง้า หรือโต้ง อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 28 บ้านน้อยลวงมอง หมู่ 8 ต.หนองเทา อ.ท่าอุเทน นำตัวไปสอบสวนพร้อมของกลางจำนวน 3 กระสอบ ที่ฐานปฏิบัติการและตรวจปัสสาวะพบเป็นบวก

จากการตรวจสอบกระสอบพบยาบ้าสีแดง 219,670 เม็ด สีเขียว 220 เม็ด รวมยาบ้าทั้งหมดจำนวน 219,890 เม็ด, และยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 222 กรัม ซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพว่ามีอาชีพรับจ้างกรีดยาง ช่วงนี้ปิดหน้ายางจึงรับจ๊อบโดยได้รับการว่าจ้างจากนายทุนรายหนึ่งในราคา 4,000 บาท ให้ไปรับยาบ้าที่ขบวนการนำมาวางไว้แล้วที่บนเกาะกลางแม่น้ำโขง ก่อนจะไปรับของได้เสพยาบ้า 2 เม็ด จึงขาดสติขับเรือไปเอามาแล้วถูกจับดังกล่าว ซึ่งทำครั้งแรกได้เงินค่าจ้าง 2,000 บาท ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองก่อนเกมโอเวอร์

เหตุการณ์ที่สองในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 18.30 น. ร.ท.วันชาติ เหมือนปืน ผบ.ร้อย ทพ.2108 ฐานปฏิบัติการบ้านปากห้วยม่วง ต.นาเข อ.บ้านแพง ลาดตระเวนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่าในเวลาโพล้เพล้นั้นเห็นชายฉกรรจ์ 3 คนกำลังแบกสิ่งของเดินเลาะทุ่งนาบริเวณบ้านแพงใต้หมู่ 11 ต.บ้านแพง อ.บ้าน แพง จึงส่งสัญญาณขอเข้าตรวจค้นชายทั้งสามโยนสิ่งของต้องสงสัยทิ้งทันที แล้วแตกหนีกระเจิดกระเจิงคนละทิศละทาง เมื่อเข้าตรวจสอบพบกระสอบปุ๋ย 3 ใบ ภายในมียาบ้านับได้ 220,000 เม็ด นอกจากนี้คนร้ายได้ทิ้งรองเท้าไว้ดูต่างหน้าอีก 3 คู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นำของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ. บ้านแพง เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย และเป็นที่น่าสังเกตว่าของกลางยาบ้าที่ยึดได้ มีลายมือเขียนด้วยปากกาเมจิกสีน้ำเงินเป็นภาษาประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผู้รับปลายทาง เช่น อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา, ขอนแก่น, อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร, กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, หนองบัวลำภู, อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร เป็นต้น มีหนึ่งห่อเขียนเบอร์โทรศัพท์ไว้บนอย่างชัดเจน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสืบสวนสอบสวนเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ณ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า ผบก.ปส.2. สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 4 จุด ในพื้นที่ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม เพื่อขยายผลตรวจยึดทรัพย์กลุ่มขบวนการเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ภาคอีสาน

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปส.2 บช.ปส. จับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติด 2 คน พร้อมยาบ้า 84,000 เม็ด และไอซ์ 200 กรัม ก่อนจะสืบทราบว่าเป็นเครือข่ายยาเสพติดนายวรายุทธ หรือ เอ้ โอ้น ที่มักลักลอบนำยาเสพติดจากริมแม่น้ำโขงเข้ามาส่งให้กับผู้ค้าในพื้นที่จังหวัดภาคอีสานตอนใน จึงขยายผลแกะรอย ตามจับกุมตัวนายวรายุทธ กับพวกรวม 2 คน พร้อมยาบ้า 30,000 เม็ด ได้ภายในปั้มน้ำมัน พีที เลขที่ 250 ม.13 ต.เชือน้ำ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมาก่อนขยายผลตรวจยึดทรัพย์สินส่วนหนึ่งมูลค่าประมาณ 1 ล้านบาท ทั้งนี้ชุดจับกุมดำเนินการขยายผลเรื่อยมา เนื่องจากแนวทางสืบสวนพบว่าเครือข่ายดังกล่าวลักลอบจำหน่ายยาเสพติดมานานกว่า 3 ปี รวมถึงมีการนำเงินที่ได้จากการขายยาเสพติดไปลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์และประกอบกิจการร้านขายยางรถยนต์ ในพื้นที่ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม เพื่อปกปิดอำพราง จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลเข้าตรวจค้นยึดทรัพย์ดังกล่าว จากการเข้าตรวจค้นครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดบ้านพักจำนวน 3 หลัง รถยนต์และรถจักรยานยนต์ อีก 5 คัน รวมมูลค่า 15 ล้านบาท


เทพข่าวร้อน รายงาน

รวบ 2 ผัวเมีย สาย มูเตลู ขโมยองค์ปุงเถ่ากง-ม่า ศาลเจ้าพ่อหมื่นนครพนม สารภาพย่าทองทิพย์บงการ หวังมีอำนาจบารมีล้นหลาม

นครพนม – รวบ 2 ผัวเมีย สาย มูเตลู ขโมยองค์ปุงเถ่ากง-ม่า ศาลเจ้าพ่อหมื่นนครพนม สารภาพย่าทองทิพย์บงการ หวังมีอำนาจบารมีล้นหลาม

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 13.30 น. ร.ต.อ.คงฤทธิ์ พลศรี รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองนครพนม เจ้าของคดีได้เบิกตัวนายศุภมิตร จันทรเสนา อายุ 42 ปี เป็นชาวอำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา และ นางสาวพิณรัตน์ บริรักษ์ธนโชติ อายุ 46 ปี เป็นชาวจังหวัดอุบลฯ โดยทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน ไปพบกับ พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม (ผบก.ภ.จว.ฯ), พ.ต.อ.ฉกาจน์ เทียมวงศ์ รอง ผบก.ภ.ฯ, พ.ต.อ.กฤติน กอร์ปกุลหิรัญ ผกก.สืบสวนภ.จว.ฯ, พ.ต.อ.ณัฏฐวิชฌ์ ราชแก้ว ผกก.สภ.เมืองนครพนม, พ.ต.ท.คำดี เฮียงบุญ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม, พ.ต.ท.ธนชิต สุขพัฒนานรากุล รอง ผกก.สืบสวน สภ.เมืองนครพนม สอบสวนรายละเอียดเบื้องต้นตามหมายจับของศาลจังหวัดนครพนมที่ จ.10-11/2565 ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2565 ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ในสถานที่บูชาสาธารณะหรือรับของโจร

สืบเนื่องจากวันที่ 4 มกราคม 2565 ทั้งสองได้ลอบเข้าไปในศาลเจ้าพ่อหมื่นหรือปุงเถ่ากง-ม่า เทวรูปจีนที่ชาวไทยเชื้อสายจีนเคารพศรัทธามาเกือบ 100 ปี ซึ่งศาลเจ้าดังกล่าวอยู่ในบริเวณวัดโอกาส(ศรีบัวบาน) ริมแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม ภายหลังวันที่ 6 มกราคม 2565 เวลาประมาณ 05.30 น. ทั้งสองได้ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่น CRV สีดำ ทะเบียน ญผ 3602 กรุงเทพมหานคร แอบนำเทวรูปปุงเถ่ากง-ม่าที่ขโมยไปมาส่งคืนริมกำแพงด้านทิศเหนือของวัดโอกาส(ศรีบัวบาน) เพราะเกรงกลัวความผิด

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน บก.ภ.จว.นครพนม และ สภ.เมืองนครพนม ร่วมกันสืบหาข่าวไล่เช็คกล้องวงจรปิดที่ติดทั่วไปตามเสาไฟฟ้าเขตเทศบาลเมืองนครพนม ปรากฏว่ากล้องวงจรปิดร้านอมาดา จำหน่ายเครื่องเงินทุกชนิด ตรงบริเวณสามแยกด้านหลังวัดโอกาส(ศรีบัวบาน) พบว่าในวันและเวลาใกล้เคียงกันของวันที่ 6 มกราคม มีภาพรถยนต์เก๋งต้องสงสัยขับเข้ามาจอดกำแพงด้านทิศเหนือ มีและชายหญิงคู่หนึ่งลงจากรถช่วยกันยกสิ่งของมาวางไว้ข้างกำแพง แล้วรีบขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว โดยในกล้องวงจรปิดเห็นยี่ห้อและทะเบียนรถได้อย่างชัดเจน

ชุดสืบสวนจึงตรวจหาชื่อผู้ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าว ทราบว่ามีนางสาวพิณรัตน์เป็นเจ้าของรถ มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดอุบลฯ จึงเดินทางไปตามที่อยู่และทราบต่อมาว่านายศุภมิตรเป็นสามีที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน มีลักษณะสูงประมาณ 180 ซม. คล้ายชายในกล้องวงจรปิด กระทั่งทราบพฤติกรรมสองสามีภรรยาคู่นี้เป็นสายมูเตลู หมายถึงการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เครื่องรางของขลัง ไปจนถึงการทำพิธีกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับศาสนา นอกจากนี้มูเตลูยังสื่อถึงการทำบุญเสริมดวงชะตาให้ชีวิตต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน การเงิน ความรัก ดูดทรัพย์และโชคลาภ รวมไปถึงการคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตราย หรือ การไปไหว้ เป็นต้น

โดยทั้งสองชอบเดินสายไปในหลายๆจังหวัดของประเทศไทย และยังอ้างถึงความเชื่อในสิ่งเร้นลับต่างๆ ถึงขั้นเปิดเพจจำหน่ายน้ำมนต์ขับไล่โควิด และก็มีคนเชื่อสั่งซื้อไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งชุดสืบสวนได้แกะรอยจนทราบว่าก่อนที่เทวรูปจีนปุงเถ่ากง-ม่าจะหายไปจากแท่นบูชา สองผัวเมียคู่นี้ได้เดินทางไปสวดมนต์ข้ามปีที่สำนักองค์เณรบัลลังก์แก้วคำดำริมแม่น้ำโขง บ้านเมืองเก่า ต.ท่าค้อ อ.เมืองนครพนม และได้ขับรถยนต์ตระเวนไปอีกหลายแห่งในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ส่วนมากในกล้องวงจรปิดจะเห็นไปตามศาลเจ้าต่างๆ และจะถือสิ่งของที่ประชาชนนำไปถวายเช่น ฉัตรทอง-เงิน ศาลหลักเมืองนครพนม,ผ้าคลุมพระธาตุนคร และสร้อยมุกข้อมือเจ้าแม่กวนอิมในวัดมหาธาตุ,เครื่องเซ่นไหว้ศาลเจ้าพ่อคำแดง-ศาลเจ้าพ่อสิบสอง และรูปปั้นสิงโตหน้าศาลเจ้าพ่อสัมมะติ ติดมือออกมาด้วย จึงนำมาสู่การขอหมายจับจากศาลจังหวัดนครพนม และศาลฯได้อนุมัติลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2565 ตามที่กล่าวข้างต้น

ขณะเดียวกันชุดสืบสวนได้ไปนอนเฝ้าดูพฤติกรรมสองผัวเมียที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลฯถึง 2 คืน พบทั้งสองขลุกอยู่แต่ในห้องโดยไม่ยอมออกมาข้างนอกเลย กระทั่งวันที่ 6 กุมภาพันธ์ทั้งสองก็เดินออกจากห้องหอบสิ่งของพะรุงพะรังขึ้นรถขับออกจากรีสอร์ทแห่งนั้นไป โดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 (อุบล-นครพนม) ผ่านจังหวัดอำนาจเจริญ,ยโสธร,มกดาหาร และนครพนม มุ่งสู่จังหวัดบึงกาฬ และปลายทางอยู่ที่อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ เพื่อร่วมพิธีบวงสรวงปู่อือลือ ชุดปฏิบัติการเฝ้าดูจนทั้งสองร่วมพิธีดังกล่าวเสร็จ จึงนำหมายจับแสดงให้ดูตรงบริเวณท่าเรือชัยนาคา บ้านเสกโพธิ์ ต.บึงโขงหลง อ.บึงโขงหลง ทั้งคู่รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับในหมายจับ จึงนำตัวผู้ต้องหาเดินทางไปส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ตามขั้นตอนของกฎหมาย

สองสามีภรรยารับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่ามีย่าทองทิพย์ที่เคารพนับถือใช้วิธีพูดคุยกันในเฟซบุ๊กเป็นผู้บงการ โดยสั่งให้ตนไปเอาเทวรูปปุงเถ่ากง-ม่าในศาลเจ้าพ่อหมื่น เพื่อจะทำให้มีอำนาจบารมีเหลือล้น ระหว่างที่เข้าไปในศาลจะคอลคุยกับย่าทองทิพย์ตลอดเวลา โดยย่าสั่งให้ทำอะไรก็ทำหมด ตั้งแต่เอาเทวรูปองค์ปุงเถ่ากง-ม่าใส่กล่องกระดาษ ยกขึ้นรถขับไปซ่อนไว้ที่สำนักองค์เณรบัลลังก์แก้วคำดำริมแม่น้ำโขง จากนั้นย่าทองทิพย์ยังสั่งให้ไปเอาสิ่งที่ประชาชนในจังหวัดนครพนมกราบไหว้บูชามาเป็นเครื่องเซ่นไหว้ด้วย ตนทั้งสองจึงตระเวนไปขโมยสิ่งของตามความเชื่อว่าจะมีบารมีมากมายก่ายกอง กระทั่งมีข่าวออกทางสื่อโทรทัศน์ หนังสือ และออนไลน์ จึงเกรงกลัวความผิด จึงรีบนำปุงเถ่ากง-ม่าใส่ท้ายรถเก๋งขับไปวางไว้ข้างกำแพงศาลเจ้าดังกล่าว และเชื่อว่าย่าทองทิพย์จะปิดหูปิดตาเจ้าหน้าที่ไม่ให้เห็นภาพตน จึงตระเวนขับรถคู่ชีพไปร่วมงานสายมูเตลูอีกหลายแห่งทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง จนมาถูกจับที่พิธีบวงสรวงปู่อือลือดังกล่าว รวมระยะการเวลาสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 เดือนพอดี
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่างทำแผนประกอบคำรับสารภาพ สองผัวเมียไม่มีท่าทีสะทกสะท้านแต่อย่างใด มีหัวเราะในบางทีอีกด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะล่าตัวย่าทองทิพย์ผู้บงการตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


เทพข่าวร้อน รายงาน

กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน สุดทน ! รวมตัวประท้วงขับไล่นายอำเภอคีรีมาศ

สุโขทัย – เกิดการรวมตัวของกำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน, สารวัตรกำนัน, อสม. และพลังมวลชนเกือบ 400 คน บริเวณลานด้านหน้าที่ว่าการอำเภอคีรีมาศ จ.สุโขทัย ประท้วงขับไล่นายบัญหาร บุญมี นายอำเภอคีรีมาศ ออกแถลงการณ์พร้อมปราศรัยโจมตีนายบัญหาร อ้างบริหารงานมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายประการ

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 7 ก.พ 2565 บริเวณลานด้านหน้าอาคารที่ว่าการอำเภอคีรีมาศ จ.สุโขทัย มีการรวมตัวประท้วงของกำนัน ,ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน, สารวัตรกำนัน ทั้ง 10 ตำบลของอำเภอคีรีมาศ จ.สุโขทัย จำนวน 345 คน, พร้อมด้วยกลุ่ม อสม. และพลังมวลชนสตรีในพื้นที่ รวมทั้งสิ้นเกือบ 400 คน โดยการประท้วงมีการปราศรัยและออกแถลงการณ์ข้อร้องเรียนขับไล่นายบัญหาร บุญมี นายอำเภอคีรีมาศ โดยขอให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงทำการออกคำสั่งย้ายนายอำเภอคีรีมาศออกจากพื้นที่

โดยข้อเรียกร้องดังกล่าวอ้างว่า นายอำเภอคีรีมาศมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่างในการบริหารงานจนกระทบกับการทำงานของราษฏรในพื้นที่ รวมทั้งกระทบกับการทำงานของส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ ความรู้สึกของข้าราชการที่ปฏิบัติงานในพื้นที่อำเภอคีรีมาศ โดยการอ้างถึงนายอำเภอมีพฤติกรรมแสดงความเกรี้ยวกราด ฉุนเฉียว ด่าทอ หนีออกจากที่ประชุมถ้ามีการประชุมในพื้นที่ตำบลใด ผู้ร่วมงานต้องยืนรอเข้าแถวต้อนรับในทุกตำบลเพื่อให้เกียรติว่าตนเองเป็นนายอำเภอ รวมทั้งเมื่อนายอำเภอไม่พอใจในเหตุการณ์ใดๆ แม้จะอยู่ในที่สาธารณะก็ไม่สามารถควบคุมสติอารมณ์ตัวเองได้จะใช้คำพูดหยาบคายด่ากราดไม่เหมาะสม รวมทั้งการข่มขู่จนทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานหวาดกลัวไม่มีกำลังใจทำงานท้อแท้จนกระทั่งมีการอยากย้ายไปทำงานยังท้องที่อื่นเป็นจำนวนมาก อีกทั้งมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิค 19 ได้ก่อให้เกิดการกระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและชาวบ้านด่าทอเกรี้ยวกราดจนเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานท้อแท้หมดกำลังใจโดยเฉพาะหมออนามัยท้อแท้ถึงขั้นจะลาออกจากราชการ โดยสุดท้ายการร้องเรียนและปราศรัยออกแถลงการณ์นั้นได้ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยช่วยย้ายนายอำเภอออกนอกพื้นที่ก่อนที่ปัญหาดังกล่าวจะพอกพูนจนอาจจะทำให้เกิดการลุกฮือเกิดม๊อบขับไล่นายอำเภอที่อาจจะร้ายแรงไปกว่านี้

ด้านนายวิทูรย์ แดงอิ่ม กำนันตำบลหนองกระดิ่ง หนึ่งในแกนนำได้กล่าวในเรื่องนี้ว่า เจ้าหน้าที่และข้าราชการทุกฝ่ายในทุกวันนี้ทำงานด้วยน้ำตาทำงานด้วยความลำบากใจทุกหน่วยงานเกิดความขัดแย้งแม้กระทั่งลูกจ้างส่วนราชการในอำเภอยังโดนดุด่าไม่มีใครทำงานด้วยความสุขการพัฒนาพื้นที่ก็ล่าช้าตนเองไม่อยากให้นายอำเภอยังอยู่ที่นี่การพัฒนาแย่มากก็ขอให้ย้ายนายอำเภอออกไปนอกพื้นที่โดยเร็ว

ขณะที่นายบัญหาร บุญมี นายอำเภอคีรีมาศได้เปิดเผยถึงเรื่องนี้ต่อผู้สื่อข่าวว่า จากที่ได้ฟังการปราศรัยประท้วงในครั้งนี้ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงโดยตนเองนั้นพยายามของบพัฒนาพื้นที่ต่างๆในแต่ละตำบลมาโดยตลอดตรงตามระเบียบทางราชการนับแต่ตนเองมารับตำแหน่งได้มุ่งทำงานอยู่ 3 เรื่องด้วยกันนั่นคือ มุ่งทำงานแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของคนคีรีมาศ , มุ่งแก้ไขปัญหายาเสพติด และ มุ่งช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทั้งหมด โดยเรื่องที่เกิดขึ้นตนเองไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาเพราะว่ายังทำงานกันไปตามปรกติเพียงแต่ว่ามีปัญหากับคนบางคนเท่านั้นเองซึ่งในขณะนี้ก็มีผู้ใหญ่บ้านหลายคนกำนันบางคนรวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการในอำเภอก็ยังส่งไลน์มาให้กำลังใจบอกว่าให้ สู้ๆ ตนเองเข้าใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงเช้าที่มีการกล่าวหาร้องเรียนกันนั้นอาจจะเป็นเรื่องของการที่ไม่เข้าใจกันในบางคนที่สำคัญคือเป็นเรื่องภายในสำนักงานนั่นเองซึ่งไม่เกี่ยวกับบุคคลภายนอกหรือประชาชนเลย นายอำเภอคีรีมาศกล่าว


พงศ์เทพ สาคร สุโขทัย