ลูกพิชัยเจ๋ง ส่ง “Mun Go Map” แพลตฟอร์มอนุรักษ์ดนตรีมังคละ คว้ารางวัลชนะเลิศ เวที I-New Gen Award 2021

ลูกพิชัยเจ๋ง ส่ง “Mun Go Map” แพลตฟอร์มอนุรักษ์ดนตรีมังคละ คว้ารางวัลชนะเลิศ เวที I-New Gen Award 2021

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบรางวัลสิ่งประดิษฐ์ระดับเยาวชน โครงการ Thailand New Gen Inventor’s Award : I-New Gen Award 2021 ระดับมัธยมศึกษา รางวัลชนะเลิศ ด้านการท่องเที่ยว ให้กับผลงาน “การอนุรักษ์ดนตรีมังคละบนดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาการเรียนรู้สู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดอุตรดิตถ์” จากโรงเรียนพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานมอบรางวัลและปิดงานวันนักประดิษฐ์ ปี 2564 – 2565 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ได้จัดให้มีโครงการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม “Thailand New Gen Inventor’s Award : I-New Gen Award” ขึ้น เพื่อให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจและมีศักยภาพ ได้มีเวทีในการแสดงความสามารถพิเศษด้านการประดิษฐ์คิดค้น ในปีนี้มีนักเรียน นักศึกษา จากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ให้ความสนใจส่งผลงานเข้าประกวดจำนวนมาก ซึ่งในด้านการท่องเที่ยว ระดับมัธยมศึกษา รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานเรื่อง “การอนุรักษ์ดนตรีมังคละบนดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาการเรียนรู้สู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดอุตรดิตถ์” จากโรงเรียนพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งถือเป็นการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลแพลตฟอร์มมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการรักษาอัตลักษณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง ช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชน และยกระดับผู้ประกอบการในท้องถิ่นไปสู่ Smart City

ว่าที่ร้อยตรีหญิง ฉัตรกมล เชื้อสะอาด คุณครูที่ปรึกษาทีมนักประดิษฐ์ กล่าวว่า อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ มีดนตรีมังคละซึ่งเป็นดนตรีประจำถิ่นที่ใช้บรรเลงพิธีสำคัญต่างๆ ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในอดีต แต่ปัจจุบันดนตรีมังคละกลับไม่เป็นที่รู้จัก หรือรู้จักอยู่ในวงแคบ และเข้าไม่ถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ จากปัญหานี้ทีมนักประดิษฐ์ของเรา จึงได้ฟื้นฟูดนตรีมังคละให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น โดยการนำดนตรีมังคละ มาผสมผสานกับดนตรีสากลและเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Website, Facebook Fanpage, Electronics Book : E-Book และ Youtube Channel จนมีผู้คนให้ความสนใจดนตรีมังคละ ทำให้อำเภอพิชัยเป็นที่รู้จักมากขึ้น เราจึงเห็นโอกาสที่จะพัฒนาการท่องเที่ยวในท้องถิ่น จากจุดเด่นทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ ทีมนักประดิษฐ์จึงได้คิดค้น “Mun Go Map แผนที่นำเที่ยวมีชีวิต” เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวของอำเภอพิชัย และอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว โดยเป็นแพลตฟอร์มที่เน้นการอำนวยความสะดวกในด้านข้อมูลของสถานที่ การเดินทาง และที่พัก ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถกำหนดและออกแบบรูปแบบการท่องเที่ยวของตัวเองได้ ด้วยโปรแกรมทัวร์รูปแบบต่าง ๆ ภายใต้คอนเซ็ปท์ “กิน อยู่ ดู ฟัง และ เล่น”

สำหรับแพลตฟอร์ม “Mun Go Map แผนที่นำเที่ยวมีชีวิต” ถูกคิดค้นโดย นางสาววิรากานต์ พุ่มพวง นางสาวชภัสศิกานต์ จวงแย้ม นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4 และนางสาวนิตญา แตงแก้ว นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 5 จากโรงเรียนพิชัย อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมี ว่าที่ร้อยตรีหญิง ฉัตรกมล เชื้อสะอาด เป็นคุณครูที่ปรึกษา ปัจจุบันทีมนักประดิษฐ์ได้นำเสนอแพลตฟอร์มดังกล่าว แก่นายอำเภอพิชัย และวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อสร้างความร่วมมือในการขยายผลการท่องเที่ยวในอำเภอพิชัย ซึ่งจะนำมาสู่การส่งเสริมการสร้างรายได้ในชุมชน เป็นต้นแบบในการให้บริการการท่องเที่ยวเมืองรอง ภายใต้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม ในอนาคตจะขยายผลไปสู่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ และขยายผลไปสู่พื้นที่อื่น ๆ ต่อไป

สำหรับท่านที่สนใจสามารถเข้าชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Website : www.munjungko.org Facebook Fanpage : มังจังโก้ และ Youtube Channel : Modtanoy film


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ผบ.ฉก.ทพ.21 มอบเครื่องอุปโภค บริโภค ช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบ จากการระบาดของเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID-19)

เลย – ผบ.ฉก.ทพ.21 มอบเครื่องอุปโภค บริโภค ช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบ จากการระบาดของเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID-19)

กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย พันเอก อุทัย นิลเนตร ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 21/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 พร้อมด้วยผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 2101 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ชุดคลื่อนที่เร็ว กองบังคับการควบที่ 3 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี, ผู้นำชุมชน, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.), อาสาสมัครกิจการพลเรือน (อส.กร.) ในพื้นที่ นำเครื่องอุปโภค – บริโภค ไปมอบให้กับประชาชนในพื้นที่ บ.นาข่า ต.ปากหมัน อ.ด่าน ซ้าย จ.เลย จำนวน 20 ครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) เนื่องจากพบประชาชนในพื้นที่ติดเชื้อ จำนวน 32 ราย เข้ารับการรักษา ณ รพ.สนามด่านซ้าย จำนวน 12 ราย กักตัวดูอาการที่บ้าน จำนวน 20 ราย ในการดำเนินกิจกรรมยังคงอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด


ภาพ : ขอบคุณภาพจาก ฉก.ทพ.21
ข่าว : ไทบ้าน นิวส์ (พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร)

กระทรวงเกษตรฯ เตรียมจำหน่ายหมูเพื่อประชาชน ภายใต้โครงการ “เกษตรช่วยประชาชนลดค่าครองชีพ”

9 ก.พ. 2565 กระทรวงเกษตรฯ เตรียมจำหน่ายหมูเพื่อประชาชน ภายใต้โครงการ “เกษตรช่วยประชาชนลดค่าครองชีพ” ในราคาถูกกว่าท้องตลาด เพียงกิโลกรัมละ 140 บาท มั่นใจด้วยคุณภาพดี การันตีด้วยมาตรฐานปศุสัตว์ OK ณ ลานกิจกรรมตลาดริมน้ำ อ.ต.ก. ระหว่างวันที่ 12 – 19 ก.พ. 65 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “เกษตรช่วยประชาชนลดค่าครองชีพ” โดยมีดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์, นายปณิธาน มีไชยโย รักษาการผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.), นายฉันทานนท์ วรรณเขจร โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผ่านระบบการประชุมทางไกลออนไลน์ (ZOOM Meeting)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ราคาหมูแพง ซึ่งส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วน โดยเฉพาะกับประชาชนผู้บริโภค รวมไปถึงผู้ประกอบการร้านอาหาร ที่ต่างได้รับความเดือดร้อน จากปัญหาราคาเนื้อหมูที่ปรับตัวสูงขึ้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จึงได้จัดโครงการ “เกษตรช่วยประชาชนลดค่าครองชีพ” ที่กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 19 กุมภาพันธ์ 2565 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด ณ ลานกิจกรรมตลาดริมน้ำ อ.ต.ก. เลียบคลองบางซื่อ ถ.พหลโยธิน เขตจตุจักร กทม. เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชน ลดภาระค่าใช้จ่าย และบรรเทาความเดือดร้อนจากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ด้วยการจัดจำหน่ายหมูเพื่อประชาชน ซึ่งเป็นหมูเนื้อแดง คุณภาพดี การันตีด้วยมาตรฐานปศุสัตว์ OK ในราคาถูกกว่าท้องตลาด เพียงกิโลกรัมละ 140 บาท ซึ่งจะนำมาจำหน่ายที่ตลาด อ.ต.ก. จำนวน 150,000 กิโลกรัม โดยกำหนดซื้อได้คนละไม่เกิน 5 กิโลกรัม เพื่อให้ทั่วถึงกันทุกคน

“กระทรวงและสหกรณ์พร้อมบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงานและทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพาณิชย์ และเครือข่ายภาคเอกชน เพื่อให้สถานการณ์ราคาหมูกลับมาสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังได้เดินหน้าในหลายกิจกรรม เพื่อช่วยเหลือประชาชนในสภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง อย่างเช่น โครงการร้านข้าวแกง 20 บาท ที่ได้เปิดตัวเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และเชื่อมั่นว่าโครงการ “เกษตรช่วยประชาชนลดค่าครองชีพ” จำหน่ายหมูราคาถูกเพื่อประชาชนในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งโครงการ ที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน ได้สามารถบริโภคหมูที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม” ดร.เฉลิมชัย กล่าว


ตำรวจตามคืนได้แล้วโทรศัพท์ลืมไว้หน้าร้านสะดวกซื้อ


มุกดาหาร – ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ติดตามได้คืนแล้วโทรศัพท์ที่ลืมไว้บนม้านั่งบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ และมีผู้หญิงรายหนึ่งได้หยิบไป ตั้งแต่คืนวันที่ 1 ก.พ ที่ผ่านมา เจ้าของวอนให้เอามาคืนจะไม่เอาเรื่อง

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.เกียรติภูมิ สุวรรณไตรย์ ผกก. สภ.เมืองมุกดาหาร พ.ต.ท. ฉัตรมงคล บุญกลาง รอง ผกก สืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร พ.ต.ต.ต่อฤทธิ์ ศิลาคุปต์ รองสารวัตรสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ได้ติดตามโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ oppo รุ่น a5 2020 ที่เจ้าของลืมไว้ที่บริเวณม้านั่งหน้าร้านสะดวกซื้อ ( ตลาด เอ็มอา มารวย ) ถนนชยางกูร ก. อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ตั้งแต่คืนวันที่ 1 ก.พ. 65 ที่ผ่านมา มีผู้หญิงรายหนึ่งได้หยิบไป และเจ้าของได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ. เมืองมุกดาหารแล้วนั้น

ล่าสุด พ.ต.ต.ต่อฤทธิ์ ศิลาคุปต์ รองสารวัตรสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ได้ประสาน นางบัวพันธ์ ฉิมมานิตย์ เจ้าของโทรศัพท์มือถือ อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 53 หมู่ 11 ตำบลดงเย็น อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร เพื่อให้มารับโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ oppo รุ่น a5 2020 ที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ได้ติดตามและเอากลับคืนมาจากผู้หญิงที่ได้หยิบไปที่ม้านั่งหน้าร้านสะดวกซื้อ

นางบัวพันธ์ ฉิมมานิตย์ เจ้าของโทรศัพท์มือถือ บอกว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งให้มารับโทรศัพท์ว่า ได้คืนแล้ว และมาขอบคุณผู้กำกับ สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมด้วยทีมสอบสวน ที่ให้ความสนใจแม้กระทั่งจะเป็นคดีเล็ก ๆ น้อย ๆ โทรศัพท์มือถือได้หายที่หน้าเซเว่นตลาดมารวย และฝากเตือนผู้ที่หยิบโทรศัพท์มือถือไปว่า อย่าทำ มันเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี เก็บได้ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ ทุกคนก็อยากได้ของคืน


อนุศักดิ์ – เสาวภา แสนวิเศษ // มุกดาหาร 081-5449094

ร่วมแสดงความยินดี นายประสาน ชูเรืองสุข นายกอบต.เขาพังไกร จ.นครศรีธรรมราช ในการเข้าทำงานวันแรก

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ เมื่อเวลา 10.30 น. พ.ต.ท. สมพร ภูมิภัทร รอง ผกก.กก.สส. ภ.จว.นศ. พร้อมด้วยกำนันและผู้ใหญ่ อดิศักดิ์ แก้ววิเชียร และชาวบ้านจำนวนมาก มาเป็นกำลังใจให้กับนายกอบต.พร้อมด้วยทีมงาน มาร่วมแสดงความยินดีกับการทำงานวันแรกของนายกอบต.นายประสาน ชูเรืองสุข นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาพังไกร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช


จ.จันทบุรี ช้างป่าออกหากินใกล้เมือง ชาวบ้านผวา เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานวางแผนผลักดันช้างป่าหลงโขลงไม่ให้เข้าเขตชุมชนเมือง

จ.จันทบุรี ช้างป่าออกหากินใกล้เมือง ชาวบ้านผวา เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานวางแผนผลักดันช้างป่าหลงโขลงไม่ให้เข้าเขตชุมชนเมือง

ที่บริเวณพื้นที่บ้านดงชะมูล หมู่ที่ 2 ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรีนายโรจนัย ผาสุขธนกาญจน์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระเบน ได้นำกำลังอาสาผลักดันช้างสนามไชย ร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองเครือหวายเฉลิมพระเกียรติ์ ได้ร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ ปภ.จังหวัดจันทบุรี ปลัดอำเภอเมืองจันทบุรี อาสาสมัครกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรีและท้องถิ่น ท้องที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จิดอาสาวางแผนในการผลักดันช้างป่างายาวอายุประมาณ 3 – 4 ปี ที่หลงโขลงเดินเข้ามาหากินใน โดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติได้รับแจ้งจากชาวบ้านตั้งแต่วันที่ 1-3 กุมภาพันธ์ 2565 ช้างป่าเข้ามาหากินในพื้นที่ หมู่ที่ 1 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี

โดยก่อนหน้านี้ ช้างป่าดังกล่าว/ได้หากินอยู่ในพื้นที่ หมู่ที่ 6 ตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี และมีชาวบ้านมาพบเห็นช้างป่าตัวดังกล่าว เดินอยู่หน้าบ้านในพื้นที่ หมู่ที่ 2 ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ซึ่งในครั้งสุดท้ายเจ้าหน้าที่พบช้างป่าหากินอยู่ในป่ารกทึบท้ายสวนผลไม้ของชาวบ้านห่างจากชุมชนประมาณ 500 เมตร โดยทางเจ้าหน้าที่ชุดติดตามได้มีการเดินเท้าแกะรอยจนพบขี้ช้าง และรอยไม้หัก จนพบเห็นตัวช้างป่า แต่ช้างป่าเห็นเจ้าหน้าที่ฯได้แสดงอาการดุร้าย วิ่งเข้าใส่เจ้าหน้าที่ทันที ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องออกมาตั้งหลัก และวางแผนในการทำงานอีกครั้ง ซึ่งระหว่างการวางแผนได้มีการนำโดรนขึ้นบินสำรวจพื้นที่ เส้นทางโดยรอบและประเมินเส้นทางที่คาดว่าจะเป็นทางเดินของช้างป่า

ขณะนี้เจ้าหน้าที่เตือนประชาชนงดออกทำสวน ปัดดอกทุเรียน ดูแลสวนผลไม้ กรีดยางในพื้นที่เสี่ยงภัยใกล้ช้างป่าไปก่อน เพื่อความปลอดภัย และหากประชาชนพบเห็นช้างป่าห้ามออกจากบ้าน ให้รีบแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน อาสากู้ภัยสว่างกตัญญูและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ธ.ก.ส.จังหวัดเพชรบูรณ์ จัดหนักมอบโชคใหญ่ให้ลูกค้าที่ฝากเงินออมทรัพย์ทวีโชค บัญชีเล่มสีแดงในการจัดงานจับรางวัลออมทรัพย์ทวีโชค

ธ.ก.ส. จังหวัดเพชรบูรณ์ จัดหนักมอบโชคใหญ่ให้ลูกค้าที่ฝากเงินออมทรัพย์ทวีโชค บัญชีเล่มสีแดง ในการจัดงานจับรางวัลออมทรัพย์ทวีโชค

บริเวณลานเอนกประสงค์ ธ.ก.ส.สาขาเพชรบูรณ์ โดยรับเกียรติจาก นายสมศักดิ์ คณาคำ ปลัดจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมมีผู้บริหาร ธกส.นายภูมิ เกลียวศิริกุล ผู้อำนวยการฝ่าย ธกส.ภาคเหนือตอนล่าง, นายอนุชา ฉิมภารส ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดเพชรบูรณ์ ให้การต้อนรับและกล่าวรายงาน
สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมกับ ธ.ก.ส.ทุกสาขาในสังกัด จัดงานจับรางวัลออมทรัพย์ทวีโชค เพื่อเป็นการขอบคุณ และมอบโชคคืนทุน แก่ผู้มีอุปการะคุณ ที่ฝากเงินบัญชีทวีโชค (สมุดเล่มสีแดง) โดยรางวัลที่ 1 ทองคำแท่งมูลค่า 1,000,000 บาท ผู้โชคดีที่ได้รับทองคำแท่ง มูลค่า 1 ล้านบาท คือ นางสาวบุญเรียง แสนเกษม ธ.ก.ส.สาขาพุเตย

นอกจากนั้น ยังมีรางวัลทองคำแท่ง และสร้อยคอทองคำรวม 811 รางวัล รวมมูลค่าของรางวัล 15.8 ล้านบาท รายชื่อผู้โชคดีทุกรางวัล จะติดประกาศที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขา และมีจดหมายแจ้งตามที่อยู่ของผู้โชคดีสำหรับในการจัดงานจับรางวัลครั้งนี้ สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้จัดงานแบบ New Normal เฝ้าระวังและป้องกันโรคโควิด 19 มีการจัดงานแบบกระชับกะทัดรัด โดยมีสักขีพยาน ร่วมตรวจสอบให้การจับรางวัลเป็นไปอย่างโปร่งใส การจับรางวัลออมทรัพย์ทวีโชค มีการจับรางวัลปีละ 3 ครั้ง โดยมีการจับรางวัลระดับจังหวัด 2 ครั้ง คือ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และเดือนสิงหาคม และอีก 1 ครั้ง เป็นการจับรางวัลระดับประเทศในเดือน ธันวาคม ในการจัดงานครั้งนี้ ได้มีการมอบรางวัลสำหรับผู้โชคดี ที่ได้รับรางวัลระดับประเทศจำนวน 9 ราย อีกด้วย ซึ่งมีรางวัลรถยนต์เอนกประสงค์โตโยต้า โคโรลล่าครอส 2 รางวัลและทองคำแท่งหนัก 1 บาท 7รางวัล

นายอนุชา ฉิมภารส ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่าสำหรับในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ มีเกษตรกรและประชาชนทั่วไป ฝากเงินกับบัญชีออมทรัพย์ทวีโชคกับสาขา ธกส 25 สาขา เป็นเงินทั้งสิ้น 1 หมื่น 1 พัน 4 ร้อยแปดสิบเอ็ดล้านแปดแสนเก้าหมื่นบาท ทั้งนี้ พี่น้องประชาชนทุกคน ทุกอาชีพสามารถเปิดบัญชีทวีโชคกับ ธ.ก.ส. ได้ทุกสาขา เปิดบัญชีขั้นต่ำ 100 บาทขึ้นไป สำหรับผู้มีสิทธิ์จับรางวัล ต้องมีเงินฝากในบัญชี อย่างน้อย 2,000 บาทขึ้นไป ฝากติดต่อกันอย่างน้อย 3 เดือน เงินฝากทุก 2,000 บาท จะได้หางบัตรชิงโชค 1 ใบ มีเงินฝากมาก มีสิทธิ์ได้หางบัตรชิงโชคมาก มีสิทธิ์ได้รางวัลมาก ผู้มีบัญชีอยู่แล้วสามารถฝากเพิ่มในบัญชีเดิม ส่วนผู้ที่ยังไม่มีบัญชี สามารถติดต่อเปิดบัญชีได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาเพื่อลุ้นรางวัลในรอบ ต่อๆไป ฝากเงินบัญชีทวีโชค ได้รับดอกเบี้ย ไม่เสียภาษี และยังได้ลุ้นรางวัลถึงปีละ 3 ครั้งอีกด้วย


มนสิชา คล้ายแก้ว

พระครูบวรธรรมคุณ ร่วมพิธีประชุมเพลิงศพ หลวงปู่สีทัศ สุวโจ อายุ 87 ปี พรรษา 29

ก่อนเที่ยงวันนี้ พระครูบวรธรรมคุณ เจ้าคณะอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย (ธ.) เจ้าอาวาสวัดป่าศรีสุราษฎร์ ต.หนองบัวสันตุ อ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม เดินทางมาร่วมพิธีประชุมเพลิงศพ หลวงปู่สีทัศ สุวโจ อายุ 87 ปี พรรษา 29 ซึ่งหลวงปู่สีทัศ เป็นพระผู้เฒ่า ที่มีนิสัยเรียบร้อย อัธยาศัยดี ว่านอนสอนง่าย อยู่กับครูบาอาจารย์ มาหลายสำนัก จึงเป็นที่รักใคร่ในหมู่เพื่อนสหธรรมิก ผู้บำเพ็ญพรหมจรรย์ เมื่อมีอาการอาพาธ จึงได้บารมีของท่านพระอาจารย์ทองปาน จารุวณฺโณ เป็นผู้ที่ช่วยเหลือดูแลทุกอย่าง ได้พาเข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระยุพราช จ.สกลนคร และในวาระสุดท้ายได้มาทิ้งธาตุขันธ์ ที่วัดป่าภูตะคาม อ.ส่องดาว จ.สกลนคร
ด้วยบารมีของท่านพระอาจารย์ทองปาน จึงได้จัดงานประชุมเพลิงศพ ให้หลวงปู่สีทัศ สุวโจ ได้อย่างสมเกียรติพระกรรมฐานผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มีหลวงปู่บุญมา คมฺภึรธมฺโม วัดป่าสีห์พนมประชาราม อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนครเป็นประธานในพิธี และจุดไฟสลายธาตุขันธ์

พระครูอุดมญาณโสภณ (หลวงพ่อหลอ นาถกโร) วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม อ.ส่อง ดาว จ.สกลนคร เป็นองค์แสดงธรรม พระเถรานุเถระมากมายหลายท่านที่มาร่วมพิธีในวันนี้ด้วยบุญบารมีของหลวงปู่สีทัศ สุวโจ ประชาชน ต่างมาไว้อาลัยส่งสักการ์ครั้งสุดท้ายอย่างเนืองแน่น อนิจฺจา วต สงฺขารา อุปฺปาทวย ธมฺมิโน สาธุ สาธุ สาธุ


วัดป่าศรีสุราษฎร์ อ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม จัดงานบุญประทายข้าวเปลือก ประจำปีพุทธศักราช 2565

งานบุญประทายข้าวเปลือก ประจำปีพุทธศักราช 2565 วันอาทิตย์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2565 ณ.วัดป่าศรีสุราษฎร์ อ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม
ขอเรียนเชิญศิษยานุศิษย์ตลอดจนศรัทธาสาธุชนทุกคนทุกท่าน ร่วมงานบุญประทายข้าวเปลือก ประจำปี พ.ศ.2565 ณ.วัดป่าศรีสุราษฎร์ ต.หนองบัวสันตุ อ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม โดยมีกำหนดการดังต่อไปนี้

  • วันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2565
    • เวลา 7.30 น. ตักบาตรพระภิกษุ-สามเณร รอบพระอุโบสถ
    • เวลา 8.00 น. เจริญพระพุทธมนต์สมโภชกองประทายข้าวเปลือก
    • เวลา 8.30 น. ถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุ-สามเณร และถวายกองประทายข้าวเปลือกเพื่อร่วมสมทบทุนสร้างเจดีย์ หลวงตามหาบัว ณ.วัดป่าศรีสุราษฎร์อ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม
    • เวลา 9.00 น. รับของที่ระลึก เป็นอันเสร็จพิธี

ท่านสามารถร่วมทำบุญได้โดยการโอนปัจจัยผ่านบัญชีธนาคาร กสิกรไทย ออมทรัพย์เลขที่ 091-1-64321-9 ชื่อบัญชีพระครูบวรธรรมคุณ และโอนปัจจัยผ่านบัญชีธนาคารออมสิน เลขที่ 020257244101 ชื่อบัญชี สมทบทุนสร้างพระธาตุเจดีย์ ศรีสุราษฎร์

จึงขอเรียนเชิญศิษยานุศิษย์ และสาธุชนทุกคนทุกท่านร่วมงานโดยพร้อมเพรียงกัน สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย การสั่งสมบุญ นำความสุขมาให้


สน.บางรักเกิดไรขึ้น

สน.บางรักเกิดไรขึ้น

คำถามถึงบรรดาตำรวจนครบาลทั่วไป โรงพักไหน ?? น่าทำงาน และน่าอยู่ที่สุด
สน.บางรัก ในสังกัดตำรวจนครบาล 6 จะเป็นคำตอบลำดับต้นๆ
ก่อนการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิท 19 พื้นที่สน.บางรัก แม้จะมีเขตความรับผิดชอบไม่กว้างขวางนัก แต่อุดมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยว มีทั้งพัฒน์พงษ์ และธนิยะ
ยังอุดมไปด้วยร้านจำหน่ายเครื่องประดับเพชรพลอย มีโรงงานเจียระนัยเครื่องประดับกระจายอยู่เกือบเต็มพื้นที่
จัดเป็นพื้นที่ สน.เกรดเอ ทั้งชื่อชั้นที่สั่งสมมานาน และแหล่งทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ เป็นที่เลื่องลือและรับรู้กันทั่วเมืองหลวง
ระยะเวลาที่ไวรัสโควิท 19 อาละวาดกว่า 2 ปี เป็นเหตุให้สถานบริการทั้งหมดถูกสั่ง ปิด ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เคยเดินกันขวักไขว่ทั้งกลางวันและ ยามค่ำคืน
ธุรกิจสถานบันเทิง และการท่องเที่ยวในพื้นที่ แหล่งผลิตเม็ดเงิน แม้แต่บ่อนการพนันที่เคยเฟื่องฟู ต้องปิดตัวเงียบ
จากความเฟื่องฟูมีสภาพคล่อง กลับกลายเป็นความฟอบแฟบ รายได้หดหาย ที่สำคัญเบี้ยเลี้ยงหดหู่ !!
อวสานตำนานสน.บางรักจึงบังเกิด
ในยุคนี้ !!
หลังคำสั่งโยกย้ายตำรวจระดับรองสารวัตรและชั้นประทวนที่เพิ่งคลอดออกมา เกิดภาพสมองไหล เรียงหน้าย้ายหนีกราวรูด
ทั้งที่ตำแหน่งในสน.บางรักนั้น ใคร?? ก็หวงแหน และไม่มีใครอยากจะย้ายหนี เพราะที่นี่ คือตำนานความเฟื่อง !!
จากคำสั่งตัวอย่างด้านล่างนี้ พบแล้วถึง 25 นาย มีทั้งที่อาจขอกลับภูมิลำเนาเดิม และจงใจย้ายไปอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่า ด้วยการพึ่งพาบารมีนายๆ เป็นปรากฎการณ์เหลือเชื่อ !!
หากโฟกัสในรายชื่อ มีการกระจุกตัวย้ายไปกองรวมกันอยู่ที่เดียว ที่สน.ทองหล่อถึง 7 คน แบบมีนัยยะ
ไปรวมกันทำไม ??
ทำให้เกิดความคิดชวนสงสัยในหัว ย้อนดูชื่อนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ทั้งสน.บางรักและสน.ทองหล่อแล้วถึงบางอ้อ
เป็นเช่นนี้แน่ !!
รู้ได้ถึงบารมีที่ฉายแสงให้การโยกย้ายมารวมตัวกันเป็นกระจุกได้โดยง่าย
หรือตำนานราชบุตรเขย จะเกิดขึ้น และเป็นจริงแล้วในยุคนี้
ถึงกระทำโดยง่ายราวพลิกฝ่ามือ !!
ถ้าจะถามถึงพื้นที่ สน.ทองหล่อ ในยุคโควิท 19 ยังดูดีกว่า สน.บางรัก มีอะไรให้ทำหลากหลาย
ทั้งพื้นที่ที่กว้างกว่า ยังอุดมไปด้วยร้านอาหารขนาดใหญ่ ผับชิวๆ คอนโดมีเนียมระดับพรีเมี่ยม ไม่รวมถึงสิ่งแอบแฝงที่ซุกอยู่ใต้พรม
มันเกิดขึ้นแล้ว !!
เรื่องของบุญวาสนานั้นแข่งกันยาก แต่สิ่งที่ทิ้งไว้ให้เห็นเป็นสัจธรรมก็คือ ระบบราชการที่ยังต้องพึ่งพากัน เกื้อกูลกัน และเอาเปรียบตำรวจไร้เส้น !!
ที่แม้จะทำเรื่องขอย้ายกลับภูมิลำเนา ต่อเนื่องมาหลายปี ยังไปไหน ?? ไม่ได้เลย คนเป็นนายไม่แม้แต่จะคิดสนใจช่วย
เป็นความแตกต่างจริงแท้ ส่วนสน.บางรักคงไม่เหลือสภาพความเป็นเกรดเอ.อีกแล้วกระมัง
เสียแชมป์เรียบร้อย ให้กับสน.ทองหล่อ.!!
หล่อกว่าบางรักแล้วล่ะ.


อิทธิเดช ลุย.