มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีจุดเทียนเปิดงานเทศกาลง่วนเซียว ประจำปี 2565 ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีจุดเทียนเปิดงานเทศกาลง่วนเซียว ประจำปี 2565 ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 09.00 น. : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการฯ พร้อมด้วย คณะกรรมการฯ ผู้ช่วยกรรมการฯ ร่วมในพิธีจุดเทียนเปิดงานเทศกาลง่วนเซียว และเริ่มประกอบพิธีสงฆ์ สวดชัยมงคลคาถา (พะเก่ง) ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

เทศกาลง่วนเซียว เป็นเทศกาลแรกของปีตามปฏิทินจันทรคติของจีน โดยในปีนี้ตรงกับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย จัดให้มีพิธีสวดชัยมงคลคาถา มีพิธีบูชาเทพเจ้าด้วยขนมหวาน และ ขนมที่ทำด้วยน้ำตาลทราย หรือน้ำตาลผสมถั่วลิสง ขึ้นรูปเป็นสิงโตขนาดต่างๆ บ้างก็เป็นรูปเจดีย์ ให้ผู้มีจิตศรัทธานำกลับไปบูชา ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ มีการแลกเปลี่ยน โดยมารับ ขนมรูปสิงโต จากมูลนิธิฯ พร้อมทั้งจัดให้มีการยืมเงินขวัญถุงแก่ผู้ที่ทำมาค้าขาย และผู้มีจิตศรัทธา ให้ร่ำรวยเฮงๆ ตลอดปี
มีเงินมีทองพอกินพอใช้ไม่ขาดมือ นอกจากนี้ยังจัดให้มีสาคูสิริมงคล บริการศิษยานุศิษย์และสาธุชน ได้รับประทานเพื่อเป็นสิริมงคลตลอดปี โดยผู้มีจิตศรัทธาสามารถชมรายละเอียด และติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง : facebook.com/atpohtecktung หรือ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วช. หนุนวิจัยผลิตภัณฑ์แก้ปัญหานอนไม่หลับ สำเร็จ การันตีด้วยรางวัลเหรียญทองนวัตกรรมโลก

วช. หนุนวิจัยผลิตภัณฑ์แก้ปัญหานอนไม่หลับ สำเร็จ การันตีด้วยรางวัลเหรียญทองนวัตกรรมโลก

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) สนับสนุน “Avan propo Bee” ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเติมเต็มสุนทรียภาพแห่งการนอนหลับ เข้าประกวดงาน “2020 Kaohsiung International Invention and Design EXPO (KIDE 2020) ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 10–12 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ณ เมืองเกาสง ไต้หวัน ในรูปแบบออนไลน์ จนได้รับรางวัลเหรียญทองนวัตกรรมโลก

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประภา โซ๊ะสลาม ภาควิชาวิทยาศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน กล่าวว่า คิดค้น “Avan propo Bee” ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเติมเต็มสุนทรียภาพแห่งการนอนหลับ ขึ้นมา เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ทำให้มนุษย์ต้องเผชิญกับความกดดันกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวจนเกิดความเครียด ทำให้มีปัญหาการนอนไม่หลับส่งผลกระทบต่อสุขภาพในหลายด้าน อาทิ ขี้ลืม ผิวเสีย ประสิทธิภาพด้านการคิดวิเคราะห์น้อยลง การที่ร่างกายจะเข้าสู่ภวังค์การนอนหลับจะต้องเข้าสู่ภาวะผ่อนคลาย ทำให้ช่วยลดการส่งกระแสประสาทในสมอง และส่งเสริมการสร้างฮอร์โมนเมลานินที่ช่วยทำให้นอนหลับ

“Avan propo Bee”ทผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเติมเต็มสุนทรียภาพแห่งการนอนหลับ เป็นนวัตกรรมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพด้านการนอนหลับของมนุษย์ ซึ่งมีส่วนประกอบหลักมาจากน้ำหวานจากน้ำผึ้งชันโรง ที่มีปริมาณกรดอะมิโน 15 ชนิดที่สูงกว่า น้ำผึ้ง และมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น carotenoid, flavonoid, enzymes, protein, polyphenol ช่วยต้านอนุมูลอิสระกำจัดมลพิษที่เข้าสู่ร่างกายและขัดขวางกลไกการนอนหลับ และยังมีเมลาโทนิน (ฮอร์โมนช่วยให้หลับ) จากธรรมชาติ ผสมผสานกับคุณค่าน้ำมันรำข้าวที่มี GABA ที่ช่วยให้สมองผ่อนคลาย รวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระที่สกัดจาก โกจิเบอร์รี่ มัลเบอร์รี่ อะเซโรล่าเชอร์รี่ ช่วยให้สมองผ่อนคลายและเข้าสู่ภวังค์แห่งการนอนหลับอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมตื่นรับเช้าวันใหม่ที่สดใส

จุดเด่นของ “Avan propo Bee” ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเติมเต็มสุนทรียภาพแห่งการนอนหลับ คือการนำสมุนไพรจากธรรมชาติมาใช้ ปราศจากสารเคมี เพราะมาจากกลุ่มเกษตรกรที่เลี้ยงผึ้งชันโรงในสวนผลไม้แบบอินทรีย์ และที่สำคัญไม่มียานอนหลับ หรือเมลานินสังเคราะห์ผสมอยู่

ทั้งนี้ได้มีการนำไปทดลองในอาสาสมัคร 200 คน และทำการสอบถามประวัติด้านสุขภาพ และปัญหาการนอนหลับยาก หรือตื่นกลางดึก พบว่า เมื่อทดลองใช้เป็นระยะเวลา 10 วัน พบว่า อาสาสมัคร 85% ใช้เวลาในการนอนหลับน้อยลงกว่าเดิม และมี อาสาสมัคร 90% มีความพึงพอใจต่อ “Avan propo Bee” ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเติมเต็มสุนทรียภาพแห่งการนอนหลับ

ปัจจุบัน “Avan propo Bee” ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเติมเต็มสุนทรียภาพแห่งการนอนหลับ ได้จดทะเบียนอาหารและยา กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข อย่างถูกต้องใน ปี พ.ศ.2563 แล้ว และตอนนี้ได้มีการจำหน่ายให้กับประชาชนผู้สนใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เปิดแล้วชุดปฎิบัติการที่ 23 บ้านไม้รูดตราด

ตราด – เปิดแล้วชุดปฎิบัติการที่ 23 บ้านไม้รูด ทําพิธีเปิดการฝึกอบรมกําลังประชาชนตําบลชายแดน จัดระบบป้องกันเพื่อจัดระเบียบพื้นที่ชายแดน จํานวน 60 คน

เมื่อเวลา 14.00 น. บ่ายวันที่ 15 กพ.2565 ที่ศาลาอเนกประสงค์บ้านหาดศาลเจ้า หมู่ 3 ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด นายสมศักดิ์ จุฑาวงศ์ นายอําเภอคลองใหญ่ เป็นประธานในพิธีเปิดฝึกอบรมกําลังประชาชนตําบลชายแดน นาวาตรี ศักดิ์ชัย ศรีวิไสย หัวหน้าชุดปฎิบัติการที่ 23 บ้านไม้รู้ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมในพิธีเปิด น.อ.ชัยวัฒน์ พัฒนพันธ์ นายทหารส่งบํารุง ศปชด.กปช.จต., ว่าที่เรือโท ธนันชัย บุตรเสน นายทหารกิจการพลเรือน ฉก.นย.ตราด, และ น.ท.วันชัย เวชกามา หน.ส่วนแผน พร้อมนายนฤนัย เกษา ปลัดอําเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง, นายโกสุม ฝอยทอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตําบลหาดเล็ก, กํานัน เทศบาลตําบลหาดเล็ก กศน. อําเภอคลองใหญ่, โรงพยาบาลส่งเสริมเพื่อสุขภาพตําบลหาดเล็ก ทั้ง 4 แห่ง โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอําเภอคลองใหญ่ได้มาเป็นวิยากรบรรยายเรื่องการป้องกันโควิด-19 และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมออกให้บริการตรวจคัดกรองก่อนอบรมตรวจเชิงรุดโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยตรวจแบบโดย ATK ผลออกมาลบ พร้อมเข้าร่วม และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เข้าร่วม พร้อมทีมวิทยากรจากชุดปฎิบัติการที่ 23 บ้านไม้รูด โดยมีประชาชนในตําบลหาดเล็กจํานวน 5 หมู่บ้าน เข้าร่วมการฝึกอบรมจํานวน 60 คน โดยใช้เวลาการฝึกอบรมจํานวน 3 วันด้วยกัน

โดยการฝึกอบรมดังกล่าวเป็นไปตามคําสั่งการฝึก ศูนย์จัดระบบป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด ที่ 2/2565 ให้หน่วยเฉพาะกิจจัดระบบป้องกันเพื่อจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนตราด โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ประชาชนมีความรู้และตระหนักถึงภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้นกับชุมชน ให้มีความสามารถในการป้องกันตนเองและหมู่บ้านจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ ตลอดจนสนับสนุนการปฎิบัติการทางทหารได้อย่างดีมีประสิทธิภาพ ทั้งในภาวะปกติและไม่ปกติ เพื่อส่งเสริมให้มีการจัดตั้งกลุ่มอาสาสมัคร เพื่อสนับสนุนการฝึกอบรมของส่วนราชการในการแก้ไขปัญหาต่างๆให้ชุมชน ตลอดจนการปลุกจิตสํานึกให้เกิดความรักหวงแหนพื้นที่ ร่วมกันปกป้องและรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศชาติ เพื่อให้มีการผนึกกําลังประชาชนป้องกันชายแดนที่มีประสิทธิภาพ มีโครงสร้างด้านการป้องกันหมู่บ้าน มีการจัดระบบ หมวด หมู่ และการแบ่ง มอบหน้าที่ความรับผิดชอบที่ชัดเจน โดยการฝึกอบรมดังกล่าวมีทั้งภาคทฤษฎี ภาคปฎิบัติ การออกภาคสนาม การฝึกอาวุธจากการยิงปืนท่าต่างๆรวมทั้งการนัดหมายแบ่งหน้าที่พร้อมในการณ์ต่างๆในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่คาดหมายได้ต่อไป


ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี จ.ตราด
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ดีใจ ‘วราวุธ’ มอบกรมธรรม์ประกันชีวิตหมู่

รมว.ทส.“วราวุธ ศิลปอาชา” เป็นประธานพิธีมอบกรมธรรม์ประกันชีวิตหมู่ให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ครบทั้ง 4,496 คนทั่วประเทศ โดยมี ทีพีไอ โพลีน ร่วมสนับสนุนกรมธรรม์ประกันชีวิต สร้างขวัญกำลังใจผู้พิทักษ์ป่า

วันนี้ (14 ก.พ.65) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานในพิธี “มอบกรมธรรม์ประกันชีวิตหมู่ให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้” โดยมี นายอนุชา สะสมทรัพย์ ผู้ช่วย รมว.ทส. นายยุทธพล อังกินันท์ ที่ปรึกษา รมว.ทส. นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการ รมว.ทส. และผู้บริหารกระทรวงฯ ร่วมในพิธี นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด(มหาชน) กล่าวถึงความเป็นมาในการสนับสนุนกรมธรรม์ประกันชีวิตหมู่ให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ และนายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวรายงาน ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานหลักในการป้องกันดูแลรักษาพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศ ควบคู่ไปกับการเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการบุกรุกพื้นที่ป่าใหม่เกิดขึ้น ตามนโยบายของรัฐบาล และคณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติ (คปช.) ควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์สร้างความรับรู้ ความเข้าใจ และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาร่วมกับประชาชนตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัด ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าว “เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า” มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการทำหน้าที่ปกป้อง ดูแล และรักษาทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ทุ่มเท และอุตสาหะ เพื่อทำให้ประเทศไทยยังคงมีทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์จนถึงปัจจุบัน

นายวราวุธ กล่าวย้ำว่า ประเทศไทยเรามีพื้นที่ป่าอยู่มากมายหลายล้านไร่ มีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่ทำหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดและการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ รักษาป่า ควบคุมไฟป่าของกรมป่าไม้ จำนวน 4,496 คน ที่ต้องออกตรวจตรา ลาดตระเวนในพื้นที่ถิ่นทุรกันดาร ห่างไกล และอาจพักแรมในพื้นที่ป่าเป็นปกติวิสัย ในบางครั้งอาจประสบภัยอันตรายต่าง ๆ จากกลุ่มบุคคลผู้หวังประโยชน์จากทรัพยากรป่าไม้ จนถึงขั้นบาดเจ็บ พิการหรือทุพพลภาพ หรือถึงแก่ชีวิต ทำให้ครอบครัวที่อยู่เบื้องหลังต้องได้รับความยากลำบากในการดำรงชีวิต

“ ด้วยเล็งเห็นความสำคัญของเจ้าหน้าที่ดังกล่าว จึงได้มอบนโยบายให้กรมป่าไม้ดำเนินการสร้างหลักประกันความมั่นคงให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ซึ่งทางบริษัททีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ก็ได้เห็นถึงความสำคัญของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ซึ่งเป็นผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันรักษาทรัพยากรป่าไม้ของชาติ ด้วยความยากลำบากและเสี่ยงภัยอันตรายจนถึงขั้นได้รับบาดเจ็บ พิการหรือทุพพลภาพ หรือถึงแก่ชีวิต จึงได้ร่วมให้การสนับสนุน โดยมอบกรมธรรม์ประกันชีวิตหมู่ให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ทั้ง 4,496 คน” นายวราวุธ กล่าว

ด้าน นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการ รมว.ทส. กล่าวเพิ่มเติมว่า การมอบกรมธรรม์ประกันชีวิตหมู่ให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ที่ดำเนินการตามนโยบายของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถือว่า เป็นการสร้างหลักประกันความมั่นคง และสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้านการป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ช่วยให้เกิดการปฏิบัติงานได้อย่างเต็มกำลังความสามารถ และปฏิบัติงานกับทุกภาคส่วนในการป้องกันและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้

“ ที่สำคัญอีกประการ ยังเป็นการช่วยทำให้ทุกภาคส่วนเกิดความตระหนัก ตื่นตัว และเห็นถึงความสำคัญในการป้องกันรักษาป่า ตลอดจนผลกระทบที่เกิดขึ้นการบุกรุกพื้นที่ป่า นำมาสู่การบูรณาการในการแก้ไขปัญหาและเข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจังในการป้องกันรักษาป่า ดัง เช่น บริษัททีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ และได้เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุน โดยมอบกรมธรรม์ประกันชีวิตหมู่ให้แก่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าในครั้งนี้

นายยุทธพล อังกินันท์ ที่ปรึกษา รมว.ทส. กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม สามารถสร้างขวัญและกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้านป้องกันและปราบปราม ที่มีความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา ต้องขอบคุณท่าน รมว.ทส. และทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมมือกันจนสามารถสร้างหลักประกันให้เจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ได้และคิดว่าโครงการดี ๆ แบบนี้จะดำเนินการต่อไปอย่างต่อเนื่องและขยายผลไปถึงหน่วยงานในสังกัด ทส. จะก่อให้เกิดประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้านป้องกันรักษาป่าได้อย่างทั่วถึง
https://drive.google.com/file/d/1IrcOp02zux3l9Qha0co7hviuRhrh_frm/view?usp=sharing

พิธีเปิด “ชมรมช่วยเหลือเกษตรไทยแบบยั่งยืน สนับสนุนและส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ไทย” อ.นาแก จ.นครพนม

พิธีเปิด “ชมรมช่วยเหลือเกษตรไทยแบบยั่งยืน สนับสนุนและส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ไทย” อ.นาแก จ.นครพนม

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ สำนักงานชมรมช่วยเหลือเกษตรไทยแบบยั่งยืน สนับสนุนและส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ไทย ตำบลหนองสังข์ อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ได้จัดพิธีเปิดชมรมช่วยเหลือเกษตรไทยแบบยั่งยืน สนับสนุนและส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ไทย โดยมี ดร.อ็อด โพธิ์เงิน ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ให้เกียรติมาเป็นประธานพิธีและกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย นาวาอากาศตรีหญิง จุฑาทิพย์ บุญยฤทธิ์ รวมทั้ง คณะผู้บริหาร บริษัท J.K.ASIA ผู้ผลิต และผู้จำหน่าย ข้าวตราใบเงิน และวัสดุอินทรีย์ปรับปรุงดิน “ต้าถง” และคณะกรรมการบริหารชมรมช่วยเหลือเกษตรกรอินทรีย์ไทยแบบยั่งยืน สนับสนุนส่งเสริมเกษตรกรไทย เข้าร่วมพิธีฯอย่างพร้อมเพรียง

โดยมีนายบัญชา มาตย์วังแสง ที่ปรึกษาชมรมช่วยเหลือเกษตรกรไทยแบบยั่งยืน สนับสนุนและส่งเสริมการเกษตรกรอินทรีย์ไทย เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมทั้ง หน่วยงานราชการ องค์กร และ พี่น้องชาวเกษตรกร ในพื้นที่อำเภอนาแก ร่วมให้การต้อนรับ และร่วมพิธีเปิดชมรมช่วยเหลือเกษตรไทยแบบยั่งยืน สนับสนุนและส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้ง พาคณะเยี่ยมชมสำนักงานและเยี่ยมชมแปลงสาธิตฟาร์มโซล่าเซลส์ อีกด้วย

นอกจากนี้ นาวาอากาศตรีหญิง จุฑาทิพย์ บุญยฤทธิ์ พร้อมทั้ง คณะผู้บริหาร บริษัท J.K.ASIA ผู้ผลิต และผู้จำหน่าย ข้าวตราใบเงิน และวัสดุอินทรีย์ปรับปรุงดิน “ต้าถง”ได้สนับสนุนเงินเป็นจำนวน 20,000 บาท ให้กับชมรมช่วยเหลือเกษตรไทยแบบยั่งยืน สนับสนุนและส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ไทย เพื่อนำไปใช้เป็นประโยชน์ในชมรมฯต่อไป

ด้านนายบัญชา มาตย์วังแสง ที่ปรึกษาชมรมช่วยเหลือเกษตรกรไทยแบบยั่งยืน สนับสนุนและส่งเสริมการเกษตรกรอินทรีย์ไทย กล่าวว่า”ในการจัดตั้งชมรมช่วยเหลือเกษตรกรไทยแบบยั่งยืนสนับสนุนและส่งเสริมอินทรีย์ไทยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ สร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพ บนพื้นฐานด้านเศรษฐกิจพอเพียงเคียงข้างประชาชน เพราะผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่หนึ่ง ประโยชน์ส่วนตนมาเป็นที่สอง ชมรมจัดตั้งขึ้นเพื่อจะมีกิจกรรมในการสนับสนุนส่งเสริมเกษตรอินทรีย์โดยการจัดแปลงสาธิตการเกษตรบนเนื้อหาที่ 30 ไร่ โดยใช้เกษตรอินทรีย์ในการจัดกิจกรรม ซึ่งทางชมรมมีการใช้โซล่าเซลล์ ซึ่งสามารถจะนำแสงอาทิตย์มาแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้านำมาประยุกต์ใช้ในชมรม เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรและผู้สนับสนุนที่สนใจในกิจกรรมของชมรมได้รับตลอด โดยการพัฒนาความรู้ต่างๆเพื่อเข้าสู่มาตรฐานการเป็นเกษตรกรไทยแบบยั่งยืนตามวัตถุประสงค์ของชมรม”

ด้าน ดร.อ็อด โพธิ์เงิน ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ กล่าวว่า”สำหรับการเปิดชมรมช่วยเหลือเกษตรกรไทยแบบยั่งยืนสนับสนุนและส่งเสริมอินทรีย์ไทย จังหวัดนครพนม ครั้งนี้ ต้องขอชื่นชมคณะทำงาน รวมทั้งผู้ร่วมงานและเกษตรกรทุกๆท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดงานวันนี้ได้สมบูรณ์แบบ กิจกรรมชมรมเกษตรกรแบบยังยืนสนับสนุนและส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ที่จัดขึ้นที่จังหวัดนครพนมแห่งนี้ มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพื่อเป็นการส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ ให้แก่พี่น้องเกษตรกร ตามนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะในด้านการส่งเสริมให้เกษตรกร รวมตัวกันเป็นชมรมเกษตรกรที่เข้มแข็ง และเชื่อมโยงเกษตรกรอินทรีย์ไทยในทุกระดับให้สอดคล้องกับชีวิตประจำวัน และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย การนำโซล่าเซลล์มาใช้ในการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงให้ประชาชนชาวไทยได้อยู่อย่างพอเพียงและเกิดความยั่งยืน สามารถประกอบอาชีพหลัก ส่งเสริมรายได้ให้แก่เกษตรกรต่อไป”ดร.อ็อด ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย


“ครูพี่โอ๊ะ” เปิด 3 กิจกรรมร่วมเครือข่ายขับเคลื่อนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต

“ครูพี่โอ๊ะ” เปิด 3 กิจกรรมร่วมเครือข่ายขับเคลื่อนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565 : ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิด 3 กิจกรรม “Valentine WOW WOW” “Science @ Home” และ “นิทรรศการธรรมชาติบันดาลใจและนิทรรศการวิทยาศาสตร์ ชุด Science For Fun“ ในมหกรรมวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน ก้าวใหม่ ก้าวแห่งคุณภาพ 2565 เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตามอัธยาศัย ด้านวิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานำไปสู่การพัฒนา ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพิษณุโลก โดยมี ดร.กมล รอดคล้าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, น.ส.ทรงศรี วิระรังษิยากรณ์ รองเลขาธิการ (กศน.), นายพิศิษฐ์ กิจบุญอนันต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก, นางพัชรินทร์ บัวสนิท ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครสวรรค์ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพิษณุโลก, ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) รวมถึงผู้บริหารในสังกัดสำนักงาน (กศน.) ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

ในช่วงเช้า รมช.ศธ. เปิดกิจกรรม “Valentine WOW WOW” ซึ่งเป็นกิจกรรมส่งเสริมความรักความสัมพันธ์ในครอบครัว กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงาน (กศน.) ซึ่งมีภารกิจในด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเฉพาะการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต กลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา 20 แห่งทั่วประเทศ ในสังกัดของ (กศน.) ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริมความรักความสัมพันธ์ในครอบครัว ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่ทันสมัย ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพิษณุโลก ซึ่งภายในกิจกรรมดังกล่าว มีพิธีการจดทะเบียนสมรส โดยมีฝ่ายทะเบียนอำเภอเมืองพิษณุโลก มาให้บริการ มีนิทรรศการ บ้าน บ้าน ของความสัมพันธ์ โดยความร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพ (สสส.) เพราะสัมพันธภาพในครอบครัวที่ดีต่อกัน เริ่มต้นจากความรัก ความอบอุ่น ของสามีภรรยา เมื่อมีลูกสัมพันธภาพนี้จะขยายไปสู่ลูกด้วย เป็นความสัมพันธ์ระหว่าง พ่อ แม่ ลูก ซึ่งทุกคนเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ มีความผูกพันทางสายเลือด ครอบครัวจึงเป็นแหล่งรวมความรัก ความอบอุ่นที่มีความสำคัญและยั่งยืนกว่าสัมพันธภาพใดๆ การส่งเสริมความรัก ความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ดี จึงเป็นการพัฒนาประสิทธิภาพสมาชิกของสังคมที่มีคุณภาพต่อไป

รมช.ศธ. กล่าวว่า “การพัฒนาคนไทยทุกช่วงวัยในทุกมิติให้เป็นคนดี คนเก่งและมีคุณภาพ ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ สถาบันครอบครัว เป็นจุดเริ่มต้นของทุกสถาบันในสังคม เป็นต้นทางในการบ่มเพาะสมาชิกของสังคมให้มีคุณภาพ เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศชาติในอนาคต กิจกรรม Valentine WOW WOW” นับเป็นกิจกรรมที่ดีในการส่งเสริมให้สถาบันครอบครัวเป็นสถาบันการศึกษา สถาบันเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นสถาบันพื้นฐานแรกที่สำคัญ ในการสร้างสมาชิกให้เข้มแข็งอันจะส่งผลให้สังคมเข้มแข็งไปด้วย ขออำนวยพรให้กับคู่สมรสทั้ง 5 คู่ ในวันนี้ เป็นครอบครัวที่อบอุ่น ครองรักครองเรือนกันด้วยความสุข รักใคร่ปรองดอง เป็นครอบครัวที่อบอุ่น ช่วยกันนำพาความรักพุ่งไปสู่จุดหมาย”

ต่อจากนั้น รมช.ศธ. ได้เปิดโลกแห่งการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต “Science @ home” อีก 1 กิจกรรม โดยกล่าวว่า วิทยาศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งในสังคมโลกปัจจุบันและอนาคต เพราะวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับชีวิตของทุกคน ทั้งในการดำรงชีวิตประจำวันและในงานอาชีพต่างๆ เครื่องมือเครื่องใช้ตลอดจนผลผลิตต่างๆ เพื่อใช้อำนวยความสะดวกในชีวิตและการทำงาน ล้วนเป็นผลของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์และศาสตร์อื่น วิทยาศาสตร์ทำให้คนได้พัฒนา กระบวนการคิด ทั้งความคิดเชิงเหตุผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าหาความรู้ มีความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลที่หลากหลาย ตรวจสอบได้ วิทยาศาสตร์เป็นวัฒนธรรมของโลกสมัยใหม่ ทุกคนจึงจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์มากขึ้น เพื่อนำความรู้ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตลอดจนนำไปพัฒนาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน และที่สำคัญยิ่งคือความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาเศรษฐกิจ สามารถแข่งขันกับนานาประเทศและดำเนินชีวิตร่วมกันในสังคมโลกได้อย่างมีความสุข พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมสำนักงาน (กศน.) โดยศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 20 แห่ง ที่ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ขึ้นในวันนี้ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสการเรียนรู้วิทยาศาสตร์แก่ประชาชนที่กว้างขวางและทั่วถึงยิ่งขึ้น

สำหรับ “นิทรรศการธรรมชาติบันดาลใจและนิทรรศการวิทยาศาสตร์ ชุด Science For Fun” นับว่าเป็นกิจกรรมที่ 3 ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ ในครั้งนี้โดยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ร่วมกับสำนักงาน (กศน.) จัดขึ้น

ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ได้กล่าวรายงานต่อ รมช.ศธ.ถึงนิทรรศการ “ธรรมชาติบันดาลใจ และScience For Fun” ที่ อพวช.นำมาจัดเเสดงในงานมหกรรมนี้ว่า

นิทรรศการธรรมชาติบันดาลใจ เป็นการนำเสนอแนวคิดด้านนวัตกรรม ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นแนวทางนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นนิทรรศการที่จะช่วยให้มนุษย์เข้าใจเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตและธรรมชาติมากขึ้น โดย การสังเกตข้อได้เปรียบจากพืชและสัตว์ในธรรมชาติแล้วนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในด้านต่างๆ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนได้ เพราะธรรมชาติ ฉลาดใช้ ฉลาดอยู่

ส่วน “Science. For Fun” เป็นอีกหนึ่งนิทรรศการที่น่าสนใจของ (อพวช.) เป็นนิทรรศการชุดเคลื่อนที่ ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์พื้นฐาน เน้นให้เด็กและเยาวชน ได้ผ่านการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ด้วยความสุข สนุกสนาน กับนิทรรศการที่จะพัฒนาศักยภาพเยาวชน ฝึกฝนวิธีการคิดแบบวิทยาศาสตร์ และเกิดทักษะด้านวิทยาศาสตร์ผ่านชุดนิทรรศการในรูปแบบ Hands on

รม.ศธ. กล่าวย้ำถึงความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน ในการจัดมหกรรมวิทยาศาสตร์ ในครั้งนี้ว่า “เมื่อเห็นความร่วมมือดีๆ แบบนี้ รู้สึกยินดีและภาคภูมิใจ ที่ได้เห็นหน่วยงานสำคัญระดับประเทศ ให้ความสนใจและเล็งเห็นความสำคัญของการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและให้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ที่เป็นประโยชน์ที่สุดอีกครั้งหนึ่ง ในการพัฒนาการศึกษา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ พัฒนาเยาวชนและประชาชน ให้มีความรู้ ความสามารถ มีความเข้มแข็ง สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นพลังในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาให้ก้าวหน้าต่อไป และด้วยบทบาทภารกิจของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ซึ่งเป็นสถานศึกษาขึ้นตรงในสังกัดสำนักงาน (กศน.) ในการจัดการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ให้แก่นักเรียน นักศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบตลอดจนประชาชน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ผ่านกระบวนการการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ โดยในแต่ละกิจกรรมได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นอย่างดียิ่ง ผลของความร่วมมือต่างๆ ในครั้งนี้ จะส่งผลให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สังคมและประเทศชาติอย่างแท้จริง ในนามของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ดูแลการศึกษาตลอดชีวิตของคนทุกช่วงวัย จึงต้องขอบคุณทั้งผู้จัด ภาคีเครือข่าย ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในครั้งนี้ จากใจครูพี่โอ๊ะ”


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รานงาน

บอสใหญ่ “ธงชัยพัทธณ์” ประธานจัดสร้างพระประธานพุทธเมตา หน้าตัก 49 นิ้ว วัดวาปีธรรมราม

บอสใหญ่ “ธงชัยพัทธณ์” ประธานจัดสร้างพระประธานพุทธเมตา หน้าตัก 49 นิ้ว วัดวาปีธรรมราม

“ธงชัยพัทธณ์ เครือหุนตระกุล” ที่ปรึกษาบริษัท ธงชัยพัทธณ์ จำกัด ผู้มีจิตรศรัทธาสร้างพระประธานพุทธเมตา ศิลปะปาละอินเดีย และพระอัครสาวกซ่้าย-ขวา หน้าตักกว้าง 49 นิ้ว เพื่อนำไปประดิษฐาน ณ อุโบสถมหาเจดีย์ศรีลังกาไทย วัดวาปีธรรมราม (วัดหนองนกกระเต็น) ตำบลวังกะทะ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา จัดพิธีเททองหล่อพระประธานพุทธเมตา ศิลปะปาละอินเดีย และพระอัครสาวกซ่้าย-ขวา หน้าตักกว้าง 49 นิ้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2565 โดยมีคุณธีรวัฒน์ วราพงศ์พิศาล ที่ปรึกษาทางด้านกฏหมายก่อสร้างและอุตสาหกรรม พร้อมด้วย คุณปุญชรัสมิ์ วราพงศ์พิศาล ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1, คุณฐานุพงศ์ วราพงศ์พิศาล, คุณณัฐฏนันท์ เทียนชัยดุกสี เป็นประธานร่วมในพิธี พระครูธรรมรสพิศิษฏ์ (หลวงปู่บุญศรี กตสีโล) เจ้าอาวาสวัดวาปีธรรมราม เป็นประธานเททอง คุณธงชัยพัทธณ์ เครือหุนตระกุล ประธานดำเนินการจัดสร้าง

โดยช่วงเช้าเวลา 08.59 น. คุณธงชัยพัทธณ์ เครือหุนตระกุล เป็นประธานพิธีบวงสรวง และต่อมาช่วงบ่ายเวลา 13.30 น. พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 9 รูป เจริญพระพุทธมนต์ มีผู้ร่วมพิธี และผู้มีเกียรติ กัลยาณมิตร มาร่วมงานบุญสร้างพระใหญ่พิธีครั้งนี้นับร้อยคนที่มาด้วยใจศรัทธาให้ความร่วมมือมาตรฐานเข้มป้องกันโรคโควิด-19 ด้วยอย่างเข้มงวด

“พระครูธรรมรสพิศิษฏ์” (หลวงปู่บุญศรี กตสีโล) เจ้าอาวาสวัดวาปีธรรมราม ประกอบพิธีเททองพระประธานพุทธเมตา ศิลปะปาละอินเดีย และพระอัครสาวกซ่้าย-ขวา หน้าตักกว้าง 49 นิ้ว พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา พระเกจิคณาจารย์นั่งปรกอธิษฐานจิตรประกอบด้วย หลวงพ่อพิมพ์ เจ้าอาาวาสวัดพฤกษะวัน จังหวัดพิจิตร และพระเดชพระคุณพระเกจิคณาจารย์ที่มีชื่อเสียงร่วมพืธีนั่งปรกอธิษฐาน เสร็จแล้ว คุณธงชัยพัทธณ์ เครือหุนตระกุล ประธานดำเนินงานจัดสร้างพระประธานพุทธเมตา ศิลปะปาละอินเดีย และพระอัครสาวกซ่้าย-ขวา หน้าตักกว้าง 49 นิ้ว ประกาศยอดเงินที่มีผู้ร่วมบุญครั้งนี้ถึง 313 ท่าน เป็นเงินทั้งสิ้นกว่าหนึ่งล้านบาท

“พระประธานพุทธเมตา ศิลปะปาละอินเดีย และพระอัครสาวกซ่้าย-ขวา หน้าตักกว้าง 49 นิ้ว เป็นพุทธศิลป์ร่วมสมัยเป็นเอกลักษณ์ศิลปะปาละอินเดีย หนึ่งเดียวในสยาม ที่น่าจะมีความงดงามที่สุดในยุคปัจจุบันนี้ เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา และฝากไว้ในแผ่นดินนี้ตลอดไป “พระประธานพุทธเมตา” ศิลปะปาละอินเดีย และพระอัครสาวกซ่้าย-ขวา หน้าตักกว้าง 49 นิ้ว “คุณธงชัยพัทธณ์ เครือหุนตระกุล” ที่ปรึกษาบริษัทธงชัยพัทธณ์ จำกัด ประธานดำเนินงานจัดสร้าง กล่าวว่า จะกำหนด และจะกระทำพิธีประดิษฐาน “พระประธานพุทธเมตา” ณ อุโบสถมหาเจดีย์ศรีลังกาไทย วัดวาปีธรรมราม (วัดหนองนกกระเต็น) ตำบลวังกะทะ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา จนกว่าจะแล้วเสร็จคาดว่าภายในสองเดือนปีนี้ พ.ศ.2565

วัดวาปีธรรมราม “(วัดหนองนกกระเต็น) ตำบลวังกะทะ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา” เป็นอีกหนึ่งวัดชื่อดังของปากช่อง ถือว่าเป็นแลนด์มาร์กด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญของ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ในห้วงเวลาที่ผ่านมา ด้วยความสวยงามของธรรมชาติ ด้านบน ณ อุโบสถมหาเจดีย์ศรีลังกาไทย วัดวาปีธรรมราม ที่ศรัทธาญาติโยมสร้างด้วยความสูงของยอดเขา “วัดวาปีธรรมราม” ที่มองเห็นวิว เขาใหญ่รอบทิศทาง และได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ผู้คนชื่นชอบจะต้องไปเก็บภาพมุมสูงให้ได้สักครั้ง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

Virtual Run สานสัมพันธ์ ธรรมศาสตร์- จุฬาฯ FOOTRUN TU-CU (Run a mile, share a smile)

Virtual Run สานสัมพันธ์ ธรรมศาสตร์- จุฬาฯ FOOTRUN TU-CU (Run a mile, share a smile)

เมื่อวันที่ ​12 กุมภาพันธ์ 2565 : สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เชิญชวนนิสิต นักศึกษา ศิษย์เก่าทั้ง 2 สถาบัน รวมทั้งประชาชนผู้สนใจออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ร่วมสร้างประวัติศาสตร์ครั้งแรกไปด้วยกันกับ Virtual Run สานสัมพันธ์ ธรรมศาสตร์- จุฬาฯ ในงาน “Foot Run TU-CU” ภายใต้แนวคิด “Run a mile, share a smile” หรือ “ให้ทุกก้าวของคุณ ปันรอยยิ้มไปด้วยกัน” พร้อมเหรียญรางวัลสุดพิเศษ เสื้อวิ่งรุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น รายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปบริจาคสมทบทุนโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เปิดรับสมัครแล้วจนกว่าจะครบจำนวน 20,000 คน ผ่านช่องทางเว็บไซต์
www.footruntucu.com และ Line Official Account : footruntucu

​นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ เปิดเผยว่า งาน Foot Run TU-CU Press Release จัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์และเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมสร้างประวัติศาสตร์ครั้งแรกของ Virtual Run สานสัมพันธ์ธรรมศาสตร์ – จุฬาฯ Foot Run TU-CU โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความสัมพันธ์อันดีมาอย่างยาวนาน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ร่วมกันทำกิจกรรมที่มั่งสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมส่วนรวมอยู่เสมอ ในโอกาสนี้จึงเป็นอีกครั้งที่ทั้ง 2 สถาบันจะได้ร่วมกันจัดกิจกรรมที่มีคุณค่ายิ่ง

​นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ ประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายจัดการแข่งขัน E-Sports กล่าวว่า กิจกรรม Foot Run TU-CU ถือเป็นกิจกรรมครั้งแรกในประวัติศาสตร์ในการสานสัมพันธ์ร่วมกันระหว่างจุฬาฯ – ธรรมศาสตร์ รวมถึงเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปและผู้ที่สนใจได้ร่วมกันออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดี โดยกิจกรรมจัดขึ้นในรูปแบบ VIRTUAL RUN ที่ไม่ว่าผู้เข้าร่วมจะอยู่ที่ใดก็สามารถร่วมกิจกรรมนี้ได้ โดยใช้นาฬิกาอัจฉริยะ หรือสมาร์ทโฟนในการบันทึกผลการเดินหรือวิ่ง และเก็บเป็นหลักฐานไว้เพื่อส่งผลการวิ่งเข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกระยะทาง

​ทั้งนี้ เปิดรับสมัครสถาบันละ 10,000 คน รวมทั้งหมด 20,000 คน หลังจากเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา มีนิสิต นักศึกษา ศิษย์เก่าทั้ง 2 สถาบัน รวมทั้งประชาชนทั่วไป สมัครเข้าร่วมกิจกรรมแล้วกว่า 3,000 คน และจะเปิดรับจนกว่าจะครบจำนวน โดยกำหนดช่วงระยะเวลาในการสะสมระยะทางและส่งผล ระหว่างวันที่ 15–31 มีนาคม 2565 โดยเปิดรับสมัครใน 3 ประเภท ได้แก่ 1.ประเภทนิสิต/นักศึกษา ไม่จำกัดรุ่นอายุ ค่าสมัคร 390 บาท 2.ประเภทศิษย์เก่า ภาคีเครือข่าย และประชาชนทั่วไป ค่าสมัคร 490 บาท และ 3.ประเภท VIP ค่าสมัคร 1,500 บาท ซึ่งจะแบ่งประเภทการสมัครออกเป็น 5 รุ่นอายุ ได้แก่ รุ่นอายุไม่เกิน 29 ปี,รุ่นอายุ 30–39 ปี,รุ่นอายุ 40–49 ปี,รุ่นอายุ 50–59 ปี และรุ่นอายุ 60 ปีขึ้นไป

​ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน จะได้รับของที่ระลึกเป็นเสื้อที่ระลึกคนละ 1 ตัว สีตามสถาบันที่ตนเองเลือก เหรียญที่ระลึกที่มีสัญลักษณ์ของทั้งสองสถาบันอยู่ในเหรียญเดียว และ E-BIB ที่เป็นเลขประจำตัวของตัวเอง ไว้ใช้ในการบันทึกระยะทาง โดยเมื่อมีการเข้าร่วมกิจกรรมและส่งผลการร่วมกิจกรรมทุกครั้ง จะได้รับ E-Cer แสดงระยะทางรวมที่เข้าร่วมกิจกรรม ส่วนการสมัครประเภท VIP นอกจากจะได้รับเสื้อของทั้งสองสถาบันแล้ว จะได้รับของที่ระลึกพิเศษ คือ กระบอกน้ำรักสุขภาพ และถุงผ้ากันน้ำรักษ์โลกอีกด้วย

​ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม Foot Run TU-CU เปิดรับสมัครมาตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นไปจนกว่าผู้สมัครจะครบจำนวน ผ่านช่องทางเว็บไซต์ www.footruntucu.com Line Official Account : footruntucu


Cr.#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วัชระ” ย้ำคำพิพากษาศาลระบุชัดรัฐบาลลุงตู่มีมติให้ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ต้องเสร็จในปี 62 เตรียมร้องป.ป.ช. ลงดาบฟันกก.อนุมัติขยายเวลา ส่อเอื้อเอกชน

วัชระ” ย้ำคำพิพากษาศาลระบุชัด รัฐบาลลุงตู่มีมติให้ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ต้องเสร็จในปี 62 เตรียมร้องป.ป.ช.ลงดาบฟันกก. อนุมัติขยายเวลาส่อเอื้อเอกชน

วันที่ 14 ก.พ.65 เวลา 12.10 น. ที่อาคารรัฐสภา : นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือผ่านเจ้าหน้าที่งานสารบรรณถึงนายวีรยุทธ  เจริญกูล ประธานกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ขอขยายเวลาการส่งมอบเอกสารประกอบบันทึกถ้อยคำโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่พร้อมอาคารประกอบ อ้างถึงหนังสือขอขยายเวลาการส่งมอบเอกสาร ลงวันที่ 21 ธ.ค.64 พร้อมแนบคำพิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ คดีหมายเลขดำที่ อ300/2563 คดีหมายเลขแดงที่ อ63/2565 จำนวน 1 ชุด ระหว่าง บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ จำเลยที่ 1 นายวรเทพ สุวัฒนพิมพ์ จำเลยที่ 2 บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 3

โดยนายวัชระฯ ได้ขอขยายเวลาการจัดส่งเอกสารดังกล่าวข้างต้นเป็นภายในวันที่ 28 ก.พ.65 อนึ่งคำพิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้หน้า 10 ระบุว่า “คณะรัฐมนตรียังมีมติให้เร่งรัดดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ให้แล้วเสร็จภายในปี 2562 ตามหนังสือลงวันที่ 8 มิถุนายน 2560” และมีคำพิพากษาเรื่องการขยายเวลาการก่อสร้างอาคารรัฐสภาหน้า 13 ระบุว่า “เมื่อพิจารณาระยะเวลาก่อสร้างที่ล่าช้าเกินกว่ากำหนดตามสัญญาเป็นเวลานาน โจทก์ขอขยายเวลาก่อสร้างออกไปจากเวลาที่กำหนดตามสัญญา 4 ครั้ง โดยไม่เคยแจ้งเหตุหรือพฤติการณ์เป็นหนังสือให้ผู้ว่าจ้างทราบ ซึ่งผู้ว่าจ้างอนุมัติทุกครั้ง โดยการอนุมัติครั้งที่ 4 ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากกลุ่มงานพัสดุ สำนักการคลังและงบประมาณของผู้ว่าจ้าง และยังไม่ผ่านการพิจารณาของสำนักกฎหมาย”

ฉะนั้นคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรชุดใดที่มีมติว่าสำนักงานฯ ได้ขยายเวลาถูกต้องตามกฎหมายแล้วนั้น จึงขอสงวนสิทธิ์ที่จะยื่นร้องเรียนต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สอบสวนคณะกรรมการฯ ตามประมวลกฏหมายอาญาม.157 และกฏหมายของป.ป.ช.ต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วัดป่าศรีสุราษฎร์ จ.มหาสารคามจัดงานบุญประทายข้าวเปลือก ปี 2565

เช้าวันนี้มีกิจกรรมงานบุญประทายข้าวเปลือก ปี 2565 ที่วัดป่าศรีสุราษฎร์ ต.หนองบัวสันตุ อ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม โดยมีท่านวรสิทธิ์ ศรีสิทธิ์ ปศุสัตว์อำเภอยางสีสุราช เป็นประธานในพิธี โดยมีครูบาอาจารย์และพระภิกษุ มาร่วมงานนี้ด้วยราว 50 รูป บุญประทายข้าวเปลือกนี้เป็น งานบุญเก่าแก่ และสำคัญในชีวิตของเกษตรกรทางภาคอิสาน หลวงตามหาบัว ท่านดำริและดำเนินปฏิบัติในปฏิปทาของวัดป่าบ้านตาด มาตลอด ที่เปิดโอกาสให้ประชาชน ชาวบ้านมาร่วมงาน และองค์หลวงตามหาบัว นำสวดเจริญพระพุทธมนต์ เหมือนกับสมโภช หมู่บ้านและกองประายข้าวเปลือกนะ มาบัดนี้องค์หลวงตามหาบัว ได้ละสังขาร ไปแล้ว 11 ปีที่ผ่านมา จึงได้ทรงประเพณีรักษาไว้ให้ลูกหลานได้ร่วมบุญกุศล นี้ต่อไป และรวบรวมศรัทธาจากบุญประทายข้าวเปลือกนี้ร่วมสมทบทุนสร้างพระธาตุเจดีย์ “ศรีสุราษฎร์” เพื่อบูชา คุณขององค์หลวงตามหาบัว ผู้เป็นอริยาจารย์ ในสถานการณ์โควิด นี้จึงจัดงานแบบเรียบง่าย และระมัดระวัง ป้องกันตามมาตรการสาธารณสุขของทางจังหวัดมหาสารคาม ที่เข้มงวดกวดขันเป็นพิเศษ ในช่วงนี้ นะ อริยธมฺเม ฐิโต นโร สาธุ สาธุ สาธุ