ผู้ว่าฯ อุตรดิตถ์ เป็นประธานในพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ครบรอบปีที่ 68 ที่ศาลาประชาคมจังหวัดอุตรดิตถ์

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานในพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ครบรอบปีที่ 68 ที่ศาลาประชาคมจังหวัดอุตรดิตถ์

วันที่ 10 กพ.2565 นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธาน เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ครบรอบปีที่ 68 พร้อมด้วยนางวันทนา ดำธรรม ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอุตรดิตถ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ในฐานะผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้อ่านสารของผู้บัญชาการกองร้อยรักษาดินแดน เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ได้เวียนมาบรรจบ ครบรอบปีที่ 68 เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและ รำลึกถึงวีรกรรมของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนที่ได้อุทิศทั้งกายและใจ เพื่อชาติบ้านเมืองตลอดระยะเวลากว่าหกสิบปี ที่ผ่านมาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ทรงลงพระปรมาภิไธย ในพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดนให้ไว้ ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2497 ซึ่งถือเป็นวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน และพระราชทานธงประจำกองอาสารักษาดินแดนเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พุทธศักราช 2497

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้มอบเข็มอาสารักษาดินแดนสดุดี มอบทุนการศึกษาบุตรสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน จากชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวน 62 ทุน 56 ครอบครัว รวมเป็นเงิน 186,000 บาท และมอบทุนสมาคมแม่บ้านมหาดไทยอีกด้วย


นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้องคมนตรี เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบเหตุวาตภัยและอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบเหตุวาตภัยและอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทาน และเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบเหตุวาตภัยและอัคคีภัย เพื่อช่วยบรรเทาความเดือนร้อนในเบื้องต้น

วันนี้ 10 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 07.25 พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ไปประชุมและติดตามการเกิดวาตภัยและอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ณ ห้องประชุม วัดการ้อง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมรายงานการเกิดเหตุ ต่อจากนั้น เวลา 08.33 น. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวนรวม 238 ถุง ไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบเหตุวาตภัยและอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ณ ศาลาการเปรียญวัดการ้อง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และเป็นขวัญกำลังใจ

ในโอกาสนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวให้ราษฎรที่ประสบเหตุวาตภัยและอัคคีภัย และเจ้าหน้าที่ได้รับทราบ ในการนี้ องคมนตรี ได้ลงพื้นที่เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ครอบครัวผู้ประสบเหตุวาตภัยและอัคคีภัย ในพื้นที่บ้านดอนระกำ ตำบลสวนแตง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จำนวน 3 ครอบครัว ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ ต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณา

จังหวัดสุพรรณบุรี แบ่งการปกครองออกเป็น 10 อำเภอ 110 ตำบล 1,007 หมู่บ้าน โดยเหตุวาตภัยได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 ได้เกิดฝนตกและลมกระโชกแรงเป็นบริเวณกว้างในพื้นที่ ทำให้บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายและราษฎรได้รับความเดือดร้อน ใน 5 อำเภอ 15 ตำบล 36 หมู่บ้าน ได้แก่พื้นที่อำเภอเมืองสุพรรณบุรี อำเภออู่ทอง อำเภอหนองหญ้าไซ อำเภอบางปลาม้า และอำเภอเดิมบางนางบวช ราษฎรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 228 ครัวเรือน

สำหรับเหตุอัคคีภัยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2564 ในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสองพี่น้อง อำเภอศรีประจันต์ อำเภอบางปลาม้า อำเภอเมืองสุพรรณบุรี และอำเภอด้านช้าง บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายใน 10 ตำบล 10 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือนร้อน 13 ครัวเรือน ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ลงพื้นที่พร้อมกับหน่วยงานภาครัฐ สมาคม มูลนิธิ และจิตอาสาพระราชทาน และได้เร่งสำรวจความเสียหาย พร้อมกับให้ความช่วยเหลือในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และด้านต่าง ๆ ในเบื้องต้นแล้ว


เทศบาลเมืองยโสธร ร่วมชมและให้กำลังใจ การเดินแบบผ้าไทย ภายใต้ชื่อ ลวดลายแห่งผ้าเมืองอีสานของสาวงามผู้เข้าประกวดมิสแกรนด์ยโสธร และมิสแกรนด์มุกดาหาร 2022

เทศบาลเมืองยโสธร ร่วมชมและให้กำลังใจ การเดินแบบผ้าไทย ภายใต้ชื่อ ลวดลายแห่งผ้าเมืองอีสานของสาวงามผู้เข้าประกวดมิสแกรนด์ยโสธร และมิสแกรนด์มุกดาหาร 2022

นายณัฐพล นาคสุข นายกเทศมนตรีเมืองยโสธร, นายสุธา บรรตานึก รองนายกเทศมนตรีเมืองยโสธร, ดร.นุชิดา สุวแพทย์ รองนายกเทศมนตรีเมืองยโสธร,
นายสัตวแพทย์กัมทร พรจิรเวช รองนายกเทศมนตรีเมืองยโสธร, นายสุราช จันทรุกขา ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองยโสธร, นายธีรุตม์ บรรตานึก เลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองยโสธร, นายนัทพล พรจิรเวช สมาชิกสภาเทศบาลเมืองยโสธร ร่วมชมและให้กำลังใจ การเดินแบบผ้าไทย ภายใต้ชื่อ ลวดลายแห่งผ้าเมืองอีสาน ของ สาวงามผู้เข้าประกวดมิสแกรนด์ยโสธร และมิสแกรนด์มุกดาหาร 2022 เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 ณ พิพิธภัณฑ์เมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า

ทั้งนี้ เทศบาลเมืองยโสธร ขอเชิญ ร่วมชม ร่วมเชียร์ และเป็นกำลังใจให้สาวงามผู้เข้าประกวดมิสแกรนด์ยโสธร และมิสแกรนด์มุกดาหาร 2022 เพื่อเข้าประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2022 ในวันที่ 30 เมษายน 2565 ด้วย


รุ่งอรุณทนงกลด บุญปก
////รายงาน

สน.ห้วยขวาง ลงพื้นที่ชุมชนนาทอง แขวง-เขต ดินแดง กทม.เพื่อตรวจเยี่ยมและประเมินความพึงพอใจของประชาชนในโครงการ Smart Safety Zone 4.0

“สน.ห้วยขวาง ลงพื้นที่ชุมชนนาทอง แขวง-เขต ดินแดง กทม.เพื่อตรวจเยี่ยมและประเมินความพึงพอใจของประชาชนในโครงการ Smart Safety Zone 4.0

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 09.00 น. ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ยิ่งยศ สุวรรณโณ ผกก.สน. ห้วยขวาง พร้อมด้วย ฝ่ายป้องกันปราบปรามนำโดย พ.ต.ท.กฤติน พชรธนบูรณ์ รอง ผกก.ป. สน.ห้วยขวาง, พ.ต.ท.ไอยรา อากาศวิภาต สวป. สน.สน. ห้วยขวาง, พ.ต.ต.นิทัศน์ ขอนทอง สวป.สน.สน.ห้วยขวาง และ ตชส.สน. ห้วย ขวาง ฝ่ายสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.ธนเมศฐ์ วิจิตรจริยา รอง ผกก.สส.สน.ห้วย ขวาง พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายป้องกันอาชญากรรม BIG SIX ร่วมคณะวิจัยประเมินการดำเนินงานตามโครงการ Smart Safety Zone 4.0 (รัชดา – ห้วยขวาง) โดยอาจารย์ดุสิต อธินุวัฒน์ พร้อมด้วยทีมงานวิจัย จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นชุดคณะทำงาน ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในการดำเนินโครงการ

โดยคณะทีมงานได้ลงตรวจพื้นที่ Safety Zone และได้ ตรวจเยี่ยมประชาชนบริเวณ ชุมชนนาทอง โดยคณะได้ตรวจสอบสภาพชุมชนทางกายภาพ และ ได้พบกับประธานชุมชนชุมชนนาทอง เพื่อขอรับทราบรายละเอียดปัญหาต่างๆ ในการดำเนินการตามโครงการ โดยคณะวิจัยได้นำแบบสอบถามความพึงพอใจในโครงการ และ ความหวาดกลัวอาชญากรรมหลังการดำเนินโครงการ จำนวน 100 ชุด ให้ประชาชนในชุมชนนาทอง ซึ่งเป็นชุมชนในพื้นที่ Safety Zone 4.0 เป็นผู้ทำแบบสอบถาม ทั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากชุมชน และ นายวัชรศักดิ์ ทองขาว ประธานชุมชนชุมชนนาทอง เป็นอย่างดี


โรงเรียนคุณภาพ : รูปแบบและทิศทางการพัฒนา โดย ดร. กมล รอดคล้าย

โรงเรียนคุณภาพ : รูปแบบและทิศทางการพัฒนา โดย ดร. กมล รอดคล้าย

โครงการโรงเรียนคุณภาพเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่มุ่งหวังจะเห็นโรงเรียนได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพเเละปลอดภัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจึงได้มอบหมายให้ ศธ.และหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ คือ สพฐ. ได้ดำเนินการโดยพัฒนาต่อยอดจากโครงการเดิมคือ โรงเรียนคุณภาพประจำตำบล โรงเรียนคุณภาพของชุมชน โรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง และโรงเรียนที่สามารถดำรง อยู่ได้อย่างมีคุณภาพ (Stand Alone) โดยได้มีการกำหนดทิศทางขับเคลื่อนโครงการภายใต้กรอบการดำเนินงานและจุดเน้น 8 ด้าน ได้แก่1.ความปลอดภัยของผู้เรียน 2.ระบบประกันคุณภาพ 3.หลักสูตรฐานสมรรถนะ 4. การพัฒนาครู 5.การเรียนการสอน 6.การวัดและประเมินผล 7. การนิเทศกำกับและติดตาม และ 8. Big Data ซึ่งจะพัฒนาโรงเรียนคุณภาพให้เป็นโรงเรียนต้นแบบเพื่อแก้ปัญหาด้านการศึกษาและความปลอดภัยของสถานศึกษา รวมถึงลดขความเหลื่อมล้ำของโอกาสเข้าถึงการศึกษาในสังคมเมืองและชนบทให้กับนักเรียน สร้างความพร้อมให้กับครูผู้บริหารและโรงเรียน ในการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัย ตามบริบทของโรงเรียน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองโลกที่มีคุณภาพต่อไป

นิยาม ของโรงเรียนคุณภาพคืออะไร และ ทิศทางการพัฒนาที่กำหนดไว้เป็นอย่างไร

โรงเรียนคุณภาพระดับประถมศึกษา คือโรงเรียนประถมศึกษาหรือโรงเรียนขยายโอกาส โดยมีสภาพภูมิศาสตร์ที่มีความพร้อมและเหมาะสม มีโรงเรียนเครือข่ายโดยรอบสามารถนำนักเรียนมารวมเพื่อยกระดับคุณภาพให้เกิดความมั่นใจต่อชุมชนและผู้ปกครอง เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และแชร์ทรัพยากรร่วมกัน
โรงเรียนคุณภาพระดับมัธยมศึกษา คือโรงเรียนที่เปิดสอน ม.1-6 สภาพภูมิศาสตร์มีความพร้อมรองรับโรงเรียนประถมศึกษาที่จะมาเรียน และรับนักเรียนขยายโอกาสที่จะมาศึกษาต่อหรือมาเรียนรวม เป็นการแบ่งเบาภาระในการรับนักเรียนโรงเรียนแข่งขันสูงกลับสู่ชุมชน

โรงเรียนคุณภาพเเบบ Stand Alone คือโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร พื้นที่สูง บนเกาะ หรือการคมนาคมไม่สะดวกทำให้นักเรียนไม่สามารถไปเรียนรวมกับโรงเรียนอื่นได้

เป้าหมายสำคัญของการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ คือ จะต้องเพิ่มจำนวนครูให้ครบชั้น ครบวิชาเอก มีจำนวนนักเรียนที่เหมาะสม มีงบประมาณเพียงพอในการบริหารจัดการอย่างมีคุณภาพ สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิต ของบุคลากรและชุมชน มีอาคารสถานที่ปลอดภัย มีครุภัณฑ์ อุปกรณ์ ระบบอินเตอร์เน็ต ที่เอื้อต่อการเรียนรู้และทันสมัยเน้นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา ลดเหลื่อมล้ำ ลดอัตราการแข่งขัน รวมทั้งกรณีเป็นโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ต้องให้โรงเรียนสามารถดำรงอยู่ได้ โดยมีงบประมาณและอัตรากำลังครูอย่างเหมาะสม

กลุ่มเป้าหมายโรงเรียนคุณภาพประกอบด้วยระดับประถม 10,480 โรงระดับมัธยม 1,155โรง, โรงเรียน Stand Alone 1,303 โรง รวมทั้งสิ้น 12,938 โรงโดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 ระยะ ระยะละ 5 ปี สำหรับในระยะที่ 1 ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2564 ถึง 2568 มีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ ระดับประถม 183 โรง มัธยม 77 โรงและโรงเรียนคุณภาพ Stand Alone 89 โรงรวมทั้งสิ้น 349 โรง ซึ่งแนวทางในการดำเนินงาน สพฐ. ได้มีการจัดสรรงบประมาณตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา เพื่อพัฒนา 8 จุดเน้น โดยได้มีกระบวนการดำเนินการให้โรงเรียนมีความปลอดภัยมากขึ้น พัฒนาระบบประกันคุณภาพ จัดอบรมครูและบุคลากรให้มีความรู้ด้านการประกันคุณภาพ เข้าใจหลักสูตรฐานสมรรถนะ การจัดการเรียนการสอน Active Learning , STEM การพัฒนาสื่อและการใช้สื่อ รวมทั้งการวัดและประเมินผล มีการจัดสรรงบประมาณทั้งงบลงทุน ครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้างสำหรับโรงเรียนคุณภาพนำร่อง และจัดสรรงบสำหรับติดตามผลการดำเนินโครงการ

ในส่วนของทิศทางการพัฒนา ปี 2565 ได้กำหนด Time Line ขับเคลื่อนกิจกรรมการดำเนินงานโดยจัดทำ MOU ระหว่างโรงเรียนหลักร่วมกับโรงเรียนเครือข่าย และระหว่าง สพท. กับโรงเรียนคุณภาพ รวมทั้งกำหนดแนวทางการรองรับนักเรียนเพื่อส่งต่อต่างระดับ มีการจัดสรรงบลงทุน ครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง จำนวนเงิน 1,967,987,000 บาท คัดเลือกโรงเรียนคุณภาพที่มีความพร้อมแต่ละจังหวัดเพื่อเป็นแบบอย่างของความสำเร็จ จัดสร้างบ้านพักครูของโรงเรียนคุณภาพอำเภอละ 1 แห่ง โดยสร้างชุมชนบ้านพักครูในโรงเรียนคุณภาพ(โรงเรียนหลัก) หรือโรงเรียนเครือข่าย ที่สะดวกต่อการเดินทาง และปลอดภัยต่อการพักอาศัย และดำเนินการสำรวจความต้องการบ้านพักครูทั่วประเทศเพื่อจัดทำแผนการสร้างชุมชนบ้านพักครู ดำเนินโครงการโรงเรียนคุณภาพในจังหวัดสระแก้วให้เป็นต้นแบบจังหวัดนำร่อง”สระแก้วโมเดล”เพื่อเป็นต้นแบบสำหรับจังหวัดอื่นๆในการดำเนินการต่อไป

โครงการโรงเรียนคุณภาพอาจไม่ใช่โครงการใหม่ถอดด้ามแต่เป็นการพัต่อ ยอดจากโรงเรียนคุณภาพเดิม ซึ่งได้มีการดำเนินการภายใต้ชื่อและรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป แต่ความมุ่งหมายสำคัญของการดำเนินการในครั้งนี้ คือการวางทิศทางการพัฒนาในระยะยาวถึง 4 เฟส ใช้เวลาต่อเนื่องเกือบ 20 ปี โดยเชื่อมั่นว่า ทิศทางดังกล่าวสามารถดำเนินโครงการต้นแบบในเฟสที่ 1 เป็นตัวอย่างให้เห็นผลเป็นที่ประจักษ์ ด้วยหวังว่าผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐบาลในยุคต่อไปจะขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อวันหนึ่งโรงเรียนทุกโรงของประเทศไทยจะพลิกโฉมจากเดิม ไปเป็นโรงเรียนรูปแบบใหม่ที่มีความสมบูรณ์แบบ พร้อมให้การศึกษาที่มีคุณภาพแก่เด็กและเยาวชน ทิศทางที่กำหนดไว้อาจต้องใช้เวลาอีกยาวไกลแต่การเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆตั้งแต่วันนี้ก็น่าจะทำให้มีความหวังที่จะเห็นความสำเร็จในอนาคต


อส.นครพนม พร้อมใจทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ล่วงลับ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน

อส.นครพนม พร้อมใจทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ล่วงลับ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565 ณ กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครพนม ที่ 1 (ร้อย อส.1) เขตเทศบาลเมืองนครพนม นายวรรณพล ต่อพล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ในฐานะรองผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครพนม เป็นประธานนำคณะหัวหน้าส่วนราชการ เหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม เจ้าหน้าที่ และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครพนม (ส.อส.ฯ) ประกอบพิธีทำบุญอุทิศส่วนให้แก่เพื่อนสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนที่ได้สละชีวิตเพื่อชาติ เพื่อแผ่นดิน และความผาสุกของประชาชน ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อสนับสนุนทางราชการช่วยเหลือประชาชน กุศล เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดนประจำปี 2565

จากนั้นเป็นประธานในการประกอบพิธีกล่าวปฏิญาณตนของสมาชิกใหม่ของกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครพนม มอบเข็มอาสารักษาดินแดนสดุดีแก่ผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ สมาชิกกองร้อยอาสารักษาดินแดนที่ประกอบคุณงามความดี และผู้ที่มีอุปการะคุณต่อกิจการอาสารักษาดินแดน เพื่อเป็นเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ และมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรเจ้าหน้าที่และบุตรของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครพนม

โดยกองอาสารักษาดินแดน สังกัดกระทรวงมหาดไทย จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พุทธศักราช 2497 และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ได้พระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานธงประจำกองอาสารักษาดินแดน เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2497 ซึ่งในพิธีสวนสนามในคราวเดียวกันนั้น พระองค์ทรงพระราชทานพระบรมราโชวาท แก่เจ้าหน้าที่และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน มีใจความตอนหนึ่งว่า ข้าพเจ้าขอเตือนเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนให้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ โดยพยายามฝึกสอนอบรมประชาชนให้เข้าใจกิจการ ในหน้าที่ของตน ทั้งในส่วนตัวของบุคคล ของครอบครัว ของหมู่บ้านที่เขาอาศัยอยู่ ตลอดจนชาติบ้านเมืองในที่สุด เพื่อได้มีความสามัคคีร่วมมือร่วมใจกัน ที่จะช่วยป้องกันภัยอันตรายและรักษาความสงบในท้องถิ่นของตน ด้วยความองอาจกล้าหาญและสัตย์สุจริต เพื่อชาติบ้านเมือง และความเป็นเอกราชของเราจะได้วัฒนาถาวร

ซึ่งผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครพนม ได้น้อมนำพระบรมราโชวาทดังกล่าวมาเป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่ของตน ทั้งให้ความร่วมมือกับฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยอย่างเข้มแข็งจริงจังเพื่อให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ ในการปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ รักษาอธิปไตยของชาติรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายใน การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ การตัดไม้ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ การบำบัดรักษาผู้เสพยาเสพติด และการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน รวมทั้งการปฏิบัติงานตามโครงการพระราชดำริเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติ


เทพข่าวร้อน รายงาน

แก๊งค้าแรงงานหัวใส เปลี่ยนวิธีขนต่างด้าวหวังตบตาเจ้าหน้าที่ด้วยจยย.นับ 10 คัน

แก๊งค้าแรงงานหัวใสเปลี่ยนวิธีขนต่างด้าวหวังตบตาเจ้าหน้าที่ด้วยจยย.นับ 10 คัน

วันที่ 10 ก.พ.65 พันตำรวจโท ทวี ภาน้อย ผู้บังคับกองร้อย ตชด.146 ด่านสิงขร เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ดาบตำรวจดำเนิน คุ้มสา รองหัวหน้าชุดปฏิบัติการข่าวร้อย ตชด.146 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน ร่วมกับฝ่ายปกครอง ทหารหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก ร่วมกันสกัดจับกองทัพมดที่ใช้รถจักรยานยนต์ทยอยขนแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบข้ามแดน มาตามช่องทางธรรมชาติช่องหุบผึ้ง ได้ที่บริเวณสี่แยกบ้านห้วยใหญ่ หมู่ 5 ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังจากมีสายข่าวรายงานว่า จะมีกลุ่มบุคคลต่างด้าวชาวเมียนมาร์ลักลอบข้ามแดนมาตามช่องทางธรรมชาติจำนวนมาก โดยจะมีการใช้รถจักรยานยนต์ทยอยขนลำเลียงแรงงานจากบริเวณแนวป่าชายแดน เข้ามาสู่จุดนัดพบบริเวณถนนเพชรเกษมสายหลัก เพื่อรอให้นายหน้ามารับทอดอีกช่วงหนึ่ง จึงได้สั่งกำลังไปเฝ้าสังเกตการณ์และจับกุม

โดยเมื่อช่วงเวลาประมาณ 04.00 น. ที่ผ่านมา ระหว่างเจ้าหน้าที่ดักซุ่มได้มีรถจักรยานยนต์จำนวนหลายสิบคันทยอยขนแรงงานต่างด้าวขับรถวิ่งผ่านถนนสายห้วยใหญ่ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม เมื่อกลุ่มขบวนการขนแรงงานต่างด้าว พบเห็นเจ้าหน้าที่จึงได้แตกฮือ ซิ่งรถจักรยานยนต์หลบหนีไปตามทางแยกต่างๆคนละทิศละทาง ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับได้รถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน และแรงงานต่างด้าวอีก 9 คน จึงได้ควบคุมตัวมาสอบสวน และรอเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมาเก็บตัวอย่าง ตรวจหาเชื้อ covid19 ที่กองร้อย ตชด.146 ด่านสิงขร

โดยผู้ต้องหาเป็นบุคคลต่างด้าว (สัญชาติเมียนมา) จำนวน ๙ คน แบ่งเป็นชาย ๖ และหญิง ๓ คน นอกจากนี้ยังยึดรถจักรยานยนต์ได้อีก จำนวน 3 คัน ทะเบียน ๑ กผ-๑๘๖๘ ภูเก็ต จำนวน ๑ คัน ทะเบียน ๑กฐ-๙๒๑๔ ประจวบฯ จำนวน ๑ คัน และ ทะเบียน กมษ-๓๘ ประจวบฯ จำนวน ๑ คัน จึงได้ยึดไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้มีการจับกุมแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาร์ได้จำนวนมากกว่า 300 คนที่ผ่านมา ทำให้กลุ่มขบวนการขนแรงงานต่างด้าวปรับเปลี่ยนวิธีการ โดยการใช้รถจักรยานยนต์ทยอยขนแรง งานต่างด้าวที่ลักลอบข้ามแดนมาตามช่องทางธรรมชาติคันละ 1-2 คน เพื่อตบ ตาเจ้าหน้าที่เหมือนบุคคลที่ได้ใช้แรงงานในไทยอยู่แล้ว โดยอาศัยว่าจ้างแรง งานต่างด้าวชาวเมียนมาร์ที่ทำงานรับจ้างกรีดยางอยู่ตามชายแดนหัวละ 500 บาท ช่วยทยอยขนลำเลียงออกมาส่งให้กับรถยนต์ของนายหน้าบริเวณจุดนัดพบริมถนนเพชรเกษมสายหลัก เพื่อไปส่งขายแรงงานตามจังหวัดต่างๆ โดยแรงงานเถื่อนทั้งหมดเสียเงินค่าเดินทางให้กับนายหน้าและกลุ่มขบวนการจนถึงที่หมายคนละ 18000-20000 บาท

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมาเก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อโควิด 19 พร้อมจัดทำประวัติและตรวจยึดรถจักรยานยนต์ของกลางนำทั้งหมดแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันช่วยเหลือซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดๆแก่บุคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมายและเป็นบุคคลต่างด้าว(สัญชาติเมียนมา)เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมกับส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองวาฬ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


นัครินทร์ ข่าวประจวบฯ /รายงาน

รองผู้ว่าฯ ลำปาง ตรวจเยี่ยมทัณฑสถาน​บำบัด​พิเศษ​ลำปาง​ หลังตรวจพบการแพร่ระบาด​ของเชื้อโควิด​ ภายในเรือนจำ

ลำปาง – รองผู้ว่าฯ ตรวจเยี่ยมทัณฑสถาน​บำบัด​พิเศษ​ลำปาง​ หลังตรวจพบการแพร่ระบาด​ของเชื้อโควิด​ ภายในเรือนจำ

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 นายสันติ รังษิรุจิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง, นายแพทย์ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง, นายนเรศวร์ฤทธิ์ อุบลศรี นายอำเภอห้างฉัตร, นายบุญเรือง อินตาคำ สาธารณสุขอำเภอห้างฉัตร, นางเทียนจรัส จันมะโน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลห้างฉัตร เข้าตรวจติดตามการควบคุมการแพร่ระบาดภายในทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง เพื่อรับทราบข้อมูล ปัญหาและ อุปสรรค เพื่อวางมาตรการตามหลักเกณฑ์จังหวัดลำปาง เพื่อให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดลำปางได้รับทราบพิจารณา

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ดังกล่าวสามารถควบคุมและบริหารจัดการได้ พร้อมกันนี้ ได้ให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วย โดยมีนายวรพงษ์ น้อยสุขเสริม ผู้อำนวยการทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง,เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดลำปาง,เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจังหวัดลำปาง, เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลห้างฉัตร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมติดตามสถานการณ์ดังกล่าว หลังจากนั้น​ ทัณฑ สถาน​บำบัด​พิเศษ​ลำปาง​ ได้ทำการตรวจหาเชื้อผู้ต้องขังจำนวนทั้งหมด​100% พบมีการติดเชื้อเพิ่มเติม​ รวมทั้งสิ้นจำนวน​ 210 ราย

วันพฤหัส​บดี​ที่ 10 กุมภาพันธ์​ 2565​ ทางทัณฑสถาน​บำบัด​พิเศษ​ลำปาง​ ได้ทำการเอ็กซ์เรย์​ปอด​ ผู้ต้องขัง​ ที่มีผลเป็นบวก​ เพื่อติดตามและดำเนินการ​ ในส่วนของการรักษาพยาบาล​ผู้ต้องขังที่มีผลเป็นบวก​ และดำเนินการควบคุมผู้ต้องขังตามมาตรการ​ป้องกันการแพร่ระบาด​ของโรคโควิด19​ เพื่อยับยั้งการแพร่เชื้อ​ และควบคุมผู้ต้องขังที่ไม่ติดเชื้อ​ ตามมาตรการ​การควบคุมผู้ต้องขังตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์​ได้กำหนดไว้


ทีมข่าวเมืองรถม้า​ รายงาน​

วัฒนธรรมอุตรดิตถ์ ทำบุญและบวงสรวงเจ้าพ่อราชูปโภค เจ้าพ่อโรงโกศ และเครื่องเกียรติยศประกอบศพ

วัฒนธรรมอุตรดิตถ์ทำบุญและบวงสรวงเจ้าพ่อราชูปโภค เจ้าพ่อโรงโกศ และเครื่องเกียรติยศประกอบศพ

วันนี้ (10 ก.พ. 65) เวลา 08.39 น. นายสหวิช อภิชัยวิศรุตกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานในพิธีบวงสรวงเจ้าพ่อราชูปโภค เจ้าพ่อโรงโกศ และเครื่องเกียรติยศประกอบศพ เพื่อเป็นการทำบุญและเชิญพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ณ อาคารกลุ่มพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน ในพื้นที่บริเวณวัดเกษมจิตตาราม ตำบลท่าอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์

นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราโชบายเกี่ยวกับพิธีการศพแก่ข้าราชการ บุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ และประชาชนที่มีสิทธิตามหลักเกณฑ์ที่สำนักพระราชวังกำหนด ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดทั่วประเทศอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกันซึ่งสำนักพระราชวังได้มอบภารกิจเกี่ยวกับพิธีการศพที่ได้รับพระราชทานดังกล่าวให้รัฐบาลโดยกระทรวงวัฒนธรรม หรือสนง.วัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศดำเนินการ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นมา

ปัจจุบัน สนง.วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ได้เช่าพื้นที่วัดเกษมจิตตาราม เลขที่ 37 ตำบลท่าอิฐ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อใช้เป็นอาคารสำนักงานในการปฏิบัติงานชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 เป็นต้นมา ซึ่งในขณะนี้มีเครื่องเกียรติยศประกอบศพ ตั้งแต่หีบเชิงชาย หีบลายก้านแย่ง หีบทองลายสลัก หีบทองทึบ โกศโถ ไปจนถึงโกศแปดเหลี่ยม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในการปฏิบัติตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากสำนักพระราชวัง โดยในปีที่ผ่านมาทางกลุ่มพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ มีการประชาสัมพันธ์การรับรู้สิทธิ์ ทำให้ผู้มีสิทธิ์ตามหลักเกณฑ์ ในการขอรับพระราช ทานในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น การทำบุญพิธีสงฆ์และพิธีบวงสรวงในครั้งนี้ จึงถือเป็นการทำบุญอุทิศกุศลให้กับเจ้าพ่อราชูปโภคและเจ้าพ่อโรงโกศ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวกับงานพิธีการศพที่ได้รับพระราชทานดังกล่าว รวมทั้งครูบาอาจารย์ เจ้าหน้าที่ และผู้วายชนม์ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา ที่ได้ปกปักรักษา คุ้มครองดูแล และมีส่วนเกี่ยวข้องกับงานพิธีการศพดังกล่าวและเพื่อความเป็นสิริมงคลในการปฏิบัติงานต่อไป

ทั้งนี้ บุตรหลาน หรือทายาทผู้วายชนม์ที่เป็นข้าราชการ บุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ หรือประชาชนที่มีสิทธิ ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักพระราชวังกำหนด สามารถยื่นขอรับสิ่งของพระราชทานเกี่ยวกับพิธีการศพได้ ณ งานประสานขอพระราชทานเพลิง สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ ศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ ชั้น 1 หรือสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศ ตามภูมิลำเนาของผู้วายชนม์ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่พิธีการศพที่ได้รับพระราชทานคอยอำนวยความสะดวกให้กับทุกท่าน และรับปฏิบัติงานพิธีให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้สามารถติดต่อสอบถามได้ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ


นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

จัดพิธีวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ประจำปี 2565 สร้างขวัญกำลังใจแก่อาสาสมัครรักษาดินแดนท่ามกลางมาตรการป้องกันโควิด – 19

จันทบุรี – จัดพิธีวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ประจำปี 2565 สร้างขวัญกำลังใจแก่อาสาสมัครรักษาดินแดนท่ามกลางมาตรการป้องกันโควิด – 19

วันนี้ (10 ก.พ.65) ที่ กองร้อยอาสารรักษาดินแดนจังหวัดจันทบุรี ที่ 1 ตำบลพลับพลา อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี นายกองเอก สุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีในฐานะ ผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานนำหัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการเหล่ากาชาด สมาชิกแม่บ้านมหาดไทย ผบ.กองร้อย อส.อำเภอ ข้าราชการ และประชาชนร่วมพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดนท่ามกลางมาตรการป้องกันโควิด – 19 ช่วงแรกเป็นพิธีสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคล หลังจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้อ่านสารผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดนพร้อมทั้งกล่าวให้โอวาทแก่สมาชิก ทั้งนี้ พระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดนได้ประกาศใช้เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497 รวมเวลา 68 ปี เพื่อเป็นการระลึกถึงความเสียสละ ของสมาชิกอาสารักษาดินแดนที่ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดกฎหมายทุกรูปแบบ อาทิ เช่น การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด, การจับกุมผู้ลักลอบตัดไม้ทำลายป่า, การจับกุมแรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย, บูรณาการช่วยเหลือ สนับสนุนงานป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19, แก้ปัญหาตามข้อร้องเรียนของศูนย์ดำรงธรรม, รวมทั้งการให้บริการประชา ชนในด้านต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมายตามภารกิจของกระทรวงมหาดไทยและกรมการปกครอง สนองนโยบายของรัฐบาลเพื่อความสงบเรียบร้อยและความผาสุขของประชาชน

ในโอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้อัญเชิญเครื่องหมายรักษาดินแดนยิ่งชีพวางหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร จำนวน 2 เข็ม / มอบเข็มอาสารักษาดินแดนสดุดี ประจำปี 2565 แก่กำลังพลจำนวน 10 ราย มอบทุนมูลนิธิอาสารักษาดินแดน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ แก่บุตรสมาชิก อส.จำนวน 5 ทุน สมาคมแม่บ้านมหาดไทยและเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรีมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรสมาชิกรวม 37 ทุน พร้อมทั้งมอบชุดบำรุงขวัญให้แก่สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดจันทบุรีจำนวน10 กองร้อย


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก