กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี บูรณาการด้านการข่าวร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดเลย ปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน

จากการที่ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรีได้ร่วมบูรณาการด้านการข่าวร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดเลย ทราบว่ายังปรากฏข่าวสารความเคลื่อนไหวของกลุ่มขบวนการลักลอบค้ายาเสพติดตามแนวชายแดนยังคงมีความพยายามลักลอบนำเข้ายาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ จึงบูรณาการกำลังร่วมทหาร ตำรวจและเจ้าหน้าฝ่ายปกครอง ในการจัดกำลังเฝ้าตรวจชายแดนบริเวณพื้นที่ช่องทางท่าข้ามธรรมชาติ และจัดตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณเส้นทางปมคมนาคมที่จะมุ่งเข้าสู่ตอนใน

จนเมื่อคืนวันจันทร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 23.30 นาที เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจจุดสกัดสถานีตำรวจภูธรท่าลี่ ,กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2102 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย ซึ่งตั้งจุดสกัดบริเวณ สามแยกบ้านโนนสว่าง ตำบลท่าลี่ อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย ได้ตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยอีซูซุดีแมก สีบรอนด์ ซึ่งคาดว่าเป็นรถนำตรวจการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ จึงขอเข้ามำการตรวจค้น ระหว่างการตรวจค้น พบรถยนต์นิสสันนาวาร่า สีดำ พยายามหลบหนีจุดสกัดเจ้าหน้าที่จึงทำการติดตามจับกุม สามารถจับกุมผู้ตัองหาได้ 2 รายตรวจยึดยาบ้าได้จำนวน 13 กระสอบ ประมาณ 5,000,000 กว่าเม็ด

พลตรี ณรงค์ สวนแก้วผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี กล่าวว่า จากการจับกุมและตรวจยึดยาเสพติดครั้งนี้ นับว่าเป็นความเข้มแข็งของหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดเลยในการบูรณาการงานข่าวและการปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนจังหวัดเลย จนส่งผลให้มีการจับกุมและตรวจยึดยาเสพติดได้มูลค่ากว่าหนึ่งร้อยห้าสิบล้านบาท (150,000,000 บาท)และยับยั้งไม่ให้ยาเสพติดจำนวนมากเข้าไปแพร่ระบาดในพื้นที่ตอนใน ทั้งนี้ได้ขอความร่วมมือประชาขนและผู้ที่มีเบาะแสได้แจ้งและให้ข่าวสารแก่เจ้าหน้าที่เพื่อที่จะร่วมกันป้องกันภัยยาเสพติดที่จะทำลายประเทศชาตเราต่อไป


“มหาจักรพรรดิ” เหรียญพระพุทธชินราชรุ่น พ.ศ. 2565

“มหาจักรพรรดิ” เหรียญพระพุทธชินราชรุ่น พ.ศ.2565

สุดยอดวัตถุมงคล เหรียญพระพุทธชินราชรุ่น “มหาจักรพรรดิ” รุ่นแรก จัดสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2515 เป็นวัตถุมงคลที่มีคุณค่าแก่ผู้ที่เก็บสะสมและพกพา และบัดนี้เป็นเวลาผ่านไป 50 ปี พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจภูธรภาค 6 และคณะผู้มีความเลื่อมใสศรัทธาได้ขออนุญาตจัดสร้างวัตถุมงคลอันทรงคุณค่า เหรียญพระพุทธชินราชรุ่น “มหาจักรพรรดิ พ.ศ.2515” อีกครั้งเพื่อให้ผู้ที่เคารพนับถือศรัทธาได้บูชา

ในการนี้ พระเดชพระคุณหลวงพ่อ “พระพุทธิวงศ์มุนี” เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหารจังหวัดพิษณุโลก ได้รับความเมตตานุญาตให้จัดสร้างวัตถุมงคลรุ่นดังกล่าว เพื่อนำรายได้ไปทำสาธารณะประโยชน์ต่อไป ดังนี้

  1. เพื่อบูรณะเสนาสนะภายในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ มหาวรวิหาร จังหวัดพิษณุโลก
  2. เพื่อช่วยเหลือในกิจการของตำรวจภูธรภาค 6
  3. เพื่อช่วยเหลือในด้านสาธารณสงเคราะห์ต่อไป

ในการสร้างวัตถุมงคลรุ่นนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.เสมอ งิ้วงาม (ป๋อง สุพรรณ) ประธานมูลนิธิพระเครื่องพระบูชา (ประเทศไทย) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวัตถุมงคล เป็นประธานที่ปรึกษาในการจัดสร้าง

#วัตถุมงคลดีพิธีเยี่ยมในรอบห้าสิบปี/ป๋องสุพรรณการันตี


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

จ.สุโขทัย ผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่พุ่ง 206 ราย มีจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยได้เพียงพอ

จังหวัดสุโขทัย จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ วันเดียว 206 ราย เหตุเกิดคลัสเตอร์ที่อำเภอสวรรคโลก และอำเภอศรีสัชนาลัย ทำให้ยอดสูงขึ้น ยืนยันมีจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยได้เพียงพอ

นายสุชาติ ทีคะสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสุโขทัย ครั้งที่ 11/2565 ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย พร้อมประชุมวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับทั้ง 9 อำเภอของจังหวัดสุโขทัย เพื่อพิจารณามาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่

โดย ดร.นายแพทย์ปองพล วรปาณิ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า สถานการณ์ของโรคโควิด-19 ของจังหวัดสุโขทัย ล่าสุด (23 ก.พ.2565) พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 206 ราย ปัจจุบันมีผู้ป่วยโควิด-19 รักษาตัว จำนวนกว่า 800 ราย โดยเป็นผู้ป่วยระดับสีเหลือและสีแดง จำนวน 65 ราย ในขณะที่โรงพยาบาลทั้ง 9 แห่งในจังหวัดสุโขทัย ได้เตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์ ครุภัณฑ์ เวชภัณฑ์ ไว้อย่างเพียงพอ มีเตียงรองรับผู้ป่วยได้ถึง 300 เตียง สามารถรองรับผู้ป่วยระดับสีเหลือและสีแดง ได้อย่างเต็มที่

ทั้งนี้ จากการแพร่ระบาดเป็นลักษณะคลัสเตอร์ในพื้นที่หมู่ที่ 8 ตำบลคลองยาง และหมู่ที่ 12 ตำบลในเมือง อำเภอสวรรคโลก และที่โรงเรียนเมืองเชลียง อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ทำให้จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่เพิ่มสูงขึ้น จึงได้ประกาศปิดพื้นที่เป็นการชั่วคราว 5 วัน ระหว่างวันที่ 23-27 ก.พ.2565 พร้อมทั้งเปิดศูนย์แยกกักตัวในชุมชน CI (Community Isolation) ที่อำเภอสวรรคโลก จำนวน 2 แห่ง ที่วัดคลองวังทอง ตำบลคลองยาง และวัดคลองพระรอด หมู่ 13 ตำบลในเมือง รองรับได้ 200 คน และที่อำเภอศรีสัชนาลัย จำนวน 2 แห่ง ที่อาคารโรงเรียนบ้านใหม่ ตำบลหาดเสี้ยว และที่อาคารวัดสิริเขตคีรี หมู่ที่ 3 ตำบลศรีสัชนาลัย รองรับได้ 200 คน


พงศ์เทพ สาคร สุโขทัย

นครนายก แปลก !! ปลาดุกเผือกสีขาวจำนวนมาก มาอาศัยท่าน้ำวัดหนองเคี่ยม เจ้าอาวาสเลี้ยงด้วยอาหารเม็ดและข้าวก้นบาตร

นครนายก แปลก !! ปลาดุกเผือกสีขาวจำนวนมาก มาอาศัยท่าน้ำวัดหนองเคี่ยม เจ้าอาวาสเลี้ยงด้วยอาหารเม็ดและข้าวก้นบาตร

ที่คลองบ้านนา ท่าน้ำวัดหนองเคี่ยม หมู่ที่ 1 ตำบลป่าขะ อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีพระสงฆ์นำอาหารเม็ด และข้าวสุกที่เหลือจากบิณฑบาตนำมาให้ปลาดุกเผือกสีขาวจำนวนมากปะปนอยู่กับปลาดุกสีดำ ที่อาศัยอยู่แบบธรรมชาติที่ท่าน้ำวัดหนองเคี่ยม ซึ่งเป็นเขตอภัยทานห้ามจับสัตว์น้ำ

ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ไปที่วัดหนองเคี่ยมตามที่ชาวบ้านได้แจ้งมา ได้พบกับ พระมหาเอกกมล ฐิติโก เจ้าคณะตำบลบ้านนา เจ้าอาวาสวัดหนองเคี่ยม และหลวงตาชัยพร อิติธัมโม พระลูกวัดได้พาผู้สื่อข่าวไปดูปลาดุกเผือกที่ท่าน้ำของวัด พร้อมนำอาหารเม็ดมื้อเย็นไปเลี้ยงปลาดุกเผือกสีขาวและสีดำ ที่โผล่ขึ้นมากินอาหารที่พระสงฆ์นำมาเลี้ยงเป็นจำนวนมาก โดยพระสงฆ์จะนำอาหารมาเลี้ยงปลาวันละ 3 เวลา คือช่วงเช้า ช่วงบ่ายและช่วงเย็น เมื่อปลาดุกกินอาหารอิ่มแล้วก็จะลอยตัวเห็นพื้นท้องสีขาวลอยน้ำอยู่

จากการให้สัมภาษณ์ของพระมหาเอกกมล ฐิติโก เจ้าคณะตำบลบ้านนา เจ้าอาวาสวัดหนองเคี่ยม ได้เล่าว่า ปลาดุกเผือกสีขาวนี้เป็นปลาที่อาศัยอยู่ในลำคลองแบบธรรมชาติมานานแล้ว บางทีก็มีญาติโยมผู้ใจบุญนำปลาดุกสีขาวสีดำมาปล่อยบ้าง เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ปลาจึงเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมากและทางวัดได้เลี้ยงไว้ให้อาหารวันละ 3 เวลา ปลาก็เริ่มตัวใหญ่ขึ้น ซึ่งทางวัดหนองเคี่ยมได้จัดให้เป็นเขตอภัยทานห้ามจับสัตว์น้ำ


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ข่าวจังหวัดนครนายก

ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่เตรียมการบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออกแบบครบวงจร ที่จังหวัดจันทบุรี สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค เกษตรกรและผู้ประกอบการส่งออก

ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่เตรียมการบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออกแบบครบวงจร ที่จังหวัดจันทบุรี สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค เกษตรกรและผู้ประกอบการส่งออก

วันนี้ ( 23 ก.พ.65 ) ห้องประชุม 1 ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ ติดตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งการเตรียมการบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออก ฤดูกาลผลิตปี 2565 ที่กำลังจะออกสู่ตลาด รับทราบปัญหา อุปสรรค ความพร้อมมาตรการกระจายผลผลิต ป้องกันปัญหาผลผลิตล้นตลาด ราคาตกต่ำ สร้างความเชื่อมั่นแก่เกษตรกร ผู้ประกอบการส่งออก และผู้บริโภคเป็นการประชุมแบบไฮบริดทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบ ZOOM

โดยนายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนองค์กรภาคการเกษตร สภาเกษตรกร ผู้แทนผู้ประกอบการส่งออกผลไม้ร่วมต้อนรับและประชุม ซึ่งก่อนเข้าห้องประชุม นางอิงบุญ ศรีพรหมมา นำกลุ่มชาวบ้านที่เดือดร้อนจากการถูกฉ้อโกงซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ยื่นหนังสือร้องเรียน ขอความเป็นธรรมและให้เร่งติดตามคดีที่ถูกหลอกให้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจากบุคคลที่รู้จักมูลค่าความเสียหายรวมของผู้เสียหาย 11 ราย ประมาณ 5 ล้านกว่าบาท ที่ได้แจ้งความดำเนินคดีผู้กระทำผิดแล้วที่ สภ.ทุ่งเบญจา อ.ท่าใหม่ และเรื่องไปถึง DSI และ แต่ยังล่าช้าจึงขอให้ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ ช่วยเร่งรัดคดีอีกทางหนึ่ง

โดยที่ปรึกษารัฐมนตรี กล่าวว่า ภาครัฐได้ส่งเสริมสนับสนุนภาคการเกษตรจนปัจจุบันมีเกษตรกรได้รับใบรับรอง GAP เพิ่มเติมขึ้นมาอีกถึง 1แสน 2 หมื่น แปลง เพื่อให้การผลิตผลผลิตที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และจะเห็นได้ว่าราคาทุเรียนในปัจจุบันนั้นสูงขึ้น ส่งผลให้พื้นที่ในการปลูกเพิ่มขึ้น ด้วยมาตรการละมาตรฐานรผลิต จึงส่งผลให้ไทยสามารถครองตลาดผลผลไม้ในประเทศจีนได้ถึง 45% นับว่าเป็นความได้เปรียบ เพราะความร่วมมือกันของทุกภาคส่วนนั่นเอง ไทยสามารถส่งออกผักผลไม้ไปจีนได้มูลค่าการค้า แสนแปดหมื่นล้าน ขณะที่จีนส่งเข้ามายังไทยได้มูลค่าเพียง สี่หมื่นล้าน นับว่าต่างกันหลายเท่าตัว จึงจอให้ประชาชนและเกษตรกรไม่ต้องตื่นตระหนกกับการขนส่งรถไฟไทย-ลาว // ทั้งนี้ในส่วนของการแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น กรณีผลผลิตติดอยู่ที่ด่านก่อนเข้าไปยังประเทศจีน ใช้หลักสร้างความสัมพันธ์ล่วงหน้ากับจีน จนไทยมีด่านเข้าจีนได้ถึง 10 ด่าน จากเดิมที่มีแค่ 2 ด่านเท่านั้น เน้นย้ำไม่ให้ตื่นตระหนก เพราะรัฐบาลได้เร่งสร้างความสัมพันธ์ที่ดีทั้งของ สปป.ลาว เวียดนาม และจีน เพื่อให้รส่งออกผลไม้ไม่ได้รับผลกระทบมาก หากมีช่องทางด่านใดด่านหนึ่งปิดจากโควิด

นายกฤติเดช อยู่รอด เลขาสมาพันทุเรียนไทย ได้กล่าวร้องขอให้ทางภาครัฐช่วยสนับสนุนเรื่องการวิจัยและทดลองสารที่จะฆ่าเชื้อโควิด ทั้งเชื้อเป็นและเชื้อตาย ซึ่งตนก็เชื่อว่า สินเดือนกุมภาพันธ์นี้น่าจะทราบผล // พร้อมกันนี้ได้ชี้แจงว่า ด่านบางด่านของจีนไม่สามารถส่งทุเรียนผ่านด่านนั้นได้ เป็นเพียงนำตู้ที่ติดค้างผ่านเท่านั้น // พร้อมฝากเรื่องการผ่อนผันเรื่องการสนับสนุน GAP แก่เกษตรกร ถึงความชัดเจนดังกล่าว // ทั้งนี้เรื่องด่าน ที่ปรึกษายังคงยืนยันว่า ไทยยังได้เปรียบจากความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน ไม่อยากให้เกิดความกังวลเพราะภาครัฐได้เจรจาวางแนวทางไว้แล้ว ขอให้เชื่อมั่น

ที่ปรึกษา กล่าวเพิ่มเติมเรื่องการเป็นมหานครผลไม้ว่า ต้องเร่งให้เกิดขึ้นให้เร็วที่สุด เพื่อตอบสนองเรื่องการแปลรูป และการสร้างแบรนด์ ลดผลผลิตไม่ได้คุณภาพ ไม่ได้มาตรฐาน และลดการพึ่งพาการส่งออกให้น้อยลง // คาดว่าหลังจากนี้อีก 2 สัปดาห์ จะเกิดร่างพิมพ์เขียว ให้ครบทุกมิติ เดินหน้ากันต่อไป ขณะที่การสร้างมหานครผลไม้ ที่ปรึกษากล่าวว่า ต้องเร่งให้เกิดขึ้นให้เร็วที่สุด เพื่อตอบสนองเรื่องการแปรรูป และการสร้างแบรนด์ ลดผลผลิตที่ไม่ได้คุณภาพ ไม่ได้มาตรฐาน และลดการพึ่งพาการส่งออกให้น้อยลง โดยพื้นที่ที่ดูไว้ก็น่าจะเป็นจริงได้ที่สุด // คาดว่าหลังจากนี้อีก 2 สัปดาห์ จะเกิดร่างพิมพ์เขียว ให้ครบทุกมิติ เดินหน้ากันต่อไป ในขณะที่สนามบินจันทบุรี หรือที่คนในพื้นที่เรียกว่า สนามบินท่าใหม่ จะผลักดันให้เชิงพาณิชย์เพิ่มศักยภาพจากเดิมที่เป็นอยู่ ซึ่งภายในอีก 3 เดือนข้างหน้า จะเห็นถึงความคืบหน้า เพราะจะมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาวิเคราะห์สภาพพื้นที่ว่าสามารถยกระดับไปเชิงพาณิชได้ได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะได้ทั้งด้านการท่องเที่ย และการกระจายสินค้าทางอากาศ ขณะที่ช่องทางขนส่งสินค้าพิเศษ Green Lane ภาครัฐไม่ได้ทิ้งประเด็นนี้ ยังคงหาแนวทางเจรจา เพราะว่าการเจรจาช่องทางพิเศษนี้ มาจากการที่ไทยไม่ได้มีพรมแดนติดกับประเทศจีน ตลาดปลายทางหลัก จำเป็นต้องผ่านประเทศที่ 3 คือ สปป.ลาว และเวียดนาม จึงต้องเร่งหาทางเจรจาควบคู่กันไปเพื่อไม่ให้ประเทศใดประเทศหนึ่งเสียเปรียบ และจะใช้ระบบอัตโนมัติ สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

และในช่วงบ่าย ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเดินทางไปตรวจเยี่ยมความคืบหน้าโครงการปรับปรุงสนามบินท่าใหม่ และ เยี่ยมชมธนาคารปูม้าที่บ้านเขาสำเภาคว่ำ ต.กระแจะ อ.นายายอาม รับทราบปัญหากลุ่มประมงพื้นบ้าน และ องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น / และในเวลาประมาณ 16.00 น. ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเดินทางตรวจเยี่ยมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน ศูนย์วิจัยสาหร่าย ที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด จัดกิจกรรม โครงการ ‘จัดเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กนักเรียน’ พร้อมมอบอุปกรณ์กีฬา และอุปกรณ์ป้องกันโควิด 19 ให้โรงเรียนบ้านไม้รูด ประจําปีงบประมาณ 2565

ตราด – กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด จัดกิจกรรม โครงการจัดเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กนักเรียน พร้อมมอบอุปกรณ์กีฬา และอุปกรณ์ป้องกันโควิด 19 ให้โรงเรียนบ้านไม้รูด ประจําปีงบประมาณ 2565

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่โรงเรียนบ้านไม้รูด(วิสิทธิ์ประชาสรรค์) นาวาเอก พงษ์ศักดิ์ ทองไสย ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ผู้แทนกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด เป็นประธานเปิดกิจกรรม โครงการจัดเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กนักเรียน โดยมี นาวาเอก ยศพันธ์ พูลเกษม หน.ชค.ทพ.นย.3ฯ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ โครงการจัดเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กนักเรียน พร้อมมอบอุปกรณ์กีฬา และอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยมีคณะครู นักเรียนโรงเรียนบ้านไม้รูด นางสาวเด่นนภา หงษ์วิเศษ ผอ.รร.บ้านไม้รูด นายสุรศักดิ์ อินทรประเสริฐ นายก อบต.ไม้รูด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุดปฎิบัติการที่ 23 บ้านไม้รูด ผู้นำชุมชน ร่วมให้การต้อนรับ

ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้มาตรการของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานทหาร และโรงเรียน ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ วันนี้ได้เห็นถึงความร่วมมือ และขอยืนยันว่า ทหารในพื้นที่พร้อมที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน รวมถึงโรงเรียน เมื่อได้รับการร้องขอ เท่าที่จะกระทำได้

ด้าน นางสาวเด่นนภา หงษ์วิเศษ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านไม้รูด กล่าวเสริมว่า ขอขอบคุณกองทัพเรือ ที่เข้ามามอบโอกาสดีๆให้กับเด็กในโรงเรียนบ้านไม้รูด สิ่งแรกคือเด็กได้อิ่มท้อง และที่สำคัญได้เห็นรอยยิ้มของเด็กๆที่พี่ๆทหารได้เข้ามาทำกิจกรรมในวันนี้ และอยากให้จัดกิจกรรมดีๆแบบนี้อีกเรื่อยไป

การจัดกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การบรรยายยาเสพติดให้โทษ การมอบอุปกรณ์กีฬา และอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กิจกรรมสันทนาการสร้างรอยยิ้ม พร้อมทั้งชมนิทรรศการศูนย์เรียนรู้ป่าชายเลน การบริการตัดผมให้กับนักเรียน เยี่ยมชมแปลงสาทิตการปลูกผักสวนครัวในโครงการอาหารกลางวัน และปิดท้ายด้วยการจัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับนักเรียน ให้นักเรียนได้อิ่มท้อง และร่วมแบ่งปันรอยยิ้มเพื่อเป็นกองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจของหน่วยทหารต่อไป


ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี จ.ตราด
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ธกส. เชื่อมโยง SME และ Startup กับเครือข่ายธุรกิจโคเนื้อ

มุกดาหาร – ธ.ก.ส. สนับสนุนการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่าง สหกรณ์การเกษตร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ SME จัดเชื่อมโยงธุรกิจตลอดห่วงโซ่การผลิตโคเนื้อ

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 นายณรงค์ ขันติวิริยะกุล ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นประธานเปิดการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โดยมี นายปิยะ บุญมาประเสริฐ ผู้ช่วยสำนักพัฒนา SME และ Startup (ธกส.) พร้อมด้วยนางสาววัชรินทร์ กลางประพันธ์ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรหนอง กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการ SME ณ ห้องดุสิตา โรงแรมมุกดาหาร แกรนด์ โฮเทล อ.เมือง จ.มุกดาหาร เพื่อพบปะเชื่อมโยงธุรกิจตลอดห่วงโซ่โคเนื้อ ทั้งผู้ผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์ ผู้เลี้ยงโคเนื้อ ผู้รวบรวมตลอดจนผู้แปรรูป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโดยลดต้นทุนการผลิตและสร้างเครือข่ายด้านการตลาดร่วมกัน เป็นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน การลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มรายได้ตลอดห่วงโซ่ธุรกิจโคเนื้อ เพื่อลดผลกระทบการเปิดเสรีทางการค้า

นายณรงค์ ขันติวิริยะกุล ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กล่าวว่า ธ.ก.ส. ได้จัดให้มีการพบปะตลอดห่วงโซ่ธุรกิจโคเนื้อ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ โดยมีสหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด ที่มีความพร้อมด้านความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์การผลิตอาหารข้นและโคเนื้อแปรรูป มีโรงชำแหละที่มีการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในกระบวนการผลิตที่มีมาตรฐาน เป็นหัวขบวนในห่วงโซ่ธุรกิจ พร้อมภาคภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง จำนวน 35 แห่ง ทั้งกลุ่มผู้ผลิตพืชอาหารสัตว์ เช่น สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. จังหวัดกำแพงเพชร จำกัด กลุ่มผู้ผลิตโคเนื้อ เช่น สหกรณ์การเกษตรวังชิ้น จำกัด กลุ่มผู้รวบรวมโคเนื้อ เช่น สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.จังหวัดมุกดาหาร จำกัด กลุ่มแปรรูป เช่น สหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด ให้มาเชื่อมโยงธุรกิจ วางแผนการตลาดร่วมกัน ทำให้เกิดการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การลดต้นทุนการผลิตโดยองค์กรของเกษตรกรได้พบกันโดยตรง การผลิตโคเนื้อคุณภาพเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยใช้ตลาดนำการผลิตอันส่งผลโดยตรงกับการเกษตรผู้เลี้ยงโคเนื้อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

นางสาววัชรินทร์ กลางประพันธ์ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรหนองสูง เปิดเผยว่า วันนี้มีการสัมมนาเชื่อมโยงธุรกิจของโคเนื้อ เริ่มจากต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งสหกรณ์การเกษตรหนองสูงเป็นหัวขบวน ในการทำธุรกิจ ในส่วนของดคเนื้อ มีกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ได้เชื่อมโยงและมาประชุม รวมถึงกลุ่มที่ผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์ ได้เข้ามาร่วมในวันนี้ ส่วนต้นน้ำคือ แม่พันธุ์ผลิตลูก กลางน้ำคือ เอาโคที่หย่านมไม่ถึง 6 เดือน เตรียมพร้อมที่จะทำการขุน ปลายน้ำคือ เอาโคขุนที่ต่อจาก 6 เดือน ไปขุนต่ออีก 1 ปี แล้วกลับมาเชือดที่สหกรณ์หนองสูง และส่งตลาดต่อ ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมดประมาณ 7,000 กว่าคน แต่สมาชิดที่ขุนโคให้กับทางเราประมาณ 2,000 กว่าคน และมีโคที่ขึ้นทะเบียนในระบบประมาณ 5,700 กว่าตัว

ส่วนตลาดขายส่งส่วนใหญ่ที่กรุงเทพมหานคร 80 % รองลงมาเป็นห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ และขายส่งภาคอีสาน ในศูนย์กระจายสินค้าในตัวจังหวัด ส่วนสถานการณ์โควิด ไม่มีผลกระทบต่อสหกรณ์ โคขุนของเราเป็นโคที่ปลอดภัย มีฟาร์มมาตรฐาน โรงชำแหละมาตรฐาน GMP มี ISO มีฮาลาล มีระบบที่ปลอดภัย ก็เลยไม่มีผลกระทบโควิด

สำหรับการตลาดของเรา เราได้ทำการซื้อขายล่วงหน้า หลังจากมีตลาดแล้วค่อยแพลนเรื่องการผลิต ก็เลยไม่ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมสมาชิกล้นตลาด ทางสหกรณ์การเกษตรหนองสูง ได้รับการสนับสนุนจาก ธ.ก.ส. เป็นโครงการชุมชนสร้างไทย ซึ่งกู้ล้านละหนึ่งร้อยบาท และทางสหกรณ์หนองสูงได้โครงการนี้มาทั้งหมด 50 ล้าน เป็นโครงการรวบรวมผลผลิตโค 30 ล้าน และเป้นรวบรวมวัตถุดิบอาหารสัตว์ 20 ล้าน ทาง ธ.ก.ส. ให้เงินทุนดอกบี้ยต่ำ
ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรหนองสูง เปิดเผยว่าอีกว่า นอกจากนี้มีโครงการโคขุนสู่ชุมชน เพื่อเปิดโอกาสให้ชุมชนที่ส่งวัวให้กับทางสหกรณ์เป็นตลาดชุมชน โคที่สมาชิกส่งให้กับเรา เราเชือดแล้วคืนให้กับสมาชิกเป้นตลาดล่าง เพื่อให้ชุมชนได้ทานเนื้อ ส่วนเนื้อโคขุนมีหลายเกรด หลายราคา และมีราคาที่จับต้องได้ และถูกกว่าโคพื้นเมือง และความปลอดภัยดีกว่า


อนุศักดิ์ – เสาวภา แสนวิเศษ // มุกดาหาร 081-5449094

ลุงพลมาแถลงต่อศาล คดีครอบครองไม้หวงห้าม

มุกดาหาร – ไชย์พล หรือลุงพล ได้เดินทางมายังศาลจังหวัดมุกดาหาร ตามนัดคดีครอบครองไม้หวงห้าม(ไม้ตะเคียน) โดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นความผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484

เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 65 เวลา 09.00 น. นายไชย์พล วิภา หรือลุงพล นางสาวสมพร หลาบโพธิ์ หรือป้าแต๋น พร้อมด้วย นายสมเกียรติ โรจนวรกมล ทนายความ ได้เดินทางมายังศาลจังหวัดมุกดาหาร ตามนัดคดีครอบครองไม้หวงห้าม(ไม้ตะเคียน) โดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่บรรดาเหล่ายูทูบเบอร์ข้างกายได้เดินทางมาให้กำลังใจที่บริเวณหน้าศาลจังหวัดมุกดาหารเป็นจำนวนมาก

นายสมเกียรติ โรจนวรกมล ทนายความ เปิดเผยว่า จริง ๆ แล้ววันนี้ศาลได้นัดให้ทั้ง 2 ฝ่าย มาแถลงเรื่องของข้อเสนอแนะที่ศาลได้พูดตอนนั้นว่า ทั้งโจทก์และจำเลยประสงค์จะตรวจเนื้อไม้ไหม ตรวจจุดที่มาของไม้ไหม หรือตรวจ DNA ซึ่งในวันนี้ต้องมาแถลงว่าเอาหรือไม่เอา หรือจะใช้หน่วยงานใหนเป็นผู้ตรวจ วันนี้ยังไม่มีการอ่านคำพิพากษา นัดแถลงเฉย ๆ ถ้าโจทก์จำเลยประสงค์จะตรวจ ศาลก็ส่งตรวจ แต่ถ้าโจทก์จำเลยไม่ประสงค์จะส่งตรวจ ศาลอาจจะนัดฟังคำพิษากษาเลย ซึ่งตอนนี้ก็คงเป็นดุลยพินิจของศาลด้วย ผมเคารพการตัดสินใจของนายไชย์พลฯ ว่าจะเอาอย่างไร ต้องไปฟังจากนายไชย์พลฯ เอง ตนเองไม่มีความเห็น

นายสมเกียรติ โรจนวรกมล เปิดเผยต่ออีกว่า ในการนำสืบมีการยืนยันว่าไม้ดังกล่าวอยู่ในที่ดินของราษฎรคนหนึ่ง ซึ่งมันมีตอไม้อยู่ ถ้าพิสูจน์ได้ชัดเจน ศาลก็ใช้ดุลยพินิจได้ง่ายในการพิพากษา โดยฝ่ายโจทก์เขาอ้างว่า ไม้ท่อนนี้มีการตัดออกมาจากป่า ถ้าพิสูจน์ทราบได้ว่า เอามาจากที่ดินราษฎรทุกอย่างจบ อย่างไรก็ตามส่วนตัวทนายก็ให้ความเห็นอย่างตรงไปมา คือซ้ายขวา ผลดี ผลเสีย ซึ่งตรงนี้นายไชย์ฯ ก็ควรตัดสินใจเอง

จากกรณีป่าไม้จังหวัดมุกดาหาร เข้าตรวจสอบท่อนไม้ที่ระบุว่าเป็นตะเคียนทอง ซึ่งตั้งเป็นศาลเจ้าแม่โสรภี ที่บ้านของนายไชย์พล บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร แต่ผลตรวจสอบพบว่าเป็น มะค่าแต้ ไม่ใช่ตะเคียนทอง ทั้งนี้ มะค่าแต้ เป็นไม้หวงห้าม หากครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ตามมาตรา 69 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 50,000 บาท ต่อมาเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันป่าไม้ที่ มห.2 (ดงหลวง) จังหวัดมุกดาหาร ได้นำคำสั่งฟ้องของศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่พนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร เป็นโจทก์สั่งฟ้อง นายไชย์พล ฐานความผิด ทำไม้หวงห้ามในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต , รับไว้ซ่อนเร้น จำหน่าย หรือช่วยพาเอาไปเสียให้พ้น ซึ่งไม้หรือของป่าที่ตนรู้อยู่แล้วว่าเป็นไม้หรือของป่าที่มีผู้ได้

โดยก่อนหน้านี้ นายไชย์พล ฯ ระบุว่า ไม้ท่อนนี้ไหลตามน้ำจากบนภูเขามาติดที่คลองข้างบ้านตนเอง สังเกตเห็นเนื้อไม้เป็นสีเหลือง เข้าใจว่าเป็นไม้ตะเคียนจึงไม่กล้านำไปใช้ ส่วนที่มีการกราบไหว้ก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคล มีชาวบ้านมากราบไหว้ขอพรแล้วประสบความสำเร็จ บ้างก็มารำแก้บน บ้างก็เอารถแห่มาเปิดถวาย ตั้งเป็นศาลเจ้าแม่ตะเคียนโสรภี ….


อนุศักดิ์ – เสาวภา แสนวิเศษ // มุกดาหาร 081-5449094

สนง.เกษตรจังหวัดนครนายก ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกันจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกำลังผลิตใหม่ (Field Day) ปี 2565

นครนายก – สนง.เกษตรจังหวัดนครนายก ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกันจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกำลังผลิตใหม่ (Field Day) ปี 2565

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 ที่สวนมะยงชิดนายบุญแทน สระทองแดง เกษตรกรเจ้าของแปลงเรียนรู้มะยงชิด หมู่ที่ 5 ตำบลศรีกะอาง อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก นางสาวอัญชลี สุวจิตตานน์ รองอธิบดีกรมการเกษตร ประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกำลังผลิตใหม่ (Field Day) ปี 2565 โดยมีนางวจิราพร อมาตยกุล นายอำเภอบ้านนา กล่าวต้อนรับ และนางจุไรรัตน์ แสงสวัสดิ์ เกษตรจังหวัดนครนายก กล่าวรายงาน

ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรดำเนินการผลิต โดยใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่ ให้หน่วยงานต่างๆ มีการให้บริการด้านการเกษตรตามภารกิจ รวมทั้ง เป็นการเผยแพร่ให้เกษตรกรรู้จักและใช้ประโยชน์จากแปลงต้นแบบที่มีอยู่ในพื้นที่ และเรียนรู้จากเกษตรกรต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยมีแนวคิดในการถ่ายทอดความรู้แบบเห็นของจริง และเลือกชนิดสินค้าให้สอดคล้องกับสินค้าแปลงใหญ่ ได้แก่ มะยงชิด ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรที่สำคัญชนิดหนึ่งของจังหวัดนครนายก กิจกรรมในการจัดงานประกอบด้วย

1.กิจกรรมหลัก ได้แก่ สถานีเรียนรู้ จำนวน 4 สถานี สถานีเรียนรู้ที่ 1 เกษตรอัจฉริยะในสวนไม้ผลและนวัตกรรมในการผลิตมะยงชิด, สถานีเรียนรู้ที่ 2 การป้องกันกำจัดโรคแมลงศัตรูพืชในแปลงมะยงชิด, สถานเรียนรู้ที่ 3 การดูแลมะยงชิดระยะออกดอก – ติดผล, สถานเรียนรู้ที่ 4 การเพิ่มมูลค่าผลผลิตและการตลาดออนไลน์สินค้าเกษตร

2.กิจกรรมรอง ได้แก่ การแสดงนิทรรศการและการให้บริการด้านการเกษตร ของหน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษาและภาคเอกชน

3.กิจกรรมเสริม ได้แก่ การแสดงและจำหน่ายสินค้าของกลุ่มสถาบันเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน แปลงใหญ่ของจังหวัดนครนายก

จังหวัดนครนายก แบ่งเขตการปกครองเป็น 4 อำเภอ 41 ตำบล 408 หมู่บ้าน มีพื้นที่ทั้งหมด 1.32 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ทำการเกษตร 683,279 ไร่ โดยแบ่งเป็นพื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจ ได้แก่ ข้าว 508,651 ไร่, มะยงชิด 7,956 ไร่, มะปรางหวาน 2,237 ไร่, ส้มโอ 2,011 ไร่, ทุเรียน 1,477 ไร่, กระท้อน 649 ไร่, ปาล์มน้ำมัน 4,450 ไร่, ยางพารา 1,235 ไร่ และไม้ดอกไม้ประดับ 2,177 ไร่ และพื้นที่การเกษตรอื่นๆ 152,436 ไร่

การจัดงานครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมงาน ประกอบด้วย เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครนายก และผู้เกี่ยวข้อง รวม 150 คน โดยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนการจัดงานเป็นอย่างดี จากหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานภาคีเครือข่าย นายอำเภอบ้านนา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มแปลงใหญ่สถาบันเกษตรกร Smart Farmer Young Smart Farmer และเกษตรกรเจ้าของแปลงเรียนรู้ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายเป็นอย่างดี ก่อให้เกิดความรักความสามัคคีในการพัฒนาการดำเนินงานด้านการเกษตรให้ยั่งยืนต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ข่าวจังหวัดนครนายก

สลด ! จยย.อัดท้ายบรรทุกพ่วง เสียชีวิตคาที

เวลา 09.00 น. วันที่ 23 ก.พ. 65 ร.ต.อ.มะโนด ทิพย์เวช ร้อยเวรสอบสวน สภ.บางละมุง รับแจ้งเหตุรถจยย. ชนท้ายรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ถนนสุขุมวิท ขาเข้าพัทยา เยื้องหน้า สภ. บางละมุง มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย หลังรับแจ้งจึงประสานไปยังทีมกู้ชีพสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา รุดตรวจสอบ ในที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บเป็นชายทราบชื่อต่อมา นายธีรภัทร์ โต๊ะมุดบำรุง อายุ 30 ปี นอนหมดสติอยู่กลางถนน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพ จึงได้เข้าไปทำการปฐมพยาบาล พบว่าผู้ป่วยไม่มีสัญญาณชีพ จึงได้ทำการ CPR พร้อมประสาน ทีมกู้ชีพ โรงพยาบาลบางละมุง สนับสนุนที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ ทำการช่วยเหลืออยู่กว่าครึ่งชั่วโมง แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตผู้บาดเจ็บไว้ได้ จึงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

จากการสอบถามนายอุไล ห่วงสุวัน อายุ 49 ปี คนขับรถบรรทุกพ่วง ทราบว่า ตนเองขับรถมาจากอำเภอวังน้อย จังหวัดอยุธยา เพื่อมาส่งของ แต่ระหว่างเกิดเหตุ ได้ยินเสียง เหมือนมี อะไรมากระแทก ทางท้ายรถด้านซ้ายจึงได้จอดและลงไปตรวจสอบ ตรวจพบว่า มีรถผู้บาดเจ็บ ขับมาชน จึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ เข้ามาทำการช่วยเหลือ อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ ได้ควบคุมตัวคนขับรถบรรทุกพ่วง ไว้เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม แล้วจะได้หาสาเหตุ การเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ ส่วนศพผู้เสียชีวิต จะได้นำไปเก็บรักษายังโรงพยาบาลบางละมุงเพื่อรอญาติมาติดต่อ ไปบำเพ็ญกุศลต่อไป


ภาพ/ข่าว นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าวอาวุโส สำนักข่าวความมั่นคง
รายงาน